แปลโดยพยัญชนะเรื่องพราหมณ์ชื่อว่าจูเฬก
สาฎก ตอนที่ ๕


๑. พฺราหฺมโณ “น อิเม มม สรีเร อุปโยคํ อรหนฺ
ติ พุทฺธสาสนสฺเสว เอเต อนุจฺฉวิกาติ เอกํ กมฺ
พลํ อนฺโตคนฺธกุฏิยํ สตฺถุ สยนสฺส อุปริ วิตานํ
กตฺวา พนฺธิ เอกํ อตฺตโน ฆเร นิพทฺธํ ภุญฺ
ชนฺตสฺส ภิกฺขุโน ภตฺตกิจฺจฏฺฐาเน วิตานํ กตฺวา
พนฺธิ.


๑. อ. พราหมณ์ (คิดแล้ว) ว่า อ. ผ้ากัมพล ท.
เหล่านี้ ย่อมควร ซึ่งอันประกอบเข้า ในสรีระ
ของเรา หามิได้, อ. ผ้ากัมพล ท. เหล่านั้น
เป็นของสมควรแก่พระพุทธศาสนานั่นเทียว
(ย่อมเป็น) ดังนี้ ผูกแล้ว ซึ่งผ้ากัมพล ผืนหนึ่ง
กระทำาให้เป็นเพดาน ในเบื้องบน แห่งที่เป็นที่
บรรทม ของพระศาสดา ในภายในแห่งพระ
คันธกุฎี, ผูกแล้ว ซึ่งผ้ากัมพล ผืนหนึ่ง กระทำา
ให้เป็นเพดาน ในที่เป็นที่กระทำาซึ่งกิจด้วยภัตร
ของภิกษุ รูปฉันอยู่ ในเรือน ของตน เนืองนิตย์
ฯ


๒. ราชา สายนฺหสมเย สตฺถุ สนฺติกํ คนฺตฺวา ตํ
กมฺพลํ สญฺชานิตฺวา “ภนฺเต เกน ปูชา กตา”ติ
ปุจฺฉิตฺวา “เอกสาฏเกนา”ติ วุตฺเต “ พฺ
ราหฺมโณ มม ปสาทฏฺฐาเนเยว ปสีทตี”ติ วตฺวา
“จตฺตาโร หตฺถี จตฺตาโร อสฺเส จตฺตาริ กหาปณ
สหสฺสานิ จตสฺโส อิตฺถิโย จตสฺโส ทาสิโย จตฺ
ตาโร ปุริเส จตุโร คามวเร”ติ เอวํ ยาว สพฺพส
ตา
จตฺตาริ จตฺตาริ กตฺวา สพฺพจตุกฺกํ นาม
อสฺส ทาเปสิ.
๒. อ. พระราชา เสด็จไปแล้ว สู่สำานัก ของพระ
ศาสดา ในสมัยคือเป็นเวลาเย็นแห่งวัน ทรงจำาได้
แล้ว ซึ่งผ้ากัมพล ทูลถามแล้ว ว่า ข้าแต่พระองค์ผู้
เจริญ อ. การบูชา อันใคร กระทำาแล้ว ดังนี้, (ครั้น
เมื่อพระดำารัส) ว่า (อ. การบูชา) อันพราหมณ์ชื่อ
ว่าเอกสาฎก (กระทำาแล้ว) ดังนี้ (อันพระศาสดา)
ตรัสแล้ว, (ทรงดำาริแล้ว) ว่า อ. พราหมณ์ ย่อม
เลื่อมใส ในที่เป็นที่เลื่อมใส ของเรานั่นเทียว ดังนี้
(ทรงยังราชบุรุษ ท.) ให้พระราชทานแล้ว ชื่อซึ่ง
ประมาณ ๔ แห่งวัตถุทั้งปวง กระทำา ให้เป็นวัตถุ ๔
ๆ เพียงใด แต่ร้อยแห่งวัตถุทั้งปวง อย่างนี้ คือ ซึ่ง
ช้าง ท. ๔ ซึ่งม้า ท. ๔ ซึ่งพันแห่งกหาปณะ ท. ๔



แปลโดยพยัญชนะเรื่องพราหมณ์ชื่อว่าจูเฬกสาฎก ๕

  • 1.
    แปลโดยพยัญชนะเรื่องพราหมณ์ชื่อว่าจูเฬก สาฎก ตอนที่ ๕  ๑.พฺราหฺมโณ “น อิเม มม สรีเร อุปโยคํ อรหนฺ ติ พุทฺธสาสนสฺเสว เอเต อนุจฺฉวิกาติ เอกํ กมฺ พลํ อนฺโตคนฺธกุฏิยํ สตฺถุ สยนสฺส อุปริ วิตานํ กตฺวา พนฺธิ เอกํ อตฺตโน ฆเร นิพทฺธํ ภุญฺ ชนฺตสฺส ภิกฺขุโน ภตฺตกิจฺจฏฺฐาเน วิตานํ กตฺวา พนฺธิ.
  • 2.
     ๑. อ. พราหมณ์(คิดแล้ว) ว่า อ. ผ้ากัมพล ท. เหล่านี้ ย่อมควร ซึ่งอันประกอบเข้า ในสรีระ ของเรา หามิได้, อ. ผ้ากัมพล ท. เหล่านั้น เป็นของสมควรแก่พระพุทธศาสนานั่นเทียว (ย่อมเป็น) ดังนี้ ผูกแล้ว ซึ่งผ้ากัมพล ผืนหนึ่ง กระทำาให้เป็นเพดาน ในเบื้องบน แห่งที่เป็นที่ บรรทม ของพระศาสดา ในภายในแห่งพระ คันธกุฎี, ผูกแล้ว ซึ่งผ้ากัมพล ผืนหนึ่ง กระทำา ให้เป็นเพดาน ในที่เป็นที่กระทำาซึ่งกิจด้วยภัตร ของภิกษุ รูปฉันอยู่ ในเรือน ของตน เนืองนิตย์ ฯ
  • 3.
     ๒. ราชา สายนฺหสมเยสตฺถุ สนฺติกํ คนฺตฺวา ตํ กมฺพลํ สญฺชานิตฺวา “ภนฺเต เกน ปูชา กตา”ติ ปุจฺฉิตฺวา “เอกสาฏเกนา”ติ วุตฺเต “ พฺ ราหฺมโณ มม ปสาทฏฺฐาเนเยว ปสีทตี”ติ วตฺวา “จตฺตาโร หตฺถี จตฺตาโร อสฺเส จตฺตาริ กหาปณ สหสฺสานิ จตสฺโส อิตฺถิโย จตสฺโส ทาสิโย จตฺ ตาโร ปุริเส จตุโร คามวเร”ติ เอวํ ยาว สพฺพส ตา จตฺตาริ จตฺตาริ กตฺวา สพฺพจตุกฺกํ นาม อสฺส ทาเปสิ.
  • 4.
    ๒. อ. พระราชาเสด็จไปแล้ว สู่สำานัก ของพระ ศาสดา ในสมัยคือเป็นเวลาเย็นแห่งวัน ทรงจำาได้ แล้ว ซึ่งผ้ากัมพล ทูลถามแล้ว ว่า ข้าแต่พระองค์ผู้ เจริญ อ. การบูชา อันใคร กระทำาแล้ว ดังนี้, (ครั้น เมื่อพระดำารัส) ว่า (อ. การบูชา) อันพราหมณ์ชื่อ ว่าเอกสาฎก (กระทำาแล้ว) ดังนี้ (อันพระศาสดา) ตรัสแล้ว, (ทรงดำาริแล้ว) ว่า อ. พราหมณ์ ย่อม เลื่อมใส ในที่เป็นที่เลื่อมใส ของเรานั่นเทียว ดังนี้ (ทรงยังราชบุรุษ ท.) ให้พระราชทานแล้ว ชื่อซึ่ง ประมาณ ๔ แห่งวัตถุทั้งปวง กระทำา ให้เป็นวัตถุ ๔ ๆ เพียงใด แต่ร้อยแห่งวัตถุทั้งปวง อย่างนี้ คือ ซึ่ง ช้าง ท. ๔ ซึ่งม้า ท. ๔ ซึ่งพันแห่งกหาปณะ ท. ๔ 