TANATTRIN BUNNAG
บทที่  1 บทนำ โดยวิชานี้ จะเกี่ยวข้องกับ  ระบบเศรษฐกิจมหภาค
หัวข้อ 1.1  นิยามเศรษฐศาสตร์ 1.2  วัตถุประสงค์ในการศึกษาเศรษฐศาสตร์ 1.3  เป้าหมายทางเศรษฐกิจ 1.4  การเรียนรู้การทำงานของระบบเศรษฐกิจ 1.5  การจำแนกระบบเศรษฐกิจ 1.6  นิยามศัพท์ที่น่าสนใจ
1.1  นิยามเศรษฐศาสตร์ เศรษฐศาสตร์   เป็นศาสตร์ที่ว่าด้วยวิธีการที่มนุษย์และสังคมจะโดยใช้เงินหรือไม่ก็ตาม  เลือกใช้ทรัพยากรการผลิตที่มีจำกัดอันได้แก่ แรงงาน  ที่ดิน  ทุน  และผู้ประกอบการ  ซึ่งอาจนำทรัพยากรนี้ไปใช้อย่างอื่นได้หลายอย่างเพื่อการผลิตสินค้าและ / หรือบริการต่าง ๆ เป็นเวลาต่อเนื่องกัน  และจำหน่ายจ่ายแจกสินค้าและ / หรือบริการเหล่านั้นไปยังประชาชนทั่วไปและกลุ่มชนในสังคม  เพื่อการบริโภคและเพื่อให้บรรลุตามจุดประสงค์หรือสนองความต้องการที่มีอยู่มากมายนับไม่ถ้วนทั้งในปัจจุบันและอนาคต
คำถาม  จากนิยามของคำว่า “เศรษฐศาสตร์” ข้างต้น  สามารถจำแนกประเด็นสำคัญเกี่ยวกับเศรษฐศาสตร์ได้อะไรบ้าง - ทรัพยากร - การผลิต  การจัดสรร - การบริโภค  ความต้องการ - การตลาด  การแลกเปลี่ยน -
นิยามเศรษฐศาสตร์มหภาค (Macroeconomic s) เศรษฐศาสตร์มหภาค   (Macroeconomics)  เป็นการศึกษากิจกรรมทางเศรษฐกิจส่วนรวม  (economic aggregate)  เช่น  การศึกษาถึงผลิตผลรวมของประเทศ  อัตราการจ้างงานรวมของประเทศ  การเงินและการธนาคาร  การพัฒนาประเทศ  ตลอดจนการค้าระหว่างประเทศ  เป็นต้น  เป็นสาขาเศรษฐศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับการกำหนดนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลมากที่สุด
1.2  วัตถุประสงค์ในการศึกษาเศรษฐศาสตร์ 1.)  เพื่อเข้าใจการทำงานของระบบเศรษฐกิจ 2.)  เพื่ออธิบายปรากฏการณ์หรือปัญหาของเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น 3.)  เพื่อนำเสนอนโยบายในการแก้ปัญหา โดยการใช้นโยบายการเงินและการคลัง 4.)  เพื่อนำเสนอนโยบายในการพัฒนาประเทศ
1.3  เป้าหมายทางเศรษฐกิจ  (Economic goal)   1.)  ความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ  (economic growth)   2)  การจ้างงาน  (employment)   3)  เงินเฟ้อ (  Inflation)
1.4  การเรียนรู้การทำงานของระบบเศรษฐกิจ การเรียนรู้การทำงานของระบบเศรษฐกิจ เศรษฐศาสตร์จุลภาค เศรษฐศาสตร์มหภาค -  ทฤษฎีผู้บริโภค -  ทฤษฎีหน่วยธุรกิจ -  ทฤษฎีตลาด ฯลฯ -  ทฤษฎีผลผลิต -  ทฤษฎีการจ้างงาน -  ทฤษฎีอัตราดอกเบี้ย ฯลฯ
1.5  การจำแนกระบบเศรษฐกิจ พิจารณาว่าระบบเศรษฐกิจเป็นแบบใด 1.)  สิทธิ์การเป็นเจ้าของในทรัพย์สิน ( เป็นของเอกชนหรือเป็นของรัฐบาล ) 2.)  ผู้ดำเนินการผลิต  ( เอกชนหรือรัฐบาล ) 3.)  สิ่งที่ตัดสินการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ( กลไกราคาหรือรัฐบาล ) 4.)  การแข่งขัน ( มีการแข่งขันหรือไม่มีการแข่งขัน )
ระบบเศรษฐกิจ ระบบทุนนิยม ระบบสังคมนิยม ระบบผสม
1.6  นิยามศัพท์ที่น่าสนใจ ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ   (Gross Domestic Product :GDP)  หมายถึง  การวัดผลผลิตสินค้าและบริการขั้นสุดท้ายที่ผลิตภายในประเทศในรอบระยะเวลาหนึ่ง  โดยไม่มีการคำนึงถึงว่าใช้ทรัพยากรในการผลิตสินค้าและบริการภายในประเทศหรือเป็นของชาวประเทศ รายได้ประชาชาติ   (National Income: NI)  รายได้ต่อหัว   (per-capita  GNP)
อัตราแลกเปลี่ยน   (Exchange Rate : e , )  เป็นอัตราที่เทียบระหว่างค่าของเงินสกุลหนึ่ง  ( เช่น สกุลบาท )  กับหนึ่งหน่วยของเงินสกุลหนึ่ง  ( หรืออีกสกุลหนึ่ง  เช่น สกุลดอลลาร์สหรัฐฯ )  เช่น  ค่าของเงินบาทเทียบกับ  1  หน่วยดอลลาร์สหรัฐฯ  เท่ากับ  32  บาท  เป็นต้น  ( อัตราแลกเปลี่ยนบาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯเท่ากับ  32  บาทต่อ  1  ดอลลาร์ )   ดุลงบประมาณ   (Budget balance)  หมายถึง  ส่วนต่างระหว่างประมาณการรายได้  และ  ประมาณการรายจ่าย   เงินเฟ้อ   (Inflation)   เงินฝืด   (Deflation)
ดุลการชำระเงิน   (Balance of Payment)  หมายถึง  ผลสรุปของการทำธุรกรรมทางเศรษฐกิจ  (economic transaction)  ระหว่างผู้ที่มีถิ่นฐานในประเทศ  (resident)  กับ  ผู้มีถิ่นฐานในต่างประเทศ  (non-resident)  ในช่วงระยะเวลาใดเวลาหนึ่ง  บัญชีดุลการชำระเงินประกอบด้วย ( ตามการจัดทำดุลการชำระเงินของประเทศไทย ) -  ดุลบัญชีเดินสะพัด  ประกอบด้วย  ดุลการค้า  และ  ดุลบริการ รายได้และเงินโอน และ เงินบริจาค -  ดุลบัญชีทุนและการเงิน  ประกอบด้วย  บัญชีทุน  บัญชีการเงิน  และเงินลงทุน
สัญลักษณ์ที่สำคัญในเศรษฐศาสตร์มหภาค C  =  การบริโภค (Consumption) I  =  การลงทุน   (Investment)  ภาคเอกชน G  =  การใช้จ่ายของภาครัฐบาล   ( Government Expenditure )  X  =  Export  การส่งออก M  =  Import  การนำเข้า X-M  =  NX  =  Net  Export  การส่งออกสุทธิ AD  =  Aggregate Demand  อุปสงค์มวลรวม AS  =  Aggregate Supply  อุปทานมวลรวม Y  =  Income  รายได้  นักเศรษฐศาสตร์ก็ใช้แทน  GDP  และ  GNP
S  =  Saving  การออม T  =  Tax  ภาษี   P  =  Price Level  ระดับราคา W  =  Wage Rate  อัตราค่าจ้าง w  =  Real Wage Rate  อัตราค่าจ้างแท้จริง ( เท่ากับอัตราค่าจ้างที่เป็นตัวเงิน  หารด้วย  ระดับราคา ) N  =  Employment  การจ้างงาน Nd  =  Demand for Labor  อุปสงค์ต่อแรงงาน Ns  =  Supply of Labor  อุปทานของแรงงาน
-MS  =  M  =  Supply  of  Money  อุปทานของเงิน -MD  =  Md  =  Demand for Money  อุปสงค์ต่อเงิน -Mt  =  Transaction Demand for Money  อุปสงค์ของการถือเงินเพื่อการจับจ่ายใช้สอยและเหตุฉุกเฉิน -Ms  =  Speculative  Demand for Money  อุปสงค์ของการถือเงินเพื่อการเก็งกำไร -r  =  i  =  Interest Rate  อัตราดอกเบี้ย - อัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ  =  - อัตราเงินเฟ้อ  =  เมื่อ  CPI  คือ  ดัชนีราคาผู้บริโภค  (Consumer Price Index)

มหภาค1

  • 1.
  • 2.
    บทที่ 1บทนำ โดยวิชานี้ จะเกี่ยวข้องกับ ระบบเศรษฐกิจมหภาค
  • 3.
    หัวข้อ 1.1 นิยามเศรษฐศาสตร์ 1.2 วัตถุประสงค์ในการศึกษาเศรษฐศาสตร์ 1.3 เป้าหมายทางเศรษฐกิจ 1.4 การเรียนรู้การทำงานของระบบเศรษฐกิจ 1.5 การจำแนกระบบเศรษฐกิจ 1.6 นิยามศัพท์ที่น่าสนใจ
  • 4.
    1.1 นิยามเศรษฐศาสตร์เศรษฐศาสตร์ เป็นศาสตร์ที่ว่าด้วยวิธีการที่มนุษย์และสังคมจะโดยใช้เงินหรือไม่ก็ตาม เลือกใช้ทรัพยากรการผลิตที่มีจำกัดอันได้แก่ แรงงาน ที่ดิน ทุน และผู้ประกอบการ ซึ่งอาจนำทรัพยากรนี้ไปใช้อย่างอื่นได้หลายอย่างเพื่อการผลิตสินค้าและ / หรือบริการต่าง ๆ เป็นเวลาต่อเนื่องกัน และจำหน่ายจ่ายแจกสินค้าและ / หรือบริการเหล่านั้นไปยังประชาชนทั่วไปและกลุ่มชนในสังคม เพื่อการบริโภคและเพื่อให้บรรลุตามจุดประสงค์หรือสนองความต้องการที่มีอยู่มากมายนับไม่ถ้วนทั้งในปัจจุบันและอนาคต
  • 5.
    คำถาม จากนิยามของคำว่า“เศรษฐศาสตร์” ข้างต้น สามารถจำแนกประเด็นสำคัญเกี่ยวกับเศรษฐศาสตร์ได้อะไรบ้าง - ทรัพยากร - การผลิต การจัดสรร - การบริโภค ความต้องการ - การตลาด การแลกเปลี่ยน -
  • 6.
    นิยามเศรษฐศาสตร์มหภาค (Macroeconomic s)เศรษฐศาสตร์มหภาค (Macroeconomics) เป็นการศึกษากิจกรรมทางเศรษฐกิจส่วนรวม (economic aggregate) เช่น การศึกษาถึงผลิตผลรวมของประเทศ อัตราการจ้างงานรวมของประเทศ การเงินและการธนาคาร การพัฒนาประเทศ ตลอดจนการค้าระหว่างประเทศ เป็นต้น เป็นสาขาเศรษฐศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับการกำหนดนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลมากที่สุด
  • 7.
    1.2 วัตถุประสงค์ในการศึกษาเศรษฐศาสตร์1.) เพื่อเข้าใจการทำงานของระบบเศรษฐกิจ 2.) เพื่ออธิบายปรากฏการณ์หรือปัญหาของเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น 3.) เพื่อนำเสนอนโยบายในการแก้ปัญหา โดยการใช้นโยบายการเงินและการคลัง 4.) เพื่อนำเสนอนโยบายในการพัฒนาประเทศ
  • 8.
    1.3 เป้าหมายทางเศรษฐกิจ (Economic goal) 1.) ความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ (economic growth) 2) การจ้างงาน (employment) 3) เงินเฟ้อ ( Inflation)
  • 9.
    1.4 การเรียนรู้การทำงานของระบบเศรษฐกิจการเรียนรู้การทำงานของระบบเศรษฐกิจ เศรษฐศาสตร์จุลภาค เศรษฐศาสตร์มหภาค - ทฤษฎีผู้บริโภค - ทฤษฎีหน่วยธุรกิจ - ทฤษฎีตลาด ฯลฯ - ทฤษฎีผลผลิต - ทฤษฎีการจ้างงาน - ทฤษฎีอัตราดอกเบี้ย ฯลฯ
  • 10.
    1.5 การจำแนกระบบเศรษฐกิจพิจารณาว่าระบบเศรษฐกิจเป็นแบบใด 1.) สิทธิ์การเป็นเจ้าของในทรัพย์สิน ( เป็นของเอกชนหรือเป็นของรัฐบาล ) 2.) ผู้ดำเนินการผลิต ( เอกชนหรือรัฐบาล ) 3.) สิ่งที่ตัดสินการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ( กลไกราคาหรือรัฐบาล ) 4.) การแข่งขัน ( มีการแข่งขันหรือไม่มีการแข่งขัน )
  • 11.
  • 12.
    1.6 นิยามศัพท์ที่น่าสนใจผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (Gross Domestic Product :GDP) หมายถึง การวัดผลผลิตสินค้าและบริการขั้นสุดท้ายที่ผลิตภายในประเทศในรอบระยะเวลาหนึ่ง โดยไม่มีการคำนึงถึงว่าใช้ทรัพยากรในการผลิตสินค้าและบริการภายในประเทศหรือเป็นของชาวประเทศ รายได้ประชาชาติ (National Income: NI) รายได้ต่อหัว (per-capita GNP)
  • 13.
    อัตราแลกเปลี่ยน (Exchange Rate : e , ) เป็นอัตราที่เทียบระหว่างค่าของเงินสกุลหนึ่ง ( เช่น สกุลบาท ) กับหนึ่งหน่วยของเงินสกุลหนึ่ง ( หรืออีกสกุลหนึ่ง เช่น สกุลดอลลาร์สหรัฐฯ ) เช่น ค่าของเงินบาทเทียบกับ 1 หน่วยดอลลาร์สหรัฐฯ เท่ากับ 32 บาท เป็นต้น ( อัตราแลกเปลี่ยนบาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯเท่ากับ 32 บาทต่อ 1 ดอลลาร์ ) ดุลงบประมาณ (Budget balance) หมายถึง ส่วนต่างระหว่างประมาณการรายได้ และ ประมาณการรายจ่าย เงินเฟ้อ (Inflation) เงินฝืด (Deflation)
  • 14.
    ดุลการชำระเงิน (Balance of Payment) หมายถึง ผลสรุปของการทำธุรกรรมทางเศรษฐกิจ (economic transaction) ระหว่างผู้ที่มีถิ่นฐานในประเทศ (resident) กับ ผู้มีถิ่นฐานในต่างประเทศ (non-resident) ในช่วงระยะเวลาใดเวลาหนึ่ง บัญชีดุลการชำระเงินประกอบด้วย ( ตามการจัดทำดุลการชำระเงินของประเทศไทย ) - ดุลบัญชีเดินสะพัด ประกอบด้วย ดุลการค้า และ ดุลบริการ รายได้และเงินโอน และ เงินบริจาค - ดุลบัญชีทุนและการเงิน ประกอบด้วย บัญชีทุน บัญชีการเงิน และเงินลงทุน
  • 15.
    สัญลักษณ์ที่สำคัญในเศรษฐศาสตร์มหภาค C = การบริโภค (Consumption) I = การลงทุน (Investment) ภาคเอกชน G = การใช้จ่ายของภาครัฐบาล ( Government Expenditure ) X = Export การส่งออก M = Import การนำเข้า X-M = NX = Net Export การส่งออกสุทธิ AD = Aggregate Demand อุปสงค์มวลรวม AS = Aggregate Supply อุปทานมวลรวม Y = Income รายได้ นักเศรษฐศาสตร์ก็ใช้แทน GDP และ GNP
  • 16.
    S = Saving การออม T = Tax ภาษี P = Price Level ระดับราคา W = Wage Rate อัตราค่าจ้าง w = Real Wage Rate อัตราค่าจ้างแท้จริง ( เท่ากับอัตราค่าจ้างที่เป็นตัวเงิน หารด้วย ระดับราคา ) N = Employment การจ้างงาน Nd = Demand for Labor อุปสงค์ต่อแรงงาน Ns = Supply of Labor อุปทานของแรงงาน
  • 17.
    -MS = M = Supply of Money อุปทานของเงิน -MD = Md = Demand for Money อุปสงค์ต่อเงิน -Mt = Transaction Demand for Money อุปสงค์ของการถือเงินเพื่อการจับจ่ายใช้สอยและเหตุฉุกเฉิน -Ms = Speculative Demand for Money อุปสงค์ของการถือเงินเพื่อการเก็งกำไร -r = i = Interest Rate อัตราดอกเบี้ย - อัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ = - อัตราเงินเฟ้อ = เมื่อ CPI คือ ดัชนีราคาผู้บริโภค (Consumer Price Index)