More Related Content
PDF
บทที่ 13 การสืบพันธุ์และการเจริญเติบโต (1) PPT
โครงสร้างและหน้าที่ของลำต้น PPS
PPS
PDF
การปฏิสนธิและการเจริญเติบโตของพืชดอก PDF
PPS
PDF
What's hot
PDF
PDF
PDF
การสืบพันธุ์ของพืชดอก (T) PPS
PDF
PDF
PDF
Lesson2plantreproduction2561 PDF
โครงสร้างและหน้าที่ของราก PDF
structure and function of the stem PDF
การศึกษาโครงสร้างดอกคาร์เนชั่น พุด และกล้วยไม้ จัดทำโดยนักเรียนระดับชั้นม.5 ห... PPT
PDF
การศึกษาโครงสร้างดอกทานตะวัน ดอกบัวและดอกกุหลาบ จัดทำโดยนักเรียนระดับชั้น ม.... PDF
ดอกลีลาวดี ดอกกุหลาบ และดอกชบา กลุ่ม1 ม.5 ห้อง 652 PDF
โครงสร้างและการเจริญเติบโตของพืชดอก PDF
PDF
โครงสร้างและหน้าที่ของรากลำต้น PDF
PDF
PDF
PDF
Plant structure group 9 room 931 Similar to Webskt2
PPS
PPT
PPS
PPS
PDF
PPT
PDF
PDF
PDF
การศึกษาโครงสร้างของดอกบัวหลวง กล้วยไม้ และกุหลาบพวง กลุ่มที่5 ห้อง652 PPT
PDF
Study of angiosperm group 1 room 931 PDF
การศึกษาโครงสร้าง ดอกพุดพิชญา ดอกกุหลาบ ดอกเฟื่องฟ้า กลุ่มที่ 10 ห้อง 931 PDF
หนังสือเล่มเล็กประกอบการศึกษาเรียนรู้ด้านโครงสร้างอวัยวะสืบพันธุ์ของพืชดอกได้... PPT
PDF
การศึกษาโครงสร้างดอกคาร์เนชั่น พุด และกล้วยไม้ จัดทำโดยนักเรียนระดับชั้นม.5 ห... PDF
PDF
การศึกษาโครงสร้างดอกคาร์เนชั่น พุด และกล้วยไม้ จัดทำโดยนักเรียนระดับชั้นม.5 ห... PDF
สื่อตีนตุ๊กแกโครงสร้างดอกFileNewไไไไ.pdf PDF
PPT
20080802 Cannonball Tree Botany Webskt2
- 1.
bracteole ( ใบประดับย่อย ) corolla ( วงกลีบดอก ) petaloid staminode ( เกสรเพศผู้เป็นหมันที่เปลี่ยนรูปไปคล้ายกลีบดอก ) sepal ( กลีบเลี้ยง ) พุทธรักษา ( Canna sp.) พุทธรักษาออกดอกเป็นช่อ ดอกย่อยแต่ละดอกมีใบประดับย่อยสีเขียวรองรับ กลีบเลี้ยง 3 กลีบ แยกจากกันเป็นอิสระ กลีบดอก 3 กลีบเชื่อมติดกันที่โคน และเชื่อมติดกับเกสรเพศผู้และเกสรเพศเมียด้วย ทำให้มีลักษณะคล้ายเป็นหลอด เกสรเพศผู้ 1 อัน เปลี่ยนรูปไปคล้ายเป็นกลีบดอก แต่ยังคงเห็นอับเรณูติดอยู่ที่ด้านข้างของส่วนที่คล้ายเป็นกลีบ เกสร เพศผู้เป็นหมัน 4 อัน เปลี่ยนรูปไปคล้ายเป็นกลีบดอกเช่นกัน เกสรเพศเมีย 1 อัน รังไข่ใต้วงกลีบ ก้านยอดเกสรเพศ เมีย 1 อัน แผ่ออกคล้ายเป็นกลีบ ยอดเกสรเพศเมียอยู่ที่ขอบด้านบนของก้านยอดเกสรเพศเมียที่แผ่ออก ลิขสิทธิ์ของหน่วยปฏิบัติการวิจัยพรรณไม้ประเทศไทย ภาควิชาพฤกษศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย - 2.
petaloid stamen ( เกสรเพศผู้ที่เปลี่ยนไปคล้ายกลีบ ) anther ( อับเรณู ) style ( ก้านยอดเกสรเพศเมีย ) stigma ( ยอดเกสรเพศเมีย ) sepal ( กลีบเลี้ยง ) corolla ( วงกลีบดอก ) ovary ( รังไข่ ) ovule ( ออวุล ) ลิขสิทธิ์ของหน่วยปฏิบัติการวิจัยพรรณไม้ประเทศไทย ภาควิชาพฤกษศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย - 3.
ลิขสิทธิ์ของหน่วยปฏิบัติการวิจัยพรรณไม้ประเทศไทย ภาควิชาพฤกษศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ดอนย่า , ใบต่างดอก ( Mussaenda spp.) ดอนย่าหรือใบต่างดอกออกดอกเป็นช่อ ดอกย่อยในช่ออาจแน่นหรือโปร่ง กลีบเลี้ยงเชื่อมติดกันเป็นหลอด ปลายแยก เป็นแฉกกลีบเลี้ยง 4-5 แฉก แฉกกลีบเลี้ยง 1 แฉกหรือทั้งหมดมักเปลี่ยนรูปไปคล้ายเป็นกลีบดอก มีสีสันสวยงาม กลีบดอก 5 กลีบเชื่อมติดกันเป็นหลอด ปลายแยกเป็นแฉกกลีบดอก 5 แฉก เกสรเพศผู้ 5 อัน ติดบนหลอดกลีบดอก สลับกับแฉกกลีบดอก เกสรเพศเมีย 1 อัน รังไข่ใต้วงกลีบ ก้านยอดเกสรเพศเมีย 1 อัน ยอดเกสรเพศเมีย 2 แฉก - 4.
- 5.
ลิขสิทธิ์ของหน่วยปฏิบัติการวิจัยพรรณไม้ประเทศไทย ภาควิชาพฤกษศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รัก ( Calotropis gigantea (L.) Dryander ex W.T.Aiton) รักออกดอกเป็นช่อ กลีบเลี้ยง 5 กลีบ ขนาดเล็ก แยกจากกันเป็นอิสระ กลีบดอก 5 กลีบเชื่อมติดกันเป็นรูปกงล้อ เกสรเพศผู้ 5 อัน ติดอยู่บนหลอดกลีบดอก เชื่อมติดกันเองและเชื่อมติดกับยอดเกสรเพศเมีย แล้วเปลี่ยนรูปร่างไปเป็น ชั้นกะบังรอบ หรือชั้นมงกุฎ ล้อมรอบรังไข่ และก้านยอดเกสรเพศเมียเอาไว้ข้างใน อับเรณู 5 อัน มีเยื่อบาง ๆ คลุมปิด อยู่ แต่ละอับเรณูมี 2 ช่อง เรณูทั้งหมดในแต่ละช่องเกาะรวมกันเป็นหนึ่งกลุ่มเกิดเป็น “กลุ่มเรณู” ดังนั้นใน 1 อับเรณู จะมี 2 “ กลุ่มอับเรณู” แต่ “กลุ่มเรณู” ในอับเรณูเดียวกันจะไม่เชื่อมติดกัน การเชื่อมกันของ “กลุ่มเรณู” จะเกิดขึ้น ระหว่างช่องของอับเรณูที่อยู่ติดกัน เกิดเป็น “ชุดกลุ่มเรณู” ขึ้น เกสรเพศเมีย 1 อัน แต่ส่วนของรังไข่ และก้านยอด เกสรเพศเมียแยกจากกัน และไปเชื่อมติดกันที่ยอดเกสรเพศเมีย รังไข่เหนือวงกลีบ sepal ( กลีบเลี้ยง ) corolla ( วงกลีบดอก ) corona ( กะบังรอบ ) - 6.
- 7.
ลิขสิทธิ์ของหน่วยปฏิบัติการวิจัยพรรณไม้ประเทศไทย ภาควิชาพฤกษศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย sepal ( กลีบเลี้ยง ) petal ( กลีบดอก ) stigma ( ยอดเกสรเพศเมีย ) anther ( อับเรณู ) operculum ( ฝาปิดอับเรณู ) column ( เส้าเกสร ) pollinium ( กลุ่มเรณู ) กลีบเลี้ยง ovary ( รังไข่ ) ovule ( ออวุล ) petal petal หวาย ( Dendrobium sp.) หวายออกดอกเป็นช่อ ดอกย่อยมีกลีบเลี้ยง 3 กลีบ กลีบเลี้ยงอันบนแยกเป็นอิสระ กลีบเลี้ยงคู่ข้างเชื่อมติด กันที่โคนมีลักษณะคล้ายเป็นคางยื่นออกมา กลีบดอก 3 กลีบแยกจากกัน กลีบดอกหนึ่งกลีบที่อยู่ด้านล่างมีลักษณะแตกต่างไปจากกลีบดอกอีก 2 กลีบ เรียกกลีบปาก เกสรเพศผู้และเกสรเพศเมียเชื่อมติดกันเกิดเป็นโครงสร้างที่เรียก เส้าเกสร ส่วนบนสุดเป็นอับเรณู ซึ่งมี ฝาปิดคลุมกลุ่มเรณูเอาไว้ ถัดจากอับเรณู ลงมามีลักษณะเป็นแอ่ง มีน้ำเหนียวๆ คือ ยอดเกสรเพศเมีย รังไข่อยู่ใต้วงกลีบ - 8.
gland ( ต่อม ) bract ( ใบประดับ ) bract ( ใบประดับ ) pistillate flower ( ดอกเพศเมีย ) staminate flower ( ดอกเพศผู้ ) โป๊ยเซียน ( Euphorbia milii Des Moul) โป๊ยเซียนออกดอกเป็นช่อแต่ดูคล้ายเป็นดอกเดี่ยว ช่อดอกเป็นรูปถ้วย มีใบประดับขนาดใหญ่สองใบรองรับช่อดอก มีต่อมที่มีลักษณะและสีสันคล้ายกลีบติดอยู่กับใบประดับล้อมรอบดอกย่อยในช่อ ดอกย่อยแยกเพศ และไม่มีวงกลีบ ใน 1 ช่อดอกจะพบดอกเพศเมีย 1 ดอกอยู่ตรงกลางช่อ และลดรูปจนเหลือเพียงเกสรเพศเมีย 1 อันติดอยู่บนก้าน ดอกย่อย รังไข่ลักษณะเป็น 3 พู ก้านเกสรเพศเมีย 3 อัน ยอดเกสรเพศเมีย 3 อัน แต่ละอันมีลักษณะเป็นสองแฉก ดอกเพศผู้มีหลายดอกอยู่ล้อมรอบดอกเพศเมีย และลดรูปจนเหลือเพียงเกสรเพศผู้ 1 อันติดบนก้านดอกย่อย ที่โคน ก้านดอกย่อยมีใบประดับย่อยที่มีลักษณะเป็นแผ่นหรือเส้นบางๆ หรือมีลักษณะคล้ายเป็นริ้วหรือขน ลิขสิทธิ์ของหน่วยปฏิบัติการวิจัยพรรณไม้ประเทศไทย ภาควิชาพฤกษศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย - 9.
ดอกเพศเมีย ดอกเพศผู้ pistillate flower ( ดอกเพศเมีย ) staminate flower ( ดอกเพศผู้ ) gland ( ต่อม ) ต่อม style ( ก้านยอดเกสรเพศเมีย ) stigma ( ยอดเกสรเพศเมีย ) ovary ( รังไข่ ) anther ( อับเรณู ) filament ( ก้านชูอับเรณู ) bracteole ( ใบประดับย่อย ) pedicel ( ก้านดอกย่อย ) รอยต่อ pedicel ( ก้านดอกย่อย ) ลิขสิทธิ์ของหน่วยปฏิบัติการวิจัยพรรณไม้ประเทศไทย ภาควิชาพฤกษศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย - 10.
ลิขสิทธิ์ของหน่วยปฏิบัติการวิจัยพรรณไม้ประเทศไทย ภาควิชาพฤกษศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 0 ยอดเกสรเพศเมีย ก้านยอดเกสรเพศเมีย รังไข่ perianth ( วงกลีบรวม ) tepal ( กลีบรวม ) รังไข่ ใบประดับ anther ( อับเรณู ) filament ( ก้านชูอับเรณู ) บัวจีน ( Zephyranthes sp.) บัวจีนมีใบประดับซึ่งมีลักษณะคล้ายปลอก ส่วนปลายแยกเป็นสองแฉก กลีบเป็นแบบ วงกลีบรวม มีจำนวน 6 กลีบ เรียงเป็น 2 ชั้นๆ ละ 3 กลีบ เชื่อมติดกันที่โคน เกสรเพศผู้จำนวน 6 อัน ก้านชูอับเรณูติดที่โคนวงกลีบรวม เกสรเพศเมีย 1 อัน รังไข่ใต้วงกลีบ ก้านยอดเกสรเพศเมีย 1 อัน ยอดเกสรเพศเมียลักษณะแยกเป็น 3 พู - 11.
petal (กลีบดอก ) sepal ( กลีบเลี้ยง ) stigma ( ยอดเกสรเพศเมีย ) ovary ( รังไข่ ) stamen ( เกสรเพศผู้ ) fruit ( ผล ) ลิขสิทธิ์ของหน่วยปฏิบัติการวิจัยพรรณไม้ประเทศไทย ภาควิชาพฤกษศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตะขบ ( Muntingia calabura L.) ดอกตะขบมีกลีบเลี้ยง 5 กลีบ แยกจากกันเป็นอิสระ กลีบดอก 5 กลีบแยกจากกันเป็นอิสระ เกสรเพศผู้จำนวนมาก เกสรเพศเมีย 1 อัน รังไข่เหนือวงกลีบ ไม่มีก้านยอดเกสรเพศเมีย ยอดเกสรเพศเมีย 1 อัน ลักษณะเป็นแฉก 5-6 แฉก