1




                          บทที่ ١
            เรื่อง มารู้จักเมโลเดียนกันเถอะ
                                  ้
ลักษณะของเมโลเดี้ยน
      เมโลเดี้ยนเป็นเครื่องดนตรีประเภทคีย์บอร์ดชนิดหนึ่ง
ทำำให้เกิดเสียงได้โดยกำรเป่ำและใช้นวมือกดที่ลิ่มนิ้ว ปัจจุบัน
                                     ิ้
ทำำด้วยพลำสติก ลักษณะทั่วไปด้ำนหน้ำมีลิ่มนิ้วสำำหรับกด
ประมำณ 24 – 37 คีย์ แล้วแต่ชนิดและขนำดของเมโลเดี้ยนซึ่ง
ในปัจจุบันมีอยู่ 4 ขนำดแต่ละขนำดมีรปร่ำงลักษณะและช่วง
                                        ู
เสียงดังนี้ คือ
      1. เมโลเดี้ยนเสียงโซปรำโน เป็นขนำดเล็กที่สุดมีลิ่มนิ้ว
สำำหรับกดอยู่ 27 คีย์ มีเสียงแหลมสูง เหมำะสำำหรับใช้บรรเลง
แนวสูงสุดของทำำนองเพลงช่วงเสียงของเมโลเดี้ยนเสียง
โซปรำโน คือ




ภาพที่ 1 ช่วงเสียงและรูปร่างลักษณะของเมโลเดี้ยนเสียง
                     โซปราโน
2



     2. เมโลเดี้ยนเสียงอัลโต้ เป็นขนำดเล็กที่สุดมีลิ่มนิวสำำหรับ
                                                        ้
กดอยู่ 27 คีย์เท่ำกันกับ
เมโลเดี้ยนเสียงโซปรำโนแต่มีระดับเสียงสูงกว่ำ 1 ออคเทฟ มี
เสียงสูงปำนกลำงเหมำะสำำหรับ
ใช้บรรเลงแนวทำำนองรองจำกเมโลเดี้ยนเสียงโซปรำโน รูปร่ำง
ลักษณะของเมโลเดี้ยนเสียงอัลโต้และช่วงเสียง




 ภาพที่ 2 ช่วงเสียงและรูปร่างลักษณะของเมโลเดี้ยนเสีย
                        งอัลโต้

      3. เมโลเดี้ยนเสียงเทนเนอร์ มีลมนิ้วสำำหรับกดอยู่ 32 คีย์
                                    ิ่
มีเสียงระดับกลำง เหมำะสำำหรับใช้บรรเลงแนวทำำนองรองจำก
เสียงอัลโต้




ภาพที่ 3 ช่วงเสียงและรูปร่างลักษณะของเมโลเดี้ยนเสียง
                      เทนเนอร์
3



     4. เมโลเดี้ยนเสียงเบส มีลิ่มนิ้วสำำหรับกดอยู่ 24 คีย์ มี
เสียงตำ่ำ หนักแน่น มีอำำนำจ เหมำะสำำหรับใช้บรรเลงแนวตำ่ำสุด
ของทำำนองเพลง ช่วงเสียงของเมโลเดี้ยนเสียงเบส คือ




ภาพที่ 4 ช่วงเสียงและรูปร่างลักษณะของเมโลเดี้ยนเสียง
                        เบส
4



ส่วนประกอบของเมโลเดี้ยน
     เมโลเดี้ยนเป็นเครื่องดนตรีสำกลจัดอยู่ในเครื่องดนตรี
ประเภทคีย์บอร์ด (Keyboard Instruments) ทำำให้เกิดเสียงโดย
กำรเป่ำและใช้นิ้งกดที่ลิ่มนิ้ว ลักษณะทัวไปแบ่งเป็น 3 ส่วน คือ
                                       ่
ส่วนตัวเครื่องดนตรี ส่วนปำกเป่ำ และส่วนสำยเป่ำ
     ส่วนที่ 1 ปำกเป่ำ



     ส่วนที่ 2 สำยเป่ำ



     ส่วนที่ 3 ตัวเครื่องดนตรี




       ภาพที่ 5 แสดงส่วนประกอบของเมโลเดี้ยน

วิธีการดูแลรักษาเมโลเดียน
                       ้
       กำรดูแลรักษำและทำำควำมสะอำดเมโลเดี้ยนทีถูกต้อง จะ
                                                     ่
ช่วยให้อำยุกำรใช้งำนได้นำนขึ้น เครื่องดนตรีที่สะอำดไม่ก่อให้
เกิดอันตรำยต่อผู้เล่น หลังจำกปฏิบัติทุกครั้งควรดูแลรักษำดังนี้
คือ
       1. หลังจำกเลิกปฏิบัติแล้วให้ถอดปำกเป่ำหรือสำยเป่ำแล้ว
สบัดเอำนำ้ำลำยออกแล้วนำำสำยหรือปำกเป่ำไปล้ำงนำ้ำ แล้วสะบัด
เอำนำ้ำออกอีกครั้งจนนำ้ำหมด
       2. ใช้ผ้ำนุ่มเช็ดทำำควำมสะอำดส่วนต่ำง ๆ ของเมโลเดี้ยน
เช่นลิ่มนิ้วกด ตัวเมโลเดี้ยน
       3. เมื่อเช็ดจนแห้งดีแล้ว ควรเก็บใส่กล่องที่ติดมำกับตัว
เครื่องให้เป็นระเบียบ และจัดเก็บวำงไว้ในบริเวณปลอดภัย
5



     4. ไม่ควรใช้เมโลเดี้ยนร่วมกับผู้อื่น




          ภาพที่ 6 การเก็บเมโลเดี้ยนเข้ากล่อง


การจับเมโลเดี้ยน
      ในปัจจุบันจะเห็นว่ำ ท่ำทำงกำรจับเครื่องดนตรีเมโลเดียน
นั้น จะไม่มีกฎเกณฑ์ที่แน่นอนตำยตัว ทังนี้ขึ้นอยู่กับควำมเหมำะ
                                      ้
สมของลักษณะเครื่องดนตรีและเทคนิคท่ำทำงในกำรเดิน
ท่ำทำงกำรจับเครื่องดนตรีเมโลเดียนไม่วำจะอยู่ในลักษณะใด
                                        ่
ควรจะเป็นท่ำที่จับแล้วรู้สึกสบำยและมีควำมคล่องตัว ทั้งกำรเดิน
พำเหรด (Marching) และกำรแสดงดนตรีภำคสนำม (Display)
ท่ำทำงกำรจับเมโลเดียนที่นิยมใช้กันสำมำรถแบ่งได้ดังนี้ คือ

     1. ท่ำยืนตรง




          ภาพที่ 7 การจับเมโลเดี้ยนท่ายืนตรง
     2. ท่ำพักแถว
6




    ภาพที่ 8 การจับเมโลเดี้ยนท่าพักแถว

3. ท่ำเดินพำเหรด หรือ Marching Parade and Display




  ภาพที่ 9 การจับเมโลเดี้ยนท่าเดินพาเหรด
    4. ท่ำเดินที่ไม่มีกำรบรรเลง
7




   ภาพที่ 10 การจับเมโลเดี้ยนท่าเดินที่ไม่มีการบรรเลง

            5. ท่ำเดินที่มีกำรบรรเลง




      ภาพที่ 11 การจับเมโลเดี้ยนท่าเดินที่มีการบรรเลง
ตำาแหน่งเสียงของเมโลเดี้ยน
            ้
       ลิ่มนิวสำำหรับกดเมโลเดี้ยนประกอบด้วยลิมนิ้วสีขำว กับลิ่ม
                                                 ้
นิ้วสีดำำสลับกัน ยกเว้นตำำแหน่งเสียงระหว่ำงเสียง B - C และ E
– F ที่ไม่มีลิ่มนิวสีดำำคั่น เพรำะเป็นระดับเสียงที่ห่ำงกันครึ่งเสียง
                  ้
ตำมทฤษฏีของดนตรีสำกล ระบบเสียงของดนตรีสำกลมี
ลักษณะดังนี้คือ
8




                      หมำยถึง ระยะห่ำงของเสียง ครี่งเสียง

     เสียงทีมีระยะห่ำงกันหนึ่งเสียงคือ C-D, D-E, F-G, G-
            ่
A และ A-B
     เสียงทีมีระยะห่ำงกันครึ่งเสียงคือ E-F และ B-C
              ่




         ภาพที่ 12 ตำาแหน่งเสียงของเมโลเดี้ยน

      คู่เสียงเอ็นฮำร์โมนิค (Enharmonic) คือ เสียงที่เป็นระดับ
เสียงเดียวกันแต่เรียกชื่อต่ำงกัน คือ
      เสียง ฟำชำร์ป (F#) กับ ซอลแฟลช (Gb)              เสียง
ซอลชำร์ป (G#) กับ ลำแฟลช (Ab) เสียง ลำชำร์ป (A#)
กับ ทีแฟลช(Bb)               เสียง โดชำร์ป (C#) กับ เร
แฟลช(Db)           เสียง เรชำร์ป (D#) กับ มีแฟลช (Eb)
       ให้ดูภำพที่ 12 ประกอบ
                   แบบฝึกหัดที่ 1.1
                 เกม จิ๊กซอว์เมโลเดี้ยน

จุดประสงค์
    เพื่อให้นักเรียนรู้จักลักษณะของเมโลเดี้ยน

อุปกรณ์
      1. ภำพจิ๊กซอว์รูปเมโลเดี้ยน ด้ำนหลังติดสติ๊กเกอร์แม่
         เหล็ก
      2. แผ่นป้ำยเหล็กสำำหรับติดจิ๊กซอว์
9




วิธีเล่น
         1. แบ่งนักเรียนออกเป็น 3 กลุ่ม
         2. แต่ละกลุมมีจิ๊กซอว์กลุ่มละ 1 ชุด
                     ่
         3. แต่ละกลุมต่อแถวตอนลึก เพื่อเตรียมนำำจิ๊กซอว์มำ
                       ่
ประกอบบนแผ่นป้ำยเหล็กโดยมีเวลำคนละ 10 วินำที (ครูเป็นผู้
เป่ำนกหวีดหมดเวลำ)
         4. เมื่อหมดเวลำในแต่ละคน ให้วงกลับมำแตะมือคนต่อไป
                                         ิ่
ให้ออกไปต่อจิ๊กซอว์
แล้ววิงมำต่อแถวคนสุดท้ำย
       ่
         5. กลุ่มใดต่อเป็นรูปเมโลเดี้ยนเสร็จก่อนเป็นฝ่ำยชนะ
เรียงตำมลำำดับที่ 1,2




                    แบบฝึกหัดที่ 1.2
                 เกม 5 ข้อ ขอให้ดูแลฉัน

จุดประสงค์
    เพื่อให้นักเรียนรู้จักวิธีกำรดูแลรักษำเมโลเดี้ยน
อุปกรณ์
      1. แผ่นป้ำยประโยคกำรดูแลรักษำเมโลเดี้ยน แต่ละ
ประโยคถูกตัดแบ่งเป็นหลำยข้อควำม ด้ำนหลังติดสติ๊กเกอร์แม่
เหล็ก
      2. แผ่นป้ำยเหล็ก
10



วิธีเล่น
       1. แบ่งนักเรียนเป็น 3 กลุ่ม
       2. แต่ละกลุมได้รับแผ่นป้ำยสำำหรับเรียงประโยค กลุ่มละ 1
                    ่
ชุด
       3. แต่ละกลุมต่อแถวตอนลึก เพื่อเตรียมนำำแผ่นป้ำยมำ
                      ่
เรียงเป็นประโยคกำรดูแลรักษำ          เมโลเดี้ยน
       4. นักเรียนแต่ละคนมีเวลำในกำรเรียงแผ่นป้ำย คนละ 10
วินำที เมื่อเวลำหมด (ครูเป็นผู้เป่ำนกหวีดหมดเวลำ) ให้วงกลับ
                                                       ิ่
มำแตะมือคนต่อไป แล้ววิงมำต่อแถวคนสุดท้ำย
                          ่
       5. ครูจับเวลำรวมทังสิ้น 3 นำที
                            ้
       6. กลุ่มเรียงประโยคได้ใจควำมมำกที่สุด กลุ่มนั้นเป็นฝ่ำย
ชนะ

การเป่าเมโลเดี้ยน บทที่ 1

  • 1.
    1 บทที่ ١ เรื่อง มารู้จักเมโลเดียนกันเถอะ ้ ลักษณะของเมโลเดี้ยน เมโลเดี้ยนเป็นเครื่องดนตรีประเภทคีย์บอร์ดชนิดหนึ่ง ทำำให้เกิดเสียงได้โดยกำรเป่ำและใช้นวมือกดที่ลิ่มนิ้ว ปัจจุบัน ิ้ ทำำด้วยพลำสติก ลักษณะทั่วไปด้ำนหน้ำมีลิ่มนิ้วสำำหรับกด ประมำณ 24 – 37 คีย์ แล้วแต่ชนิดและขนำดของเมโลเดี้ยนซึ่ง ในปัจจุบันมีอยู่ 4 ขนำดแต่ละขนำดมีรปร่ำงลักษณะและช่วง ู เสียงดังนี้ คือ 1. เมโลเดี้ยนเสียงโซปรำโน เป็นขนำดเล็กที่สุดมีลิ่มนิ้ว สำำหรับกดอยู่ 27 คีย์ มีเสียงแหลมสูง เหมำะสำำหรับใช้บรรเลง แนวสูงสุดของทำำนองเพลงช่วงเสียงของเมโลเดี้ยนเสียง โซปรำโน คือ ภาพที่ 1 ช่วงเสียงและรูปร่างลักษณะของเมโลเดี้ยนเสียง โซปราโน
  • 2.
    2 2. เมโลเดี้ยนเสียงอัลโต้ เป็นขนำดเล็กที่สุดมีลิ่มนิวสำำหรับ ้ กดอยู่ 27 คีย์เท่ำกันกับ เมโลเดี้ยนเสียงโซปรำโนแต่มีระดับเสียงสูงกว่ำ 1 ออคเทฟ มี เสียงสูงปำนกลำงเหมำะสำำหรับ ใช้บรรเลงแนวทำำนองรองจำกเมโลเดี้ยนเสียงโซปรำโน รูปร่ำง ลักษณะของเมโลเดี้ยนเสียงอัลโต้และช่วงเสียง ภาพที่ 2 ช่วงเสียงและรูปร่างลักษณะของเมโลเดี้ยนเสีย งอัลโต้ 3. เมโลเดี้ยนเสียงเทนเนอร์ มีลมนิ้วสำำหรับกดอยู่ 32 คีย์ ิ่ มีเสียงระดับกลำง เหมำะสำำหรับใช้บรรเลงแนวทำำนองรองจำก เสียงอัลโต้ ภาพที่ 3 ช่วงเสียงและรูปร่างลักษณะของเมโลเดี้ยนเสียง เทนเนอร์
  • 3.
    3 4. เมโลเดี้ยนเสียงเบส มีลิ่มนิ้วสำำหรับกดอยู่ 24 คีย์ มี เสียงตำ่ำ หนักแน่น มีอำำนำจ เหมำะสำำหรับใช้บรรเลงแนวตำ่ำสุด ของทำำนองเพลง ช่วงเสียงของเมโลเดี้ยนเสียงเบส คือ ภาพที่ 4 ช่วงเสียงและรูปร่างลักษณะของเมโลเดี้ยนเสียง เบส
  • 4.
    4 ส่วนประกอบของเมโลเดี้ยน เมโลเดี้ยนเป็นเครื่องดนตรีสำกลจัดอยู่ในเครื่องดนตรี ประเภทคีย์บอร์ด (Keyboard Instruments) ทำำให้เกิดเสียงโดย กำรเป่ำและใช้นิ้งกดที่ลิ่มนิ้ว ลักษณะทัวไปแบ่งเป็น 3 ส่วน คือ ่ ส่วนตัวเครื่องดนตรี ส่วนปำกเป่ำ และส่วนสำยเป่ำ ส่วนที่ 1 ปำกเป่ำ ส่วนที่ 2 สำยเป่ำ ส่วนที่ 3 ตัวเครื่องดนตรี ภาพที่ 5 แสดงส่วนประกอบของเมโลเดี้ยน วิธีการดูแลรักษาเมโลเดียน ้ กำรดูแลรักษำและทำำควำมสะอำดเมโลเดี้ยนทีถูกต้อง จะ ่ ช่วยให้อำยุกำรใช้งำนได้นำนขึ้น เครื่องดนตรีที่สะอำดไม่ก่อให้ เกิดอันตรำยต่อผู้เล่น หลังจำกปฏิบัติทุกครั้งควรดูแลรักษำดังนี้ คือ 1. หลังจำกเลิกปฏิบัติแล้วให้ถอดปำกเป่ำหรือสำยเป่ำแล้ว สบัดเอำนำ้ำลำยออกแล้วนำำสำยหรือปำกเป่ำไปล้ำงนำ้ำ แล้วสะบัด เอำนำ้ำออกอีกครั้งจนนำ้ำหมด 2. ใช้ผ้ำนุ่มเช็ดทำำควำมสะอำดส่วนต่ำง ๆ ของเมโลเดี้ยน เช่นลิ่มนิ้วกด ตัวเมโลเดี้ยน 3. เมื่อเช็ดจนแห้งดีแล้ว ควรเก็บใส่กล่องที่ติดมำกับตัว เครื่องให้เป็นระเบียบ และจัดเก็บวำงไว้ในบริเวณปลอดภัย
  • 5.
    5 4. ไม่ควรใช้เมโลเดี้ยนร่วมกับผู้อื่น ภาพที่ 6 การเก็บเมโลเดี้ยนเข้ากล่อง การจับเมโลเดี้ยน ในปัจจุบันจะเห็นว่ำ ท่ำทำงกำรจับเครื่องดนตรีเมโลเดียน นั้น จะไม่มีกฎเกณฑ์ที่แน่นอนตำยตัว ทังนี้ขึ้นอยู่กับควำมเหมำะ ้ สมของลักษณะเครื่องดนตรีและเทคนิคท่ำทำงในกำรเดิน ท่ำทำงกำรจับเครื่องดนตรีเมโลเดียนไม่วำจะอยู่ในลักษณะใด ่ ควรจะเป็นท่ำที่จับแล้วรู้สึกสบำยและมีควำมคล่องตัว ทั้งกำรเดิน พำเหรด (Marching) และกำรแสดงดนตรีภำคสนำม (Display) ท่ำทำงกำรจับเมโลเดียนที่นิยมใช้กันสำมำรถแบ่งได้ดังนี้ คือ 1. ท่ำยืนตรง ภาพที่ 7 การจับเมโลเดี้ยนท่ายืนตรง 2. ท่ำพักแถว
  • 6.
    6 ภาพที่ 8 การจับเมโลเดี้ยนท่าพักแถว 3. ท่ำเดินพำเหรด หรือ Marching Parade and Display ภาพที่ 9 การจับเมโลเดี้ยนท่าเดินพาเหรด 4. ท่ำเดินที่ไม่มีกำรบรรเลง
  • 7.
    7 ภาพที่ 10 การจับเมโลเดี้ยนท่าเดินที่ไม่มีการบรรเลง 5. ท่ำเดินที่มีกำรบรรเลง ภาพที่ 11 การจับเมโลเดี้ยนท่าเดินที่มีการบรรเลง ตำาแหน่งเสียงของเมโลเดี้ยน ้ ลิ่มนิวสำำหรับกดเมโลเดี้ยนประกอบด้วยลิมนิ้วสีขำว กับลิ่ม ้ นิ้วสีดำำสลับกัน ยกเว้นตำำแหน่งเสียงระหว่ำงเสียง B - C และ E – F ที่ไม่มีลิ่มนิวสีดำำคั่น เพรำะเป็นระดับเสียงที่ห่ำงกันครึ่งเสียง ้ ตำมทฤษฏีของดนตรีสำกล ระบบเสียงของดนตรีสำกลมี ลักษณะดังนี้คือ
  • 8.
    8 หมำยถึง ระยะห่ำงของเสียง ครี่งเสียง เสียงทีมีระยะห่ำงกันหนึ่งเสียงคือ C-D, D-E, F-G, G- ่ A และ A-B เสียงทีมีระยะห่ำงกันครึ่งเสียงคือ E-F และ B-C ่ ภาพที่ 12 ตำาแหน่งเสียงของเมโลเดี้ยน คู่เสียงเอ็นฮำร์โมนิค (Enharmonic) คือ เสียงที่เป็นระดับ เสียงเดียวกันแต่เรียกชื่อต่ำงกัน คือ เสียง ฟำชำร์ป (F#) กับ ซอลแฟลช (Gb) เสียง ซอลชำร์ป (G#) กับ ลำแฟลช (Ab) เสียง ลำชำร์ป (A#) กับ ทีแฟลช(Bb) เสียง โดชำร์ป (C#) กับ เร แฟลช(Db) เสียง เรชำร์ป (D#) กับ มีแฟลช (Eb) ให้ดูภำพที่ 12 ประกอบ แบบฝึกหัดที่ 1.1 เกม จิ๊กซอว์เมโลเดี้ยน จุดประสงค์ เพื่อให้นักเรียนรู้จักลักษณะของเมโลเดี้ยน อุปกรณ์ 1. ภำพจิ๊กซอว์รูปเมโลเดี้ยน ด้ำนหลังติดสติ๊กเกอร์แม่ เหล็ก 2. แผ่นป้ำยเหล็กสำำหรับติดจิ๊กซอว์
  • 9.
    9 วิธีเล่น 1. แบ่งนักเรียนออกเป็น 3 กลุ่ม 2. แต่ละกลุมมีจิ๊กซอว์กลุ่มละ 1 ชุด ่ 3. แต่ละกลุมต่อแถวตอนลึก เพื่อเตรียมนำำจิ๊กซอว์มำ ่ ประกอบบนแผ่นป้ำยเหล็กโดยมีเวลำคนละ 10 วินำที (ครูเป็นผู้ เป่ำนกหวีดหมดเวลำ) 4. เมื่อหมดเวลำในแต่ละคน ให้วงกลับมำแตะมือคนต่อไป ิ่ ให้ออกไปต่อจิ๊กซอว์ แล้ววิงมำต่อแถวคนสุดท้ำย ่ 5. กลุ่มใดต่อเป็นรูปเมโลเดี้ยนเสร็จก่อนเป็นฝ่ำยชนะ เรียงตำมลำำดับที่ 1,2 แบบฝึกหัดที่ 1.2 เกม 5 ข้อ ขอให้ดูแลฉัน จุดประสงค์ เพื่อให้นักเรียนรู้จักวิธีกำรดูแลรักษำเมโลเดี้ยน อุปกรณ์ 1. แผ่นป้ำยประโยคกำรดูแลรักษำเมโลเดี้ยน แต่ละ ประโยคถูกตัดแบ่งเป็นหลำยข้อควำม ด้ำนหลังติดสติ๊กเกอร์แม่ เหล็ก 2. แผ่นป้ำยเหล็ก
  • 10.
    10 วิธีเล่น 1. แบ่งนักเรียนเป็น 3 กลุ่ม 2. แต่ละกลุมได้รับแผ่นป้ำยสำำหรับเรียงประโยค กลุ่มละ 1 ่ ชุด 3. แต่ละกลุมต่อแถวตอนลึก เพื่อเตรียมนำำแผ่นป้ำยมำ ่ เรียงเป็นประโยคกำรดูแลรักษำ เมโลเดี้ยน 4. นักเรียนแต่ละคนมีเวลำในกำรเรียงแผ่นป้ำย คนละ 10 วินำที เมื่อเวลำหมด (ครูเป็นผู้เป่ำนกหวีดหมดเวลำ) ให้วงกลับ ิ่ มำแตะมือคนต่อไป แล้ววิงมำต่อแถวคนสุดท้ำย ่ 5. ครูจับเวลำรวมทังสิ้น 3 นำที ้ 6. กลุ่มเรียงประโยคได้ใจควำมมำกที่สุด กลุ่มนั้นเป็นฝ่ำย ชนะ