ภารกิ จ ระดั บ
 ครู ผ ู ้ ช ่ ว ย
ห้ อ งเรี ย
 นที ่ 1
ภารกิ จ การเรี ย นรู ้
 1.ให้ ท ่ า นวิ เ คราะห์ ว ิ ธ ี ก ารจั ด การเรี ย นรู ้
  ของครู แ ต่ ล ะคนว่ า อยู ่ ใ นกระบวนทั ศ น์
  การออกแบบการสอนใด และมี พ ื ้ น ฐานมา
  จากทฤษฎี ก ารเรี ย นรู ้ ใ ดบ้ า ง พร้ อ ม
  อธิ บ ายเหตุ ผ ล
 2.วิ ธ ี ก ารเรี ย นรู ้ ข องครู แ ต่ ล ะคนมี ข ้ อ ดี แ ละ
  ข้ อ เด่ น อย่ า งไร
 3.วิ ธ ี ก ารจั ด การเรี ย นรู ้ ข องใครที ่
1.ให้ ท ่ า นวิ เ คราะห์
วิ ธ ี ก ารจั ด การเรี ย นรู ้
ของครู แ ต่ ล ะคนว่ า อยู ่
ในกระบวนทั ศ น์ ก าร
ออกแบบการสอนใด
และมี พ ื ้ น ฐานมาจาก
ทฤษฎี ก ารเรี ย นรู ้ ใ ด
บ้ า ง พร้ อ มอธิ บ าย
เหตุ ผ ล
ูบุญ มี
คร
               ออกแบบการสอนโดยมี
       พื ้ น ฐานมาจากทฤษฎี ก าร
       เรี ย นรู ้ แ บบพฤติ ก รรมนิ ย ม
       คื อ ครู บ ุ ญ มี จ ะให้ ค วามสนใจ
       กั บ พฤติ ก รรมที ่ ส ามารถวั ด
       และสั ง เกตจากภายนอกได้
       เช่ น การที ่ ค รู บ ุ ญ มี ใ ห้
       นั ก เรี ย นท่ อ งศั พ ท์ ว ั น ละ 5
ุญ ช ่วย
ค รูบ
                ออกแบบการสอนโดยใช้
         พื ้ น ฐานมาจากทฤษฎี ก าร
         เรี ย นรู ้ แ บบคอนสตรั ค ติ ว ิ ส ต์
         โดยเน้ น ประสบการณ์ เ ดิ ม ของ
         ผู ้ เ รี ย นและครู ผ ู ้ ส อนเพี ย งแต่
         ขยายโครงสร้ า งทางปั ญ ญาให้
         โดยการที ่ ค รู บ ุ ญ ช่ ว ยคอยถาม
         คำ า ถามเพื ่ อ กระตุ ้ น ให้
ูบุญ ชู
คร
          ออกแบบการสอนโดยใช้ พ ื ้ น
    ฐานมาจากทฤษฎี ก ารเรี ย นรู ้ แ บบ
    พุ ท ธิ ป ั ญ ญานิ ย ม คื อ การที ่ ผ ู ้
    เรี ย นสามารถเรี ย บเรี ย งสิ ่ ง ที ่
    เรี ย นรู ้ ม าได้ และเรี ย นรู ้ เ พิ ่ ม เติ ม
    จากประสบการณ์ เ ดิ ม ทั ้ ง ยั ง
    สามารถนำ า มาใช้ ไ ด้ ท ั น ที ดั ง เช่ น
    ที ่ ค รู บ ุ ญ ชู ใ ห้ น ั ก เรี ย นจำ า ศั พ ท์
2. วิ ธ ี ก ารเรี ย นรู ้
ของครู แ ต่ ล ะคนมี
ข้ อ ดี แ ละข้ อ เด่ น
อย่ า งไร
ครู บ ุ ญ
                   มี
        ข้ อ เด่ น                    ข้ อ ดี
    -การใช้บทเรียน              -การบรรยายช่วยให้
โปรแกรมและชุดการสอน          นักเรียนเข้าใจและแม่นยำา
ทำาให้นกเรียนได้เห็นภาพ
           ั                 ในเนื้อหา
และเนือหา
       ้                        -การให้นักเรียนบันทึก
    -สามารถวัดและประเมิน     และท่องซำ้าทำาให้นักเรียน
ผลได้ทนทีว่านักเรียน
         ั                   ได้จำาบทเรียนและจำาเนือหา
                                                    ้
สามารถเข้าใจและจดจำาบท       ได้มากขึ้นกว่าเรียนผ่านๆ
เรียนได้หรือไม่ อีกทังยัง
                     ้          -การคัดลายมือเป็นการ
ทำาให้ผู้เรียนกระตือรือร้น   ฝึกทักษะการเขียนหนังสือ
บุ ญ ช่
         ข้ อ เด่ น         วย             ข้ อ ดี
   - มีการเชื่อมโยงความรู้           - ผู้เรียนสามารถนำาความรู้
   - เกิดความเข้าใจและจำาได้    เก่าและความรู้ใหม่มาประยุกต์
มากขึ้น                         ใช้ร่วมกัน มีปฏิสัมพันธ์ทาง
   - ได้แลกเปลียนแสดงความ
                ่               สังคมที่สามารถแลกเปลี่ยนความ
เห็นชั้นเรียนและเกิดการต่อยอด   รู้กับเพื่อนร่วมชั้นเรียน ซึ่งจะ
ทางความคิด                      ทำาให้ขยายความรู้ได้มากขึ้น
   - ใช้คำาถามนำาไปสูบทเรียน
                     ่               - การใช้คำาถามนำาเข้าสู่บท
                                เรียนทำาให้นักเรียนได้คิดและ
                                ต่อยอดความรู้
                                     - การที่ครูเตรียมแหล่งการ
                                เรียนรู้ทำาให้นักเรียนได้ฝึก
                                ค้นคว้าหาความรู้ด้วยตนเอง
                                การค้นคว้าหาความรู้ด้วยตนเอง
ครู
                          บุ ญ
        ข้ อ เด่ น
                           ชู          ข้ อ ดี
    - ท่องศัพท์โดยใช้             - การท่องศัพท์โดยใช้
บทเพลง                        บทเพลงหรือจำาเป็นคำา
    - ใช้แผนภูมรูปภาพช่วย
                   ิ          คล้องจองนันจะทำาให้จำาได้
                                          ้
จำา                           กว่าและเร็วกว่าการท่องจำา
    - ผู้เรียนสามารถลำาดับ    ทีล่ะคำา เพราะได้ใช้สมอง
ความคิดได้ ซึ่งง่ายต่อทั้ง    ซีกขวาช่วยในการจำา
การเรียนและการสอนของ              - การใช้แผนภูมรูปภาพ
                                                 ิ
ครู อีกทั้งผู้เรียนยังสมารถ   ช่วยในการเขียนแผนผัง
นำาไปประยุกต์ใช้ในวิชา        หรือเขียนความสุมพันธ์นนั้
อื่นๆ ได้อีกด้วย              ช่วยการจำาเพราะการ
3. วิ ธ ี ก าร
จั ด การเรี ย นรู ้ ข อง
ใครที ่ ส อดคล้ อ งกั บ
พระราชบั ญ ญั ต ิ ก าร
ศึ ก ษาแห่ ง ชาติ พ.ศ.
2542 มากที ่ ส ุ ด
เพราะเหตุ ใ ด
จากพระราชบัญญัติการศึกษาแห่ง
ชาติ พ.ศ. 2542 หมวดที่ 4 แนวการ
จัดการศึกษา มาตราที่ 22 การจั ด การ
ศึ ก ษาต้ อ งยึ ด หลั ก การว่ า ผู ้ เ รี ย น
ทุ ก คนมี ค วามสามารถเรี ย นรู ้ แ ละ
พั ฒ นาตนเองได้ แ ละถื อ ว่ า ผู ้ เ รี ย น
มี ค วามสำ า คั ญ ที ่ ส ุ ด กระบวนการ
จั ด การศึ ก ษาต้ อ งส่ ง เสริ ม ให้ ผ ู ้
เรี ย นสามารถพั ฒ นาตามธรรมชาติ
และเต็ ม ตามศั ก ยภาพ
ซึ่งจะเห็นได้ว่ามีความสอดคล้องกับ
การสอนของครูบญช่วย ที่ออกแบบการ
                  ุ
สอนโดยใช้พื้นฐานมาจากทฤษฎีการ
เรียนรู้แบบคอนสตรัคติวิสต์ โดยเน้น
ประสบการณ์เดิมของผู้เรียนและครูผู้สอน
เพียงแต่ขยายโครงสร้างทางปัญญาให้
โดยการที่ครูบญช่วยคอยถามคำาถามเพื่อ
               ุ
กระตุ้นให้นกเรียนคิดคำาตอบ ขยายความ
             ั
รู้ของผูเรียนด้วยตัวผู้เรียนเอง
        ้
ห้ อ งเรี ย
 นที ่ 2
ผมเป็ น ครู ส อนคณิ ต ศาสตร์ ม าหลายปี
ขณะสอนนั ก เรี ย นจะได้ ย ิ น คำ า ถามเสมอ
ว่ า “ อาจารย์ ( ครั บ /คะ) เรี ย นเรื ่ อ งนี ้ ไ ป
ทำ า ไม เอาไปใช้ ป ระโยชน์ อ ะไรได้ บ ้ า ง ”
ก็ ไ ด้ แ ต่ ต อบคำ า ถามว่ า นำ า ไปใช้ ใ นการ
เรี ย นต่ อ ชั ้ น สู ง และนำ า ไปประยุ ก ต์ ใ ช้ ใ น
วิ ช าวิ ท ยาศาสตร์ ซึ ่ ง บางเนื ้ อ หาก็ ม ี โ จทย์
ปั ญ หาเป็ น แนวทางทำ า ให้ พ อรู ้ ว ่ า จะนำ า ไป
ใช้ อ ะไรบ้ า ง แต่ บ างเนื ้ อ หาก็ จ ะได้ ย ิ น
เสี ย งบ่ พ ึ ม พำ า ว่ า “ เรี ย นก็ ย าก สู ต รก็ เ ยอะ
ไม่ ร ู ้ จ ะเรี ย นไปทำ า ไม ไม่ เ ห็ น ได้ น ำ า ไปใช้
เลย ” ในความเป็ น จริ ง ดิ ฉ ั น คิ ด ว่ า
หลั ก สู ต รวิ ช าคณิ ต ศาสตร์ ข องไทยน่ า จะ
ภารกิ จ การเรี ย น
                     รู ้

        1. ให้ ท ่ า นวิ เ คราะห์ ป ั ญ หาที ่ เ กิ ด ขึ ้ น
ว่ า น่ า จะมีคราะห์ ห าทฤษฎี ก ารเรีง นรู ้
        2. วิ เ ส าเหตุ ม าจากอะไรบ้ า ย
และการออกแบบการสอนที ่ ส ามารถแก้
ปั ญ หาได้
      3. ออกแบบการจั ด การเรี ย นรู ้ ท ี ่
สามารถแก้ ป ั ญ หาดั ง กล่ า วได้
1. ให้ ท ่ า น
วิ เ คราะห์ ป ั ญ หาที ่
เกิ ด ขึ ้ น ว่ า น่ า จะมี
สาเหตุ ม าจากอะไร
บ้ า ง
สาเหตุ เ กิ ด จากการจั ด การเรี ย นการ
สอนของไทยไม่ ไ ด้ เ น้ น ผู ้ เ รี ย นเป็ น สำ า คั ญ
โดยผู ้ ส อนไม่ ม ี แ รงจู ง ใจให้ น ั ก เรี ย น ไม่
ชี ้ ใ ห้ เ ห็ น ถึ ง ความสำ า คั ญ และประโยชน์
ของวิ ช าคณิ ต ศาสตร์ ซึ ่ ง สามารถนำ า ไป
ประยุ ก ต์ ใ ช้ ไ ด้ อ ี ก หลากหลายสาขาวิ ช า
อี ก ทั ้ ง ยั ง สามารถนำ า มาใช้ ใ นชี ว ิ ต ประจำ า
วั น ผู ้ เ รี ย นจึ ง เกิ ด คำ า ถามและเกิ ด ความ
รู ้ ส ึ ก ไม่ อ ยากที ่ จ ะเรี ย นรู ้ ใ นวิ ช านี ้
2. วิ เ คราะห์ ห า
ทฤษฎี ก ารเรี ย นรู ้
และการออกแบบการ
สอนที ่ ส ามารถแก้
ปั ญ หาได้
ผูสอนสามารถนำาทฤษฎีการเรียนรู้
      ้
แบบคอนสตรัคติวิสต์มาประยุกต์ใช้ใน
การสอนได้ โดยผูสอนสามารถนำา
                  ้
ความรู้เก่าๆ ของผู้เรียนมาต่อยอดและ
ขยายความรู้ออกไป ถึงแม้จะเป็นการ
สอนเนื้อหาใหม่ เมื่อผูสอนๆ เนื้อหาก็
                       ้
สามารถจัดให้ผู้เรียนมีปฏิสมพันธ์แลก
                           ั
เปลี่ยนความรู้กันโดยผู้สอนอาจให้ผู้
3. ออกแบบการ
จั ด การเรี ย นรู ้ ท ี ่
สามารถแก้ ป ั ญ หาดั ง
กล่ า วได้
สามารถออกแบบจัดการเรียนรู้โดย
ใช้พื้นฐานจากทฤษฎีการเรียนรู้แบบ
คอนสตรัคติวิสต์ โดยผูสอนควรจะเน้น
ที่ผเรียนเป็นศูนย์กลางและต่อขยาย
     ู้
ความรู้ใหม่จากความรู้เดิมให้แก่ผู้
เรียน โดยอาจมีการทำางานเป็นกลุ่ม
จัดชุดการเรียนรู้ หรือมีสื่อวิดิทัศน์ที่
เกี่ยวกับเรื่องที่เรียนรู้เพื่อให้ผเรียน
                                     ู้
สนใจ และเข้าใจว่าสามารถนำาไปใช้
ในชีวิตประจำาวันได้ และไม่คดว่าสิ่งที่
                                   ิ
เรียนไปไม่ได้นำาไปใช้ ซึ่งจะทำาให้
ขาดแรงจูงใจในการเรียนรู้ได้
สมา
ชิ ก
 1. นางสาวพรเพ็ ญ เฟื ่ อ งฟู
      543050039-3
2. นางสาวนั น ทพร โพนยงค์
      543050354-5
3.นางสาวรุ จ ิ ศ สิ น ี เวี ย งนนท์
      543050362-6
   สาขาวิ ช าคณิ ต ศาสตรศึ ก ษา

ภารกิจครูผู้ช่วย

  • 1.
    ภารกิ จ ระดับ ครู ผ ู ้ ช ่ ว ย
  • 2.
    ห้ อ งเรีย นที ่ 1
  • 3.
    ภารกิ จ การเรีย นรู ้ 1.ให้ ท ่ า นวิ เ คราะห์ ว ิ ธ ี ก ารจั ด การเรี ย นรู ้ ของครู แ ต่ ล ะคนว่ า อยู ่ ใ นกระบวนทั ศ น์ การออกแบบการสอนใด และมี พ ื ้ น ฐานมา จากทฤษฎี ก ารเรี ย นรู ้ ใ ดบ้ า ง พร้ อ ม อธิ บ ายเหตุ ผ ล 2.วิ ธ ี ก ารเรี ย นรู ้ ข องครู แ ต่ ล ะคนมี ข ้ อ ดี แ ละ ข้ อ เด่ น อย่ า งไร 3.วิ ธ ี ก ารจั ด การเรี ย นรู ้ ข องใครที ่
  • 4.
    1.ให้ ท ่า นวิ เ คราะห์ วิ ธ ี ก ารจั ด การเรี ย นรู ้ ของครู แ ต่ ล ะคนว่ า อยู ่ ในกระบวนทั ศ น์ ก าร ออกแบบการสอนใด และมี พ ื ้ น ฐานมาจาก ทฤษฎี ก ารเรี ย นรู ้ ใ ด บ้ า ง พร้ อ มอธิ บ าย เหตุ ผ ล
  • 5.
    ูบุญ มี คร ออกแบบการสอนโดยมี พื ้ น ฐานมาจากทฤษฎี ก าร เรี ย นรู ้ แ บบพฤติ ก รรมนิ ย ม คื อ ครู บ ุ ญ มี จ ะให้ ค วามสนใจ กั บ พฤติ ก รรมที ่ ส ามารถวั ด และสั ง เกตจากภายนอกได้ เช่ น การที ่ ค รู บ ุ ญ มี ใ ห้ นั ก เรี ย นท่ อ งศั พ ท์ ว ั น ละ 5
  • 6.
    ุญ ช ่วย ครูบ ออกแบบการสอนโดยใช้ พื ้ น ฐานมาจากทฤษฎี ก าร เรี ย นรู ้ แ บบคอนสตรั ค ติ ว ิ ส ต์ โดยเน้ น ประสบการณ์ เ ดิ ม ของ ผู ้ เ รี ย นและครู ผ ู ้ ส อนเพี ย งแต่ ขยายโครงสร้ า งทางปั ญ ญาให้ โดยการที ่ ค รู บ ุ ญ ช่ ว ยคอยถาม คำ า ถามเพื ่ อ กระตุ ้ น ให้
  • 7.
    ูบุญ ชู คร ออกแบบการสอนโดยใช้ พ ื ้ น ฐานมาจากทฤษฎี ก ารเรี ย นรู ้ แ บบ พุ ท ธิ ป ั ญ ญานิ ย ม คื อ การที ่ ผ ู ้ เรี ย นสามารถเรี ย บเรี ย งสิ ่ ง ที ่ เรี ย นรู ้ ม าได้ และเรี ย นรู ้ เ พิ ่ ม เติ ม จากประสบการณ์ เ ดิ ม ทั ้ ง ยั ง สามารถนำ า มาใช้ ไ ด้ ท ั น ที ดั ง เช่ น ที ่ ค รู บ ุ ญ ชู ใ ห้ น ั ก เรี ย นจำ า ศั พ ท์
  • 8.
    2. วิ ธี ก ารเรี ย นรู ้ ของครู แ ต่ ล ะคนมี ข้ อ ดี แ ละข้ อ เด่ น อย่ า งไร
  • 9.
    ครู บ ุญ มี ข้ อ เด่ น ข้ อ ดี -การใช้บทเรียน -การบรรยายช่วยให้ โปรแกรมและชุดการสอน นักเรียนเข้าใจและแม่นยำา ทำาให้นกเรียนได้เห็นภาพ ั ในเนื้อหา และเนือหา ้ -การให้นักเรียนบันทึก -สามารถวัดและประเมิน และท่องซำ้าทำาให้นักเรียน ผลได้ทนทีว่านักเรียน ั ได้จำาบทเรียนและจำาเนือหา ้ สามารถเข้าใจและจดจำาบท ได้มากขึ้นกว่าเรียนผ่านๆ เรียนได้หรือไม่ อีกทังยัง ้ -การคัดลายมือเป็นการ ทำาให้ผู้เรียนกระตือรือร้น ฝึกทักษะการเขียนหนังสือ
  • 10.
    บุ ญ ช่ ข้ อ เด่ น วย ข้ อ ดี - มีการเชื่อมโยงความรู้ - ผู้เรียนสามารถนำาความรู้ - เกิดความเข้าใจและจำาได้ เก่าและความรู้ใหม่มาประยุกต์ มากขึ้น ใช้ร่วมกัน มีปฏิสัมพันธ์ทาง - ได้แลกเปลียนแสดงความ ่ สังคมที่สามารถแลกเปลี่ยนความ เห็นชั้นเรียนและเกิดการต่อยอด รู้กับเพื่อนร่วมชั้นเรียน ซึ่งจะ ทางความคิด ทำาให้ขยายความรู้ได้มากขึ้น - ใช้คำาถามนำาไปสูบทเรียน ่ - การใช้คำาถามนำาเข้าสู่บท เรียนทำาให้นักเรียนได้คิดและ ต่อยอดความรู้ - การที่ครูเตรียมแหล่งการ เรียนรู้ทำาให้นักเรียนได้ฝึก ค้นคว้าหาความรู้ด้วยตนเอง การค้นคว้าหาความรู้ด้วยตนเอง
  • 11.
    ครู บุ ญ ข้ อ เด่ น ชู ข้ อ ดี - ท่องศัพท์โดยใช้ - การท่องศัพท์โดยใช้ บทเพลง บทเพลงหรือจำาเป็นคำา - ใช้แผนภูมรูปภาพช่วย ิ คล้องจองนันจะทำาให้จำาได้ ้ จำา กว่าและเร็วกว่าการท่องจำา - ผู้เรียนสามารถลำาดับ ทีล่ะคำา เพราะได้ใช้สมอง ความคิดได้ ซึ่งง่ายต่อทั้ง ซีกขวาช่วยในการจำา การเรียนและการสอนของ - การใช้แผนภูมรูปภาพ ิ ครู อีกทั้งผู้เรียนยังสมารถ ช่วยในการเขียนแผนผัง นำาไปประยุกต์ใช้ในวิชา หรือเขียนความสุมพันธ์นนั้ อื่นๆ ได้อีกด้วย ช่วยการจำาเพราะการ
  • 12.
    3. วิ ธี ก าร จั ด การเรี ย นรู ้ ข อง ใครที ่ ส อดคล้ อ งกั บ พระราชบั ญ ญั ต ิ ก าร ศึ ก ษาแห่ ง ชาติ พ.ศ. 2542 มากที ่ ส ุ ด เพราะเหตุ ใ ด
  • 13.
    จากพระราชบัญญัติการศึกษาแห่ง ชาติ พ.ศ. 2542หมวดที่ 4 แนวการ จัดการศึกษา มาตราที่ 22 การจั ด การ ศึ ก ษาต้ อ งยึ ด หลั ก การว่ า ผู ้ เ รี ย น ทุ ก คนมี ค วามสามารถเรี ย นรู ้ แ ละ พั ฒ นาตนเองได้ แ ละถื อ ว่ า ผู ้ เ รี ย น มี ค วามสำ า คั ญ ที ่ ส ุ ด กระบวนการ จั ด การศึ ก ษาต้ อ งส่ ง เสริ ม ให้ ผ ู ้ เรี ย นสามารถพั ฒ นาตามธรรมชาติ และเต็ ม ตามศั ก ยภาพ
  • 14.
    ซึ่งจะเห็นได้ว่ามีความสอดคล้องกับ การสอนของครูบญช่วย ที่ออกแบบการ ุ สอนโดยใช้พื้นฐานมาจากทฤษฎีการ เรียนรู้แบบคอนสตรัคติวิสต์ โดยเน้น ประสบการณ์เดิมของผู้เรียนและครูผู้สอน เพียงแต่ขยายโครงสร้างทางปัญญาให้ โดยการที่ครูบญช่วยคอยถามคำาถามเพื่อ ุ กระตุ้นให้นกเรียนคิดคำาตอบ ขยายความ ั รู้ของผูเรียนด้วยตัวผู้เรียนเอง ้
  • 15.
    ห้ อ งเรีย นที ่ 2
  • 16.
    ผมเป็ น ครูส อนคณิ ต ศาสตร์ ม าหลายปี ขณะสอนนั ก เรี ย นจะได้ ย ิ น คำ า ถามเสมอ ว่ า “ อาจารย์ ( ครั บ /คะ) เรี ย นเรื ่ อ งนี ้ ไ ป ทำ า ไม เอาไปใช้ ป ระโยชน์ อ ะไรได้ บ ้ า ง ” ก็ ไ ด้ แ ต่ ต อบคำ า ถามว่ า นำ า ไปใช้ ใ นการ เรี ย นต่ อ ชั ้ น สู ง และนำ า ไปประยุ ก ต์ ใ ช้ ใ น วิ ช าวิ ท ยาศาสตร์ ซึ ่ ง บางเนื ้ อ หาก็ ม ี โ จทย์ ปั ญ หาเป็ น แนวทางทำ า ให้ พ อรู ้ ว ่ า จะนำ า ไป ใช้ อ ะไรบ้ า ง แต่ บ างเนื ้ อ หาก็ จ ะได้ ย ิ น เสี ย งบ่ พ ึ ม พำ า ว่ า “ เรี ย นก็ ย าก สู ต รก็ เ ยอะ ไม่ ร ู ้ จ ะเรี ย นไปทำ า ไม ไม่ เ ห็ น ได้ น ำ า ไปใช้ เลย ” ในความเป็ น จริ ง ดิ ฉ ั น คิ ด ว่ า หลั ก สู ต รวิ ช าคณิ ต ศาสตร์ ข องไทยน่ า จะ
  • 17.
    ภารกิ จ การเรีย น รู ้ 1. ให้ ท ่ า นวิ เ คราะห์ ป ั ญ หาที ่ เ กิ ด ขึ ้ น ว่ า น่ า จะมีคราะห์ ห าทฤษฎี ก ารเรีง นรู ้ 2. วิ เ ส าเหตุ ม าจากอะไรบ้ า ย และการออกแบบการสอนที ่ ส ามารถแก้ ปั ญ หาได้ 3. ออกแบบการจั ด การเรี ย นรู ้ ท ี ่ สามารถแก้ ป ั ญ หาดั ง กล่ า วได้
  • 18.
    1. ให้ ท่ า น วิ เ คราะห์ ป ั ญ หาที ่ เกิ ด ขึ ้ น ว่ า น่ า จะมี สาเหตุ ม าจากอะไร บ้ า ง
  • 19.
    สาเหตุ เ กิด จากการจั ด การเรี ย นการ สอนของไทยไม่ ไ ด้ เ น้ น ผู ้ เ รี ย นเป็ น สำ า คั ญ โดยผู ้ ส อนไม่ ม ี แ รงจู ง ใจให้ น ั ก เรี ย น ไม่ ชี ้ ใ ห้ เ ห็ น ถึ ง ความสำ า คั ญ และประโยชน์ ของวิ ช าคณิ ต ศาสตร์ ซึ ่ ง สามารถนำ า ไป ประยุ ก ต์ ใ ช้ ไ ด้ อ ี ก หลากหลายสาขาวิ ช า อี ก ทั ้ ง ยั ง สามารถนำ า มาใช้ ใ นชี ว ิ ต ประจำ า วั น ผู ้ เ รี ย นจึ ง เกิ ด คำ า ถามและเกิ ด ความ รู ้ ส ึ ก ไม่ อ ยากที ่ จ ะเรี ย นรู ้ ใ นวิ ช านี ้
  • 20.
    2. วิ เคราะห์ ห า ทฤษฎี ก ารเรี ย นรู ้ และการออกแบบการ สอนที ่ ส ามารถแก้ ปั ญ หาได้
  • 21.
    ผูสอนสามารถนำาทฤษฎีการเรียนรู้ ้ แบบคอนสตรัคติวิสต์มาประยุกต์ใช้ใน การสอนได้ โดยผูสอนสามารถนำา ้ ความรู้เก่าๆ ของผู้เรียนมาต่อยอดและ ขยายความรู้ออกไป ถึงแม้จะเป็นการ สอนเนื้อหาใหม่ เมื่อผูสอนๆ เนื้อหาก็ ้ สามารถจัดให้ผู้เรียนมีปฏิสมพันธ์แลก ั เปลี่ยนความรู้กันโดยผู้สอนอาจให้ผู้
  • 22.
    3. ออกแบบการ จั ดการเรี ย นรู ้ ท ี ่ สามารถแก้ ป ั ญ หาดั ง กล่ า วได้
  • 23.
    สามารถออกแบบจัดการเรียนรู้โดย ใช้พื้นฐานจากทฤษฎีการเรียนรู้แบบ คอนสตรัคติวิสต์ โดยผูสอนควรจะเน้น ที่ผเรียนเป็นศูนย์กลางและต่อขยาย ู้ ความรู้ใหม่จากความรู้เดิมให้แก่ผู้ เรียน โดยอาจมีการทำางานเป็นกลุ่ม จัดชุดการเรียนรู้ หรือมีสื่อวิดิทัศน์ที่ เกี่ยวกับเรื่องที่เรียนรู้เพื่อให้ผเรียน ู้ สนใจ และเข้าใจว่าสามารถนำาไปใช้ ในชีวิตประจำาวันได้ และไม่คดว่าสิ่งที่ ิ เรียนไปไม่ได้นำาไปใช้ ซึ่งจะทำาให้ ขาดแรงจูงใจในการเรียนรู้ได้
  • 24.
    สมา ชิ ก 1.นางสาวพรเพ็ ญ เฟื ่ อ งฟู 543050039-3 2. นางสาวนั น ทพร โพนยงค์ 543050354-5 3.นางสาวรุ จ ิ ศ สิ น ี เวี ย งนนท์ 543050362-6 สาขาวิ ช าคณิ ต ศาสตรศึ ก ษา