บทที่ 1
ความรู้ เบืองต้ นเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์
           ้
                                        1
คอมพิวเตอร์ คืออะไร




              มีประสิทธิภาพ ถูกต้ อง รวดเร็ว

ภาษาละตินว่ า Computare ซึ่งหมายถึง การนับ หรือ การคานวณ
                                                           2
ความหมาย
พจนานุกรม
  ให้ ความหมายของคอมพิวเตอร์ ไว้ ว่า "เครื่องอิเล็กทรอนิกส์ แบบ
  อัตโนมัติ ทาหน้ าที่เหมือนสมองกล ใช้ สาหรับแก้ ปัญหาต่ างๆ
  ที่ง่ายและซับซ้ อนโดยวิธีทางคณิตศาสตร์ "
ในหนังสือ
  อุปกรณ์ อิเล็กทรอนิกส์ ที่มนุษย์ ใช้ เป็ นเครื่องมือในการจัดการ
  ข้ อมูล ทังตัวเลข ตัวอักษร หรือสัญลักษณ์ อ่ นที่แทนความหมาย
             ้                                   ื
  ในสิ่งต่ าง ๆ

                                                                    3
วงจรในการทางานพืนฐาน
                                    ้
• The Information Processing Cycle (IPOS Cycle)



      รั บข้ อมูล          ประมวลผล               แสดงผล
       (Input)            (Processing)            (Output)


                           เก็บข้ อมูล
                           (Storage)
                                                             4
The Information Processing Cycle (IPOS Cycle)




                                            5
คุณสมบัตของคอมพิวเตอร์
                       ิ

1.   ความเร็วของคอมพิวเตอร์
2.   ความเชื่อถือได้
3.   ความถูกต้ องแม่ นยา
4.   เก็บข้ อมูลจานวนมาก ๆ ได้
5.   ย้ ายข้ อมูลจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งได้
     อย่ างรวดเร็ว

                                                  6
จุดเด่ น 4S ประการ




1.   หน่ วยเก็บ (Storage)
2.   ความเร็ว (Speed)
3.   ความเป็ นอัตโนมัติ (Self Acting)
4.   ความน่ าเชื่อถือ (Sure)
                                           7
แง่ ลบของคอมพิวเตอร์
1. โรงงานผลิตคอมพิวเตอร์ ปล่ อยสารเคมี
2. อาจจะเกิดอาการเจ็บป่ วยได้ ถ้าใช้ คอมพิวเตอร์ เป็ นเวลานาน
3. การไว้ ใจคอมพิวเตอร์ ให้ ทางานใหญ่ ๆ นันบางครังอาจจะเกิด
                                           ้         ้
   ความเสียหายได้
4. ???
5. ???
6. ???

                                                                8
ประเภทของเครื่องคอมพิวเตอร์
•   Super Computer
•   Mainframe
•   Minicomputer
•   Workstation
•   Micro Computer
•   PDA
•   Network Computer
•   Embedded Computer

                                          9
Super Computer




Nano Secound 1/1000m/s

  Giga Flop 1000m/s
                         10
Mainframe




Nano Secound 1/1000m/s
                         11
Mini Computer




  Digital Equipment Corporation หรื อ DEC เครื่อง
  Unisys ของบริษัท Unisys เครื่ อง NEC ของบริษัท
  NEC                                         12
Workstation




        Super Macro

Chip RISC
                      13
Micro Computer

PC


                      NoteBook




                             14
PDA




      15
Network Computer




                       ลองนึกดูสว่าในชีวตประจาวันเราเห็น
                                ิ       ิ
• Net PC Windows OS         Network Computerที่ ไหน
• NC Java OS
                                                      16
Embedded Computer




                    17
องค์ ประกอบของระบบ คอมพิวเตอร์


                     Hardware


   Data/                                 Document/
Information           People             Procedure

ข้ อมูลที่นามา                            กระบวนการ
                     Software
    ประมวล                                ทางาน/ คู่ม่ ือ
                      Software ระบบ
                     Software ประยุกต์                  18
วิวัฒนาการของคอมพิวเตอร์
•   ลูกคิด (Abacus)
•   แท่ งเนเปี ยร์ (Napier's rod)
•   ไม้ บรรทัดคานวณ (Slide Rule)
•   นาฬิกาคานวณ (Calculating Clock)
•   เครื่ องคานวณของปาสกาล (Pascal's Pascaline Calculator)
•   เครื่ องคานวณของไลปนิซ (The Leibniz Wheel)
•   เครื่ องผลต่ างของแบบเบจ (Babbage's Difference Engine)
•   ABC หรื อ Atanasoff Berry Computer
•   Mark I
•   ENIAC
•   EDVAC
                                                             19
ลูกคิด (Abacus)
ลูกคิด เป็ นเครื่องคานวณเครื่องแรก ที่มนุษย์ ได้
ประดิษฐ์ คิดค้ นขึนมา โดยชาวตะวันออก (ชาวจีน)
                   ้




                                                   20
แท่ งเนเปี ยร์ (Napier's rod)




แท่ งเนเปี ยร์ อุปกรณ์ คานวณที่ช่วยคูณเลข คิดค้ นโดย จอห์ น
เนเปี ยร์ (John Napier : 1550 - 1617) นักคณิตศาสตร์ ชาวส
ก๊ อต
                                                              21
ไม้ บรรทัดคานวณ (Slide Rule)




วิลเลี่ยม ออทเตรด (1574 - 1660) ได้ นาหลักการลอการิทม ึ
ของเนเปี ยร์ มาพัฒนาเป็ น ไม้ บรรทัดคานวณ หรือสไลด์ รูล โดย
การนาค่ าลอการิทม มาเขียนเป็ นสเกลบนแท่ งไม้ สองอัน เมื่อ
                  ึ
นามาเลื่อนต่ อกัน ก็จะอ่ านค่ าเป็ นผลคูณหรือผลหารได้       22
นาฬิกาคานวณ (Calculating Clock)




โดยใช้ ตัวเลขของแท่ งเนเปี ยร์ บรรจุบนทรงกระบอกหกชุด แล้ วใช้
ฟั นเฟื องเป็ นตัวหมุนทดเวลาคูณเลข ประดิษฐ์ โดย วิลเฮล์ ม ชิค
การ์ ด (1592 - 1635) ซึ่งถือได้ ว่าเป็ นผู้ท่ ประดิษฐ์ เครื่องกลไกสาหรับ
                                              ี
คานวณได้ เป็ นคนแรก                                                     23
เครื่ องคานวณของปาสกาล
               (Pascal's Pascaline Calculator)




ประดิษฐ์ ในปี 1642 โดย เบลส ปาสกาล (Blaise Pascal :1623 - 1662)
นักคณิตศาสตร์ ชาวฝรั่งเศษ โดยเครื่องคานวณนีมีลักษณะเป็ นกล่ อง
                                              ้
สี่เหลี่ยม มีฟันเฟื องสาหรับตังและหมุนตัวเลขอยู่ด้านบน ถือได้ ว่าเป็ น
                              ้
"เครื่องคานวณใช้ เฟื องเครื่องแรก"                                  24
เครื่องคานวณของไลปนิซ (The Leibniz Wheel)




                                           กาเนิดเลขฐาน 2


กอดฟรีด ไลปนิซ (Gottfried Wilhelm Leibniz: 1646 - 1716) นัก
คณิตศาสตร์ นักปรัชญา นักการฑูต ชาวเยอรมัน สามารถทาการคูณ
และหารได้ โดยตรง ซึ่งอาศัยการหมุนวงล้ อของเครื่องเอง
                                                            25
เครื่ องผลต่ างของแบบเบจ
               (Babbage's Difference Engine)




ชารลส์ แบบเบจ (Charles Babbage: 1792 - 1871) นักวิทยาศาสตร์
ชาวอังกฤษ ได้ ประดิษฐ์ เครื่องผลต่ าง (Difference Engine) ขึนมาในปี
                                                            ้
1832 เป็ นเครื่องคานวณที่ประกอบด้ วยฟั นเฟื องจานวนมาก สามารถ
คานวณค่ าของตารางได้ โดยอัตโนมัติ                                 26
แบบเบจ "บิดาแห่ งคอมพิวเตอร์ "
• เครื่องประกอบด้ วยส่ วนสาคัญ 4 ส่ วน คือ
  1. ส่ วนเก็บข้ อมูล เป็ นส่ วนที่ใช้ ในการเก็บข้ อมูลนาเข้ าและ
  ผลลัพธ์ ท่ ได้ จากการคานวณ
             ี
  2. ส่ วนประมวลผล เป็ นส่ วนที่ใช้ ในการประมวลผลทาง
  คณิตศาสตร์
  3. ส่ วนควบคุม เป็ นส่ วนที่ใช้ ในการเคลื่อนย้ ายข้ อมูลระหว่ างส่ วน
  เก็บข้ อมูลและส่ วนประมวลผล
  4. ส่ วนรับข้ อมูลเข้ าและแสดงผลลัพธ์ เป็ นส่ วนที่ใช้ รับข้ อมูลจาก
  ภายนอกเครื่องเข้ าสู่ส่วนเก็บข้ อมูล และแสดงผลลัพธ์ ท่ ได้ จาก
                                                               ี
  การคานวณทาให้ เครื่องวิเคราะห์ นี ้
                                                                     27
เครื่องจัดเรียงบัตรเจาะรู
• ปี 1886 Dr.Herman Hollerith ได้ พัฒนาเครื่องจัดเรียงบัตรเจาะรู
  แบบที่ใช้ พลังงานไฟฟาขึน
                         ้ ้
• ปี 1896 ได้ ก่อตังบริษัทสาหรับเครื่องจักรในการจัดเรียงชื่อ
                    ้
  Tabulating Machine Company
• ปี 1911 ได้ ขายหุ้นไปอีกกับบริษัทโดยจัดตังเป็ น Computing
                                               ้
  Tabulating Recording Company
• ปี 1924 ได้ เปลี่ยนชื่อเป็ น International Business Machine
  Company IBM
                                                                   28
ABC เครื่ องคานวณขนาดเล็กที่ใช้ หลอดสูญญากาศ




1940 จอห์ น วินเซนต์ อาตานาซอฟ (John V. Atanasoff) และ
ลูกศิษฐ์ ช่ ือ คลิฟฟอร์ ด เบอรี (Clifford Berry) ร่ วมกันประดิษฐ์
เครื่องคานวณขนาดเล็กที่ใช้ หลอดสูญญากาศ ซึ่งนับว่ าเป็ นเครื่อง
คอมพิวเตอร์ ระบบดิจตอลเครื่องแรก เรียกเครื่องนีว่า ABC หรือ
                         ิ                              ้
Atanasoff Berry Computer                                          29
Mark I




ในปี 1943 บริษัทไอบีเอ็ม Thomas J. Watson ได้ พัฒนาเครื่ องคานวณที่มี
ความสามารถเทียบเท่ ากับคอมพิวเตอร์ ซึ่งก็คือ เครื่ องคิดเลขที่ใช้ เครื่ องกล
ไฟฟาเป็ นตัวทางาน ประกอบด้ วยฟั นเฟื องในการทางาน อันเป็ นการนาเอา
   ้
เทคโนโลยีเครื่องวิเคราะห์ แบบแบบเบจมาปรั บปรุ งนั่นเอง
                                                                           30
ENIAC
  จอห์ น ดับลิว มอชลีย์ และ เจ เพรส
  เพอร์ เอคเกิรต (J. Prespern Eckert)
  นับว่ าเป็ น "เครื่ องคานวณ
  อิเล็กทรอนิกส์ เครื่ องแรกของโลก หรื อ
  คอมพิวเตอร์ เครื่ องแรกของโลก"
  ENIAC เป็ นคาย่ อของ Electronics
  Numerical Integrator and Computer
  เป็ นเครื่ องคานวณที่มีจุดประสงค์ เพื่อ
  ใช้ งานในกองทัพ โดยใช้ คานวณตาราง
  การยิงปื นใหญ่ วิถีกระสุนปื นใหญ่

                                       31
EDVAC
เป็ นเครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องแรก ที่
สามารถเก็บคาสั่งเอาไว้ ทางาน ใน
หน่ วยความจา พัฒนาโดย จอห์ น ฟอน
นอยมานน์ นักคณิตศาสตร์ ชาวฮังการี
ร่ วมกับทีมมอชลีย์ และเอคเกิรต โดย
ฟอน นอยมานน์ แนวคิดที่น่าสนใจ
เกี่ยวกับการทางานของคอมพิวเตอร์
จนได้ รับการขนานนามว่ า
"สถาปั ตยกรรมฟอนนอนมานน์ "
                                   32
ยุคของคอมพิวเตอร์
•   ยุค 1 ค.ศ. 1951 - 1958 ใช้ หลอดสูญญากาศ (Vacuum Tube)
•   ยุค 2 ค.ศ. 1959 - 1964 ใช้ ทรานซิสเตอร์ (Transistor)
•   ยุค 3 ค.ศ. 1965 - 1670 แผงวงจรรวม (IC : Integrated Circuit)
•   ยุค 4 ค.ศ. 1971 ถึงปั จจุบัน ในรูปของไมโครโพรเซสเซอร์




                                                                  33
คอมพิวเตอร์ ยุคที่ 1
เริ่มจากปี ค.ศ. 1951 - 1958 ใช้ หลอดสูญญากาศ (Vacuum Tube)


                             ลักษณะเฉพาะของคอมพิวเตอร์ ยุคที่ 1
                             •ใช้ หลอดสูญญากาศ ส่ วนประกอบหลัก
                             •ตัวเครื่องมีขนาดใหญ่ ใช้ กาลังไฟฟาสูง
                                                               ้
                             เกิดความร้ อนสูง
                             •ทางานด้ วยภาษาเครื่อง


                                                                34
คอมพิวเตอร์ ยุคที่ 2
•ปี ค.ศ. 1959 - 1964 ใช้ ทรานซิสเตอร์ (Transistor) เป็ นวงจรสาคัญ
                           • โดยทรานซิสเตอร์ เป็ นแผงวงจร
                             อิเล็กทรอนิกส์ ท่ ีมีขนาดเล็กกว่ า
                             หลอดสูญญากาศมาก แต่ มี
                             ความจาที่สูงกว่ า
                           • ไม่ ต้องเวลาในการวอร์ มอัพ ใช้
                             พลังงานต่า
                           • ทางานด้ วยความเร็วที่สูงกว่ า
                           • เกิดภาษาแอสเซมบลี และภาษา
                             FORTRAN, COBOL
                                                                  35
คอมพิวเตอร์ ยุคที่ 3
        • ปี ค.ศ. 1965 - 1670 เป็ นยุคที่
          คอมพิวเตอร์ เริ่มปรับเปลี่ยนมาก
          เนื่องจากมีการพัฒนาแผงวงจร
          ไฟฟารวมอยู่บนแผ่ นซิริกอนเล็ก
               ้
          ๆ มาแทนวงจรพิมพ์ ลาย
        • ทาให้ เกิดคอมพิวเตอร์ ขนาดเล็ก
          ลงมา ระดับมินิคอมพิวเตอร์
        • กาเนิดภาษา RPG APL BASICA

                                        36
คอมพิวเตอร์ ยุคที่ 4
          • ปี ค.ศ. 1971 ถึงปั จจุบัน เป็ นยุค
            ของวงจร VLSI (Very Large
            Scale Integration) ในรู ปของไม
            โครโพรเซสเซอร์
            (Microprocessor) เปลี่ยนระบบ
            หน่ วยความจาจากวงแหวน
            แม่ เหล็กเป็ นหน่ วยความจาสารกึ่ง
            ตัวนาที่เรี ยกว่ า RAM (Random
            Access Memory) ส่ งผลให้ เกิด
            คอมพิวเตอร์ ส่วนบุคคล (PC :
            Personal Computer)
                                             37
คอมพิวเตอร์ ยุคที่ 5
• เครื อข่ ายคอมพิวเตอร์ สามารถคานวณผลได้
  ล้ านไบต์ หรื อเทราไบต์ (TB) ต่ อวินาที




                                            38
องค์ กรที่กาหนดมาตราฐาน
• ISO กาหนดมาตรฐาน OSI Protocol suite
• ANSI มาตรฐานของอเมริกา
• EIA มาตรฐานทางด้ านสัญญาณไฟฟา       ้
• IEEE เป็ นองค์ กรผู้เชี่ยวชาญไฟฟาและอิเลคทรอนิกส์ กาหนด
                                    ้
  มาตรฐานทางเครือข่ ายท้ องถิ่น
• ITU-T เป็ นองค์ กรที่ทาหน้ าที่กาหนดนโยบายและอนุมัตมาตรฐาน
                                                      ิ
  internet เป็ นองค์ กรมาตรฐานทางคมนาคม (modem)
• IAB เป็ นองค์ กรที่ทาหน้ าที่กาหนดนโยบายและอนุมัตมาตรฐาน
                                                    ิ
  internet Protocol
                                                          39

บทที่ 1 คอมพิวเตอร์เบื้องต้น

  • 1.
    บทที่ 1 ความรู้ เบืองต้นเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ้ 1
  • 2.
    คอมพิวเตอร์ คืออะไร มีประสิทธิภาพ ถูกต้ อง รวดเร็ว ภาษาละตินว่ า Computare ซึ่งหมายถึง การนับ หรือ การคานวณ 2
  • 3.
    ความหมาย พจนานุกรม ให้ความหมายของคอมพิวเตอร์ ไว้ ว่า "เครื่องอิเล็กทรอนิกส์ แบบ อัตโนมัติ ทาหน้ าที่เหมือนสมองกล ใช้ สาหรับแก้ ปัญหาต่ างๆ ที่ง่ายและซับซ้ อนโดยวิธีทางคณิตศาสตร์ " ในหนังสือ อุปกรณ์ อิเล็กทรอนิกส์ ที่มนุษย์ ใช้ เป็ นเครื่องมือในการจัดการ ข้ อมูล ทังตัวเลข ตัวอักษร หรือสัญลักษณ์ อ่ นที่แทนความหมาย ้ ื ในสิ่งต่ าง ๆ 3
  • 4.
    วงจรในการทางานพืนฐาน ้ • The Information Processing Cycle (IPOS Cycle) รั บข้ อมูล ประมวลผล แสดงผล (Input) (Processing) (Output) เก็บข้ อมูล (Storage) 4
  • 5.
    The Information ProcessingCycle (IPOS Cycle) 5
  • 6.
    คุณสมบัตของคอมพิวเตอร์ ิ 1. ความเร็วของคอมพิวเตอร์ 2. ความเชื่อถือได้ 3. ความถูกต้ องแม่ นยา 4. เก็บข้ อมูลจานวนมาก ๆ ได้ 5. ย้ ายข้ อมูลจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งได้ อย่ างรวดเร็ว 6
  • 7.
    จุดเด่ น 4Sประการ 1. หน่ วยเก็บ (Storage) 2. ความเร็ว (Speed) 3. ความเป็ นอัตโนมัติ (Self Acting) 4. ความน่ าเชื่อถือ (Sure) 7
  • 8.
    แง่ ลบของคอมพิวเตอร์ 1. โรงงานผลิตคอมพิวเตอร์ปล่ อยสารเคมี 2. อาจจะเกิดอาการเจ็บป่ วยได้ ถ้าใช้ คอมพิวเตอร์ เป็ นเวลานาน 3. การไว้ ใจคอมพิวเตอร์ ให้ ทางานใหญ่ ๆ นันบางครังอาจจะเกิด ้ ้ ความเสียหายได้ 4. ??? 5. ??? 6. ??? 8
  • 9.
    ประเภทของเครื่องคอมพิวเตอร์ • Super Computer • Mainframe • Minicomputer • Workstation • Micro Computer • PDA • Network Computer • Embedded Computer 9
  • 10.
    Super Computer Nano Secound1/1000m/s Giga Flop 1000m/s 10
  • 11.
  • 12.
    Mini Computer Digital Equipment Corporation หรื อ DEC เครื่อง Unisys ของบริษัท Unisys เครื่ อง NEC ของบริษัท NEC 12
  • 13.
    Workstation Super Macro Chip RISC 13
  • 14.
    Micro Computer PC NoteBook 14
  • 15.
    PDA 15
  • 16.
    Network Computer ลองนึกดูสว่าในชีวตประจาวันเราเห็น ิ ิ • Net PC Windows OS Network Computerที่ ไหน • NC Java OS 16
  • 17.
  • 18.
    องค์ ประกอบของระบบ คอมพิวเตอร์ Hardware Data/ Document/ Information People Procedure ข้ อมูลที่นามา กระบวนการ Software ประมวล ทางาน/ คู่ม่ ือ Software ระบบ Software ประยุกต์ 18
  • 19.
    วิวัฒนาการของคอมพิวเตอร์ • ลูกคิด (Abacus) • แท่ งเนเปี ยร์ (Napier's rod) • ไม้ บรรทัดคานวณ (Slide Rule) • นาฬิกาคานวณ (Calculating Clock) • เครื่ องคานวณของปาสกาล (Pascal's Pascaline Calculator) • เครื่ องคานวณของไลปนิซ (The Leibniz Wheel) • เครื่ องผลต่ างของแบบเบจ (Babbage's Difference Engine) • ABC หรื อ Atanasoff Berry Computer • Mark I • ENIAC • EDVAC 19
  • 20.
    ลูกคิด (Abacus) ลูกคิด เป็นเครื่องคานวณเครื่องแรก ที่มนุษย์ ได้ ประดิษฐ์ คิดค้ นขึนมา โดยชาวตะวันออก (ชาวจีน) ้ 20
  • 21.
    แท่ งเนเปี ยร์(Napier's rod) แท่ งเนเปี ยร์ อุปกรณ์ คานวณที่ช่วยคูณเลข คิดค้ นโดย จอห์ น เนเปี ยร์ (John Napier : 1550 - 1617) นักคณิตศาสตร์ ชาวส ก๊ อต 21
  • 22.
    ไม้ บรรทัดคานวณ (SlideRule) วิลเลี่ยม ออทเตรด (1574 - 1660) ได้ นาหลักการลอการิทม ึ ของเนเปี ยร์ มาพัฒนาเป็ น ไม้ บรรทัดคานวณ หรือสไลด์ รูล โดย การนาค่ าลอการิทม มาเขียนเป็ นสเกลบนแท่ งไม้ สองอัน เมื่อ ึ นามาเลื่อนต่ อกัน ก็จะอ่ านค่ าเป็ นผลคูณหรือผลหารได้ 22
  • 23.
    นาฬิกาคานวณ (Calculating Clock) โดยใช้ตัวเลขของแท่ งเนเปี ยร์ บรรจุบนทรงกระบอกหกชุด แล้ วใช้ ฟั นเฟื องเป็ นตัวหมุนทดเวลาคูณเลข ประดิษฐ์ โดย วิลเฮล์ ม ชิค การ์ ด (1592 - 1635) ซึ่งถือได้ ว่าเป็ นผู้ท่ ประดิษฐ์ เครื่องกลไกสาหรับ ี คานวณได้ เป็ นคนแรก 23
  • 24.
    เครื่ องคานวณของปาสกาล (Pascal's Pascaline Calculator) ประดิษฐ์ ในปี 1642 โดย เบลส ปาสกาล (Blaise Pascal :1623 - 1662) นักคณิตศาสตร์ ชาวฝรั่งเศษ โดยเครื่องคานวณนีมีลักษณะเป็ นกล่ อง ้ สี่เหลี่ยม มีฟันเฟื องสาหรับตังและหมุนตัวเลขอยู่ด้านบน ถือได้ ว่าเป็ น ้ "เครื่องคานวณใช้ เฟื องเครื่องแรก" 24
  • 25.
    เครื่องคานวณของไลปนิซ (The LeibnizWheel) กาเนิดเลขฐาน 2 กอดฟรีด ไลปนิซ (Gottfried Wilhelm Leibniz: 1646 - 1716) นัก คณิตศาสตร์ นักปรัชญา นักการฑูต ชาวเยอรมัน สามารถทาการคูณ และหารได้ โดยตรง ซึ่งอาศัยการหมุนวงล้ อของเครื่องเอง 25
  • 26.
    เครื่ องผลต่ างของแบบเบจ (Babbage's Difference Engine) ชารลส์ แบบเบจ (Charles Babbage: 1792 - 1871) นักวิทยาศาสตร์ ชาวอังกฤษ ได้ ประดิษฐ์ เครื่องผลต่ าง (Difference Engine) ขึนมาในปี ้ 1832 เป็ นเครื่องคานวณที่ประกอบด้ วยฟั นเฟื องจานวนมาก สามารถ คานวณค่ าของตารางได้ โดยอัตโนมัติ 26
  • 27.
    แบบเบจ "บิดาแห่ งคอมพิวเตอร์" • เครื่องประกอบด้ วยส่ วนสาคัญ 4 ส่ วน คือ 1. ส่ วนเก็บข้ อมูล เป็ นส่ วนที่ใช้ ในการเก็บข้ อมูลนาเข้ าและ ผลลัพธ์ ท่ ได้ จากการคานวณ ี 2. ส่ วนประมวลผล เป็ นส่ วนที่ใช้ ในการประมวลผลทาง คณิตศาสตร์ 3. ส่ วนควบคุม เป็ นส่ วนที่ใช้ ในการเคลื่อนย้ ายข้ อมูลระหว่ างส่ วน เก็บข้ อมูลและส่ วนประมวลผล 4. ส่ วนรับข้ อมูลเข้ าและแสดงผลลัพธ์ เป็ นส่ วนที่ใช้ รับข้ อมูลจาก ภายนอกเครื่องเข้ าสู่ส่วนเก็บข้ อมูล และแสดงผลลัพธ์ ท่ ได้ จาก ี การคานวณทาให้ เครื่องวิเคราะห์ นี ้ 27
  • 28.
    เครื่องจัดเรียงบัตรเจาะรู • ปี 1886Dr.Herman Hollerith ได้ พัฒนาเครื่องจัดเรียงบัตรเจาะรู แบบที่ใช้ พลังงานไฟฟาขึน ้ ้ • ปี 1896 ได้ ก่อตังบริษัทสาหรับเครื่องจักรในการจัดเรียงชื่อ ้ Tabulating Machine Company • ปี 1911 ได้ ขายหุ้นไปอีกกับบริษัทโดยจัดตังเป็ น Computing ้ Tabulating Recording Company • ปี 1924 ได้ เปลี่ยนชื่อเป็ น International Business Machine Company IBM 28
  • 29.
    ABC เครื่ องคานวณขนาดเล็กที่ใช้หลอดสูญญากาศ 1940 จอห์ น วินเซนต์ อาตานาซอฟ (John V. Atanasoff) และ ลูกศิษฐ์ ช่ ือ คลิฟฟอร์ ด เบอรี (Clifford Berry) ร่ วมกันประดิษฐ์ เครื่องคานวณขนาดเล็กที่ใช้ หลอดสูญญากาศ ซึ่งนับว่ าเป็ นเครื่อง คอมพิวเตอร์ ระบบดิจตอลเครื่องแรก เรียกเครื่องนีว่า ABC หรือ ิ ้ Atanasoff Berry Computer 29
  • 30.
    Mark I ในปี 1943บริษัทไอบีเอ็ม Thomas J. Watson ได้ พัฒนาเครื่ องคานวณที่มี ความสามารถเทียบเท่ ากับคอมพิวเตอร์ ซึ่งก็คือ เครื่ องคิดเลขที่ใช้ เครื่ องกล ไฟฟาเป็ นตัวทางาน ประกอบด้ วยฟั นเฟื องในการทางาน อันเป็ นการนาเอา ้ เทคโนโลยีเครื่องวิเคราะห์ แบบแบบเบจมาปรั บปรุ งนั่นเอง 30
  • 31.
    ENIAC จอห์น ดับลิว มอชลีย์ และ เจ เพรส เพอร์ เอคเกิรต (J. Prespern Eckert) นับว่ าเป็ น "เครื่ องคานวณ อิเล็กทรอนิกส์ เครื่ องแรกของโลก หรื อ คอมพิวเตอร์ เครื่ องแรกของโลก" ENIAC เป็ นคาย่ อของ Electronics Numerical Integrator and Computer เป็ นเครื่ องคานวณที่มีจุดประสงค์ เพื่อ ใช้ งานในกองทัพ โดยใช้ คานวณตาราง การยิงปื นใหญ่ วิถีกระสุนปื นใหญ่ 31
  • 32.
    EDVAC เป็ นเครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องแรกที่ สามารถเก็บคาสั่งเอาไว้ ทางาน ใน หน่ วยความจา พัฒนาโดย จอห์ น ฟอน นอยมานน์ นักคณิตศาสตร์ ชาวฮังการี ร่ วมกับทีมมอชลีย์ และเอคเกิรต โดย ฟอน นอยมานน์ แนวคิดที่น่าสนใจ เกี่ยวกับการทางานของคอมพิวเตอร์ จนได้ รับการขนานนามว่ า "สถาปั ตยกรรมฟอนนอนมานน์ " 32
  • 33.
    ยุคของคอมพิวเตอร์ • ยุค 1 ค.ศ. 1951 - 1958 ใช้ หลอดสูญญากาศ (Vacuum Tube) • ยุค 2 ค.ศ. 1959 - 1964 ใช้ ทรานซิสเตอร์ (Transistor) • ยุค 3 ค.ศ. 1965 - 1670 แผงวงจรรวม (IC : Integrated Circuit) • ยุค 4 ค.ศ. 1971 ถึงปั จจุบัน ในรูปของไมโครโพรเซสเซอร์ 33
  • 34.
    คอมพิวเตอร์ ยุคที่ 1 เริ่มจากปีค.ศ. 1951 - 1958 ใช้ หลอดสูญญากาศ (Vacuum Tube) ลักษณะเฉพาะของคอมพิวเตอร์ ยุคที่ 1 •ใช้ หลอดสูญญากาศ ส่ วนประกอบหลัก •ตัวเครื่องมีขนาดใหญ่ ใช้ กาลังไฟฟาสูง ้ เกิดความร้ อนสูง •ทางานด้ วยภาษาเครื่อง 34
  • 35.
    คอมพิวเตอร์ ยุคที่ 2 •ปีค.ศ. 1959 - 1964 ใช้ ทรานซิสเตอร์ (Transistor) เป็ นวงจรสาคัญ • โดยทรานซิสเตอร์ เป็ นแผงวงจร อิเล็กทรอนิกส์ ท่ ีมีขนาดเล็กกว่ า หลอดสูญญากาศมาก แต่ มี ความจาที่สูงกว่ า • ไม่ ต้องเวลาในการวอร์ มอัพ ใช้ พลังงานต่า • ทางานด้ วยความเร็วที่สูงกว่ า • เกิดภาษาแอสเซมบลี และภาษา FORTRAN, COBOL 35
  • 36.
    คอมพิวเตอร์ ยุคที่ 3 • ปี ค.ศ. 1965 - 1670 เป็ นยุคที่ คอมพิวเตอร์ เริ่มปรับเปลี่ยนมาก เนื่องจากมีการพัฒนาแผงวงจร ไฟฟารวมอยู่บนแผ่ นซิริกอนเล็ก ้ ๆ มาแทนวงจรพิมพ์ ลาย • ทาให้ เกิดคอมพิวเตอร์ ขนาดเล็ก ลงมา ระดับมินิคอมพิวเตอร์ • กาเนิดภาษา RPG APL BASICA 36
  • 37.
    คอมพิวเตอร์ ยุคที่ 4 • ปี ค.ศ. 1971 ถึงปั จจุบัน เป็ นยุค ของวงจร VLSI (Very Large Scale Integration) ในรู ปของไม โครโพรเซสเซอร์ (Microprocessor) เปลี่ยนระบบ หน่ วยความจาจากวงแหวน แม่ เหล็กเป็ นหน่ วยความจาสารกึ่ง ตัวนาที่เรี ยกว่ า RAM (Random Access Memory) ส่ งผลให้ เกิด คอมพิวเตอร์ ส่วนบุคคล (PC : Personal Computer) 37
  • 38.
    คอมพิวเตอร์ ยุคที่ 5 •เครื อข่ ายคอมพิวเตอร์ สามารถคานวณผลได้ ล้ านไบต์ หรื อเทราไบต์ (TB) ต่ อวินาที 38
  • 39.
    องค์ กรที่กาหนดมาตราฐาน • ISOกาหนดมาตรฐาน OSI Protocol suite • ANSI มาตรฐานของอเมริกา • EIA มาตรฐานทางด้ านสัญญาณไฟฟา ้ • IEEE เป็ นองค์ กรผู้เชี่ยวชาญไฟฟาและอิเลคทรอนิกส์ กาหนด ้ มาตรฐานทางเครือข่ ายท้ องถิ่น • ITU-T เป็ นองค์ กรที่ทาหน้ าที่กาหนดนโยบายและอนุมัตมาตรฐาน ิ internet เป็ นองค์ กรมาตรฐานทางคมนาคม (modem) • IAB เป็ นองค์ กรที่ทาหน้ าที่กาหนดนโยบายและอนุมัตมาตรฐาน ิ internet Protocol 39