bracteole   ( ใบประดับย่อย )   corolla   ( วงกลีบดอก )   petaloid staminode   ( เกสรเพศผู้เป็นหมันที่เปลี่ยนรูปไปคล้ายกลีบดอก )   sepal   ( กลีบเลี้ยง )   พุทธรักษา  ( Canna  sp.) พุทธรักษาออกดอกเป็นช่อ ดอกย่อยแต่ละดอกมีใบประดับย่อยสีเขียวรองรับ กลีบเลี้ยง  3  กลีบ แยกจากกันเป็นอิสระ กลีบดอก  3  กลีบเชื่อมติดกันที่โคน และเชื่อมติดกับเกสรเพศผู้และเกสรเพศเมียด้วย ทำให้มีลักษณะคล้ายเป็นหลอด เกสรเพศผู้  1  อัน เปลี่ยนรูปไปคล้ายเป็นกลีบดอก แต่ยังคงเห็นอับเรณูติดอยู่ที่ด้านข้างของส่วนที่คล้ายเป็นกลีบ เกสร เพศผู้เป็นหมัน  4  อัน เปลี่ยนรูปไปคล้ายเป็นกลีบดอกเช่นกัน เกสรเพศเมีย  1  อัน รังไข่ใต้วงกลีบ ก้านยอดเกสรเพศ เมีย  1  อัน แผ่ออกคล้ายเป็นกลีบ ยอดเกสรเพศเมียอยู่ที่ขอบด้านบนของก้านยอดเกสรเพศเมียที่แผ่ออก ลิขสิทธิ์ของหน่วยปฏิบัติการวิจัยพรรณไม้ประเทศไทย ภาควิชาพฤกษศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
petaloid stamen   ( เกสรเพศผู้ที่เปลี่ยนไปคล้ายกลีบ )   anther   ( อับเรณู )   style   ( ก้านยอดเกสรเพศเมีย )   stigma   ( ยอดเกสรเพศเมีย )   sepal   ( กลีบเลี้ยง )   corolla   ( วงกลีบดอก )   ovary   ( รังไข่ )   ovule   ( ออวุล )   ลิขสิทธิ์ของหน่วยปฏิบัติการวิจัยพรรณไม้ประเทศไทย ภาควิชาพฤกษศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ลิขสิทธิ์ของหน่วยปฏิบัติการวิจัยพรรณไม้ประเทศไทย ภาควิชาพฤกษศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ดอนย่า ,  ใบต่างดอก  ( Mussaenda  spp.) ดอนย่าหรือใบต่างดอกออกดอกเป็นช่อ ดอกย่อยในช่ออาจแน่นหรือโปร่ง กลีบเลี้ยงเชื่อมติดกันเป็นหลอด ปลายแยก เป็นแฉกกลีบเลี้ยง  4-5  แฉก แฉกกลีบเลี้ยง  1  แฉกหรือทั้งหมดมักเปลี่ยนรูปไปคล้ายเป็นกลีบดอก มีสีสันสวยงาม กลีบดอก  5  กลีบเชื่อมติดกันเป็นหลอด ปลายแยกเป็นแฉกกลีบดอก  5  แฉก เกสรเพศผู้  5  อัน ติดบนหลอดกลีบดอก  สลับกับแฉกกลีบดอก เกสรเพศเมีย  1  อัน รังไข่ใต้วงกลีบ ก้านยอดเกสรเพศเมีย  1  อัน ยอดเกสรเพศเมีย  2  แฉก
ลิขสิทธิ์ของหน่วยปฏิบัติการวิจัยพรรณไม้ประเทศไทย ภาควิชาพฤกษศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย calyx   ( วงกลีบเลี้ยง )   corolla   ( วงกลีบดอก )   stamen   ( เกสรเพศผู้ )   calyx lobe   ( แฉกกลีบเลี้ยง )   calyx tube   ( หลอดกลีบเลี้ยง )   corolla lobe   ( แฉกกลีบดอก )   corolla tube   ( หลอดกลีบดอก )   stigma   ( ยอดเกสรเพศเมีย )   style   ( ก้านยอดเกสรเพศเมีย )   ovary   ( รังไข่ )
ลิขสิทธิ์ของหน่วยปฏิบัติการวิจัยพรรณไม้ประเทศไทย ภาควิชาพฤกษศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รัก  ( Calotropis gigantea  (L.) Dryander ex W.T.Aiton) รักออกดอกเป็นช่อ กลีบเลี้ยง  5  กลีบ ขนาดเล็ก แยกจากกันเป็นอิสระ กลีบดอก  5  กลีบเชื่อมติดกันเป็นรูปกงล้อ เกสรเพศผู้  5  อัน ติดอยู่บนหลอดกลีบดอก เชื่อมติดกันเองและเชื่อมติดกับยอดเกสรเพศเมีย แล้วเปลี่ยนรูปร่างไปเป็น ชั้นกะบังรอบ หรือชั้นมงกุฎ ล้อมรอบรังไข่ และก้านยอดเกสรเพศเมียเอาไว้ข้างใน อับเรณู  5  อัน มีเยื่อบาง ๆ คลุมปิด อยู่ แต่ละอับเรณูมี  2  ช่อง เรณูทั้งหมดในแต่ละช่องเกาะรวมกันเป็นหนึ่งกลุ่มเกิดเป็น “กลุ่มเรณู” ดังนั้นใน  1  อับเรณู จะมี  2 “ กลุ่มอับเรณู” แต่ “กลุ่มเรณู” ในอับเรณูเดียวกันจะไม่เชื่อมติดกัน การเชื่อมกันของ “กลุ่มเรณู” จะเกิดขึ้น ระหว่างช่องของอับเรณูที่อยู่ติดกัน เกิดเป็น “ชุดกลุ่มเรณู” ขึ้น เกสรเพศเมีย  1  อัน แต่ส่วนของรังไข่ และก้านยอด เกสรเพศเมียแยกจากกัน และไปเชื่อมติดกันที่ยอดเกสรเพศเมีย รังไข่เหนือวงกลีบ sepal   ( กลีบเลี้ยง )   corolla  ( วงกลีบดอก )   corona  ( กะบังรอบ )
ลิขสิทธิ์ของหน่วยปฏิบัติการวิจัยพรรณไม้ประเทศไทย ภาควิชาพฤกษศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ovary   ( รังไข่ )   style   ( ก้านยอด เกสรเพศ เมีย )   stigma   ( ยอดเกสรเพศเมีย )   ยอดเกสร เพศเมีย   corona   ( กะบังรอบ )   pollinium   ( กลุ่มเรณู )   anther   ( อับเรณู )   stamen   ( เกสรเพศผู้ )   corolla lobe   ( แฉกกลีบดอก )   pollinarium   ( ชุดกลุ่มเรณู )
ลิขสิทธิ์ของหน่วยปฏิบัติการวิจัยพรรณไม้ประเทศไทย ภาควิชาพฤกษศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย sepal  ( กลีบเลี้ยง )   petal  ( กลีบดอก )   stigma   ( ยอดเกสรเพศเมีย )   anther   ( อับเรณู )   operculum   ( ฝาปิดอับเรณู )   column   ( เส้าเกสร )   pollinium   ( กลุ่มเรณู )   กลีบเลี้ยง   ovary   ( รังไข่ )   ovule   ( ออวุล )   petal  petal  หวาย  ( Dendrobium  sp.) หวายออกดอกเป็นช่อ ดอกย่อยมีกลีบเลี้ยง  3  กลีบ กลีบเลี้ยงอันบนแยกเป็นอิสระ กลีบเลี้ยงคู่ข้างเชื่อมติด กันที่โคนมีลักษณะคล้ายเป็นคางยื่นออกมา กลีบดอก  3 กลีบแยกจากกัน กลีบดอกหนึ่งกลีบที่อยู่ด้านล่างมีลักษณะแตกต่างไปจากกลีบดอกอีก  2  กลีบ เรียกกลีบปาก เกสรเพศผู้และเกสรเพศเมียเชื่อมติดกันเกิดเป็นโครงสร้างที่เรียก เส้าเกสร ส่วนบนสุดเป็นอับเรณู ซึ่งมี ฝาปิดคลุมกลุ่มเรณูเอาไว้ ถัดจากอับเรณู ลงมามีลักษณะเป็นแอ่ง มีน้ำเหนียวๆ คือ ยอดเกสรเพศเมีย รังไข่อยู่ใต้วงกลีบ
gland   ( ต่อม )   bract   ( ใบประดับ )   bract   ( ใบประดับ )   pistillate flower   ( ดอกเพศเมีย )   staminate flower   ( ดอกเพศผู้ )   โป๊ยเซียน  ( Euphorbia milii  Des Moul) โป๊ยเซียนออกดอกเป็นช่อแต่ดูคล้ายเป็นดอกเดี่ยว ช่อดอกเป็นรูปถ้วย มีใบประดับขนาดใหญ่สองใบรองรับช่อดอก  มีต่อมที่มีลักษณะและสีสันคล้ายกลีบติดอยู่กับใบประดับล้อมรอบดอกย่อยในช่อ ดอกย่อยแยกเพศ และไม่มีวงกลีบ ใน  1  ช่อดอกจะพบดอกเพศเมีย  1  ดอกอยู่ตรงกลางช่อ และลดรูปจนเหลือเพียงเกสรเพศเมีย 1  อันติดอยู่บนก้าน ดอกย่อย รังไข่ลักษณะเป็น  3  พู ก้านเกสรเพศเมีย  3  อัน ยอดเกสรเพศเมีย  3  อัน แต่ละอันมีลักษณะเป็นสองแฉก ดอกเพศผู้มีหลายดอกอยู่ล้อมรอบดอกเพศเมีย และลดรูปจนเหลือเพียงเกสรเพศผู้  1  อันติดบนก้านดอกย่อย ที่โคน ก้านดอกย่อยมีใบประดับย่อยที่มีลักษณะเป็นแผ่นหรือเส้นบางๆ หรือมีลักษณะคล้ายเป็นริ้วหรือขน  ลิขสิทธิ์ของหน่วยปฏิบัติการวิจัยพรรณไม้ประเทศไทย ภาควิชาพฤกษศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ดอกเพศเมีย   ดอกเพศผู้   pistillate flower   ( ดอกเพศเมีย )   staminate flower   ( ดอกเพศผู้ )   gland   ( ต่อม )   ต่อม   style   ( ก้านยอดเกสรเพศเมีย )   stigma   ( ยอดเกสรเพศเมีย )   ovary   ( รังไข่ )   anther   ( อับเรณู )   filament  ( ก้านชูอับเรณู )   bracteole   ( ใบประดับย่อย )   pedicel  ( ก้านดอกย่อย )   รอยต่อ   pedicel  ( ก้านดอกย่อย )   ลิขสิทธิ์ของหน่วยปฏิบัติการวิจัยพรรณไม้ประเทศไทย ภาควิชาพฤกษศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ลิขสิทธิ์ของหน่วยปฏิบัติการวิจัยพรรณไม้ประเทศไทย ภาควิชาพฤกษศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 0 ยอดเกสรเพศเมีย   ก้านยอดเกสรเพศเมีย   รังไข่   perianth ( วงกลีบรวม )   tepal ( กลีบรวม )   รังไข่   ใบประดับ   anther ( อับเรณู )   filament ( ก้านชูอับเรณู )   บัวจีน  ( Zephyranthes  sp.) บัวจีนมีใบประดับซึ่งมีลักษณะคล้ายปลอก  ส่วนปลายแยกเป็นสองแฉก กลีบเป็นแบบ วงกลีบรวม มีจำนวน  6  กลีบ เรียงเป็น  2 ชั้นๆ ละ  3  กลีบ เชื่อมติดกันที่โคน เกสรเพศผู้จำนวน  6  อัน ก้านชูอับเรณูติดที่โคนวงกลีบรวม เกสรเพศเมีย  1  อัน รังไข่ใต้วงกลีบ ก้านยอดเกสรเพศเมีย  1  อัน ยอดเกสรเพศเมียลักษณะแยกเป็น  3  พู
petal  ( กลีบดอก )   sepal  ( กลีบเลี้ยง )   stigma   ( ยอดเกสรเพศเมีย )   ovary   ( รังไข่ )   stamen   ( เกสรเพศผู้ )   fruit   ( ผล )   ลิขสิทธิ์ของหน่วยปฏิบัติการวิจัยพรรณไม้ประเทศไทย  ภาควิชาพฤกษศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตะขบ  ( Muntingia calabura  L.) ดอกตะขบมีกลีบเลี้ยง  5  กลีบ แยกจากกันเป็นอิสระ กลีบดอก  5  กลีบแยกจากกันเป็นอิสระ เกสรเพศผู้จำนวนมาก เกสรเพศเมีย  1  อัน รังไข่เหนือวงกลีบ ไม่มีก้านยอดเกสรเพศเมีย ยอดเกสรเพศเมีย  1  อัน ลักษณะเป็นแฉก  5-6  แฉก

Webskt2

  • 1.
    bracteole ( ใบประดับย่อย ) corolla ( วงกลีบดอก ) petaloid staminode ( เกสรเพศผู้เป็นหมันที่เปลี่ยนรูปไปคล้ายกลีบดอก ) sepal ( กลีบเลี้ยง ) พุทธรักษา ( Canna sp.) พุทธรักษาออกดอกเป็นช่อ ดอกย่อยแต่ละดอกมีใบประดับย่อยสีเขียวรองรับ กลีบเลี้ยง 3 กลีบ แยกจากกันเป็นอิสระ กลีบดอก 3 กลีบเชื่อมติดกันที่โคน และเชื่อมติดกับเกสรเพศผู้และเกสรเพศเมียด้วย ทำให้มีลักษณะคล้ายเป็นหลอด เกสรเพศผู้ 1 อัน เปลี่ยนรูปไปคล้ายเป็นกลีบดอก แต่ยังคงเห็นอับเรณูติดอยู่ที่ด้านข้างของส่วนที่คล้ายเป็นกลีบ เกสร เพศผู้เป็นหมัน 4 อัน เปลี่ยนรูปไปคล้ายเป็นกลีบดอกเช่นกัน เกสรเพศเมีย 1 อัน รังไข่ใต้วงกลีบ ก้านยอดเกสรเพศ เมีย 1 อัน แผ่ออกคล้ายเป็นกลีบ ยอดเกสรเพศเมียอยู่ที่ขอบด้านบนของก้านยอดเกสรเพศเมียที่แผ่ออก ลิขสิทธิ์ของหน่วยปฏิบัติการวิจัยพรรณไม้ประเทศไทย ภาควิชาพฤกษศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • 2.
    petaloid stamen ( เกสรเพศผู้ที่เปลี่ยนไปคล้ายกลีบ ) anther ( อับเรณู ) style ( ก้านยอดเกสรเพศเมีย ) stigma ( ยอดเกสรเพศเมีย ) sepal ( กลีบเลี้ยง ) corolla ( วงกลีบดอก ) ovary ( รังไข่ ) ovule ( ออวุล ) ลิขสิทธิ์ของหน่วยปฏิบัติการวิจัยพรรณไม้ประเทศไทย ภาควิชาพฤกษศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • 3.
    ลิขสิทธิ์ของหน่วยปฏิบัติการวิจัยพรรณไม้ประเทศไทย ภาควิชาพฤกษศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ดอนย่า , ใบต่างดอก ( Mussaenda spp.) ดอนย่าหรือใบต่างดอกออกดอกเป็นช่อ ดอกย่อยในช่ออาจแน่นหรือโปร่ง กลีบเลี้ยงเชื่อมติดกันเป็นหลอด ปลายแยก เป็นแฉกกลีบเลี้ยง 4-5 แฉก แฉกกลีบเลี้ยง 1 แฉกหรือทั้งหมดมักเปลี่ยนรูปไปคล้ายเป็นกลีบดอก มีสีสันสวยงาม กลีบดอก 5 กลีบเชื่อมติดกันเป็นหลอด ปลายแยกเป็นแฉกกลีบดอก 5 แฉก เกสรเพศผู้ 5 อัน ติดบนหลอดกลีบดอก สลับกับแฉกกลีบดอก เกสรเพศเมีย 1 อัน รังไข่ใต้วงกลีบ ก้านยอดเกสรเพศเมีย 1 อัน ยอดเกสรเพศเมีย 2 แฉก
  • 4.
    ลิขสิทธิ์ของหน่วยปฏิบัติการวิจัยพรรณไม้ประเทศไทย ภาควิชาพฤกษศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย calyx ( วงกลีบเลี้ยง ) corolla ( วงกลีบดอก ) stamen ( เกสรเพศผู้ ) calyx lobe ( แฉกกลีบเลี้ยง ) calyx tube ( หลอดกลีบเลี้ยง ) corolla lobe ( แฉกกลีบดอก ) corolla tube ( หลอดกลีบดอก ) stigma ( ยอดเกสรเพศเมีย ) style ( ก้านยอดเกสรเพศเมีย ) ovary ( รังไข่ )
  • 5.
    ลิขสิทธิ์ของหน่วยปฏิบัติการวิจัยพรรณไม้ประเทศไทย ภาควิชาพฤกษศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รัก ( Calotropis gigantea (L.) Dryander ex W.T.Aiton) รักออกดอกเป็นช่อ กลีบเลี้ยง 5 กลีบ ขนาดเล็ก แยกจากกันเป็นอิสระ กลีบดอก 5 กลีบเชื่อมติดกันเป็นรูปกงล้อ เกสรเพศผู้ 5 อัน ติดอยู่บนหลอดกลีบดอก เชื่อมติดกันเองและเชื่อมติดกับยอดเกสรเพศเมีย แล้วเปลี่ยนรูปร่างไปเป็น ชั้นกะบังรอบ หรือชั้นมงกุฎ ล้อมรอบรังไข่ และก้านยอดเกสรเพศเมียเอาไว้ข้างใน อับเรณู 5 อัน มีเยื่อบาง ๆ คลุมปิด อยู่ แต่ละอับเรณูมี 2 ช่อง เรณูทั้งหมดในแต่ละช่องเกาะรวมกันเป็นหนึ่งกลุ่มเกิดเป็น “กลุ่มเรณู” ดังนั้นใน 1 อับเรณู จะมี 2 “ กลุ่มอับเรณู” แต่ “กลุ่มเรณู” ในอับเรณูเดียวกันจะไม่เชื่อมติดกัน การเชื่อมกันของ “กลุ่มเรณู” จะเกิดขึ้น ระหว่างช่องของอับเรณูที่อยู่ติดกัน เกิดเป็น “ชุดกลุ่มเรณู” ขึ้น เกสรเพศเมีย 1 อัน แต่ส่วนของรังไข่ และก้านยอด เกสรเพศเมียแยกจากกัน และไปเชื่อมติดกันที่ยอดเกสรเพศเมีย รังไข่เหนือวงกลีบ sepal ( กลีบเลี้ยง ) corolla ( วงกลีบดอก ) corona ( กะบังรอบ )
  • 6.
    ลิขสิทธิ์ของหน่วยปฏิบัติการวิจัยพรรณไม้ประเทศไทย ภาควิชาพฤกษศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ovary ( รังไข่ ) style ( ก้านยอด เกสรเพศ เมีย ) stigma ( ยอดเกสรเพศเมีย ) ยอดเกสร เพศเมีย corona ( กะบังรอบ ) pollinium ( กลุ่มเรณู ) anther ( อับเรณู ) stamen ( เกสรเพศผู้ ) corolla lobe ( แฉกกลีบดอก ) pollinarium ( ชุดกลุ่มเรณู )
  • 7.
    ลิขสิทธิ์ของหน่วยปฏิบัติการวิจัยพรรณไม้ประเทศไทย ภาควิชาพฤกษศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย sepal ( กลีบเลี้ยง ) petal ( กลีบดอก ) stigma ( ยอดเกสรเพศเมีย ) anther ( อับเรณู ) operculum ( ฝาปิดอับเรณู ) column ( เส้าเกสร ) pollinium ( กลุ่มเรณู ) กลีบเลี้ยง ovary ( รังไข่ ) ovule ( ออวุล ) petal petal หวาย ( Dendrobium sp.) หวายออกดอกเป็นช่อ ดอกย่อยมีกลีบเลี้ยง 3 กลีบ กลีบเลี้ยงอันบนแยกเป็นอิสระ กลีบเลี้ยงคู่ข้างเชื่อมติด กันที่โคนมีลักษณะคล้ายเป็นคางยื่นออกมา กลีบดอก 3 กลีบแยกจากกัน กลีบดอกหนึ่งกลีบที่อยู่ด้านล่างมีลักษณะแตกต่างไปจากกลีบดอกอีก 2 กลีบ เรียกกลีบปาก เกสรเพศผู้และเกสรเพศเมียเชื่อมติดกันเกิดเป็นโครงสร้างที่เรียก เส้าเกสร ส่วนบนสุดเป็นอับเรณู ซึ่งมี ฝาปิดคลุมกลุ่มเรณูเอาไว้ ถัดจากอับเรณู ลงมามีลักษณะเป็นแอ่ง มีน้ำเหนียวๆ คือ ยอดเกสรเพศเมีย รังไข่อยู่ใต้วงกลีบ
  • 8.
    gland ( ต่อม ) bract ( ใบประดับ ) bract ( ใบประดับ ) pistillate flower ( ดอกเพศเมีย ) staminate flower ( ดอกเพศผู้ ) โป๊ยเซียน ( Euphorbia milii Des Moul) โป๊ยเซียนออกดอกเป็นช่อแต่ดูคล้ายเป็นดอกเดี่ยว ช่อดอกเป็นรูปถ้วย มีใบประดับขนาดใหญ่สองใบรองรับช่อดอก มีต่อมที่มีลักษณะและสีสันคล้ายกลีบติดอยู่กับใบประดับล้อมรอบดอกย่อยในช่อ ดอกย่อยแยกเพศ และไม่มีวงกลีบ ใน 1 ช่อดอกจะพบดอกเพศเมีย 1 ดอกอยู่ตรงกลางช่อ และลดรูปจนเหลือเพียงเกสรเพศเมีย 1 อันติดอยู่บนก้าน ดอกย่อย รังไข่ลักษณะเป็น 3 พู ก้านเกสรเพศเมีย 3 อัน ยอดเกสรเพศเมีย 3 อัน แต่ละอันมีลักษณะเป็นสองแฉก ดอกเพศผู้มีหลายดอกอยู่ล้อมรอบดอกเพศเมีย และลดรูปจนเหลือเพียงเกสรเพศผู้ 1 อันติดบนก้านดอกย่อย ที่โคน ก้านดอกย่อยมีใบประดับย่อยที่มีลักษณะเป็นแผ่นหรือเส้นบางๆ หรือมีลักษณะคล้ายเป็นริ้วหรือขน ลิขสิทธิ์ของหน่วยปฏิบัติการวิจัยพรรณไม้ประเทศไทย ภาควิชาพฤกษศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • 9.
    ดอกเพศเมีย ดอกเพศผู้ pistillate flower ( ดอกเพศเมีย ) staminate flower ( ดอกเพศผู้ ) gland ( ต่อม ) ต่อม style ( ก้านยอดเกสรเพศเมีย ) stigma ( ยอดเกสรเพศเมีย ) ovary ( รังไข่ ) anther ( อับเรณู ) filament ( ก้านชูอับเรณู ) bracteole ( ใบประดับย่อย ) pedicel ( ก้านดอกย่อย ) รอยต่อ pedicel ( ก้านดอกย่อย ) ลิขสิทธิ์ของหน่วยปฏิบัติการวิจัยพรรณไม้ประเทศไทย ภาควิชาพฤกษศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • 10.
    ลิขสิทธิ์ของหน่วยปฏิบัติการวิจัยพรรณไม้ประเทศไทย ภาควิชาพฤกษศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 0 ยอดเกสรเพศเมีย ก้านยอดเกสรเพศเมีย รังไข่ perianth ( วงกลีบรวม ) tepal ( กลีบรวม ) รังไข่ ใบประดับ anther ( อับเรณู ) filament ( ก้านชูอับเรณู ) บัวจีน ( Zephyranthes sp.) บัวจีนมีใบประดับซึ่งมีลักษณะคล้ายปลอก ส่วนปลายแยกเป็นสองแฉก กลีบเป็นแบบ วงกลีบรวม มีจำนวน 6 กลีบ เรียงเป็น 2 ชั้นๆ ละ 3 กลีบ เชื่อมติดกันที่โคน เกสรเพศผู้จำนวน 6 อัน ก้านชูอับเรณูติดที่โคนวงกลีบรวม เกสรเพศเมีย 1 อัน รังไข่ใต้วงกลีบ ก้านยอดเกสรเพศเมีย 1 อัน ยอดเกสรเพศเมียลักษณะแยกเป็น 3 พู
  • 11.
    petal (กลีบดอก ) sepal ( กลีบเลี้ยง ) stigma ( ยอดเกสรเพศเมีย ) ovary ( รังไข่ ) stamen ( เกสรเพศผู้ ) fruit ( ผล ) ลิขสิทธิ์ของหน่วยปฏิบัติการวิจัยพรรณไม้ประเทศไทย ภาควิชาพฤกษศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตะขบ ( Muntingia calabura L.) ดอกตะขบมีกลีบเลี้ยง 5 กลีบ แยกจากกันเป็นอิสระ กลีบดอก 5 กลีบแยกจากกันเป็นอิสระ เกสรเพศผู้จำนวนมาก เกสรเพศเมีย 1 อัน รังไข่เหนือวงกลีบ ไม่มีก้านยอดเกสรเพศเมีย ยอดเกสรเพศเมีย 1 อัน ลักษณะเป็นแฉก 5-6 แฉก