(Water cycle)

 นำำำจัดเป็นทรัพยำกำรที่สำมำรถสร้ำงทดแทนขึำนใหม่ได้ นำำำประมำณ 97 % เป็นนำำำในมหำสมุทร
  และอีก 3% เป็นนำำำที่ขัำวโลก แม่นำำลำำธำร นำำำใต้ดิน และอื่น ๆ ในกำรหมุนเวียนของนำำำเริ่มจำก
 แสงแดดที่ส่องมำยังโลก โดยใช้พลังงำนจำกแสงแดดนีำจะมีผลต่อกำรละเหย (Evaporation)
  และกำรคลำยนำำำของพืช (Transpiration) เมื่อไอนำำำตกกระทบควำมเย็นจะเกิดกรควบแน่น
          (Condensation) แล้วตกมำสู่แผ่นดินและมหำสมุทรหมุนเวียนเช่นนีำไปเรื่อยไป
       จึงทำำให้เกิดวัฏจักรของนำำำ อยู่ในสภำวะที่สมดุลแต่ในปัจจุบันเสียสมดุลอันเนื่องมำจำก
                                          สำเหตุ 2 ประกำร

                                   1.การตัดไม้ทำาลายป่า

              2.การเกิดประกฎการณ์เรือนกระจก (Green House Effect)




                      วัฏจักรนำำาของนำำำแบ่งได้ 2 แบบ ดังนีำ

 1.วัฏจักรสัำน (Short cycle) เป็นวัฏจักรที่ไม่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม โดยเริ่มจากพืำนนำำา
         และพืำนดินระเหย กลายเป็นไอลอยขึนไปในบรรยากาศแล้วกลั่นตัวกลาย
                                                ำ
                   ตกลงมาเป็นนำำาฝนหมุนเวียนกลับ สู่พนดินและพืำนนำำาต่อไป
                                                        ืำ
    2.วัฏจักรยาว(Long cycle) เป็นวัฏจักรที่เกี่ยงข้องกับการดำารงชีวิตของสิ่งมีชีวต    ิ
    วัฏจักรนีำเริมจากนำำา ซึ่งอยูในบริเวณที่เป็นพืำนดินและพืำนนำำา นำำาที่ได้จากการคายนำำา
                 ่               ่
ของพืชจากการหายใจ จากร่างกายของพืชและสัตว์ เมื่อสิ่งมีชีวตตายลง ในนำำาในร่างกาย
                                                                    ิ
  จะระเหยกลายเป็นไอ ลอยตัวอยู่ในบรรยากาศแล้วกลั่นตัวเป็นหยดนำำาตกลงมาเป็นฝน
หมุนเวียนกลับคืนสู่พนนำำาพืนดิน และสิ่งมีชีวิตอีกด้วย หมุนเวียนเป็นวัฏจักรอย่างนีำเรื่อยไป
                       ืำ     ำ
วั ฏ จั ก รนำ ำ ำ

                         กำ ำ เนิ ด ทะเลและมหำสมุ ท ร
          โลกของเรำเกิดขึำนพร้อมๆ กับดวงอำทิตย์ และดำวเครำะห์ดวงอื่นๆ ใน
 ระบบสุริยะเมื่อประมำณ 4,600 ล้ำนปีมำแล้ว ก๊ำซและฝุ่นรวมตัวก่อกำำเนิดเป็น
ดวงอำทิตย์และดำวเครำะห์ โลกในยุคแรกเป็นของเหลวหนืดร้อน ถูกกระหนำ่ำชน
ด้วยอุกกำบำตขนำดใหญ่ตลอดเวลำ (ภำพที่ 1) องค์ประกอบซึ่งเป็นธำตุหนัก เช่น
โลหะ จมตัวลงสู่แก่นกลำงของโลก องค์ประกอบซึ่งเป็นธำตุเบำ เช่น ซิลิกอน และ
 ก๊ำซต่ำงๆ ลอยตัวขึำนสู่พืำนผิว บรรยำกำศส่วนใหญ่เป็นก๊ำซคำร์บอนไดออกไซด์
ทำำให้เกิดภำวะเรือนกระจก โลกจึงมีควำมอบอุ่นแม้วำดวงอำทิตย์จะยังมีขนำดเล็ก
                                                 ่
                                       ก็ตำม




                             ภำพที่ 1 โลกในอดีต

ในเวลำต่อมำโลกเริ่มเย็นตัวลง ไอนำำำที่แทรกซึมขึำนมำจำกเปลือกโลก ลอยตัวสูงขึำน
  และเกิดกำรควบแน่นเป็นหยดนำำำ ฝนในยุคแรกๆ ตกลงมำไม่ทันถึงพืำนก็ระเหย
 กลับเป็นไอนำำำไปหมด เนื่องจำกพืำนโลกยังมีควำมร้อนสูงมำก จนกระทั่งโลกเย็น
 ตัวลงอีกและเกิดฝนจำำนวนมำก นำำำฝนละลำยคำร์บอนไดออกไซด์ลงมำบนพืำนผิว
 โลก ทำำให้ปริมำณของก๊ำซคำร์บอนไดออกไซด์ลดลง นำำำฝนทีตกลงมำสู่พืำนไหล
                                                           ่
รวมตัวกันกันในบริเวณที่ตำ่ำ เกิดเป็นแม่นำำลำำคลอง ไหลไปรวมกันในแอ่งที่รำบตำ่ำ
กลำยเป็นทะเลและมหำสมุทร ในช่วงเวลำนัำนเริ่มเกิดวิวัฒนำกำรของสิ่งมีชีวิต สิ่งมี
  ชีวิตในยุคแรกอำศัยอยู่ใต้ท้องมหำสมุทร ดำำรงชีวตด้วยพลังงำนเคมี และควำม
                                                  ิ
  ร้อนจำกภูเขำไฟใต้ทะเล จนกระทั่ง 2,000 ล้ำนปีต่อมำ สิ่งมีชวิตในมหำสมุทร
                                                             ี
      วิวัฒนำกำรให้มีกำรสังเครำะห์แสง เช่น แพลงตอน และสำหร่ำย ดึงก๊ำซ
คำร์บอนไดออกไซด์ในอำกำศและนำำำทะเล มำสร้ำงนำำำตำล และให้ผลผลิตเป็นก๊ำซ
     ออกซิเจนออกมำ องค์ประกอบของบรรยำกำศโลกจึงเปลี่ยนแปลงไป ก๊ำซ
    ออกซิเจนที่ทวีจำำนวนมำกขึำน ลอยตัวสูง แตกตัวและรวมตัวเป็นก๊ำซโอโซน
 ปกป้องมิให้รังสีอุลตรำไวโอเล็ตจำกดวงอำทิตย์แผ่ลงมำถึงพืำนโลกได้ สิ่งมีชีวิตที่
              เคยอยู่ในมหำสมุทร จึงขยำยพันธุ์อพยพขึำนบนบกได้

                        ดำวเครำะห์ ส ี น ำ ำ เงิ น
         โลกเป็นดำวเครำะห์ดวงเดียวของระบบสุริยะที่มีนำำดำำรงอยู่ครบทัำงสำม
สถำนะคือ ของแข็ง ของเหลว และก๊ำซ (ภำพที่ 2) โลกอยู่ห่ำงจำกดวงอำทิตย์ 150
ล้ำนกิโลเมตร ด้วยระยะห่ำงขนำดนีำโลกได้รับพลังงำนจำกดวงอำทิตย์เพียง 1,370
กิโลวัตต์/ตำรำงเมตร ซึ่งทำำให้โลกมีอุณหภูมิ –18 ฐ C แต่เนื่องจำกบรรยำกำศของ
 โลกมีก๊ำซเรือนกระจก เช่น ก๊ำซคำร์บอนไดออกไซด์และไอนำำำ โลกจึงมีอุณหภูมิ
 เฉลี่ย 15 ฐ C ทำำให้นำำสำมำรถดำำรงอยู่ได้ทัำงสำมสถำนะ (รำยละเอียดอยู่ในบทที่
                           3 พลังงำนจำกดวงอำทิตย์)




                       ภำพที่ 2 โลก ดำวเครำะห์สีนำำเงิน

พืำนที่ 2 ใน 3 ของโลกปกคลุมด้วยนำำำในมหำสมุทร แม้ว่ำจะมีนำำอยู่อย่ำงมำกมำย
 บนโลก แต่นำำจืดซึ่งจำำเป็นต่อกำรดำำรงชีวตของมนุษย์กลับมีน้อยมำก หำกสมมติ
                                           ิ
 ว่ำนำำำทัำงหมดบนโลกเท่ำกับ 100 ลิตร จะเป็นนำำำทะเล 97 ลิตร ทีเหลืออีกเกือบ 3
                                                              ่
ลิตรเป็นนำำำแข็ง มีนำำจืดที่เรำสำมำรถใช้บริโภคอุปโภคได้เพียง 3 มิลลิลตร (ภำพที่
                                                                     ิ
                                        3)




                                วัฏจักรของนำำา
วัฏจักรของนำำา หมายถึง

 การหมุนเวียนเปลี่ยนแปลงของนำำาซึ่งเป็นปรากฎการณ์ที่เกิดขึำนเองตามธรรมชาติ
                    โดยเริ่มต้นจากนำำาในแหล่งนำำาต่าง ๆ เช่น

                                            ทะเล
                                          มหำสมุทร
                                            แม่นำำ
                                        ลำำคลองหนอง
                                              บึง
                                           ทะเลสำบ

จำกกำรคำยนำำำของพืช จำกกำรขับถ่ำยของเสียของสิ่งมีชีวิต และจำกกิจกรรมต่ำง ๆ ที่ใช้ใน
กำรดำำรงชีวิตของมนุษย์ ระเหยขึนไปในบรรยำกำศ กระทบควำมเย็นควบแน่นเป็นละอองนำำำ
                              ำ
 เล็ก ๆ เป็นก้อนเมฆ ตกลงมำเป็นฝนหรือลูกเห็บสู่พืำนดินไหลลงสู่แหล่งนำำำต่ำง ๆ หมุนเวียน
                                 อยู่เช่นนีำเรื่อยไป


                                 ภำพที่ 3 เปรียบเทียบแหล่งนำำำบนโลก

                                            วั ฏ จั ก รนำ ำ ำ
                    แม้ว่ำจะปริมำณนำำำส่วนใหญ่จะอยู่ในทะเลและมหำสมุทร แต่นำำก็มีอยู่ใน
           ทุกหนแห่งของโลก ไม่ว่ำจะเป็นนำำำแม่นำำ นำำำใต้ดิน นำำำในบรรยำกำศ รวมทัำงเมฆ
             และหมอก นอกจำกนัำนในร่ำงกำยของเรำยังมีองค์ประกอบเป็นนำำำร้อยละ 65
          ร่ำงกำยของสัตว์นำำบำงชนิด เช่น แมงกะพรุน มีองค์ประกอบเป็นนำำำร้อยละ 98 ดัง
            นัำนจึงสำมำรถกล่ำวได้วำ นำำำ คือ ปัจจัยที่สำำคัญที่สุดของสิ่งมีชีวิต เนื่องด้วยนำำำมี
                                  ่
          คุณสมบัติทโดดเด่นกว่ำสำรประกอบอื่นๆ และมีปริมำณนำำำอยู่มำก นำำำจึงมีอิทธิพล
                       ี่
            ต่อกำรเปลี่ยนแปลงบนเปลือกโลกเป็นอย่ำงมำก ไม่ว่ำจะต่อหิน ดิน บรรยำกำศ
                                             หรือสิ่งมีชีวต  ิ

                                    ตำรำงที ่ 1 แหล่ ง นำ ำ ำ บนโลก
                  มหำสมุทร            97.2 %      ทะเลสำบนำำำเค็ม            0.008 %
                 ธำรนำำำแข็ง          2.15 %     ควำมชืำนของดิน              0.005 %
                  นำำำใต้ดิน          0.62 %       แม่นำำ ลำำธำร            0.00001 %
                ทะเลสำบนำำำจืด       0.009 %        บรรยำกำศ                 0.001 %

           แม้ว่ำพืำนผิวโลกส่วนใหญ่จะปกคลุมไปด้วยนำำำ แต่ถ้ำเปรียบเทียบนำำำหนักของนำำำ
            กับนำำำหนักของโลกทัำงดวงแล้ว นำำำมีนำำหนักเพียงร้อยละ 0.2 ของนำำำหนักโลก
อย่ำงไรก็ตำมกำรหมุนเวียนของนำำำเป็นวัฎจักรก็ถือเป็นเรื่องสำำคัญที่สุดเรื่องหนึ่ง
ในกำรศึกษำระบบโลก ดวงอำทิตย์แผ่รังสีทำำให้พืำนผิวโลกได้รับพลังงำน ปริมำณ
พลังงำนแสงอำทิตย์ร้อยละ 22 ทำำให้นำำบนพืำนผิวโลกไม่ว่ำจะในมหำสมุทร ทะเล
แม่นำำ หรือ ห้วย หนอง คลองบึง ระเหยเปลี่ยนสถำนะเป็นก๊ำซคือ ไอนำำำ ลอยขึำนสู่
  บรรยำกำศ อุณหภูมที่ลดลงเมื่อลอยตัวสูงขึำน ทำำให้เกิดภำวะควำมชืำนสัมพันธ์
                     ิ
100% จึงควบแน่นเป็นละอองนำำำเล็กๆ ทีเรำเรียกว่ำ เมฆ หรือ หมอก เมื่อหยดนำำำ
                                        ่
 เล็กๆ เหล่ำนีรวมตัวกันจนมีขนำดใหญ่และมีนำำหนักพอที่จะชนะแรงต้ำนทำน
               ำ
อำกำศ ก็จะตกลงมำกลำยเป็นหิมะหรือนำำำฝน หิมะที่ตกค้ำงอยู่บนยอดเขำพอกพูน
 กันเป็นธำรนำำำแข็ง นำำำฝนที่ตกลงถึงพืำนรวมตัวเป็นลำำธำร ห้วย หนอง คลองบึง
หรือไหลบ่ำรวมกันเป็นแม่นำำ ธำรนำำำแข็งที่ละลำยเพิ่มปริมำณนำำำให้แก่แม่นำำ นำำำ
บนพืำนผิวโลกบำงส่วนแทรกซึมตำมรอยแตกของหิน ทำำให้เกิดนำำำใต้ดน และไหลิ
        ไปรวมกันในท้องมหำสมุทร เป็นอันครบรอบวัฏจักรตำมภำพที่ 4




                                ภำพที่ 4 วัฎจักรนำำำ

วัฏจักรนำำำมิว่ำจะเป็นส่วนที่อยู่ในบรรยำกำศ บนพืำนผิว หรือใต้ดน ล้วนเป็นกลไกที่
                                                              ิ
 สำำคัญของระบบโลก ไอนำำำที่ระเหยออกจำกนำำำในมหำสมุทร ทิำงประจุแร่ธำตุต่ำงๆ
ทำำให้มหำสมุทรมีควำมเค็ม ไอนำำำที่ระเหยขึำนไปนัำนเป็นนำำำจืดบริสุทธิ์ แต่เมื่อไอนำำำ
 ควบแน่นเป็นหยดนำำำและตกลงมำเป็นฝน นำำำฝนละลำยก๊ำซคำร์บอนไดออกไซด์
 ในบรรยำกำศ จึงมีสภำพเป็นกรดคำร์บอนิคอ่อนๆ ซึ่งทำำปฏิกิริยำกับหินบำงชนิด
โดยเฉพำะหินปูน ซึ่งมีองค์ประกอบเป็นแคลเซียมคำร์บอเนต ทำำให้เกิดนำำำกระด้ำง
เนื่องจำกนำำำเปลี่ยนแปลงควำมหนำแน่นไปตำมอุณหภูมิ นำำำจึงทำำให้หินแตกได้ นำำำ
 เป็นตัวละลำยที่ดี จึงนำำพำแร่ธำตุสำรอำหำรไปกระจำยตำมส่วนต่ำงๆ ของพืำนผิว
  โลก และสะสมตัวในดิน ทำำให้พืชพรรณอุดมสมบูรณ์ และเป็นแหล่งอำหำรของ
 สรรพสัตว์ ต้นไม้สังเครำะห์แสงเปลี่ยนคำร์บอนไดออกไซด์เป็นอำหำร และปลด
 ปล่อยออกซิเจนสู่บรรยำกำศ พืชคำยนำำำกลับคืนสู่บรรยำกำศ สัตว์ควบคุมปริมำณ
 ต้นไม้ และปริมำณออกซิเจนโดยกำรหำยใจคำยก๊ำซคำร์บอนไดออกไซด์ออกมำ
แม่นำำลำำธำรไหลพัดพำแร่ธำตุไปสะสมกันในท้องทะเลและมหำสมุทร ซึ่งเป็น
แหล่งอำหำรที่สำำคัญของโลก กระบวนกำรเปลี่ยนสถำนะของนำำำเป็นกระบวนกำร
                         สมดุลพลังงำนของโลก

วัฏจักรน้ำ

  • 2.
    (Water cycle) นำำำจัดเป็นทรัพยำกำรที่สำมำรถสร้ำงทดแทนขึำนใหม่ได้นำำำประมำณ 97 % เป็นนำำำในมหำสมุทร และอีก 3% เป็นนำำำที่ขัำวโลก แม่นำำลำำธำร นำำำใต้ดิน และอื่น ๆ ในกำรหมุนเวียนของนำำำเริ่มจำก แสงแดดที่ส่องมำยังโลก โดยใช้พลังงำนจำกแสงแดดนีำจะมีผลต่อกำรละเหย (Evaporation) และกำรคลำยนำำำของพืช (Transpiration) เมื่อไอนำำำตกกระทบควำมเย็นจะเกิดกรควบแน่น (Condensation) แล้วตกมำสู่แผ่นดินและมหำสมุทรหมุนเวียนเช่นนีำไปเรื่อยไป จึงทำำให้เกิดวัฏจักรของนำำำ อยู่ในสภำวะที่สมดุลแต่ในปัจจุบันเสียสมดุลอันเนื่องมำจำก สำเหตุ 2 ประกำร 1.การตัดไม้ทำาลายป่า 2.การเกิดประกฎการณ์เรือนกระจก (Green House Effect) วัฏจักรนำำาของนำำำแบ่งได้ 2 แบบ ดังนีำ 1.วัฏจักรสัำน (Short cycle) เป็นวัฏจักรที่ไม่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม โดยเริ่มจากพืำนนำำา และพืำนดินระเหย กลายเป็นไอลอยขึนไปในบรรยากาศแล้วกลั่นตัวกลาย ำ ตกลงมาเป็นนำำาฝนหมุนเวียนกลับ สู่พนดินและพืำนนำำาต่อไป ืำ 2.วัฏจักรยาว(Long cycle) เป็นวัฏจักรที่เกี่ยงข้องกับการดำารงชีวิตของสิ่งมีชีวต ิ วัฏจักรนีำเริมจากนำำา ซึ่งอยูในบริเวณที่เป็นพืำนดินและพืำนนำำา นำำาที่ได้จากการคายนำำา ่ ่ ของพืชจากการหายใจ จากร่างกายของพืชและสัตว์ เมื่อสิ่งมีชีวตตายลง ในนำำาในร่างกาย ิ จะระเหยกลายเป็นไอ ลอยตัวอยู่ในบรรยากาศแล้วกลั่นตัวเป็นหยดนำำาตกลงมาเป็นฝน หมุนเวียนกลับคืนสู่พนนำำาพืนดิน และสิ่งมีชีวิตอีกด้วย หมุนเวียนเป็นวัฏจักรอย่างนีำเรื่อยไป ืำ ำ
  • 3.
    วั ฏ จัก รนำ ำ ำ กำ ำ เนิ ด ทะเลและมหำสมุ ท ร โลกของเรำเกิดขึำนพร้อมๆ กับดวงอำทิตย์ และดำวเครำะห์ดวงอื่นๆ ใน ระบบสุริยะเมื่อประมำณ 4,600 ล้ำนปีมำแล้ว ก๊ำซและฝุ่นรวมตัวก่อกำำเนิดเป็น ดวงอำทิตย์และดำวเครำะห์ โลกในยุคแรกเป็นของเหลวหนืดร้อน ถูกกระหนำ่ำชน ด้วยอุกกำบำตขนำดใหญ่ตลอดเวลำ (ภำพที่ 1) องค์ประกอบซึ่งเป็นธำตุหนัก เช่น โลหะ จมตัวลงสู่แก่นกลำงของโลก องค์ประกอบซึ่งเป็นธำตุเบำ เช่น ซิลิกอน และ ก๊ำซต่ำงๆ ลอยตัวขึำนสู่พืำนผิว บรรยำกำศส่วนใหญ่เป็นก๊ำซคำร์บอนไดออกไซด์ ทำำให้เกิดภำวะเรือนกระจก โลกจึงมีควำมอบอุ่นแม้วำดวงอำทิตย์จะยังมีขนำดเล็ก ่ ก็ตำม ภำพที่ 1 โลกในอดีต ในเวลำต่อมำโลกเริ่มเย็นตัวลง ไอนำำำที่แทรกซึมขึำนมำจำกเปลือกโลก ลอยตัวสูงขึำน และเกิดกำรควบแน่นเป็นหยดนำำำ ฝนในยุคแรกๆ ตกลงมำไม่ทันถึงพืำนก็ระเหย กลับเป็นไอนำำำไปหมด เนื่องจำกพืำนโลกยังมีควำมร้อนสูงมำก จนกระทั่งโลกเย็น ตัวลงอีกและเกิดฝนจำำนวนมำก นำำำฝนละลำยคำร์บอนไดออกไซด์ลงมำบนพืำนผิว โลก ทำำให้ปริมำณของก๊ำซคำร์บอนไดออกไซด์ลดลง นำำำฝนทีตกลงมำสู่พืำนไหล ่ รวมตัวกันกันในบริเวณที่ตำ่ำ เกิดเป็นแม่นำำลำำคลอง ไหลไปรวมกันในแอ่งที่รำบตำ่ำ กลำยเป็นทะเลและมหำสมุทร ในช่วงเวลำนัำนเริ่มเกิดวิวัฒนำกำรของสิ่งมีชีวิต สิ่งมี ชีวิตในยุคแรกอำศัยอยู่ใต้ท้องมหำสมุทร ดำำรงชีวตด้วยพลังงำนเคมี และควำม ิ ร้อนจำกภูเขำไฟใต้ทะเล จนกระทั่ง 2,000 ล้ำนปีต่อมำ สิ่งมีชวิตในมหำสมุทร ี วิวัฒนำกำรให้มีกำรสังเครำะห์แสง เช่น แพลงตอน และสำหร่ำย ดึงก๊ำซ คำร์บอนไดออกไซด์ในอำกำศและนำำำทะเล มำสร้ำงนำำำตำล และให้ผลผลิตเป็นก๊ำซ ออกซิเจนออกมำ องค์ประกอบของบรรยำกำศโลกจึงเปลี่ยนแปลงไป ก๊ำซ ออกซิเจนที่ทวีจำำนวนมำกขึำน ลอยตัวสูง แตกตัวและรวมตัวเป็นก๊ำซโอโซน ปกป้องมิให้รังสีอุลตรำไวโอเล็ตจำกดวงอำทิตย์แผ่ลงมำถึงพืำนโลกได้ สิ่งมีชีวิตที่ เคยอยู่ในมหำสมุทร จึงขยำยพันธุ์อพยพขึำนบนบกได้ ดำวเครำะห์ ส ี น ำ ำ เงิ น โลกเป็นดำวเครำะห์ดวงเดียวของระบบสุริยะที่มีนำำดำำรงอยู่ครบทัำงสำม
  • 4.
    สถำนะคือ ของแข็ง ของเหลวและก๊ำซ (ภำพที่ 2) โลกอยู่ห่ำงจำกดวงอำทิตย์ 150 ล้ำนกิโลเมตร ด้วยระยะห่ำงขนำดนีำโลกได้รับพลังงำนจำกดวงอำทิตย์เพียง 1,370 กิโลวัตต์/ตำรำงเมตร ซึ่งทำำให้โลกมีอุณหภูมิ –18 ฐ C แต่เนื่องจำกบรรยำกำศของ โลกมีก๊ำซเรือนกระจก เช่น ก๊ำซคำร์บอนไดออกไซด์และไอนำำำ โลกจึงมีอุณหภูมิ เฉลี่ย 15 ฐ C ทำำให้นำำสำมำรถดำำรงอยู่ได้ทัำงสำมสถำนะ (รำยละเอียดอยู่ในบทที่ 3 พลังงำนจำกดวงอำทิตย์) ภำพที่ 2 โลก ดำวเครำะห์สีนำำเงิน พืำนที่ 2 ใน 3 ของโลกปกคลุมด้วยนำำำในมหำสมุทร แม้ว่ำจะมีนำำอยู่อย่ำงมำกมำย บนโลก แต่นำำจืดซึ่งจำำเป็นต่อกำรดำำรงชีวตของมนุษย์กลับมีน้อยมำก หำกสมมติ ิ ว่ำนำำำทัำงหมดบนโลกเท่ำกับ 100 ลิตร จะเป็นนำำำทะเล 97 ลิตร ทีเหลืออีกเกือบ 3 ่ ลิตรเป็นนำำำแข็ง มีนำำจืดที่เรำสำมำรถใช้บริโภคอุปโภคได้เพียง 3 มิลลิลตร (ภำพที่ ิ 3) วัฏจักรของนำำา
  • 5.
    วัฏจักรของนำำา หมายถึง การหมุนเวียนเปลี่ยนแปลงของนำำาซึ่งเป็นปรากฎการณ์ที่เกิดขึำนเองตามธรรมชาติ โดยเริ่มต้นจากนำำาในแหล่งนำำาต่าง ๆ เช่น ทะเล มหำสมุทร แม่นำำ ลำำคลองหนอง บึง ทะเลสำบ จำกกำรคำยนำำำของพืช จำกกำรขับถ่ำยของเสียของสิ่งมีชีวิต และจำกกิจกรรมต่ำง ๆ ที่ใช้ใน กำรดำำรงชีวิตของมนุษย์ ระเหยขึนไปในบรรยำกำศ กระทบควำมเย็นควบแน่นเป็นละอองนำำำ ำ เล็ก ๆ เป็นก้อนเมฆ ตกลงมำเป็นฝนหรือลูกเห็บสู่พืำนดินไหลลงสู่แหล่งนำำำต่ำง ๆ หมุนเวียน อยู่เช่นนีำเรื่อยไป ภำพที่ 3 เปรียบเทียบแหล่งนำำำบนโลก วั ฏ จั ก รนำ ำ ำ แม้ว่ำจะปริมำณนำำำส่วนใหญ่จะอยู่ในทะเลและมหำสมุทร แต่นำำก็มีอยู่ใน ทุกหนแห่งของโลก ไม่ว่ำจะเป็นนำำำแม่นำำ นำำำใต้ดิน นำำำในบรรยำกำศ รวมทัำงเมฆ และหมอก นอกจำกนัำนในร่ำงกำยของเรำยังมีองค์ประกอบเป็นนำำำร้อยละ 65 ร่ำงกำยของสัตว์นำำบำงชนิด เช่น แมงกะพรุน มีองค์ประกอบเป็นนำำำร้อยละ 98 ดัง นัำนจึงสำมำรถกล่ำวได้วำ นำำำ คือ ปัจจัยที่สำำคัญที่สุดของสิ่งมีชีวิต เนื่องด้วยนำำำมี ่ คุณสมบัติทโดดเด่นกว่ำสำรประกอบอื่นๆ และมีปริมำณนำำำอยู่มำก นำำำจึงมีอิทธิพล ี่ ต่อกำรเปลี่ยนแปลงบนเปลือกโลกเป็นอย่ำงมำก ไม่ว่ำจะต่อหิน ดิน บรรยำกำศ หรือสิ่งมีชีวต ิ ตำรำงที ่ 1 แหล่ ง นำ ำ ำ บนโลก มหำสมุทร 97.2 % ทะเลสำบนำำำเค็ม 0.008 % ธำรนำำำแข็ง 2.15 % ควำมชืำนของดิน 0.005 % นำำำใต้ดิน 0.62 % แม่นำำ ลำำธำร 0.00001 % ทะเลสำบนำำำจืด 0.009 % บรรยำกำศ 0.001 % แม้ว่ำพืำนผิวโลกส่วนใหญ่จะปกคลุมไปด้วยนำำำ แต่ถ้ำเปรียบเทียบนำำำหนักของนำำำ กับนำำำหนักของโลกทัำงดวงแล้ว นำำำมีนำำหนักเพียงร้อยละ 0.2 ของนำำำหนักโลก
  • 6.
    อย่ำงไรก็ตำมกำรหมุนเวียนของนำำำเป็นวัฎจักรก็ถือเป็นเรื่องสำำคัญที่สุดเรื่องหนึ่ง ในกำรศึกษำระบบโลก ดวงอำทิตย์แผ่รังสีทำำให้พืำนผิวโลกได้รับพลังงำน ปริมำณ พลังงำนแสงอำทิตย์ร้อยละ22 ทำำให้นำำบนพืำนผิวโลกไม่ว่ำจะในมหำสมุทร ทะเล แม่นำำ หรือ ห้วย หนอง คลองบึง ระเหยเปลี่ยนสถำนะเป็นก๊ำซคือ ไอนำำำ ลอยขึำนสู่ บรรยำกำศ อุณหภูมที่ลดลงเมื่อลอยตัวสูงขึำน ทำำให้เกิดภำวะควำมชืำนสัมพันธ์ ิ 100% จึงควบแน่นเป็นละอองนำำำเล็กๆ ทีเรำเรียกว่ำ เมฆ หรือ หมอก เมื่อหยดนำำำ ่ เล็กๆ เหล่ำนีรวมตัวกันจนมีขนำดใหญ่และมีนำำหนักพอที่จะชนะแรงต้ำนทำน ำ อำกำศ ก็จะตกลงมำกลำยเป็นหิมะหรือนำำำฝน หิมะที่ตกค้ำงอยู่บนยอดเขำพอกพูน กันเป็นธำรนำำำแข็ง นำำำฝนที่ตกลงถึงพืำนรวมตัวเป็นลำำธำร ห้วย หนอง คลองบึง หรือไหลบ่ำรวมกันเป็นแม่นำำ ธำรนำำำแข็งที่ละลำยเพิ่มปริมำณนำำำให้แก่แม่นำำ นำำำ บนพืำนผิวโลกบำงส่วนแทรกซึมตำมรอยแตกของหิน ทำำให้เกิดนำำำใต้ดน และไหลิ ไปรวมกันในท้องมหำสมุทร เป็นอันครบรอบวัฏจักรตำมภำพที่ 4 ภำพที่ 4 วัฎจักรนำำำ วัฏจักรนำำำมิว่ำจะเป็นส่วนที่อยู่ในบรรยำกำศ บนพืำนผิว หรือใต้ดน ล้วนเป็นกลไกที่ ิ สำำคัญของระบบโลก ไอนำำำที่ระเหยออกจำกนำำำในมหำสมุทร ทิำงประจุแร่ธำตุต่ำงๆ ทำำให้มหำสมุทรมีควำมเค็ม ไอนำำำที่ระเหยขึำนไปนัำนเป็นนำำำจืดบริสุทธิ์ แต่เมื่อไอนำำำ ควบแน่นเป็นหยดนำำำและตกลงมำเป็นฝน นำำำฝนละลำยก๊ำซคำร์บอนไดออกไซด์ ในบรรยำกำศ จึงมีสภำพเป็นกรดคำร์บอนิคอ่อนๆ ซึ่งทำำปฏิกิริยำกับหินบำงชนิด โดยเฉพำะหินปูน ซึ่งมีองค์ประกอบเป็นแคลเซียมคำร์บอเนต ทำำให้เกิดนำำำกระด้ำง เนื่องจำกนำำำเปลี่ยนแปลงควำมหนำแน่นไปตำมอุณหภูมิ นำำำจึงทำำให้หินแตกได้ นำำำ เป็นตัวละลำยที่ดี จึงนำำพำแร่ธำตุสำรอำหำรไปกระจำยตำมส่วนต่ำงๆ ของพืำนผิว โลก และสะสมตัวในดิน ทำำให้พืชพรรณอุดมสมบูรณ์ และเป็นแหล่งอำหำรของ สรรพสัตว์ ต้นไม้สังเครำะห์แสงเปลี่ยนคำร์บอนไดออกไซด์เป็นอำหำร และปลด ปล่อยออกซิเจนสู่บรรยำกำศ พืชคำยนำำำกลับคืนสู่บรรยำกำศ สัตว์ควบคุมปริมำณ ต้นไม้ และปริมำณออกซิเจนโดยกำรหำยใจคำยก๊ำซคำร์บอนไดออกไซด์ออกมำ
  • 7.