ว่าด้วย การรักษาจิต
พระบรมศาสดา เมื่อทรงอาศัยนิคมชื่อเสตกะในสุมภรัฐ ประทับอยู่ ณ ไพรสณฑ์ตำบลหนึ่ง ทรงปรารภชนบทกัลยาณีสูตร ตรัสพระธรรมเทศนานี้ ดังนี้.
แท้จริงในครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสชนบทกัลยาณีสูตร พร้อมด้วยอรรถ พร้อมด้วยพยัญชนะนี้ว่า
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เปรียบเสมือนว่า พอได้ยินว่า นางงามในชนบท นางงามในชนบท ดังนี้ หมู่มหาชนพึงประชุมกัน ยิ่งได้ยินว่า ก็นางงามในชนบทนี้นั้น เป็นผู้เชี่ยวชาญอย่างยอดเยี่ยมในการฟ้อน เป็นผู้เชี่ยวชาญอย่างยอดเยี่ยมในการขับ นางงามในชนบทจะฟ้อนจะขับ หมู่มหาชนจะประชุมกันอย่างแออัด ที่นั้น บุรุษผู้ดำรงชีพ ใฝ่หาความสำราญ รังเกียจความทุกข์ ก็จะพึงมา.
พระราชาพึงรับสั่งกะเขาอย่างนี้ว่า ดูก่อนบุรุษผู้เจริญ โถน้ำมันอันเต็มเปี่ยมนี้ เจ้าจงนำไปในระหว่างหมู่มหาชน และนางชนบทกัลยาณี และจักมีคนเงื้อดาบ จ้องเดินตามไปข้างหลัง เจ้าทำน้ำมันนั้นให้หก แม้หน่อยเดียว ณ ที่ใด เราจักสั่งให้เขาตัดศีรษะเจ้า ณ ที่นั้นแหละ.
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย พวกเธอจักสำคัญความข้อนี้เป็นไฉน บุรุษนั้นจะไม่พึงเอาใจใส่โถน้ำมันโน้น แล้วมามัวประมาทเสียในอารมณ์ภายนอก?
ข้อนั้นจะไม่พึงเป็นอย่างนั้นเลย พระเจ้าข้า.
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ข้ออุปมานี้ เรากล่าวเพื่อให้พวกเธอทราบความ.
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ความข้อนี้ในเรื่องนี้ว่า โถน้ำมันเต็มเปี่ยมเสมอขอบ เป็นชื่อของสติอันเป็นไปในกายแล.
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เหตุนั้นพวกเธอพึงศึกษาในข้อนี้อย่างนี้ว่า สติไปแล้วในกายจักเป็นข้อที่พวกเราทั้งหลายจักต้องทำให้มี ให้เป็นจงได้ เริ่มแล้วด้วยดีให้จงได้.
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย พวกเธอพึงศึกษาอย่างนี้แล.
ในพระสูตรนั้นมีคำอธิบายย่อๆ ดังนี้.
ที่ชื่อว่าชนบทกัลยาณีนั้น ได้แก่นางงามในชนบท คือเป็นหญิงงามเยี่ยมปราศจากโทษแห่งสรีระ ๖ ประการ ถึงพร้อมด้วยความงาม ๕ ประการ เพราะเหตุที่นางชนบทกัลยาณีนั้นเป็นหญิงไม่สูงเกินไป ไม่ต่ำเกินไป ไม่ผอมเกินไป ไม่อ้วนเกินไป ไม่ดำเกินไป ไม่ขาวเกินไป ขนาดยิ่งกว่าผิวมนุษย์ ไม่ถึงกับผิวเทวดา ฉะนั้น นางจึงได้ชื่อว่า เว้นจากโทษแห่งสรีระ ๖ ประการ
และเพราะเหตุที่นางประกอบด้วยความงาม ๕ ประการเหล่านี้ คือ ผิวงาม เนื้องาม เอ็นงาม กระดูกงาม วัยงาม ฉะนั้นจึงชื่อว่า ถึงพร้อมแล้วด้วยความงาม ๕ ประการ.