49



                                          1 สารรอบตัว
ผลการเรียนรูที่คาดหวัง
       1. สํารวจ ทดลอง วิเคราะห และอธิบายสมบัติทางกายภาพของสาร
       2. จําแนกสารเปนกลุมตามลักษณะของเนื้อสารและขนาดของอนุภาค
       3. สํารวจ ทดลอง และอธิบายความแตกตางระหวางสมบัติ ลักษณะเนื้อสารของสารเนื้อ
           เดียว สารเนื้อผสม ขนาดอนุภาคของสารแขวนลอย คอลลอยด สารละลาย
       4. สํารวจและอธิบายองคประกอบของสารละลาย ความเขมขนของสารละลาย
       5. เตรียมสารละลายที่มีความเขมขนตามหนวยที่กําหนด
       6. ยกตั ว อย า งการใช ป ระโยชน จ ากสารละลายและนํ าความรู เ รื่ องสารละลายไปใช
           ประโยชนในชีวิตประจําวัน
       7. อธิบายความหมายของคําตอไปนี้ได สารเนื้อเดียว สารเนื้อผสม สารแขวนลอย
           คอลลอยด สารละลาย ตัวทําละลาย ตัวละลาย ความเขมขนของสารละลาย

แนวความคิดหลัก
             สารตาง ๆ รอบตัวมีสมบัติทั้งที่คลายกันและแตกตางกัน สมบัติของสารสามารถใชเปน
เกณฑในการจัดกลุม ลักษณะเนื้อสารและขนาดของอนุภาคสารก็เปนเกณฑหนึ่งที่ใชในการจัดกลุม
สาร ถาใชเนื้อสารเปนเกณฑในการจัดกลุมจะจัดไดเปนสารเนื้อเดียวและสารเนื้อผสม ถาใชขนาด
ของอนุภาคสารเปนเกณฑ จะจัดไดเปนสารแขวนลอย คอลลอยด และสารละลาย สารแตละกลุมมี
สมบัติและองคประกอบตางกัน สารแขวนลอยประกอบดวยอนุภาคที่มีขนาดใหญมองเห็นไดดวย
ตาเปลา เมื่อตั้งไวอนุภาคที่เปนของแข็งจะตกตะกอน คอลลอยดประกอบดวยอนุภาคที่มีขนาดใกล
เคียงกับความยาวคลื่นแสง เมื่อฉายแสงผานจะทําใหเกิดการกระเจิงแสง สารละลายเปนของผสม
เนื้ อ เดี ย วที่ ป ระกอบด ว ยตั ว ทํ าละลายและตั ว ละลายซึ่ ง มี อ นุ ภ าคขนาดเล็ ก กว า อนุ ภ าคในสาร
แขวนลอยและคอลลอยด การละลายของสารขึ้นอยูกับชนิดของตัวทําละลาย สารละลายที่มีตัวทํา
ละลายเทากัน ถามีปริมาณตัวละลายตางกันจะมีความเขมขนตางกัน สามารถเตรียมสารละลายที่
ความเขมขนในหนวยที่กําหนดได เชน รอยละโดยมวลตอมวล รอยละโดยมวลตอปริมาตร รอยละ
โดยปริมาตรตอปริมาตร

         บทนี้ควรใชเวลาประมาณ 14 ชั่วโมง

1.1 การจําแนกสารรอบตัว
       หัวขอนีมจุดมุงหมายใหสํารวจสมบัติทางกายภาพของสาร เชน ลักษณะเนื้อสาร ขนาดของ
               ้ ี
อนุภาคสาร เพื่อใชเปนเกณฑในการจัดกลุมสาร แลววางแผน ออกแบบ หรือสรางแบบจําลอง
แสดงการทํานํ้าใหสะอาดโดยใชความรูเรื่องลักษณะเนื้อสารและขนาดของอนุภาคสาร
50



ผลการเรียนรูที่คาดหวัง
       1. สํารวจ สังเกต สมบัติทางกายภาพของสารเพื่อใชเปนเกณฑในการจัดกลุมสาร และ
           อธิบายลักษณะของสารแตละกลุม
       2. จัดกลุมสารไดเปนสารเนื้อเดียวและสารเนื้อผสมโดยใชลักษณะเนื้อสารเปนเกณฑ
                   
       3. จัดกลุมสารไดเปนสารแขวนลอย คอลลอยด และสารละลายโดยใชขนาดของอนุภาค
           สารเปนเกณฑ
       4. อธิบายสมบัติและยกตัวอยางสารแขวนลอย คอลลอยด และสารละลายที่พบในชีวิต
           ประจําวัน
       5. อธิบายการแยกสิ่งเจือปนออกจากนํ้าโดยการเติมสารบางอยางใหส่ิงเจือปนตกตะกอน
           และการกรอง
       6. ออกแบบและสรางเครื่องกรองนํ้ าที่มีการเติมสารใหสิ่งเจือปนตกตะกอนและ/หรือ
           กรองสิ่งเจือปน
       7. รวบรวมขอมูลเกี่ยวกับการทํานํ้าใหสะอาด นําเสนอขอมูลในรูปแบบตาง ๆ รวมทั้ง
           แบบจําลองแสดงวิธการทํานํ้าใหสะอาดที่ใชในทองถิ่น
                             ี
       ผูเ รียนรวมกันอภิปรายเกี่ยวกับการจัดหมวดหมูสินคาที่ขายในตลาดสด ในรานชําใกลบาน
ในโรงอาหารของโรงเรียน การจัดวางสิ่งของในบาน หรือการจัดหนังสือเปนหมวดหมูในหองสมุด
ของโรงเรียน โดยรวมกันอภิปรายวาการจัดหมวดหมูสิ่งของในแตละแหงนั้น จัดอยางไร ใชอะไร
เปนเกณฑ เพื่อนําเขาสูกิจกรรม 1.1

กิจกรรม 1.1 การจัดกลุมสารรอบตัว
        กิจกรรมนี้มีจุดมุงหมายเพื่อสํารวจ สังเกต สมบัติทางกายภาพของสาร และใชสมบัติของ
สารเปนเกณฑในการจัดกลุมสาร

จุดประสงคของกิจกรรม
       1. สังเกต เปรียบเทียบสมบัติ ลักษณะที่ปรากฏของสารรอบตัว และอธิบายลักษณะของ
           สารเนื้อเดียวและสารเนื้อผสม
       2. จัดกลุมสารเปนสารเนื้อเดียวและสารเนื้อผสม โดยใชลักษณะเนื้อสารเปนเกณฑ
                
       3. ยกตัวอยางสารเนื้อเดียวและสารเนื้อผสมในชีวิตประจําวัน

เวลาที่ใช
         อภิปรายกอนกิจกรรม     10     นาที
         ทํากิจกรรม             20     นาที
         อภิปรายหลังกิจกรรม     30     นาที
51



        รวม                         60      นาที

วัสดุอุปกรณและสารเคมี

                              รายการ                         ปริมาณตอ 10 กลุม
          1. ขาวสุก แกงจืด ดิน นมสด กระดาษ นํ้าตาล ชนิดละ 10 g หรือ 10 cm3
             ทราย นํ้าอัดลม นํ้าโคลน นํ้าเกลือ นํ้าเชื่อม
             นําแปงสุก นํ้ากลั่น และสารอื่น ๆ ที่ผูเรียนสน
               ้
             ใจนํามาทํากิจกรรม

แนวการจัดกิจกรรม
      ผูเ รียนชวยกันจัดหาสารตัวอยางตามความสนใจของแตละกลุม โดยครูควรจะจัดหาไวดวย 1
ชุด ตามกิจกรรม 1.1 สังเกตลักษณะของสารแตละชนิดโดยละเอียด ไดแก ลักษณะเนื้อสาร สถานะ
สี กลิน แลวพิจารณาความเหมือน ความแตกตางของสารแตละชนิด เพื่อจัดสารเปนกลุมโดยใช
      ่
สมบัตตาง ๆ เปนเกณฑในการจัดกลุม จากนั้นนําเสนอผลการจัดกลุมสารและเกณฑที่แตละกลุมใช
      ิ
ในการจัดกลุมสาร รวมกันพิจารณาเปรียบเทียบการจัดกลุมสารที่ใชเกณฑตาง ๆ กัน

อภิปรายหลังการทํากิจกรรม
             ผูเ รียนแตละกลุมอาจใชสถานะ สี กลิ่น ลักษณะเนื้อสาร เปนเกณฑในการจัดกลุมสาร
             ผลการจัดสารของแตละกลุมแตกตางกัน เชน
             • ใชสถานะ            - สารที่เปนของแข็ง ไดแก ขาวสุก ดิน กระดาษ นํ้าตาลทราย
                                   - สารที่เปนของเหลว ไดแก แกงจืด นมสด นํ้าอัดลม นํ้าโคลน
                                      นํ้าเกลือ นํ้าเชื่อม นํ้าแปงสุก นํ้ากลั่น
             • ใชลกษณะเนื้อสาร - สารที่มลักษณะเปนเนื้อเดียวตลอด ไดแก ขาวสุก นมสด
                        ั                           ี
                                            กระดาษ นํ้าตาลทราย นํ้าอัดลม นํ้าเกลือ นํ้าเชื่อม นํ้าแปง
                                            สุก นํ้ากลั่น
                                         - สารที่ไมเปนเนื้อเดียวตลอด ไดแก แกงจืด ดิน นํ้าโคลน
             • อื่น ๆ
             ถาจัดกลุมโดยใชลักษณะของเนื้อสารเปนเกณฑ อาจจัดไดเปนสารที่มีลักษณะเปนเนื้อ
             เดียวกับสารที่ไมเปนเนื้อเดียว
        จากผลการทํากิจกรรม การตอบคําถาม และการอภิปราย ควรสรุปไดวาถาใชเกณฑตางกันจะ
                                                                                 
จัดกลุมสารรอบตัวไดตาง ๆ กัน ถาใชลักษณะเนื้อสารเปนเกณฑจะจัดสารไดเปน 2 กลุม คือสารที่มี
      
เนือเดียวตลอด อาจประกอบดวยสารเพียงชนิดเดียวหรือมากกวา 1 ชนิดก็ได และสารที่ไมเปนเนื้อ
   ้
เดียวตลอด ประกอบดวยสารมากกวา 1 ชนิด สามารถแยกไดดวยตาเปลา
52



      เราอาจนําความรูเกี่ยวกับการจัดกลุมสารรอบตัวไปใชประโยชน เชน การจัดสิ่งของเครื่องใช
เครืองแตงกาย หรือหนังสือตาง ๆ ใหเปนระเบียบเรียบรอยตามลักษณะการใชงาน ทําใหหยิบใชได
    ่
สะดวก ถูกตอง และไมเกิดการสูญหาย
      ใหผูเรียนอภิปรายรวมกันเกี่ยวกับสารที่มีลักษณะเปนสารเนื้อเดียว แตยังไมสามารถสรุปได
วาสารนั้นมีองคประกอบเพียงชนิดเดียว ตามรายละเอียดในบทเรียน เพื่อนําเขาสูเรื่องการจัดกลุม
สาร

1.1.1 การจัดกลุมสารตามลักษณะเนื้อสารและขนาดของอนุภาค
          ผูเ รียนอภิปรายเกี่ยวกับการแยกของที่ผสมกันโดยการคัดขนาดของสาร เชน การรอนผาน
ตะแกรง และยกตัวอยางของเหลวที่พบในชีวิตประจําวัน เชน นํ้าโคลน นมสด นํ้าหวานที่มีสี นํ้า
เกลือ นําเชื่อม นํ้าสมสายชู นํ้าแปง นํ้าหมึก ถามีตัวอยางมาศึกษา ใหสังเกตลักษณะและอภิปราย
        ้
รวมกันเกียวกับลักษณะของของเหลวแตละชนิด ประกอบดวยอะไรบาง สารที่มีลักษณะเปนเนื้อ
           ่
เดียวมีองคประกอบเพียงชนิดเดียวหรือไม ทราบไดอยางไร ถาตองการทราบวาอนุภาคที่เปนองค
ประกอบในของเหลวแตละชนิดมีขนาดตางกันอยางไร จะตรวจสอบไดอยางไร เพื่อนําไปสูการทํา
กิจกรรม 1.2

กิจกรรม 1.2     การตรวจสอบขนาดของเนื้อสาร

จุดประสงคของกิจกรรม
       1. อธิบายสมบัติและยกตัวอยางสารแขวนลอย คอลลอยด และสารละลายที่พบในชีวต ิ
           ประจําวัน
       2. ตรวจสอบและเปรียบเทียบขนาดของอนุภาคสารในนํ้าโคลน นมสด และนํ้าหวานสี
           แดงโดยใชกระดาษกรองและเซลโลเฟน
       3. ใชขนาดของอนุภาคสารเปนเกณฑในการจัดกลุมสารไดเปนสารแขวนลอย คอลลอยด
           และสารละลาย

เวลาที่ใช
         อภิปรายกอนกิจกรรม     10      นาที
         ทํากิจกรรม             40      นาที
         อภิปรายหลังกิจกรรม     30      นาที
         รวม                    80      นาที
53



วัสดุอุปกรณและสารเคมี

                               รายการ                    ปริมาณตอ 10 กลุม
         1. นําโคลน (หรือนํ้าแปงดิบ 1%)
               ้                                             200 cm3
         2. นมสด (หรือนํ้าแปงสุก 1%)                        200 cm3
         3. นําหวานที่ใสสี (หรือนํ้าสีผสมอาหาร 0.5%)
                 ้                                           200 cm3
         4. บีกเกอรขนาด 50 cm3                                60 ใบ
         5. บีกเกอรขนาด 250 cm3                                3 ใบ
         6. กระดาษกรองขนาด ∅ 11 cm                            30 แผน
         7. กระดาษเซลโลเฟนขนาด 10 cm × 10 cm                  30 แผน
         8. กรวยพลาสติก                                        10 อัน
         9. ขวดรูปกรวย ขนาด 250 cm3                            10 ใบ
         10. แทงแกวคนสาร                                     10 อัน
         11. ขาตั้งพรอมที่จับ                                 10 ชุด
         12. ยางรัดของ                                        30 เสน
         13. ชอนตักสารเบอร 2                                 10 อัน

การเตรียมลวงหนา
        1. ตัดกระดาษเซลโลเฟนขนาด 10 cm × 10 cm กลุมละ 3 แผน
        2. เตรียมนํ้าโคลน โดยใชนํ้าโคลน 1 cm3 ผสมนํ้ากลั่น หรือนํ้าประปา 250 cm3 คนใหเขา
           กัน หรือใชนํ้าแปงดิบแทน โดยใชแปงมัน 2.0 กรัม (ประมาณ 2 ชอนเบอร 2) ผสมกับ
           นํ้ากลั่น 200 cm3 คนใหเขากัน
        3. เตรียมนมสด โดยใชนมสด 2.0 cm3 ผสมกับนํ้ากลั่นใหไดปริมาตรรวม 200 cm3 คนให
           เขากัน หรือใชน้าแปงสุกแทน โดยใชแปงมัน 2.0 กรัม (ประมาณ 2 ชอนเบอร 2) ละลาย
                            ํ
           ในนํ้า 50 cm3 คนใหเขากัน แลวเติมนํ้าเดือดลงไปใหไดปริมาตรรวม 200 cm3
        4. เตรียมนํ้าหวานที่ใสสี โดยใชนํ้าหวานเขมขน 2.0 cm3 ผสมกับนํ้ากลั่นใหไดปริมาตร
           รวม 200 cm3 หรือใชนํ้าสี โดยใชสีผสมอาหารครึ่งชอนเบอร 1 ละลายในนํ้ากลั่น 200
           cm3 คนใหเขากัน
        หมายเหตุ นําโคลน นมสด นํ้าแปง ควรเตรียมใหมทุกครั้งกอนการทํากิจกรรม
                       ้

อภิปรายกอนกิจกรรม
       1. แนะนําวิธการทํากิจกรรม เชน ใชแทงแกวคนนํ้าโคลนหรือนํ้าแปงดิบทุกครั้งกอนที่จะ
                   ี
           นําไปทดลอง เพราะนํ้าโคลนหรือนํ้าแปงดิบตกตะกอนไดงาย
54



         2. ผูเรียนตองสังเกตนํ้าในบีกเกอรทั้งกอนและหลังแชถุงเซลโลเฟน วามีลักษณะแตกตาง
            กันหรือไม อยางไร
         3. เพือเปนการประหยัดเวลาและสารที่ใช อาจใหผูเรียนแตละกลุมตรวจสอบสารตัวอยาง
                ่
            เพียง 1 ชนิด แลวนําผลมาอภิปรายรวมกัน

ตัวอยางผลการทํากิจกรรม
                      ลักษณะของเหลว                       ผลที่สังเกตได
    สารตัวอยาง
                         ที่สังเกตได    เมื่อกรองดวยกระดาษกรอง เมื่อผานเซลโลเฟน
1. นํ้าโคลน        สีเทาดําขุน มีตะกอน มีตะกอนเทาดําติดอยูบน       นํ้าในบีกเกอรไม
                                        กระดาษกรอง และไดของ เปลี่ยนแปลง
                                        เหลวใส
    (นํ้าแปงดิบ) สีขาวขุน มีตะกอน มีตะกอนขาวติดอยูบน              นํ้าในบีกเกอรไม
                                        กระดาษกรอง และไดของ เปลี่ยนแปลง
                                        เหลวใส

2. นมสด              สีขาวขุน ไมมตะกอน ไมมีสารตกคางบนกระดาษ
                                   ี                                 นํ้าในบีกเกอรไม
                                         กรอง และไดของเหลวสีขาว     เปลี่ยนแปลง
                                         ขุน
     (นํ้าแปงสุก)   ของเหลวขุนเล็กนอย ไมมีสารตกคางบนกระดาษ      นํ้าในบีกเกอรไม
                     ไมมีตะกอน          กรอง ไดของเหลวขุนเล็ก     เปลี่ยนแปลง
                                         นอย

3. นําหวานใสสี ของเหลวใสมีสี
     ้                                 ไดของเหลวใสมีสี    นํ้าในบีกเกอรมีสี
   (นํ้าสี)     ของเหลวใสและมีสี ไดของเหลวใสและมีสเี ดียว นํ้าในบีกเกอรมีสเี ดียว
                เดียวกับสีที่ใชเตรียม กับสีที่ใชเตรียม   กับสีที่ใชเตรียม

อภิปรายหลังกิจกรรม
         จากผลการทํากิจกรรม การตอบคําถามทายกิจกรรม และการอภิปรายในกลุม แลวนําขอสรุป
ของแตละกลุมมาอภิปรายรวมกัน เพื่อชวยกันสรุปสมบัติที่ตางกันของสารตัวอยางทั้ง 3 ชนิด ขอ
สรุปที่ไดอาจเปนดังนี้
         สารตัวอยางที่นํามาทํากิจกรรม เมื่อแบงตามลักษณะสาร จะแบงได 3 กลุม คือ
             กลุมที่ 1 มีลกษณะขุนหรือทึบแสง เมื่อตั้งไวจะตกตะกอน ไดแก นํ้าโคลนหรือ
                              ั
                          นํ้าแปงดิบ
55



            กลุมที่ 2     มีลกษณะขุน ทึบแสงหรือโปรงแสง ตั้งไวไมตกตะกอน ไดแก นมสด
                               ั
                           หรือนํ้าแปงสุก
             กลุมที่ 3 มีลกษณะใส ตั้งไวไมตกตะกอน ไดแก นํ้าหวานสีแดงหรือนํ้าสี
                                 ั
        เมื่อตรวจสอบการผานกระดาษกรองและถุงเซลโลเฟน รวมทั้งการอภิปรายความรูในบท
เรียน จะสรุปไดวา
        - นํ้าโคลนหรือนํ้าแปงดิบไมสามารถผานทั้งกระดาษกรองและถุงเซลโลเฟน แสดงวา
             อนุภาคของสารในนํ้าโคลนหรือนํ้าแปงดิบมีขนาดใหญกวารูพรุนของกระดาษทั้งสอง
             ชนิด เมือตั้งทิ้งไวจะตกตะกอน สารกลุมนี้จัดเปนสารแขวนลอย
                       ่
        - นมสดหรือนํ้าแปงสุกสามารถผานกระดาษกรองได แตไมผานถุงเซลโลเฟน แสดงวา
             อนุภาคของสารในนมสดและนํ้าแปงสุกมีขนาดเล็กกวารูพรุนของกระดาษกรอง แต
             ใหญกวารูพรุนของถุงเซลโลเฟน เมื่อตั้งทิ้งไวไมตกตะกอน สารกลุมนี้จัดเปนคอล
             ลอยด
        - นํ้าหวานที่มีสีหรือนํ้าสีสามารถผานไดทั้งกระดาษกรองและถุงเซลโลเฟน แสดงวา
             อนุภาคของสารที่มีสีในนํ้าหวานหรือนํ้าสีเล็กกวารูพรุนของกระดาษทั้งสองชนิด เมื่อ
             ตังทิงไว ไมตกตะกอน สารกลุมนี้จัดเปนสารละลาย
               ้ ้
        - การจัดกลุมสารโดยใชขนาดของอนุภาคสารเปนเกณฑ จะจัดไดเปนสารแขวนลอย
             คอลลอยด สารละลาย

          อภิปรายตอไปวาสารที่พบในชีวิตประจําวัน มีทั้งสารแขวนลอย เชน นํ้าคลอง คอลลอยด
เชน นมสด และสารละลาย เชน นํ้าหวาน สารแตละกลุมมีสมบัติตางกัน
          อาจนําความรูเกี่ยวกับการตรวจสอบขนาดของเนื้อสารไปใชประโยชน เชน การใชแผน
กรองอากาศในเครื่องปรับอากาศ หรือเครื่องฟอกอากาศ เพื่อกําจัดฝุนละอองออกจากอากาศ การ
กรองกากมะพราวออกจากนํ้ากะทิ โดยใชผาขาวบางหรือกระชอนกรอง การกรองแปงที่โมละเอียด
ออกจากนําแปง โดยใชถุงผาดิบ ทําใหไดนํ้ากะทิ หรือแปงผง ไปใชประโยชนตามตองการ
             ้
          จากกิจกรรม 1.2 ทําใหทราบวานํ้าโคลนหรือนํ้าจากแหลงนํ้าตามธรรมชาติตาง ๆ เชน
แมนา ลําคลอง หนอง บึง แตละแหลงมีลักษณะตางกัน ทั้งสี กลิ่น ความขุน เนื่องมาจากสารเจือปน
       ํ้
ที่อยูในนํ้าซึ่งบางชนิดเปนสารแขวนลอยที่อนุภาคมีขนาดใหญกวารูของกระดาษกรอง เมื่อจะใช
ประโยชนจากแหลงนํ้าเหลานั้น จะมีวิธีแยกสิ่งเจือปนที่อยูในนํ้าออกไดอยางไร จากนั้นใหผูเรียน
ทํากิจกรรม 1.3
56



กิจกรรม 1.3    การแยกสิ่งเจือปนในนํ้า

จุดประสงคของกิจกรรม
       1. อธิบายหลักการแยกสิ่งเจือปนออกจากนํ้ าไดโดยการเติมสารบางอยางใหสิ่งเจือปน
           ตกตะกอนและการกรอง
       2. ออกแบบและทํ าเครื่องกรองนํ้ าที่เติมสารใหสิ่งเจือปนตกตะกอนและ/หรือกรองสิ่ง
           เจือปน
       3. รวบรวมขอมูลเกี่ยวกับการทํานํ้าใหสะอาด รวมทั้งนําเสนอขอมูลในรูปแบบตาง ๆ
           รวมทั้งเสนอแบบจําลองแสดงวิธีการทํานํ้าใหสะอาด

เวลาที่ใช
         อภิปรายกอนกิจกรรม 10          นาที
         ทํากิจกรรม          60         นาที
         อภิปรายหลังกิจกรรม 30          นาที
         รวม                100         นาที

วัสดุอุปกรณและสารเคมี
                              รายการ                     ปริมาณตอ 10 กลุม
        1. นําจากแหลงตาง ๆ อยางละ (ประมาณ 5 แหง)
               ้                                             100 cm3
        2. นํ้ากลั่น                                         100 cm3
        3. สารสม (หรือ FeCl3)                                25 กรัม
        4. หลอดทดลองขนาดใหญ                                 50 หลอด
        5. บีกเกอรขนาด 50 cm3                                 50 ใบ
        6. กรวยกรอง                                            10 อัน
        7. ขวดรูปกรวย ขนาด 250 cm3                             10 ใบ
        8. กระบอกตวงขนาด 10 cm3                                10 ใบ
        9. แทงแกวคนสาร                                       10 อัน
        10. ชอนตักสาร                                        10 อัน
        11. ขาตั้งพรอมที่จับหลอดทดลอง                         10 ชุด
        12. กระดาษกรองขนาด ∅ 11 cm                            50 แผน
        13. ที่ต้งหลอดทดลอง
                 ั                                             10 อัน
57



การเตรียมลวงหนา
        ใหผเู รียนชวยกันจัดหานํ้าจากแหลงตาง ๆ อยางละ 10 cm3 โดยครูควรจัดเตรียมไวดวย
จํานวน 1 ชุด เชน นํ้าทิ้งจากครัวเรือน โรงอาหาร นํ้าจากแมนํ้า นํ้าคลอง นํ้าบอ เปนตน

อภิปรายกอนกิจกรรม
       1. ใหผูเรียนฝกเขยาหลอดทดลองที่มีนํ้าประปา โดยเคาะหลอดทดลองกับฝามือเบา ๆ
           (ตามรูปในหนังสือเรียนหนา 27) ไมใชนิ้วอุดปากหลอดแลวเขยา หรือเคาะหลอดกับ
           โตะ
       2. การเติมสารสม ใหใชชอนเบอร 1 ตักสารใสลงไป 1 ชอน (1 ชอนเต็มปาด จะได
           สารสมประมาณ 0.5 กรัม)

ตัวอยางผลการทํากิจกรรม
                                                            ผลที่สังเกตได
นํ้าจากแหลงนํ้าตาง ๆ
                                 สี          กลิ่น ความขุน เมื่อผานกระดาษกรอง                เมื่อเติมสารสม
        นํ้าโคลน             นํ้าตาล        มีกลิ่น   ขุน ใสขึ้น แตยังมีตะกอนอยูบาง   ใส มีตะกอนที่กนภาชนะ
         นํ้าแมนํ้า         นํ้าตาล        มีกลิ่น   ขุน ใสขึ้น แตยังมีตะกอนอยูบาง   ใส มีตะกอนที่กนภาชนะ
     นํ้าบอบาดาล             ไมมีสี       มีกลิ่น   ใส                 ใส                           ใส
         นํ้าคลอง            นํ้าตาล        มีกลิ่น   ขุน ใสขึ้น แตยังมีตะกอนอยูบาง   ใส มีตะกอนที่กนภาชนะ
         นํ้ากลั่น            ไมมีสี      ไมมีกลิ่น ใส        ใส ไมเปลี่ยนแปลง           ใส ไมเปลี่ยนแปลง
 นํ้าทิ้งจากครัวเรือน    ขุน มีนํ้ามันที่ มีกลิ่น    ขุน  ใสขึ้น แตยังมีน้ามันลอยที่
                                                                             ํ            ใส มีตะกอนที่กนภาชนะ
                                                                                                           
                             ผิวหนา                                  ผิวหนา              แตยังคงมีนํ้ามันลอยอยู

อภิปรายหลังกิจกรรม

                   นําทีใส ไมมีสี ยังอาจมีสิ่งเจือปน เพราะเมื่อเติมสารบางชนิดแลวไดตะกอนเกิดขึ้น
                     ้ ่
                   ในนํ้ามีสิ่งเจือปนในรูปของสารแขวนลอย สารละลาย

          จากผลการทํากิจกรรม การตอบคําถามและการอภิปรายตามเนื้อหาในบทเรียน ควรไดขอ
สรุปวานํ้าที่ใส ไมมีสี ยังอาจมีสิ่งเจือปน ซึ่งอาจเปนสารแขวนลอยหรือสารละลายก็ได การแยก
สารที่เจือปนอยูในนํ้าทําไดหลายวิธี เชน
         • การกรอง โดยใชกระดาษกรอง ซึ่งเปนวิธีแยกสารที่ไมละลายนํ้าออกจากนํ้าหรือของ
              เหลว โดยสารเหลานั้นมีขนาดใหญกวารูพรุนของกระดาษกรอง จึงติดคางอยูบน
              กระดาษกรอง สวนนํ้าหรือของเหลวจะผานรูพรุนกระดาษกรองไปได นํ้าหรือของเหลว
              ทีกรองไดจะใสขึ้น
                ่
58



        • การเติมสารบางอยางลงไป เชน สารสม หรือไอรออน (III) คลอไรด, FeCl3 ทําใหสาร
          เจือปนตาง ๆ ตกตะกอน ไดนํ้าหรือของเหลวสวนบนที่ใสแยกจากกันไดงาย
        • สําหรับนําทิ้งจากครัวเรือน หรือนํ้าทิ้งที่มีน้ามันปนนั้น อาจแยกนํ้ามันออกไดบาง โดย
                    ้                                   ํ
          ทําเครื่องกรองนํ้ามันอยางงายจากขวดนํ้าพลาสติก ขนาด 5 ลิตร หรือ 2 ลิตร โดยนําขวด
          นํ้ามาผากนขวดออก วางควํ่าลงจะมีลักษณะคลายกรวยกรอง แลวใสเศษวัสดุพวกขน
          เปด ขนไก เศษฟางขาว ตนออ กากชา เชือกฟางฉีกฝอย อยางใดอยางหนึ่ง ใสไวในขวด
          ใหเต็ม เศษวัสดุจะชวยดูดซับนํ้ามันไว ชวยลดปริมาณนํ้ามัน ไขมัน ที่ปนเปอนในนํ้าทิ้ง
          กอนปลอยออกสูสิ่งแวดลอม พรอมทั้งคอยเปลี่ยนเศษวัสดุบอย ๆ 

          อาจใหผูเรียนชวยกันออกแบบและทําชุดการกรองอยางงายโดยใชกอนถาน กรวดหยาบ
(ขนาดประมาณเทาเมล็ดถั่วเขียว) กรวดละเอียด ทรายหยาบ และทรายละเอียด เปนวัสดุที่ใชกรอง
นํ้ าใหใสขึ้น ตรวจสอบการใชงานโดยเปรียบเทียบนํ้าที่ยังไมผานเครื่องกรองกับนํ้าที่ผานเครื่อง
กรองแลว จากนั้นนําชุดกรองนํ้าที่ไดนี้ไปปรับปรุงใหดีขึ้น เพื่อนําไปใชกรองนํ้าใชตอไป
          อภิปรายตอไปวา การกรองและการเติมสารบางชนิดใหสิ่งเจือปนตกตะกอนยังอาจแยกสิ่ง
เจือปนออกจากนํ้าไมหมด นํ้าที่เห็นวาใสนั้นสะอาดพอที่จะใชบริโภคไดหรือไม ยังมีสารใดที่อาจ
จะเจือปนอยูในนํ้าที่ใสบาง ถาตองการนํ้าสะอาดสําหรับการบริโภคจะตองทําอยางไร การทํานํ้าให
สะอาดแตละกระบวนการตองมีคาใชจายเทาไร ทําอยางไรจึงจะลดคาใชจายในการทํานํ้าใหสะอาด
พรอมทั้งชวยกันตอบคําถาม
               ทุก ๆ คนที่อยูภายในบาน ภายในชุมชน ทองถิ่น ตลอดจนทุกคนภายในประเทศตาง ๆ
               ทัวโลก ควรมีสวนรวมกันเฝาระวังรักษาคุณภาพของนํ้าและอนุรักษแหลงนํ้า เพราะวา
                 ่
               นํ้าจืดเปนทรัพยากรธรรมชาติที่จําเปนสําหรับสิ่งมีชีวิตทุกชีวิตที่อยูบนโลกนี้ ถาขาด
               นํ้าสะอาดแลวทุกๆชีวิตบนโลกนี้ก็จะมีชีวิตอยูไมได ดังนั้นจึงตองสรางจิตสํานึกรวม
               กันที่จะชวยกันดูแลรักษาคุณภาพนํ้าและอนุรักษแหลงนํ้าในธรรมชาติใหคงอยูตลอด
               ไป

        จากนันใหผูเรียนรวมกันทํากิจกรรมเพิ่มเติม
             ้

แนวการทํากิจกรรมเพิ่มเติม
        กิจกรรมนี้มีจุดมุงหมายใหผูเรียนไดสืบคนขอมูลจากแหลงความรูตาง ๆ เกี่ยวกับการทํา
นําใหสะอาด เชน จากหนังสือ เอกสารในหองสมุด การประปานครหลวง การประปาสวนภูมิภาค
   ้
หนวยงานที่ผลิตนํ้าประปาในทองถิ่น วิทยากรในชุมชน อินเทอรเน็ต เปนตน จากนั้นสรางแบบ
จํ าลองแสดงกระบวนการปรับปรุงคุณภาพนํ้ า แลวนํ ามาเสนอในชั้นเรียนหรือจัดแสดงในรูป
นิทรรศการ โปสเตอร หรืออื่น ๆ
59



ตัวอยางผลการทํากิจกรรม
        การทํานํ้าประปาใหสะอาดมีหลายวิธี เชน
                 - การนํานํ้าประปามาตม
                 - การกรองผานเครื่องกรองนํ้า
                 - การกลั่น
        เปรียบเทียบวิธีการตาง ๆ ที่ใชในการทํานํ้าใหสะอาด
                 - การตม โดยการนํานํ้าประปามาตม เปนวิธการที่สะดวก ประหยัด อุปกรณ
                                                                ี
                    งาย ๆ มีเพียงกาตมนํ้ากับเตาไฟเทานั้น และไดนํ้าที่สะอาดดวย เนื่องจากนํ้า
                    ประปาไดผานกระบวนการผลิตมาแลว ซึ่งเปนนํ้าที่ดื่มได เมื่อนํามาตมให
                    เดือดนานประมาณ 5 นาที จึงเปนนํ้าที่สะอาด ปราศจากเชื้อโรค
                 - การกรองผานเครื่องกรองนํ้ า ถานํ านํ้ าประปามาผานเครื่องกรองนํ้ าที่เปน
                    คอลัมน ซึ่งมีเม็ดเรซินชนิดแลกเปลี่ยนไอออนบวก (cation exchange resin
                    beads) เม็ ดเรซินเหลานั้นจะทํ าหนาที่จับแคลเซียมไอออน (Ca2+) และ
                    แมกนีเซียมไอออน (Mg2+) ซึงเปนสาเหตุทําใหนํ้ากระดางไว นํ้าที่ผานเครื่อง
                                                   ่
                    กรองนํ้าจึงเปนนํ้าออนที่สะอาด แตอปกรณก็มีราคาคอนขางแพง เครื่องกรอง
                                                          ุ
                    นําบางชนิดที่มีอุปกรณสรางแสง UV หรือโอโซนสําหรับฆาเชื้อโรคดวยแสง
                       ้
                    ยังมีราคาแพง แตก็จะไดนํ้าที่สะอาดยิ่งขึ้น
                 - การกลั่น เปนวิธีการทํานํ้าใหสะอาดที่ดีที่สุด แตเปนวิธีที่แพง และอุปกรณก็
                    ซับซอน นํ้าที่ไดไมมีรสชาติ จึงไมนิยมนํามาใชทํานํ้าดื่ม แตเหมาะสําหรับใช
                    ผสมทําเครื่องสําอาง ยานํ้า ยาฉีด เปนตน

          ควรใชเวลาสําหรับตอนนี้ประมาณ 60 นาที



ความรูเพิ่มเติมสําหรับครู
                               เครื่องกรองนํ้าดื่มสําหรับบาน*
อุปกรณ
          1. โองขนาดกลาง สูงประมาณ 45 cm (18 นิ้ว) หรือขนาดจุน้าประมาณ 2 ปบ จํานวน 3
                                                                ํ
             ใบ
          2. สายยางใส เสนผานศูนยกลาง 0.5 cm ยาวประมาณ 2 m
          3. ขั้วตอสายยาง 2 อัน
60



วิธีเจาะ
           1. เจาะตุมดวยคอนกับตะปูคอนกรีต กวางพอคับสายยาง
           2. โอง 1 เจาะ 1 รู สูงจากกนโองประมาณ 5 cm
           3. โอง 2 และ 3 เจาะ 2 รู รูลาง ใหเสมอกันโองรูบนวัดจากปากโองลงมาประมาณ 5 – 7
              cm




ตอสายยาง
       1. ตอสายยางจากรูที่กนโอง 1 กับสายยางที่รูกนโอง 2 โดยใชขั้วตอ
       2. ตอสายยางจากรูที่ปากโอง 2 กับสายยางที่รูกนโอง 3 โดยใชข้วตอ
                                                                       ั
       3. เสียบสายยางที่รูปากโอง 3 และปลอยสายยางทิ้งไว

วิธีบรรจุกรวดและทราย
        1. บรรจุกรวดและทรายละเอียดที่สะอาดในโอง
            2 และโอง 3 โดยใสกรวดลงกอน ใหสูงพอ
            มิดสายยาง เพื่อกันไมใหทรายเขาไปอุดรูสาย
            ยาง
        2. ใสทรายละเอียดลงไป ใหความสูงของทรายอยู
            ใตรูบนประมาณ 3 cm




* สุพงษ พัฒนจักร. เครื่องกรองนํ้าดื่มสะอาดสําหรับชาวบาน ใน นํ้าดื่มสะอาดสําหรับชาวบาน เอกสารเผยแพรตามโครงการ
           เกลือคุณภาพ นํ้าปลาคุณภาพ นํ้าดื่มสะอาด : ศิริราช 21. กรุงเทพฯ, ม.ป.ป.
61



การยกระดับ
      ชวยใหการไหลของนํ้าดีขึ้น และปองกันการไหลยอนกลับ
      1. โอง 1 สูงจากระดับพื้นประมาณ 50 cm
      2. โอง 2 สูงจากระดับพื้นประมาณ 25 cm
      3. โอง 3 สูงจากระดับพื้นประมาณ 7 cm




วิธีกรอง
           1. เทนํ้าลงในโอง 1 ใสคลอรีน และแกวงสารสม 10 – 15 รอบ (ใชคลอรีน 1 ชอนชา ตอ
              นํา 2 ปบ โดยประมาณ)
                ้
           2. นําจะไหลผานสายยางจากโอง 1 ไปยังโอง 2
                  ้
           3. นําจะถูกกรองโดยโอง 2 ผานกรวดและทรายเออขึ้นสวนทางกับแรงดึงดูดของโลกและ
                    ้
              ไหลออกทางสายยางที่ปากโอง 2 ไปยังกนโอง 3
           4. นําจะถูกกรองจากโอง 3 เชนเดียวกับโอง 2
                      ้
           5. จํานวนนํ้าที่ไดจากโอง 3 ประมาณ 60 – 70 ลิตร /วัน

วิธีการลางโอง
         เพียงถอดสายยางตรงขั้วตอออก ปลอยนํ้าจากกนโอง
กรองที่ 2 และ 3 ออกจนหมดนํ้าขุนเทานั้น
62



        ผูเ รียนอภิปรายรวมกันโดยการทบทวนผลการทํากิจกรรม 1.2 ซึ่งไดจาแนกสารรอบตัวเปน
                                                                        ํ
สารแขวนลอย คอลลอยด และสารละลาย โดยใชขนาดของอนุภาคเปนเกณฑ นอกจากขนาดของ
อนุภาคแลว จะตรวจสอบสมบัติอื่น ๆ ของคอลลอยดไดอยางไรบาง
        ใหผูเรียนอภิปรายรวมกันเกี่ยวกับปรากฏการณในชีวิตประจําวัน เชน การเห็นลําแสงใน
อากาศทีมฝุนละอองหรือมีหมอก เพราะเหตุใดเราจึงมองเห็นลําแสงได เพื่อนําเขาสูกิจกรรม 1 .4
       ่ ี

กิจกรรม 1.4 สมบัติบางประการของคอลลอยด
       กิจกรรมนี้มีจุดมุงหมายเพื่อศึกษาสมบัติบางประการของคอลลอยด และสามารถนําไปใช
ประโยชนในชีวิตประจําวันได

จุดประสงคของกิจกรรม
       1. บอกความแตกตางที่เกิดจากการที่แสงสองผานสารแขวนลอย คอลลอยด และสาร
           ละลายได
       2. ใชสมบัติการกระเจิงของแสงเพื่อตรวจสอบสารที่เปนคอลลอยดได
       3. อธิบายปรากฏการณทินดอลลและยกตัวอยางปรากฏการณดังกลาวที่พบในชีวตประจํา
                                                                           ิ
           วันได

เวลาที่ใช
         อภิปรายกอนกิจกรรม      5    นาที
         ทํากิจกรรม             20    นาที
         อภิปรายหลังกิจกรรม     35    นาที
         รวม                    60    นาที

วัสดุอุปกรณและสารเคมี

                            รายการ                          ปริมาณตอ 10 กลุม
 1.   นํ้าเกลือ 1%                                              300 cm3
 2.   นํ้าดางทับทิม 0.1%                                       300 cm3
 3.   นมสด 1%                                                   300 cm3
 4.   นํากะทิ 1%
         ้                                                      300 cm3
 5.   นํ้าโคลน 1%                                               300 cm3
 6.   นํ้าแปงสุก 0.1%                                          300 cm3
 7.   นํ้าสบู 1%                                               300 cm3
 8.   นํ้าเชื่อม 1%                                             300 cm3
 9.   นํ้ามันพืช                                                300 cm3
63



                          รายการ                               ปริมาณตอ 10 กลุม
 10. นําหวานสีแดง
       ้                                                            300 cm3
 11. บีกเกอรขนาด 50 cm3                                             10 ใบ
 12. กระบอกไฟฉาย พรอมถาน 2 กอน (หรือ Laser pointer)            10 กระบอก
 13. กระดาษแข็งขนาดปดดานหนากระบอกไฟฉาย พรอม                     10 แผน
     เจาะรูตรงกลาง มี ∅ ประมาณ 0.5 cm

การเตรียมลวงหนา
        ใหผเู รียนแตละกลุมชวยกันจัดหาของเหลวตาง ๆ ที่สนใจมากลุมละหนึ่งชนิด โดยเฉพาะ
สารทีหาไดงายหรือเปนผลิตภัณฑในทองถิ่น เชน นํ้ามะพราว นํ้าออย นํ้าตาลสด นํ้าชา และครูควร
     ่
จะจัดหาไวอยางนอย 1 ชุด ดังในตาราง
        1. นําเกลือ ใชเกลือ 3 ชอนเบอร 2 ผสมกับนํ้ากลั่น 300 cm3 คนจนเกลือละลายหมด
                           ้
        2. นําดางทับทิม ใชดางทับทิม 1 ชอนเบอร 1 (ประมาณ 0.3 g) ผสมกับนํ้ากลั่น 300 cm3
                         ้
            คนจนดางทับทิมละลายหมด
        3. นมสด ใชนมสด 3 ชอนเบอร 2 ผสมกับนํ้ากลั่น 300 cm3 คนใหเขากัน
        4. นํากะทิ ใชน้ากะทิ 3 ชอนเบอร 2 (ประมาณ 3 g) ผสมกับนํ้ากลั่น 300 cm3 คนใหเขา
                     ้       ํ
            กัน
        5. นํ้าโคลน ใชดิน 3 ชอนเบอร 2 (ประมาณ 3 g) ผสมกับนํ้ากลั่น 300 cm3 คนใหเขากัน
        6. นําแปงสุก ใชแปงมัน 1 ชอนเบอร 1 (ประมาณ 0.3 g) ละลายในนํ้า 10 cm3 คนใหเขา
                 ้
            กัน แลวเติมนํ้าเดือดลงไปใหไดปริมาตร 300 cm3
        7. นํ้าสบู ใชเศษสบู 3 ชอนเบอร 2 (ประมาณ 3 g) ละลายในนํ้า 300 cm3 คนใหเขากัน
        8. นําเชื่อม ใชนํ้าเชื่อม 3 ชอนเบอร 2 (ประมาณ 3 g) ละลายในนํ้า 300 cm3 คนใหเขากัน
                       ้
            หรือใชนํ้าตาลทราย 3 ชอนเบอร 2 ละลายในนํ้า 300 cm3
        9. นําหวานสีแดง ใชนํ้าหวานเขมขน 3 ชอนเบอร 2 (ประมาณ 3 g) ละลายในนํ้า 300 cm3
                   ้
            คนใหเขากัน

อภิปรายกอนกิจกรรม
        การฉายไฟฉาย หรือ Laser pointer ควรวางอุปกรณใหชิดบีกเกอร และอาจใชกระดาษสีดํา
หรือสีเขมรองใตกนบีกเกอรและดานหลังบีกเกอร จะชวยใหสังเกตลําแสงไดงายขึ้น และควรทํา
                                                                        
การทดลองในที่ที่มีแสงสวางนอย ๆ จะเห็นชัดเจนขึ้น
64



ตัวอยางผลการทํากิจกรรม

         สารตัวอยาง                ผลทีสังเกตไดเมื่อฉายแสงผาน
                                         ่
 1. นํ้าเกลือ               มองไมเห็นลําแสงผานของเหลว
 2. นํ้าดางทับทิม          มองไมเห็นลําแสงผานของเหลว
 3. นมสด                    มองเห็นลําแสงผานของเหลวอยางชัดเจน
 4. นํ้ากะทิ                มองเห็นลําแสงผานของเหลวอยางชัดเจน
 5. นํ้าโคลน                มองไมเห็นลําแสงผานของเหลว
 6. นํ้าแปงสุก             มองเห็นลําแสงผานของเหลวอยางชัดเจน
 7. นํ้าสบู                มองเห็นลําแสงผานของเหลวอยางชัดเจน
 8. นํ้าเชื่อม              มองไมเห็นลําแสงผานของเหลว
 9. นํ้ามันพืช              มองไมเห็นลําแสงผานของเหลว
 10. นําหวานสีแดง
       ้                    มองไมเห็นลําแสงผานของเหลว

อภิปรายหลังกิจกรรม
        จากการทํากิจกรรม การตอบคําถาม การสืบคนขอมูลเพิ่มเติม และการอภิปรายรวมกัน ควร
ไดขอสรุปวาเมื่อฉายแสงผานของเหลวที่มีสมบัติเปนคอลลอยด จะมองเห็นลําแสงอยางชัดเจน
เนืองจากเกิดการกระเจิงของแสง เรียกวาปรากฏการณทินดอลล สวนสารแขวนลอยจะทึบแสง แสง
   ่
ไมสามารถผานได และสารละลายแสงผานไดตลอด จึงมองไมเห็นลําแสงในของเหลว พรอมทั้ง
ชวยกันตอบคําถาม

               สารที่จัดเปนคอลลอยด ไดแก นมสด นํ้ากะทิ นํ้าแปงสุก นํ้าสบู ตรวจสอบได
               จากการกรองผานกระดาษกรองและเซลโลเฟน ดังรายละเอียดในกิจกรรม 1.2
               ขนาดของสารที่เปนองคประกอบในของเหลว มีความสัมพันธกับการมองเห็นลํา
               แสงในของเหลว ถาอนุภาคของสารในของเหลวมีขนาดใหญ เชน ในสาร
               แขวนลอย และอนุภาคของสารในของเหลวมีขนาดเล็กมาก เชน ในสารละลาย จะ
               มองไมเห็นลําแสงในของเหลว แตถาเปนของเหลวที่มีสมบัติเปนคอลลอยด ซึ่ง
               อนุภาคของสารในของเหลวมีขนาดประมาณ 10-4 - 10-7 cm จะมองเห็นลําแสงใน
               ของเหลวได

       ผูเรียนอภิปรายเกี่ยวกับปรากฏการณทินดอลลในชีวิตประจําวัน และผลจากปรากฏการณ
เชน การกระเจิงแสงของไฟหนารถยนตในอากาศที่มีฝุนละอองบางหรือมีหมอกบาง ทําใหแสงไฟ
จากรถยนตมความสวางมากขึ้น เห็นไดชัดเจนขึ้น หรือการจุดคบเพลิงในถํ้าจะใหแสงสวางไดดีกวา
              ี
ใชไฟฉาย เพราะในถํ้าไมมีฝุนละออง และใหชวยกันยกตัวอยางคอลลอยดที่พบในชีวิตประจําวัน
65



พรอมทั้งศึกษาชนิดและสถานะของคอลลอยดเพิ่มเติมจากตาราง 1.1 แลวอภิปราย เกี่ยวกับคอล
ลอยดอกประเภทหนึ่งคือ อิมัลชัน ซึ่งเปนสารที่ใชในชีวิตประจําวัน ไดแก การใชสบูอาบนํ้า การใช
          ี
สารซักฟอกในการซักลาง ตามรายละเอียดในบทเรียน เพื่อนําไปสูขอสรุปวาอิมัลชันเปนของเหลว
                                                                  
ทีเ่ กิดจากการรวมตัวของสาร 2 ชนิดที่ไมรวมกัน เมื่อตั้งไวจะแยกชั้น แตถาเติมสารบางชนิดที่มี
สมบัติเปนอิมัลซิไฟเออร จะทําใหของเหลวนั้นรวมกันได

        ควรใชเวลาสําหรับตอนนี้ประมาณ 30 นาที



ความรูเพิ่มเติมสําหรับครู
         โดยปกติความยาวคลื่นของแสงขาวหรือแสงจากไฟฉายที่ใชมความยาวคลื่นประมาณ 308
                                                                     ี
– 720 nm (3.08 – 7.20 x 10-7 m) เมือฉายแสงผานไปในของเหลวใด ๆ ที่อนุภาคของสารในของ
                                      ่
เหลวกระจายปนอยูในของเหลวซึ่งโปรงแสง ถาสารที่กระจายปนอยูนั้นมีขนาดเล็กมาก คือมีเสน
ผานศูนยกลางนอยกวาความยาวของคลื่นแสงที่ผานเขาไป แสงนั้นจะไมตกกระทบบนสาร จึงไม
เกิดการสะทอนหรือการหักเหของแสง ทําใหมองไมเห็นวามีลําแสงผานของเหลวนั้น
         ถาสารที่กระจายปนอยูในของเหลวมีขนาดอนุภาคใหญพอ คือมีขนาดเสนผานศูนยกลาง
ใกลเคียงกับความยาวของคลื่นแสง แสงจะตกกระทบบนอนุภาคสารและเกิดการสะทอนได และ
เมือเกิดการสะทอนในทุก ๆ ทิศทาง ซึ่งเรียกวาเกิดการกระเจิง (scattering) ของแสง จะทําใหมอง
   ่
เห็นแสงผานของเหลวนั้น
         ในกรณีที่เลือกใช Laser pointer ( Laser = light amplification by stimulated emission of
radiation) เปนแหลงกําเนิดแสง แสงที่ไดเปนแสงสีแดง ความยาวคลื่นประมาณ 630 – 680 nm (6.3
– 6.8 x 10-7 m) ซึงใกลเคียงกับขนาดของอนุภาคคอลลอยด จึงทําใหเกิดการกระเจิงแสงไดเชนกัน
                  ่



แหลงการเรียนรู
       1. หองสมุด (ดูที่ภาคผนวก)
       2. อินเทอรเน็ต (ดูที่ภาคผนวก)
       3. วีดทัศน (ดูที่ภาคผนวก)
               ิ
       4. โรงงานอุตสาหกรรมผลิตอาหาร ยา ผลิตภัณฑของชุมชน
       5. การประปานครหลวง การประปาสวนภูมิภาค หรือหนวยงานที่ผลิตนํ้าประปาใน
            ทองถิ่น
       6. ภูมิปญญาทองถิ่น
66




1.2 สารละลาย
       การเรียนในหัวขอนี้มีจุดมุงหมายใหผูเรียนรูจักสารละลายชนิดตาง ๆ ซึ่งมีอยูทั้ง 3 สถานะ
และระบุสารที่เปนตัวละลาย ตัวทําละลาย ในสารละลายนั้น ๆ รวมทั้งบอกไดวาตัวละลายตางชนิด
กัน สามารถละลายไดในตัวทําละลายตางกัน สําหรับปริมาณตัวละลายที่ละลายไดในตัวทําละลาย
นิยมบอกเปนรอยละโดยมวลตอมวล รอยละโดยมวลตอปริมาตร รอยละโดยปริมาตรตอปริมาตร
ในกรณีทมตวละลายอยูนอย อาจจะบอกความเขมขนเปนสวนในพันสวน (ppt) หรือ สวนในลาน
        ี่ ี ั
สวน (ppm)

ผลการเรียนรูที่คาดหวัง
        1. ตรวจสอบ อธิบายสมบัตและยกตัวอยางสารเนื้อเดียวและสารละลายในชีวตประจําวัน
                                  ิ                                         ิ
           พรอมทั้งระบุตัวละลายและตัวทําละลาย
        2. ออกแบบวิธีการตรวจสอบความสามารถในการละลายของตัวละลายชนิดเดียวกันใน
           ตัวทําละลายตางชนิด และความสามารถในการละลายของตัวละลายชนิดตาง ๆ ในตัว
           ทําละลายชนิดเดียวกัน
        3. ยกตัวอยางการนําความรูเกี่ยวกับสารละลายของสารในตัวทําละลายตาง ๆ ไปใช
           ประโยชนในชีวิตประจําวันได
        4. เตรียมสารละลายที่มีความเขมขนตามหนวยที่กําหนดได และระบุไดวาสารละลายที่
           เตรียมไดมีสารใดเปนตัวละลาย และสารใดเปนตัวทําละลาย
        5. เตรียมสารละลายที่เจือจางไดจากสารละลายที่เขมขนกวา และบอกความเขมขนของ
           สารละลายที่เตรียมไดในหนวยสวนในพันสวน (ppt)
        6. ยกตัวอยางการบอกความเขมขนของสารละลายที่มีหนวยเปนสวนในพันสวน
        7. อธิบายความหมายของคําตอไปนี้ได สารละลาย ตัวทําละลาย ตัวละลาย ความเขมขน
           ของสารละลาย รอยละโดยมวลตอมวล รอยละโดยมวลตอปริมาตร รอยละโดย
           ปริมาตรตอปริมาตร สวนในพันสวน

         ใหผูเรียนรวมกันอภิปรายทบทวนกิจกรรม 1.2 เรื่องการตรวจสอบขนาดของสาร ซึ่งจัด
กลุมสารไดเปนสารแขวนลอย คอลลอยด และสารละลาย สําหรับสารละลายที่มองเห็นวาใส และ
เปนเนือเดียวนั้น จะมีองคประกอบอยางไรบาง ใหศึกษาจากกิจกรรม 1.5
       ้

กิจกรรม 1.5     การตรวจสอบองคประกอบของสารเนื้อเดียว

จุดประสงคของกิจกรรม
       1. ตรวจสอบและแยกองคประกอบของสารเนื้อเดียวโดยการระเหยแหง
67



        2. ระบุตวละลายและตัวทําละลายในสารละลายที่พบในชีวิตประจําวัน
                ั
        3. อธิบายสมบัติและยกตัวอยางสารเนื้อเดียวและสารละลายในชีวิตประจําวัน

เวลาที่ใช
         อภิปรายกอนกิจกรรม    10      นาที
         ทํากิจกรรม            30      นาที
         อภิปรายหลังกิจกรรม    50      นาที
         รวม                   90      นาที

วัสดุอุปกรณและสารเคมี

                     รายการ                           ปริมาณตอ 10 กลุม
 1.   นํ้าเชื่อม 1%                                        10 cm3
 2.   นํ้าเกลือ 1%                                         10 cm3
 3.   นํ้าอัดลม                                            10 cm3
 4.   กระบอกตวงขนาด 10 cm3                                  10 ใบ
 5.   จานหลุมโลหะ                                          10 อัน
 6.   ตะเกียงแอลกอฮอลพรอมที่กั้นลม                       10 ชุด
 7.   คีมคีบโลหะ                                           10 อัน

การเตรียมลวงหนา
        เตรียมสารละลายตาง ๆ ดังนี้
               - นํ้าเชื่อม นํานํ้าตาลทราย 0.1 g มาละลายในนํ้า ตั้งไฟจนนํ้าตาลทรายละลาย
                   หมด ทําใหมีปริมาตรเปน 10 cm3)
               - นําเกลือ นําเกลือ 0.1 g มาละลายในนํ้า ทําใหมีปริมาตรเปน 10 cm3 จะไดสาร
                    ้
                   ละลายเขมขน 1%
               - นําอัดลม ใชนํ้าอัดลมชนิดที่ไมผสมสี
                      ้

อภิปรายกอนกิจกรรม
       1. การตมของเหลวในจานหลุมโลหะ ตองคอยระวังอยาใหของเหลวเดือดแรงเกินไป
           เพราะของเหลวจะกระเด็นออกมา
       2. การใชตะเกียงแอลกอฮอล ใหใสแอลกอฮอลประมาณ 2/3 ของตัวตะเกียง ไมควรดึงไส
           ตะเกียงขึนมาสูงเกินไป เมื่อจะจุดตะเกียงใหจุดดวยไมขีดไฟ หามยกตะเกียงจุดตอกัน
                    ้
           เมือจะดับตะเกียงใหใชปดดวยฝาครอบตะเกียง อยาใชปากเปา
              ่
68




ตัวอยางผลการทํากิจกรรม

     ของเหลวตัวอยาง        ลักษณะของเหลวที่สังเกตได       ผลที่สงเกตไดเมื่อนําไปตมจนแหง
                                                                  ั
 1. นํ้าเชื่อม            ของเหลวใสสีน้าตาลออน
                                       ํ                  มีตะกอนละเอียดสีขาวอยูกนจานหลุม
 2. นํ้าเกลือ             ของเหลวใส ไมมีสี               มีตะกอนละเอียดสีขาวอยูกนจานหลุม
 3. นํ้าอัดลม             ของเหลวใส ไมมีสี               มีตะกอนละเอียดสีขาวอยูกนจานหลุม

อภิปรายหลังกิจกรรม
          จากผลการทํากิจกรรม การตอบคําถาม การอภิปรายรวมกัน ควรสรุปไดวาสารที่มีลักษณะ
                                                                                  
ใส เปนเนื้อเดียว อาจมีองคประกอบมากกวาหนึ่งชนิด ของผสมที่เปนของเหลว ใส เปนสารเนื้อ
เดียว เรียกวา สารละลาย ประกอบดวยตัวละลายและตัวทําละลาย ตัวอยางสารละลายที่พบในชีวิต
ประจําวัน เชน นํ้าเกลือ นํ้าเชื่อม นํ้าอัดลม รวมทั้งนํ้าผลไมตาง ๆ ในธรรมชาติ เชน นํ้าตาลสด นํ้า
มะพราว พรอมทั้งชวยกันตอบคําถาม

                 สิ่งที่เหลืออยูบนจานหลุมโลหะแตละหลุมตางกัน ขึ้นอยูกับชนิดของของเหลวตัว
                 อยางดังนี้
                     นํ้าเชื่อม จะมีตะกอนละเอียดสีขาว ซึ่งเปนนํ้าตาล
                     นํ้าเกลือ จะมีตะกอนละเอียดสีขาว ซึ่งเปนเกลือ
                     นํ้าอัดลม จะมีตะกอนละเอียดสีขาว ซึ่งเปนนํ้าตาล แตมปริมาณไมมากนัก
                                                                         ี
                 การที่ มีสารเหลืออยู ใ นจานหลุม เพราะวาของเหลวที่นํ ามาระเหยแหงนั้นมีองค
                 ประกอบมากกวาหนึ่งชนิด บางชนิดระเหยงายเมื่อไดรับความรอน บางชนิดเปนของ
                 แข็งระเหยยาก จึงเหลือคางที่จานหลุมโลหะ
                 ถาสารตัวอยางระเหยแหงบนจานหลุมโลหะหมดโดยไมมีสารใด ๆ เหลืออยูเลย ยัง
                 สรุปไมไดวามีองคประกอบเพียงชนิดเดียว แตอาจเปนเพราะสารตัวอยางนั้นประกอบ
                 ดวยสารชนิดเดียวหรือหลายชนิดที่ระเหยงายเมื่อไดรับความรอน เชนแกสหรือของ
                 เหลว เมื่อนําไประเหยแหงจึงไมมีสารใด ๆ เหลือเลย

      จากนั้นรวมกันอภิปรายตามรายละเอียดในบทเรียน เกี่ยวกับการละลายของตัวละลายในตัว
ทําละลาย เพื่อสรุปวาถาตัวละลายเปนของแข็งที่ระเหยไดยาก สวนตัวทําละลายระเหยงาย สามารถ
แยกไดโดยวิธการระเหยแหง ตัวทําละลายจะระเหยไป และเหลือตัวละลายอยู
             ี
      อาจนําความรูเกี่ยวกับการตรวจสอบองคประกอบของสารไปใชประโยชน เชน การแยกตัว
ละลายซึ่งเปนสารระเหยยากออกจากตัวทําละลายที่ระเหยไดงาย ดังกิจกรรมนี้สามารถแยกเกลือ
69



ออกจากนํ้าเกลือได โดยการระเหยตัวทําละลายใหแหง นอกจากนี้อาจนําไปทําขิงผง เกกฮวยผง
มะตูมผง เห็ดหอมผง ชาผง กาแฟผง
         ใหผเู รียนอภิปรายรวมกันเกี่ยวกับการละลายของสาร โดยใชตัวละลายตางชนิดกัน และการ
ละลายของสารในตัวทําละลายตางชนิดกัน จะใหผลอยางไร ตามรายละเอียดในบทเรียน เพื่อนําเขา
สูเรื่องการละลายของสาร

1.2.1 การละลายของสารในตัวทําละลาย
        การเรียนหัวขอนี้มีจุดมุงหมายเพื่อตรวจสอบสมบัติบางประการของสารละลาย เชน การ
ละลายของสารในตัวทําละลาย ตัวละลายชนิดเดียวกันจะละลายในตัวทําละลายชนิดตาง ๆ ไดดีเทา
กันหรือไม โดยใหผูเรียนรวมกันอภิปรายตามรายละเอียดในบทเรียนเพื่อนําเขาสูกิจกรรม 1.6

กิจกรรม 1.6    การละลายของสาร

จุดประสงคของกิจกรรม
       1. ออกแบบวิธีการตรวจสอบความสามารถในการละลายของตัวละลายชนิดเดียวกันใน
           ตัวทําละลายตางชนิด และความสามารถในการละลายของตัวละลายชนิดตาง ๆ ในตัว
           ทําละลายชนิดเดียวกัน
       2. ยกตัวอยางการนํ าความรูเกี่ยวกับสารละลายของสารในตัวทํ าละลายตาง ๆ ไปใช
           ประโยชนในชีวิตประจําวันได

เวลาที่ใช
         อภิปรายกอนกิจกรรม 10         นาที
         ทํากิจกรรม          60        นาที
         อภิปรายหลังกิจกรรม 50         นาที
         รวม                120        นาที

วัสดุอุปกรณและสารเคมี

                     รายการ                           ปริมาณตอ 10 กลุม
 ตอนที่ 1
 1. เอทานอล                                                 10 cm3
 2. นํ้ากลั่น                                               10 cm3
 3. นํ้าตาลทราย                                              3g
 4. โซเดียมคลอไรด (เกลือแกง)                                3g
 5. สีผสมอาหาร                                               3g
70



                         รายการ                       ปริมาณตอ 10 กลุม
 6. สารอื่น ๆ ที่ผูเรียนตองการจะศึกษา                ชนิดละ 0.3 g
 7. หลอดทดลองขนาดเล็ก                                     80 หลอด
 8. หลอดหยด                                                10 อัน
 9. ที่ตั้งหลอดทดลอง                                       10 อัน
 ตอนที่ 2                                                  20 cm3
 1. เอทานอล                                                 2 cm3
 2. นํ้ากลั่น                                              20 cm3
 3. นํ้ามันพืช                                              2 cm3
 4. นํ้าตาลทราย                                             3.0 g
 5. ดินเหนียวบดละเอียด                                      3.0 g
 6. คอปเปอร (II) ซัลเฟต                                    3.0 g
 7. หลอดทดลองขนาดเล็ก                                     50 หลอด
 8. หลอดหยด                                                10 อัน
 9. ที่ตั้งหลอดทดลอง                                       10 อัน

อภิปรายกอนกิจกรรม
       1. ปริมาณสารที่ใช ถาเปนของเหลว 1 cm3 อาจใชหลอดหยดจํานวน 20 หยด แทนได
           ถาเปนของแข็ง 0.3 กรัม อาจใชชอนเบอร 1 เต็มชอนปาดแทนไดเชนกัน
       2. การเขยาหลอดทดลองใหสารละลายเขากันนั้น ใหเขยาโดยเคาะหลอดทดลองกับฝามือ
           จะชวยใหสารละลายไดงายขึ้น แตตองระวังไมเขยาแรงจนกระเด็นหรือเบาเกินไปจน
           ไมละลาย และใหเขยาแตละครั้งนานประมาณ 1 นาที

ตัวอยางผลการทดลอง ตอนที่ 1

                                                 ผลที่สังเกตไดเมื่อละลายใน
        สารตัวอยาง
                                            นํ้า                           เอทานอล
 นํ้าตาลทราย               ละลายได สารละลายใส ไมมีสี ไมละลาย
                           เปนเนื้อเดียวกัน
 โซเดียมคลอไรด (เกลือแกง) ละลายได สารละลายใส ไมมสี ไมละลาย
                                                           ี
                           เปนเนื้อเดียวกัน
 สีผสมอาหาร (แดง)          ละลายได สารละลายใสสีแดง              ละลายได สารละลายใสสีแดง
 อื่น ๆ                    ดูจากผลการทดลอง                       ดูจากผลการทดลอง
71




อภิปรายหลังกิจกรรม
        จากผลการทํากิจกรรม การตอบคําถาม และการอภิปราย ควรสรุปไดวาตัวละลายชนิดเดียว
                                                                  
กันละลายในตัวทําละลายตางชนิดกันไดตางกัน และตัวละลายตางชนิดกันละลายในตัวทําละลาย
ชนิดเดียวกันไดตางกัน

             ลักษณะของสารกอนและหลังการละลาย มีทั้งที่เหมือนกันและแตกตางกัน ดังนี้
                     นําตาลทรายเปนของแข็ง เปนเกล็ดสีขาวใส ตางกับเกลือแกงซึ่งเปนของแข็งสี
                       ้
             ขาวขุน แตสารทั้งสองนี้เมื่อละลายนํ้าจะไดสารละลายใส ไมมีสเี หมือนกัน และสารทั้ง
             สองนีจะตางจากสีผสมอาหาร ซึ่งมีลักษณะเปนผง เมื่อละลายนํ้าหรือแอลกอฮอล จะ
                   ้
             ไดสารละลายใส มีสี
             ตัวละลายตางชนิดกัน ละลายในนํ้าไดดีตางกัน โซเดียมคลอไรดและสีผสมอาหารจะ
             ละลายไดดี เพราะเปนผงละเอียด สวนนํ้าตาลทรายเม็ดใหญกวา ละลายไดชากวา แต
                                                                                      
             ละลายไดทั้งหมด สวนนํ้าตาลทรายและเกลือแกงไมละลายในเอทานอล แตสีผสม
             อาหารละลายไดในเอทานอล

ตัวอยางผลการทดลอง ตอนที่ 2

                                                ผลที่สังเกตไดเมื่อเติม
  ตัวทําละลาย                                                       ดินเหนียว     คอปเปอร (II)
                    เอทานอล        นํ้ามันพืช       นําตาลทราย
                                                      ้
                                                                    บดละเอียด         ซัลเฟต
      นํ้า       ละลายได       ไมละลาย           ละลายได       ละลายไดเล็ก   ละลายได
                 ของเหลวใส แยกชั้น                 ของเหลวใส นอย สาร            ของเหลวใสสี
                 เปนเนื้อเดียว                    เปนเนื้อเดียว ละลายขุนขาว   ฟา เปนเนื้อ
                                                                  มีตะกอนอยู    เดียว
                                                                  กนหลอด

อภิปรายหลังกิจกรรม
        จากผลการทํากิจกรรม และคําถามทายกิจกรรม ควรไดขอสรุปวา ตัวละลายตางชนิดกัน
ละลายในตัวทําละลายชนิดเดียวกันไดตางกัน การละลายของสารขึ้นอยูกับชนิดของตัวละลายและ
ตัวทําละลาย

             ถาตองการทราบว าสารใดละลายนํ้ าไดมากที่สุด สามารถตรวจสอบไดโดยเพิ่ม
             ปริมาณตัวละลายในตัวทําละลาย ครั้งละเทา ๆ กัน ถาตัวละลายชนิดใดละลายได
72



             ปริมาณมากที่สุด แสดงวาสารนั้นละลายนํ้าไดมากที่สุด การตรวจสอบนี้ตองควบคุม
             ปริมาณตัวทําละลายและอุณหภูมใหคงที่
                                              ิ
             ความรูเกี่ยวกับการละลายของสารในตัวทําละลายตาง ๆ นําไปใชประโยชนในชีวต  ิ
             ประจําวันไดมากมาย เชน
             - การนําเชลแล็กมาละลายในแอลกอฮอล แลวใชเปนนํ้ายาทาไมและเฟอรนิเจอร
                ตาง ๆ เพื่อชวยรักษาเนื้อไมและเพื่อความสวยงาม
             - การละลายนํ้าตาลทรายในนํ้าใหมีความเขมขนประมาณ 68% ใชแชอิ่มผลไม หรือ
                ทํานํ้าเกลือเขมขนประมาณ 16% สําหรับดองเค็ม

            อภิปรายตอไปเกี่ยวกับการใชนํ้าเปนตัวทําละลายในชีวิตประจําวัน เพื่อใหไดขอสรุปวา
สารสวนใหญละลายในนํ้าไดดี ในชีวิตประจําวันสวนใหญใชสารละลายที่มีนํ้าเปนตัวทําละลาย
ความรูเ กี่ยวกับการละลายของสารในตัวทําละลายตาง ๆ สามารถนําไปใชประโยชนในชีวิตประจํา
วันได ทังดานอุปโภค บริโภค นอกจากนี้ยังมีสารละลายอื่น ๆ ที่อยูในสถานะของแข็ง ดังแสดงใน
          ้
ตาราง 1.2 สําหรับการระบุปริมาณตัวละลายในสารละลาย จะมีวิธระบุอยางไรนั้น ใหศึกษาจาก
                                                                  ี
หัวขอ 1.2.2



ความรูเพิ่มเติมสําหรับครู
         การละลายได หมายความวา รวมเปนเนื้อเดียวกัน ถาไมละลายจะมีตะกอนหรือแยกชั้นกัน
ไมเปนเนื้อเดียว
         ความสามารถในการละลายของตัวละลาย ในตัวทําละลายใด ๆ มีเกณฑดังนี้
         ละลายไดดี หมายถึง ตัวละลายละลายไดมากกวา 1 กรัมในนํ้า 100 กรัม
         ละลายไดเล็กนอย หมายถึง ละลายไดมากกวา 0.1 กรัมในนํ้า 100 กรัม แตไมเกิน 1 กรัม
         ไมละลาย หมายถึง ละลายไดนอยกวา 0.1 กรัมในนํ้า 100 กรัม หรือไมละลายเลย



1.2.2 ความเขมขนของสารละลาย
         ใหผูเรียนศึกษาขอมูลเกี่ยวกับสารในชีวิตประจําวัน เชน จากฉลากอาหารที่ภาชนะบรรจุ
อาหาร ฉลากยา ที่ระบุชนิดและปริมาณสวนผสม อภิปรายวาฉลากดังกลาวบอกใหทราบขอมูล
อะไรบาง สารที่เปนสวนผสมมีปริมาณเทาไร มีสารใดบางที่เปนสารละลาย ใชหนวยอะไรในการ
บอกปริมาณสารนั้น
         อภิปรายตอไปวา ถาตองการเตรียมสารละลายใด ๆ ที่มีความเขมขนใหเทากันทุกครั้ง จะทํา
ไดอยางไร จะตองใชอุปกรณ เครื่องมือชนิดใดบาง เพื่อนําเขาสูกิจกรรม 1.7
73




กิจกรรม 1.7    การเตรียมสารละลายที่มีความเขมขนตาง ๆ

จุดประสงคของกิจกรรม
       1. เตรียมสารละลายที่มความเขมขนตามหนวยที่กําหนดได
                            ี
       2. ระบุไดวาสารละลายที่เตรียมไดมีสารใดเปนตัวละลาย และสารใดเปนตัวทําละลาย
       3. บอกความหมายของคําตอไปนี้ได ความเขมขนของสารละลาย รอยละโดยมวลตอมวล
           รอยละโดยมวลตอปริมาตร รอยละโดยปริมาตรตอปริมาตร สวนในพันสวน

เวลาที่ใช
         อภิปรายกอนกิจกรรม 20        นาที
         ทํากิจกรรม          50       นาที
         อภิปรายหลังกิจกรรม 50        นาที
         รวม                120       นาที

วัสดุอุปกรณและสารเคมี

                       รายการ                        ปริมาณตอ 10 กลุม
 1.   คอปเปอร (II) ซัลเฟต                               150 กรัม
 2.   บีกเกอรขนาด 250 cm3                                 20 ใบ
 3.   นํ้ากลั่น                                          2000 cm3
 4.   กระบอกตวงขนาด 100 cm3                                10 ใบ
 5.   แทงแกวคนสาร                                       10 อัน
 6.   ขวดนํ้ากลั่น                                        10 ขวด
 7.   หลอดหยด                                              10 อัน
 8.   เครื่องชั่ง                                       1 – 2 เครื่อง

อภิปรายกอนกิจกรรม
         การบอกปริมาตรของของเหลวในกระบอกตวง ใหสังเกตผิวหนาของของเหลวที่เปนเสน
โคง เติมของเหลวใหระดับโคงลางของผิวหนาของของเหลวตรงกับขีดบอกปริมาตร 100 cm3 จะได
ปริมาตรของเหลวใกลเคียงกับ 100 cm3 สําหรับสารละลายที่เตรียมในกิจกรรมนี้ใหทุกกลุมเก็บไว
ใชในกิจกรรม 1.8 ตอไป
74



ตัวอยางผลการทํากิจกรรม
        ไดสารละลายสีฟาทั้ง 2 บีกเกอร โดยบีกเกอรที่ใชคอปเปอร (II) ซัลเฟต 10 g จะไดสาร
ละลายที่มีสีฟาเขมกวา

อภิปรายหลังกิจกรรม
       ผูเ รียนรวมกันอภิปรายผลการทํากิจกรรม รวมทั้งตอบคําถามทายกิจกรรม

            ในการเตรียมสารละลายนี้ มีนํ้าเปนตัวทําละลาย และคอปเปอร (II) ซัลเฟต เปนตัว
            ละลาย
            สารละลายที่เตรียมไดมลักษณะใสสีฟา สวนนํ้าเปนของเหลวใสไมมีสี สําหรับคอป
                                    ี           
            เปอร (II) ซัลเฟต เปนของแข็งสีฟา
            สารละลายที่เตรียมไดในขอ 4. มีคอปเปอร (II) ซัลเฟต ซึ่งเปนตัวละลายอยู 5 กรัม ใน
            สารละลาย 100 cm3
            จะไดสารละลายทีมความเขมขนไมเทากัน สารละลายทีไดจากการละลายคอปเปอร (II)
                              ่ ี                              ่
            ซัลเฟต 10 g แลวเติมนํ้าใหครบ 100 cm3 จะไดสารละลายมีปริมาณเทากับ 100 cm3
            สารละลายที่ไดจึงเขมขนกวาสารละลายที่ไดจากกการละลายคอปเปอร (II) ซัลเฟต 10
            g ในนํ้า 100 cm3 ซึงจะไดสารละลายที่มีปริมาณมากกวา 100 cm3 สารละลายจึงเจือ
                                  ่
            จางกวา

        ผูเรียนอภิปรายรวมกันเกี่ยวกับความเขมขนของสารละลาย ในหนวยของรอยละ ซึ่งมี 3
ชนิด คือ รอยละโดยมวลตอปริมาตร รอยละโดยปริมาตรตอปริมาตร รอยละโดยมวลตอมวล ตาม
รายละเอียดในบทเรียน จนไดขอสรุปวา
        1. สารที่มีปริมาณมากกวา หรือสารที่มีสถานะเดียวกับสารละลาย จัดเปนตัวทําละลาย
               สวนสารที่มีปริมาณนอยกวาจัดเปนตัวละลาย
        2. การบอกปริมาณตัวละลายในสารละลาย นิยมบอกเปนความเขมขน สารละลายที่มีตัว
               ละลายมากกวามีความเขมขนมากกวาสารละลายที่มีตัวละลายนอยกวา
        3. สารละลายมีอยูทั้ง 3 สถานะ คือ ของเหลว เชน สารละลายคอปเปอร (II) ซัลเฟต สาร
               ละลายนํ้าตาล นํ้าเกลือ ของแข็ง ไดแก พวกโลหะผสมตาง ๆ เชน เหรียญบาท ทอง
               เหลือง นาก แกส เชน แกสหุงตม (บิวเทน 30% ละลายในโพรเพน 70%) อากาศ
               (ไนโตรเจน 78.1% ออกซิเจน 21.0% อื่น ๆ 0.9%)
        4. การบอกความเขมขนของสารละลาย อาจบอกเปนรอยละมวลตอปริมาตร (ของแข็ง +
               ของเหลว) รอยละโดยมวลตอมวล (ของแข็ง + ของแข็ง) รอยละโดยปริมาตรตอ
               ปริมาตร (ของเหลว + ของเหลว หรือ แกส + แกส)
75




ความรูเพิ่มเติมสําหรับครู
        อักษร K มาจากคําวา Karat = carat = กะรัต
        ดังนั้นทองคํา 24 K จึงหมายถึง ทองคําบริสุทธิ์ 24 K = 24 สวน หรือ 100%
        ทองคํา 18 K หมายถึงทองคํา 18 สวน ใน 24 สวน หรือ 75%



        อาจนําความรูเกี่ยวกับการเตรียมสารละลายที่มีความเขมขนตาง ๆ ไปใชประโยชน เชน
การเตรียมเอทานอล 70% ใชเปนแอลกอฮอลเช็ดแผล หรือการเลือกซื้อเครื่องประดับพวกทองคํา
ตองเลือกซื้อที่มีโลหะอื่นผสมอยูบาง ถาเปนทองคําแทงก็ตองเลือกซื้อทองคําบริสทธิ์ หรือการเลือก
                                                                                ุ
ซือผลิตภัณฑนํ้าผลไมพรอมดื่ม ก็ควรเลือกซื้อชนิดที่มีนํ้าผลไมมาก ๆ หรือ 100% เพื่อใหไดคณค
  ้                                                                                           ุ
จากนําผลไมมากที่สุด รวมทั้งการเลือกซื้อผลิตภัณฑอื่น ๆ ก็ควรเลือกดูวามีสารตาง ๆ เปนจํานวน
      ้                                                                  
รอยละเทาใด จะไดเลือกซื้อใชไดคุมคา และปลอดภัย
        จากนั้นผูเรียนรวมกันอภิปรายวา ถานําสารละลายที่มีอยูมาเตรียมเปนสารละลายที่เจือจาง
ลง จะบอกความเขมขนไดอยางไร เพื่อนําเขาสูกิจกรรม 1.8

กิจกรรม 1.8     การเตรียมสารละลายจากสารละลายที่มีอยูแลว

จุดประสงคของกิจกรรม
       1. เตรียมสารละลายที่เจือจางไดจากสารละลายที่เขมขนกวา
       2. บอกความเขมขนของสารละลายที่เตรียมไดในหนวยสวนในพันสวน (ppt)
       3. ยกตัวอยางการบอกความเขมขนของสารละลายที่มีหนวยเปนสวนในพันสวน

เวลาที่ใช
         อภิปรายกอนกิจกรรม       5       นาที
         ทํากิจกรรม              20       นาที
         อภิปรายหลังกิจกรรม      35       นาที
         รวม                     60       นาที

วัสดุอุปกรณและสารเคมี
                    รายการ                              ปริมาณตอ 10 กลุม
76



                      รายการ                             ปริมาณตอ 10 กลุม
 1.   สารละลายที่เตรียมไดจากกิจกรรม 1.7 ขอ 5                100 cm3
 2.   บีกเกอรขนาด 50 cm3 (หรือขวดใสซุปไกสกัด                40 ใบ
      แทนก็ได)                                                10 อัน
 3.   แทงแกวคนสาร                                            10 ใบ
 4.   กระบอกตวงขนาด 10 cm3                             10 อัน
 5.   หลอดหยด

อภิปรายกอนกิจกรรม
       การวัดปริมาตรของเหลว 1 cm3 อาจใชหลอดหยดนับจํานวนหยดเทียบเปน 1 cm3 ก็ได ถามี
กระบอกตวงขนาด 10 cm3 ไมเพียงพอ หรือใชหลอดฉีดยาพลาสติก

ตัวอยางผลการทํากิจกรรม

                                   ความเขมขนของสารละลาย
      บีกเกอรใบที่ 1         บีกเกอรใบที่ 2      บีกเกอรใบที่ 3              บีกเกอรใบที่ 4
                                   1/10                1/100                        1/1000
         1 สวน
                            1 สวนใน 10 สวน     1 สวนในรอยสวน             1 สวนในพันสวน

อภิปรายหลังกิจกรรม
        ผูเ รียนรวมกันอภิปราย และตอบคําถามทายกิจกรรม เพื่อสรุปวา เมื่อนําสารละลายที่มีอยู
เดิมมาเตรียมเปนสารละลายใหม จะไดสารละลายที่มีความเขมขนลดลง

               สีของสารละลายที่เตรียมไดในบีกเกอรแตละใบ มีความเขมตางกัน เรียงตามลําดับ
               จากสีเขมไปหาสีจางดังนี้
                       บีกเกอรใบที่ 1 สีเขม > บีกเกอรใบที่ 2 > บีกเกอรใบที่ 3 > บีกเกอรใบที่ 4
               นั่นคือ สารละลายในบีกเกอรใบที่ 1 มีสีเขมมากที่สด และสารละลายในบีกเกอรใบ
                                                                    ุ
               ที่ 4 จะมีสีจางที่สุด
               ถาสารละลายในบีกเกอรใบที่ 1 มีความเขมขนเปน 1 สวน สารละลายในบีกเกอรใบ
                                             1
               ที่ 2 จะมีความเขมขน = (หนึงสวนในสิบสวน) สวนสารละลายที่มีความเขมขน
                                                   ่
                                            10
                     1
               =           (หนึงสวนในพันสวน) คือสารละลายในบีกเกอรใบที่ 4
                               ่
                   1000
               จะใชวิธีนี้เตรียมสารละลายที่มีความเขมขนมากกวาสารละลายเดิมได ถาสารละลาย
               นีมตวละลายเปนของแข็งที่ไมระเหย หรือถาเปนของเหลว ของเหลวนั้นตองระเหย
                  ้ ีั
77



              ยาก จากนั้นก็นําสารละลายนี้ไประเหยตัวทําละลายออกไป ใหเหลือปริมาตรตาม
              ตองการ ก็จะไดสารละลายที่มีความเขมขนมากกวาเดิม

      อภิปรายตอไปวาจากการทํากิจกรรมที่ผานมาไดลงมือปฏิบัติเพื่อเตรียมสารละลายโดยเจือ
จางใหมีความเขมขนลดลงครั้งละ 10 เทา ดังนี้
        1. บีกเกอรใบที่ 1 เขมขน 10% โดยมวลตอปริมาตร เมื่อนํามา 1 cm3 แลวเติมนํ้าใหครบ
           10 cm3 ในบีกเกอรใบที่ 2 จะไดสารละลายที่มีความเขมขน 1%
           วิธีคํานวณ สารละลายเขมขน 10% (บีกเกอรใบที่ 1) หมายความวา
                         สารละลาย 100 cm3       มีเนื้อสาร = 10 กรัม
                                                               10 × 1 1
                         สารละลาย 1 cm3         มีเนื้อสาร =            =       กรัม
                                                                  100      10
                         จากนั้นนําสารละลาย 1 cm3 มาเติมนํ้ากลั่นใหครบ 10 cm3
                                                                           1
        หมายความวา สารละลาย 10 cm3 (บีกเกอรใบที่ 2) มีเนื้อสาร =            กรัม
                                                                          10
                                                                              1 × 100
                         ถา สารละลาย 100 cm3 (บีกเกอรใบที่ 2) มีเนื้อสาร =            = 1 กรัม
                                                                              10 × 10
                         นั่นคือ สารละลายในบีกเกอรใบที่ 2 เขมขน = 1%
        2. บีกเกอรใบที่ 2 เขมขน 1% โดยมวลตอปริมาตร เมื่อนํามา 1 cm3 แลวเติมนํ้ากลั่นให
           ครบ 10 cm3 ในบีกเกอรใบที่ 3 จะไดสารละลายที่มีความเขมขน 0.1 % คํานวณดังนี้
                    สารละลายเขมขน 1% (จากบีกเกอรใบที่ 2) เมื่อนํามา 1 cm3 เติมนํ้ากลั่นให
           ครบ 10 cm3 จะไดสารละลายบีกเกอรใบที่ 3 ซึ่งหมายความวา
                                                                           1
                         สารละลาย 10 cm3 (บีกเกอรใบที่ 3) มีเนื้อสาร =         กรัม
                                                                          100
                                                                                1 × 100
                         ถา สารละลาย 100 cm3 (บีกเกอรใบที่ 3) มีเนื้อสาร =              กรัม
                                                                               100 × 10
                                                                            = 0.1 กรัม
                         นั่นคือสารละลายในบีกเกอรใบที่ 3 เขมขน = 0.1%
        3. บีกเกอรใบที่ 3 เขนขน 0.1% โดยมวลตอปริมาตร เมื่อนํามา 1 cm3 แลวเติมนํ้ากลั่นให
           ครบ 10 cm3 ในบีกเกอร 4 จะไดสารละลายที่มีความเขมขน 0.01% อธิบายดังนี้
                    สารละลายเขมขน 0.1% (จากบีกเกอรใบที่ 3) เมื่อนํามา 1 cm3 เติมนํ้ากลั่นให
           ครบ 10 cm3 จะไดสารละลายบีกเกอรใบที่ 4 ซึ่งหมายความวา
                                                                            1
                         สารละลาย 10 cm3 (บีกเกอรใบที่ 4) มีเนื้อสาร =           กรัม
                                                                          1000
78



                                                                         1 × 100
                       ถา สารละลาย 100 cm3 (บีกเกอรใบที่ 3) มีเนื้อสาร =         กรัม
                                                                        1000 × 10
                                                                          1
                                                                      =      = 0.01 กรัม
                                                                        100
                       นั่นคือสารละลายในบีกเกอรใบที่ 4 เขมขน = 0.01%

         จากนั้นผูเรียนรวมกันอภิปรายตามบทเรียน เรื่องการระบุความเขมขนของสารละลายที่มี
ความเขมขนนอย นิยมบอกหนวยเปนสวนในพันสวน (ppt) หรือสวนในลานสวน (ppm) ยกตัว
อยางการระบุความเขมขนของสารละลายที่มีความเขมขนนอย ๆ ที่พบในทองถิ่น เชน ปริมาณเกลือ
ในนําที่ใชเลี้ยงกุงกุลาดํา มักใช 1 สวนในพันสวน
     ้

แหลงการเรียนรู
       1. หองสมุด (ดูที่ภาคผนวก)
       2. อินเทอรเน็ต (ดูที่ภาคผนวก)
       3. วีดทัศน (ดูที่ภาคผนวก)
              ิ
       4. โรงงานอุตสาหกรรมผลิตอาหาร ยา ผลิตภัณฑของชุมชน
       5. ภูมิปญญาทองถิ่น

         จากการสํารวจตรวจสอบ การอภิปราย การสืบคนขอมูลและตอบคําถามในบทเรียน ผูเรียน
ไดเรียนรูเกี่ยวกับสารรอบตัว เชน สารแขวนลอย คอลลอยด และสารละลายอยางไรบาง มีคําถาม
หรือปญหาอะไรอีกบางที่สนใจจะหาคําตอบโดยใชความรูเรื่องสารแขวนลอย คอลลอยด และสาร
ละลาย ใหอภิปรายและบันทึกไว จากคําถาม ขอสงสัยของผูเรียน ครูควรนําอภิปรายตอไปวา
นอกจากสมบัตเิ กี่ยวกับชนิดและปริมาณของตัวละลาย ตัวทําละลายในสารละลายตามที่ไดศึกษามา
แลว ยังมีสมบัติใดอีกบางที่นาสนใจจะศึกษา เพื่อนําไปสูกิจกรรมการเรียนรูในบทที่ 2 สารละลาย
                              
กรด – เบส
         ควรใชเวลาสําหรับตอนนี้ ประมาณ 60 นาที พรอมเฉลยคําถามทายบท

Subst 1

  • 1.
    49 1 สารรอบตัว ผลการเรียนรูที่คาดหวัง 1. สํารวจ ทดลอง วิเคราะห และอธิบายสมบัติทางกายภาพของสาร 2. จําแนกสารเปนกลุมตามลักษณะของเนื้อสารและขนาดของอนุภาค 3. สํารวจ ทดลอง และอธิบายความแตกตางระหวางสมบัติ ลักษณะเนื้อสารของสารเนื้อ เดียว สารเนื้อผสม ขนาดอนุภาคของสารแขวนลอย คอลลอยด สารละลาย 4. สํารวจและอธิบายองคประกอบของสารละลาย ความเขมขนของสารละลาย 5. เตรียมสารละลายที่มีความเขมขนตามหนวยที่กําหนด 6. ยกตั ว อย า งการใช ป ระโยชน จ ากสารละลายและนํ าความรู เ รื่ องสารละลายไปใช ประโยชนในชีวิตประจําวัน 7. อธิบายความหมายของคําตอไปนี้ได สารเนื้อเดียว สารเนื้อผสม สารแขวนลอย คอลลอยด สารละลาย ตัวทําละลาย ตัวละลาย ความเขมขนของสารละลาย แนวความคิดหลัก สารตาง ๆ รอบตัวมีสมบัติทั้งที่คลายกันและแตกตางกัน สมบัติของสารสามารถใชเปน เกณฑในการจัดกลุม ลักษณะเนื้อสารและขนาดของอนุภาคสารก็เปนเกณฑหนึ่งที่ใชในการจัดกลุม สาร ถาใชเนื้อสารเปนเกณฑในการจัดกลุมจะจัดไดเปนสารเนื้อเดียวและสารเนื้อผสม ถาใชขนาด ของอนุภาคสารเปนเกณฑ จะจัดไดเปนสารแขวนลอย คอลลอยด และสารละลาย สารแตละกลุมมี สมบัติและองคประกอบตางกัน สารแขวนลอยประกอบดวยอนุภาคที่มีขนาดใหญมองเห็นไดดวย ตาเปลา เมื่อตั้งไวอนุภาคที่เปนของแข็งจะตกตะกอน คอลลอยดประกอบดวยอนุภาคที่มีขนาดใกล เคียงกับความยาวคลื่นแสง เมื่อฉายแสงผานจะทําใหเกิดการกระเจิงแสง สารละลายเปนของผสม เนื้ อ เดี ย วที่ ป ระกอบด ว ยตั ว ทํ าละลายและตั ว ละลายซึ่ ง มี อ นุ ภ าคขนาดเล็ ก กว า อนุ ภ าคในสาร แขวนลอยและคอลลอยด การละลายของสารขึ้นอยูกับชนิดของตัวทําละลาย สารละลายที่มีตัวทํา ละลายเทากัน ถามีปริมาณตัวละลายตางกันจะมีความเขมขนตางกัน สามารถเตรียมสารละลายที่ ความเขมขนในหนวยที่กําหนดได เชน รอยละโดยมวลตอมวล รอยละโดยมวลตอปริมาตร รอยละ โดยปริมาตรตอปริมาตร บทนี้ควรใชเวลาประมาณ 14 ชั่วโมง 1.1 การจําแนกสารรอบตัว หัวขอนีมจุดมุงหมายใหสํารวจสมบัติทางกายภาพของสาร เชน ลักษณะเนื้อสาร ขนาดของ ้ ี อนุภาคสาร เพื่อใชเปนเกณฑในการจัดกลุมสาร แลววางแผน ออกแบบ หรือสรางแบบจําลอง แสดงการทํานํ้าใหสะอาดโดยใชความรูเรื่องลักษณะเนื้อสารและขนาดของอนุภาคสาร
  • 2.
    50 ผลการเรียนรูที่คาดหวัง 1. สํารวจ สังเกต สมบัติทางกายภาพของสารเพื่อใชเปนเกณฑในการจัดกลุมสาร และ อธิบายลักษณะของสารแตละกลุม 2. จัดกลุมสารไดเปนสารเนื้อเดียวและสารเนื้อผสมโดยใชลักษณะเนื้อสารเปนเกณฑ  3. จัดกลุมสารไดเปนสารแขวนลอย คอลลอยด และสารละลายโดยใชขนาดของอนุภาค สารเปนเกณฑ 4. อธิบายสมบัติและยกตัวอยางสารแขวนลอย คอลลอยด และสารละลายที่พบในชีวิต ประจําวัน 5. อธิบายการแยกสิ่งเจือปนออกจากนํ้าโดยการเติมสารบางอยางใหส่ิงเจือปนตกตะกอน และการกรอง 6. ออกแบบและสรางเครื่องกรองนํ้ าที่มีการเติมสารใหสิ่งเจือปนตกตะกอนและ/หรือ กรองสิ่งเจือปน 7. รวบรวมขอมูลเกี่ยวกับการทํานํ้าใหสะอาด นําเสนอขอมูลในรูปแบบตาง ๆ รวมทั้ง แบบจําลองแสดงวิธการทํานํ้าใหสะอาดที่ใชในทองถิ่น ี ผูเ รียนรวมกันอภิปรายเกี่ยวกับการจัดหมวดหมูสินคาที่ขายในตลาดสด ในรานชําใกลบาน ในโรงอาหารของโรงเรียน การจัดวางสิ่งของในบาน หรือการจัดหนังสือเปนหมวดหมูในหองสมุด ของโรงเรียน โดยรวมกันอภิปรายวาการจัดหมวดหมูสิ่งของในแตละแหงนั้น จัดอยางไร ใชอะไร เปนเกณฑ เพื่อนําเขาสูกิจกรรม 1.1 กิจกรรม 1.1 การจัดกลุมสารรอบตัว กิจกรรมนี้มีจุดมุงหมายเพื่อสํารวจ สังเกต สมบัติทางกายภาพของสาร และใชสมบัติของ สารเปนเกณฑในการจัดกลุมสาร จุดประสงคของกิจกรรม 1. สังเกต เปรียบเทียบสมบัติ ลักษณะที่ปรากฏของสารรอบตัว และอธิบายลักษณะของ สารเนื้อเดียวและสารเนื้อผสม 2. จัดกลุมสารเปนสารเนื้อเดียวและสารเนื้อผสม โดยใชลักษณะเนื้อสารเปนเกณฑ  3. ยกตัวอยางสารเนื้อเดียวและสารเนื้อผสมในชีวิตประจําวัน เวลาที่ใช อภิปรายกอนกิจกรรม 10 นาที ทํากิจกรรม 20 นาที อภิปรายหลังกิจกรรม 30 นาที
  • 3.
    51 รวม 60 นาที วัสดุอุปกรณและสารเคมี รายการ ปริมาณตอ 10 กลุม 1. ขาวสุก แกงจืด ดิน นมสด กระดาษ นํ้าตาล ชนิดละ 10 g หรือ 10 cm3 ทราย นํ้าอัดลม นํ้าโคลน นํ้าเกลือ นํ้าเชื่อม นําแปงสุก นํ้ากลั่น และสารอื่น ๆ ที่ผูเรียนสน ้ ใจนํามาทํากิจกรรม แนวการจัดกิจกรรม ผูเ รียนชวยกันจัดหาสารตัวอยางตามความสนใจของแตละกลุม โดยครูควรจะจัดหาไวดวย 1 ชุด ตามกิจกรรม 1.1 สังเกตลักษณะของสารแตละชนิดโดยละเอียด ไดแก ลักษณะเนื้อสาร สถานะ สี กลิน แลวพิจารณาความเหมือน ความแตกตางของสารแตละชนิด เพื่อจัดสารเปนกลุมโดยใช ่ สมบัตตาง ๆ เปนเกณฑในการจัดกลุม จากนั้นนําเสนอผลการจัดกลุมสารและเกณฑที่แตละกลุมใช ิ ในการจัดกลุมสาร รวมกันพิจารณาเปรียบเทียบการจัดกลุมสารที่ใชเกณฑตาง ๆ กัน อภิปรายหลังการทํากิจกรรม ผูเ รียนแตละกลุมอาจใชสถานะ สี กลิ่น ลักษณะเนื้อสาร เปนเกณฑในการจัดกลุมสาร ผลการจัดสารของแตละกลุมแตกตางกัน เชน • ใชสถานะ - สารที่เปนของแข็ง ไดแก ขาวสุก ดิน กระดาษ นํ้าตาลทราย - สารที่เปนของเหลว ไดแก แกงจืด นมสด นํ้าอัดลม นํ้าโคลน นํ้าเกลือ นํ้าเชื่อม นํ้าแปงสุก นํ้ากลั่น • ใชลกษณะเนื้อสาร - สารที่มลักษณะเปนเนื้อเดียวตลอด ไดแก ขาวสุก นมสด ั ี กระดาษ นํ้าตาลทราย นํ้าอัดลม นํ้าเกลือ นํ้าเชื่อม นํ้าแปง สุก นํ้ากลั่น - สารที่ไมเปนเนื้อเดียวตลอด ไดแก แกงจืด ดิน นํ้าโคลน • อื่น ๆ ถาจัดกลุมโดยใชลักษณะของเนื้อสารเปนเกณฑ อาจจัดไดเปนสารที่มีลักษณะเปนเนื้อ เดียวกับสารที่ไมเปนเนื้อเดียว จากผลการทํากิจกรรม การตอบคําถาม และการอภิปราย ควรสรุปไดวาถาใชเกณฑตางกันจะ  จัดกลุมสารรอบตัวไดตาง ๆ กัน ถาใชลักษณะเนื้อสารเปนเกณฑจะจัดสารไดเปน 2 กลุม คือสารที่มี  เนือเดียวตลอด อาจประกอบดวยสารเพียงชนิดเดียวหรือมากกวา 1 ชนิดก็ได และสารที่ไมเปนเนื้อ ้ เดียวตลอด ประกอบดวยสารมากกวา 1 ชนิด สามารถแยกไดดวยตาเปลา
  • 4.
    52 เราอาจนําความรูเกี่ยวกับการจัดกลุมสารรอบตัวไปใชประโยชน เชน การจัดสิ่งของเครื่องใช เครืองแตงกาย หรือหนังสือตาง ๆ ใหเปนระเบียบเรียบรอยตามลักษณะการใชงาน ทําใหหยิบใชได ่ สะดวก ถูกตอง และไมเกิดการสูญหาย ใหผูเรียนอภิปรายรวมกันเกี่ยวกับสารที่มีลักษณะเปนสารเนื้อเดียว แตยังไมสามารถสรุปได วาสารนั้นมีองคประกอบเพียงชนิดเดียว ตามรายละเอียดในบทเรียน เพื่อนําเขาสูเรื่องการจัดกลุม สาร 1.1.1 การจัดกลุมสารตามลักษณะเนื้อสารและขนาดของอนุภาค ผูเ รียนอภิปรายเกี่ยวกับการแยกของที่ผสมกันโดยการคัดขนาดของสาร เชน การรอนผาน ตะแกรง และยกตัวอยางของเหลวที่พบในชีวิตประจําวัน เชน นํ้าโคลน นมสด นํ้าหวานที่มีสี นํ้า เกลือ นําเชื่อม นํ้าสมสายชู นํ้าแปง นํ้าหมึก ถามีตัวอยางมาศึกษา ใหสังเกตลักษณะและอภิปราย ้ รวมกันเกียวกับลักษณะของของเหลวแตละชนิด ประกอบดวยอะไรบาง สารที่มีลักษณะเปนเนื้อ ่ เดียวมีองคประกอบเพียงชนิดเดียวหรือไม ทราบไดอยางไร ถาตองการทราบวาอนุภาคที่เปนองค ประกอบในของเหลวแตละชนิดมีขนาดตางกันอยางไร จะตรวจสอบไดอยางไร เพื่อนําไปสูการทํา กิจกรรม 1.2 กิจกรรม 1.2 การตรวจสอบขนาดของเนื้อสาร จุดประสงคของกิจกรรม 1. อธิบายสมบัติและยกตัวอยางสารแขวนลอย คอลลอยด และสารละลายที่พบในชีวต ิ ประจําวัน 2. ตรวจสอบและเปรียบเทียบขนาดของอนุภาคสารในนํ้าโคลน นมสด และนํ้าหวานสี แดงโดยใชกระดาษกรองและเซลโลเฟน 3. ใชขนาดของอนุภาคสารเปนเกณฑในการจัดกลุมสารไดเปนสารแขวนลอย คอลลอยด และสารละลาย เวลาที่ใช อภิปรายกอนกิจกรรม 10 นาที ทํากิจกรรม 40 นาที อภิปรายหลังกิจกรรม 30 นาที รวม 80 นาที
  • 5.
    53 วัสดุอุปกรณและสารเคมี รายการ ปริมาณตอ 10 กลุม 1. นําโคลน (หรือนํ้าแปงดิบ 1%) ้ 200 cm3 2. นมสด (หรือนํ้าแปงสุก 1%) 200 cm3 3. นําหวานที่ใสสี (หรือนํ้าสีผสมอาหาร 0.5%) ้ 200 cm3 4. บีกเกอรขนาด 50 cm3 60 ใบ 5. บีกเกอรขนาด 250 cm3 3 ใบ 6. กระดาษกรองขนาด ∅ 11 cm 30 แผน 7. กระดาษเซลโลเฟนขนาด 10 cm × 10 cm 30 แผน 8. กรวยพลาสติก 10 อัน 9. ขวดรูปกรวย ขนาด 250 cm3 10 ใบ 10. แทงแกวคนสาร 10 อัน 11. ขาตั้งพรอมที่จับ 10 ชุด 12. ยางรัดของ 30 เสน 13. ชอนตักสารเบอร 2 10 อัน การเตรียมลวงหนา 1. ตัดกระดาษเซลโลเฟนขนาด 10 cm × 10 cm กลุมละ 3 แผน 2. เตรียมนํ้าโคลน โดยใชนํ้าโคลน 1 cm3 ผสมนํ้ากลั่น หรือนํ้าประปา 250 cm3 คนใหเขา กัน หรือใชนํ้าแปงดิบแทน โดยใชแปงมัน 2.0 กรัม (ประมาณ 2 ชอนเบอร 2) ผสมกับ นํ้ากลั่น 200 cm3 คนใหเขากัน 3. เตรียมนมสด โดยใชนมสด 2.0 cm3 ผสมกับนํ้ากลั่นใหไดปริมาตรรวม 200 cm3 คนให เขากัน หรือใชน้าแปงสุกแทน โดยใชแปงมัน 2.0 กรัม (ประมาณ 2 ชอนเบอร 2) ละลาย ํ ในนํ้า 50 cm3 คนใหเขากัน แลวเติมนํ้าเดือดลงไปใหไดปริมาตรรวม 200 cm3 4. เตรียมนํ้าหวานที่ใสสี โดยใชนํ้าหวานเขมขน 2.0 cm3 ผสมกับนํ้ากลั่นใหไดปริมาตร รวม 200 cm3 หรือใชนํ้าสี โดยใชสีผสมอาหารครึ่งชอนเบอร 1 ละลายในนํ้ากลั่น 200 cm3 คนใหเขากัน หมายเหตุ นําโคลน นมสด นํ้าแปง ควรเตรียมใหมทุกครั้งกอนการทํากิจกรรม ้ อภิปรายกอนกิจกรรม 1. แนะนําวิธการทํากิจกรรม เชน ใชแทงแกวคนนํ้าโคลนหรือนํ้าแปงดิบทุกครั้งกอนที่จะ ี นําไปทดลอง เพราะนํ้าโคลนหรือนํ้าแปงดิบตกตะกอนไดงาย
  • 6.
    54 2. ผูเรียนตองสังเกตนํ้าในบีกเกอรทั้งกอนและหลังแชถุงเซลโลเฟน วามีลักษณะแตกตาง กันหรือไม อยางไร 3. เพือเปนการประหยัดเวลาและสารที่ใช อาจใหผูเรียนแตละกลุมตรวจสอบสารตัวอยาง ่ เพียง 1 ชนิด แลวนําผลมาอภิปรายรวมกัน ตัวอยางผลการทํากิจกรรม ลักษณะของเหลว ผลที่สังเกตได สารตัวอยาง ที่สังเกตได เมื่อกรองดวยกระดาษกรอง เมื่อผานเซลโลเฟน 1. นํ้าโคลน สีเทาดําขุน มีตะกอน มีตะกอนเทาดําติดอยูบน นํ้าในบีกเกอรไม กระดาษกรอง และไดของ เปลี่ยนแปลง เหลวใส (นํ้าแปงดิบ) สีขาวขุน มีตะกอน มีตะกอนขาวติดอยูบน นํ้าในบีกเกอรไม กระดาษกรอง และไดของ เปลี่ยนแปลง เหลวใส 2. นมสด สีขาวขุน ไมมตะกอน ไมมีสารตกคางบนกระดาษ ี นํ้าในบีกเกอรไม กรอง และไดของเหลวสีขาว เปลี่ยนแปลง ขุน (นํ้าแปงสุก) ของเหลวขุนเล็กนอย ไมมีสารตกคางบนกระดาษ นํ้าในบีกเกอรไม ไมมีตะกอน กรอง ไดของเหลวขุนเล็ก เปลี่ยนแปลง นอย 3. นําหวานใสสี ของเหลวใสมีสี ้ ไดของเหลวใสมีสี นํ้าในบีกเกอรมีสี (นํ้าสี) ของเหลวใสและมีสี ไดของเหลวใสและมีสเี ดียว นํ้าในบีกเกอรมีสเี ดียว เดียวกับสีที่ใชเตรียม กับสีที่ใชเตรียม กับสีที่ใชเตรียม อภิปรายหลังกิจกรรม จากผลการทํากิจกรรม การตอบคําถามทายกิจกรรม และการอภิปรายในกลุม แลวนําขอสรุป ของแตละกลุมมาอภิปรายรวมกัน เพื่อชวยกันสรุปสมบัติที่ตางกันของสารตัวอยางทั้ง 3 ชนิด ขอ สรุปที่ไดอาจเปนดังนี้ สารตัวอยางที่นํามาทํากิจกรรม เมื่อแบงตามลักษณะสาร จะแบงได 3 กลุม คือ กลุมที่ 1 มีลกษณะขุนหรือทึบแสง เมื่อตั้งไวจะตกตะกอน ไดแก นํ้าโคลนหรือ ั นํ้าแปงดิบ
  • 7.
    55 กลุมที่ 2 มีลกษณะขุน ทึบแสงหรือโปรงแสง ตั้งไวไมตกตะกอน ไดแก นมสด ั หรือนํ้าแปงสุก กลุมที่ 3 มีลกษณะใส ตั้งไวไมตกตะกอน ไดแก นํ้าหวานสีแดงหรือนํ้าสี ั เมื่อตรวจสอบการผานกระดาษกรองและถุงเซลโลเฟน รวมทั้งการอภิปรายความรูในบท เรียน จะสรุปไดวา - นํ้าโคลนหรือนํ้าแปงดิบไมสามารถผานทั้งกระดาษกรองและถุงเซลโลเฟน แสดงวา อนุภาคของสารในนํ้าโคลนหรือนํ้าแปงดิบมีขนาดใหญกวารูพรุนของกระดาษทั้งสอง ชนิด เมือตั้งทิ้งไวจะตกตะกอน สารกลุมนี้จัดเปนสารแขวนลอย ่ - นมสดหรือนํ้าแปงสุกสามารถผานกระดาษกรองได แตไมผานถุงเซลโลเฟน แสดงวา อนุภาคของสารในนมสดและนํ้าแปงสุกมีขนาดเล็กกวารูพรุนของกระดาษกรอง แต ใหญกวารูพรุนของถุงเซลโลเฟน เมื่อตั้งทิ้งไวไมตกตะกอน สารกลุมนี้จัดเปนคอล ลอยด - นํ้าหวานที่มีสีหรือนํ้าสีสามารถผานไดทั้งกระดาษกรองและถุงเซลโลเฟน แสดงวา อนุภาคของสารที่มีสีในนํ้าหวานหรือนํ้าสีเล็กกวารูพรุนของกระดาษทั้งสองชนิด เมื่อ ตังทิงไว ไมตกตะกอน สารกลุมนี้จัดเปนสารละลาย ้ ้ - การจัดกลุมสารโดยใชขนาดของอนุภาคสารเปนเกณฑ จะจัดไดเปนสารแขวนลอย คอลลอยด สารละลาย อภิปรายตอไปวาสารที่พบในชีวิตประจําวัน มีทั้งสารแขวนลอย เชน นํ้าคลอง คอลลอยด เชน นมสด และสารละลาย เชน นํ้าหวาน สารแตละกลุมมีสมบัติตางกัน อาจนําความรูเกี่ยวกับการตรวจสอบขนาดของเนื้อสารไปใชประโยชน เชน การใชแผน กรองอากาศในเครื่องปรับอากาศ หรือเครื่องฟอกอากาศ เพื่อกําจัดฝุนละอองออกจากอากาศ การ กรองกากมะพราวออกจากนํ้ากะทิ โดยใชผาขาวบางหรือกระชอนกรอง การกรองแปงที่โมละเอียด ออกจากนําแปง โดยใชถุงผาดิบ ทําใหไดนํ้ากะทิ หรือแปงผง ไปใชประโยชนตามตองการ ้ จากกิจกรรม 1.2 ทําใหทราบวานํ้าโคลนหรือนํ้าจากแหลงนํ้าตามธรรมชาติตาง ๆ เชน แมนา ลําคลอง หนอง บึง แตละแหลงมีลักษณะตางกัน ทั้งสี กลิ่น ความขุน เนื่องมาจากสารเจือปน ํ้ ที่อยูในนํ้าซึ่งบางชนิดเปนสารแขวนลอยที่อนุภาคมีขนาดใหญกวารูของกระดาษกรอง เมื่อจะใช ประโยชนจากแหลงนํ้าเหลานั้น จะมีวิธีแยกสิ่งเจือปนที่อยูในนํ้าออกไดอยางไร จากนั้นใหผูเรียน ทํากิจกรรม 1.3
  • 8.
    56 กิจกรรม 1.3 การแยกสิ่งเจือปนในนํ้า จุดประสงคของกิจกรรม 1. อธิบายหลักการแยกสิ่งเจือปนออกจากนํ้ าไดโดยการเติมสารบางอยางใหสิ่งเจือปน ตกตะกอนและการกรอง 2. ออกแบบและทํ าเครื่องกรองนํ้ าที่เติมสารใหสิ่งเจือปนตกตะกอนและ/หรือกรองสิ่ง เจือปน 3. รวบรวมขอมูลเกี่ยวกับการทํานํ้าใหสะอาด รวมทั้งนําเสนอขอมูลในรูปแบบตาง ๆ รวมทั้งเสนอแบบจําลองแสดงวิธีการทํานํ้าใหสะอาด เวลาที่ใช อภิปรายกอนกิจกรรม 10 นาที ทํากิจกรรม 60 นาที อภิปรายหลังกิจกรรม 30 นาที รวม 100 นาที วัสดุอุปกรณและสารเคมี รายการ ปริมาณตอ 10 กลุม 1. นําจากแหลงตาง ๆ อยางละ (ประมาณ 5 แหง) ้ 100 cm3 2. นํ้ากลั่น 100 cm3 3. สารสม (หรือ FeCl3) 25 กรัม 4. หลอดทดลองขนาดใหญ 50 หลอด 5. บีกเกอรขนาด 50 cm3 50 ใบ 6. กรวยกรอง 10 อัน 7. ขวดรูปกรวย ขนาด 250 cm3 10 ใบ 8. กระบอกตวงขนาด 10 cm3 10 ใบ 9. แทงแกวคนสาร 10 อัน 10. ชอนตักสาร 10 อัน 11. ขาตั้งพรอมที่จับหลอดทดลอง 10 ชุด 12. กระดาษกรองขนาด ∅ 11 cm 50 แผน 13. ที่ต้งหลอดทดลอง ั 10 อัน
  • 9.
    57 การเตรียมลวงหนา ใหผเู รียนชวยกันจัดหานํ้าจากแหลงตาง ๆ อยางละ 10 cm3 โดยครูควรจัดเตรียมไวดวย จํานวน 1 ชุด เชน นํ้าทิ้งจากครัวเรือน โรงอาหาร นํ้าจากแมนํ้า นํ้าคลอง นํ้าบอ เปนตน อภิปรายกอนกิจกรรม 1. ใหผูเรียนฝกเขยาหลอดทดลองที่มีนํ้าประปา โดยเคาะหลอดทดลองกับฝามือเบา ๆ (ตามรูปในหนังสือเรียนหนา 27) ไมใชนิ้วอุดปากหลอดแลวเขยา หรือเคาะหลอดกับ โตะ 2. การเติมสารสม ใหใชชอนเบอร 1 ตักสารใสลงไป 1 ชอน (1 ชอนเต็มปาด จะได สารสมประมาณ 0.5 กรัม) ตัวอยางผลการทํากิจกรรม ผลที่สังเกตได นํ้าจากแหลงนํ้าตาง ๆ สี กลิ่น ความขุน เมื่อผานกระดาษกรอง เมื่อเติมสารสม นํ้าโคลน นํ้าตาล มีกลิ่น ขุน ใสขึ้น แตยังมีตะกอนอยูบาง ใส มีตะกอนที่กนภาชนะ นํ้าแมนํ้า นํ้าตาล มีกลิ่น ขุน ใสขึ้น แตยังมีตะกอนอยูบาง ใส มีตะกอนที่กนภาชนะ นํ้าบอบาดาล ไมมีสี มีกลิ่น ใส ใส ใส นํ้าคลอง นํ้าตาล มีกลิ่น ขุน ใสขึ้น แตยังมีตะกอนอยูบาง ใส มีตะกอนที่กนภาชนะ นํ้ากลั่น ไมมีสี ไมมีกลิ่น ใส ใส ไมเปลี่ยนแปลง ใส ไมเปลี่ยนแปลง นํ้าทิ้งจากครัวเรือน ขุน มีนํ้ามันที่ มีกลิ่น ขุน ใสขึ้น แตยังมีน้ามันลอยที่ ํ ใส มีตะกอนที่กนภาชนะ  ผิวหนา ผิวหนา แตยังคงมีนํ้ามันลอยอยู อภิปรายหลังกิจกรรม นําทีใส ไมมีสี ยังอาจมีสิ่งเจือปน เพราะเมื่อเติมสารบางชนิดแลวไดตะกอนเกิดขึ้น ้ ่ ในนํ้ามีสิ่งเจือปนในรูปของสารแขวนลอย สารละลาย จากผลการทํากิจกรรม การตอบคําถามและการอภิปรายตามเนื้อหาในบทเรียน ควรไดขอ สรุปวานํ้าที่ใส ไมมีสี ยังอาจมีสิ่งเจือปน ซึ่งอาจเปนสารแขวนลอยหรือสารละลายก็ได การแยก สารที่เจือปนอยูในนํ้าทําไดหลายวิธี เชน • การกรอง โดยใชกระดาษกรอง ซึ่งเปนวิธีแยกสารที่ไมละลายนํ้าออกจากนํ้าหรือของ เหลว โดยสารเหลานั้นมีขนาดใหญกวารูพรุนของกระดาษกรอง จึงติดคางอยูบน กระดาษกรอง สวนนํ้าหรือของเหลวจะผานรูพรุนกระดาษกรองไปได นํ้าหรือของเหลว ทีกรองไดจะใสขึ้น ่
  • 10.
    58 • การเติมสารบางอยางลงไป เชน สารสม หรือไอรออน (III) คลอไรด, FeCl3 ทําใหสาร เจือปนตาง ๆ ตกตะกอน ไดนํ้าหรือของเหลวสวนบนที่ใสแยกจากกันไดงาย • สําหรับนําทิ้งจากครัวเรือน หรือนํ้าทิ้งที่มีน้ามันปนนั้น อาจแยกนํ้ามันออกไดบาง โดย ้ ํ ทําเครื่องกรองนํ้ามันอยางงายจากขวดนํ้าพลาสติก ขนาด 5 ลิตร หรือ 2 ลิตร โดยนําขวด นํ้ามาผากนขวดออก วางควํ่าลงจะมีลักษณะคลายกรวยกรอง แลวใสเศษวัสดุพวกขน เปด ขนไก เศษฟางขาว ตนออ กากชา เชือกฟางฉีกฝอย อยางใดอยางหนึ่ง ใสไวในขวด ใหเต็ม เศษวัสดุจะชวยดูดซับนํ้ามันไว ชวยลดปริมาณนํ้ามัน ไขมัน ที่ปนเปอนในนํ้าทิ้ง กอนปลอยออกสูสิ่งแวดลอม พรอมทั้งคอยเปลี่ยนเศษวัสดุบอย ๆ  อาจใหผูเรียนชวยกันออกแบบและทําชุดการกรองอยางงายโดยใชกอนถาน กรวดหยาบ (ขนาดประมาณเทาเมล็ดถั่วเขียว) กรวดละเอียด ทรายหยาบ และทรายละเอียด เปนวัสดุที่ใชกรอง นํ้ าใหใสขึ้น ตรวจสอบการใชงานโดยเปรียบเทียบนํ้าที่ยังไมผานเครื่องกรองกับนํ้าที่ผานเครื่อง กรองแลว จากนั้นนําชุดกรองนํ้าที่ไดนี้ไปปรับปรุงใหดีขึ้น เพื่อนําไปใชกรองนํ้าใชตอไป อภิปรายตอไปวา การกรองและการเติมสารบางชนิดใหสิ่งเจือปนตกตะกอนยังอาจแยกสิ่ง เจือปนออกจากนํ้าไมหมด นํ้าที่เห็นวาใสนั้นสะอาดพอที่จะใชบริโภคไดหรือไม ยังมีสารใดที่อาจ จะเจือปนอยูในนํ้าที่ใสบาง ถาตองการนํ้าสะอาดสําหรับการบริโภคจะตองทําอยางไร การทํานํ้าให สะอาดแตละกระบวนการตองมีคาใชจายเทาไร ทําอยางไรจึงจะลดคาใชจายในการทํานํ้าใหสะอาด พรอมทั้งชวยกันตอบคําถาม ทุก ๆ คนที่อยูภายในบาน ภายในชุมชน ทองถิ่น ตลอดจนทุกคนภายในประเทศตาง ๆ ทัวโลก ควรมีสวนรวมกันเฝาระวังรักษาคุณภาพของนํ้าและอนุรักษแหลงนํ้า เพราะวา ่ นํ้าจืดเปนทรัพยากรธรรมชาติที่จําเปนสําหรับสิ่งมีชีวิตทุกชีวิตที่อยูบนโลกนี้ ถาขาด นํ้าสะอาดแลวทุกๆชีวิตบนโลกนี้ก็จะมีชีวิตอยูไมได ดังนั้นจึงตองสรางจิตสํานึกรวม กันที่จะชวยกันดูแลรักษาคุณภาพนํ้าและอนุรักษแหลงนํ้าในธรรมชาติใหคงอยูตลอด ไป จากนันใหผูเรียนรวมกันทํากิจกรรมเพิ่มเติม ้ แนวการทํากิจกรรมเพิ่มเติม กิจกรรมนี้มีจุดมุงหมายใหผูเรียนไดสืบคนขอมูลจากแหลงความรูตาง ๆ เกี่ยวกับการทํา นําใหสะอาด เชน จากหนังสือ เอกสารในหองสมุด การประปานครหลวง การประปาสวนภูมิภาค ้ หนวยงานที่ผลิตนํ้าประปาในทองถิ่น วิทยากรในชุมชน อินเทอรเน็ต เปนตน จากนั้นสรางแบบ จํ าลองแสดงกระบวนการปรับปรุงคุณภาพนํ้ า แลวนํ ามาเสนอในชั้นเรียนหรือจัดแสดงในรูป นิทรรศการ โปสเตอร หรืออื่น ๆ
  • 11.
    59 ตัวอยางผลการทํากิจกรรม การทํานํ้าประปาใหสะอาดมีหลายวิธี เชน - การนํานํ้าประปามาตม - การกรองผานเครื่องกรองนํ้า - การกลั่น เปรียบเทียบวิธีการตาง ๆ ที่ใชในการทํานํ้าใหสะอาด - การตม โดยการนํานํ้าประปามาตม เปนวิธการที่สะดวก ประหยัด อุปกรณ ี งาย ๆ มีเพียงกาตมนํ้ากับเตาไฟเทานั้น และไดนํ้าที่สะอาดดวย เนื่องจากนํ้า ประปาไดผานกระบวนการผลิตมาแลว ซึ่งเปนนํ้าที่ดื่มได เมื่อนํามาตมให เดือดนานประมาณ 5 นาที จึงเปนนํ้าที่สะอาด ปราศจากเชื้อโรค - การกรองผานเครื่องกรองนํ้ า ถานํ านํ้ าประปามาผานเครื่องกรองนํ้ าที่เปน คอลัมน ซึ่งมีเม็ดเรซินชนิดแลกเปลี่ยนไอออนบวก (cation exchange resin beads) เม็ ดเรซินเหลานั้นจะทํ าหนาที่จับแคลเซียมไอออน (Ca2+) และ แมกนีเซียมไอออน (Mg2+) ซึงเปนสาเหตุทําใหนํ้ากระดางไว นํ้าที่ผานเครื่อง ่ กรองนํ้าจึงเปนนํ้าออนที่สะอาด แตอปกรณก็มีราคาคอนขางแพง เครื่องกรอง ุ นําบางชนิดที่มีอุปกรณสรางแสง UV หรือโอโซนสําหรับฆาเชื้อโรคดวยแสง ้ ยังมีราคาแพง แตก็จะไดนํ้าที่สะอาดยิ่งขึ้น - การกลั่น เปนวิธีการทํานํ้าใหสะอาดที่ดีที่สุด แตเปนวิธีที่แพง และอุปกรณก็ ซับซอน นํ้าที่ไดไมมีรสชาติ จึงไมนิยมนํามาใชทํานํ้าดื่ม แตเหมาะสําหรับใช ผสมทําเครื่องสําอาง ยานํ้า ยาฉีด เปนตน ควรใชเวลาสําหรับตอนนี้ประมาณ 60 นาที ความรูเพิ่มเติมสําหรับครู เครื่องกรองนํ้าดื่มสําหรับบาน* อุปกรณ 1. โองขนาดกลาง สูงประมาณ 45 cm (18 นิ้ว) หรือขนาดจุน้าประมาณ 2 ปบ จํานวน 3 ํ ใบ 2. สายยางใส เสนผานศูนยกลาง 0.5 cm ยาวประมาณ 2 m 3. ขั้วตอสายยาง 2 อัน
  • 12.
    60 วิธีเจาะ 1. เจาะตุมดวยคอนกับตะปูคอนกรีต กวางพอคับสายยาง 2. โอง 1 เจาะ 1 รู สูงจากกนโองประมาณ 5 cm 3. โอง 2 และ 3 เจาะ 2 รู รูลาง ใหเสมอกันโองรูบนวัดจากปากโองลงมาประมาณ 5 – 7 cm ตอสายยาง 1. ตอสายยางจากรูที่กนโอง 1 กับสายยางที่รูกนโอง 2 โดยใชขั้วตอ 2. ตอสายยางจากรูที่ปากโอง 2 กับสายยางที่รูกนโอง 3 โดยใชข้วตอ ั 3. เสียบสายยางที่รูปากโอง 3 และปลอยสายยางทิ้งไว วิธีบรรจุกรวดและทราย 1. บรรจุกรวดและทรายละเอียดที่สะอาดในโอง 2 และโอง 3 โดยใสกรวดลงกอน ใหสูงพอ มิดสายยาง เพื่อกันไมใหทรายเขาไปอุดรูสาย ยาง 2. ใสทรายละเอียดลงไป ใหความสูงของทรายอยู ใตรูบนประมาณ 3 cm * สุพงษ พัฒนจักร. เครื่องกรองนํ้าดื่มสะอาดสําหรับชาวบาน ใน นํ้าดื่มสะอาดสําหรับชาวบาน เอกสารเผยแพรตามโครงการ เกลือคุณภาพ นํ้าปลาคุณภาพ นํ้าดื่มสะอาด : ศิริราช 21. กรุงเทพฯ, ม.ป.ป.
  • 13.
    61 การยกระดับ ชวยใหการไหลของนํ้าดีขึ้น และปองกันการไหลยอนกลับ 1. โอง 1 สูงจากระดับพื้นประมาณ 50 cm 2. โอง 2 สูงจากระดับพื้นประมาณ 25 cm 3. โอง 3 สูงจากระดับพื้นประมาณ 7 cm วิธีกรอง 1. เทนํ้าลงในโอง 1 ใสคลอรีน และแกวงสารสม 10 – 15 รอบ (ใชคลอรีน 1 ชอนชา ตอ นํา 2 ปบ โดยประมาณ) ้ 2. นําจะไหลผานสายยางจากโอง 1 ไปยังโอง 2 ้ 3. นําจะถูกกรองโดยโอง 2 ผานกรวดและทรายเออขึ้นสวนทางกับแรงดึงดูดของโลกและ ้ ไหลออกทางสายยางที่ปากโอง 2 ไปยังกนโอง 3 4. นําจะถูกกรองจากโอง 3 เชนเดียวกับโอง 2 ้ 5. จํานวนนํ้าที่ไดจากโอง 3 ประมาณ 60 – 70 ลิตร /วัน วิธีการลางโอง เพียงถอดสายยางตรงขั้วตอออก ปลอยนํ้าจากกนโอง กรองที่ 2 และ 3 ออกจนหมดนํ้าขุนเทานั้น
  • 14.
    62 ผูเ รียนอภิปรายรวมกันโดยการทบทวนผลการทํากิจกรรม 1.2 ซึ่งไดจาแนกสารรอบตัวเปน ํ สารแขวนลอย คอลลอยด และสารละลาย โดยใชขนาดของอนุภาคเปนเกณฑ นอกจากขนาดของ อนุภาคแลว จะตรวจสอบสมบัติอื่น ๆ ของคอลลอยดไดอยางไรบาง ใหผูเรียนอภิปรายรวมกันเกี่ยวกับปรากฏการณในชีวิตประจําวัน เชน การเห็นลําแสงใน อากาศทีมฝุนละอองหรือมีหมอก เพราะเหตุใดเราจึงมองเห็นลําแสงได เพื่อนําเขาสูกิจกรรม 1 .4 ่ ี กิจกรรม 1.4 สมบัติบางประการของคอลลอยด กิจกรรมนี้มีจุดมุงหมายเพื่อศึกษาสมบัติบางประการของคอลลอยด และสามารถนําไปใช ประโยชนในชีวิตประจําวันได จุดประสงคของกิจกรรม 1. บอกความแตกตางที่เกิดจากการที่แสงสองผานสารแขวนลอย คอลลอยด และสาร ละลายได 2. ใชสมบัติการกระเจิงของแสงเพื่อตรวจสอบสารที่เปนคอลลอยดได 3. อธิบายปรากฏการณทินดอลลและยกตัวอยางปรากฏการณดังกลาวที่พบในชีวตประจํา ิ วันได เวลาที่ใช อภิปรายกอนกิจกรรม 5 นาที ทํากิจกรรม 20 นาที อภิปรายหลังกิจกรรม 35 นาที รวม 60 นาที วัสดุอุปกรณและสารเคมี รายการ ปริมาณตอ 10 กลุม 1. นํ้าเกลือ 1% 300 cm3 2. นํ้าดางทับทิม 0.1% 300 cm3 3. นมสด 1% 300 cm3 4. นํากะทิ 1% ้ 300 cm3 5. นํ้าโคลน 1% 300 cm3 6. นํ้าแปงสุก 0.1% 300 cm3 7. นํ้าสบู 1% 300 cm3 8. นํ้าเชื่อม 1% 300 cm3 9. นํ้ามันพืช 300 cm3
  • 15.
    63 รายการ ปริมาณตอ 10 กลุม 10. นําหวานสีแดง ้ 300 cm3 11. บีกเกอรขนาด 50 cm3 10 ใบ 12. กระบอกไฟฉาย พรอมถาน 2 กอน (หรือ Laser pointer) 10 กระบอก 13. กระดาษแข็งขนาดปดดานหนากระบอกไฟฉาย พรอม 10 แผน เจาะรูตรงกลาง มี ∅ ประมาณ 0.5 cm การเตรียมลวงหนา ใหผเู รียนแตละกลุมชวยกันจัดหาของเหลวตาง ๆ ที่สนใจมากลุมละหนึ่งชนิด โดยเฉพาะ สารทีหาไดงายหรือเปนผลิตภัณฑในทองถิ่น เชน นํ้ามะพราว นํ้าออย นํ้าตาลสด นํ้าชา และครูควร ่ จะจัดหาไวอยางนอย 1 ชุด ดังในตาราง 1. นําเกลือ ใชเกลือ 3 ชอนเบอร 2 ผสมกับนํ้ากลั่น 300 cm3 คนจนเกลือละลายหมด ้ 2. นําดางทับทิม ใชดางทับทิม 1 ชอนเบอร 1 (ประมาณ 0.3 g) ผสมกับนํ้ากลั่น 300 cm3 ้ คนจนดางทับทิมละลายหมด 3. นมสด ใชนมสด 3 ชอนเบอร 2 ผสมกับนํ้ากลั่น 300 cm3 คนใหเขากัน 4. นํากะทิ ใชน้ากะทิ 3 ชอนเบอร 2 (ประมาณ 3 g) ผสมกับนํ้ากลั่น 300 cm3 คนใหเขา ้ ํ กัน 5. นํ้าโคลน ใชดิน 3 ชอนเบอร 2 (ประมาณ 3 g) ผสมกับนํ้ากลั่น 300 cm3 คนใหเขากัน 6. นําแปงสุก ใชแปงมัน 1 ชอนเบอร 1 (ประมาณ 0.3 g) ละลายในนํ้า 10 cm3 คนใหเขา ้ กัน แลวเติมนํ้าเดือดลงไปใหไดปริมาตร 300 cm3 7. นํ้าสบู ใชเศษสบู 3 ชอนเบอร 2 (ประมาณ 3 g) ละลายในนํ้า 300 cm3 คนใหเขากัน 8. นําเชื่อม ใชนํ้าเชื่อม 3 ชอนเบอร 2 (ประมาณ 3 g) ละลายในนํ้า 300 cm3 คนใหเขากัน ้ หรือใชนํ้าตาลทราย 3 ชอนเบอร 2 ละลายในนํ้า 300 cm3 9. นําหวานสีแดง ใชนํ้าหวานเขมขน 3 ชอนเบอร 2 (ประมาณ 3 g) ละลายในนํ้า 300 cm3 ้ คนใหเขากัน อภิปรายกอนกิจกรรม การฉายไฟฉาย หรือ Laser pointer ควรวางอุปกรณใหชิดบีกเกอร และอาจใชกระดาษสีดํา หรือสีเขมรองใตกนบีกเกอรและดานหลังบีกเกอร จะชวยใหสังเกตลําแสงไดงายขึ้น และควรทํา  การทดลองในที่ที่มีแสงสวางนอย ๆ จะเห็นชัดเจนขึ้น
  • 16.
    64 ตัวอยางผลการทํากิจกรรม สารตัวอยาง ผลทีสังเกตไดเมื่อฉายแสงผาน ่ 1. นํ้าเกลือ มองไมเห็นลําแสงผานของเหลว 2. นํ้าดางทับทิม มองไมเห็นลําแสงผานของเหลว 3. นมสด มองเห็นลําแสงผานของเหลวอยางชัดเจน 4. นํ้ากะทิ มองเห็นลําแสงผานของเหลวอยางชัดเจน 5. นํ้าโคลน มองไมเห็นลําแสงผานของเหลว 6. นํ้าแปงสุก มองเห็นลําแสงผานของเหลวอยางชัดเจน 7. นํ้าสบู มองเห็นลําแสงผานของเหลวอยางชัดเจน 8. นํ้าเชื่อม มองไมเห็นลําแสงผานของเหลว 9. นํ้ามันพืช มองไมเห็นลําแสงผานของเหลว 10. นําหวานสีแดง ้ มองไมเห็นลําแสงผานของเหลว อภิปรายหลังกิจกรรม จากการทํากิจกรรม การตอบคําถาม การสืบคนขอมูลเพิ่มเติม และการอภิปรายรวมกัน ควร ไดขอสรุปวาเมื่อฉายแสงผานของเหลวที่มีสมบัติเปนคอลลอยด จะมองเห็นลําแสงอยางชัดเจน เนืองจากเกิดการกระเจิงของแสง เรียกวาปรากฏการณทินดอลล สวนสารแขวนลอยจะทึบแสง แสง ่ ไมสามารถผานได และสารละลายแสงผานไดตลอด จึงมองไมเห็นลําแสงในของเหลว พรอมทั้ง ชวยกันตอบคําถาม สารที่จัดเปนคอลลอยด ไดแก นมสด นํ้ากะทิ นํ้าแปงสุก นํ้าสบู ตรวจสอบได จากการกรองผานกระดาษกรองและเซลโลเฟน ดังรายละเอียดในกิจกรรม 1.2 ขนาดของสารที่เปนองคประกอบในของเหลว มีความสัมพันธกับการมองเห็นลํา แสงในของเหลว ถาอนุภาคของสารในของเหลวมีขนาดใหญ เชน ในสาร แขวนลอย และอนุภาคของสารในของเหลวมีขนาดเล็กมาก เชน ในสารละลาย จะ มองไมเห็นลําแสงในของเหลว แตถาเปนของเหลวที่มีสมบัติเปนคอลลอยด ซึ่ง อนุภาคของสารในของเหลวมีขนาดประมาณ 10-4 - 10-7 cm จะมองเห็นลําแสงใน ของเหลวได ผูเรียนอภิปรายเกี่ยวกับปรากฏการณทินดอลลในชีวิตประจําวัน และผลจากปรากฏการณ เชน การกระเจิงแสงของไฟหนารถยนตในอากาศที่มีฝุนละอองบางหรือมีหมอกบาง ทําใหแสงไฟ จากรถยนตมความสวางมากขึ้น เห็นไดชัดเจนขึ้น หรือการจุดคบเพลิงในถํ้าจะใหแสงสวางไดดีกวา ี ใชไฟฉาย เพราะในถํ้าไมมีฝุนละออง และใหชวยกันยกตัวอยางคอลลอยดที่พบในชีวิตประจําวัน
  • 17.
    65 พรอมทั้งศึกษาชนิดและสถานะของคอลลอยดเพิ่มเติมจากตาราง 1.1 แลวอภิปรายเกี่ยวกับคอล ลอยดอกประเภทหนึ่งคือ อิมัลชัน ซึ่งเปนสารที่ใชในชีวิตประจําวัน ไดแก การใชสบูอาบนํ้า การใช ี สารซักฟอกในการซักลาง ตามรายละเอียดในบทเรียน เพื่อนําไปสูขอสรุปวาอิมัลชันเปนของเหลว  ทีเ่ กิดจากการรวมตัวของสาร 2 ชนิดที่ไมรวมกัน เมื่อตั้งไวจะแยกชั้น แตถาเติมสารบางชนิดที่มี สมบัติเปนอิมัลซิไฟเออร จะทําใหของเหลวนั้นรวมกันได ควรใชเวลาสําหรับตอนนี้ประมาณ 30 นาที ความรูเพิ่มเติมสําหรับครู โดยปกติความยาวคลื่นของแสงขาวหรือแสงจากไฟฉายที่ใชมความยาวคลื่นประมาณ 308 ี – 720 nm (3.08 – 7.20 x 10-7 m) เมือฉายแสงผานไปในของเหลวใด ๆ ที่อนุภาคของสารในของ ่ เหลวกระจายปนอยูในของเหลวซึ่งโปรงแสง ถาสารที่กระจายปนอยูนั้นมีขนาดเล็กมาก คือมีเสน ผานศูนยกลางนอยกวาความยาวของคลื่นแสงที่ผานเขาไป แสงนั้นจะไมตกกระทบบนสาร จึงไม เกิดการสะทอนหรือการหักเหของแสง ทําใหมองไมเห็นวามีลําแสงผานของเหลวนั้น ถาสารที่กระจายปนอยูในของเหลวมีขนาดอนุภาคใหญพอ คือมีขนาดเสนผานศูนยกลาง ใกลเคียงกับความยาวของคลื่นแสง แสงจะตกกระทบบนอนุภาคสารและเกิดการสะทอนได และ เมือเกิดการสะทอนในทุก ๆ ทิศทาง ซึ่งเรียกวาเกิดการกระเจิง (scattering) ของแสง จะทําใหมอง ่ เห็นแสงผานของเหลวนั้น ในกรณีที่เลือกใช Laser pointer ( Laser = light amplification by stimulated emission of radiation) เปนแหลงกําเนิดแสง แสงที่ไดเปนแสงสีแดง ความยาวคลื่นประมาณ 630 – 680 nm (6.3 – 6.8 x 10-7 m) ซึงใกลเคียงกับขนาดของอนุภาคคอลลอยด จึงทําใหเกิดการกระเจิงแสงไดเชนกัน ่ แหลงการเรียนรู 1. หองสมุด (ดูที่ภาคผนวก) 2. อินเทอรเน็ต (ดูที่ภาคผนวก) 3. วีดทัศน (ดูที่ภาคผนวก) ิ 4. โรงงานอุตสาหกรรมผลิตอาหาร ยา ผลิตภัณฑของชุมชน 5. การประปานครหลวง การประปาสวนภูมิภาค หรือหนวยงานที่ผลิตนํ้าประปาใน ทองถิ่น 6. ภูมิปญญาทองถิ่น
  • 18.
    66 1.2 สารละลาย การเรียนในหัวขอนี้มีจุดมุงหมายใหผูเรียนรูจักสารละลายชนิดตาง ๆ ซึ่งมีอยูทั้ง 3 สถานะ และระบุสารที่เปนตัวละลาย ตัวทําละลาย ในสารละลายนั้น ๆ รวมทั้งบอกไดวาตัวละลายตางชนิด กัน สามารถละลายไดในตัวทําละลายตางกัน สําหรับปริมาณตัวละลายที่ละลายไดในตัวทําละลาย นิยมบอกเปนรอยละโดยมวลตอมวล รอยละโดยมวลตอปริมาตร รอยละโดยปริมาตรตอปริมาตร ในกรณีทมตวละลายอยูนอย อาจจะบอกความเขมขนเปนสวนในพันสวน (ppt) หรือ สวนในลาน ี่ ี ั สวน (ppm) ผลการเรียนรูที่คาดหวัง 1. ตรวจสอบ อธิบายสมบัตและยกตัวอยางสารเนื้อเดียวและสารละลายในชีวตประจําวัน ิ ิ พรอมทั้งระบุตัวละลายและตัวทําละลาย 2. ออกแบบวิธีการตรวจสอบความสามารถในการละลายของตัวละลายชนิดเดียวกันใน ตัวทําละลายตางชนิด และความสามารถในการละลายของตัวละลายชนิดตาง ๆ ในตัว ทําละลายชนิดเดียวกัน 3. ยกตัวอยางการนําความรูเกี่ยวกับสารละลายของสารในตัวทําละลายตาง ๆ ไปใช ประโยชนในชีวิตประจําวันได 4. เตรียมสารละลายที่มีความเขมขนตามหนวยที่กําหนดได และระบุไดวาสารละลายที่ เตรียมไดมีสารใดเปนตัวละลาย และสารใดเปนตัวทําละลาย 5. เตรียมสารละลายที่เจือจางไดจากสารละลายที่เขมขนกวา และบอกความเขมขนของ สารละลายที่เตรียมไดในหนวยสวนในพันสวน (ppt) 6. ยกตัวอยางการบอกความเขมขนของสารละลายที่มีหนวยเปนสวนในพันสวน 7. อธิบายความหมายของคําตอไปนี้ได สารละลาย ตัวทําละลาย ตัวละลาย ความเขมขน ของสารละลาย รอยละโดยมวลตอมวล รอยละโดยมวลตอปริมาตร รอยละโดย ปริมาตรตอปริมาตร สวนในพันสวน ใหผูเรียนรวมกันอภิปรายทบทวนกิจกรรม 1.2 เรื่องการตรวจสอบขนาดของสาร ซึ่งจัด กลุมสารไดเปนสารแขวนลอย คอลลอยด และสารละลาย สําหรับสารละลายที่มองเห็นวาใส และ เปนเนือเดียวนั้น จะมีองคประกอบอยางไรบาง ใหศึกษาจากกิจกรรม 1.5 ้ กิจกรรม 1.5 การตรวจสอบองคประกอบของสารเนื้อเดียว จุดประสงคของกิจกรรม 1. ตรวจสอบและแยกองคประกอบของสารเนื้อเดียวโดยการระเหยแหง
  • 19.
    67 2. ระบุตวละลายและตัวทําละลายในสารละลายที่พบในชีวิตประจําวัน ั 3. อธิบายสมบัติและยกตัวอยางสารเนื้อเดียวและสารละลายในชีวิตประจําวัน เวลาที่ใช อภิปรายกอนกิจกรรม 10 นาที ทํากิจกรรม 30 นาที อภิปรายหลังกิจกรรม 50 นาที รวม 90 นาที วัสดุอุปกรณและสารเคมี รายการ ปริมาณตอ 10 กลุม 1. นํ้าเชื่อม 1% 10 cm3 2. นํ้าเกลือ 1% 10 cm3 3. นํ้าอัดลม 10 cm3 4. กระบอกตวงขนาด 10 cm3 10 ใบ 5. จานหลุมโลหะ 10 อัน 6. ตะเกียงแอลกอฮอลพรอมที่กั้นลม 10 ชุด 7. คีมคีบโลหะ 10 อัน การเตรียมลวงหนา เตรียมสารละลายตาง ๆ ดังนี้ - นํ้าเชื่อม นํานํ้าตาลทราย 0.1 g มาละลายในนํ้า ตั้งไฟจนนํ้าตาลทรายละลาย หมด ทําใหมีปริมาตรเปน 10 cm3) - นําเกลือ นําเกลือ 0.1 g มาละลายในนํ้า ทําใหมีปริมาตรเปน 10 cm3 จะไดสาร ้ ละลายเขมขน 1% - นําอัดลม ใชนํ้าอัดลมชนิดที่ไมผสมสี ้ อภิปรายกอนกิจกรรม 1. การตมของเหลวในจานหลุมโลหะ ตองคอยระวังอยาใหของเหลวเดือดแรงเกินไป เพราะของเหลวจะกระเด็นออกมา 2. การใชตะเกียงแอลกอฮอล ใหใสแอลกอฮอลประมาณ 2/3 ของตัวตะเกียง ไมควรดึงไส ตะเกียงขึนมาสูงเกินไป เมื่อจะจุดตะเกียงใหจุดดวยไมขีดไฟ หามยกตะเกียงจุดตอกัน ้ เมือจะดับตะเกียงใหใชปดดวยฝาครอบตะเกียง อยาใชปากเปา ่
  • 20.
    68 ตัวอยางผลการทํากิจกรรม ของเหลวตัวอยาง ลักษณะของเหลวที่สังเกตได ผลที่สงเกตไดเมื่อนําไปตมจนแหง ั 1. นํ้าเชื่อม ของเหลวใสสีน้าตาลออน ํ มีตะกอนละเอียดสีขาวอยูกนจานหลุม 2. นํ้าเกลือ ของเหลวใส ไมมีสี มีตะกอนละเอียดสีขาวอยูกนจานหลุม 3. นํ้าอัดลม ของเหลวใส ไมมีสี มีตะกอนละเอียดสีขาวอยูกนจานหลุม อภิปรายหลังกิจกรรม จากผลการทํากิจกรรม การตอบคําถาม การอภิปรายรวมกัน ควรสรุปไดวาสารที่มีลักษณะ  ใส เปนเนื้อเดียว อาจมีองคประกอบมากกวาหนึ่งชนิด ของผสมที่เปนของเหลว ใส เปนสารเนื้อ เดียว เรียกวา สารละลาย ประกอบดวยตัวละลายและตัวทําละลาย ตัวอยางสารละลายที่พบในชีวิต ประจําวัน เชน นํ้าเกลือ นํ้าเชื่อม นํ้าอัดลม รวมทั้งนํ้าผลไมตาง ๆ ในธรรมชาติ เชน นํ้าตาลสด นํ้า มะพราว พรอมทั้งชวยกันตอบคําถาม สิ่งที่เหลืออยูบนจานหลุมโลหะแตละหลุมตางกัน ขึ้นอยูกับชนิดของของเหลวตัว อยางดังนี้ นํ้าเชื่อม จะมีตะกอนละเอียดสีขาว ซึ่งเปนนํ้าตาล นํ้าเกลือ จะมีตะกอนละเอียดสีขาว ซึ่งเปนเกลือ นํ้าอัดลม จะมีตะกอนละเอียดสีขาว ซึ่งเปนนํ้าตาล แตมปริมาณไมมากนัก ี การที่ มีสารเหลืออยู ใ นจานหลุม เพราะวาของเหลวที่นํ ามาระเหยแหงนั้นมีองค ประกอบมากกวาหนึ่งชนิด บางชนิดระเหยงายเมื่อไดรับความรอน บางชนิดเปนของ แข็งระเหยยาก จึงเหลือคางที่จานหลุมโลหะ ถาสารตัวอยางระเหยแหงบนจานหลุมโลหะหมดโดยไมมีสารใด ๆ เหลืออยูเลย ยัง สรุปไมไดวามีองคประกอบเพียงชนิดเดียว แตอาจเปนเพราะสารตัวอยางนั้นประกอบ ดวยสารชนิดเดียวหรือหลายชนิดที่ระเหยงายเมื่อไดรับความรอน เชนแกสหรือของ เหลว เมื่อนําไประเหยแหงจึงไมมีสารใด ๆ เหลือเลย จากนั้นรวมกันอภิปรายตามรายละเอียดในบทเรียน เกี่ยวกับการละลายของตัวละลายในตัว ทําละลาย เพื่อสรุปวาถาตัวละลายเปนของแข็งที่ระเหยไดยาก สวนตัวทําละลายระเหยงาย สามารถ แยกไดโดยวิธการระเหยแหง ตัวทําละลายจะระเหยไป และเหลือตัวละลายอยู ี อาจนําความรูเกี่ยวกับการตรวจสอบองคประกอบของสารไปใชประโยชน เชน การแยกตัว ละลายซึ่งเปนสารระเหยยากออกจากตัวทําละลายที่ระเหยไดงาย ดังกิจกรรมนี้สามารถแยกเกลือ
  • 21.
    69 ออกจากนํ้าเกลือได โดยการระเหยตัวทําละลายใหแหง นอกจากนี้อาจนําไปทําขิงผงเกกฮวยผง มะตูมผง เห็ดหอมผง ชาผง กาแฟผง ใหผเู รียนอภิปรายรวมกันเกี่ยวกับการละลายของสาร โดยใชตัวละลายตางชนิดกัน และการ ละลายของสารในตัวทําละลายตางชนิดกัน จะใหผลอยางไร ตามรายละเอียดในบทเรียน เพื่อนําเขา สูเรื่องการละลายของสาร 1.2.1 การละลายของสารในตัวทําละลาย การเรียนหัวขอนี้มีจุดมุงหมายเพื่อตรวจสอบสมบัติบางประการของสารละลาย เชน การ ละลายของสารในตัวทําละลาย ตัวละลายชนิดเดียวกันจะละลายในตัวทําละลายชนิดตาง ๆ ไดดีเทา กันหรือไม โดยใหผูเรียนรวมกันอภิปรายตามรายละเอียดในบทเรียนเพื่อนําเขาสูกิจกรรม 1.6 กิจกรรม 1.6 การละลายของสาร จุดประสงคของกิจกรรม 1. ออกแบบวิธีการตรวจสอบความสามารถในการละลายของตัวละลายชนิดเดียวกันใน ตัวทําละลายตางชนิด และความสามารถในการละลายของตัวละลายชนิดตาง ๆ ในตัว ทําละลายชนิดเดียวกัน 2. ยกตัวอยางการนํ าความรูเกี่ยวกับสารละลายของสารในตัวทํ าละลายตาง ๆ ไปใช ประโยชนในชีวิตประจําวันได เวลาที่ใช อภิปรายกอนกิจกรรม 10 นาที ทํากิจกรรม 60 นาที อภิปรายหลังกิจกรรม 50 นาที รวม 120 นาที วัสดุอุปกรณและสารเคมี รายการ ปริมาณตอ 10 กลุม ตอนที่ 1 1. เอทานอล 10 cm3 2. นํ้ากลั่น 10 cm3 3. นํ้าตาลทราย 3g 4. โซเดียมคลอไรด (เกลือแกง) 3g 5. สีผสมอาหาร 3g
  • 22.
    70 รายการ ปริมาณตอ 10 กลุม 6. สารอื่น ๆ ที่ผูเรียนตองการจะศึกษา ชนิดละ 0.3 g 7. หลอดทดลองขนาดเล็ก 80 หลอด 8. หลอดหยด 10 อัน 9. ที่ตั้งหลอดทดลอง 10 อัน ตอนที่ 2 20 cm3 1. เอทานอล 2 cm3 2. นํ้ากลั่น 20 cm3 3. นํ้ามันพืช 2 cm3 4. นํ้าตาลทราย 3.0 g 5. ดินเหนียวบดละเอียด 3.0 g 6. คอปเปอร (II) ซัลเฟต 3.0 g 7. หลอดทดลองขนาดเล็ก 50 หลอด 8. หลอดหยด 10 อัน 9. ที่ตั้งหลอดทดลอง 10 อัน อภิปรายกอนกิจกรรม 1. ปริมาณสารที่ใช ถาเปนของเหลว 1 cm3 อาจใชหลอดหยดจํานวน 20 หยด แทนได ถาเปนของแข็ง 0.3 กรัม อาจใชชอนเบอร 1 เต็มชอนปาดแทนไดเชนกัน 2. การเขยาหลอดทดลองใหสารละลายเขากันนั้น ใหเขยาโดยเคาะหลอดทดลองกับฝามือ จะชวยใหสารละลายไดงายขึ้น แตตองระวังไมเขยาแรงจนกระเด็นหรือเบาเกินไปจน ไมละลาย และใหเขยาแตละครั้งนานประมาณ 1 นาที ตัวอยางผลการทดลอง ตอนที่ 1 ผลที่สังเกตไดเมื่อละลายใน สารตัวอยาง นํ้า เอทานอล นํ้าตาลทราย ละลายได สารละลายใส ไมมีสี ไมละลาย เปนเนื้อเดียวกัน โซเดียมคลอไรด (เกลือแกง) ละลายได สารละลายใส ไมมสี ไมละลาย ี เปนเนื้อเดียวกัน สีผสมอาหาร (แดง) ละลายได สารละลายใสสีแดง ละลายได สารละลายใสสีแดง อื่น ๆ ดูจากผลการทดลอง ดูจากผลการทดลอง
  • 23.
    71 อภิปรายหลังกิจกรรม จากผลการทํากิจกรรม การตอบคําถาม และการอภิปราย ควรสรุปไดวาตัวละลายชนิดเดียว  กันละลายในตัวทําละลายตางชนิดกันไดตางกัน และตัวละลายตางชนิดกันละลายในตัวทําละลาย ชนิดเดียวกันไดตางกัน ลักษณะของสารกอนและหลังการละลาย มีทั้งที่เหมือนกันและแตกตางกัน ดังนี้ นําตาลทรายเปนของแข็ง เปนเกล็ดสีขาวใส ตางกับเกลือแกงซึ่งเปนของแข็งสี ้ ขาวขุน แตสารทั้งสองนี้เมื่อละลายนํ้าจะไดสารละลายใส ไมมีสเี หมือนกัน และสารทั้ง สองนีจะตางจากสีผสมอาหาร ซึ่งมีลักษณะเปนผง เมื่อละลายนํ้าหรือแอลกอฮอล จะ ้ ไดสารละลายใส มีสี ตัวละลายตางชนิดกัน ละลายในนํ้าไดดีตางกัน โซเดียมคลอไรดและสีผสมอาหารจะ ละลายไดดี เพราะเปนผงละเอียด สวนนํ้าตาลทรายเม็ดใหญกวา ละลายไดชากวา แต  ละลายไดทั้งหมด สวนนํ้าตาลทรายและเกลือแกงไมละลายในเอทานอล แตสีผสม อาหารละลายไดในเอทานอล ตัวอยางผลการทดลอง ตอนที่ 2 ผลที่สังเกตไดเมื่อเติม ตัวทําละลาย ดินเหนียว คอปเปอร (II) เอทานอล นํ้ามันพืช นําตาลทราย ้ บดละเอียด ซัลเฟต นํ้า ละลายได ไมละลาย ละลายได ละลายไดเล็ก ละลายได ของเหลวใส แยกชั้น ของเหลวใส นอย สาร ของเหลวใสสี เปนเนื้อเดียว เปนเนื้อเดียว ละลายขุนขาว ฟา เปนเนื้อ มีตะกอนอยู เดียว กนหลอด อภิปรายหลังกิจกรรม จากผลการทํากิจกรรม และคําถามทายกิจกรรม ควรไดขอสรุปวา ตัวละลายตางชนิดกัน ละลายในตัวทําละลายชนิดเดียวกันไดตางกัน การละลายของสารขึ้นอยูกับชนิดของตัวละลายและ ตัวทําละลาย ถาตองการทราบว าสารใดละลายนํ้ าไดมากที่สุด สามารถตรวจสอบไดโดยเพิ่ม ปริมาณตัวละลายในตัวทําละลาย ครั้งละเทา ๆ กัน ถาตัวละลายชนิดใดละลายได
  • 24.
    72 ปริมาณมากที่สุด แสดงวาสารนั้นละลายนํ้าไดมากที่สุด การตรวจสอบนี้ตองควบคุม ปริมาณตัวทําละลายและอุณหภูมใหคงที่ ิ ความรูเกี่ยวกับการละลายของสารในตัวทําละลายตาง ๆ นําไปใชประโยชนในชีวต ิ ประจําวันไดมากมาย เชน - การนําเชลแล็กมาละลายในแอลกอฮอล แลวใชเปนนํ้ายาทาไมและเฟอรนิเจอร ตาง ๆ เพื่อชวยรักษาเนื้อไมและเพื่อความสวยงาม - การละลายนํ้าตาลทรายในนํ้าใหมีความเขมขนประมาณ 68% ใชแชอิ่มผลไม หรือ ทํานํ้าเกลือเขมขนประมาณ 16% สําหรับดองเค็ม อภิปรายตอไปเกี่ยวกับการใชนํ้าเปนตัวทําละลายในชีวิตประจําวัน เพื่อใหไดขอสรุปวา สารสวนใหญละลายในนํ้าไดดี ในชีวิตประจําวันสวนใหญใชสารละลายที่มีนํ้าเปนตัวทําละลาย ความรูเ กี่ยวกับการละลายของสารในตัวทําละลายตาง ๆ สามารถนําไปใชประโยชนในชีวิตประจํา วันได ทังดานอุปโภค บริโภค นอกจากนี้ยังมีสารละลายอื่น ๆ ที่อยูในสถานะของแข็ง ดังแสดงใน ้ ตาราง 1.2 สําหรับการระบุปริมาณตัวละลายในสารละลาย จะมีวิธระบุอยางไรนั้น ใหศึกษาจาก ี หัวขอ 1.2.2 ความรูเพิ่มเติมสําหรับครู การละลายได หมายความวา รวมเปนเนื้อเดียวกัน ถาไมละลายจะมีตะกอนหรือแยกชั้นกัน ไมเปนเนื้อเดียว ความสามารถในการละลายของตัวละลาย ในตัวทําละลายใด ๆ มีเกณฑดังนี้ ละลายไดดี หมายถึง ตัวละลายละลายไดมากกวา 1 กรัมในนํ้า 100 กรัม ละลายไดเล็กนอย หมายถึง ละลายไดมากกวา 0.1 กรัมในนํ้า 100 กรัม แตไมเกิน 1 กรัม ไมละลาย หมายถึง ละลายไดนอยกวา 0.1 กรัมในนํ้า 100 กรัม หรือไมละลายเลย 1.2.2 ความเขมขนของสารละลาย ใหผูเรียนศึกษาขอมูลเกี่ยวกับสารในชีวิตประจําวัน เชน จากฉลากอาหารที่ภาชนะบรรจุ อาหาร ฉลากยา ที่ระบุชนิดและปริมาณสวนผสม อภิปรายวาฉลากดังกลาวบอกใหทราบขอมูล อะไรบาง สารที่เปนสวนผสมมีปริมาณเทาไร มีสารใดบางที่เปนสารละลาย ใชหนวยอะไรในการ บอกปริมาณสารนั้น อภิปรายตอไปวา ถาตองการเตรียมสารละลายใด ๆ ที่มีความเขมขนใหเทากันทุกครั้ง จะทํา ไดอยางไร จะตองใชอุปกรณ เครื่องมือชนิดใดบาง เพื่อนําเขาสูกิจกรรม 1.7
  • 25.
    73 กิจกรรม 1.7 การเตรียมสารละลายที่มีความเขมขนตาง ๆ จุดประสงคของกิจกรรม 1. เตรียมสารละลายที่มความเขมขนตามหนวยที่กําหนดได ี 2. ระบุไดวาสารละลายที่เตรียมไดมีสารใดเปนตัวละลาย และสารใดเปนตัวทําละลาย 3. บอกความหมายของคําตอไปนี้ได ความเขมขนของสารละลาย รอยละโดยมวลตอมวล รอยละโดยมวลตอปริมาตร รอยละโดยปริมาตรตอปริมาตร สวนในพันสวน เวลาที่ใช อภิปรายกอนกิจกรรม 20 นาที ทํากิจกรรม 50 นาที อภิปรายหลังกิจกรรม 50 นาที รวม 120 นาที วัสดุอุปกรณและสารเคมี รายการ ปริมาณตอ 10 กลุม 1. คอปเปอร (II) ซัลเฟต 150 กรัม 2. บีกเกอรขนาด 250 cm3 20 ใบ 3. นํ้ากลั่น 2000 cm3 4. กระบอกตวงขนาด 100 cm3 10 ใบ 5. แทงแกวคนสาร 10 อัน 6. ขวดนํ้ากลั่น 10 ขวด 7. หลอดหยด 10 อัน 8. เครื่องชั่ง 1 – 2 เครื่อง อภิปรายกอนกิจกรรม การบอกปริมาตรของของเหลวในกระบอกตวง ใหสังเกตผิวหนาของของเหลวที่เปนเสน โคง เติมของเหลวใหระดับโคงลางของผิวหนาของของเหลวตรงกับขีดบอกปริมาตร 100 cm3 จะได ปริมาตรของเหลวใกลเคียงกับ 100 cm3 สําหรับสารละลายที่เตรียมในกิจกรรมนี้ใหทุกกลุมเก็บไว ใชในกิจกรรม 1.8 ตอไป
  • 26.
    74 ตัวอยางผลการทํากิจกรรม ไดสารละลายสีฟาทั้ง 2 บีกเกอร โดยบีกเกอรที่ใชคอปเปอร (II) ซัลเฟต 10 g จะไดสาร ละลายที่มีสีฟาเขมกวา อภิปรายหลังกิจกรรม ผูเ รียนรวมกันอภิปรายผลการทํากิจกรรม รวมทั้งตอบคําถามทายกิจกรรม ในการเตรียมสารละลายนี้ มีนํ้าเปนตัวทําละลาย และคอปเปอร (II) ซัลเฟต เปนตัว ละลาย สารละลายที่เตรียมไดมลักษณะใสสีฟา สวนนํ้าเปนของเหลวใสไมมีสี สําหรับคอป ี  เปอร (II) ซัลเฟต เปนของแข็งสีฟา สารละลายที่เตรียมไดในขอ 4. มีคอปเปอร (II) ซัลเฟต ซึ่งเปนตัวละลายอยู 5 กรัม ใน สารละลาย 100 cm3 จะไดสารละลายทีมความเขมขนไมเทากัน สารละลายทีไดจากการละลายคอปเปอร (II) ่ ี ่ ซัลเฟต 10 g แลวเติมนํ้าใหครบ 100 cm3 จะไดสารละลายมีปริมาณเทากับ 100 cm3 สารละลายที่ไดจึงเขมขนกวาสารละลายที่ไดจากกการละลายคอปเปอร (II) ซัลเฟต 10 g ในนํ้า 100 cm3 ซึงจะไดสารละลายที่มีปริมาณมากกวา 100 cm3 สารละลายจึงเจือ ่ จางกวา ผูเรียนอภิปรายรวมกันเกี่ยวกับความเขมขนของสารละลาย ในหนวยของรอยละ ซึ่งมี 3 ชนิด คือ รอยละโดยมวลตอปริมาตร รอยละโดยปริมาตรตอปริมาตร รอยละโดยมวลตอมวล ตาม รายละเอียดในบทเรียน จนไดขอสรุปวา 1. สารที่มีปริมาณมากกวา หรือสารที่มีสถานะเดียวกับสารละลาย จัดเปนตัวทําละลาย สวนสารที่มีปริมาณนอยกวาจัดเปนตัวละลาย 2. การบอกปริมาณตัวละลายในสารละลาย นิยมบอกเปนความเขมขน สารละลายที่มีตัว ละลายมากกวามีความเขมขนมากกวาสารละลายที่มีตัวละลายนอยกวา 3. สารละลายมีอยูทั้ง 3 สถานะ คือ ของเหลว เชน สารละลายคอปเปอร (II) ซัลเฟต สาร ละลายนํ้าตาล นํ้าเกลือ ของแข็ง ไดแก พวกโลหะผสมตาง ๆ เชน เหรียญบาท ทอง เหลือง นาก แกส เชน แกสหุงตม (บิวเทน 30% ละลายในโพรเพน 70%) อากาศ (ไนโตรเจน 78.1% ออกซิเจน 21.0% อื่น ๆ 0.9%) 4. การบอกความเขมขนของสารละลาย อาจบอกเปนรอยละมวลตอปริมาตร (ของแข็ง + ของเหลว) รอยละโดยมวลตอมวล (ของแข็ง + ของแข็ง) รอยละโดยปริมาตรตอ ปริมาตร (ของเหลว + ของเหลว หรือ แกส + แกส)
  • 27.
    75 ความรูเพิ่มเติมสําหรับครู อักษร K มาจากคําวา Karat = carat = กะรัต ดังนั้นทองคํา 24 K จึงหมายถึง ทองคําบริสุทธิ์ 24 K = 24 สวน หรือ 100% ทองคํา 18 K หมายถึงทองคํา 18 สวน ใน 24 สวน หรือ 75% อาจนําความรูเกี่ยวกับการเตรียมสารละลายที่มีความเขมขนตาง ๆ ไปใชประโยชน เชน การเตรียมเอทานอล 70% ใชเปนแอลกอฮอลเช็ดแผล หรือการเลือกซื้อเครื่องประดับพวกทองคํา ตองเลือกซื้อที่มีโลหะอื่นผสมอยูบาง ถาเปนทองคําแทงก็ตองเลือกซื้อทองคําบริสทธิ์ หรือการเลือก ุ ซือผลิตภัณฑนํ้าผลไมพรอมดื่ม ก็ควรเลือกซื้อชนิดที่มีนํ้าผลไมมาก ๆ หรือ 100% เพื่อใหไดคณค ้ ุ จากนําผลไมมากที่สุด รวมทั้งการเลือกซื้อผลิตภัณฑอื่น ๆ ก็ควรเลือกดูวามีสารตาง ๆ เปนจํานวน ้  รอยละเทาใด จะไดเลือกซื้อใชไดคุมคา และปลอดภัย จากนั้นผูเรียนรวมกันอภิปรายวา ถานําสารละลายที่มีอยูมาเตรียมเปนสารละลายที่เจือจาง ลง จะบอกความเขมขนไดอยางไร เพื่อนําเขาสูกิจกรรม 1.8 กิจกรรม 1.8 การเตรียมสารละลายจากสารละลายที่มีอยูแลว จุดประสงคของกิจกรรม 1. เตรียมสารละลายที่เจือจางไดจากสารละลายที่เขมขนกวา 2. บอกความเขมขนของสารละลายที่เตรียมไดในหนวยสวนในพันสวน (ppt) 3. ยกตัวอยางการบอกความเขมขนของสารละลายที่มีหนวยเปนสวนในพันสวน เวลาที่ใช อภิปรายกอนกิจกรรม 5 นาที ทํากิจกรรม 20 นาที อภิปรายหลังกิจกรรม 35 นาที รวม 60 นาที วัสดุอุปกรณและสารเคมี รายการ ปริมาณตอ 10 กลุม
  • 28.
    76 รายการ ปริมาณตอ 10 กลุม 1. สารละลายที่เตรียมไดจากกิจกรรม 1.7 ขอ 5 100 cm3 2. บีกเกอรขนาด 50 cm3 (หรือขวดใสซุปไกสกัด 40 ใบ แทนก็ได) 10 อัน 3. แทงแกวคนสาร 10 ใบ 4. กระบอกตวงขนาด 10 cm3 10 อัน 5. หลอดหยด อภิปรายกอนกิจกรรม การวัดปริมาตรของเหลว 1 cm3 อาจใชหลอดหยดนับจํานวนหยดเทียบเปน 1 cm3 ก็ได ถามี กระบอกตวงขนาด 10 cm3 ไมเพียงพอ หรือใชหลอดฉีดยาพลาสติก ตัวอยางผลการทํากิจกรรม ความเขมขนของสารละลาย บีกเกอรใบที่ 1 บีกเกอรใบที่ 2 บีกเกอรใบที่ 3 บีกเกอรใบที่ 4 1/10 1/100 1/1000 1 สวน 1 สวนใน 10 สวน 1 สวนในรอยสวน 1 สวนในพันสวน อภิปรายหลังกิจกรรม ผูเ รียนรวมกันอภิปราย และตอบคําถามทายกิจกรรม เพื่อสรุปวา เมื่อนําสารละลายที่มีอยู เดิมมาเตรียมเปนสารละลายใหม จะไดสารละลายที่มีความเขมขนลดลง สีของสารละลายที่เตรียมไดในบีกเกอรแตละใบ มีความเขมตางกัน เรียงตามลําดับ จากสีเขมไปหาสีจางดังนี้ บีกเกอรใบที่ 1 สีเขม > บีกเกอรใบที่ 2 > บีกเกอรใบที่ 3 > บีกเกอรใบที่ 4 นั่นคือ สารละลายในบีกเกอรใบที่ 1 มีสีเขมมากที่สด และสารละลายในบีกเกอรใบ ุ ที่ 4 จะมีสีจางที่สุด ถาสารละลายในบีกเกอรใบที่ 1 มีความเขมขนเปน 1 สวน สารละลายในบีกเกอรใบ 1 ที่ 2 จะมีความเขมขน = (หนึงสวนในสิบสวน) สวนสารละลายที่มีความเขมขน ่ 10 1 = (หนึงสวนในพันสวน) คือสารละลายในบีกเกอรใบที่ 4 ่ 1000 จะใชวิธีนี้เตรียมสารละลายที่มีความเขมขนมากกวาสารละลายเดิมได ถาสารละลาย นีมตวละลายเปนของแข็งที่ไมระเหย หรือถาเปนของเหลว ของเหลวนั้นตองระเหย ้ ีั
  • 29.
    77 ยาก จากนั้นก็นําสารละลายนี้ไประเหยตัวทําละลายออกไป ใหเหลือปริมาตรตาม ตองการ ก็จะไดสารละลายที่มีความเขมขนมากกวาเดิม อภิปรายตอไปวาจากการทํากิจกรรมที่ผานมาไดลงมือปฏิบัติเพื่อเตรียมสารละลายโดยเจือ จางใหมีความเขมขนลดลงครั้งละ 10 เทา ดังนี้ 1. บีกเกอรใบที่ 1 เขมขน 10% โดยมวลตอปริมาตร เมื่อนํามา 1 cm3 แลวเติมนํ้าใหครบ 10 cm3 ในบีกเกอรใบที่ 2 จะไดสารละลายที่มีความเขมขน 1% วิธีคํานวณ สารละลายเขมขน 10% (บีกเกอรใบที่ 1) หมายความวา สารละลาย 100 cm3 มีเนื้อสาร = 10 กรัม 10 × 1 1 สารละลาย 1 cm3 มีเนื้อสาร = = กรัม 100 10 จากนั้นนําสารละลาย 1 cm3 มาเติมนํ้ากลั่นใหครบ 10 cm3 1 หมายความวา สารละลาย 10 cm3 (บีกเกอรใบที่ 2) มีเนื้อสาร = กรัม 10 1 × 100 ถา สารละลาย 100 cm3 (บีกเกอรใบที่ 2) มีเนื้อสาร = = 1 กรัม 10 × 10 นั่นคือ สารละลายในบีกเกอรใบที่ 2 เขมขน = 1% 2. บีกเกอรใบที่ 2 เขมขน 1% โดยมวลตอปริมาตร เมื่อนํามา 1 cm3 แลวเติมนํ้ากลั่นให ครบ 10 cm3 ในบีกเกอรใบที่ 3 จะไดสารละลายที่มีความเขมขน 0.1 % คํานวณดังนี้ สารละลายเขมขน 1% (จากบีกเกอรใบที่ 2) เมื่อนํามา 1 cm3 เติมนํ้ากลั่นให ครบ 10 cm3 จะไดสารละลายบีกเกอรใบที่ 3 ซึ่งหมายความวา 1 สารละลาย 10 cm3 (บีกเกอรใบที่ 3) มีเนื้อสาร = กรัม 100 1 × 100 ถา สารละลาย 100 cm3 (บีกเกอรใบที่ 3) มีเนื้อสาร = กรัม 100 × 10 = 0.1 กรัม นั่นคือสารละลายในบีกเกอรใบที่ 3 เขมขน = 0.1% 3. บีกเกอรใบที่ 3 เขนขน 0.1% โดยมวลตอปริมาตร เมื่อนํามา 1 cm3 แลวเติมนํ้ากลั่นให ครบ 10 cm3 ในบีกเกอร 4 จะไดสารละลายที่มีความเขมขน 0.01% อธิบายดังนี้ สารละลายเขมขน 0.1% (จากบีกเกอรใบที่ 3) เมื่อนํามา 1 cm3 เติมนํ้ากลั่นให ครบ 10 cm3 จะไดสารละลายบีกเกอรใบที่ 4 ซึ่งหมายความวา 1 สารละลาย 10 cm3 (บีกเกอรใบที่ 4) มีเนื้อสาร = กรัม 1000
  • 30.
    78 1 × 100 ถา สารละลาย 100 cm3 (บีกเกอรใบที่ 3) มีเนื้อสาร = กรัม 1000 × 10 1 = = 0.01 กรัม 100 นั่นคือสารละลายในบีกเกอรใบที่ 4 เขมขน = 0.01% จากนั้นผูเรียนรวมกันอภิปรายตามบทเรียน เรื่องการระบุความเขมขนของสารละลายที่มี ความเขมขนนอย นิยมบอกหนวยเปนสวนในพันสวน (ppt) หรือสวนในลานสวน (ppm) ยกตัว อยางการระบุความเขมขนของสารละลายที่มีความเขมขนนอย ๆ ที่พบในทองถิ่น เชน ปริมาณเกลือ ในนําที่ใชเลี้ยงกุงกุลาดํา มักใช 1 สวนในพันสวน ้ แหลงการเรียนรู 1. หองสมุด (ดูที่ภาคผนวก) 2. อินเทอรเน็ต (ดูที่ภาคผนวก) 3. วีดทัศน (ดูที่ภาคผนวก) ิ 4. โรงงานอุตสาหกรรมผลิตอาหาร ยา ผลิตภัณฑของชุมชน 5. ภูมิปญญาทองถิ่น จากการสํารวจตรวจสอบ การอภิปราย การสืบคนขอมูลและตอบคําถามในบทเรียน ผูเรียน ไดเรียนรูเกี่ยวกับสารรอบตัว เชน สารแขวนลอย คอลลอยด และสารละลายอยางไรบาง มีคําถาม หรือปญหาอะไรอีกบางที่สนใจจะหาคําตอบโดยใชความรูเรื่องสารแขวนลอย คอลลอยด และสาร ละลาย ใหอภิปรายและบันทึกไว จากคําถาม ขอสงสัยของผูเรียน ครูควรนําอภิปรายตอไปวา นอกจากสมบัตเิ กี่ยวกับชนิดและปริมาณของตัวละลาย ตัวทําละลายในสารละลายตามที่ไดศึกษามา แลว ยังมีสมบัติใดอีกบางที่นาสนใจจะศึกษา เพื่อนําไปสูกิจกรรมการเรียนรูในบทที่ 2 สารละลาย  กรด – เบส ควรใชเวลาสําหรับตอนนี้ ประมาณ 60 นาที พรอมเฉลยคําถามทายบท