SlideShare a Scribd company logo
1 of 10
Byzantine Empire 
BY ANIWAT SUYATA NO.154501251039
Byzantine Empire 
จักรวรรดิไบแซนไทน์หรือไบแซน 
ทิอุม (อังกฤษ: Byzantine 
Empire หรือ Byzantium, กรีก: Βα 
σιλεία των Ρωμαίων) เป็น 
จักรววรรดิที่สืบทอดโดยตรงจากจักรวรรดิ 
โรมันในปลายสมัยโบราณ และยุคกลาง มี 
ศูนย์กลางอยู่ที่กรุงคอนสแตนติโนเปิล ใน 
บริบทสมัยโบราณตอนปลาย จักรวรรดิยัง 
ถูกเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า จักรวรรดิโรมัน 
ตะวันออก ขณะที่ยังมีจักรวรรดิโรมัน 
ตะวันตกอยู่ ทัง้คาว่า "จักรวรรดิไบแซนไทน์" 
และ "จักรวรรดิโรมันตะวันออก" เป็นคาทาง 
ภูมิประวัติศาสตร์ที่สร้างขึน้และใช้กันใน 
หลายศตวรรษต่อมา ขณะที่พลเมืองยังเรียก 
จักรวรรดิของตนว่า "จักรวรรดิโรมัน" หรือ 
"โรมาเนีย" เรื่อยมากระทงั่ล่มสลายไป 
ขณะที่จักรวรรดิโรมันตะวันตกล่มสลายไป 
ในคริสต์ศตวรรษที่ 5 ส่วนตะวันออกยัง 
ดาเนินต่อมาอีกพันปีก่อนจะเสียแก่เติร์ก 
ออตโตมันใน ค.ศ. 1453 ในสมัยที่ยังมี 
จักรวรรดิไบแซนไทน์ยังคงอยู่นัน้ จักรวรรดิ 
เป็นชาติที่มีเศรษฐกิจ วัฒนธรรมและกาลัง 
ทหารแข็งแกร่งที่สุดในยุโรป
Byzantine Empire 
ART 
ศิลปะคริสเตียนยุคแรก (พ.ศ. 640 - 1040) 
และ ศิลปะไบแซนไทน์ (พ.ศ. 1040 - 
1996) ศิลปะคริสเตียนยุคแรก รับอิทธิพลมา 
จากศิลปะกรีกโบราณ 
ศิลปะไบแซนไทน์ หมายถึงศิลปะของรัฐที่ 
นับถือนิกายอีสเติร์นออร์โธดอ็กซ์ซงึ่อยู่ใน 
ระยะเวลาเดียวกับอาณาจักรไบแซนไทน์แต่ 
มิได้เป็นอยู่ใต้การปกครองของอาณาจักรไบ 
แซนไทน์ เช่น ประเทศ 
บัลแกเรีย เซอร์เบีย หรือรุส รวมทัง้ศิลปะของ 
รัฐอาณาจักรเวนิส และราชอาณาจักรซิซิ 
ลีศิลปะของผู้นับถือนิกายอีสเติร์นออร์โธด็ 
อกซ์ที่อาศัยอยู่ในจักรวรรดิออตโตมันมักจะ 
เรียกว่า ศิลปะหลังไบแซนไทน์ ศิลปะไบ 
แซนไทน์บางลักษณะที่เริ่มจากอาณาจักรไบ 
แซนไทน์โดยเฉพาะการเขียนภาพแบบที่ 
เรียกว่า รูปสัญลักษณ์ (icon) และ 
สถาปัตยกรรมการสร้างศาสนสถานยังคงทา 
กันอยู่จนถึงปัจจุบันนีใ้นประเทศกรีซ ประเทศ 
รัสเซียและบางประเทศที่อยู่ในเครืออีสเติร์ 
นออร์โธด็อกซ์
Byzantine Empire 
ART 
จิตรกรรม 
ทาบนฝาผนังและแผงไม้ ตลอดจนทาเป็น 
ภาพประกอบเรื่องในหนังสือ เขียนด้วยสีฝุ่น สี 
ขีผึ้ง้ร้อน และสีปูนเปียกอย่างแห้ง แสดงรูปคน 
กาลังสวดมนต์ต์ และภาพปาฏิหาริย์ตอน 
สาคัญของพระผู้เป็นเจ้าที่นามาจากพระ 
คัมภีร์เก่าและใหม่ หนังสือในสมัยแรกๆ ทามา 
จากหนังสัตว์และเป็นหนังสือม้วน 
ภาพประกอบเรื่องในหนังสือแสดงให้เห็น 
ความเป็นธรรมชาติ โดยแก้ไขให้เป็นเชิง 
สัญลักษณ์มากกว่าจะเป็นธรรมชาติแท้ ๆ 
ลักษณะของภาพเป็นรูปแบนและเป็นการใช้สี 
อย่างประหลาด ๆ
Byzantine Empire 
ART 
ประติมากรรม 
ในยุคคริสเตียนถูกลดความสาคัญ อันเนื่อง 
มากจากบทบัญญัติในพระคัมภีร์ เกี่ยวกับรูป 
เคารพบูชาประติมากรรมมักจากัดอยู่กับงาน 
ขนาดเล็กๆ ได้แก่งานแกะสลักรูปคนบนโลง 
ศพ ถ้วยและจานโลหะ งาแกะ สลักงาช้าง 
โกศบรรจุธาตุศักดิ์สิทธิ์ 
คาว่า "ไบแซนไทน์ " เรียกตามชื่อจักรวรรดิไบ 
แซนไทน์ที่มีกรุงคอนสแตนติโนเปิลเป็นเมือง 
หลวง (ปัจจุบันคือนครอิสตันบูลในประเทศ 
ตุรกี) ลักษณะศิลปะไบแซนไทน์ มีลักษณะ 
คาบเกี่ยวกับศลิปะคริสเตียนอยู่มาก และยังมี 
สืบเนื่องกันต่อมาเป็นเวลาอีกยาวนาน โดยมี 
ลักษณะศิลปะแบบตะวันออกมาผสมผสาน 
อยู่ด้วย
Byzantine Empire 
ARCHITECTURE 
สถาปัตยกรรมไบแซนไทน์อาคารในสมัย 
แรกนัน้จะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับผู้ถูกฆ่าเรื่อง 
ศาสนา วิหาร พิธีเจิมนา้มนต์ ผนังภายนอก 
อาคารจะถูกปล่อยไว้เรียบ ๆ ทื่อ ๆ ผนัง 
ภายในอาคารจะประดับด้วยเศษหินสีแวว 
วาว ส่วนต่างๆของอาคาร เช่น เสารายแบบ 
โรมัน เสาก่ออิฐ หลังคาทรงโค้ง แผนผัง 
อาคารมี 2 แบบ คือ แบบชนิดตามยาว 
และแบบชนิดศูนย์กลาง ซึ่งมีรากฐานมา 
จากสถาปัตยกรรมโรมันอาคารที่มีแนวยาว 
เหมาะสาหรับขบวนพิธีการที่สง่างาม 
อาคารชนิดมีศูนย์กลาง สาหรับเป็นสถูป 
สถานของนักบุญคนสาคัญ แต่ต่อมานิยม 
สร้างโบสถ์แบบมีศูนย์กลางกันมาก อาคาร 
แบบมีศูนย์กลางอาจมี หลายรูปทรง เช่น 
ทาเป็นรูปทรงไม้กางเขนกรีก อยู่ภายในรูป 
จัตุรัส หรือไม่ก็รูปวงกลม โบสถ์ที่มีผังชนิด 
มีศูนย์กลางมักทาหลังคาทรงโค้ง หรือทรง 
กลมด้วย อิฐหรือหิน อาคารทรงเรือนโถง 
ขนาดใหญ่มักทาเครื่องบนหลังคาด้วยไม้ 
ท่อน
สุเหร่าโซเฟีย เป็นสถาปัตยกรรมที่มี 
ลักษณะผสมผสานระหว่างศิลปะกรรมกรีกและ 
เปอร์เชีย หรือเรียกว่าสถาปัตยกรรมแบบไบเซน 
ไทน์ (Byzantine) สุเหร่าโซเฟียมีจุดเด่นอยู่ 
ที่ยอดโดมกลางวิหาร การประดับประดากระจก 
หลายสีที่บริเวณเหนือหน้าต่างประตู และเสา 
สลักตามแบบไปเซนไทน์ถึง 108 ต้นภายในตัว 
วิหาร สุเหร่าโซเฟียสร้างขึน้มาราว 
คริสต์ศตวรรษที่ 13 
โดยจักรพรรดิคอนสแตนตินแห่งอาณาจักรโรมัน 
ตะวันออก ใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 17 ปี 
เดิมเป็นโบสถ์ของคริสต์ศาสนา ณ กรุงคอนส 
แตนติโนเปิล ประเทศตุรกี แต่กลับถูกชนชาติ 
เติร์กบุกทาลาย ต่อมาในสมัยจักรพรรดิจัสติ 
เนียน ได้สร้างขึน้มาใหม่อย่างวิจิตรงดงามด้วย 
เครื่องประดับตกแต่งที่มีค่าต่างๆ โดยใช้เวลาใน 
การสร้างนานถึงประมาณ 20 ปี แต่เกิด 
แผ่นดินไหวขึน้ทาให้แตกร้าวเสียหาย ซงึ่ได้รับ 
การซ่อมแซมจนอยู่ในสภาพเดิมในเวลา 
ต่อมา พอหลังจากสมัยของจักรพรรดิจัสติ 
เนียน พระเจ้าโมฮัมเหม็ดที่ 2 ซึ่งทรงนับถือ 
ศาสนาอิสลามได้เข้ามามีอานาจเหนือตุรกี 
ได้ดัดแปลงให้โบสถ์กลายเป็นสุเหร่าที่มีความ 
งามทางสถาปัตยกรรมอีกแบบหนึ่ง 
Byzantine Empire 
ARCHITECTURE
Byzantine Empire 
TECHNOLOGY 
โดยประมาณปี 672 กลุมอพยพชาวซี 
เรียนและวิศวกรได้ช่วยกันสร้างเครื่อง 
พ่นไฟเครื่องแรก ส่วนเชือ้เพลิงนัน้เป็น 
สูตรลับของชาวไบแซนไทน์ซึ่งมี 
คุณสมบัติสามารถเกิดไฟบนผิวนา้ได้ 
และเจ้าสิ่งนีเ้รียกว่า "Greek Fire" 
ซงึ่เจ้าอาวุธสังหารชิน้นีเ้อาไว้ใช้ในการ 
รบทางทะลโดยติดไว้ที่หัวเรือก่อนจะพ่น 
เปลวไฟไปยังเรือของศัตรู
Byzantine Empire 
CULTURAL 
การออกแบบเครื่องประดับที่เป็นจุดเด่น 
ที่สุดคือ การออกแบบเครื่องประดับแบบ 
โมเสส โมเสสเป็นแหล่งสาคัญของข้อมูล 
ทางประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะ 
เครื่องประดับที่นาไปฝังที่หลุมฝังศพที่ 
อยู่ตามโบสถ์ นอกจากนีเ้ครื่องประดับ 
ชัน้สูงเป็นเครื่องประดับที่งดงามมาก ไม่ 
ว่าเป็นมงกุฎของพระจักรพรรดิ เป็น 
สัญลักษณ์ของความสง่าของ 
เครื่องประดับไบแซนไทน์มากที่สุด 
เครื่องประดับแหวนทามาจากแซฟไฟน์ 
และแอมิทิสเจียนะไนรูปทรงเบยี้หลังเต่า 
โดยมีทองคาล้อมรอบกับเจียระไนมรกต 
แบบธรรมชาติ นอกจากนียั้งมีคริสตัล 
และไข่มุก จีห้้อยคอ ประดับลวดลายเส้น 
เป็นเทคนิคของชาวโรมันสาหรับการ 
ฝึกหัด มีเทคนิคใหม่ๆ เรียกว่า Opus 
interrasile เป็นการตัดโลหะเป็น 
แผ่นบางๆ ทาให้เครื่องประดับมีแพ 
ทเทิร์นแบบปลายเปิดได้
Byzantine Empire 
LANDSCAPE 
สวนไบเซนไทน์ส่วนใหญ่มาจาก 
ความคิดของโรมันเน้นความประณีตโม 
เสคที่ออกแบบคุณลักษณะคลาสสิก 
ตามแบบฉบับของต้นไม้อย่างเป็น 
ทางการและองค์ประกอบที่สร้างขึน้เช่น 
นา้พุและขนาดเล็กศาลาพียง 
ตา . เหล่านีค้่อย ๆ เริ่มจะกลายเป็น 
ความซับซ้อนมากขึน้เมื่อเวลาผ่าน 
ไป สวนไบเซนไทน์ที่มีอิทธิพลต่อศาสนา 
อิสลามและสวนสวนมัวร์

More Related Content

What's hot

ม4 การตั้งถิ่นฐานในดินแดนไทย
ม4 การตั้งถิ่นฐานในดินแดนไทยม4 การตั้งถิ่นฐานในดินแดนไทย
ม4 การตั้งถิ่นฐานในดินแดนไทย
ทศวรรษ โตเสือ
 
(M5) แบบทดสอบหลังเรียน เรื่อง มหาเวสสันดรชาดก กัณฑ์มัทรี
(M5) แบบทดสอบหลังเรียน เรื่อง มหาเวสสันดรชาดก กัณฑ์มัทรี(M5) แบบทดสอบหลังเรียน เรื่อง มหาเวสสันดรชาดก กัณฑ์มัทรี
(M5) แบบทดสอบหลังเรียน เรื่อง มหาเวสสันดรชาดก กัณฑ์มัทรี
Sivagon Soontong
 
Key of 5 การสถาปนาธนบุรี
Key of 5 การสถาปนาธนบุรีKey of 5 การสถาปนาธนบุรี
Key of 5 การสถาปนาธนบุรี
Pracha Wongsrida
 
เศรษฐกิจพอเพียง
เศรษฐกิจพอเพียงเศรษฐกิจพอเพียง
เศรษฐกิจพอเพียง
Guntima NaLove
 
สารพันเลือกสรรตีความ
สารพันเลือกสรรตีความสารพันเลือกสรรตีความ
สารพันเลือกสรรตีความ
พัน พัน
 
วิธีการทางประวัติศาสตร์ ม.1
วิธีการทางประวัติศาสตร์ ม.1วิธีการทางประวัติศาสตร์ ม.1
วิธีการทางประวัติศาสตร์ ม.1
วรรณา ไชยศรี
 
เพาเวอร์พอยท์โครงงานภาษาไทย
เพาเวอร์พอยท์โครงงานภาษาไทยเพาเวอร์พอยท์โครงงานภาษาไทย
เพาเวอร์พอยท์โครงงานภาษาไทย
ครูเจริญศรี
 
คัมภีร์ฉันทศาสตร์ Sine
คัมภีร์ฉันทศาสตร์ Sineคัมภีร์ฉันทศาสตร์ Sine
คัมภีร์ฉันทศาสตร์ Sine
Kat Suksrikong
 
สัดส่วนคะแนน
สัดส่วนคะแนนสัดส่วนคะแนน
สัดส่วนคะแนน
supphawan
 

What's hot (20)

ม4 การตั้งถิ่นฐานในดินแดนไทย
ม4 การตั้งถิ่นฐานในดินแดนไทยม4 การตั้งถิ่นฐานในดินแดนไทย
ม4 การตั้งถิ่นฐานในดินแดนไทย
 
Key of 5 การสถาปนาธนบุรี
Key of 5 การสถาปนาธนบุรีKey of 5 การสถาปนาธนบุรี
Key of 5 การสถาปนาธนบุรี
 
ภูมิปัญญาไทยสมัยกรุงธนบุรี1+585+55t2his p05 f05-4page
ภูมิปัญญาไทยสมัยกรุงธนบุรี1+585+55t2his p05 f05-4pageภูมิปัญญาไทยสมัยกรุงธนบุรี1+585+55t2his p05 f05-4page
ภูมิปัญญาไทยสมัยกรุงธนบุรี1+585+55t2his p05 f05-4page
 
(M5) แบบทดสอบหลังเรียน เรื่อง มหาเวสสันดรชาดก กัณฑ์มัทรี
(M5) แบบทดสอบหลังเรียน เรื่อง มหาเวสสันดรชาดก กัณฑ์มัทรี(M5) แบบทดสอบหลังเรียน เรื่อง มหาเวสสันดรชาดก กัณฑ์มัทรี
(M5) แบบทดสอบหลังเรียน เรื่อง มหาเวสสันดรชาดก กัณฑ์มัทรี
 
เล่มที่ 6 สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ
เล่มที่ 6  สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถเล่มที่ 6  สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ
เล่มที่ 6 สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ
 
Key of 5 การสถาปนาธนบุรี
Key of 5 การสถาปนาธนบุรีKey of 5 การสถาปนาธนบุรี
Key of 5 การสถาปนาธนบุรี
 
ใบความรู้วรรณกรรมท้องถิ่น
ใบความรู้วรรณกรรมท้องถิ่นใบความรู้วรรณกรรมท้องถิ่น
ใบความรู้วรรณกรรมท้องถิ่น
 
ธรรมชาติของภาษา
ธรรมชาติของภาษาธรรมชาติของภาษา
ธรรมชาติของภาษา
 
เศรษฐกิจพอเพียง
เศรษฐกิจพอเพียงเศรษฐกิจพอเพียง
เศรษฐกิจพอเพียง
 
สารพันเลือกสรรตีความ
สารพันเลือกสรรตีความสารพันเลือกสรรตีความ
สารพันเลือกสรรตีความ
 
เรื่องที่ 3 แหล่งเรียนรู้ในโรงเรียน
เรื่องที่ 3 แหล่งเรียนรู้ในโรงเรียนเรื่องที่ 3 แหล่งเรียนรู้ในโรงเรียน
เรื่องที่ 3 แหล่งเรียนรู้ในโรงเรียน
 
การพูดในสังคม
การพูดในสังคมการพูดในสังคม
การพูดในสังคม
 
วิธีการทางประวัติศาสตร์ ม.1
วิธีการทางประวัติศาสตร์ ม.1วิธีการทางประวัติศาสตร์ ม.1
วิธีการทางประวัติศาสตร์ ม.1
 
อาณาจักรอยุธยา
อาณาจักรอยุธยาอาณาจักรอยุธยา
อาณาจักรอยุธยา
 
เพาเวอร์พอยท์โครงงานภาษาไทย
เพาเวอร์พอยท์โครงงานภาษาไทยเพาเวอร์พอยท์โครงงานภาษาไทย
เพาเวอร์พอยท์โครงงานภาษาไทย
 
อารยธรรมจีน
อารยธรรมจีนอารยธรรมจีน
อารยธรรมจีน
 
คัมภีร์ฉันทศาสตร์ Sine
คัมภีร์ฉันทศาสตร์ Sineคัมภีร์ฉันทศาสตร์ Sine
คัมภีร์ฉันทศาสตร์ Sine
 
งานนำเสนอ1
งานนำเสนอ1งานนำเสนอ1
งานนำเสนอ1
 
สัดส่วนคะแนน
สัดส่วนคะแนนสัดส่วนคะแนน
สัดส่วนคะแนน
 
หลักฐานในการศึกษาประวัติศาสตร์ไทยสมัยรัตนโกสินทร์ ส16103 ประวัติศาสตร์ ป.6
หลักฐานในการศึกษาประวัติศาสตร์ไทยสมัยรัตนโกสินทร์ ส16103 ประวัติศาสตร์ ป.6หลักฐานในการศึกษาประวัติศาสตร์ไทยสมัยรัตนโกสินทร์ ส16103 ประวัติศาสตร์ ป.6
หลักฐานในการศึกษาประวัติศาสตร์ไทยสมัยรัตนโกสินทร์ ส16103 ประวัติศาสตร์ ป.6
 

More from Aniwat Suyata

020 industrial revolution ขวัญพัฒน์
020 industrial revolution ขวัญพัฒน์020 industrial revolution ขวัญพัฒน์
020 industrial revolution ขวัญพัฒน์
Aniwat Suyata
 
018 neo–classic พรหมพิเชฐ สนธิเมือง
018 neo–classic พรหมพิเชฐ สนธิเมือง018 neo–classic พรหมพิเชฐ สนธิเมือง
018 neo–classic พรหมพิเชฐ สนธิเมือง
Aniwat Suyata
 
017 rococo มาลิน
017 rococo มาลิน017 rococo มาลิน
017 rococo มาลิน
Aniwat Suyata
 
016 baroque ธีรศักดิ์
016 baroque ธีรศักดิ์016 baroque ธีรศักดิ์
016 baroque ธีรศักดิ์
Aniwat Suyata
 
015 renaissance c.1425 1600 อนันญา
015 renaissance c.1425 1600 อนันญา015 renaissance c.1425 1600 อนันญา
015 renaissance c.1425 1600 อนันญา
Aniwat Suyata
 
014 shinden ชัชฎาพร
014 shinden ชัชฎาพร014 shinden ชัชฎาพร
014 shinden ชัชฎาพร
Aniwat Suyata
 
011 gothic คฑาวุธ
011 gothic คฑาวุธ011 gothic คฑาวุธ
011 gothic คฑาวุธ
Aniwat Suyata
 
012 ancient chinese wooden architecture นิลลดา
012 ancient chinese wooden architecture นิลลดา012 ancient chinese wooden architecture นิลลดา
012 ancient chinese wooden architecture นิลลดา
Aniwat Suyata
 
008 roman empire วริทธินันท์
008 roman empire วริทธินันท์008 roman empire วริทธินันท์
008 roman empire วริทธินันท์
Aniwat Suyata
 
010 romanesque ปิยะพัทธ์
010 romanesque ปิยะพัทธ์010 romanesque ปิยะพัทธ์
010 romanesque ปิยะพัทธ์
Aniwat Suyata
 
007 ancient greek architecture ศศิประภา
007 ancient greek architecture ศศิประภา007 ancient greek architecture ศศิประภา
007 ancient greek architecture ศศิประภา
Aniwat Suyata
 
006 hindu ทัศนีย์
006 hindu ทัศนีย์006 hindu ทัศนีย์
006 hindu ทัศนีย์
Aniwat Suyata
 
005 aztec ชัยทัต
005 aztec ชัยทัต005 aztec ชัยทัต
005 aztec ชัยทัต
Aniwat Suyata
 
003 maya วารุณี
003 maya วารุณี003 maya วารุณี
003 maya วารุณี
Aniwat Suyata
 
004 ancient indian พัชรพร
004 ancient indian พัชรพร004 ancient indian พัชรพร
004 ancient indian พัชรพร
Aniwat Suyata
 
002 ancient egypt กัมพล
002 ancient egypt กัมพล002 ancient egypt กัมพล
002 ancient egypt กัมพล
Aniwat Suyata
 
001 persia ณรงค์ศักดิ์
001 persia ณรงค์ศักดิ์001 persia ณรงค์ศักดิ์
001 persia ณรงค์ศักดิ์
Aniwat Suyata
 
002 ancient egypt กัมพล
002 ancient egypt กัมพล002 ancient egypt กัมพล
002 ancient egypt กัมพล
Aniwat Suyata
 
001 persia ณรงค์ศักดิ์
001 persia ณรงค์ศักดิ์001 persia ณรงค์ศักดิ์
001 persia ณรงค์ศักดิ์
Aniwat Suyata
 
003 maya วารุณี
003 maya วารุณี003 maya วารุณี
003 maya วารุณี
Aniwat Suyata
 

More from Aniwat Suyata (20)

020 industrial revolution ขวัญพัฒน์
020 industrial revolution ขวัญพัฒน์020 industrial revolution ขวัญพัฒน์
020 industrial revolution ขวัญพัฒน์
 
018 neo–classic พรหมพิเชฐ สนธิเมือง
018 neo–classic พรหมพิเชฐ สนธิเมือง018 neo–classic พรหมพิเชฐ สนธิเมือง
018 neo–classic พรหมพิเชฐ สนธิเมือง
 
017 rococo มาลิน
017 rococo มาลิน017 rococo มาลิน
017 rococo มาลิน
 
016 baroque ธีรศักดิ์
016 baroque ธีรศักดิ์016 baroque ธีรศักดิ์
016 baroque ธีรศักดิ์
 
015 renaissance c.1425 1600 อนันญา
015 renaissance c.1425 1600 อนันญา015 renaissance c.1425 1600 อนันญา
015 renaissance c.1425 1600 อนันญา
 
014 shinden ชัชฎาพร
014 shinden ชัชฎาพร014 shinden ชัชฎาพร
014 shinden ชัชฎาพร
 
011 gothic คฑาวุธ
011 gothic คฑาวุธ011 gothic คฑาวุธ
011 gothic คฑาวุธ
 
012 ancient chinese wooden architecture นิลลดา
012 ancient chinese wooden architecture นิลลดา012 ancient chinese wooden architecture นิลลดา
012 ancient chinese wooden architecture นิลลดา
 
008 roman empire วริทธินันท์
008 roman empire วริทธินันท์008 roman empire วริทธินันท์
008 roman empire วริทธินันท์
 
010 romanesque ปิยะพัทธ์
010 romanesque ปิยะพัทธ์010 romanesque ปิยะพัทธ์
010 romanesque ปิยะพัทธ์
 
007 ancient greek architecture ศศิประภา
007 ancient greek architecture ศศิประภา007 ancient greek architecture ศศิประภา
007 ancient greek architecture ศศิประภา
 
006 hindu ทัศนีย์
006 hindu ทัศนีย์006 hindu ทัศนีย์
006 hindu ทัศนีย์
 
005 aztec ชัยทัต
005 aztec ชัยทัต005 aztec ชัยทัต
005 aztec ชัยทัต
 
003 maya วารุณี
003 maya วารุณี003 maya วารุณี
003 maya วารุณี
 
004 ancient indian พัชรพร
004 ancient indian พัชรพร004 ancient indian พัชรพร
004 ancient indian พัชรพร
 
002 ancient egypt กัมพล
002 ancient egypt กัมพล002 ancient egypt กัมพล
002 ancient egypt กัมพล
 
001 persia ณรงค์ศักดิ์
001 persia ณรงค์ศักดิ์001 persia ณรงค์ศักดิ์
001 persia ณรงค์ศักดิ์
 
002 ancient egypt กัมพล
002 ancient egypt กัมพล002 ancient egypt กัมพล
002 ancient egypt กัมพล
 
001 persia ณรงค์ศักดิ์
001 persia ณรงค์ศักดิ์001 persia ณรงค์ศักดิ์
001 persia ณรงค์ศักดิ์
 
003 maya วารุณี
003 maya วารุณี003 maya วารุณี
003 maya วารุณี
 

009 byzentine อนิวัตร

  • 1. Byzantine Empire BY ANIWAT SUYATA NO.154501251039
  • 2. Byzantine Empire จักรวรรดิไบแซนไทน์หรือไบแซน ทิอุม (อังกฤษ: Byzantine Empire หรือ Byzantium, กรีก: Βα σιλεία των Ρωμαίων) เป็น จักรววรรดิที่สืบทอดโดยตรงจากจักรวรรดิ โรมันในปลายสมัยโบราณ และยุคกลาง มี ศูนย์กลางอยู่ที่กรุงคอนสแตนติโนเปิล ใน บริบทสมัยโบราณตอนปลาย จักรวรรดิยัง ถูกเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า จักรวรรดิโรมัน ตะวันออก ขณะที่ยังมีจักรวรรดิโรมัน ตะวันตกอยู่ ทัง้คาว่า "จักรวรรดิไบแซนไทน์" และ "จักรวรรดิโรมันตะวันออก" เป็นคาทาง ภูมิประวัติศาสตร์ที่สร้างขึน้และใช้กันใน หลายศตวรรษต่อมา ขณะที่พลเมืองยังเรียก จักรวรรดิของตนว่า "จักรวรรดิโรมัน" หรือ "โรมาเนีย" เรื่อยมากระทงั่ล่มสลายไป ขณะที่จักรวรรดิโรมันตะวันตกล่มสลายไป ในคริสต์ศตวรรษที่ 5 ส่วนตะวันออกยัง ดาเนินต่อมาอีกพันปีก่อนจะเสียแก่เติร์ก ออตโตมันใน ค.ศ. 1453 ในสมัยที่ยังมี จักรวรรดิไบแซนไทน์ยังคงอยู่นัน้ จักรวรรดิ เป็นชาติที่มีเศรษฐกิจ วัฒนธรรมและกาลัง ทหารแข็งแกร่งที่สุดในยุโรป
  • 3. Byzantine Empire ART ศิลปะคริสเตียนยุคแรก (พ.ศ. 640 - 1040) และ ศิลปะไบแซนไทน์ (พ.ศ. 1040 - 1996) ศิลปะคริสเตียนยุคแรก รับอิทธิพลมา จากศิลปะกรีกโบราณ ศิลปะไบแซนไทน์ หมายถึงศิลปะของรัฐที่ นับถือนิกายอีสเติร์นออร์โธดอ็กซ์ซงึ่อยู่ใน ระยะเวลาเดียวกับอาณาจักรไบแซนไทน์แต่ มิได้เป็นอยู่ใต้การปกครองของอาณาจักรไบ แซนไทน์ เช่น ประเทศ บัลแกเรีย เซอร์เบีย หรือรุส รวมทัง้ศิลปะของ รัฐอาณาจักรเวนิส และราชอาณาจักรซิซิ ลีศิลปะของผู้นับถือนิกายอีสเติร์นออร์โธด็ อกซ์ที่อาศัยอยู่ในจักรวรรดิออตโตมันมักจะ เรียกว่า ศิลปะหลังไบแซนไทน์ ศิลปะไบ แซนไทน์บางลักษณะที่เริ่มจากอาณาจักรไบ แซนไทน์โดยเฉพาะการเขียนภาพแบบที่ เรียกว่า รูปสัญลักษณ์ (icon) และ สถาปัตยกรรมการสร้างศาสนสถานยังคงทา กันอยู่จนถึงปัจจุบันนีใ้นประเทศกรีซ ประเทศ รัสเซียและบางประเทศที่อยู่ในเครืออีสเติร์ นออร์โธด็อกซ์
  • 4. Byzantine Empire ART จิตรกรรม ทาบนฝาผนังและแผงไม้ ตลอดจนทาเป็น ภาพประกอบเรื่องในหนังสือ เขียนด้วยสีฝุ่น สี ขีผึ้ง้ร้อน และสีปูนเปียกอย่างแห้ง แสดงรูปคน กาลังสวดมนต์ต์ และภาพปาฏิหาริย์ตอน สาคัญของพระผู้เป็นเจ้าที่นามาจากพระ คัมภีร์เก่าและใหม่ หนังสือในสมัยแรกๆ ทามา จากหนังสัตว์และเป็นหนังสือม้วน ภาพประกอบเรื่องในหนังสือแสดงให้เห็น ความเป็นธรรมชาติ โดยแก้ไขให้เป็นเชิง สัญลักษณ์มากกว่าจะเป็นธรรมชาติแท้ ๆ ลักษณะของภาพเป็นรูปแบนและเป็นการใช้สี อย่างประหลาด ๆ
  • 5. Byzantine Empire ART ประติมากรรม ในยุคคริสเตียนถูกลดความสาคัญ อันเนื่อง มากจากบทบัญญัติในพระคัมภีร์ เกี่ยวกับรูป เคารพบูชาประติมากรรมมักจากัดอยู่กับงาน ขนาดเล็กๆ ได้แก่งานแกะสลักรูปคนบนโลง ศพ ถ้วยและจานโลหะ งาแกะ สลักงาช้าง โกศบรรจุธาตุศักดิ์สิทธิ์ คาว่า "ไบแซนไทน์ " เรียกตามชื่อจักรวรรดิไบ แซนไทน์ที่มีกรุงคอนสแตนติโนเปิลเป็นเมือง หลวง (ปัจจุบันคือนครอิสตันบูลในประเทศ ตุรกี) ลักษณะศิลปะไบแซนไทน์ มีลักษณะ คาบเกี่ยวกับศลิปะคริสเตียนอยู่มาก และยังมี สืบเนื่องกันต่อมาเป็นเวลาอีกยาวนาน โดยมี ลักษณะศิลปะแบบตะวันออกมาผสมผสาน อยู่ด้วย
  • 6. Byzantine Empire ARCHITECTURE สถาปัตยกรรมไบแซนไทน์อาคารในสมัย แรกนัน้จะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับผู้ถูกฆ่าเรื่อง ศาสนา วิหาร พิธีเจิมนา้มนต์ ผนังภายนอก อาคารจะถูกปล่อยไว้เรียบ ๆ ทื่อ ๆ ผนัง ภายในอาคารจะประดับด้วยเศษหินสีแวว วาว ส่วนต่างๆของอาคาร เช่น เสารายแบบ โรมัน เสาก่ออิฐ หลังคาทรงโค้ง แผนผัง อาคารมี 2 แบบ คือ แบบชนิดตามยาว และแบบชนิดศูนย์กลาง ซึ่งมีรากฐานมา จากสถาปัตยกรรมโรมันอาคารที่มีแนวยาว เหมาะสาหรับขบวนพิธีการที่สง่างาม อาคารชนิดมีศูนย์กลาง สาหรับเป็นสถูป สถานของนักบุญคนสาคัญ แต่ต่อมานิยม สร้างโบสถ์แบบมีศูนย์กลางกันมาก อาคาร แบบมีศูนย์กลางอาจมี หลายรูปทรง เช่น ทาเป็นรูปทรงไม้กางเขนกรีก อยู่ภายในรูป จัตุรัส หรือไม่ก็รูปวงกลม โบสถ์ที่มีผังชนิด มีศูนย์กลางมักทาหลังคาทรงโค้ง หรือทรง กลมด้วย อิฐหรือหิน อาคารทรงเรือนโถง ขนาดใหญ่มักทาเครื่องบนหลังคาด้วยไม้ ท่อน
  • 7. สุเหร่าโซเฟีย เป็นสถาปัตยกรรมที่มี ลักษณะผสมผสานระหว่างศิลปะกรรมกรีกและ เปอร์เชีย หรือเรียกว่าสถาปัตยกรรมแบบไบเซน ไทน์ (Byzantine) สุเหร่าโซเฟียมีจุดเด่นอยู่ ที่ยอดโดมกลางวิหาร การประดับประดากระจก หลายสีที่บริเวณเหนือหน้าต่างประตู และเสา สลักตามแบบไปเซนไทน์ถึง 108 ต้นภายในตัว วิหาร สุเหร่าโซเฟียสร้างขึน้มาราว คริสต์ศตวรรษที่ 13 โดยจักรพรรดิคอนสแตนตินแห่งอาณาจักรโรมัน ตะวันออก ใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 17 ปี เดิมเป็นโบสถ์ของคริสต์ศาสนา ณ กรุงคอนส แตนติโนเปิล ประเทศตุรกี แต่กลับถูกชนชาติ เติร์กบุกทาลาย ต่อมาในสมัยจักรพรรดิจัสติ เนียน ได้สร้างขึน้มาใหม่อย่างวิจิตรงดงามด้วย เครื่องประดับตกแต่งที่มีค่าต่างๆ โดยใช้เวลาใน การสร้างนานถึงประมาณ 20 ปี แต่เกิด แผ่นดินไหวขึน้ทาให้แตกร้าวเสียหาย ซงึ่ได้รับ การซ่อมแซมจนอยู่ในสภาพเดิมในเวลา ต่อมา พอหลังจากสมัยของจักรพรรดิจัสติ เนียน พระเจ้าโมฮัมเหม็ดที่ 2 ซึ่งทรงนับถือ ศาสนาอิสลามได้เข้ามามีอานาจเหนือตุรกี ได้ดัดแปลงให้โบสถ์กลายเป็นสุเหร่าที่มีความ งามทางสถาปัตยกรรมอีกแบบหนึ่ง Byzantine Empire ARCHITECTURE
  • 8. Byzantine Empire TECHNOLOGY โดยประมาณปี 672 กลุมอพยพชาวซี เรียนและวิศวกรได้ช่วยกันสร้างเครื่อง พ่นไฟเครื่องแรก ส่วนเชือ้เพลิงนัน้เป็น สูตรลับของชาวไบแซนไทน์ซึ่งมี คุณสมบัติสามารถเกิดไฟบนผิวนา้ได้ และเจ้าสิ่งนีเ้รียกว่า "Greek Fire" ซงึ่เจ้าอาวุธสังหารชิน้นีเ้อาไว้ใช้ในการ รบทางทะลโดยติดไว้ที่หัวเรือก่อนจะพ่น เปลวไฟไปยังเรือของศัตรู
  • 9. Byzantine Empire CULTURAL การออกแบบเครื่องประดับที่เป็นจุดเด่น ที่สุดคือ การออกแบบเครื่องประดับแบบ โมเสส โมเสสเป็นแหล่งสาคัญของข้อมูล ทางประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะ เครื่องประดับที่นาไปฝังที่หลุมฝังศพที่ อยู่ตามโบสถ์ นอกจากนีเ้ครื่องประดับ ชัน้สูงเป็นเครื่องประดับที่งดงามมาก ไม่ ว่าเป็นมงกุฎของพระจักรพรรดิ เป็น สัญลักษณ์ของความสง่าของ เครื่องประดับไบแซนไทน์มากที่สุด เครื่องประดับแหวนทามาจากแซฟไฟน์ และแอมิทิสเจียนะไนรูปทรงเบยี้หลังเต่า โดยมีทองคาล้อมรอบกับเจียระไนมรกต แบบธรรมชาติ นอกจากนียั้งมีคริสตัล และไข่มุก จีห้้อยคอ ประดับลวดลายเส้น เป็นเทคนิคของชาวโรมันสาหรับการ ฝึกหัด มีเทคนิคใหม่ๆ เรียกว่า Opus interrasile เป็นการตัดโลหะเป็น แผ่นบางๆ ทาให้เครื่องประดับมีแพ ทเทิร์นแบบปลายเปิดได้
  • 10. Byzantine Empire LANDSCAPE สวนไบเซนไทน์ส่วนใหญ่มาจาก ความคิดของโรมันเน้นความประณีตโม เสคที่ออกแบบคุณลักษณะคลาสสิก ตามแบบฉบับของต้นไม้อย่างเป็น ทางการและองค์ประกอบที่สร้างขึน้เช่น นา้พุและขนาดเล็กศาลาพียง ตา . เหล่านีค้่อย ๆ เริ่มจะกลายเป็น ความซับซ้อนมากขึน้เมื่อเวลาผ่าน ไป สวนไบเซนไทน์ที่มีอิทธิพลต่อศาสนา อิสลามและสวนสวนมัวร์