Topical Corticosteroids
ภก.นพดล จริงจิตร
โรงพยาบาลโรคผิวหนังเขตร้อนภาคใต้ จังหวัดตรัง
Topical Corticosteroid
ภก.นพดล จริงจิตร รพ.โรคผิวหนังเขตร้อนภาคใต้ จังหวัดตรัง 2
Topical Corticosteroid
ภก.นพดล จริงจิตร รพ.โรคผิวหนังเขตร้อนภาคใต้ จังหวัดตรัง 3
Pharmacology
• ผลต้านการอักเสบ (Anti – Inflammatory
Effects)
• ผลลดภูมิคุ้มกัน (Immunosuppressive Effects)
• ผลลดการเพิ่มจํานวนเซลล์ (Antiproliferative
Effects)
• ผลทําให้หลอดเลือดหดตัว (Vasoconstriction)
Topical Corticosteroid
ภก.นพดล จริงจิตร รพ.โรคผิวหนังเขตร้อนภาคใต้ จังหวัดตรัง 4
 ใช้วัดประสิทธิภาพของยา Corticosteroids
 ใช้จัดลําดับความแรงของ Corticosteroids
Vasoconstrictor assay
vasoconstrictor assay
– ทดสอบโดยทายา 5 mg บนผิวหนัง จนเริ่มเห็นผิวซีด
สูงสุดหลังทายา 9 – 12 ชั่วโมง
– วัดด้วย infrared reflection photometers /
thermal conductivity / laser doppler
velocimetry
– วิธีนี้นอกจากวัดฤทธิ์ของยาแล้ว ยังสามารถประเมินการ
ซึมผ่านผิวหนัง metabolism และการกําจัดยาได้
การจําแนกยาตามผลการทดสอบ
• สหรัฐอเมริกาจําแนกเป็น 7 ระดับ
(ระดับ 1 ความแรงสูงสุด ระดับ 7 ความแรงน้อยที่สุด)
• สหราชอาณาจักร จําแนกเป็น 4 กลุ่ม คือ mild,
moderate, very potent, super potent
Topical Corticosteroid
ภก.นพดล จริงจิตร รพ.โรคผิวหนังเขตร้อนภาคใต้ จังหวัดตรัง 7
Potency of Topical Corticosteroids
High Potency
Low Potency
Medium Potency
Topical Corticosteroid
ภก.นพดล จริงจิตร รพ.โรคผิวหนังเขตร้อนภาคใต้ จังหวัดตรัง 8
ความแรงของยา ชื่อสามัญ
Class 1 superpotent • 0.05% Betamethasone
dipropionate
• 0.05% Clobetasol
propionate
Class 2 – potent, upper
mild strength
• 0.25% Desoximetasone
• 0.1% Mometasone furoate
Class 3 – potent,upper mild
strength
• 0.1% Betamethasone
valerate
Topical Corticosteroid
ภก.นพดล จริงจิตร รพ.โรคผิวหนังเขตร้อนภาคใต้ จังหวัดตรัง 9
ความแรงของยา ชื่อสามัญ
Class 4 mild strength •0.025% Fluocinolone
acetonide
•0.1% Mometasone furoate
• 0.1% Prednicabate
Class 5 lower mild strength •0.1% Triamcinolone
acetonide
Topical Corticosteroid
ภก.นพดล จริงจิตร รพ.โรคผิวหนังเขตร้อนภาคใต้ จังหวัดตรัง 10
ความแรงของยา ชื่อสามัญ
Class 6 mild strength • 0.02% Triamcinolone
acetonide
Class 7 least strength • 0.5,1,2.5% Hydrocortisone
•0.5% Prednisolone
Topical Corticosteroid
ภก.นพดล จริงจิตร รพ.โรคผิวหนังเขตร้อนภาคใต้ จังหวัดตรัง 11
Topical Corticosteroids ที่ใช้บ่อย
• 0.02% Triamcinolone acetonide cream
• 0.1% Triamcinolone acetonide cream
• 0.1% Betamethasone valerate cream
• 0.05% Clobetasol propionate
• 0.05% Betamethasone dipropionate
Topical Corticosteroid
ภก.นพดล จริงจิตร รพ.โรคผิวหนังเขตร้อนภาคใต้ จังหวัดตรัง 12
ตําแหน่งผิวหนังที่ยาซึมผ่านได้ดีจากมากไปน้อย
1. อัณฑะ/หนังตา 6. แขน/ขาส่วนบน
2. หน้า (ยกเว้นหน้าผาก) 7. แขน/ขาส่วนล่าง
3. หน้าผาก 8. หลังมือ/หลังเท้า
4. หนังศีรษะ 9. ฝ่ามือ
5. หน้าอก/หลัง 10. ฝ่าเท้า
ภก.นพดล จริงจิตร รพ.โรคผิวหนังเขตร้อนภาคใต้ จังหวัดตรัง 13
http://itsan.org/topical-steroids-101/
แนวทางการเลือกใช้ยา Topical Corticosteroids
• โรค/ลักษณะรอยโรค/ตําแหน่งรอยโรค
• ตัวยา (chemical characteristics)/ความแรง
(Potency)
• รูปแบบยา (vehicles)
• ความแรงของยา (potency)
แนวทางการเลือกใช้ยา Corticosteroids
รูปแบบยา (vehicles)
 corticosteroid ชนิดเดียวกันเมื่ออยู่ในรูปแบบที่
ต่างกัน จะมีความแรงไม่เท่ากัน
 เรียงลําดับความแรงจากมากไปน้อย ขี้ผึ้ง
(ointment) ครีม (cream) โลชั่น (lotion) ตามลําดับ
แนวทางการเลือกใช้ยา Corticosteroids
รูปแบบยา (vehicles) : ขี้ผึ้ง (ointment)
 ไม่มีสารกันเสีย (preservative) เป็นส่วนประกอบ :
เหมาะกับผู้ป่วยที่แพ้สารกันเสีย
 เหมาะกับผื่นหนา แห้ง แตก (lichenification) บริเวณ
ฝ่ามือ ฝ่าเท้า
 เคลือบผิวได้ดี เพิ่มความชุ่มชื้น ซึมผ่านผิวหนังได้ดี
และนาน
แนวทางการเลือกใช้ยา Corticosteroids
รูปแบบยา (vehicles) : ครีม (cream)
 ใช้ทาบริเวณผิวหนังที่ชื้น ผื่นแพ้สัมผัสระยะเฉียบพลัน
และค่อนข้างเฉียบพลัน รวมถึงบริเวณซอกพับ
(intertriginous area)
แนวทางการเลือกใช้ยา Corticosteroids
รูปแบบยา (vehicles) : โลชั่น (lotion) เจล (gel)
สารละลาย (solution)
 เหมาะสําหรับบริเวณที่มีผม และขน
 ส่วนใหญ่มีส่วนผสมของ alcohol และ propylene
glycol ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงการทาบริเวณแผล/รอยแตก
ผิวหนัง : ทําให้เกิดการระคายเคืองได้
แนวทางการเลือกใช้ยา Corticosteroids
ความแรงของยา (potency)
 class 6-7 or low potency ทาบริเวณหน้า ซอกพับ
และผื่นผิวหนังระยะเฉียบพลัน
 class 2-5 ทาบริเวณฝ่ามือ ฝ่าเท้า ผื่นผิวหนังชนิด
เรื้อรังที่มีขุย และหนา
แนวทางการเลือกใช้ยา Corticosteroids
รอยโรค
 เมื่อทา corticosteroids บนผิวหนังปกติ พบว่า ร้อย
ละ 99 ของยาจะหลุดออกจากการถู เกา เช็ด ล้าง จะ
เหลือยาเพียงร้อยละ 1 ที่สามารถซึมผ่านผิวหนัง และให้
ผลการรักษา
แนวทางการเลือกใช้ยา Corticosteroids
รอยโรค
 โรค atopic dermatitis มีความผิดปกติของสาร
เคลือบผิวตามธรรมชาติ
 ทําให้ยาซึมผ่านได้ดีกว่าผิวหนังปกติ 2 – 10 เท่า
แนวทางการเลือกใช้ยา Corticosteroids
รอยโรค
 รอยโรคที่หนามาก เช่น dyshidrosis สะเก็ดเงินชนิด
ผื่นหนาบริเวณขาด้านล่าง หรือ lichen simplex
chronicus
 ใช้วิธีการปิดผื่นหลังทายา : เพื่อเพิ่มระยะเวลาดูดซึมยา
ผ่านผิวหนัง
แนวทางการเลือกใช้ยา Corticosteroids
ตําแหน่งรอยโรค
 หนังตา / อัณฑะ ดูดซึมยามากกว่าฝ่าเท้า 300 เท่า
ควรใช้ potency ต่ํา
 ฝ่ามือ ฝ่าเท้า ควรใช้ potency สูง อาจผสม salicylic
acid หรือใช้วิธีปิดผื่นหลังทายา (occlusion)
Topical Corticosteroid
ภก.นพดล จริงจิตร รพ.โรคผิวหนังเขตร้อนภาคใต้ จังหวัดตรัง 24
หลักการใช้ยาสเตียรอยด์ชนิดทาภายนอก
• Low potency
• Short term
• ทาบาง ๆ ไม่ควรทาบริเวณกว้างเกินไป
• Rotational therapy
Topical Corticosteroid
ภก.นพดล จริงจิตร รพ.โรคผิวหนังเขตร้อนภาคใต้ จังหวัดตรัง 25
Side Effect
• ผิวหนังบางลง
• เกิดรอยแตกของผิวหนัง
• ถ้ายาดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือด กดการทํางานของ
ต่อมหมวกไต
Side Effect
• ผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นกับผิวหนัง
(local adverse effects)
• ผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นจากยาดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือด
(systemic reactions)
Side Effect local adverse effects
ผิวบาง (atrophic changes)
• มีรายงานครั้งแรก พ.ศ.2506 จาก Triamcinolone acetonide
• ลักษณะทางคลินิก
 ผิวหนังมันเงา และใส
 หนังกําพร้าเหี่ยวย่น (epidermal atrophy)
 เมื่อดึงขึ้นผิวหนังกลับคืนสภาพเดิมช้า (alteration in skin
elasticity)
Side Effect local adverse effects
ผิวบาง (atrophic changes)
• ปัจจัยเสี่ยงขึ้นกับ
 อายุ พบในเด็ก/ผู้สูงอายุ
 potency
 ตําแหน่งที่ทา : ข้อพับ รักแร้ อัณฑะ ขาหนีบ
Side Effect local adverse effects
ผิวบาง (atrophic changes) : ความผิดปกติในชั้นหนังแท้
dermal atrophy
• เกิดจากการแบ่งตัวของ fibroblasts ลดลง
• ลดการสร้าง collagen : เกิดหลังจากทายา 3 วัน และหลัง
หยุดยานาน 2 สัปดาห์
Side Effect local adverse effects
ผิวบาง (atrophic changes) : ความผิดปกติในชั้นหนังแท้
dermal atrophy
• หลังทายา 0.1% Betamethasone valerate ต่อเนื่อง 3
สัปดาห์
 ความหนาของชั้นหนังแท้บางลงร้อยละ 15
 ห า ก ใ ช้ ต่ อ เ นื่ อ ง เ กิ ด ห ล อ ด เ ลื อ ด ฝ อ ย ข ย า ย ตั ว
(telangiectasia) เกิดรอยช้ําได้ง่าย (easy bruising) จ้ําเขียว
(purpura)
Topical Corticosteroid
ภก.นพดล จริงจิตร รพ.โรคผิวหนังเขตร้อนภาคใต้ จังหวัดตรัง 31
Side Effect : Telangiectasia
Topical Corticosteroid
ภก.นพดล จริงจิตร รพ.โรคผิวหนังเขตร้อนภาคใต้ จังหวัดตรัง 32
Side Effect
Purpura Easy Bruising
Side Effect local adverse effects
ผิวซีดขาว (hypopigmentation)
• ยับยั้งการทํางานของ melanocyte : melanin ลดลง
Side Effect local adverse effects
การติดเชื้อที่ผิวหนัง
• พบอุบัติการณ์ร้อยละ 16 – 43
• การติดเชื้อที่พบบ่อย เช่น เกลื้อน (tinea versicolor) กลาก
(tinea incognito) เชื้อราที่เล็บ (onychomycosis) เริม
(herpes simplex infection) หูดข้าวสุก (molluscum
contagiosum) หิด (scabiasis)
Side Effect local adverse effects
ผื่นคล้ายสิว (acneiform reactions)
• ลักษณะคล้ายสิว ส่วนใหญ่พบได้ 3 โรค คือ
 steroid acne
 รูขุมขนอักเสบรอบปาก (perioral dermatitis)
 steroid rosacea
Steroid acne
steroid rosacea
perioral dermatitis
Side Effect local adverse effects
ผื่นคล้ายสิว (acneiform reactions)
• perioral dermatitis & steroid rosacea
 เกิดจากการทายาบริเวณใบหน้า
 ช่วงแรกที่ทายาผื่นยุบ แต่หลังจากหยุดยาผื่นเห่อขึ้น
(rebound phenomenon)
 ทําให้ต้องใช้ยาต่อเนื่อง จนเกิดการทนยา (tachyphylaxis)
ต้องเพิ่มความแรงของยาไปเรื่อยๆ
Side Effect local adverse effects
ผื่นคล้ายสิว (acneiform reactions)
• steroid acne
 แยกจากสิวทั่วไป (acne vulgaris) ดังนี้
 ตุ่มนูนแดง มีตุ่มหนองด้านบนที่ตําแหน่งทายา ส่วนใหญ่เกิดที่
ใบหน้า หน้าอก หลัง หัวไหล่ ต้นแขน
 เมื่อผื่นหายเกิดรอยดํา ไม่มีสิวอุดตัน และรอยแผลเป็น
Side Effect local adverse effects
ผลข้างเคียงต่อตา
• การทา corticosteroid รอบดวงตา มีรายงานการเกิดต้อหิน
(glaucoma)
• การใช้ยาต่อเนื่องทําให้การมองเห็นลดลง (vision loss)
• corticosteroid ซึมผ่านผิวหนังบริเวณรอบตาได้มากกว่าฝ่า
เท้า 300 เท่า
Side Effect Systemic effects
กดการทํางานของต่อมหมวกไต
• เกิดจากการทา corticosteroid :
High potency เช่น ทา clobetasol propionate 0.05%
เพียง 2 g/day ติดต่อ 2 – 3 วัน
Medium potency ทา 7 g/day ติดต่อกัน 2 weeks
Side Effect Systemic effects
กดการทํางานของต่อมหมวกไต
• ปัจจัยที่มีผลต่อการดูดซึมยาจนทําให้เกิดผลข้างเคียง
 เด็ก/ผู้สูงอายุ
 พื้นที่ทายา : ทาบริเวณกว้าง
 การปิดแผลบริเวณที่ทายา
 potency of corticosteroids
Side Effect Systemic effects
ระดับน้ําตาลในเลือดสูง และเบาหวาน
• เกิดจากการดูดซึมยาผ่านผิวหนังในปริมาณมาก
 ผลเพิ่มการสร้างน้ําตาลในตับ
 ภาวะดื้ออินซูลิน
Topical Corticosteroid
ภก.นพดล จริงจิตร รพ.โรคผิวหนังเขตร้อนภาคใต้ จังหวัดตรัง 45
Tachyphylaxis
การใช้ยาติดต่อกันเป็นเวลานาน
ประสิทธิภาพของยาลดลง
Tachyphylaxis
• คือ ประสิทธิภาพของยาทา corticosteroids ลดลงหลังทายา
อย่างต่อเนื่อง ทําให้ผลการรักษาไม่ได้ผล หรือได้ผลน้อยกว่า
ปกติ
Steroid addition
• คือ การติดยาทา corticosteroids
• ส่วนใหญ่เกิดจากการทายา high potenty บริเวณใบหน้า
• หลังหยุดทายา จะเกิดผื่น เช่น rosacea telangiectasis เห่อ
ขึ้น ทําให้ผู้ป่วยไม่กล้าหยุดยา
ผื่นแพ้สัมผัสจาก corticosteroids
• สังเกตจากหลังทายาแล้วผื่นเหมือนเดิม หรืออาการแย่ลง
• จากรายงานพบความชุกของการเกิดผื่นระหว่างทายา ร้อยละ
0.2 – 6
• ส า เ ห ตุ อ า จ เ กิ ด จ า ก ก า ร แ พ้ corticosteroid ห รื อ
ส่วนประกอบในเนื้อยา
สารในยาทา corticosteroids ที่ทําให้เกิดผื่นแพ้สัมผัส
สาร สาร
Propylene glycol Polysorbate 60
Benzyl alcohol Stearyl alcohol
Chlorocresol Corticosteroid
Ethylenediamine HCl Antibiotics
Paraben Isopropyl palmitate
วิธีการทายา
ปริมาณยาที่เหมาะสม
 บีบยาตามความยาว 1 ข้อนิ้วชี้ส่วนปลาย (fingertip units)
 1 fingertip units : male = 0.49 g female = 0.43 g
1 fingertip units
วิธีการทายา
ปริมาณยาที่เหมาะสม
 การประเมินปริมาณยาตามพื้นที่ผิวใช้วิธี Rule of hand
 คือ 1 ฝ่ามือผู้ใหญ่ใช้ยาประมาณ 1 g
 ตัวอย่าง ต้องการทายาพื้นที่ผิวเท่ากับ 1 ฝ่ามือ ดังนั้นต้อง
บีบยาประมาณ 2 ข้อนิ้ว จึงจะทายาได้ทั่วถึง
วิธีการทายา
ความถี่ในการทายา
 corticosteroids class 1 – 3 ทาวันละ 1 หรือ 2 ครั้ง ให้
ผลการรักษาไม่แตกต่างกัน : แนะนําให้ทาวันละ 1 ครั้ง เพื่อลด
การเกิด tachyphylaxis
 corticosteroids class 4 – 7 ขึ้นกับชนิดของยา ส่วนใหญ่
แนะนําให้ทาวันละ 2 ครั้ง
วิธีการทายา
ระยะเวลาในการทายา
 corticosteroids High potency : ไม่ควรทาต่อเนื่องนาน
เกิน 2 weeks
 corticosteroids Medium/Low potency : ไม่ควรทา
ต่อเนื่องนานเกิน 3 months
การใช้ยาในผู้ป่วย
เด็ก
 ใช้ corticosteroids Low potency : ไม่ควรทาต่อเนื่องนาน
เกิน 2 weeks
 เด็กอายุต่ํากว่า 1 ปี มีโอกาสเกิด side effects จากการดูด
ซึมยาเข้าสู่กระแสเลือด เนื่องจากเด็กมีพื้นที่ผิวกายต่อน้ําหนัก
ตัวมากกว่าผู้ใหญ่ 2.5 – 3 เท่า & drug metabolism เกิด
น้อยกว่าผู้ใหญ่
การใช้ยาในผู้ป่วย
เด็ก
 Systemic side effects ที่เกิดขึ้น ได้แก่
 กดการทํางานของต่อมหมวกไต
 มีรายงานการเสียชีวิต เนื่องจากเกิด Adrenal crisis
 กดการเจริญเติบโต
การใช้ยาในผู้ป่วย
เด็ก
 จากรายงานการศึกษาของ FDA USA พ.ศ. 2530 – 2540
 พบว่าเกิดจาก กลุ่ม Betamethasone ร้อยละ 79.4 (ร้อยละ
25.7 เป็นยา Betamethasone dipropionate +
Clotrimazole)
การใช้ยาในผู้ป่วย
หญิงตั้งครรภ์
 จาก Conchrane database พบว่า ยังไม่มีข้อมูลเพียงพอที่
สรุปได้ว่า ปลอดภัยหรือไม่
 จากข้อมูลที่มี ยังไม่พบความสัมพันธ์กับความผิดปกติแรก
คลอด/คลอดก่อนกําหนด/ตายคลอด
 มีรายงานการใช้ยาความแรงสูงสุด class 1 สัมพันธ์กับทารก
แรกคลอด ตัวเล็กกว่าเกณฑ์
การใช้ยาในผู้ป่วย
หญิงตั้งครรภ์
 จัดอยู่ในยากลุ่ม C ของการใช้ยาในหญิงตั้งครรภ์
 pregnancy category C
 ควรระมัดระวังการใช้ยาในหญิงให้นมบุตร : ห้ามทายาบริเวณ
เต้านมก่อนให้นม
ภก.นพดล จริงจิตร รพ.โรคผิวหนังเขตร้อนภาคใต้ จังหวัดตรัง 60
Scalp Corticosteroid
0.1% Mometasone lotion• 0.02% TA Lotion/milk 0.25% Desoximetasone
61ภก.นพดล จริงจิตร รพ.โรคผิวหนังเขตร้อนภาคใต้ จังหวัดตรัง
ลองอธิบายหลักการนี้ ?
การประยุกต์ใช้ Topical
Corticosteroids ร่วมกับยากลุ่มอื่นๆ
Antibacterial agent
Topical Corticosteroids
Antibacterial agent + Corticosteroids
• Gentamycin + 0.1% Betamethasone valerate
cream
• Neomycin + 0.1% Betamethasone valerate
cream
Antifungal agent
Topical Corticosteroids
Antifungal agent + Corticosteroids
• Clotrimazole + 0.1% Betamethasone valerate
cream
Salicylic acid
Topical Corticosteroids
Salicylic acid
ภก.นพดล จริงจิตร รพ.โรคผิวหนังเขตร้อนภาคใต้ จังหวัดตรัง 68
กลไกการออกฤทธิ์
• ทําให้เกิดการหลุดลอกของเซลล์ผิวหนัง
• เป็น Keratolytic agent
Salicylic acid
ภก.นพดล จริงจิตร รพ.โรคผิวหนังเขตร้อนภาคใต้ จังหวัดตรัง 69
หลักการใช้ยา
• Salicylic acid + Corticosteroids
• ทําให้ผลการรักษาดีขึ้น เนื่องจากทําให้การซึมผ่านของยา
Corticosteroid ดีขึ้น
Salicylic acid
ภก.นพดล จริงจิตร รพ.โรคผิวหนังเขตร้อนภาคใต้ จังหวัดตรัง 70
รายการยา
• 5% Salicylic acid + 0.02% TA cream
• 10% Salicylic acid + 0.02% TA cream
Salicylic acid
ภก.นพดล จริงจิตร รพ.โรคผิวหนังเขตร้อนภาคใต้ จังหวัดตรัง 71
ผลข้างเคียง และข้อควรระวัง
• หากทายาปริมาณมากกว่า ร้อยละ 20 ของพื้นที่ผิวร่างกาย
ทําให้ยาดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย เกิดพิษในผู้ป่วยโรคตับ/ไต
• หากทา Salicylic acid ก่อนฉายแสง UVB ทําให้ลด
ประสิทธิภาพการฉายแสง
• ไม่ควรใช้ในเด็ก
Urea
Topical Corticosteroids
Urea + Corticosteroids
• 10% Urea + 0.02% Triamcinolone acetonide
cream
• 10% Urea + 0.05% Betamethasone valerate
cream
• 10% Urea + 0.1% Betamethasone valerate
cream
Emollient
ภก.นพดล จริงจิตร รพ.โรคผิวหนังเขตร้อนภาคใต้ จังหวัดตรัง 74
ให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวหนัง
• Cream Base
• Liquid Paraffin (Mineral oil)
• Petroleum jelly
Emollient
ภก.นพดล จริงจิตร รพ.โรคผิวหนังเขตร้อนภาคใต้ จังหวัดตรัง 75
ให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวหนัง : Cream Base
Emollient
ภก.นพดล จริงจิตร รพ.โรคผิวหนังเขตร้อนภาคใต้ จังหวัดตรัง 76
ให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวหนัง : Liquid Paraffin (Mineral oil)
Topical corticosteroids

Topical corticosteroids