SlideShare a Scribd company logo
Ancient greek architecture 
776-265 BC 
By 
Sasiprapha suykoo AT154501251033
ancient greek architecture 
776-265 BC 
MISS SASIPRAPHA SUYKOO 
AT 154501251033 
RAJAMANGALA UNIVERSITY OF 
TECHNOLOGY SUVARNABHUMI 
งานศิลปะ Art 
ศิลปกรรม ความเจริญด้านศิลปกรรมเป็นจุดเด่นอย่างหนึ่งของอารยธรรมกรีกซึ่งได้รับการ ยกย่องว่าเป็นต้นแบบของงานศิลปกรรมของ 
โลก ส่วนใหญ่เป็นงานสร้างสรรค์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากความศรัทธาทางศาสนา โดยสร้างขึน้เพื่อแสดงความเคารพบูชาและบวงสรวง 
เทพเจ้าของตน ผลงานที่ได้รับการยกย่องมีจานวนมากที่สาคัญได้แก่ ด้านสถาปัตยกรรม ประติมากรรม จิตรกรรม และศิลปะการแสดง 
ด้านประติมากรรมผล งานด้านประติมากรรมจัดว่าเป็นสิ่งที่โดดเด่นที่สุดในงานศิลปกรรมของกรีก ประติมากรรมส่วนมากเป็นเรื่องศาสนา 
ซงึ่สร้างถวายเทพเจ้าต่างๆวัสดุที่นิ ยมใช้สร้างงานได้แก่ ทองแดงและดินเผาในสมัยต่อมานิยมสร้างจากสาริดและหินอ่อนเพิ่มขึน้ในสมัย 
แรกๆ รูปทรงยังมีลักษณะคล้ายรูปเรขาคณิตอยู่ต่อมาในสมัยอาร์คาอิก(200 ปีก่อนพ.ศ.)เริ่มมีลักษณะคล้ายกับมนุษย์มากขึน้เป็นเรื่องราว 
เกี่ยวกับ เทพเจ้ารูปนักกีฬารูปวีรบุรุษรูปสัตว์ต่างๆในยุคหลังๆรูปทรงจะมีความเป็น มนุษย์มากขึน้ ลักษณะของสรีระกล้ามเนือ้และเส้นเอ็น 
คล้ายมนุษย์ที่มีชีวิต ผลงานชนิ้เยี่ยมได้แก่ รูปปั้นเทพเจ้าอะทีนา ที่วิหารพาร์เทนอน และเทพเจ้าซุส ที่วิหารแห่งโอลิมเปีย แสดงท่าทางการ 
เคลื่อนไหวที่สง่างามมีการขัดถูผิวหินให้เรียบดู คล้ายผิวมนุษย์มีลีลาที่เป็นไปตามธรรมชาติมากขึน้ทาให้ประติมากรรมกรีกจัด เป็นยุค 
คลาสสิคที่ให้ความรู้สึกในความงามที่เป็นความจริงตามธรรมชาตินนั่เอง 
ด้านจิตรกรรมรู้จักกันดีก็มีแต่ภาพวาดระบายสีตกแต่งผิวแจกันเท่านัน้ที่ชาวกรีกนิยมทามา จนถึงพุทธศตวรรษที่1เป็นภาพที่มีรูปร่างที่ถูก 
ตัดทอนรูปจนใกล้เคียงกับรูป เรขาคณิตมีความเรียบง่ายและคมชัดสีที่ใช้ได้แก่สีดินคือเอาสีดาอมนา้ตาลผสม บางๆระบายสีเป็นภาพบน 
พืน้ผิวแจกันที่เป็นดนิสีนา้ตาลอมแดงแต่บางทีก็มีสีขาว และสีอื่นๆร่วมด้วยเทคนิคการใช้รูปร่างสีดาระบายพืน้หลังเป็นสีแดงนีเ้รียกจิตรกรรม 
แบบรูปตัวดา”และทากันเรื่อยมาจนถึงสมัยพุทธศตวรรษที่1มีรูปแบบ ใหม่ขึน้มาคือ”จิตรกรรมแบบรูปดัวแดง”โดยใช้สีดาอนา้ตาลเป็นพืน้ 
หลังภาพตัว รูปเป็นสีส้มแดงหรือสีนา้ตาลไม้ตามสีดินของพืน้แจกัน เช่น แจกัน คนโท ฯลฯ และจิตรกรรมฝาผนังที่พบในวิหารและกาแพง 
ศิลปะการแสดงชาวกรีกได้คิดค้นศิลปะการแสดงประเภทต่างๆ ส่วนใหญ่เป็นการจัดแสดงเพื่อเฉลิมฉลองพิธีบวงสรวงเทพเจ้าของ 
ตน เช่น ละครกลางแจ้งซึ่งเป็นต้นแบบของการแสดงละครในปัจจุบัน ดนตรีและการละเล่นอื่นๆ 
ดนตรีกรีกโบราณตัง้แต่เริ่มต้นถึง 330 ปี ก่อนคริสตกาล ช่วงสมัยนีไ้ด้มีการในสมัยนีไ้ด้สูญหายไปในความลึกลับของศาสตร์แห่งเทพ 
นิยายกรีก ดนตรีประเภทนีใ้ช้ประกอบพิธีกรรมของลัทธิเทพเจ้าอพอลโล (Apollo) ผู้เป็นเจ้าแห่งแสงสว่างซงึ่รวมถึงความมีเหตุผลและ 
วินัยถือความถูกต้องชัดเจนและการดาเนินชีวิตตามทางสายกลาง เครื่องดนตรีที่ใช้ คือ พิณไลร่า (Lyre) ส่วนพิธีกรรมของเทพเจ้าได 
โอนีซัส(Dionysus) นัน้ถือว่าเป็นไปในทางตรงกันข้ามคือสื่อถึงความป่าเถื่อนอึกทึกครึกโครม สนุกสนาน ความลึกลับ และความมืด 
เทพนิยายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับดนตรี คือบรรดาเทพ 9 องค์ เป็นธิดาของเทพเจ้าซีอุส ซึ่งเป็นเทพประจาสรรพวิทยาและศาสตร์แต่ละชนิด 
วรรณกรรมกรีกที่เก่าแก่ที่สุดเท่าที่รู้จักกันคือมหากาพย์อีเลียด และ โอดิสซีย์ของโฮเมอร์ซงึ่จับเรื่องราวเหตุการณ์ในระหว่างสงคราม 
เมืองทรอย นอกจากนีมี้บทกวีมหากาพย์ร่วมสมัยอีกสองชุดของเฮสิโอด คือ TheogonyและWorks and Days เล่าเรื่องราว 
เกี่ยวกับการกาเนิดโลก การสืบทอดของจอมเทพผู้ศักดิ์สิทธิ์ยุคของมนุษย์กาเนิดศัตรูของมนุษย์และพิธีบูชายัญต่างๆ
ancient greek architecture 
776-265 BC 
MISS SASIPRAPHA SUYKOO 
AT 154501251033 
RAJAMANGALA UNIVERSITY OF 
TECHNOLOGY SUVARNABHUMI 
กรีกเป็นอารยธรรมที่มีพัฒนาการที่น่าทึ่งในหลายๆ ด้าน รวมถึงเครื่องเรือนอันเป็นรากฐานของสิ่งที่ใช้สอยกันอยู่ใน 
ปัจจุบันนี้แม้ไม่ได้สร้างด้วยเทคโนโลยีขัน้สูงเหมือนอย่างเครื่องเรือนในปัจจุบัน เครื่องเรือนในสมัยกรีกก็สะท้อนให้เห็นภูมิ 
ปัญญาในด้านประโยชน์ใช้สอยของผู้คนในยุคนัน้ได้เป็นอย่างดีเครื่องเรือนสมัยกรีกทาจากไม้เป็นหลัก แต่บางส่วนก็มีหิน 
หินอ่อน หรือโลหะ เช่น สัมฤทธิ์ เงิน หรือแม้แต่ทองคา ประกอบอยู่ด้วย ในปัจจุบันแทบไม่มีเครื่องเรือนที่ทาจากไม้ 
หลงเหลืออยู่แล้ว แต่ก็ยังสามารถพบหลักฐานเกี่ยวกับชื่อหรือลักษณะของเครื่องเรือนเหล่านีไ้ด้ในเอกสารต่างๆ รวมถึง 
ภาพวาดในยุคนัน้เองก็มีเครื่องเรือนเหล่านีป้รากฏอยู่ไม้ที่นามาทาเครื่องเรือนประกอบด้วยโอ๊ค เมเปิล บีช ยิว และวิลโลว์ 
ไม้เหล่านีจ้ะถูกตัดแบ่งออกเป็นชนิ้ส่วนหลายชิน้ จากนัน้ช่างก็จะทาการเจาะช่องในไม้ท่อนหนงึ่และแกะเดือยบนไม้อีก 
ท่อนหนงึ่ เพื่อให้นามาประกอบกันได้ จากนัน้ก็จะยึดให้แน่นด้วยเชือก หมุด ตะปูโลหะ และกาว การจัดรูปทรงชิน้งานให้ได้ 
ตามต้องการจะทาด้วยการแกะสลัก และการอบไอนา้ วัสดุที่นิยมใช้ประดับตกแต่งเครื่องเรือนประกอบด้วยเขีย้วสัตว์ 
กระดองเต่า แก้ว ทองคา หรือวัตถุมีค่าอื่นๆ บางครัง้ไม้ที่นามาทาเป็นเครื่องเรือนเองก็มีราคาแพงเพื่อให้เครื่องเรือนดูมี 
ราคามากเครื่องเรือนสมัยกรีกที่ใช้กันแพร่หลายมี 5 ประเภทหลัก ประกอบด้วย แท่นนงั่ ม้านงั่ยาว โต๊ะเล็ก หีบ และเก้าอี้ 
แต่ละชิน้มีรายละเอียดดังต่อไปนี้(แท่นนงั่แบ่งออกเป็นสามชนิด ชนิดแรกดูคล้ายโต๊ะเล็ก พืน้ด้านบนเรียบตรง ขาตรงสี่ขา 
ไม่มีพนักพิง ชื่อเรียกในภาษากรีกคือ Bathron ชนิดที่สองมีนา้หนักเบา พกพาสะดวก มีขาเป็นรูปทรงขาสัตว์หันเข้าด้านใน 
ที่ปลายขาเป็นอุ้งเท้าสิงโต ใช้ทัง้ในบ้านและนอกบ้าน ชื่อเรียกในภาษากรีกคือ Diphros okladis ชนิดที่สามใช้เฉพาะในหมู่ 
คนมีฐานะ คือ Thronos หรือ Throne (บัลลังก์)
ภูมิปัญญาและเทคโนโลยี 
ancient greek architecture 
776-265 BC 
MISS SASIPRAPHA SUYKOO 
AT 154501251033 
RAJAMANGALA UNIVERSITY OF 
TECHNOLOGY SUVARNABHUMI 
ในปัจจุบัน มักใช้เป็นที่นงั่ของบุคคลที่สาคัญที่สุดในสถานที่หรือพิธีการนัน้ นอกจากนียั้งมีแท่นยืนสาหรับใช้เหยียบขึน้ 
เครื่องเรือนชนิ้อื่น เรียกว่าม้านงั่ยาว ในภาษากรีกคือ Kline ใช้สาหรับนอนรับประทานอาหาร พืน้ด้านบนเรียบตรง มี 
พนักพิงที่ปลายด้านหนงึ่ตัง้ขึน้สาหรับพิงหลัง Kline ทาจากไม้ ส่วนขามักทาจากสัมฤทธิ์ และมักยกสูงจากพืน้จน 
บางครัง้ต้องใช้แท่นยืน(Theyns)ในการก้าวขึน้ โดยมากแล้วม้านงั่จะวางชิดผนัง มีโต๊ะเล็กสาหรับวางอาหารและ 
เครื่องดื่มอยู่ใกล้ๆ(โต๊ะเล็กนีมี้ความสูงน้อยกว่าม้านงั่ เวลาที่ไม่ใช้งานสามารถสอดเก็บใต้ม้านงั่ได้) คนมีฐานะมักประดับ 
ประดาเครื่องเรือนชนิ้นีอ้ย่างหรูหรา คนมีเงินเท่านัน้จึงจะสามารถมีเตียงแยกไว้ที่ห้องนอนต่างหาก คนที่ไม่มีทรัพย์สิน 
มากนักจะใช้ม้านงั่ทัง้ในการรับประทานอาหารและการหลับพักผ่อนหีบในสมัยกรีกมีหลากหลายขนาดและรูปร่าง ฝาปิด 
มักเป็นทรงจวั่ตกแต่งด้วยการใช้เงินหรือทองคาสลักเป็นลวดลายดอกไม้ ด้วยเหตุนีหี้บจึงถือเป็นเครื่องเรือนที่มีค่า และ 
บ่อยครัง้ที่หีบกลายเป็นส่วนหนงึ่ของสินสอดทองหมัน้ที่ชายชาวกรีกให้กับครอบครัวฝ่ายหญิงสาว สิ่งที่ชาวกรีกบรรจุข้าง 
ในหีบประกอบด้วยอัญมณีของมีค่า ผลไม้ และเครื่องสวมใส่ บางครัง้ก็ใช้เป็นโลงศพด้วย (Naillon 2014)โต๊ะในสมัยกรีก 
มีขนาดเล็กและเคลื่อนย้ายได้ง่าย พืน้ด้านบนเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าและมีสามขา สองขาที่ปลายข้างหนงึ่และหนงึ่ขาที่ 
ปลายอีกข้างหนงึ่ ชาวกรีกใช้โต๊ะสาหรับวางอาหารและเครื่องดื่มเพียงอย่างเดียว จะไม่ใช้เพื่อวางสิ่งของชิน้อื่นๆ วัสดุที่ 
ใช้ทาส่วนมากเป็นไม้ แต่ก็มีบางส่วนที่ทาจากสัมฤทธิ์หรือหินอ่อน นับแต่ 400 ปีก่อนคริสตกาลเป็นต้นมา โต๊ะชนิดนีก้็ถูก 
แทนที่ด้วยโต๊ะกลมเก้าอีใ้นสมัยกรีกมีสองชนิด ชนิดแรกมีลักษณะเหมือนกับที่อียิปต์โบราณใช้คือ แท่นด้านบน พนักพิง 
และที่วางแขนล้วนเรียบตรงและแข็ง ใช้ในงานพิธีการมากกว่าเพื่อความสะดวกสบาย แต่หลังจาก 500 ปีก่อนคริสตกาล 
เป็นต้นมา กรีกได้พัฒนาเก้าอีข้องตัวเองขึน้มา เรียกว่า Klismos ซงึ่มีรูปทรงโค้งเว้าทัง้ขาสี่ข้างและพนักพิง(Stiles) ทาให้ 
สามารถนงั่ได้ในอากัปกิริยาที่เป็นธรรมชาติ และเพื่อเพิ่มความสบายให้กับผู้นงั่ ยังได้มีการใช้เบาะรองและหนังสัตว์มาปู 
กับเก้าอีอี้กด้วย เครื่องเรือนชนิ้นีส้่วนใหญ่จะใช้งานโดยผู้หญิง 
โดยภาพรวมแล้วเครื่องเรือนสมัยกรีกมีความคล้ายคลึงกับปัจจุบันทัง้ด้านรูปร่างและการใช้สอย ทัง้นีก้็เพราะเครื่องเรือน 
ในปัจจุบันจานวนไม่น้อยที่มีรากฐานมาจากอารยธรรมโบราณ นับเป็นเรื่องน่าทึ่งที่ภูมิปัญญาเมื่อกว่าสองพันห้าร้อยปี 
ก่อนยังหลงเหลือและได้รับการยอมรับในคุณค่าของมันมาจนถึงปัจจุบัน
ancient greek architecture 
776-265 BC 
MISS SASIPRAPHA SUYKOO 
AT 154501251033 
RAJAMANGALA UNIVERSITY OF 
TECHNOLOGY SUVARNABHUMI 
ภูมิทัศน์ทางวัฒนธรรม 
กรีกมีนครที่สาคัญที่สุดคือ เอเธนส์ สปาร์ต้า และโครินทร์ชาวเมืองในสมัยนัน้ใช้ 
เวลาว่างในการจับกลุ่มสนทนาเรื่องเกี่ยวกับปรัชญาและการเมือง และผู้ชายก็จะ 
ออกกาลังกายในโรงยิมเนเซียม ชาวกรีกจะมีเวลาว่างหาความเพลิดเพลินมาก 
เพราะมีข้าทาสบริวารทางานแทน คอยรับใช้สังคม กรีกจะให้ความสาคัญกับเด็ก 
มากกว่าสตรี ผู้หญิงจะมีสิทธิออกเสียงน้อย ได้รับการอบรมเกี่ยวกับ งานบ้าน การ 
เรือนเป็นส่วนใหญ่ การศึกษาคือพออ่านออกเขียนได้ 
งงาานสถถาาปปััตยกรรม Architecture
ancient greek architecture 
776-265 BC 
MISS SASIPRAPHA SUYKOO 
AT 154501251033 
RAJAMANGALA UNIVERSITY OF 
TECHNOLOGY SUVARNABHUMI 
งานสถาปัตยกรรม Architecture 
ด้านสถาปัตยกรรม 
ชาว เอเธนส์ได้สร้างสรรค์งานด้านสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นให้แก่ชาวโลกจานวนมาก ส่วนใหญ่เป็นการก่อสร้าง 
อาคารเพื่อกิจกรรมสาธารณะ เช่น วิหาร สนามกีฬา และโรงละคร ความโดดเด่นของงานสถาปัตยกรรมไม่ได้ 
ขึน้อยู่กับความใหญ่โตของสิ่งก่อสร้าง แต่เป็นความงดงามของสัดส่วนที่สมบูรณ์แบบ ตัวอย่างเช่น วิหารพาร์เท 
นอน (Parthenon) ที่ตัง้อยู่บนเนินเขาอะโครโพลิส เป็นสิ่งก่อสร้างที่มีสัดส่วนงดงามทัง้ความยาว ความกว 
ว้างและความสูง จัดว่าเป็นผลงานชนิ้เอกของโลก 
สถาปัตยกรรมใช้ระบบโครงสร้างแบบเสาและ คานเช่นเดียวกับอียิปต์มีแผนผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าจากฐาน 
อาคารซงึ่ยก เป็นชัน้ๆก็จะเป็นฝาผนังโดยปราศจากหน้าต่างซงึ่จะกัน้เป็นห้องต่างๆ 1- 3ห้องปกตสิถาปนิกจะ 
สร้างเสารายล้อมรอบอาคารหรือสนามด้วยมีการสลับช่วงเสากัน อย่างมีจังหวะระหว่างเสากับช่องว่างระหว่าง 
เสาทาให้พืน้ภายนอกรอบๆวิหารมี ความสว่างและมีรูปทรงเปิดมากกว่าสถาปัตยกรรมอียิปต์และมีขนาด 
เหมาะสมไม่ใหญ่ โตจนเกินไปมีรูปทรงเรียบง่าย สถาปัตยกรรมกรีกแบบพืน้ฐาน2ใน3แบบเกิดในสมัยอาร์คา 
อิกคือแบบดอริกและแบบไอโอ นิกซงึ่แบบหลังพบแพร่หลายทวั่ไปในแถบเอเชียไมเนอร์เสาหล่านีแ้ต่ละต้นจะมี 
คานพาดหัวเสาถึงกันหมดในสมัยต่อมาเกิดสถาปัตยกรรมอีแบบหนึ่งคือแบบโคริน เธียนหัวเสาจะมีลายรูป 
ใบไม้ชาวกรีกนิยมสร้างอาคารโดยใช้สถาปัตยกรรมทัง้สาม ชนิดนีผ้สมผสานกันโดยมีการตกแต่งประดับ 
ประดาด้วยการแกะสลักลวดลายประกอบบาง ทีก็แกะสลักรูปคนประกอบไปด้วยนอกจากนียั้งมีการใช้สี 
ระบายตกแต่งโดยสี นา้เงินได้รับความนิยมใช้ระบายฉากหลังรูปลวดลายที่หน้าจวั่และสีแดงใช้ระบาย ฉาก 
หลังสาหรับประติมากรรมที่หัวเสาและลายควิ้คาน
ancient greek architecture 
776-265 BC 
MISS SASIPRAPHA SUYKOO 
AT 154501251033 
RAJAMANGALA UNIVERSITY OF 
TECHNOLOGY SUVARNABHUMI 
งานสถาปัตยกรรม Architecture
ancient greek architecture 
776-265 BC 
MISS SASIPRAPHA SUYKOO 
AT 154501251033 
RAJAMANGALA UNIVERSITY OF 
TECHNOLOGY SUVARNABHUMI 
งานสถาปัตยกรรม Architecture
ancient greek architecture 
776-265 BC 
MISS SASIPRAPHA SUYKOO 
AT 154501251033 
RAJAMANGALA UNIVERSITY OF 
TECHNOLOGY SUVARNABHUMI 
งานสถาปัตยกรรม Architecture
MISS SASIPRAPHA SUYKOO 
AT 154501251033 
RAJAMANGALA UNIVERSITY OF 
TECHNOLOGY SUVARNABHUMI 
งานสถาปัตยกรรม Architecture 
คือวิหารโบราณบนเนินอะโครโพลิสในกรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซ สร้างเพื่อเป็นศาสนสถานบูชาเทพีเอเธนา หรือเทพีแห่งปัญญา ความรอบรู้ ใน 
ศตวรรษที่ 5 ก่อนคริสต์ศักราช เป็นสงิ่ก่อสร้างสถาปัตยกรรมกรีกโบราณที่มีชื่อเสียงที่สุด แสดงให้เห็นถึงความเฉลียวฉลาดของสถาปนิกในสมัยนัน้ 
และถือได้ว่าเป็นหนึ่งในสิ่งก่อสร้างที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก มีขนาดกว้าง 101.4 ฟุต หรือ 30.9 เมตร และ ยาว 228.0 ฟุต หรือ 69.5 เมตร 
คาว่า พาร์เธนอน นัน้น่าจะมาจากประติมากรรมที่เคยตัง้อยู่ภายในวิหาร คือ Athena Parthenos ซงึ่มีความหมายว่า เทพีอันบริสุทธิ์ 
ตามตานานกรีกเล่าว่า ที่มาของชื่อเมืองเอเธนส ์(Athens) นัน้ มาจากการที่ชาวกรีกจะตัง้ชื่อเมืองแต่ไม่รู้จะใช้ชื่ออะไร โพไซดอน เทพแห่ง 
มหาสมุทร ผู้มีศักดิ์เป็นลุงของอธีนา ใช้ตรีศูลอาวุธของตนสร้างม้าขึน้มา(บ้างก็ว่าสร้างนา้พุขึน้) ชาวเมืองต่างพากันชื่นชมม้าเป็นอันมาก แต่เทพีอธีนา 
ได้เนรมิตต้นมะกอกขึน้มา ซงึ่สามารถใช้ผลเป็นประโยชน์ได้ นอกจากนี้มะกอก ยังเป็นสัญลักษณ์ของสันติภาพ ในขณะที่ม้าเป็นสัญลักษณ์ของ 
สงคราม ชาวเมืองจึงตกลงใช้ชื่อเมืองว่า เอเธนส์ ตามชื่อของพระนาง และมะกอกก็กลายเป็นผลไม้เศรษฐกิจสาคัญอันดับหนึ่งของกรีซมาจน 
ปัจจุบัน อาจกล่าวได้ว่า อธีนา เป็นเทพที่ชาวกรีกให้ความนับถือมากที่สุดก็ว่าได้ ในสมัยโบราณมีการสร้างมหาวิหารเพื่อถวายแด่พระนาง คือ วิหาร 
พาเธนอน ซงึ่ตัง้อยู่ที่เนินอะโครโปลิส ที่กรุงเอเธนส์ในปัจจุบัน ในการท่องเที่ยวของกรีซ จะพบรูปปั้นขนาดเล็กของอธีนาขายเป็นที่ระลึกอยู่ทวั่ไป ใน 
วัฒนธรรมสมัยนิยมก็ถูกอ้างถึงในการ์ตูนญี่ปุ่นเป็นต้น เช่น เรื่อง เซนต์เซย่า เมื่ออธีนาได้จุติลงมาเป็นเด็กผู้หญิงที่ชื่อ คโิด ซาโอริ ทาหน้าปกป้องโลก 
จากเทพองค์อื่น ๆ ที่มีความปรารถนาจะครองโลก ซงึ่เป็นตัวเอกฝ่ายหญิงของการ์ตูนเรื่องนทีี้เดียว 
วิหารพาร์เธนอนเป็นวิหารที่ถูกสร้างขึน้โดยสร้างตามการริเริ่มของเพริเคิล ผู้นากรุงเอเธนส์ในสมัยนัน้ และสร้างโดยมีประติมากรฟีเดียสเป็นผู้ควบคุม 
งาน การก่อสร้างเริ่มขึน้เมื่อ 447 ปีก่อนคริสต์ศักราช ถึงแม้ว่าการก่อสร้างจะเสร็จสมบูรณ์เมื่อ 438 ปีก่อนคริสต์ศักราชแล้วก็ตาม แต่ก็ยังมีการตกแต่ง 
เพิ่มเติมอีก 5 ปี เพื่ออุทิศแด่เทพีอาธีนาซึ่ง ซึ่งเป็น เทพีประจาเมืองเอเธนส์แต่ไหนแต่ไรมา คาว่า “พาร์เธนอน” แปลว่าห้องแห่งเทพีพหรมจารี (Hall 
of the virgin goddess) วิหารโบราณแห่งนมีี้ความเก่าแก่มากกว่า 2,600 ปี ตัง้อยู่อะโครโปลิส (แปลว่าจุดสูงสุดของเมือง) ใจกลางกรุง 
เอเธนส์ ประเทศกรีซ ซึ่งแม้ว่าวิหารพาร์เธอนอนจะเหลือเพียงแต่ซากปรักหักพัง แต่เราก็ยังสามารถที่จะจินตนาการถึงความยิ่งใหญ่ในอดีตได้เป็นอย่าง 
ดี 
เนินอะโครโปลิสที่เป็นที่ตัง้ของวิหารพาร์เธนอนนอี้ยู่บนเนินเขาพัลลาส(Pallas) ซงึ่สูงจากพนื้ราบ 60-70 เมตร พนื้ที่บนยอดเขาประมาณ 45,000 
ตารางเมตร ตัง้แต่ประมาณศตวรรษที่ 14 ก่อน คริสตกาล (1,400 ปี ก่อน คริสตกาล) ก็มีการสร้างพระราชวังบนเนินแห่งนแี้ล้ว โดยที่วิหารพาร์เธนอนที่ 
เห็นเป็นซากอยู่ในปัจจุบันเป็นวิหารรุ่นที่ 3 ที่สร้างทับซ้อนบนรากฐานเดิมของวิหารรุ่นที่ 2 ก่อนหน้า วิหารรุ่นแรกนัน้สร้างเมื่อประมาณ 500 กว่าปี 
ก่อนคริสตกาล และได้พังทลายลงไป จึงได้มีการเริ่มสร้างรุ่นที่ 2 ขึน้ในปี 490 ก่อนคริสตกาล แต่เหมือนเคราะห์ซา้กรรมซัดเพราะได้ถูกกองทัพของพวก 
เปอร์เซียเผาทาลายไปอีกครัง้หนงึ่ ตัง้แต่ยังก่อสร้างไม่เสร็จดีแต่ว่าชาวเอเธอส์ก็ยังไม่ละความพยายามในการสร้าง วิหารพาร์เธนอนจึงเริ่มก่อสร้าง 
อีกครัง้เป็นรุ่นที่ 3 ประมาณช่วงปี 447 ก่อน ค.ศ. ซงึ่นับเวลาจนกระทงั่ถึงตอนนกี้็ ประมาณ 2,500 ปี เห็นจะได้ วิหารพาร์เธนอนถูกสร้างขึน้ด้วยหิน 
อ่อน ขนาดยาวประมาณ 70 เมตร กว้าง 30 เมตร ด้านกว้างประกอบด้วยด้วยเสา 8 ต้น ด้านยาว 17 ต้น เสาแต่ละต้นสูง 10.5 เมตร ลักษณะของเสา 
เป็นลักษณะเฉพาะคือจะปล่องออกตรงกลางซงึ่เส้นผ่านศูนย์กลางเท่ากับ 2 เมตร และ ตรงปลายทัง้สองด้านเส้นผ่านศูนย์กลางเท่ากับ 1.5 เมตร โดย 
ในการก่อสร้างเสาแต่ต้น ชาวเอเธนส์จะแบ่งเสาเป็นข้อๆ เหมือนเค๊ก แล้วมาวางซ้อนกัน 10 -12 ชัน้ 
อย่างที่ได้บอกไปแล้วว่าวิหารพาร์เธนอนที่เห็นอยู่ในปัจจุบันถูกสร้างขึน้เป็นรุ่นที่ 3 โดยมันถูกสร้างเมื่อปี 447 ก่อน ค.ศ. และไปแล้วเสร็จในปี 438 ก่อน 
ค.ศ. แต่ก็ยังไม่เสร็จสมบูรณ์เหมือนตามที่ผู้สร้างตัง้ใจไว้ จึงใช้เวลาอีก 5 ปีในการแกะสลักรูปปั้นเพื่อไปประดับ วิหารพาร์เธนอนอีก รวมระยะเวลาที่ใช้ 
ทัง้หมด ก็ 14 ปี
ancient greek architecture 
776-265 BC 
MISS SASIPRAPHA SUYKOO 
AT 154501251033 
RAJAMANGALA UNIVERSITY OF 
TECHNOLOGY SUVARNABHUMI 
งานสถาปัตยกรรม Architecture 
การก่อสร้าง 
วิหารพาร์เธนอนสร้างตามการริเริ่มของเพริ 
เคิล ผู้นากรุงเอเธนส์ในสมัยนัน้ และสร้าง 
โดยมีประติมากรฟีเดียสเป็นผู้ควบคุมงาน 
การก่อสร้างเริ่มขึน้เมื่อ 447 ปีก่อน 
คริสต์ศักราช ถึงแม้ว่าการก่อสร้างจะเสร็จ 
สมบูรณ์เมื่อ 438 ปีก่อนคริสต์ศักราชแล้วก็ 
ตาม แต่ก็ยังมีการตกแต่งเพิ่มเติมอีก 5 ปี 
บัญชีส่วนหนงึ่ของการก่อสร้างครั้งนี้ 
หลงเหลืออยู่ และแสดงให้เห็นว่างานที่มี 
ค่าใช้จ่ายสูงสุด คือ การขนย้ายหินจากเขา 
เพนเทลิกัส ซงึ่อยู่ห่างจากกรุงเอเธนส์ไป 
กว่า 16 กิโลเมตร 
วิหารพาร์เธนอนมีขนาดกว้าง 30.9 เมตร 
ยาว 69.5 เมตร (101.4 × 228.0 ฟุต) เสา 
ภายนอกแต่ละต้นมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 1.9 
เมตร (6.2 ฟุต) และสูง 10.4 เมตร (34.1 
ฟุต) เสาที่หัวมุมของวิหารจะมีขนาดใหญ่ 
กว่าเสาอื่นๆ เล็กน้อย หลังคาปูด้วยหินอ่อน 
ซ้อนกัน 
เมื่อนาขนาดของวิหารนมี้าคานวณเป็น 
อัตราส่วน จะพบว่าหลายๆ แห่งเป็น 
อัตราส่วนทองคา เสาด้านหน้าจะมี 8 ต้น 
และด้านข้างจะมี 17 ต้น

More Related Content

More from Aniwat Suyata

014 shinden ชัชฎาพร
014 shinden ชัชฎาพร014 shinden ชัชฎาพร
014 shinden ชัชฎาพร
Aniwat Suyata
 
011 gothic คฑาวุธ
011 gothic คฑาวุธ011 gothic คฑาวุธ
011 gothic คฑาวุธ
Aniwat Suyata
 
012 ancient chinese wooden architecture นิลลดา
012 ancient chinese wooden architecture นิลลดา012 ancient chinese wooden architecture นิลลดา
012 ancient chinese wooden architecture นิลลดา
Aniwat Suyata
 
009 byzentine อนิวัตร
009 byzentine อนิวัตร009 byzentine อนิวัตร
009 byzentine อนิวัตร
Aniwat Suyata
 
008 roman empire วริทธินันท์
008 roman empire วริทธินันท์008 roman empire วริทธินันท์
008 roman empire วริทธินันท์
Aniwat Suyata
 
010 romanesque ปิยะพัทธ์
010 romanesque ปิยะพัทธ์010 romanesque ปิยะพัทธ์
010 romanesque ปิยะพัทธ์
Aniwat Suyata
 
006 hindu ทัศนีย์
006 hindu ทัศนีย์006 hindu ทัศนีย์
006 hindu ทัศนีย์
Aniwat Suyata
 
005 aztec ชัยทัต
005 aztec ชัยทัต005 aztec ชัยทัต
005 aztec ชัยทัต
Aniwat Suyata
 
003 maya วารุณี
003 maya วารุณี003 maya วารุณี
003 maya วารุณี
Aniwat Suyata
 
004 ancient indian พัชรพร
004 ancient indian พัชรพร004 ancient indian พัชรพร
004 ancient indian พัชรพร
Aniwat Suyata
 
002 ancient egypt กัมพล
002 ancient egypt กัมพล002 ancient egypt กัมพล
002 ancient egypt กัมพล
Aniwat Suyata
 
001 persia ณรงค์ศักดิ์
001 persia ณรงค์ศักดิ์001 persia ณรงค์ศักดิ์
001 persia ณรงค์ศักดิ์
Aniwat Suyata
 
002 ancient egypt กัมพล
002 ancient egypt กัมพล002 ancient egypt กัมพล
002 ancient egypt กัมพลAniwat Suyata
 
001 persia ณรงค์ศักดิ์
001 persia ณรงค์ศักดิ์001 persia ณรงค์ศักดิ์
001 persia ณรงค์ศักดิ์Aniwat Suyata
 
003 maya วารุณี
003 maya วารุณี003 maya วารุณี
003 maya วารุณีAniwat Suyata
 
002 ancient egypt กัมพล
002 ancient egypt กัมพล002 ancient egypt กัมพล
002 ancient egypt กัมพลAniwat Suyata
 
001 persia ณรงค์ศักดิ์
001 persia ณรงค์ศักดิ์001 persia ณรงค์ศักดิ์
001 persia ณรงค์ศักดิ์Aniwat Suyata
 

More from Aniwat Suyata (20)

014 shinden ชัชฎาพร
014 shinden ชัชฎาพร014 shinden ชัชฎาพร
014 shinden ชัชฎาพร
 
011 gothic คฑาวุธ
011 gothic คฑาวุธ011 gothic คฑาวุธ
011 gothic คฑาวุธ
 
012 ancient chinese wooden architecture นิลลดา
012 ancient chinese wooden architecture นิลลดา012 ancient chinese wooden architecture นิลลดา
012 ancient chinese wooden architecture นิลลดา
 
009 byzentine อนิวัตร
009 byzentine อนิวัตร009 byzentine อนิวัตร
009 byzentine อนิวัตร
 
008 roman empire วริทธินันท์
008 roman empire วริทธินันท์008 roman empire วริทธินันท์
008 roman empire วริทธินันท์
 
010 romanesque ปิยะพัทธ์
010 romanesque ปิยะพัทธ์010 romanesque ปิยะพัทธ์
010 romanesque ปิยะพัทธ์
 
006 hindu ทัศนีย์
006 hindu ทัศนีย์006 hindu ทัศนีย์
006 hindu ทัศนีย์
 
005 aztec ชัยทัต
005 aztec ชัยทัต005 aztec ชัยทัต
005 aztec ชัยทัต
 
003 maya วารุณี
003 maya วารุณี003 maya วารุณี
003 maya วารุณี
 
004 ancient indian พัชรพร
004 ancient indian พัชรพร004 ancient indian พัชรพร
004 ancient indian พัชรพร
 
002 ancient egypt กัมพล
002 ancient egypt กัมพล002 ancient egypt กัมพล
002 ancient egypt กัมพล
 
001 persia ณรงค์ศักดิ์
001 persia ณรงค์ศักดิ์001 persia ณรงค์ศักดิ์
001 persia ณรงค์ศักดิ์
 
002 ancient egypt กัมพล
002 ancient egypt กัมพล002 ancient egypt กัมพล
002 ancient egypt กัมพล
 
001 persia ณรงค์ศักดิ์
001 persia ณรงค์ศักดิ์001 persia ณรงค์ศักดิ์
001 persia ณรงค์ศักดิ์
 
003 maya วารุณี
003 maya วารุณี003 maya วารุณี
003 maya วารุณี
 
002 ancient egypt กัมพล
002 ancient egypt กัมพล002 ancient egypt กัมพล
002 ancient egypt กัมพล
 
001 persia ณรงค์ศักดิ์
001 persia ณรงค์ศักดิ์001 persia ณรงค์ศักดิ์
001 persia ณรงค์ศักดิ์
 
003 maya
003 maya003 maya
003 maya
 
002 ancient egypt
002 ancient egypt 002 ancient egypt
002 ancient egypt
 
001 persian
001 persian001 persian
001 persian
 

007 ancient greek architecture ศศิประภา

  • 1. Ancient greek architecture 776-265 BC By Sasiprapha suykoo AT154501251033
  • 2. ancient greek architecture 776-265 BC MISS SASIPRAPHA SUYKOO AT 154501251033 RAJAMANGALA UNIVERSITY OF TECHNOLOGY SUVARNABHUMI งานศิลปะ Art ศิลปกรรม ความเจริญด้านศิลปกรรมเป็นจุดเด่นอย่างหนึ่งของอารยธรรมกรีกซึ่งได้รับการ ยกย่องว่าเป็นต้นแบบของงานศิลปกรรมของ โลก ส่วนใหญ่เป็นงานสร้างสรรค์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากความศรัทธาทางศาสนา โดยสร้างขึน้เพื่อแสดงความเคารพบูชาและบวงสรวง เทพเจ้าของตน ผลงานที่ได้รับการยกย่องมีจานวนมากที่สาคัญได้แก่ ด้านสถาปัตยกรรม ประติมากรรม จิตรกรรม และศิลปะการแสดง ด้านประติมากรรมผล งานด้านประติมากรรมจัดว่าเป็นสิ่งที่โดดเด่นที่สุดในงานศิลปกรรมของกรีก ประติมากรรมส่วนมากเป็นเรื่องศาสนา ซงึ่สร้างถวายเทพเจ้าต่างๆวัสดุที่นิ ยมใช้สร้างงานได้แก่ ทองแดงและดินเผาในสมัยต่อมานิยมสร้างจากสาริดและหินอ่อนเพิ่มขึน้ในสมัย แรกๆ รูปทรงยังมีลักษณะคล้ายรูปเรขาคณิตอยู่ต่อมาในสมัยอาร์คาอิก(200 ปีก่อนพ.ศ.)เริ่มมีลักษณะคล้ายกับมนุษย์มากขึน้เป็นเรื่องราว เกี่ยวกับ เทพเจ้ารูปนักกีฬารูปวีรบุรุษรูปสัตว์ต่างๆในยุคหลังๆรูปทรงจะมีความเป็น มนุษย์มากขึน้ ลักษณะของสรีระกล้ามเนือ้และเส้นเอ็น คล้ายมนุษย์ที่มีชีวิต ผลงานชนิ้เยี่ยมได้แก่ รูปปั้นเทพเจ้าอะทีนา ที่วิหารพาร์เทนอน และเทพเจ้าซุส ที่วิหารแห่งโอลิมเปีย แสดงท่าทางการ เคลื่อนไหวที่สง่างามมีการขัดถูผิวหินให้เรียบดู คล้ายผิวมนุษย์มีลีลาที่เป็นไปตามธรรมชาติมากขึน้ทาให้ประติมากรรมกรีกจัด เป็นยุค คลาสสิคที่ให้ความรู้สึกในความงามที่เป็นความจริงตามธรรมชาตินนั่เอง ด้านจิตรกรรมรู้จักกันดีก็มีแต่ภาพวาดระบายสีตกแต่งผิวแจกันเท่านัน้ที่ชาวกรีกนิยมทามา จนถึงพุทธศตวรรษที่1เป็นภาพที่มีรูปร่างที่ถูก ตัดทอนรูปจนใกล้เคียงกับรูป เรขาคณิตมีความเรียบง่ายและคมชัดสีที่ใช้ได้แก่สีดินคือเอาสีดาอมนา้ตาลผสม บางๆระบายสีเป็นภาพบน พืน้ผิวแจกันที่เป็นดนิสีนา้ตาลอมแดงแต่บางทีก็มีสีขาว และสีอื่นๆร่วมด้วยเทคนิคการใช้รูปร่างสีดาระบายพืน้หลังเป็นสีแดงนีเ้รียกจิตรกรรม แบบรูปตัวดา”และทากันเรื่อยมาจนถึงสมัยพุทธศตวรรษที่1มีรูปแบบ ใหม่ขึน้มาคือ”จิตรกรรมแบบรูปดัวแดง”โดยใช้สีดาอนา้ตาลเป็นพืน้ หลังภาพตัว รูปเป็นสีส้มแดงหรือสีนา้ตาลไม้ตามสีดินของพืน้แจกัน เช่น แจกัน คนโท ฯลฯ และจิตรกรรมฝาผนังที่พบในวิหารและกาแพง ศิลปะการแสดงชาวกรีกได้คิดค้นศิลปะการแสดงประเภทต่างๆ ส่วนใหญ่เป็นการจัดแสดงเพื่อเฉลิมฉลองพิธีบวงสรวงเทพเจ้าของ ตน เช่น ละครกลางแจ้งซึ่งเป็นต้นแบบของการแสดงละครในปัจจุบัน ดนตรีและการละเล่นอื่นๆ ดนตรีกรีกโบราณตัง้แต่เริ่มต้นถึง 330 ปี ก่อนคริสตกาล ช่วงสมัยนีไ้ด้มีการในสมัยนีไ้ด้สูญหายไปในความลึกลับของศาสตร์แห่งเทพ นิยายกรีก ดนตรีประเภทนีใ้ช้ประกอบพิธีกรรมของลัทธิเทพเจ้าอพอลโล (Apollo) ผู้เป็นเจ้าแห่งแสงสว่างซงึ่รวมถึงความมีเหตุผลและ วินัยถือความถูกต้องชัดเจนและการดาเนินชีวิตตามทางสายกลาง เครื่องดนตรีที่ใช้ คือ พิณไลร่า (Lyre) ส่วนพิธีกรรมของเทพเจ้าได โอนีซัส(Dionysus) นัน้ถือว่าเป็นไปในทางตรงกันข้ามคือสื่อถึงความป่าเถื่อนอึกทึกครึกโครม สนุกสนาน ความลึกลับ และความมืด เทพนิยายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับดนตรี คือบรรดาเทพ 9 องค์ เป็นธิดาของเทพเจ้าซีอุส ซึ่งเป็นเทพประจาสรรพวิทยาและศาสตร์แต่ละชนิด วรรณกรรมกรีกที่เก่าแก่ที่สุดเท่าที่รู้จักกันคือมหากาพย์อีเลียด และ โอดิสซีย์ของโฮเมอร์ซงึ่จับเรื่องราวเหตุการณ์ในระหว่างสงคราม เมืองทรอย นอกจากนีมี้บทกวีมหากาพย์ร่วมสมัยอีกสองชุดของเฮสิโอด คือ TheogonyและWorks and Days เล่าเรื่องราว เกี่ยวกับการกาเนิดโลก การสืบทอดของจอมเทพผู้ศักดิ์สิทธิ์ยุคของมนุษย์กาเนิดศัตรูของมนุษย์และพิธีบูชายัญต่างๆ
  • 3. ancient greek architecture 776-265 BC MISS SASIPRAPHA SUYKOO AT 154501251033 RAJAMANGALA UNIVERSITY OF TECHNOLOGY SUVARNABHUMI กรีกเป็นอารยธรรมที่มีพัฒนาการที่น่าทึ่งในหลายๆ ด้าน รวมถึงเครื่องเรือนอันเป็นรากฐานของสิ่งที่ใช้สอยกันอยู่ใน ปัจจุบันนี้แม้ไม่ได้สร้างด้วยเทคโนโลยีขัน้สูงเหมือนอย่างเครื่องเรือนในปัจจุบัน เครื่องเรือนในสมัยกรีกก็สะท้อนให้เห็นภูมิ ปัญญาในด้านประโยชน์ใช้สอยของผู้คนในยุคนัน้ได้เป็นอย่างดีเครื่องเรือนสมัยกรีกทาจากไม้เป็นหลัก แต่บางส่วนก็มีหิน หินอ่อน หรือโลหะ เช่น สัมฤทธิ์ เงิน หรือแม้แต่ทองคา ประกอบอยู่ด้วย ในปัจจุบันแทบไม่มีเครื่องเรือนที่ทาจากไม้ หลงเหลืออยู่แล้ว แต่ก็ยังสามารถพบหลักฐานเกี่ยวกับชื่อหรือลักษณะของเครื่องเรือนเหล่านีไ้ด้ในเอกสารต่างๆ รวมถึง ภาพวาดในยุคนัน้เองก็มีเครื่องเรือนเหล่านีป้รากฏอยู่ไม้ที่นามาทาเครื่องเรือนประกอบด้วยโอ๊ค เมเปิล บีช ยิว และวิลโลว์ ไม้เหล่านีจ้ะถูกตัดแบ่งออกเป็นชนิ้ส่วนหลายชิน้ จากนัน้ช่างก็จะทาการเจาะช่องในไม้ท่อนหนงึ่และแกะเดือยบนไม้อีก ท่อนหนงึ่ เพื่อให้นามาประกอบกันได้ จากนัน้ก็จะยึดให้แน่นด้วยเชือก หมุด ตะปูโลหะ และกาว การจัดรูปทรงชิน้งานให้ได้ ตามต้องการจะทาด้วยการแกะสลัก และการอบไอนา้ วัสดุที่นิยมใช้ประดับตกแต่งเครื่องเรือนประกอบด้วยเขีย้วสัตว์ กระดองเต่า แก้ว ทองคา หรือวัตถุมีค่าอื่นๆ บางครัง้ไม้ที่นามาทาเป็นเครื่องเรือนเองก็มีราคาแพงเพื่อให้เครื่องเรือนดูมี ราคามากเครื่องเรือนสมัยกรีกที่ใช้กันแพร่หลายมี 5 ประเภทหลัก ประกอบด้วย แท่นนงั่ ม้านงั่ยาว โต๊ะเล็ก หีบ และเก้าอี้ แต่ละชิน้มีรายละเอียดดังต่อไปนี้(แท่นนงั่แบ่งออกเป็นสามชนิด ชนิดแรกดูคล้ายโต๊ะเล็ก พืน้ด้านบนเรียบตรง ขาตรงสี่ขา ไม่มีพนักพิง ชื่อเรียกในภาษากรีกคือ Bathron ชนิดที่สองมีนา้หนักเบา พกพาสะดวก มีขาเป็นรูปทรงขาสัตว์หันเข้าด้านใน ที่ปลายขาเป็นอุ้งเท้าสิงโต ใช้ทัง้ในบ้านและนอกบ้าน ชื่อเรียกในภาษากรีกคือ Diphros okladis ชนิดที่สามใช้เฉพาะในหมู่ คนมีฐานะ คือ Thronos หรือ Throne (บัลลังก์)
  • 4. ภูมิปัญญาและเทคโนโลยี ancient greek architecture 776-265 BC MISS SASIPRAPHA SUYKOO AT 154501251033 RAJAMANGALA UNIVERSITY OF TECHNOLOGY SUVARNABHUMI ในปัจจุบัน มักใช้เป็นที่นงั่ของบุคคลที่สาคัญที่สุดในสถานที่หรือพิธีการนัน้ นอกจากนียั้งมีแท่นยืนสาหรับใช้เหยียบขึน้ เครื่องเรือนชนิ้อื่น เรียกว่าม้านงั่ยาว ในภาษากรีกคือ Kline ใช้สาหรับนอนรับประทานอาหาร พืน้ด้านบนเรียบตรง มี พนักพิงที่ปลายด้านหนงึ่ตัง้ขึน้สาหรับพิงหลัง Kline ทาจากไม้ ส่วนขามักทาจากสัมฤทธิ์ และมักยกสูงจากพืน้จน บางครัง้ต้องใช้แท่นยืน(Theyns)ในการก้าวขึน้ โดยมากแล้วม้านงั่จะวางชิดผนัง มีโต๊ะเล็กสาหรับวางอาหารและ เครื่องดื่มอยู่ใกล้ๆ(โต๊ะเล็กนีมี้ความสูงน้อยกว่าม้านงั่ เวลาที่ไม่ใช้งานสามารถสอดเก็บใต้ม้านงั่ได้) คนมีฐานะมักประดับ ประดาเครื่องเรือนชนิ้นีอ้ย่างหรูหรา คนมีเงินเท่านัน้จึงจะสามารถมีเตียงแยกไว้ที่ห้องนอนต่างหาก คนที่ไม่มีทรัพย์สิน มากนักจะใช้ม้านงั่ทัง้ในการรับประทานอาหารและการหลับพักผ่อนหีบในสมัยกรีกมีหลากหลายขนาดและรูปร่าง ฝาปิด มักเป็นทรงจวั่ตกแต่งด้วยการใช้เงินหรือทองคาสลักเป็นลวดลายดอกไม้ ด้วยเหตุนีหี้บจึงถือเป็นเครื่องเรือนที่มีค่า และ บ่อยครัง้ที่หีบกลายเป็นส่วนหนงึ่ของสินสอดทองหมัน้ที่ชายชาวกรีกให้กับครอบครัวฝ่ายหญิงสาว สิ่งที่ชาวกรีกบรรจุข้าง ในหีบประกอบด้วยอัญมณีของมีค่า ผลไม้ และเครื่องสวมใส่ บางครัง้ก็ใช้เป็นโลงศพด้วย (Naillon 2014)โต๊ะในสมัยกรีก มีขนาดเล็กและเคลื่อนย้ายได้ง่าย พืน้ด้านบนเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าและมีสามขา สองขาที่ปลายข้างหนงึ่และหนงึ่ขาที่ ปลายอีกข้างหนงึ่ ชาวกรีกใช้โต๊ะสาหรับวางอาหารและเครื่องดื่มเพียงอย่างเดียว จะไม่ใช้เพื่อวางสิ่งของชิน้อื่นๆ วัสดุที่ ใช้ทาส่วนมากเป็นไม้ แต่ก็มีบางส่วนที่ทาจากสัมฤทธิ์หรือหินอ่อน นับแต่ 400 ปีก่อนคริสตกาลเป็นต้นมา โต๊ะชนิดนีก้็ถูก แทนที่ด้วยโต๊ะกลมเก้าอีใ้นสมัยกรีกมีสองชนิด ชนิดแรกมีลักษณะเหมือนกับที่อียิปต์โบราณใช้คือ แท่นด้านบน พนักพิง และที่วางแขนล้วนเรียบตรงและแข็ง ใช้ในงานพิธีการมากกว่าเพื่อความสะดวกสบาย แต่หลังจาก 500 ปีก่อนคริสตกาล เป็นต้นมา กรีกได้พัฒนาเก้าอีข้องตัวเองขึน้มา เรียกว่า Klismos ซงึ่มีรูปทรงโค้งเว้าทัง้ขาสี่ข้างและพนักพิง(Stiles) ทาให้ สามารถนงั่ได้ในอากัปกิริยาที่เป็นธรรมชาติ และเพื่อเพิ่มความสบายให้กับผู้นงั่ ยังได้มีการใช้เบาะรองและหนังสัตว์มาปู กับเก้าอีอี้กด้วย เครื่องเรือนชนิ้นีส้่วนใหญ่จะใช้งานโดยผู้หญิง โดยภาพรวมแล้วเครื่องเรือนสมัยกรีกมีความคล้ายคลึงกับปัจจุบันทัง้ด้านรูปร่างและการใช้สอย ทัง้นีก้็เพราะเครื่องเรือน ในปัจจุบันจานวนไม่น้อยที่มีรากฐานมาจากอารยธรรมโบราณ นับเป็นเรื่องน่าทึ่งที่ภูมิปัญญาเมื่อกว่าสองพันห้าร้อยปี ก่อนยังหลงเหลือและได้รับการยอมรับในคุณค่าของมันมาจนถึงปัจจุบัน
  • 5. ancient greek architecture 776-265 BC MISS SASIPRAPHA SUYKOO AT 154501251033 RAJAMANGALA UNIVERSITY OF TECHNOLOGY SUVARNABHUMI ภูมิทัศน์ทางวัฒนธรรม กรีกมีนครที่สาคัญที่สุดคือ เอเธนส์ สปาร์ต้า และโครินทร์ชาวเมืองในสมัยนัน้ใช้ เวลาว่างในการจับกลุ่มสนทนาเรื่องเกี่ยวกับปรัชญาและการเมือง และผู้ชายก็จะ ออกกาลังกายในโรงยิมเนเซียม ชาวกรีกจะมีเวลาว่างหาความเพลิดเพลินมาก เพราะมีข้าทาสบริวารทางานแทน คอยรับใช้สังคม กรีกจะให้ความสาคัญกับเด็ก มากกว่าสตรี ผู้หญิงจะมีสิทธิออกเสียงน้อย ได้รับการอบรมเกี่ยวกับ งานบ้าน การ เรือนเป็นส่วนใหญ่ การศึกษาคือพออ่านออกเขียนได้ งงาานสถถาาปปััตยกรรม Architecture
  • 6. ancient greek architecture 776-265 BC MISS SASIPRAPHA SUYKOO AT 154501251033 RAJAMANGALA UNIVERSITY OF TECHNOLOGY SUVARNABHUMI งานสถาปัตยกรรม Architecture ด้านสถาปัตยกรรม ชาว เอเธนส์ได้สร้างสรรค์งานด้านสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นให้แก่ชาวโลกจานวนมาก ส่วนใหญ่เป็นการก่อสร้าง อาคารเพื่อกิจกรรมสาธารณะ เช่น วิหาร สนามกีฬา และโรงละคร ความโดดเด่นของงานสถาปัตยกรรมไม่ได้ ขึน้อยู่กับความใหญ่โตของสิ่งก่อสร้าง แต่เป็นความงดงามของสัดส่วนที่สมบูรณ์แบบ ตัวอย่างเช่น วิหารพาร์เท นอน (Parthenon) ที่ตัง้อยู่บนเนินเขาอะโครโพลิส เป็นสิ่งก่อสร้างที่มีสัดส่วนงดงามทัง้ความยาว ความกว ว้างและความสูง จัดว่าเป็นผลงานชนิ้เอกของโลก สถาปัตยกรรมใช้ระบบโครงสร้างแบบเสาและ คานเช่นเดียวกับอียิปต์มีแผนผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าจากฐาน อาคารซงึ่ยก เป็นชัน้ๆก็จะเป็นฝาผนังโดยปราศจากหน้าต่างซงึ่จะกัน้เป็นห้องต่างๆ 1- 3ห้องปกตสิถาปนิกจะ สร้างเสารายล้อมรอบอาคารหรือสนามด้วยมีการสลับช่วงเสากัน อย่างมีจังหวะระหว่างเสากับช่องว่างระหว่าง เสาทาให้พืน้ภายนอกรอบๆวิหารมี ความสว่างและมีรูปทรงเปิดมากกว่าสถาปัตยกรรมอียิปต์และมีขนาด เหมาะสมไม่ใหญ่ โตจนเกินไปมีรูปทรงเรียบง่าย สถาปัตยกรรมกรีกแบบพืน้ฐาน2ใน3แบบเกิดในสมัยอาร์คา อิกคือแบบดอริกและแบบไอโอ นิกซงึ่แบบหลังพบแพร่หลายทวั่ไปในแถบเอเชียไมเนอร์เสาหล่านีแ้ต่ละต้นจะมี คานพาดหัวเสาถึงกันหมดในสมัยต่อมาเกิดสถาปัตยกรรมอีแบบหนึ่งคือแบบโคริน เธียนหัวเสาจะมีลายรูป ใบไม้ชาวกรีกนิยมสร้างอาคารโดยใช้สถาปัตยกรรมทัง้สาม ชนิดนีผ้สมผสานกันโดยมีการตกแต่งประดับ ประดาด้วยการแกะสลักลวดลายประกอบบาง ทีก็แกะสลักรูปคนประกอบไปด้วยนอกจากนียั้งมีการใช้สี ระบายตกแต่งโดยสี นา้เงินได้รับความนิยมใช้ระบายฉากหลังรูปลวดลายที่หน้าจวั่และสีแดงใช้ระบาย ฉาก หลังสาหรับประติมากรรมที่หัวเสาและลายควิ้คาน
  • 7. ancient greek architecture 776-265 BC MISS SASIPRAPHA SUYKOO AT 154501251033 RAJAMANGALA UNIVERSITY OF TECHNOLOGY SUVARNABHUMI งานสถาปัตยกรรม Architecture
  • 8. ancient greek architecture 776-265 BC MISS SASIPRAPHA SUYKOO AT 154501251033 RAJAMANGALA UNIVERSITY OF TECHNOLOGY SUVARNABHUMI งานสถาปัตยกรรม Architecture
  • 9. ancient greek architecture 776-265 BC MISS SASIPRAPHA SUYKOO AT 154501251033 RAJAMANGALA UNIVERSITY OF TECHNOLOGY SUVARNABHUMI งานสถาปัตยกรรม Architecture
  • 10. MISS SASIPRAPHA SUYKOO AT 154501251033 RAJAMANGALA UNIVERSITY OF TECHNOLOGY SUVARNABHUMI งานสถาปัตยกรรม Architecture คือวิหารโบราณบนเนินอะโครโพลิสในกรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซ สร้างเพื่อเป็นศาสนสถานบูชาเทพีเอเธนา หรือเทพีแห่งปัญญา ความรอบรู้ ใน ศตวรรษที่ 5 ก่อนคริสต์ศักราช เป็นสงิ่ก่อสร้างสถาปัตยกรรมกรีกโบราณที่มีชื่อเสียงที่สุด แสดงให้เห็นถึงความเฉลียวฉลาดของสถาปนิกในสมัยนัน้ และถือได้ว่าเป็นหนึ่งในสิ่งก่อสร้างที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก มีขนาดกว้าง 101.4 ฟุต หรือ 30.9 เมตร และ ยาว 228.0 ฟุต หรือ 69.5 เมตร คาว่า พาร์เธนอน นัน้น่าจะมาจากประติมากรรมที่เคยตัง้อยู่ภายในวิหาร คือ Athena Parthenos ซงึ่มีความหมายว่า เทพีอันบริสุทธิ์ ตามตานานกรีกเล่าว่า ที่มาของชื่อเมืองเอเธนส ์(Athens) นัน้ มาจากการที่ชาวกรีกจะตัง้ชื่อเมืองแต่ไม่รู้จะใช้ชื่ออะไร โพไซดอน เทพแห่ง มหาสมุทร ผู้มีศักดิ์เป็นลุงของอธีนา ใช้ตรีศูลอาวุธของตนสร้างม้าขึน้มา(บ้างก็ว่าสร้างนา้พุขึน้) ชาวเมืองต่างพากันชื่นชมม้าเป็นอันมาก แต่เทพีอธีนา ได้เนรมิตต้นมะกอกขึน้มา ซงึ่สามารถใช้ผลเป็นประโยชน์ได้ นอกจากนี้มะกอก ยังเป็นสัญลักษณ์ของสันติภาพ ในขณะที่ม้าเป็นสัญลักษณ์ของ สงคราม ชาวเมืองจึงตกลงใช้ชื่อเมืองว่า เอเธนส์ ตามชื่อของพระนาง และมะกอกก็กลายเป็นผลไม้เศรษฐกิจสาคัญอันดับหนึ่งของกรีซมาจน ปัจจุบัน อาจกล่าวได้ว่า อธีนา เป็นเทพที่ชาวกรีกให้ความนับถือมากที่สุดก็ว่าได้ ในสมัยโบราณมีการสร้างมหาวิหารเพื่อถวายแด่พระนาง คือ วิหาร พาเธนอน ซงึ่ตัง้อยู่ที่เนินอะโครโปลิส ที่กรุงเอเธนส์ในปัจจุบัน ในการท่องเที่ยวของกรีซ จะพบรูปปั้นขนาดเล็กของอธีนาขายเป็นที่ระลึกอยู่ทวั่ไป ใน วัฒนธรรมสมัยนิยมก็ถูกอ้างถึงในการ์ตูนญี่ปุ่นเป็นต้น เช่น เรื่อง เซนต์เซย่า เมื่ออธีนาได้จุติลงมาเป็นเด็กผู้หญิงที่ชื่อ คโิด ซาโอริ ทาหน้าปกป้องโลก จากเทพองค์อื่น ๆ ที่มีความปรารถนาจะครองโลก ซงึ่เป็นตัวเอกฝ่ายหญิงของการ์ตูนเรื่องนทีี้เดียว วิหารพาร์เธนอนเป็นวิหารที่ถูกสร้างขึน้โดยสร้างตามการริเริ่มของเพริเคิล ผู้นากรุงเอเธนส์ในสมัยนัน้ และสร้างโดยมีประติมากรฟีเดียสเป็นผู้ควบคุม งาน การก่อสร้างเริ่มขึน้เมื่อ 447 ปีก่อนคริสต์ศักราช ถึงแม้ว่าการก่อสร้างจะเสร็จสมบูรณ์เมื่อ 438 ปีก่อนคริสต์ศักราชแล้วก็ตาม แต่ก็ยังมีการตกแต่ง เพิ่มเติมอีก 5 ปี เพื่ออุทิศแด่เทพีอาธีนาซึ่ง ซึ่งเป็น เทพีประจาเมืองเอเธนส์แต่ไหนแต่ไรมา คาว่า “พาร์เธนอน” แปลว่าห้องแห่งเทพีพหรมจารี (Hall of the virgin goddess) วิหารโบราณแห่งนมีี้ความเก่าแก่มากกว่า 2,600 ปี ตัง้อยู่อะโครโปลิส (แปลว่าจุดสูงสุดของเมือง) ใจกลางกรุง เอเธนส์ ประเทศกรีซ ซึ่งแม้ว่าวิหารพาร์เธอนอนจะเหลือเพียงแต่ซากปรักหักพัง แต่เราก็ยังสามารถที่จะจินตนาการถึงความยิ่งใหญ่ในอดีตได้เป็นอย่าง ดี เนินอะโครโปลิสที่เป็นที่ตัง้ของวิหารพาร์เธนอนนอี้ยู่บนเนินเขาพัลลาส(Pallas) ซงึ่สูงจากพนื้ราบ 60-70 เมตร พนื้ที่บนยอดเขาประมาณ 45,000 ตารางเมตร ตัง้แต่ประมาณศตวรรษที่ 14 ก่อน คริสตกาล (1,400 ปี ก่อน คริสตกาล) ก็มีการสร้างพระราชวังบนเนินแห่งนแี้ล้ว โดยที่วิหารพาร์เธนอนที่ เห็นเป็นซากอยู่ในปัจจุบันเป็นวิหารรุ่นที่ 3 ที่สร้างทับซ้อนบนรากฐานเดิมของวิหารรุ่นที่ 2 ก่อนหน้า วิหารรุ่นแรกนัน้สร้างเมื่อประมาณ 500 กว่าปี ก่อนคริสตกาล และได้พังทลายลงไป จึงได้มีการเริ่มสร้างรุ่นที่ 2 ขึน้ในปี 490 ก่อนคริสตกาล แต่เหมือนเคราะห์ซา้กรรมซัดเพราะได้ถูกกองทัพของพวก เปอร์เซียเผาทาลายไปอีกครัง้หนงึ่ ตัง้แต่ยังก่อสร้างไม่เสร็จดีแต่ว่าชาวเอเธอส์ก็ยังไม่ละความพยายามในการสร้าง วิหารพาร์เธนอนจึงเริ่มก่อสร้าง อีกครัง้เป็นรุ่นที่ 3 ประมาณช่วงปี 447 ก่อน ค.ศ. ซงึ่นับเวลาจนกระทงั่ถึงตอนนกี้็ ประมาณ 2,500 ปี เห็นจะได้ วิหารพาร์เธนอนถูกสร้างขึน้ด้วยหิน อ่อน ขนาดยาวประมาณ 70 เมตร กว้าง 30 เมตร ด้านกว้างประกอบด้วยด้วยเสา 8 ต้น ด้านยาว 17 ต้น เสาแต่ละต้นสูง 10.5 เมตร ลักษณะของเสา เป็นลักษณะเฉพาะคือจะปล่องออกตรงกลางซงึ่เส้นผ่านศูนย์กลางเท่ากับ 2 เมตร และ ตรงปลายทัง้สองด้านเส้นผ่านศูนย์กลางเท่ากับ 1.5 เมตร โดย ในการก่อสร้างเสาแต่ต้น ชาวเอเธนส์จะแบ่งเสาเป็นข้อๆ เหมือนเค๊ก แล้วมาวางซ้อนกัน 10 -12 ชัน้ อย่างที่ได้บอกไปแล้วว่าวิหารพาร์เธนอนที่เห็นอยู่ในปัจจุบันถูกสร้างขึน้เป็นรุ่นที่ 3 โดยมันถูกสร้างเมื่อปี 447 ก่อน ค.ศ. และไปแล้วเสร็จในปี 438 ก่อน ค.ศ. แต่ก็ยังไม่เสร็จสมบูรณ์เหมือนตามที่ผู้สร้างตัง้ใจไว้ จึงใช้เวลาอีก 5 ปีในการแกะสลักรูปปั้นเพื่อไปประดับ วิหารพาร์เธนอนอีก รวมระยะเวลาที่ใช้ ทัง้หมด ก็ 14 ปี
  • 11. ancient greek architecture 776-265 BC MISS SASIPRAPHA SUYKOO AT 154501251033 RAJAMANGALA UNIVERSITY OF TECHNOLOGY SUVARNABHUMI งานสถาปัตยกรรม Architecture การก่อสร้าง วิหารพาร์เธนอนสร้างตามการริเริ่มของเพริ เคิล ผู้นากรุงเอเธนส์ในสมัยนัน้ และสร้าง โดยมีประติมากรฟีเดียสเป็นผู้ควบคุมงาน การก่อสร้างเริ่มขึน้เมื่อ 447 ปีก่อน คริสต์ศักราช ถึงแม้ว่าการก่อสร้างจะเสร็จ สมบูรณ์เมื่อ 438 ปีก่อนคริสต์ศักราชแล้วก็ ตาม แต่ก็ยังมีการตกแต่งเพิ่มเติมอีก 5 ปี บัญชีส่วนหนงึ่ของการก่อสร้างครั้งนี้ หลงเหลืออยู่ และแสดงให้เห็นว่างานที่มี ค่าใช้จ่ายสูงสุด คือ การขนย้ายหินจากเขา เพนเทลิกัส ซงึ่อยู่ห่างจากกรุงเอเธนส์ไป กว่า 16 กิโลเมตร วิหารพาร์เธนอนมีขนาดกว้าง 30.9 เมตร ยาว 69.5 เมตร (101.4 × 228.0 ฟุต) เสา ภายนอกแต่ละต้นมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 1.9 เมตร (6.2 ฟุต) และสูง 10.4 เมตร (34.1 ฟุต) เสาที่หัวมุมของวิหารจะมีขนาดใหญ่ กว่าเสาอื่นๆ เล็กน้อย หลังคาปูด้วยหินอ่อน ซ้อนกัน เมื่อนาขนาดของวิหารนมี้าคานวณเป็น อัตราส่วน จะพบว่าหลายๆ แห่งเป็น อัตราส่วนทองคา เสาด้านหน้าจะมี 8 ต้น และด้านข้างจะมี 17 ต้น