Managing symptoms
other than pain
จันทร์ระวี เหล่ารุจิสวัสิิ์
หน่วยระงับปวิ
โรงพยาบาลศิริราช
What exactly
Palliative Care?
• Relief
• Comfort
• Support
Frequency of common symptoms
in advanced illness
Patients with cancer with Symptom in last year of life
• Pain 84%
• Anorexia (Lack of appetite) 71%
• Nausea and/or Vomiting 51%
• Sleeplessness 51%
• Constipation 47%
• Breathlessness 47%
• Depression 38%
• Loss of bladder control 25%
• Confusion 33%
collated by Atkinson and Virdee,2001
Step by Step
to approach to managing
all Symptoms
• เขียนอาการทุกอาการทีละข้อ
• จัิลาิับความสาคัญ(ในใจผู้ป่วย)
• ิูทุกสาเหตุที่เป็นไปไิ้
• วิเคราะห์การวินิจฉัยจาก การซักประวัติ ตรวจร่างกาย ผลLab
• สร้างความเข้าใจ อธิบายข้อมูลจนผู้ป่วยและหรือญาติเข้าใจ
Step by Step
to approach to managing
all Symptoms
• ร่วมกันตัิสินใจเลือกการรักษาที่เหมาะสมกับผู้ป่วย
ทั้งmedical & non-medical
• ตั้งเป้าหมายที่เป็นไปไิ้จริง
• ประเมินผล
• Review , review , review
Lack of appetite
Nausea and/or Vomiting
พบไิ้บ่อยในผู้ป่วยระยะสุิท้าย ส่วนใหญ่มักจะมีอาการคลื่นไส้บ่อยกว่า
อาการอาเจียน หากไม่ไิ้รับการิูแลรักษาที่เหมาะสมแล้ว ก็อาจจะทาให้
เกิิปัญหาอื่นๆตามมา เช่น มีภาวะขาิน้า รับประทานอาหารไิ้น้อยลง
เพลียไม่มีแรง
สาเหตุของอาการเบื่ออาหาร
• ตัวโรค
• การรักษา
• อาการอื่นๆเช่น ปวิdyspepsia อ่อนเพลีย เจ็บในปาก การรับรสและ
กลิ่นเพี้ยนไปจากปกติ เหม็นอาหาร คลื่นไส้อาเจียน ท้องผูกgastric
stasis
• Hypocalcaemia ; uraemia ; hyponatremia
• จิตใจ เช่นภาวะวิตกกังวล ซึมเศร้า
• ความเชื่อ
Nurses 'too busy to monitor
food'
• Nine out of 10 nurses
say they do not
always have time to
help ensure hospital
patients eat
properly, a study
has found.
MEASURES NEEDED
The Age Concern campaign
calls for
• Views of patients, and their carers to be
considered
• Ward staff to become 'food aware'
• Older patients to be assessed for
malnutrition on admission, and regularly
during their stay
• Introduction of protected mealtimes
• Implementation of a 'red tray system'
ซึ่งอยู่ที่สมองไิ้รับสัญญาณประสาทจากpathwayหลักไิ้แก่
Chemoreceptor trigger zone(CTZ)
ที่อยู่บริเวณMedulla oblongata โิยบริเวณนี้จะถูกกระตุ้น
จากการเปลี่ยนแปลงของสารเคมีในเลือิหรือในน้าไขสันหลัง
– จากยาไิ้แก่ Opioid ,Chemtheraty,Tricyclic antidepressants
– จากภาวะHypocalcaemia ,raise urea ,renal and hepatic failure
Vomiting center
Vomiting center
Vestibular apparatus ในส่วนของหูชั้นกลาง ซึ่งไิ้รับการกระตุ้นจากการ
เปลี่ยนแปลงของท่าทาง,Opioids,Tumour
Celebral Cortex ถูกกระตุ้นโิยการไิ้รับกลิ่น เห็นสิ่งที่ทาให้รู้สึกคลื่นไส้
อาเจียน ประสบการณ์ที่ทาให้รู้สึกอยากจะคลื่นไส้อาเจียน เป็นต้น
นอกจากนั้นผู้ป่วยที่มีความิันในกะโหลกศีรษะสูงขึ้นก็อาจจะทาให้เกิิ
การคลื่นไส้อาเจียนไิ้
สาเหตุจากส่วนอื่น
• Upper gastrointestinal tract and Pharynx
– การกระตุ้น Vagalหรือ Sympathetic nervesจากตัวมะเร็งเอง หรือ
– จากการที่มีภาวะตับโตจากการกระจายของมะเร็งทาให้มีPressure
– การระคายเคืองหรือการอักเสบของกระเพาะอาหาร เช่น Gastritis,
– การติิเชื้อในทางเิินอาหาร
• Chemotherapy
• Radiotherapy
• การติิเชื้อ เช่น การติิเชื้อทางเิินปัสสาวะ
• ท้องผูก
สารสื่อประสาทที่เกี่ยวข้องกับกลไกการคลื่นไส้อาเจียน
–Dopamine
–Serotonin
–Histamine
วิธีการรักษาโดยใช้ยา
- Serotonin antagonist: สาหรับยากลุ่มนี้จะเลือกใช้ในกรณีที่สงสัยว่า
อาการคลื่นไส้อาเจียนของผู้ป่วยน่าจะเกิิจากการรักษาิ้วยเคมีบาบัิ
ตัวอย่างยากลุ่มนี้ไิ้แก่ Ondansetron, Granisetron เป็นต้น ข้อพึงระวัง
ของการให้ยากลุ่มนี้คือ ไม่แนะนาให้ใช้ต่อเนื่องเป็นเวลานาน เพราะ
อาจจะทาให้เกิิอาการท้องผูกไิ้
- Metoclopramide: เป็นยาที่ใช้บ่อยในการรักษาอาการอาเจียนในผู้ป่วย
ระยะสุิท้าย ยาตัวนี้จัิอยู่ในกลุ่ม Dopamine antagonist ข้อิีคือมีราคา
ถูก และเพิ่มGI motility ผลข้างเคียงที่ต้องระวังคือ Akathesia และ
Extrapyramidal side effects สาหรับยากลุ่มนี้แนะนาให้ใช้ในกรณีที่
สงสัยว่าอาการคลื่นไส้อาเจียนเกิิจากยากลุ่ม Opioids
- Domperidone: เป็นยากลุ่ม Prokinetic สามารถใช้แทน Metoclopramide ได้
โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ป่ วยที่เกิดผลข้างเคียงจากการใช้ Metoclopramide ข้อเสียของ
ยาตัวนี้คือ มีเฉพาะชนิดที่เป็นยาเม็ดรับประทาน ดังนั้นในผู้ป่ วยที่ไม่สามารถ
รับประทานยาได้เนื่องจากมีอาการคลื่นไส้อาเจียนมาก ก็อาจจะต้องพิจารณาในยา
ในกลุ่มอื่นแทนไปก่อน
- Haloperidol: เป็นยากลุ่ม Antidopaminergic ที่สามารถนามาใช้รักษาอาการ
คลื่นไส้อาเจียนได้ แม้จะยังไม่มีข้อมูลจากการศึกษาที่เป็นRCTสนับสนุนก็ตาม
สาหรับขนาดที่ให้จะเริ่มจากขนาดต่ากว่าขนาดที่ใช้รักษาผู้ป่ วยPsychosis
โดยทั่วไปแนะนาให้เริ่มจากขนาด 0.5-1 mg ทุก 6-8 ชั่วโมง ส่วนใหญ่ผู้ป่ วยมักไม่
ต้องการขนาดยาสูงเกิน 4 mgต่อวัน ก็สามารถจะควบคุมอาการคลื่นไส้อาเจียนได้
ผลข้างเคียงที่สาคัญ คือ อาการง่วงซึม, Extrapyramidal side effects, QT
prolongation, neuroleptic malignant syndrome นอกจากนั้นในผู้ป่ วยที่มีปัญหา
ตับวายหรือไตวาย ควรลดขนาดยาลงครึ่งหนึ่งของขนาดปกติ
- ยากลุ่มอื่นๆที่อาจจะใช้ร่วมกับยากลุ่มข้างต้นคือ Steroids(
ยังไม่ทราบกลไลการออกฤทธิ์ แนะนาให้ใช้ช่วงสั้นๆเพื่อ
บรรเทาอาการ และลิขนาิยาลงเมื่ออาการของผู้ป่วยิี
ขึ้น), Benzodiazipine (ในกรณีที่สงสัยว่าความวิตกกังวล
อาจจะทาให้ผู้ป่วยเกิิอาการคลื่นไส้อาเจียน)
Nursing Management
• ประเมินค้นหาสาเหตุแก้ต้นเหตุปรึกษาทีมเพื่อแก้ไขปัญหา
• จัิสถานที่สิ่งแวิล้อม positionในการรับประทานให้สะอาิปลอิกลิ่นไม่พึง
ประสงค์ และจัิลักษณะของอาหารให้น่ารับประทาน
• แบ่งมื้ออาหารมื้อละไม่มากจนเกินไป แต่ให้รับประทานบ่อยๆแทน เช่นอาจจะมี
ของว่างระหว่างมื้อ
ควรจะเป็นอาหารที่ไม่มีกลิ่นรุนแรง หรือมีรสจัิในอุณหภูมิที่ผู้ป่วยรู้สึกสบาย
เพราะอาจจะกระตุ้นให้เกิิอาการคลื่นไส้อาเจียนไิ้มากขึ้น
• หลีกเลี่ยงการพูิคุยในสิ่งที่อาจจะทาให้ผู้ป่วยรู้สึกวิตกกังวลในช่วงเวลา
รับประทานอาหาร
• อย่าใส่เสื้อผ้าที่คับจนเกินไป โิยเฉพาะในส่วนท้อง
• หลังรับประทานอาหารไม่ควรนอนราบทันที หากจาเป็นให้นอนตะแคงขวา
• พยายามป้องกันไม่ให้เกิิอาการท้องผูก และิูแลความสะอาิในช่องปากและฟัน
หากผู้ป่วยกาลังอาเจียน
หากผู้ป่วยกาลังอาเจียน
• จัิพื้นที่ส่วนตัว
• ค้นหาสาเหตุ รักษาแก้เหตุถ้าเป็นไปไิ้
• ปรับหรือพาออกจากสภาพแวิล้อมที่มีกลิ่นกระตุ้นให้อาเจียน
• ให้บ้วนปาก และจิบน้าน้อยๆ
• ล้างมือล้างหน้า
• เปลี่ยนภาชนะรองรับอาเจียนออกทันทีหลังจากผู้ป่วยอาเจียน
• ถ้าอาเจียนมากต้องประเมิณเรื่องการขาิสารน้าและV/S
• ถึงให้ยาแล้วอย่าลืมNon-Pharmacological
• ติิตามิูอาการอย่างน้อยวันละครั้ง
ทาไมน้าลายถึงสาคัญ?
• น้าลาย ประกอบิ้วยน้า 98% ส่วนที่เหลือเป็นอิเล็กโทรไลต์ เมือก สาร
ยับยั้งแบคทีเรียและเอนไซม์ชนิิต่างๆ ในคนปกติจะผลิตน้าลายถึงวัน
ละ1.5ลิตร
• ทาหน้าที่ย่อย คลุกเคล้าอาหาร ชะล้างอาหารที่ติิอยู่ตามซอกฟันและ
ปกป้องไม่ให้เกิิการเน่าเสียจากแบคทีเรีย ลิกลิ่นปาก นอกจากนี้ยัง
ช่วยหล่อลื่นและปกป้องฟัน ลิ้น และเนื้อเยื่ออ่อนภายในช่องปาก
Oral Problem
• Altered taste
• Candidiasis
• Dry mouth
• Sore mouth/Throat
• Halitosis
Oral Problem
ปากแห้งอย่างรุนแรง พบไิ้ในผู้ป่วยระยะสุิท้ายถึง 90%เนื่องจาก
ิื่มน้าไิ้น้อยลงเนื่องจากคลื่นไส้ เบื่ออาหาร ขาิสารอาหาร อ่อนเพลีย
รับประทานยาที่ทาให้ปากแห้ง เช่นOpioids,Diuretics,…
ไิ้รับการรักษาิ้วยรังสีบริเวณใบหน้าและลาคอ,มีฟันผุก่อนไิ้เคมีบาบัิ
ความสามารถในการิูแลทาความสะอาิปากฟันิ้วยตนเองไิ้น้อยลง
คิิว่าปัญหาปากฟันไม่ใช่เรื่องใหญ่
Nursing Management
• สอบถามเรื่องการรับรสที่เปลี่ยนไป ิูว่ามีฝ้าเชื้อราในปากกลิ่นปาก แผล
ในปาก ฟันผุ ปากเจ็บ หาสาเหตุและแก้ปัญหาอย่างตรงประเิ็น
• ส่งเสริมให้ผู้ป่วยทาroutine mouth careอย่างสม่าเสมอ ทุก
2-4ชม.
– แปรงฟันิ้วยยาสีฟันทุกครั้งหลังอาหาร
– อมบ้วนปากิ้วยน้าเกลือ จิบน้า พ่นน้าลายเทียมเพื่อให้ปากชุ่มชื้น
• ผู้ป่วยSemi-comatose,ผู้ป่วยที่หายใจทางปาก
– ใช้สาลีพันปลายไม้หรือset mouth care ชุบน้าเกลือหรือ mouth
wash ที่ไม่มี Alcohol แทนการบ้วนปาก
Nursing Management
• Saliva-Substitute
• Water
• Milk
• Artificial Saliva
• Saliva Stimulants
• Sugar free chewing
gum
• Salivix
• Vitamin C,สับประริ,ส้ม
• Other measure
• Acupuncture
Constipation
• What is constipation?
• Signs and Symptoms of Constipation
• Common cause of Constipation
• Management of constipation
– Manual evacuation
– Laxatives
– Suppositories and enemas
What is constipation
• หมายถึง อาการที่ผู้ป่วยมีการถ่ายอุจจาระแข็ง หรือเป็นลาเล็กลง หรือ
จานวนความถี่ในการถ่ายอุจจาระน้อยกว่า3 ครั้งต่อสัปิาห์ นอกจากนั้น
หากถามประวัติผู้ป่วยที่มีอาการท้องผูกเพิ่มเติม อาจจะไิ้ประวัติว่ามี
อาการอื่นๆร่วมิ้วยไิ้แก่ อาการเจ็บที่ทวารหนักเวลาถ่ายอุจจาระ มี
อาการเรอ ท้องอืิ และความรู้สึกเหมือนว่าถ่ายอุจจาระไม่สุิ
Common cause of Constipation
• Direct effect of cancer
• Obstruction
• Neurological damage
• Hypercalcaemia
• Secondary effects of advanced illness
• Poor dietary and fluid intake
• Weakness and immobility
• Poor / unfamiliar toilet arrangement
Common cause of Constipation
• Confusion
• Drugs
• Hypothyroidism
• Diabetes
• Diverticular disease
• Haemoroids,anal fissures/stenosis
• Rectocele
• colitis
การประเมินอาการท้องผูกทาได้อย่างไร?
- อันิับแรกคือการถามจากผู้ป่ วยโิยตรง เช่น ถามว่าผู้ป่วยถ่ายอุจจาระบ่อยแค่
ไหน ผู้ป่วยถ่ายอุจจาระครั้งสุิท้ายเมื่อไหร่ มีปัญหาอื่นๆในการถ่ายอจจุาระ
หรือไม่ เช่น ต้องเบ่งนาน หรือเจ็บเวลาถ่ายอุจจาระ นอกจากนั้นยังควรประเมิน
อาการที่อาจพบร่วมิ้วย เช่น ท้องอืิ เรอ หรือผายลมบ่อยกว่าปกติ
- การตรวจร่างกายโิยการทา Digital rectal exam DRE = PR
เพื่อิูว่ามีFecal impactionหรือไม่ในrectum อย่างไรก็ตามไม่สามารถบอกไิ้ว่า
ผู้ป่วยท้องผูกหรือไม่ และปริมาณอุจจาระในลาไส้มากน้อยเท่าใิ เพราะเป็นการ
ประเมินอุจจาระในrectumเท่านั้น ในส่วนที่อยู่สูงขึ้นไปไม่สามารถทาการประเมิน
ไิ้
- การประเมินโดยการตรวจAbdominal x-raysในท่าsupine แล้วิูปริมาณอุจจาระ
ที่อยู่ในลาไส้ใหญ่ของผู้ป่วย โิยแบ่งส่วนของลาไส้ใหญ่ออกเป็น 4 ส่วน ไิ้แก่
ascending colon, transverse colon, descending colon และ rectosigmoid colon
Radiograph of severe
constipation,
showing loaded colon
and
megarectum. Courtesy
of Dr. John Yiannakou.
Non-Pharmacological
Interventions
ทางที่ดีที่สุดคือการป้องกันไม่ให้เกิดอาการท้องผูก
โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ป่ วยที่ได้รับยาระงับปวดกลุ่มOpioids
• ในขณะที่ผู้ป่วยถ่ายอุจจาระควรจัิสถานที่ให้มีความเป็นส่วนตัว หรือจัิ
สถานที่ให้ผู้ป่วยสามารถถ่ายอุจจาระให้เหมือนปกติมากที่สุิ เช่น ผู้ป่วย
บางรายอาจจะไม่ชอบถ่ายอุจจาระบนเตียง แต่ชอบนั่งถ่ายมากกว่า
• เพิ่มปริมาณสารน้าที่ผู้ป่วยไิ้รับในแต่ละวัน หากผู้ป่วยรับประทาน
อาหารไิ้ก็ให้ิื่มน้าตามปกติ แต่หากมีอาการคลื่นไส้อาเจียนมากหรือ
ิื่มน้าไิ้ลาบากก็อาจจะจาเป็นต้องให้สารน้าิ้วยวิธีการอื่นๆเช่น ทาง
หลอิเลือิิา
Non-Pharmacological
Interventions
• หากเป็นไปไิ้ไม่ควรให้ผู้ป่วยนอนอยู่บนเตียงตลอิวัน ควรทาให้
ผู้ป่วยไิ้พอมีกิจกรรมในระหว่างวันบ้าง
• Manual evacuation
Regular Bowel Chart
จ อ พ พฤ ศ ส อ
date
Medicine
Other
Poop
Size
T = Tiny
S = Small
M = Medium
L = Large
XL = Extra
Large
Consistency
R = Runny
LF = Loosely
Formed
F = Formed
H = Hard
Stool Type
(See Stool
Picture)
Notes
Pharmacological Interventions
• Laxatives
- Combination Medicationยาที่แนะนาให้ใช้เป็นอันิับแรกคือยาในกลุ่ม
Senna เช่น Senokot เพราะมีการออกฤทธิ์กระตุ้นการบีบตัวของลาไส้และทาให้
อุจจาระนุ่ม ขนาิเริ่มจาก 2 tab PO hs แล้วเพิ่มไิ้จนถึง 6-8 tabต่อวัน ออกฤทธิ์
ภายใน6-12ชม.ผลข้างเคียงที่อาจจะพบไิ้คือ มีอาการท้องเสียหรืออาการปวิท้องหลัง
รับประทานยา ซึ่งเกิิจากการที่ลาไส้มีการบีบตัวมากเกินไป อาจจะลองลิขนาิยาหรือ
เปลี่ยนไปใช้ยากลุ่มอื่น
- Saline Laxative หรือ MOM
- Osmotic Laxative ยาระบายอื่นๆที่สามารถใช้ไิ้เช่น lactulose แต่ผู้ป่วยที่มี
อาการท้องอืิอยู่แล้วถ้าใช้ในปริมาณสูงอาจจะมีอาการท้องอืิมากขึ้น นอกจากนั้นผู้ป่วยบางราย
อาจจะทนความหวานของLactuloseไม่ไิ้ทาให้คลื่นไส้อาเจียนอาจจะช่วยโิยการผสมน้า
มะนาว หรือเจือจางิ้วยน้าอุ่นเพื่อทาให้รับประทานง่ายขึ้นหรือให้ยาระบายอื่นๆแทน เช่น
Milk of Magnesia,
• ในผู้ป่วยที่มีอาการท้องผูกมาก การรักษาขั้นแรกอาจจะต้องทาการสวน
อุจจาระก่อน เพื่อบรรเทาอาการในขั้นต้น เช่น เริ่มแรกอาจจะลองใช้
Fleet enema แต่หากไม่ไิ้ผลอาจจะสวนโิยใช้พวก
Mineral oils ก่อนเข้านอน จากนั้นในตอนเช้าก็ให้สวนิ้วย
Soap Suds Enema อีกทีในช่วงเช้า ซึ่งส่วนใหญ่มักจะ
ให้ผลิี
• ในผู้ป่วยที่รับประทานยาไม่ไิ้อาจจะให้ Bisacodyl 1-2 tab
เหน็บทวารหนักแทนการให้ยาระบายชนิิรับประทาน เพื่อป้องกัน
อาการท้องผูก ไม่แนะนาให้ใช้ในผู้ป่วยที่เม็ิเลือิขาวต่ามาก,เกล็ิเลือิ
ต่า
Suppositories and enemas
โิยสรุปการรักษาอาการท้องผูกเป็นสิ่งที่ทีมิูแลผู้ป่วยระยะสุิท้ายควร
ให้ความสาคัญ เพราะเป็นอาการที่รักษาและป้องกันไิ้ซึ่งจะทาให้
คุณภาพชีวิตของผู้ป่วยิีขึ้น อย่างไรก็ตามในผู้ป่วยที่ใกล้จะเสียชีวิต
(Last hours) เนื่องจากผู้ป่วยกลุ่มนี้อาจจะรับประทานอาหารไิ้
น้อยอยู่แล้วและการที่ผู้ป่วยต้องลุกมาถ่ายอุจจาระบ่อยๆอาจจะทาให้
ผู้ป่วยอ่อนเพลียมากยิ่งขึ้น ิังนั้น การิูแลอาจจะพิจารณาปรับการรักษา
ที่เหมาะสมและไม่มากจนเกินไป(โิยทั่วไปเกณฑ์ที่ยอมรับไิ้คือผู้ป่วย
ถ่ายอุจจาระทุก 3 วัน)
Difficulty breathing
Common causes
• Primary tumour occluding an airway
• Metastatic spread
• Lymphatic occlusion
• COPD
• Asthma
• Pleural effusion
• Pulmonary embolus
• Anaemia
• Pneumothorax
• Chest infection
• Cardiac failure
• Renal failure
• Fear and anxiety
• Superior vena-cava obstruction
Nursing Management
• Assesment
• Management
• Advice and support on methods of
management
• Medication
• Teach breathing,relaxation,distraction
What does pursed lip breathing do?
• Pursed lip breathing
• Improves ventilation
• Releases trapped air in the lungs
• Keeps the airways open longer and decreases
the work of breathing
• Prolongs exhalation to slow the breathing rate
• Improves breathing patterns by moving old air
out of the lungs and allowing for new air to enter
the lungs
• Relieves shortness of breath
• Causes general relaxation
When should I use this
technique?
• Use this technique during the difficult part of any activity, such as
bending, lifting or stair climbing.
• Practice this technique 4-5 times a day at first so you can get the
correct breathing pattern.
• Pursed lip breathing technique
• Relax your neck and shoulder muscles.
• Breathe in (inhale) slowly through your nose for two counts, keeping
your mouth closed. Don't take a deep breath; a normal breath will
do. It may help to count to yourself: inhale, one, two.
• Pucker or "purse" your lips as if you were going to whistle or gently
flicker the flame of a candle.
• Breathe out (exhale) slowly and gently through your pursed lips
while counting to four. It may help to count to yourself: exhale, one,
two, three, four.
แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม
• http://www.thaifp.com/palliative/main.html
• หนังสือแนะนา
– การิูแลผู้ป่วยระยะสุิท้าย(รพ.จุฬาลงกรณ์)
– Fundamental Aspects of Palliative Care
Nursing(Robert Becker and Richard Gamlin)
– Oxford handbook of Palliative Care
– Textbook of Palliative Nursing(Oxford)
– PAIN NEWS (TASP)

Symptoms management2

  • 1.
    Managing symptoms other thanpain จันทร์ระวี เหล่ารุจิสวัสิิ์ หน่วยระงับปวิ โรงพยาบาลศิริราช
  • 2.
    What exactly Palliative Care? •Relief • Comfort • Support
  • 3.
    Frequency of commonsymptoms in advanced illness Patients with cancer with Symptom in last year of life • Pain 84% • Anorexia (Lack of appetite) 71% • Nausea and/or Vomiting 51% • Sleeplessness 51% • Constipation 47% • Breathlessness 47% • Depression 38% • Loss of bladder control 25% • Confusion 33% collated by Atkinson and Virdee,2001
  • 4.
    Step by Step toapproach to managing all Symptoms • เขียนอาการทุกอาการทีละข้อ • จัิลาิับความสาคัญ(ในใจผู้ป่วย) • ิูทุกสาเหตุที่เป็นไปไิ้ • วิเคราะห์การวินิจฉัยจาก การซักประวัติ ตรวจร่างกาย ผลLab • สร้างความเข้าใจ อธิบายข้อมูลจนผู้ป่วยและหรือญาติเข้าใจ
  • 5.
    Step by Step toapproach to managing all Symptoms • ร่วมกันตัิสินใจเลือกการรักษาที่เหมาะสมกับผู้ป่วย ทั้งmedical & non-medical • ตั้งเป้าหมายที่เป็นไปไิ้จริง • ประเมินผล • Review , review , review
  • 6.
    Lack of appetite Nauseaand/or Vomiting พบไิ้บ่อยในผู้ป่วยระยะสุิท้าย ส่วนใหญ่มักจะมีอาการคลื่นไส้บ่อยกว่า อาการอาเจียน หากไม่ไิ้รับการิูแลรักษาที่เหมาะสมแล้ว ก็อาจจะทาให้ เกิิปัญหาอื่นๆตามมา เช่น มีภาวะขาิน้า รับประทานอาหารไิ้น้อยลง เพลียไม่มีแรง
  • 7.
    สาเหตุของอาการเบื่ออาหาร • ตัวโรค • การรักษา •อาการอื่นๆเช่น ปวิdyspepsia อ่อนเพลีย เจ็บในปาก การรับรสและ กลิ่นเพี้ยนไปจากปกติ เหม็นอาหาร คลื่นไส้อาเจียน ท้องผูกgastric stasis • Hypocalcaemia ; uraemia ; hyponatremia • จิตใจ เช่นภาวะวิตกกังวล ซึมเศร้า • ความเชื่อ
  • 8.
    Nurses 'too busyto monitor food' • Nine out of 10 nurses say they do not always have time to help ensure hospital patients eat properly, a study has found.
  • 12.
    MEASURES NEEDED The AgeConcern campaign calls for • Views of patients, and their carers to be considered • Ward staff to become 'food aware' • Older patients to be assessed for malnutrition on admission, and regularly during their stay • Introduction of protected mealtimes • Implementation of a 'red tray system'
  • 20.
    ซึ่งอยู่ที่สมองไิ้รับสัญญาณประสาทจากpathwayหลักไิ้แก่ Chemoreceptor trigger zone(CTZ) ที่อยู่บริเวณMedullaoblongata โิยบริเวณนี้จะถูกกระตุ้น จากการเปลี่ยนแปลงของสารเคมีในเลือิหรือในน้าไขสันหลัง – จากยาไิ้แก่ Opioid ,Chemtheraty,Tricyclic antidepressants – จากภาวะHypocalcaemia ,raise urea ,renal and hepatic failure Vomiting center
  • 21.
  • 22.
    Vestibular apparatus ในส่วนของหูชั้นกลางซึ่งไิ้รับการกระตุ้นจากการ เปลี่ยนแปลงของท่าทาง,Opioids,Tumour Celebral Cortex ถูกกระตุ้นโิยการไิ้รับกลิ่น เห็นสิ่งที่ทาให้รู้สึกคลื่นไส้ อาเจียน ประสบการณ์ที่ทาให้รู้สึกอยากจะคลื่นไส้อาเจียน เป็นต้น นอกจากนั้นผู้ป่วยที่มีความิันในกะโหลกศีรษะสูงขึ้นก็อาจจะทาให้เกิิ การคลื่นไส้อาเจียนไิ้
  • 24.
    สาเหตุจากส่วนอื่น • Upper gastrointestinaltract and Pharynx – การกระตุ้น Vagalหรือ Sympathetic nervesจากตัวมะเร็งเอง หรือ – จากการที่มีภาวะตับโตจากการกระจายของมะเร็งทาให้มีPressure – การระคายเคืองหรือการอักเสบของกระเพาะอาหาร เช่น Gastritis, – การติิเชื้อในทางเิินอาหาร • Chemotherapy • Radiotherapy • การติิเชื้อ เช่น การติิเชื้อทางเิินปัสสาวะ • ท้องผูก
  • 25.
  • 26.
    วิธีการรักษาโดยใช้ยา - Serotonin antagonist:สาหรับยากลุ่มนี้จะเลือกใช้ในกรณีที่สงสัยว่า อาการคลื่นไส้อาเจียนของผู้ป่วยน่าจะเกิิจากการรักษาิ้วยเคมีบาบัิ ตัวอย่างยากลุ่มนี้ไิ้แก่ Ondansetron, Granisetron เป็นต้น ข้อพึงระวัง ของการให้ยากลุ่มนี้คือ ไม่แนะนาให้ใช้ต่อเนื่องเป็นเวลานาน เพราะ อาจจะทาให้เกิิอาการท้องผูกไิ้ - Metoclopramide: เป็นยาที่ใช้บ่อยในการรักษาอาการอาเจียนในผู้ป่วย ระยะสุิท้าย ยาตัวนี้จัิอยู่ในกลุ่ม Dopamine antagonist ข้อิีคือมีราคา ถูก และเพิ่มGI motility ผลข้างเคียงที่ต้องระวังคือ Akathesia และ Extrapyramidal side effects สาหรับยากลุ่มนี้แนะนาให้ใช้ในกรณีที่ สงสัยว่าอาการคลื่นไส้อาเจียนเกิิจากยากลุ่ม Opioids
  • 27.
    - Domperidone: เป็นยากลุ่มProkinetic สามารถใช้แทน Metoclopramide ได้ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ป่ วยที่เกิดผลข้างเคียงจากการใช้ Metoclopramide ข้อเสียของ ยาตัวนี้คือ มีเฉพาะชนิดที่เป็นยาเม็ดรับประทาน ดังนั้นในผู้ป่ วยที่ไม่สามารถ รับประทานยาได้เนื่องจากมีอาการคลื่นไส้อาเจียนมาก ก็อาจจะต้องพิจารณาในยา ในกลุ่มอื่นแทนไปก่อน - Haloperidol: เป็นยากลุ่ม Antidopaminergic ที่สามารถนามาใช้รักษาอาการ คลื่นไส้อาเจียนได้ แม้จะยังไม่มีข้อมูลจากการศึกษาที่เป็นRCTสนับสนุนก็ตาม สาหรับขนาดที่ให้จะเริ่มจากขนาดต่ากว่าขนาดที่ใช้รักษาผู้ป่ วยPsychosis โดยทั่วไปแนะนาให้เริ่มจากขนาด 0.5-1 mg ทุก 6-8 ชั่วโมง ส่วนใหญ่ผู้ป่ วยมักไม่ ต้องการขนาดยาสูงเกิน 4 mgต่อวัน ก็สามารถจะควบคุมอาการคลื่นไส้อาเจียนได้ ผลข้างเคียงที่สาคัญ คือ อาการง่วงซึม, Extrapyramidal side effects, QT prolongation, neuroleptic malignant syndrome นอกจากนั้นในผู้ป่ วยที่มีปัญหา ตับวายหรือไตวาย ควรลดขนาดยาลงครึ่งหนึ่งของขนาดปกติ
  • 28.
    - ยากลุ่มอื่นๆที่อาจจะใช้ร่วมกับยากลุ่มข้างต้นคือ Steroids( ยังไม่ทราบกลไลการออกฤทธิ์แนะนาให้ใช้ช่วงสั้นๆเพื่อ บรรเทาอาการ และลิขนาิยาลงเมื่ออาการของผู้ป่วยิี ขึ้น), Benzodiazipine (ในกรณีที่สงสัยว่าความวิตกกังวล อาจจะทาให้ผู้ป่วยเกิิอาการคลื่นไส้อาเจียน)
  • 29.
    Nursing Management • ประเมินค้นหาสาเหตุแก้ต้นเหตุปรึกษาทีมเพื่อแก้ไขปัญหา •จัิสถานที่สิ่งแวิล้อม positionในการรับประทานให้สะอาิปลอิกลิ่นไม่พึง ประสงค์ และจัิลักษณะของอาหารให้น่ารับประทาน • แบ่งมื้ออาหารมื้อละไม่มากจนเกินไป แต่ให้รับประทานบ่อยๆแทน เช่นอาจจะมี ของว่างระหว่างมื้อ ควรจะเป็นอาหารที่ไม่มีกลิ่นรุนแรง หรือมีรสจัิในอุณหภูมิที่ผู้ป่วยรู้สึกสบาย เพราะอาจจะกระตุ้นให้เกิิอาการคลื่นไส้อาเจียนไิ้มากขึ้น • หลีกเลี่ยงการพูิคุยในสิ่งที่อาจจะทาให้ผู้ป่วยรู้สึกวิตกกังวลในช่วงเวลา รับประทานอาหาร • อย่าใส่เสื้อผ้าที่คับจนเกินไป โิยเฉพาะในส่วนท้อง • หลังรับประทานอาหารไม่ควรนอนราบทันที หากจาเป็นให้นอนตะแคงขวา • พยายามป้องกันไม่ให้เกิิอาการท้องผูก และิูแลความสะอาิในช่องปากและฟัน
  • 30.
  • 31.
    หากผู้ป่วยกาลังอาเจียน • จัิพื้นที่ส่วนตัว • ค้นหาสาเหตุรักษาแก้เหตุถ้าเป็นไปไิ้ • ปรับหรือพาออกจากสภาพแวิล้อมที่มีกลิ่นกระตุ้นให้อาเจียน • ให้บ้วนปาก และจิบน้าน้อยๆ • ล้างมือล้างหน้า • เปลี่ยนภาชนะรองรับอาเจียนออกทันทีหลังจากผู้ป่วยอาเจียน • ถ้าอาเจียนมากต้องประเมิณเรื่องการขาิสารน้าและV/S • ถึงให้ยาแล้วอย่าลืมNon-Pharmacological • ติิตามิูอาการอย่างน้อยวันละครั้ง
  • 32.
    ทาไมน้าลายถึงสาคัญ? • น้าลาย ประกอบิ้วยน้า98% ส่วนที่เหลือเป็นอิเล็กโทรไลต์ เมือก สาร ยับยั้งแบคทีเรียและเอนไซม์ชนิิต่างๆ ในคนปกติจะผลิตน้าลายถึงวัน ละ1.5ลิตร • ทาหน้าที่ย่อย คลุกเคล้าอาหาร ชะล้างอาหารที่ติิอยู่ตามซอกฟันและ ปกป้องไม่ให้เกิิการเน่าเสียจากแบคทีเรีย ลิกลิ่นปาก นอกจากนี้ยัง ช่วยหล่อลื่นและปกป้องฟัน ลิ้น และเนื้อเยื่ออ่อนภายในช่องปาก
  • 33.
    Oral Problem • Alteredtaste • Candidiasis • Dry mouth • Sore mouth/Throat • Halitosis
  • 34.
    Oral Problem ปากแห้งอย่างรุนแรง พบไิ้ในผู้ป่วยระยะสุิท้ายถึง90%เนื่องจาก ิื่มน้าไิ้น้อยลงเนื่องจากคลื่นไส้ เบื่ออาหาร ขาิสารอาหาร อ่อนเพลีย รับประทานยาที่ทาให้ปากแห้ง เช่นOpioids,Diuretics,… ไิ้รับการรักษาิ้วยรังสีบริเวณใบหน้าและลาคอ,มีฟันผุก่อนไิ้เคมีบาบัิ ความสามารถในการิูแลทาความสะอาิปากฟันิ้วยตนเองไิ้น้อยลง คิิว่าปัญหาปากฟันไม่ใช่เรื่องใหญ่
  • 35.
    Nursing Management • สอบถามเรื่องการรับรสที่เปลี่ยนไปิูว่ามีฝ้าเชื้อราในปากกลิ่นปาก แผล ในปาก ฟันผุ ปากเจ็บ หาสาเหตุและแก้ปัญหาอย่างตรงประเิ็น • ส่งเสริมให้ผู้ป่วยทาroutine mouth careอย่างสม่าเสมอ ทุก 2-4ชม. – แปรงฟันิ้วยยาสีฟันทุกครั้งหลังอาหาร – อมบ้วนปากิ้วยน้าเกลือ จิบน้า พ่นน้าลายเทียมเพื่อให้ปากชุ่มชื้น • ผู้ป่วยSemi-comatose,ผู้ป่วยที่หายใจทางปาก – ใช้สาลีพันปลายไม้หรือset mouth care ชุบน้าเกลือหรือ mouth wash ที่ไม่มี Alcohol แทนการบ้วนปาก
  • 37.
    Nursing Management • Saliva-Substitute •Water • Milk • Artificial Saliva • Saliva Stimulants • Sugar free chewing gum • Salivix • Vitamin C,สับประริ,ส้ม • Other measure • Acupuncture
  • 39.
    Constipation • What isconstipation? • Signs and Symptoms of Constipation • Common cause of Constipation • Management of constipation – Manual evacuation – Laxatives – Suppositories and enemas
  • 40.
    What is constipation •หมายถึง อาการที่ผู้ป่วยมีการถ่ายอุจจาระแข็ง หรือเป็นลาเล็กลง หรือ จานวนความถี่ในการถ่ายอุจจาระน้อยกว่า3 ครั้งต่อสัปิาห์ นอกจากนั้น หากถามประวัติผู้ป่วยที่มีอาการท้องผูกเพิ่มเติม อาจจะไิ้ประวัติว่ามี อาการอื่นๆร่วมิ้วยไิ้แก่ อาการเจ็บที่ทวารหนักเวลาถ่ายอุจจาระ มี อาการเรอ ท้องอืิ และความรู้สึกเหมือนว่าถ่ายอุจจาระไม่สุิ
  • 41.
    Common cause ofConstipation • Direct effect of cancer • Obstruction • Neurological damage • Hypercalcaemia • Secondary effects of advanced illness • Poor dietary and fluid intake • Weakness and immobility • Poor / unfamiliar toilet arrangement
  • 42.
    Common cause ofConstipation • Confusion • Drugs • Hypothyroidism • Diabetes • Diverticular disease • Haemoroids,anal fissures/stenosis • Rectocele • colitis
  • 43.
    การประเมินอาการท้องผูกทาได้อย่างไร? - อันิับแรกคือการถามจากผู้ป่ วยโิยตรงเช่น ถามว่าผู้ป่วยถ่ายอุจจาระบ่อยแค่ ไหน ผู้ป่วยถ่ายอุจจาระครั้งสุิท้ายเมื่อไหร่ มีปัญหาอื่นๆในการถ่ายอจจุาระ หรือไม่ เช่น ต้องเบ่งนาน หรือเจ็บเวลาถ่ายอุจจาระ นอกจากนั้นยังควรประเมิน อาการที่อาจพบร่วมิ้วย เช่น ท้องอืิ เรอ หรือผายลมบ่อยกว่าปกติ - การตรวจร่างกายโิยการทา Digital rectal exam DRE = PR เพื่อิูว่ามีFecal impactionหรือไม่ในrectum อย่างไรก็ตามไม่สามารถบอกไิ้ว่า ผู้ป่วยท้องผูกหรือไม่ และปริมาณอุจจาระในลาไส้มากน้อยเท่าใิ เพราะเป็นการ ประเมินอุจจาระในrectumเท่านั้น ในส่วนที่อยู่สูงขึ้นไปไม่สามารถทาการประเมิน ไิ้ - การประเมินโดยการตรวจAbdominal x-raysในท่าsupine แล้วิูปริมาณอุจจาระ ที่อยู่ในลาไส้ใหญ่ของผู้ป่วย โิยแบ่งส่วนของลาไส้ใหญ่ออกเป็น 4 ส่วน ไิ้แก่ ascending colon, transverse colon, descending colon และ rectosigmoid colon
  • 44.
    Radiograph of severe constipation, showingloaded colon and megarectum. Courtesy of Dr. John Yiannakou.
  • 45.
    Non-Pharmacological Interventions ทางที่ดีที่สุดคือการป้องกันไม่ให้เกิดอาการท้องผูก โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ป่ วยที่ได้รับยาระงับปวดกลุ่มOpioids • ในขณะที่ผู้ป่วยถ่ายอุจจาระควรจัิสถานที่ให้มีความเป็นส่วนตัวหรือจัิ สถานที่ให้ผู้ป่วยสามารถถ่ายอุจจาระให้เหมือนปกติมากที่สุิ เช่น ผู้ป่วย บางรายอาจจะไม่ชอบถ่ายอุจจาระบนเตียง แต่ชอบนั่งถ่ายมากกว่า • เพิ่มปริมาณสารน้าที่ผู้ป่วยไิ้รับในแต่ละวัน หากผู้ป่วยรับประทาน อาหารไิ้ก็ให้ิื่มน้าตามปกติ แต่หากมีอาการคลื่นไส้อาเจียนมากหรือ ิื่มน้าไิ้ลาบากก็อาจจะจาเป็นต้องให้สารน้าิ้วยวิธีการอื่นๆเช่น ทาง หลอิเลือิิา
  • 46.
  • 47.
    Regular Bowel Chart จอ พ พฤ ศ ส อ date Medicine Other Poop Size T = Tiny S = Small M = Medium L = Large XL = Extra Large Consistency R = Runny LF = Loosely Formed F = Formed H = Hard Stool Type (See Stool Picture) Notes
  • 49.
    Pharmacological Interventions • Laxatives -Combination Medicationยาที่แนะนาให้ใช้เป็นอันิับแรกคือยาในกลุ่ม Senna เช่น Senokot เพราะมีการออกฤทธิ์กระตุ้นการบีบตัวของลาไส้และทาให้ อุจจาระนุ่ม ขนาิเริ่มจาก 2 tab PO hs แล้วเพิ่มไิ้จนถึง 6-8 tabต่อวัน ออกฤทธิ์ ภายใน6-12ชม.ผลข้างเคียงที่อาจจะพบไิ้คือ มีอาการท้องเสียหรืออาการปวิท้องหลัง รับประทานยา ซึ่งเกิิจากการที่ลาไส้มีการบีบตัวมากเกินไป อาจจะลองลิขนาิยาหรือ เปลี่ยนไปใช้ยากลุ่มอื่น - Saline Laxative หรือ MOM - Osmotic Laxative ยาระบายอื่นๆที่สามารถใช้ไิ้เช่น lactulose แต่ผู้ป่วยที่มี อาการท้องอืิอยู่แล้วถ้าใช้ในปริมาณสูงอาจจะมีอาการท้องอืิมากขึ้น นอกจากนั้นผู้ป่วยบางราย อาจจะทนความหวานของLactuloseไม่ไิ้ทาให้คลื่นไส้อาเจียนอาจจะช่วยโิยการผสมน้า มะนาว หรือเจือจางิ้วยน้าอุ่นเพื่อทาให้รับประทานง่ายขึ้นหรือให้ยาระบายอื่นๆแทน เช่น Milk of Magnesia,
  • 50.
    • ในผู้ป่วยที่มีอาการท้องผูกมาก การรักษาขั้นแรกอาจจะต้องทาการสวน อุจจาระก่อนเพื่อบรรเทาอาการในขั้นต้น เช่น เริ่มแรกอาจจะลองใช้ Fleet enema แต่หากไม่ไิ้ผลอาจจะสวนโิยใช้พวก Mineral oils ก่อนเข้านอน จากนั้นในตอนเช้าก็ให้สวนิ้วย Soap Suds Enema อีกทีในช่วงเช้า ซึ่งส่วนใหญ่มักจะ ให้ผลิี • ในผู้ป่วยที่รับประทานยาไม่ไิ้อาจจะให้ Bisacodyl 1-2 tab เหน็บทวารหนักแทนการให้ยาระบายชนิิรับประทาน เพื่อป้องกัน อาการท้องผูก ไม่แนะนาให้ใช้ในผู้ป่วยที่เม็ิเลือิขาวต่ามาก,เกล็ิเลือิ ต่า Suppositories and enemas
  • 51.
    โิยสรุปการรักษาอาการท้องผูกเป็นสิ่งที่ทีมิูแลผู้ป่วยระยะสุิท้ายควร ให้ความสาคัญ เพราะเป็นอาการที่รักษาและป้องกันไิ้ซึ่งจะทาให้ คุณภาพชีวิตของผู้ป่วยิีขึ้น อย่างไรก็ตามในผู้ป่วยที่ใกล้จะเสียชีวิต (Lasthours) เนื่องจากผู้ป่วยกลุ่มนี้อาจจะรับประทานอาหารไิ้ น้อยอยู่แล้วและการที่ผู้ป่วยต้องลุกมาถ่ายอุจจาระบ่อยๆอาจจะทาให้ ผู้ป่วยอ่อนเพลียมากยิ่งขึ้น ิังนั้น การิูแลอาจจะพิจารณาปรับการรักษา ที่เหมาะสมและไม่มากจนเกินไป(โิยทั่วไปเกณฑ์ที่ยอมรับไิ้คือผู้ป่วย ถ่ายอุจจาระทุก 3 วัน)
  • 52.
    Difficulty breathing Common causes •Primary tumour occluding an airway • Metastatic spread • Lymphatic occlusion • COPD • Asthma • Pleural effusion • Pulmonary embolus
  • 53.
    • Anaemia • Pneumothorax •Chest infection • Cardiac failure • Renal failure • Fear and anxiety • Superior vena-cava obstruction
  • 54.
    Nursing Management • Assesment •Management • Advice and support on methods of management • Medication • Teach breathing,relaxation,distraction
  • 55.
    What does pursedlip breathing do? • Pursed lip breathing • Improves ventilation • Releases trapped air in the lungs • Keeps the airways open longer and decreases the work of breathing • Prolongs exhalation to slow the breathing rate • Improves breathing patterns by moving old air out of the lungs and allowing for new air to enter the lungs • Relieves shortness of breath • Causes general relaxation
  • 56.
    When should Iuse this technique? • Use this technique during the difficult part of any activity, such as bending, lifting or stair climbing. • Practice this technique 4-5 times a day at first so you can get the correct breathing pattern. • Pursed lip breathing technique • Relax your neck and shoulder muscles. • Breathe in (inhale) slowly through your nose for two counts, keeping your mouth closed. Don't take a deep breath; a normal breath will do. It may help to count to yourself: inhale, one, two. • Pucker or "purse" your lips as if you were going to whistle or gently flicker the flame of a candle. • Breathe out (exhale) slowly and gently through your pursed lips while counting to four. It may help to count to yourself: exhale, one, two, three, four.
  • 58.
    แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม • http://www.thaifp.com/palliative/main.html • หนังสือแนะนา –การิูแลผู้ป่วยระยะสุิท้าย(รพ.จุฬาลงกรณ์) – Fundamental Aspects of Palliative Care Nursing(Robert Becker and Richard Gamlin) – Oxford handbook of Palliative Care – Textbook of Palliative Nursing(Oxford) – PAIN NEWS (TASP)