1
Document Name
Your Company Name (C) Copyright (Print Date) All Rights Reserved
องคประกอบดานซอฟตแวร
ซอฟตแวร คือ กลุมของชุดคําสั่งที่เขียนขึ้นเพื่อใหคอมพิวเตอรทํางานไดตามตองการ การที่คอมพิวเตอรทํางาน
ไดอยางอัตโนมัติโดยที่มนุษยไมตองเขาไปเกี่ยวของในการประมวลผลนั้น สวนหนึ่งเปนผลจากการทํางานของ
ซอฟตแวรนั่นเอง โดยปกติแลวผูเขียนชุดคําสั่งนี้ขึ้นมาเรามักเรียกวา นักเขียนโปรแกรม ( programmer)
แบงไดเปน 2 ประเภทใหญ ๆ ดวยกันคือ
1. ซอฟตแวรระบบ ( System Software ) เปนซอฟตแวรที่เกี่ยวของกับการควบคุมการทํางานที่ใกลชิดกับ
อุปกรณคอมพิวเตอรมากที่สุด โดยจะทําหนาที่ติดตอ ควบคุม และสั่งการใหอุปกรณคอมพิวเตอรสามารถ
ทํางานไดอยางมีประสิทธิภาพและสอดคลองกันใหไดมากที่สุด รวมถึงการบํารุงรักษาระบบตัวเครื่อง
คอมพิวเตอรใหมีการใชงานไดยาวนานขึ้นอีกดวย
ซอฟตแวรระบบแบงออกไดเปน 2 ประเภทดวยกัน คือ
-ระบบปฏิบัติการ ( operating systems )
-โปรแกรมอรรถประโยชน ( utility programs )
2. ซอฟตแวรประยุกต ( Application Software ) เปนซอฟตแวรที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อใชเฉพาะดานเทานั้น ไม
เกี่ยวของกับการควบคุมระบบของคอมพิวเตอร แตจะทํางานไดโดยเรียกใชอุปกรณตาง ๆ ผานซอฟตแวรระบบ
อีกทอดหนึ่งดังที่กลาวแลวในบทที่ผานมา ซอฟตแวรกลุมนี้สามารถแบงออกไดหลายชนิดขึ้นอยูกับลักษณะ
เกณฑที่ใชแบง ซึ่งพอจะสรุปไดดังนี้
แบงตามลักษณะการผลิต ได 2 ประเภท คือ
- ซอฟตแวรที่พัฒนาขึ้นใชเองโดยเฉพาะ ( Proprietary Software )
- ซอฟตแวรที่หาซื้อไดโดยทั่วไป ( Off – the– Shelf Software หรือ Packaged Software )
แบงตามกลุมการใชงาน ได 3 กลุมใหญคือ
- กลุมการใชงานทางดานธุรกิจ ( business )
- กลุมการใชงานทางดานกราฟกและมัลติมีเดีย ( graphic and multimedia )
-กลุมสําหรับการใชงานบนเว็บและการติดตอสื่อสาร(web and communications )
3
2
Document Name
Your Company Name (C) Copyright (Print Date) All Rights Reserved
การจัดหาซอฟตแวรมาใชงาน
โดยปกติแลวเราสามารถหาซอฟตแวรมาใชงานไดหลาย ๆ วิธี ซึ่งอาจจะอยูในรูปแบบของการสั่งซื้อโดยตรงกับ
บริษัทผูผลิตหรือใชตัวอยางทดลองจากการดาวนโหลดบนอินเทอรเน็ตได จึงพอสรุปวิธีการเลือกซอฟตแวรมาใชงานไดดังนี้
แบบสําเร็จรูป ( Packaged หรือ Ready – made Software )
วิธีการนี้ผูใชงานสามารถที่จะเขาไปเดินหาซื้อไดกับตัวแทนจําหนายซอฟตแวรที่ไดรับการแตงตั้งจากบริษัทผูผลิต
โดยตรง ซึ่งมักจะมีการเตรียมบรรจุภัณฑและเอกสารคูมือการใชงานไวอยูแลว ผูใชสามารถที่จะหยิบเลือกซื้อไดเมื่อพอใจ
ในตัวสินคาซอฟตแวรนั้น ๆ และนําไปติดตั้งเพื่อใชงานไดโดยทันที กรณีที่ไมสามารถเลือกซื้อผานรานตัวแทนจําหนายได
อาจเขาไปในเว็บไซตของบริษัทผูผลิตซอฟตแวรนั้น ๆ แลวกรอกขอมูลรายการชําระเงินผานแบบฟอรมบนเว็บ เมื่อ
รายละเอียดเกี่ยวกับการจายชําระเงินของผูซื้อไดรับการอนุมัติก็สามารถนําเอาซอฟตแวรดังกลาวมาใชไดทันที
แบบวาจางทํา ( Customized หรือ Tailor – made Software )
กรณีที่บางองคกรมีลักษณะงานที่เปนแบบเฉพาะของตนเองและไมสามารถนําโปรแกรมสําเร็จรูปมาประยุกตใชได
ก็สามารถที่จะผลิตขึ้นมาเองหรือวาจางใหบุคคลภายนอกที่มีความเชี่ยวชาญโดยเฉพาะทําการผลิตซอฟตแวรออกมาใหตรง
ตามคุณสมบัติที่ตองการ ซึ่งวิธีการนี้อาจมีคาใชจายในการวาจางใหเขียนซอฟตแวรที่มีตนทุนแพงกวาแบบสําเร็จรูปอยู
พอสมควร
Document Name
Your Company Name (C) Copyr
แบบทดลองใช ( Shareware )
ในการใชงานโปรแกรม ผูใชงานอาจมีความตองการเพียงแคอยาก ทดสอบการใชงานของโปรแกรมนั้น ๆ กอน
วาดีหรือไม และจะเหมาะสมกับงานที่ทําอยูอยางไรบาง บริษัทผูผลิตจึงมักจะมีโปรแกรมเพื่อใหลูกคาทดลองใชงานกอนได
แตอาจจะมีการกําหนดระยะเวลาทดลองใชงานหรือเงื่อนไขอื่น ๆ เพิ่มเติมดวย เชน ใชไดภายใน
คุณสมบัติบางอยางลงไป วิธีการนี้ทําใหผูใชสามารถท
ใหดาวนโหลดจากอินเทอรเน็ตโดยทั่วไป ซึ่งจะหาไดตามเว็บไซตของผูผลิตโดยตรงหรือเว็บไซตที่ใหบริการดาวนโหลด
ซอฟตแวรโดยเฉพาะ
แบบใชงานฟรี ( Freeware )
ปจจุบันเราสามารถเลือกหาโปรแกรมที่แจกใหใชกันฟรี ๆ เพื่อตอบสนองกับการทํางานที่หลากหลายมาไดโดยงาย
โดยเฉพาะอยางยิ่งกับแหลงบริการดาวนโหลดบนอินเทอรเน็ต ซึ่งมักจะเปนโปรแกรมขนาดเล็กและใชเวลาเพียงไมกี่นาที
ซึ่งผูใชไมจําเปนตองจายเงินใหแกผูผลิตแตอ
ประกอบอยางละเอียดเหมือนกับที่ตองเสียเงินซื้อ เนื่องจากเปาหมายของผูผลิตคือ ตองการพัฒนาโปรแกรมเพื่อเผยแพร
ผลงานของตนเองใหเปนที่รูจักมากยิ่งขึ้นและทดสอบระบบที่พัฒนาเพียงเทานั้น
ซอฟตแวรประเภทนี้ลิขสิทธิ์ก็ยังเปนของบริษัทผูผลิตอยู ไมสามารถนําไปพัฒนาตอหรือแกไขเปลี่ยนแปลงภายใตเงื่อนไขที่
กําหนดให
แบบโอเพนซอรส ( Public – Domain/Open Source )
ในบางองคกรที่มีกลุมบุคคลผูมีความรูและความเชี่ยวชาญทางดานการพัฒนาซอฟตแวรพอสมควร หากตองการ
ใชซอฟตแวรแตไมตองการเสียเวลาในการพัฒนาที่ยาวนานจนเกินไป อาจจะเลือกใชกลุมของซอฟตแวรที่มีการเปดให
แกไขปรับปรุงตัวโปรแกรมตาง ๆ ไดเอง อีกทั้งยังไมถือว
นี้วา โอเพนซอรส (open source ) ซึ่งผูใชงานสามารถที่จะนําเอาโคดตาง ๆ ไปพัฒนาและประยุกตใชไดตามความ
ตองการไดภายใตเงื่อนไขที่กําหนดหรือระบุไวของผูผลิตดั้งเดิม
Copyright (Print Date) All Rights Reserved
ในการใชงานโปรแกรม ผูใชงานอาจมีความตองการเพียงแคอยาก ทดสอบการใชงานของโปรแกรมนั้น ๆ กอน
และจะเหมาะสมกับงานที่ทําอยูอยางไรบาง บริษัทผูผลิตจึงมักจะมีโปรแกรมเพื่อใหลูกคาทดลองใชงานกอนได
แตอาจจะมีการกําหนดระยะเวลาทดลองใชงานหรือเงื่อนไขอื่น ๆ เพิ่มเติมดวย เชน ใชไดภายใน
คุณสมบัติบางอยางลงไป วิธีการนี้ทําใหผูใชสามารถทดลองใชกอนตัดสินใจซื้อได ซอฟตแวรประเภทนี้สวนใหญแลวมักจะมี
ใหดาวนโหลดจากอินเทอรเน็ตโดยทั่วไป ซึ่งจะหาไดตามเว็บไซตของผูผลิตโดยตรงหรือเว็บไซตที่ใหบริการดาวนโหลด
ปจจุบันเราสามารถเลือกหาโปรแกรมที่แจกใหใชกันฟรี ๆ เพื่อตอบสนองกับการทํางานที่หลากหลายมาไดโดยงาย
โดยเฉพาะอยางยิ่งกับแหลงบริการดาวนโหลดบนอินเทอรเน็ต ซึ่งมักจะเปนโปรแกรมขนาดเล็กและใชเวลาเพียงไมกี่นาที
ซึ่งผูใชไมจําเปนตองจายเงินใหแกผูผลิตแตอยางใด แตเนื่องจากเปนของที่ใหใชกันฟรี ๆ จึงอาจจะไมมีคูมือหรือเอกสาร
ประกอบอยางละเอียดเหมือนกับที่ตองเสียเงินซื้อ เนื่องจากเปาหมายของผูผลิตคือ ตองการพัฒนาโปรแกรมเพื่อเผยแพร
ผลงานของตนเองใหเปนที่รูจักมากยิ่งขึ้นและทดสอบระบบที่พัฒนาเพียงเทานั้น อยางไรก็ตามถึงแมวาจะแจกใหใชฟรี
ซอฟตแวรประเภทนี้ลิขสิทธิ์ก็ยังเปนของบริษัทผูผลิตอยู ไมสามารถนําไปพัฒนาตอหรือแกไขเปลี่ยนแปลงภายใตเงื่อนไขที่
Domain/Open Source )
ในบางองคกรที่มีกลุมบุคคลผูมีความรูและความเชี่ยวชาญทางดานการพัฒนาซอฟตแวรพอสมควร หากตองการ
ใชซอฟตแวรแตไมตองการเสียเวลาในการพัฒนาที่ยาวนานจนเกินไป อาจจะเลือกใชกลุมของซอฟตแวรที่มีการเปดให
แกไขปรับปรุงตัวโปรแกรมตาง ๆ ไดเอง อีกทั้งยังไมถือวาเปนการละเมิดลิขสิทธิ์ใด ๆ ดวย ซึ่งบางครั้งเรียกซอฟตแวรกลุม
ซึ่งผูใชงานสามารถที่จะนําเอาโคดตาง ๆ ไปพัฒนาและประยุกตใชไดตามความ
ตองการไดภายใตเงื่อนไขที่กําหนดหรือระบุไวของผูผลิตดั้งเดิม
3
served
ในการใชงานโปรแกรม ผูใชงานอาจมีความตองการเพียงแคอยาก ทดสอบการใชงานของโปรแกรมนั้น ๆ กอน
และจะเหมาะสมกับงานที่ทําอยูอยางไรบาง บริษัทผูผลิตจึงมักจะมีโปรแกรมเพื่อใหลูกคาทดลองใชงานกอนได
แตอาจจะมีการกําหนดระยะเวลาทดลองใชงานหรือเงื่อนไขอื่น ๆ เพิ่มเติมดวย เชน ใชไดภายใน 30 วัน หรือปรับลด
ดลองใชกอนตัดสินใจซื้อได ซอฟตแวรประเภทนี้สวนใหญแลวมักจะมี
ใหดาวนโหลดจากอินเทอรเน็ตโดยทั่วไป ซึ่งจะหาไดตามเว็บไซตของผูผลิตโดยตรงหรือเว็บไซตที่ใหบริการดาวนโหลด
ปจจุบันเราสามารถเลือกหาโปรแกรมที่แจกใหใชกันฟรี ๆ เพื่อตอบสนองกับการทํางานที่หลากหลายมาไดโดยงาย
โดยเฉพาะอยางยิ่งกับแหลงบริการดาวนโหลดบนอินเทอรเน็ต ซึ่งมักจะเปนโปรแกรมขนาดเล็กและใชเวลาเพียงไมกี่นาที
ยางใด แตเนื่องจากเปนของที่ใหใชกันฟรี ๆ จึงอาจจะไมมีคูมือหรือเอกสาร
ประกอบอยางละเอียดเหมือนกับที่ตองเสียเงินซื้อ เนื่องจากเปาหมายของผูผลิตคือ ตองการพัฒนาโปรแกรมเพื่อเผยแพร
อยางไรก็ตามถึงแมวาจะแจกใหใชฟรี
ซอฟตแวรประเภทนี้ลิขสิทธิ์ก็ยังเปนของบริษัทผูผลิตอยู ไมสามารถนําไปพัฒนาตอหรือแกไขเปลี่ยนแปลงภายใตเงื่อนไขที่
ในบางองคกรที่มีกลุมบุคคลผูมีความรูและความเชี่ยวชาญทางดานการพัฒนาซอฟตแวรพอสมควร หากตองการ
ใชซอฟตแวรแตไมตองการเสียเวลาในการพัฒนาที่ยาวนานจนเกินไป อาจจะเลือกใชกลุมของซอฟตแวรที่มีการเปดให
าเปนการละเมิดลิขสิทธิ์ใด ๆ ดวย ซึ่งบางครั้งเรียกซอฟตแวรกลุม
ซึ่งผูใชงานสามารถที่จะนําเอาโคดตาง ๆ ไปพัฒนาและประยุกตใชไดตามความ
Document Name
Your Company Name (C) Copyr
ระบบปฏิบัติการ ( OS – Operating System )
เปนซอฟตแวรที่เอาไวใชสําหรับควบคุมและประสานงานระหวางอุปกรณภายในคอมพิวเตอรทั้งหมด ตั้งแตซีพียู
หนวยความจํา ไปจนถึงสวนนําเขาและสงออกผลลัพธ
แพลตฟอรม (platform ) คอมพิวเตอรจะทํางานไดจําเปนตองมีระบบปฏิบัติการติดตั้งอยูในเครื่องเสียกอน ซึ่งก็ขึ้นอยูกับ
บริษัทผูผลิตเครื่องนั้น ๆ วาจะเลือกใชแพลตฟอรม หรือระบบปฏิบัติการอะไรในการทํางาน เราจะพบเห็นระบบปฏิบัติการ
อยูในคอมพิวเตอรแทบจะทุกประเภทตั้งแตเครื่องขนาดใหญอยางเครื่องเมนเฟรมจนถึงระดับเล็กสุด เชน เครื่อง
คอมพิวเตอรพกพาประเภทพีดีเอ
คุณสมบัติการทํางาน
ระบบปฏิบัติการโดยทั่วไปจะมีคุณสมบัติในการทํางานแบบตาง ๆ ดังตอไปนี้
1. การทํางานแบบ Multi – Tasking คือ ความสามารถในการทํางานไดหลาย ๆ งาน หรือหลาย ๆ โปรแกรมในเวลา
เดียวกัน เชน พิมพรายงานควบคูไปกับการทองเว็บ ซึ่งในสมัยกอนการทํางานของระบบปฏิบัติการจะอยูในรูปแบบที่
เรียกวา single-tasking ซึ่งจะทํางานทีละโปรแกรมคําสั่ง ผูใชไมสามารถที่จะสลับงานไประหวางโ
ควบคูกันได แตสําหรับในปจจุบันจะพบเห็นลักษณะการทํางานแบบนี้มากขึ้น เชน ในระบบปฏิบัติการ
ซึ่งทําใหการใชงานไดสะดวกและทํางานไดหลาย ๆ โปรแกรม
2. การทํางานแบบ Multi – User ในระบบการเชื่อมโยงคอมพิวเตอรเขาไวดวยกันแบบเครือขาย ระบบปฏิบัติการที่ทํา
หนาที่ควบคุมจะมีคุณสมบัติอยางหนึ่งที่เรียกวา
มีการประมวลผลของงานพรอม ๆ กัน ทําใหกระจายการใชไดทั่วถึงมากยิ่งขึ้น
Copyright (Print Date) All Rights Reserved
Operating System )
เปนซอฟตแวรที่เอาไวใชสําหรับควบคุมและประสานงานระหวางอุปกรณภายในคอมพิวเตอรทั้งหมด ตั้งแตซีพียู
หนวยความจํา ไปจนถึงสวนนําเขาและสงออกผลลัพธ ( input/output device ) บางครั้งก็นิยมเรียกรวม ๆ วา
คอมพิวเตอรจะทํางานไดจําเปนตองมีระบบปฏิบัติการติดตั้งอยูในเครื่องเสียกอน ซึ่งก็ขึ้นอยูกับ
บริษัทผูผลิตเครื่องนั้น ๆ วาจะเลือกใชแพลตฟอรม หรือระบบปฏิบัติการอะไรในการทํางาน เราจะพบเห็นระบบปฏิบัติการ
ในคอมพิวเตอรแทบจะทุกประเภทตั้งแตเครื่องขนาดใหญอยางเครื่องเมนเฟรมจนถึงระดับเล็กสุด เชน เครื่อง
ระบบปฏิบัติการโดยทั่วไปจะมีคุณสมบัติในการทํางานแบบตาง ๆ ดังตอไปนี้
คือ ความสามารถในการทํางานไดหลาย ๆ งาน หรือหลาย ๆ โปรแกรมในเวลา
เดียวกัน เชน พิมพรายงานควบคูไปกับการทองเว็บ ซึ่งในสมัยกอนการทํางานของระบบปฏิบัติการจะอยูในรูปแบบที่
ซึ่งจะทํางานทีละโปรแกรมคําสั่ง ผูใชไมสามารถที่จะสลับงานไประหวางโ
ควบคูกันได แตสําหรับในปจจุบันจะพบเห็นลักษณะการทํางานแบบนี้มากขึ้น เชน ในระบบปฏิบัติการ
ซึ่งทําใหการใชงานไดสะดวกและทํางานไดหลาย ๆ โปรแกรม
ในระบบการเชื่อมโยงคอมพิวเตอรเขาไวดวยกันแบบเครือขาย ระบบปฏิบัติการที่ทํา
หนาที่ควบคุมจะมีคุณสมบัติอยางหนึ่งที่เรียกวา multi-user หรือความสามารถในการทํางานกับผูใชไดหลาย ๆ คน ขณะที่
มีการประมวลผลของงานพรอม ๆ กัน ทําใหกระจายการใชไดทั่วถึงมากยิ่งขึ้น
4
served
เปนซอฟตแวรที่เอาไวใชสําหรับควบคุมและประสานงานระหวางอุปกรณภายในคอมพิวเตอรทั้งหมด ตั้งแตซีพียู
บางครั้งก็นิยมเรียกรวม ๆ วา
คอมพิวเตอรจะทํางานไดจําเปนตองมีระบบปฏิบัติการติดตั้งอยูในเครื่องเสียกอน ซึ่งก็ขึ้นอยูกับ
บริษัทผูผลิตเครื่องนั้น ๆ วาจะเลือกใชแพลตฟอรม หรือระบบปฏิบัติการอะไรในการทํางาน เราจะพบเห็นระบบปฏิบัติการ
ในคอมพิวเตอรแทบจะทุกประเภทตั้งแตเครื่องขนาดใหญอยางเครื่องเมนเฟรมจนถึงระดับเล็กสุด เชน เครื่อง
คือ ความสามารถในการทํางานไดหลาย ๆ งาน หรือหลาย ๆ โปรแกรมในเวลา
เดียวกัน เชน พิมพรายงานควบคูไปกับการทองเว็บ ซึ่งในสมัยกอนการทํางานของระบบปฏิบัติการจะอยูในรูปแบบที่
ซึ่งจะทํางานทีละโปรแกรมคําสั่ง ผูใชไมสามารถที่จะสลับงานไประหวางโปรแกรมหรือทํางาน
ควบคูกันได แตสําหรับในปจจุบันจะพบเห็นลักษณะการทํางานแบบนี้มากขึ้น เชน ในระบบปฏิบัติการ Windows รุมใหม ๆ
ในระบบการเชื่อมโยงคอมพิวเตอรเขาไวดวยกันแบบเครือขาย ระบบปฏิบัติการที่ทํา
หรือความสามารถในการทํางานกับผูใชไดหลาย ๆ คน ขณะที่
Document Name
Your Company Name (C) Copyr
ประเภทของระบบปฏิบัติการ
ระบบปฏิบัติการที่ใชกันโดยทั่วไปในปจจุบัน อาจนําเอาไปใชไดกับคอมพิวเตอรหลากหลายชนิด ตั้งแตเครื่อง
คอมพิวเตอรระดับใหญจนถึงอุปกรณคอมพิวเตอรพกพาขนาดเล็ก
1. ระบบปฏิบัติการแบบเดี่ยว ( stand – alone OS )
เปนระบบปฏิบัติการที่มุงเนนและใหบริการสําหรับผูใชเพียงคนเดียว
คอมพิวเตอรที่ประมวลผลและทํางานแบบทั่วไป เชน
ระบบปฏิบัติการนี้รองรับการทํางานบางอยาง เชน พิมพรายงาน ดูหนัง ฟงเพลง หรือเชื่อมตอเขากับอินเทอรเน็ต เปนตน
ปจจุบันพัฒนาใหมีคุณสมบัติที่เปนลูกขายเพื่อขอรับบริการจากเครื่องแมขายไดดวย
System), Windows, Unix, Mac OS X, Linux
2. ระบบปฏิบัติการแบบเครือขาย ( Network OS )
เปนระบบปฏิบัติการที่มุงเนนและใหบริการสําหรับผูใชหลาย ๆ คน
และประมวลผลขอมูลสําหรับเครือขายโดยเฉพาะ
ติดตั้งระบบปฏิบัติการเหลานี้เรียกวา เครื่อง
ผูใชนั่นเอง ไดแก Windows Server, OS/2 Warp Server, Solaris
3. ระบบปฏิบัติการแบบฝง ( embedded OS )
เปนระบบปฏิบัติการที่พบเห็นไดในอุปกรณคอมพิวเตอรพกพาขนาดเล็ก เชน พีดีเอหรือ
สามารถชวยในการทํางานของอุปกรณแบบไมประจําที่เหลานี้ไดเปนอยางดี เกิดขึ้นมาหลังสุดพรอม ๆ กับที่อุปกรณ
คอมพิวเตอรพกพาเหลานี้ไดรับความนิยมมากขึ้น บางระบบมีคุณสมบัติที่ใกลเคียงกับระบบปฏิบัติการแบบเดี่ยวดวย เชน
รองรับกับการทํางานทั่วไป ดูหนัง ฟงเพลงหรือเชื่อมตออินเทอรเน็ตได
เรามักจะพบเห็นการใชงานของระบบปฏิบัติการแบบฝงนี้กับอุปกรณคอมพิวเตอรขนาดพกพา เชน
Smart phone รวมถึงอุปกรณขนาดเล็กอื่น ๆ ซึ่งพอจะยกตัวอยางไดดังนี้
Symbian OS
Copyright (Print Date) All Rights Reserved
ระบบปฏิบัติการที่ใชกันโดยทั่วไปในปจจุบัน อาจนําเอาไปใชไดกับคอมพิวเตอรหลากหลายชนิด ตั้งแตเครื่อง
คอมพิวเตอรระดับใหญจนถึงอุปกรณคอมพิวเตอรพกพาขนาดเล็ก ซึ่งอาจแบงออกไดเปน 3 ประเภท คือ
alone OS )
เปนระบบปฏิบัติการที่มุงเนนและใหบริการสําหรับผูใชเพียงคนเดียว (เจาของเครื่องนั้น ๆ
คอมพิวเตอรที่ประมวลผลและทํางานแบบทั่วไป เชน เครื่องคอมพิวเตอรตามบานหรือสํานักงาน ซึ่งจะถูกติดตั้ง
ระบบปฏิบัติการนี้รองรับการทํางานบางอยาง เชน พิมพรายงาน ดูหนัง ฟงเพลง หรือเชื่อมตอเขากับอินเทอรเน็ต เปนตน
ปจจุบันพัฒนาใหมีคุณสมบัติที่เปนลูกขายเพื่อขอรับบริการจากเครื่องแมขายไดดวย ไดแก DOS (Disk Operating
System), Windows, Unix, Mac OS X, Linux
Network OS )
เปนระบบปฏิบัติการที่มุงเนนและใหบริการสําหรับผูใชหลาย ๆ คน ( multi - user ) นิยมใชสําหรับงานใหบริการ
และประมวลผลขอมูลสําหรับเครือขายโดยเฉพาะ มักพบเห็นไดกับการนําไปใชในองคกรธุรกิจทั่วไป เครื่องคอมพิวเตอรที่
ติดตั้งระบบปฏิบัติการเหลานี้เรียกวา เครื่อง server ซึ่งเปนเสมือนเครื่องแมขายที่ใหบริการขอมูลตาง ๆ ที่จําเปนสําหรับ
Windows Server, OS/2 Warp Server, Solaris
embedded OS )
เปนระบบปฏิบัติการที่พบเห็นไดในอุปกรณคอมพิวเตอรพกพาขนาดเล็ก เชน พีดีเอหรือ
สามารถชวยในการทํางานของอุปกรณแบบไมประจําที่เหลานี้ไดเปนอยางดี เกิดขึ้นมาหลังสุดพรอม ๆ กับที่อุปกรณ
พกพาเหลานี้ไดรับความนิยมมากขึ้น บางระบบมีคุณสมบัติที่ใกลเคียงกับระบบปฏิบัติการแบบเดี่ยวดวย เชน
รองรับกับการทํางานทั่วไป ดูหนัง ฟงเพลงหรือเชื่อมตออินเทอรเน็ตได
เรามักจะพบเห็นการใชงานของระบบปฏิบัติการแบบฝงนี้กับอุปกรณคอมพิวเตอรขนาดพกพา เชน
รวมถึงอุปกรณขนาดเล็กอื่น ๆ ซึ่งพอจะยกตัวอยางไดดังนี้ Pocket PC OS (Windows CE
5
served
ระบบปฏิบัติการที่ใชกันโดยทั่วไปในปจจุบัน อาจนําเอาไปใชไดกับคอมพิวเตอรหลากหลายชนิด ตั้งแตเครื่อง
ประเภท คือ
เจาของเครื่องนั้น ๆ) นิยมใชสําหรับเครื่อง
เครื่องคอมพิวเตอรตามบานหรือสํานักงาน ซึ่งจะถูกติดตั้ง
ระบบปฏิบัติการนี้รองรับการทํางานบางอยาง เชน พิมพรายงาน ดูหนัง ฟงเพลง หรือเชื่อมตอเขากับอินเทอรเน็ต เปนตน
DOS (Disk Operating
นิยมใชสําหรับงานใหบริการ
มักพบเห็นไดกับการนําไปใชในองคกรธุรกิจทั่วไป เครื่องคอมพิวเตอรที่
ซึ่งเปนเสมือนเครื่องแมขายที่ใหบริการขอมูลตาง ๆ ที่จําเปนสําหรับ
เปนระบบปฏิบัติการที่พบเห็นไดในอุปกรณคอมพิวเตอรพกพาขนาดเล็ก เชน พีดีเอหรือ Smart phone บางรุน
สามารถชวยในการทํางานของอุปกรณแบบไมประจําที่เหลานี้ไดเปนอยางดี เกิดขึ้นมาหลังสุดพรอม ๆ กับที่อุปกรณ
พกพาเหลานี้ไดรับความนิยมมากขึ้น บางระบบมีคุณสมบัติที่ใกลเคียงกับระบบปฏิบัติการแบบเดี่ยวดวย เชน
เรามักจะพบเห็นการใชงานของระบบปฏิบัติการแบบฝงนี้กับอุปกรณคอมพิวเตอรขนาดพกพา เชน Palm, pocket PC,
Pocket PC OS (Windows CE เดิม), Palm OS,
Document Name
Your Company Name (C) Copyr
โปรแกรมอรรถประโยชนหรือโปรแกรมยูทิลิตี้
เปนโปรแกรมที่สําคัญกับการทํางานของระบบคอมพิวเตอรเชนเดียวกัน สวนใหญจะมีขนาดเล็กกวา
ระบบปฏิบัติการ คุณสมบัติในการใชงานนั้นคอนขางหลากหลายหรือใชงานไดแบบอรรถประโยชน มักนิยมเรียกสั้น ๆ วา
ยูทิลิตี้ ( Utility ) แบงออกเปน 2 ชนิด คือ
1. ยูทิลิตี้สําหรับระบบปฏิบัติการ ( OS Utility Programs )
เปนยูทิลิตี้ที่มักจะมีการติดตั้งมาพรอมกับระบบปฏิบัติการอยูแลว ซึ่งชวยอํานวยความสะดวกสําหรับการทํางาน
รวมกับคอมพิวเตอรไดเปนอยางดี ซึ่งขอยกตัวอยางของยูทิลิตี้ที่ใชใน
- ประเภทการจัดการไฟล (File Manager)
- ประเภทการลบทิ้งโปรแกรม ( Uninstaller )
- ประเภทการสแกนดิสก ( Disk Scanner )
- ประเภทการจัดเรียงพื้นที่เก็บขอมูล ( Disk Defragmenter )
- ประเภทรักษาหนาจอ ( Screen Saver )
2. ยูทิลิตี้อื่น ๆ ( Stand-Alone Utility Program )
เปนยูทิลิตี้ที่มักจะมีการติดตั้งมาพรอมกับระบบปฏิบัติการอยูแลว ซึ่งชวยอํานวยความสะดวกสําหรับการทํางาน
รวมกับคอมพิวเตอรไดเปนอยางดี ซึ่งขอยกตัวอยางของยูทิลิตี้ที่ใชใน
-โปรแกรมปองกันไวรัส ( Anti Virus Program )
- โปรแกรมไฟรวอลล ( Firewall )
- โปรแกรมบีบอัดไฟล( File Compression Utility )
Copyright (Print Date) All Rights Reserved
โปรแกรมอรรถประโยชนหรือโปรแกรมยูทิลิตี้ ( Utility Program )
เปนโปรแกรมที่สําคัญกับการทํางานของระบบคอมพิวเตอรเชนเดียวกัน สวนใหญจะมีขนาดเล็กกวา
ระบบปฏิบัติการ คุณสมบัติในการใชงานนั้นคอนขางหลากหลายหรือใชงานไดแบบอรรถประโยชน มักนิยมเรียกสั้น ๆ วา
ชนิด คือ
( OS Utility Programs )
เปนยูทิลิตี้ที่มักจะมีการติดตั้งมาพรอมกับระบบปฏิบัติการอยูแลว ซึ่งชวยอํานวยความสะดวกสําหรับการทํางาน
รวมกับคอมพิวเตอรไดเปนอยางดี ซึ่งขอยกตัวอยางของยูทิลิตี้ที่ใชใน Windows ที่คอนขางจะรูจักกันดี ไดแก
Uninstaller )
Disk Scanner )
Disk Defragmenter )
Screen Saver )
Utility Program )
เปนยูทิลิตี้ที่มักจะมีการติดตั้งมาพรอมกับระบบปฏิบัติการอยูแลว ซึ่งชวยอํานวยความสะดวกสําหรับการทํางาน
รวมกับคอมพิวเตอรไดเปนอยางดี ซึ่งขอยกตัวอยางของยูทิลิตี้ที่ใชใน Windows ที่คอนขางจะรูจักกันดี
nti Virus Program )
File Compression Utility )
6
served
เปนโปรแกรมที่สําคัญกับการทํางานของระบบคอมพิวเตอรเชนเดียวกัน สวนใหญจะมีขนาดเล็กกวา
ระบบปฏิบัติการ คุณสมบัติในการใชงานนั้นคอนขางหลากหลายหรือใชงานไดแบบอรรถประโยชน มักนิยมเรียกสั้น ๆ วา
เปนยูทิลิตี้ที่มักจะมีการติดตั้งมาพรอมกับระบบปฏิบัติการอยูแลว ซึ่งชวยอํานวยความสะดวกสําหรับการทํางาน
ที่คอนขางจะรูจักกันดี ไดแก
เปนยูทิลิตี้ที่มักจะมีการติดตั้งมาพรอมกับระบบปฏิบัติการอยูแลว ซึ่งชวยอํานวยความสะดวกสําหรับการทํางาน
ที่คอนขางจะรูจักกันดี ไดแก
Document Name
Your Company Name (C) Copyr
ภาษาคอมพิวเตอร Programming Languages
คือ เครื่องมือที่มนุษยใชสื่อสารกับเครื่องคอมพิวเตอร โดยแตละภาษาจะมีลักษณะเฉพาะตัวที่ชัดเจน มีคําศัพทที่ใช
จํานวนจํากัด
ระดับของภาษา(Level of Languages)
1. ภาษาเครื่อง : เปนภาษาที่มีระดับต่ําที่สุด โดยจะเขียนดวยระบบฐานสอง ซึ่งมีเพียง
คอมพิวเตอรสามารถกระทําการ (Excute)
ภาษาเครื่อง จะตองใชตัวแปลภาษา(Translator)
2. ภาษาแอสแซมบลี : จัดเปนภาษาระดับต่ํามาก ใชตัวย
คือ Compare เปนตน และตัวแปลภาษา Assembly
3. ภาษาระดับสูง : เปนภาษาโปรแกรมยุคที่
เขียนไดงายขึ้น และสําหรับตัวแปลภาษาโปรแกรมเหลานี้คือ คอมไพเลอร
Souce Program ใหเปน Oject Program โดยแปลครั้งเดียว ยกตัวอยางภาษาโปรแกรมระดับสูงเชน
pascal, C, Cobol
4. ภาษาระดับสูงมาก : เปนภาษาโปรแกรมยุคที่
วาผูใช เพียงบอกแตวาใหคอมพิวเตอรทําอะไร โดยไมตองบอกคอมพิวเตอรวาสิ่งนั้นทําอยางไร เรียกวาเปนภาษาเชิง
ผลลัพธ คือเนนวาทําอะไร ไมใชทําอยางไร ดังนั้นจึงเปนภาษาโปรแกรมที่เขียนงาย
5. ภาษาธรรมชาติ : เปนภาษาโปรแกรมยุคที่
คือการเขียนคําพูดของเราเองวาเราตองการอะไร ไมตองใชคําสั่งงานใดๆ เลย
Copyright (Print Date) All Rights Reserved
Programming Languages
เครื่องมือที่มนุษยใชสื่อสารกับเครื่องคอมพิวเตอร โดยแตละภาษาจะมีลักษณะเฉพาะตัวที่ชัดเจน มีคําศัพทที่ใช
เปนภาษาที่มีระดับต่ําที่สุด โดยจะเขียนดวยระบบฐานสอง ซึ่งมีเพียง 0 กับ 1
Excute) ไดเฉพาะภาษาเครื่องเทานั้น ดังนั้นหากเราเขียนดวยภาษาใดๆ ก็ตามที่มิใช
Translator) เพื่อแปลภาษาโปรแกรมที่เขียนใหเปนภาษาที่เครื่อง เขาใจ
จัดเปนภาษาระดับต่ํามาก ใชตัวยอ หรือรหัสยอในการเขียนโปรแกรม เชน
Assembly คือ Assembler
เปนภาษาโปรแกรมยุคที่ 3 ที่เปนภาษาระดับสูงโปรแกรมจะเขียนในลักษณะคลายภาษาอังกฤษ ทําให
โปรแกรมเหลานี้คือ คอมไพเลอร (Compiler) โดยคอมไพเลอรจะทําหนาที่แปล
โดยแปลครั้งเดียว ยกตัวอยางภาษาโปรแกรมระดับสูงเชน
เปนภาษาโปรแกรมยุคที่ 4 ซึ่งเปนภาษาระดับสูงมาก จัดเปนภาษาไรกระบวนคําสั่ง หมายความ
วาผูใช เพียงบอกแตวาใหคอมพิวเตอรทําอะไร โดยไมตองบอกคอมพิวเตอรวาสิ่งนั้นทําอยางไร เรียกวาเปนภาษาเชิง
ผลลัพธ คือเนนวาทําอะไร ไมใชทําอยางไร ดังนั้นจึงเปนภาษาโปรแกรมที่เขียนงาย
ปรแกรมยุคที่ 5 ซึ่งคลายกับภาษาพูดตามธรรมชาติของคน การเขียนโปรแกรมงายที่สุด
คือการเขียนคําพูดของเราเองวาเราตองการอะไร ไมตองใชคําสั่งงานใดๆ เลย
7
served
เครื่องมือที่มนุษยใชสื่อสารกับเครื่องคอมพิวเตอร โดยแตละภาษาจะมีลักษณะเฉพาะตัวที่ชัดเจน มีคําศัพทที่ใช
1 เทานั้น
ไดเฉพาะภาษาเครื่องเทานั้น ดังนั้นหากเราเขียนดวยภาษาใดๆ ก็ตามที่มิใช
เพื่อแปลภาษาโปรแกรมที่เขียนใหเปนภาษาที่เครื่อง เขาใจ
อ หรือรหัสยอในการเขียนโปรแกรม เชน A คือรหัสของ Add , C
ที่เปนภาษาระดับสูงโปรแกรมจะเขียนในลักษณะคลายภาษาอังกฤษ ทําให
โดยคอมไพเลอรจะทําหนาที่แปล
โดยแปลครั้งเดียว ยกตัวอยางภาษาโปรแกรมระดับสูงเชน Fortran , Basic,
มาก จัดเปนภาษาไรกระบวนคําสั่ง หมายความ
วาผูใช เพียงบอกแตวาใหคอมพิวเตอรทําอะไร โดยไมตองบอกคอมพิวเตอรวาสิ่งนั้นทําอยางไร เรียกวาเปนภาษาเชิง
ซึ่งคลายกับภาษาพูดตามธรรมชาติของคน การเขียนโปรแกรมงายที่สุด
Document Name
Your Company Name (C) Copyr
การทํางานของโปรแกรมแปลภาษา
ใน การประมวลผลโปรแกรมที่เขียนขึ้นดวยภาษาระดับสูง จําเปนตองอาศัยโปรแกรมที่ทําหนาที่ชวยในการแปล
โปรแกรมภาษาระดับสูงใหเปน ภาษาเครื่อง โปรแกรมแปลภาษาที่ใชแบงออกเปน
1) คอมไพเลอร (Compiler)
เปนโปรแกรมที่ทําหนาที่ในการแปลโปรแกรมที่เขียนด
(Source Program) ใหเปนโปรแกรมภาษาเครื่อง
ออกมาดวย ภายหลังการแปลถาไมมีขอผิดพลาด ผูใชสามารถสั่งประมวลผลโปรแกรม
แปลภาษาเครื่องไวใชงานตอไปไดอีก โดยไมตองทําการแปลโปรแกรมซ้ําอีก ตัวอยางโปรแกรมแปลภาษาแบบนี้ ไดแก
โปรแกรมแปลภาษาฟอรแทรน โปรแกรมแปลภาษาโคบอล โปรแกรมแปลภาษาปาสคาล โปรแกรมแปลภาษาซี
2) อินเทอรพรีเตอร (Interpreter)
เปนโปรแกรมที่ทําหนาที่ในการแปลโปรแกรมที่เขียนดวยภาษาระดับสูงใหเปนโปรแกรม ภาษาเครื่อง
เชนเดียวกับคอมไพเลอร ความแตกตางจะอยูที่อินเทอรพรีเตอรจะทําการแปลและประมวลผลทีละคําสั่ง ขอเสียของอิน
เทอรพรีเตอรก็คือถานําโปรแกรมนั้นมาใชงานอีกจะตองทําการแปล โปรแกรมทุกครั้ง
ทั้งสองลักษณะ เชน ภาษาเบสิก เปนตน
Copyright (Print Date) All Rights Reserved
การทํางานของโปรแกรมแปลภาษา
การประมวลผลโปรแกรมที่เขียนขึ้นดวยภาษาระดับสูง จําเปนตองอาศัยโปรแกรมที่ทําหนาที่ชวยในการแปล
โปรแกรมภาษาระดับสูงใหเปน ภาษาเครื่อง โปรแกรมแปลภาษาที่ใชแบงออกเปน 2 ลักษณะ ไดแก
เปนโปรแกรมที่ทําหนาที่ในการแปลโปรแกรมที่เขียนดวยภาษาระดับสูงที่เรียกกันวา
ใหเปนโปรแกรมภาษาเครื่อง (Object Program) ถามีขอผิดพลาดเครื่องจะพิมพรหัสหรือขอผิดพลาด
ออกมาดวย ภายหลังการแปลถาไมมีขอผิดพลาด ผูใชสามารถสั่งประมวลผลโปรแกรม และสามารถเก็บโปรแกรมที่
แปลภาษาเครื่องไวใชงานตอไปไดอีก โดยไมตองทําการแปลโปรแกรมซ้ําอีก ตัวอยางโปรแกรมแปลภาษาแบบนี้ ไดแก
โปรแกรมแปลภาษาฟอรแทรน โปรแกรมแปลภาษาโคบอล โปรแกรมแปลภาษาปาสคาล โปรแกรมแปลภาษาซี
ที่ทําหนาที่ในการแปลโปรแกรมที่เขียนดวยภาษาระดับสูงใหเปนโปรแกรม ภาษาเครื่อง
เชนเดียวกับคอมไพเลอร ความแตกตางจะอยูที่อินเทอรพรีเตอรจะทําการแปลและประมวลผลทีละคําสั่ง ขอเสียของอิน
เทอรพรีเตอรก็คือถานําโปรแกรมนั้นมาใชงานอีกจะตองทําการแปล โปรแกรมทุกครั้ง ภาษาบางภาษามีโปรแกรมแปล
8
served
การประมวลผลโปรแกรมที่เขียนขึ้นดวยภาษาระดับสูง จําเปนตองอาศัยโปรแกรมที่ทําหนาที่ชวยในการแปล
ลักษณะ ไดแก
วยภาษาระดับสูงที่เรียกกันวา “โปรแกรมตนฉบับ”
ถามีขอผิดพลาดเครื่องจะพิมพรหัสหรือขอผิดพลาด
และสามารถเก็บโปรแกรมที่
แปลภาษาเครื่องไวใชงานตอไปไดอีก โดยไมตองทําการแปลโปรแกรมซ้ําอีก ตัวอยางโปรแกรมแปลภาษาแบบนี้ ไดแก
โปรแกรมแปลภาษาฟอรแทรน โปรแกรมแปลภาษาโคบอล โปรแกรมแปลภาษาปาสคาล โปรแกรมแปลภาษาซี
ที่ทําหนาที่ในการแปลโปรแกรมที่เขียนดวยภาษาระดับสูงใหเปนโปรแกรม ภาษาเครื่อง
เชนเดียวกับคอมไพเลอร ความแตกตางจะอยูที่อินเทอรพรีเตอรจะทําการแปลและประมวลผลทีละคําสั่ง ขอเสียของอิน
ภาษาบางภาษามีโปรแกรมแปล

เทคโนโลยีสารสนเทศ-Work 3-11

  • 1.
    1 Document Name Your CompanyName (C) Copyright (Print Date) All Rights Reserved องคประกอบดานซอฟตแวร ซอฟตแวร คือ กลุมของชุดคําสั่งที่เขียนขึ้นเพื่อใหคอมพิวเตอรทํางานไดตามตองการ การที่คอมพิวเตอรทํางาน ไดอยางอัตโนมัติโดยที่มนุษยไมตองเขาไปเกี่ยวของในการประมวลผลนั้น สวนหนึ่งเปนผลจากการทํางานของ ซอฟตแวรนั่นเอง โดยปกติแลวผูเขียนชุดคําสั่งนี้ขึ้นมาเรามักเรียกวา นักเขียนโปรแกรม ( programmer) แบงไดเปน 2 ประเภทใหญ ๆ ดวยกันคือ 1. ซอฟตแวรระบบ ( System Software ) เปนซอฟตแวรที่เกี่ยวของกับการควบคุมการทํางานที่ใกลชิดกับ อุปกรณคอมพิวเตอรมากที่สุด โดยจะทําหนาที่ติดตอ ควบคุม และสั่งการใหอุปกรณคอมพิวเตอรสามารถ ทํางานไดอยางมีประสิทธิภาพและสอดคลองกันใหไดมากที่สุด รวมถึงการบํารุงรักษาระบบตัวเครื่อง คอมพิวเตอรใหมีการใชงานไดยาวนานขึ้นอีกดวย ซอฟตแวรระบบแบงออกไดเปน 2 ประเภทดวยกัน คือ -ระบบปฏิบัติการ ( operating systems ) -โปรแกรมอรรถประโยชน ( utility programs ) 2. ซอฟตแวรประยุกต ( Application Software ) เปนซอฟตแวรที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อใชเฉพาะดานเทานั้น ไม เกี่ยวของกับการควบคุมระบบของคอมพิวเตอร แตจะทํางานไดโดยเรียกใชอุปกรณตาง ๆ ผานซอฟตแวรระบบ อีกทอดหนึ่งดังที่กลาวแลวในบทที่ผานมา ซอฟตแวรกลุมนี้สามารถแบงออกไดหลายชนิดขึ้นอยูกับลักษณะ เกณฑที่ใชแบง ซึ่งพอจะสรุปไดดังนี้ แบงตามลักษณะการผลิต ได 2 ประเภท คือ - ซอฟตแวรที่พัฒนาขึ้นใชเองโดยเฉพาะ ( Proprietary Software ) - ซอฟตแวรที่หาซื้อไดโดยทั่วไป ( Off – the– Shelf Software หรือ Packaged Software ) แบงตามกลุมการใชงาน ได 3 กลุมใหญคือ - กลุมการใชงานทางดานธุรกิจ ( business ) - กลุมการใชงานทางดานกราฟกและมัลติมีเดีย ( graphic and multimedia ) -กลุมสําหรับการใชงานบนเว็บและการติดตอสื่อสาร(web and communications ) 3
  • 2.
    2 Document Name Your CompanyName (C) Copyright (Print Date) All Rights Reserved การจัดหาซอฟตแวรมาใชงาน โดยปกติแลวเราสามารถหาซอฟตแวรมาใชงานไดหลาย ๆ วิธี ซึ่งอาจจะอยูในรูปแบบของการสั่งซื้อโดยตรงกับ บริษัทผูผลิตหรือใชตัวอยางทดลองจากการดาวนโหลดบนอินเทอรเน็ตได จึงพอสรุปวิธีการเลือกซอฟตแวรมาใชงานไดดังนี้ แบบสําเร็จรูป ( Packaged หรือ Ready – made Software ) วิธีการนี้ผูใชงานสามารถที่จะเขาไปเดินหาซื้อไดกับตัวแทนจําหนายซอฟตแวรที่ไดรับการแตงตั้งจากบริษัทผูผลิต โดยตรง ซึ่งมักจะมีการเตรียมบรรจุภัณฑและเอกสารคูมือการใชงานไวอยูแลว ผูใชสามารถที่จะหยิบเลือกซื้อไดเมื่อพอใจ ในตัวสินคาซอฟตแวรนั้น ๆ และนําไปติดตั้งเพื่อใชงานไดโดยทันที กรณีที่ไมสามารถเลือกซื้อผานรานตัวแทนจําหนายได อาจเขาไปในเว็บไซตของบริษัทผูผลิตซอฟตแวรนั้น ๆ แลวกรอกขอมูลรายการชําระเงินผานแบบฟอรมบนเว็บ เมื่อ รายละเอียดเกี่ยวกับการจายชําระเงินของผูซื้อไดรับการอนุมัติก็สามารถนําเอาซอฟตแวรดังกลาวมาใชไดทันที แบบวาจางทํา ( Customized หรือ Tailor – made Software ) กรณีที่บางองคกรมีลักษณะงานที่เปนแบบเฉพาะของตนเองและไมสามารถนําโปรแกรมสําเร็จรูปมาประยุกตใชได ก็สามารถที่จะผลิตขึ้นมาเองหรือวาจางใหบุคคลภายนอกที่มีความเชี่ยวชาญโดยเฉพาะทําการผลิตซอฟตแวรออกมาใหตรง ตามคุณสมบัติที่ตองการ ซึ่งวิธีการนี้อาจมีคาใชจายในการวาจางใหเขียนซอฟตแวรที่มีตนทุนแพงกวาแบบสําเร็จรูปอยู พอสมควร
  • 3.
    Document Name Your CompanyName (C) Copyr แบบทดลองใช ( Shareware ) ในการใชงานโปรแกรม ผูใชงานอาจมีความตองการเพียงแคอยาก ทดสอบการใชงานของโปรแกรมนั้น ๆ กอน วาดีหรือไม และจะเหมาะสมกับงานที่ทําอยูอยางไรบาง บริษัทผูผลิตจึงมักจะมีโปรแกรมเพื่อใหลูกคาทดลองใชงานกอนได แตอาจจะมีการกําหนดระยะเวลาทดลองใชงานหรือเงื่อนไขอื่น ๆ เพิ่มเติมดวย เชน ใชไดภายใน คุณสมบัติบางอยางลงไป วิธีการนี้ทําใหผูใชสามารถท ใหดาวนโหลดจากอินเทอรเน็ตโดยทั่วไป ซึ่งจะหาไดตามเว็บไซตของผูผลิตโดยตรงหรือเว็บไซตที่ใหบริการดาวนโหลด ซอฟตแวรโดยเฉพาะ แบบใชงานฟรี ( Freeware ) ปจจุบันเราสามารถเลือกหาโปรแกรมที่แจกใหใชกันฟรี ๆ เพื่อตอบสนองกับการทํางานที่หลากหลายมาไดโดยงาย โดยเฉพาะอยางยิ่งกับแหลงบริการดาวนโหลดบนอินเทอรเน็ต ซึ่งมักจะเปนโปรแกรมขนาดเล็กและใชเวลาเพียงไมกี่นาที ซึ่งผูใชไมจําเปนตองจายเงินใหแกผูผลิตแตอ ประกอบอยางละเอียดเหมือนกับที่ตองเสียเงินซื้อ เนื่องจากเปาหมายของผูผลิตคือ ตองการพัฒนาโปรแกรมเพื่อเผยแพร ผลงานของตนเองใหเปนที่รูจักมากยิ่งขึ้นและทดสอบระบบที่พัฒนาเพียงเทานั้น ซอฟตแวรประเภทนี้ลิขสิทธิ์ก็ยังเปนของบริษัทผูผลิตอยู ไมสามารถนําไปพัฒนาตอหรือแกไขเปลี่ยนแปลงภายใตเงื่อนไขที่ กําหนดให แบบโอเพนซอรส ( Public – Domain/Open Source ) ในบางองคกรที่มีกลุมบุคคลผูมีความรูและความเชี่ยวชาญทางดานการพัฒนาซอฟตแวรพอสมควร หากตองการ ใชซอฟตแวรแตไมตองการเสียเวลาในการพัฒนาที่ยาวนานจนเกินไป อาจจะเลือกใชกลุมของซอฟตแวรที่มีการเปดให แกไขปรับปรุงตัวโปรแกรมตาง ๆ ไดเอง อีกทั้งยังไมถือว นี้วา โอเพนซอรส (open source ) ซึ่งผูใชงานสามารถที่จะนําเอาโคดตาง ๆ ไปพัฒนาและประยุกตใชไดตามความ ตองการไดภายใตเงื่อนไขที่กําหนดหรือระบุไวของผูผลิตดั้งเดิม Copyright (Print Date) All Rights Reserved ในการใชงานโปรแกรม ผูใชงานอาจมีความตองการเพียงแคอยาก ทดสอบการใชงานของโปรแกรมนั้น ๆ กอน และจะเหมาะสมกับงานที่ทําอยูอยางไรบาง บริษัทผูผลิตจึงมักจะมีโปรแกรมเพื่อใหลูกคาทดลองใชงานกอนได แตอาจจะมีการกําหนดระยะเวลาทดลองใชงานหรือเงื่อนไขอื่น ๆ เพิ่มเติมดวย เชน ใชไดภายใน คุณสมบัติบางอยางลงไป วิธีการนี้ทําใหผูใชสามารถทดลองใชกอนตัดสินใจซื้อได ซอฟตแวรประเภทนี้สวนใหญแลวมักจะมี ใหดาวนโหลดจากอินเทอรเน็ตโดยทั่วไป ซึ่งจะหาไดตามเว็บไซตของผูผลิตโดยตรงหรือเว็บไซตที่ใหบริการดาวนโหลด ปจจุบันเราสามารถเลือกหาโปรแกรมที่แจกใหใชกันฟรี ๆ เพื่อตอบสนองกับการทํางานที่หลากหลายมาไดโดยงาย โดยเฉพาะอยางยิ่งกับแหลงบริการดาวนโหลดบนอินเทอรเน็ต ซึ่งมักจะเปนโปรแกรมขนาดเล็กและใชเวลาเพียงไมกี่นาที ซึ่งผูใชไมจําเปนตองจายเงินใหแกผูผลิตแตอยางใด แตเนื่องจากเปนของที่ใหใชกันฟรี ๆ จึงอาจจะไมมีคูมือหรือเอกสาร ประกอบอยางละเอียดเหมือนกับที่ตองเสียเงินซื้อ เนื่องจากเปาหมายของผูผลิตคือ ตองการพัฒนาโปรแกรมเพื่อเผยแพร ผลงานของตนเองใหเปนที่รูจักมากยิ่งขึ้นและทดสอบระบบที่พัฒนาเพียงเทานั้น อยางไรก็ตามถึงแมวาจะแจกใหใชฟรี ซอฟตแวรประเภทนี้ลิขสิทธิ์ก็ยังเปนของบริษัทผูผลิตอยู ไมสามารถนําไปพัฒนาตอหรือแกไขเปลี่ยนแปลงภายใตเงื่อนไขที่ Domain/Open Source ) ในบางองคกรที่มีกลุมบุคคลผูมีความรูและความเชี่ยวชาญทางดานการพัฒนาซอฟตแวรพอสมควร หากตองการ ใชซอฟตแวรแตไมตองการเสียเวลาในการพัฒนาที่ยาวนานจนเกินไป อาจจะเลือกใชกลุมของซอฟตแวรที่มีการเปดให แกไขปรับปรุงตัวโปรแกรมตาง ๆ ไดเอง อีกทั้งยังไมถือวาเปนการละเมิดลิขสิทธิ์ใด ๆ ดวย ซึ่งบางครั้งเรียกซอฟตแวรกลุม ซึ่งผูใชงานสามารถที่จะนําเอาโคดตาง ๆ ไปพัฒนาและประยุกตใชไดตามความ ตองการไดภายใตเงื่อนไขที่กําหนดหรือระบุไวของผูผลิตดั้งเดิม 3 served ในการใชงานโปรแกรม ผูใชงานอาจมีความตองการเพียงแคอยาก ทดสอบการใชงานของโปรแกรมนั้น ๆ กอน และจะเหมาะสมกับงานที่ทําอยูอยางไรบาง บริษัทผูผลิตจึงมักจะมีโปรแกรมเพื่อใหลูกคาทดลองใชงานกอนได แตอาจจะมีการกําหนดระยะเวลาทดลองใชงานหรือเงื่อนไขอื่น ๆ เพิ่มเติมดวย เชน ใชไดภายใน 30 วัน หรือปรับลด ดลองใชกอนตัดสินใจซื้อได ซอฟตแวรประเภทนี้สวนใหญแลวมักจะมี ใหดาวนโหลดจากอินเทอรเน็ตโดยทั่วไป ซึ่งจะหาไดตามเว็บไซตของผูผลิตโดยตรงหรือเว็บไซตที่ใหบริการดาวนโหลด ปจจุบันเราสามารถเลือกหาโปรแกรมที่แจกใหใชกันฟรี ๆ เพื่อตอบสนองกับการทํางานที่หลากหลายมาไดโดยงาย โดยเฉพาะอยางยิ่งกับแหลงบริการดาวนโหลดบนอินเทอรเน็ต ซึ่งมักจะเปนโปรแกรมขนาดเล็กและใชเวลาเพียงไมกี่นาที ยางใด แตเนื่องจากเปนของที่ใหใชกันฟรี ๆ จึงอาจจะไมมีคูมือหรือเอกสาร ประกอบอยางละเอียดเหมือนกับที่ตองเสียเงินซื้อ เนื่องจากเปาหมายของผูผลิตคือ ตองการพัฒนาโปรแกรมเพื่อเผยแพร อยางไรก็ตามถึงแมวาจะแจกใหใชฟรี ซอฟตแวรประเภทนี้ลิขสิทธิ์ก็ยังเปนของบริษัทผูผลิตอยู ไมสามารถนําไปพัฒนาตอหรือแกไขเปลี่ยนแปลงภายใตเงื่อนไขที่ ในบางองคกรที่มีกลุมบุคคลผูมีความรูและความเชี่ยวชาญทางดานการพัฒนาซอฟตแวรพอสมควร หากตองการ ใชซอฟตแวรแตไมตองการเสียเวลาในการพัฒนาที่ยาวนานจนเกินไป อาจจะเลือกใชกลุมของซอฟตแวรที่มีการเปดให าเปนการละเมิดลิขสิทธิ์ใด ๆ ดวย ซึ่งบางครั้งเรียกซอฟตแวรกลุม ซึ่งผูใชงานสามารถที่จะนําเอาโคดตาง ๆ ไปพัฒนาและประยุกตใชไดตามความ
  • 4.
    Document Name Your CompanyName (C) Copyr ระบบปฏิบัติการ ( OS – Operating System ) เปนซอฟตแวรที่เอาไวใชสําหรับควบคุมและประสานงานระหวางอุปกรณภายในคอมพิวเตอรทั้งหมด ตั้งแตซีพียู หนวยความจํา ไปจนถึงสวนนําเขาและสงออกผลลัพธ แพลตฟอรม (platform ) คอมพิวเตอรจะทํางานไดจําเปนตองมีระบบปฏิบัติการติดตั้งอยูในเครื่องเสียกอน ซึ่งก็ขึ้นอยูกับ บริษัทผูผลิตเครื่องนั้น ๆ วาจะเลือกใชแพลตฟอรม หรือระบบปฏิบัติการอะไรในการทํางาน เราจะพบเห็นระบบปฏิบัติการ อยูในคอมพิวเตอรแทบจะทุกประเภทตั้งแตเครื่องขนาดใหญอยางเครื่องเมนเฟรมจนถึงระดับเล็กสุด เชน เครื่อง คอมพิวเตอรพกพาประเภทพีดีเอ คุณสมบัติการทํางาน ระบบปฏิบัติการโดยทั่วไปจะมีคุณสมบัติในการทํางานแบบตาง ๆ ดังตอไปนี้ 1. การทํางานแบบ Multi – Tasking คือ ความสามารถในการทํางานไดหลาย ๆ งาน หรือหลาย ๆ โปรแกรมในเวลา เดียวกัน เชน พิมพรายงานควบคูไปกับการทองเว็บ ซึ่งในสมัยกอนการทํางานของระบบปฏิบัติการจะอยูในรูปแบบที่ เรียกวา single-tasking ซึ่งจะทํางานทีละโปรแกรมคําสั่ง ผูใชไมสามารถที่จะสลับงานไประหวางโ ควบคูกันได แตสําหรับในปจจุบันจะพบเห็นลักษณะการทํางานแบบนี้มากขึ้น เชน ในระบบปฏิบัติการ ซึ่งทําใหการใชงานไดสะดวกและทํางานไดหลาย ๆ โปรแกรม 2. การทํางานแบบ Multi – User ในระบบการเชื่อมโยงคอมพิวเตอรเขาไวดวยกันแบบเครือขาย ระบบปฏิบัติการที่ทํา หนาที่ควบคุมจะมีคุณสมบัติอยางหนึ่งที่เรียกวา มีการประมวลผลของงานพรอม ๆ กัน ทําใหกระจายการใชไดทั่วถึงมากยิ่งขึ้น Copyright (Print Date) All Rights Reserved Operating System ) เปนซอฟตแวรที่เอาไวใชสําหรับควบคุมและประสานงานระหวางอุปกรณภายในคอมพิวเตอรทั้งหมด ตั้งแตซีพียู หนวยความจํา ไปจนถึงสวนนําเขาและสงออกผลลัพธ ( input/output device ) บางครั้งก็นิยมเรียกรวม ๆ วา คอมพิวเตอรจะทํางานไดจําเปนตองมีระบบปฏิบัติการติดตั้งอยูในเครื่องเสียกอน ซึ่งก็ขึ้นอยูกับ บริษัทผูผลิตเครื่องนั้น ๆ วาจะเลือกใชแพลตฟอรม หรือระบบปฏิบัติการอะไรในการทํางาน เราจะพบเห็นระบบปฏิบัติการ ในคอมพิวเตอรแทบจะทุกประเภทตั้งแตเครื่องขนาดใหญอยางเครื่องเมนเฟรมจนถึงระดับเล็กสุด เชน เครื่อง ระบบปฏิบัติการโดยทั่วไปจะมีคุณสมบัติในการทํางานแบบตาง ๆ ดังตอไปนี้ คือ ความสามารถในการทํางานไดหลาย ๆ งาน หรือหลาย ๆ โปรแกรมในเวลา เดียวกัน เชน พิมพรายงานควบคูไปกับการทองเว็บ ซึ่งในสมัยกอนการทํางานของระบบปฏิบัติการจะอยูในรูปแบบที่ ซึ่งจะทํางานทีละโปรแกรมคําสั่ง ผูใชไมสามารถที่จะสลับงานไประหวางโ ควบคูกันได แตสําหรับในปจจุบันจะพบเห็นลักษณะการทํางานแบบนี้มากขึ้น เชน ในระบบปฏิบัติการ ซึ่งทําใหการใชงานไดสะดวกและทํางานไดหลาย ๆ โปรแกรม ในระบบการเชื่อมโยงคอมพิวเตอรเขาไวดวยกันแบบเครือขาย ระบบปฏิบัติการที่ทํา หนาที่ควบคุมจะมีคุณสมบัติอยางหนึ่งที่เรียกวา multi-user หรือความสามารถในการทํางานกับผูใชไดหลาย ๆ คน ขณะที่ มีการประมวลผลของงานพรอม ๆ กัน ทําใหกระจายการใชไดทั่วถึงมากยิ่งขึ้น 4 served เปนซอฟตแวรที่เอาไวใชสําหรับควบคุมและประสานงานระหวางอุปกรณภายในคอมพิวเตอรทั้งหมด ตั้งแตซีพียู บางครั้งก็นิยมเรียกรวม ๆ วา คอมพิวเตอรจะทํางานไดจําเปนตองมีระบบปฏิบัติการติดตั้งอยูในเครื่องเสียกอน ซึ่งก็ขึ้นอยูกับ บริษัทผูผลิตเครื่องนั้น ๆ วาจะเลือกใชแพลตฟอรม หรือระบบปฏิบัติการอะไรในการทํางาน เราจะพบเห็นระบบปฏิบัติการ ในคอมพิวเตอรแทบจะทุกประเภทตั้งแตเครื่องขนาดใหญอยางเครื่องเมนเฟรมจนถึงระดับเล็กสุด เชน เครื่อง คือ ความสามารถในการทํางานไดหลาย ๆ งาน หรือหลาย ๆ โปรแกรมในเวลา เดียวกัน เชน พิมพรายงานควบคูไปกับการทองเว็บ ซึ่งในสมัยกอนการทํางานของระบบปฏิบัติการจะอยูในรูปแบบที่ ซึ่งจะทํางานทีละโปรแกรมคําสั่ง ผูใชไมสามารถที่จะสลับงานไประหวางโปรแกรมหรือทํางาน ควบคูกันได แตสําหรับในปจจุบันจะพบเห็นลักษณะการทํางานแบบนี้มากขึ้น เชน ในระบบปฏิบัติการ Windows รุมใหม ๆ ในระบบการเชื่อมโยงคอมพิวเตอรเขาไวดวยกันแบบเครือขาย ระบบปฏิบัติการที่ทํา หรือความสามารถในการทํางานกับผูใชไดหลาย ๆ คน ขณะที่
  • 5.
    Document Name Your CompanyName (C) Copyr ประเภทของระบบปฏิบัติการ ระบบปฏิบัติการที่ใชกันโดยทั่วไปในปจจุบัน อาจนําเอาไปใชไดกับคอมพิวเตอรหลากหลายชนิด ตั้งแตเครื่อง คอมพิวเตอรระดับใหญจนถึงอุปกรณคอมพิวเตอรพกพาขนาดเล็ก 1. ระบบปฏิบัติการแบบเดี่ยว ( stand – alone OS ) เปนระบบปฏิบัติการที่มุงเนนและใหบริการสําหรับผูใชเพียงคนเดียว คอมพิวเตอรที่ประมวลผลและทํางานแบบทั่วไป เชน ระบบปฏิบัติการนี้รองรับการทํางานบางอยาง เชน พิมพรายงาน ดูหนัง ฟงเพลง หรือเชื่อมตอเขากับอินเทอรเน็ต เปนตน ปจจุบันพัฒนาใหมีคุณสมบัติที่เปนลูกขายเพื่อขอรับบริการจากเครื่องแมขายไดดวย System), Windows, Unix, Mac OS X, Linux 2. ระบบปฏิบัติการแบบเครือขาย ( Network OS ) เปนระบบปฏิบัติการที่มุงเนนและใหบริการสําหรับผูใชหลาย ๆ คน และประมวลผลขอมูลสําหรับเครือขายโดยเฉพาะ ติดตั้งระบบปฏิบัติการเหลานี้เรียกวา เครื่อง ผูใชนั่นเอง ไดแก Windows Server, OS/2 Warp Server, Solaris 3. ระบบปฏิบัติการแบบฝง ( embedded OS ) เปนระบบปฏิบัติการที่พบเห็นไดในอุปกรณคอมพิวเตอรพกพาขนาดเล็ก เชน พีดีเอหรือ สามารถชวยในการทํางานของอุปกรณแบบไมประจําที่เหลานี้ไดเปนอยางดี เกิดขึ้นมาหลังสุดพรอม ๆ กับที่อุปกรณ คอมพิวเตอรพกพาเหลานี้ไดรับความนิยมมากขึ้น บางระบบมีคุณสมบัติที่ใกลเคียงกับระบบปฏิบัติการแบบเดี่ยวดวย เชน รองรับกับการทํางานทั่วไป ดูหนัง ฟงเพลงหรือเชื่อมตออินเทอรเน็ตได เรามักจะพบเห็นการใชงานของระบบปฏิบัติการแบบฝงนี้กับอุปกรณคอมพิวเตอรขนาดพกพา เชน Smart phone รวมถึงอุปกรณขนาดเล็กอื่น ๆ ซึ่งพอจะยกตัวอยางไดดังนี้ Symbian OS Copyright (Print Date) All Rights Reserved ระบบปฏิบัติการที่ใชกันโดยทั่วไปในปจจุบัน อาจนําเอาไปใชไดกับคอมพิวเตอรหลากหลายชนิด ตั้งแตเครื่อง คอมพิวเตอรระดับใหญจนถึงอุปกรณคอมพิวเตอรพกพาขนาดเล็ก ซึ่งอาจแบงออกไดเปน 3 ประเภท คือ alone OS ) เปนระบบปฏิบัติการที่มุงเนนและใหบริการสําหรับผูใชเพียงคนเดียว (เจาของเครื่องนั้น ๆ คอมพิวเตอรที่ประมวลผลและทํางานแบบทั่วไป เชน เครื่องคอมพิวเตอรตามบานหรือสํานักงาน ซึ่งจะถูกติดตั้ง ระบบปฏิบัติการนี้รองรับการทํางานบางอยาง เชน พิมพรายงาน ดูหนัง ฟงเพลง หรือเชื่อมตอเขากับอินเทอรเน็ต เปนตน ปจจุบันพัฒนาใหมีคุณสมบัติที่เปนลูกขายเพื่อขอรับบริการจากเครื่องแมขายไดดวย ไดแก DOS (Disk Operating System), Windows, Unix, Mac OS X, Linux Network OS ) เปนระบบปฏิบัติการที่มุงเนนและใหบริการสําหรับผูใชหลาย ๆ คน ( multi - user ) นิยมใชสําหรับงานใหบริการ และประมวลผลขอมูลสําหรับเครือขายโดยเฉพาะ มักพบเห็นไดกับการนําไปใชในองคกรธุรกิจทั่วไป เครื่องคอมพิวเตอรที่ ติดตั้งระบบปฏิบัติการเหลานี้เรียกวา เครื่อง server ซึ่งเปนเสมือนเครื่องแมขายที่ใหบริการขอมูลตาง ๆ ที่จําเปนสําหรับ Windows Server, OS/2 Warp Server, Solaris embedded OS ) เปนระบบปฏิบัติการที่พบเห็นไดในอุปกรณคอมพิวเตอรพกพาขนาดเล็ก เชน พีดีเอหรือ สามารถชวยในการทํางานของอุปกรณแบบไมประจําที่เหลานี้ไดเปนอยางดี เกิดขึ้นมาหลังสุดพรอม ๆ กับที่อุปกรณ พกพาเหลานี้ไดรับความนิยมมากขึ้น บางระบบมีคุณสมบัติที่ใกลเคียงกับระบบปฏิบัติการแบบเดี่ยวดวย เชน รองรับกับการทํางานทั่วไป ดูหนัง ฟงเพลงหรือเชื่อมตออินเทอรเน็ตได เรามักจะพบเห็นการใชงานของระบบปฏิบัติการแบบฝงนี้กับอุปกรณคอมพิวเตอรขนาดพกพา เชน รวมถึงอุปกรณขนาดเล็กอื่น ๆ ซึ่งพอจะยกตัวอยางไดดังนี้ Pocket PC OS (Windows CE 5 served ระบบปฏิบัติการที่ใชกันโดยทั่วไปในปจจุบัน อาจนําเอาไปใชไดกับคอมพิวเตอรหลากหลายชนิด ตั้งแตเครื่อง ประเภท คือ เจาของเครื่องนั้น ๆ) นิยมใชสําหรับเครื่อง เครื่องคอมพิวเตอรตามบานหรือสํานักงาน ซึ่งจะถูกติดตั้ง ระบบปฏิบัติการนี้รองรับการทํางานบางอยาง เชน พิมพรายงาน ดูหนัง ฟงเพลง หรือเชื่อมตอเขากับอินเทอรเน็ต เปนตน DOS (Disk Operating นิยมใชสําหรับงานใหบริการ มักพบเห็นไดกับการนําไปใชในองคกรธุรกิจทั่วไป เครื่องคอมพิวเตอรที่ ซึ่งเปนเสมือนเครื่องแมขายที่ใหบริการขอมูลตาง ๆ ที่จําเปนสําหรับ เปนระบบปฏิบัติการที่พบเห็นไดในอุปกรณคอมพิวเตอรพกพาขนาดเล็ก เชน พีดีเอหรือ Smart phone บางรุน สามารถชวยในการทํางานของอุปกรณแบบไมประจําที่เหลานี้ไดเปนอยางดี เกิดขึ้นมาหลังสุดพรอม ๆ กับที่อุปกรณ พกพาเหลานี้ไดรับความนิยมมากขึ้น บางระบบมีคุณสมบัติที่ใกลเคียงกับระบบปฏิบัติการแบบเดี่ยวดวย เชน เรามักจะพบเห็นการใชงานของระบบปฏิบัติการแบบฝงนี้กับอุปกรณคอมพิวเตอรขนาดพกพา เชน Palm, pocket PC, Pocket PC OS (Windows CE เดิม), Palm OS,
  • 6.
    Document Name Your CompanyName (C) Copyr โปรแกรมอรรถประโยชนหรือโปรแกรมยูทิลิตี้ เปนโปรแกรมที่สําคัญกับการทํางานของระบบคอมพิวเตอรเชนเดียวกัน สวนใหญจะมีขนาดเล็กกวา ระบบปฏิบัติการ คุณสมบัติในการใชงานนั้นคอนขางหลากหลายหรือใชงานไดแบบอรรถประโยชน มักนิยมเรียกสั้น ๆ วา ยูทิลิตี้ ( Utility ) แบงออกเปน 2 ชนิด คือ 1. ยูทิลิตี้สําหรับระบบปฏิบัติการ ( OS Utility Programs ) เปนยูทิลิตี้ที่มักจะมีการติดตั้งมาพรอมกับระบบปฏิบัติการอยูแลว ซึ่งชวยอํานวยความสะดวกสําหรับการทํางาน รวมกับคอมพิวเตอรไดเปนอยางดี ซึ่งขอยกตัวอยางของยูทิลิตี้ที่ใชใน - ประเภทการจัดการไฟล (File Manager) - ประเภทการลบทิ้งโปรแกรม ( Uninstaller ) - ประเภทการสแกนดิสก ( Disk Scanner ) - ประเภทการจัดเรียงพื้นที่เก็บขอมูล ( Disk Defragmenter ) - ประเภทรักษาหนาจอ ( Screen Saver ) 2. ยูทิลิตี้อื่น ๆ ( Stand-Alone Utility Program ) เปนยูทิลิตี้ที่มักจะมีการติดตั้งมาพรอมกับระบบปฏิบัติการอยูแลว ซึ่งชวยอํานวยความสะดวกสําหรับการทํางาน รวมกับคอมพิวเตอรไดเปนอยางดี ซึ่งขอยกตัวอยางของยูทิลิตี้ที่ใชใน -โปรแกรมปองกันไวรัส ( Anti Virus Program ) - โปรแกรมไฟรวอลล ( Firewall ) - โปรแกรมบีบอัดไฟล( File Compression Utility ) Copyright (Print Date) All Rights Reserved โปรแกรมอรรถประโยชนหรือโปรแกรมยูทิลิตี้ ( Utility Program ) เปนโปรแกรมที่สําคัญกับการทํางานของระบบคอมพิวเตอรเชนเดียวกัน สวนใหญจะมีขนาดเล็กกวา ระบบปฏิบัติการ คุณสมบัติในการใชงานนั้นคอนขางหลากหลายหรือใชงานไดแบบอรรถประโยชน มักนิยมเรียกสั้น ๆ วา ชนิด คือ ( OS Utility Programs ) เปนยูทิลิตี้ที่มักจะมีการติดตั้งมาพรอมกับระบบปฏิบัติการอยูแลว ซึ่งชวยอํานวยความสะดวกสําหรับการทํางาน รวมกับคอมพิวเตอรไดเปนอยางดี ซึ่งขอยกตัวอยางของยูทิลิตี้ที่ใชใน Windows ที่คอนขางจะรูจักกันดี ไดแก Uninstaller ) Disk Scanner ) Disk Defragmenter ) Screen Saver ) Utility Program ) เปนยูทิลิตี้ที่มักจะมีการติดตั้งมาพรอมกับระบบปฏิบัติการอยูแลว ซึ่งชวยอํานวยความสะดวกสําหรับการทํางาน รวมกับคอมพิวเตอรไดเปนอยางดี ซึ่งขอยกตัวอยางของยูทิลิตี้ที่ใชใน Windows ที่คอนขางจะรูจักกันดี nti Virus Program ) File Compression Utility ) 6 served เปนโปรแกรมที่สําคัญกับการทํางานของระบบคอมพิวเตอรเชนเดียวกัน สวนใหญจะมีขนาดเล็กกวา ระบบปฏิบัติการ คุณสมบัติในการใชงานนั้นคอนขางหลากหลายหรือใชงานไดแบบอรรถประโยชน มักนิยมเรียกสั้น ๆ วา เปนยูทิลิตี้ที่มักจะมีการติดตั้งมาพรอมกับระบบปฏิบัติการอยูแลว ซึ่งชวยอํานวยความสะดวกสําหรับการทํางาน ที่คอนขางจะรูจักกันดี ไดแก เปนยูทิลิตี้ที่มักจะมีการติดตั้งมาพรอมกับระบบปฏิบัติการอยูแลว ซึ่งชวยอํานวยความสะดวกสําหรับการทํางาน ที่คอนขางจะรูจักกันดี ไดแก
  • 7.
    Document Name Your CompanyName (C) Copyr ภาษาคอมพิวเตอร Programming Languages คือ เครื่องมือที่มนุษยใชสื่อสารกับเครื่องคอมพิวเตอร โดยแตละภาษาจะมีลักษณะเฉพาะตัวที่ชัดเจน มีคําศัพทที่ใช จํานวนจํากัด ระดับของภาษา(Level of Languages) 1. ภาษาเครื่อง : เปนภาษาที่มีระดับต่ําที่สุด โดยจะเขียนดวยระบบฐานสอง ซึ่งมีเพียง คอมพิวเตอรสามารถกระทําการ (Excute) ภาษาเครื่อง จะตองใชตัวแปลภาษา(Translator) 2. ภาษาแอสแซมบลี : จัดเปนภาษาระดับต่ํามาก ใชตัวย คือ Compare เปนตน และตัวแปลภาษา Assembly 3. ภาษาระดับสูง : เปนภาษาโปรแกรมยุคที่ เขียนไดงายขึ้น และสําหรับตัวแปลภาษาโปรแกรมเหลานี้คือ คอมไพเลอร Souce Program ใหเปน Oject Program โดยแปลครั้งเดียว ยกตัวอยางภาษาโปรแกรมระดับสูงเชน pascal, C, Cobol 4. ภาษาระดับสูงมาก : เปนภาษาโปรแกรมยุคที่ วาผูใช เพียงบอกแตวาใหคอมพิวเตอรทําอะไร โดยไมตองบอกคอมพิวเตอรวาสิ่งนั้นทําอยางไร เรียกวาเปนภาษาเชิง ผลลัพธ คือเนนวาทําอะไร ไมใชทําอยางไร ดังนั้นจึงเปนภาษาโปรแกรมที่เขียนงาย 5. ภาษาธรรมชาติ : เปนภาษาโปรแกรมยุคที่ คือการเขียนคําพูดของเราเองวาเราตองการอะไร ไมตองใชคําสั่งงานใดๆ เลย Copyright (Print Date) All Rights Reserved Programming Languages เครื่องมือที่มนุษยใชสื่อสารกับเครื่องคอมพิวเตอร โดยแตละภาษาจะมีลักษณะเฉพาะตัวที่ชัดเจน มีคําศัพทที่ใช เปนภาษาที่มีระดับต่ําที่สุด โดยจะเขียนดวยระบบฐานสอง ซึ่งมีเพียง 0 กับ 1 Excute) ไดเฉพาะภาษาเครื่องเทานั้น ดังนั้นหากเราเขียนดวยภาษาใดๆ ก็ตามที่มิใช Translator) เพื่อแปลภาษาโปรแกรมที่เขียนใหเปนภาษาที่เครื่อง เขาใจ จัดเปนภาษาระดับต่ํามาก ใชตัวยอ หรือรหัสยอในการเขียนโปรแกรม เชน Assembly คือ Assembler เปนภาษาโปรแกรมยุคที่ 3 ที่เปนภาษาระดับสูงโปรแกรมจะเขียนในลักษณะคลายภาษาอังกฤษ ทําให โปรแกรมเหลานี้คือ คอมไพเลอร (Compiler) โดยคอมไพเลอรจะทําหนาที่แปล โดยแปลครั้งเดียว ยกตัวอยางภาษาโปรแกรมระดับสูงเชน เปนภาษาโปรแกรมยุคที่ 4 ซึ่งเปนภาษาระดับสูงมาก จัดเปนภาษาไรกระบวนคําสั่ง หมายความ วาผูใช เพียงบอกแตวาใหคอมพิวเตอรทําอะไร โดยไมตองบอกคอมพิวเตอรวาสิ่งนั้นทําอยางไร เรียกวาเปนภาษาเชิง ผลลัพธ คือเนนวาทําอะไร ไมใชทําอยางไร ดังนั้นจึงเปนภาษาโปรแกรมที่เขียนงาย ปรแกรมยุคที่ 5 ซึ่งคลายกับภาษาพูดตามธรรมชาติของคน การเขียนโปรแกรมงายที่สุด คือการเขียนคําพูดของเราเองวาเราตองการอะไร ไมตองใชคําสั่งงานใดๆ เลย 7 served เครื่องมือที่มนุษยใชสื่อสารกับเครื่องคอมพิวเตอร โดยแตละภาษาจะมีลักษณะเฉพาะตัวที่ชัดเจน มีคําศัพทที่ใช 1 เทานั้น ไดเฉพาะภาษาเครื่องเทานั้น ดังนั้นหากเราเขียนดวยภาษาใดๆ ก็ตามที่มิใช เพื่อแปลภาษาโปรแกรมที่เขียนใหเปนภาษาที่เครื่อง เขาใจ อ หรือรหัสยอในการเขียนโปรแกรม เชน A คือรหัสของ Add , C ที่เปนภาษาระดับสูงโปรแกรมจะเขียนในลักษณะคลายภาษาอังกฤษ ทําให โดยคอมไพเลอรจะทําหนาที่แปล โดยแปลครั้งเดียว ยกตัวอยางภาษาโปรแกรมระดับสูงเชน Fortran , Basic, มาก จัดเปนภาษาไรกระบวนคําสั่ง หมายความ วาผูใช เพียงบอกแตวาใหคอมพิวเตอรทําอะไร โดยไมตองบอกคอมพิวเตอรวาสิ่งนั้นทําอยางไร เรียกวาเปนภาษาเชิง ซึ่งคลายกับภาษาพูดตามธรรมชาติของคน การเขียนโปรแกรมงายที่สุด
  • 8.
    Document Name Your CompanyName (C) Copyr การทํางานของโปรแกรมแปลภาษา ใน การประมวลผลโปรแกรมที่เขียนขึ้นดวยภาษาระดับสูง จําเปนตองอาศัยโปรแกรมที่ทําหนาที่ชวยในการแปล โปรแกรมภาษาระดับสูงใหเปน ภาษาเครื่อง โปรแกรมแปลภาษาที่ใชแบงออกเปน 1) คอมไพเลอร (Compiler) เปนโปรแกรมที่ทําหนาที่ในการแปลโปรแกรมที่เขียนด (Source Program) ใหเปนโปรแกรมภาษาเครื่อง ออกมาดวย ภายหลังการแปลถาไมมีขอผิดพลาด ผูใชสามารถสั่งประมวลผลโปรแกรม แปลภาษาเครื่องไวใชงานตอไปไดอีก โดยไมตองทําการแปลโปรแกรมซ้ําอีก ตัวอยางโปรแกรมแปลภาษาแบบนี้ ไดแก โปรแกรมแปลภาษาฟอรแทรน โปรแกรมแปลภาษาโคบอล โปรแกรมแปลภาษาปาสคาล โปรแกรมแปลภาษาซี 2) อินเทอรพรีเตอร (Interpreter) เปนโปรแกรมที่ทําหนาที่ในการแปลโปรแกรมที่เขียนดวยภาษาระดับสูงใหเปนโปรแกรม ภาษาเครื่อง เชนเดียวกับคอมไพเลอร ความแตกตางจะอยูที่อินเทอรพรีเตอรจะทําการแปลและประมวลผลทีละคําสั่ง ขอเสียของอิน เทอรพรีเตอรก็คือถานําโปรแกรมนั้นมาใชงานอีกจะตองทําการแปล โปรแกรมทุกครั้ง ทั้งสองลักษณะ เชน ภาษาเบสิก เปนตน Copyright (Print Date) All Rights Reserved การทํางานของโปรแกรมแปลภาษา การประมวลผลโปรแกรมที่เขียนขึ้นดวยภาษาระดับสูง จําเปนตองอาศัยโปรแกรมที่ทําหนาที่ชวยในการแปล โปรแกรมภาษาระดับสูงใหเปน ภาษาเครื่อง โปรแกรมแปลภาษาที่ใชแบงออกเปน 2 ลักษณะ ไดแก เปนโปรแกรมที่ทําหนาที่ในการแปลโปรแกรมที่เขียนดวยภาษาระดับสูงที่เรียกกันวา ใหเปนโปรแกรมภาษาเครื่อง (Object Program) ถามีขอผิดพลาดเครื่องจะพิมพรหัสหรือขอผิดพลาด ออกมาดวย ภายหลังการแปลถาไมมีขอผิดพลาด ผูใชสามารถสั่งประมวลผลโปรแกรม และสามารถเก็บโปรแกรมที่ แปลภาษาเครื่องไวใชงานตอไปไดอีก โดยไมตองทําการแปลโปรแกรมซ้ําอีก ตัวอยางโปรแกรมแปลภาษาแบบนี้ ไดแก โปรแกรมแปลภาษาฟอรแทรน โปรแกรมแปลภาษาโคบอล โปรแกรมแปลภาษาปาสคาล โปรแกรมแปลภาษาซี ที่ทําหนาที่ในการแปลโปรแกรมที่เขียนดวยภาษาระดับสูงใหเปนโปรแกรม ภาษาเครื่อง เชนเดียวกับคอมไพเลอร ความแตกตางจะอยูที่อินเทอรพรีเตอรจะทําการแปลและประมวลผลทีละคําสั่ง ขอเสียของอิน เทอรพรีเตอรก็คือถานําโปรแกรมนั้นมาใชงานอีกจะตองทําการแปล โปรแกรมทุกครั้ง ภาษาบางภาษามีโปรแกรมแปล 8 served การประมวลผลโปรแกรมที่เขียนขึ้นดวยภาษาระดับสูง จําเปนตองอาศัยโปรแกรมที่ทําหนาที่ชวยในการแปล ลักษณะ ไดแก วยภาษาระดับสูงที่เรียกกันวา “โปรแกรมตนฉบับ” ถามีขอผิดพลาดเครื่องจะพิมพรหัสหรือขอผิดพลาด และสามารถเก็บโปรแกรมที่ แปลภาษาเครื่องไวใชงานตอไปไดอีก โดยไมตองทําการแปลโปรแกรมซ้ําอีก ตัวอยางโปรแกรมแปลภาษาแบบนี้ ไดแก โปรแกรมแปลภาษาฟอรแทรน โปรแกรมแปลภาษาโคบอล โปรแกรมแปลภาษาปาสคาล โปรแกรมแปลภาษาซี ที่ทําหนาที่ในการแปลโปรแกรมที่เขียนดวยภาษาระดับสูงใหเปนโปรแกรม ภาษาเครื่อง เชนเดียวกับคอมไพเลอร ความแตกตางจะอยูที่อินเทอรพรีเตอรจะทําการแปลและประมวลผลทีละคําสั่ง ขอเสียของอิน ภาษาบางภาษามีโปรแกรมแปล