Download free for 30 days
Sign in
Upload
Language (EN)
Support
Business
Mobile
Social Media
Marketing
Technology
Art & Photos
Career
Design
Education
Presentations & Public Speaking
Government & Nonprofit
Healthcare
Internet
Law
Leadership & Management
Automotive
Engineering
Software
Recruiting & HR
Retail
Sales
Services
Science
Small Business & Entrepreneurship
Food
Environment
Economy & Finance
Data & Analytics
Investor Relations
Sports
Spiritual
News & Politics
Travel
Self Improvement
Real Estate
Entertainment & Humor
Health & Medicine
Devices & Hardware
Lifestyle
Change Language
Language
English
Español
Português
Français
Deutsche
Cancel
Save
Submit search
EN
Uploaded by
Faculty of BuddhismMahachulalongkornrajavidyalaya Roi Et Buddhist College
99 views
งานนำเสนอ จิตวิทยาในพระไตรปิฏกในพระพุทธศาสนา
จิตวิทยาในพระไตรปิฏก
Education
◦
Read more
0
Save
Share
Embed
Embed presentation
Download
Download to read offline
1
/ 12
2
/ 12
3
/ 12
4
/ 12
5
/ 12
6
/ 12
7
/ 12
8
/ 12
9
/ 12
10
/ 12
11
/ 12
12
/ 12
More Related Content
PPT
บทนำเกี่ยวกับจิตวิทยา Present
by
Kobchai Khamboonruang
PPT
Part 31
by
Aaesah
KEY
6 พฤติกรรมสุขภาพ
by
Watcharin Chongkonsatit
PPTX
ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับจิตวิทยา
by
kaewcomedu
PPT
C
by
Tuk Diving
PDF
Social psychology1
by
csmithikrai
PDF
ตัวอย่างบทที่ 2 พฤติกรรมป้องกันโรคเอดส์ของกลุ่มชายรักชาย
by
rubtumproject.com
DOCX
อนุทิน10 11
by
Kuroba Kaito
บทนำเกี่ยวกับจิตวิทยา Present
by
Kobchai Khamboonruang
Part 31
by
Aaesah
6 พฤติกรรมสุขภาพ
by
Watcharin Chongkonsatit
ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับจิตวิทยา
by
kaewcomedu
C
by
Tuk Diving
Social psychology1
by
csmithikrai
ตัวอย่างบทที่ 2 พฤติกรรมป้องกันโรคเอดส์ของกลุ่มชายรักชาย
by
rubtumproject.com
อนุทิน10 11
by
Kuroba Kaito
Similar to งานนำเสนอ จิตวิทยาในพระไตรปิฏกในพระพุทธศาสนา
PDF
บทที่ ๒ (จริง)๑
by
วัดดอนทอง กาฬสินธุ์
PDF
บทที่ ๒ (จริง)๑
by
วัดดอนทอง กาฬสินธุ์
DOC
บทที่ ๒ (จริง)๑
by
วัดดอนทอง กาฬสินธุ์
PPT
1051202 จิตวิทยาการเรียนรู้ ชุด 1
by
ธนศักดิ์ อัศวจุฬามณี
PPT
บุคคลิกภาพกับการเป็นผู้นำ
by
guest7530ba
DOC
วิจัยในชั้นเรียน
by
Kritsadin Khemtong
PPT
ประเมินบุคลิกภาพตนเอง Handout
by
ทัศนีย์ เอี่ยมลออ
PPTX
9
by
SuriwiphaSriwanna
PPT
จิตวทยาการเรียนรู้ 1
by
nan1799
PPTX
จิตวิทยาการเรียนรู้ Jea
by
jaacllassic
DOC
บรรณานุกรม (พฤติกรรม) จริง
by
วัดดอนทอง กาฬสินธุ์
PDF
บทที่ ๒ (จริง)๑
by
วัดดอนทอง กาฬสินธุ์
PDF
กลุ่มจิตวิเคราะห์
by
Sarid Tojaroon
PPT
จิตวิทยาการเรียนรู้
by
team00428
PPT
จิตวิทยาการเรียนรู้ Jea
by
jaacllassic
PPT
จิตวิทยาการเรียนรู้ Jea
by
jaacllassic
PPT
152010010020
by
Aaesah
PDF
การศึกษา
by
ติวอินดี้ ง่ายโคตร
PDF
วิชาการศึกษา
by
ติวอินดี้ ง่ายโคตร
PDF
การศึกษา
by
ติวอินดี้ ง่ายโคตร
บทที่ ๒ (จริง)๑
by
วัดดอนทอง กาฬสินธุ์
บทที่ ๒ (จริง)๑
by
วัดดอนทอง กาฬสินธุ์
บทที่ ๒ (จริง)๑
by
วัดดอนทอง กาฬสินธุ์
1051202 จิตวิทยาการเรียนรู้ ชุด 1
by
ธนศักดิ์ อัศวจุฬามณี
บุคคลิกภาพกับการเป็นผู้นำ
by
guest7530ba
วิจัยในชั้นเรียน
by
Kritsadin Khemtong
ประเมินบุคลิกภาพตนเอง Handout
by
ทัศนีย์ เอี่ยมลออ
9
by
SuriwiphaSriwanna
จิตวทยาการเรียนรู้ 1
by
nan1799
จิตวิทยาการเรียนรู้ Jea
by
jaacllassic
บรรณานุกรม (พฤติกรรม) จริง
by
วัดดอนทอง กาฬสินธุ์
บทที่ ๒ (จริง)๑
by
วัดดอนทอง กาฬสินธุ์
กลุ่มจิตวิเคราะห์
by
Sarid Tojaroon
จิตวิทยาการเรียนรู้
by
team00428
จิตวิทยาการเรียนรู้ Jea
by
jaacllassic
จิตวิทยาการเรียนรู้ Jea
by
jaacllassic
152010010020
by
Aaesah
การศึกษา
by
ติวอินดี้ ง่ายโคตร
วิชาการศึกษา
by
ติวอินดี้ ง่ายโคตร
การศึกษา
by
ติวอินดี้ ง่ายโคตร
More from Faculty of BuddhismMahachulalongkornrajavidyalaya Roi Et Buddhist College
PDF
ภาษาอังกฤษเพื่อการฝึกสมาธิในพระพุทธศาสนา
by
Faculty of BuddhismMahachulalongkornrajavidyalaya Roi Et Buddhist College
PDF
ภาษาอังกฤษเพื่อการทำวิปัสสนากรรมฐานในพระพุทธศาสนา.pdf
by
Faculty of BuddhismMahachulalongkornrajavidyalaya Roi Et Buddhist College
PDF
21 Dr.Phramahakomkaisingtong & Others Jigyasa June 2023.pdf
by
Faculty of BuddhismMahachulalongkornrajavidyalaya Roi Et Buddhist College
PDF
Triple Gem Theravada Buddhism (พระรัตนตรัย 3 )
by
Faculty of BuddhismMahachulalongkornrajavidyalaya Roi Et Buddhist College
PDF
DHAMMA IN ENGLISH สอนธรรมะภาคภาษาอังกฤษ.pdf
by
Faculty of BuddhismMahachulalongkornrajavidyalaya Roi Et Buddhist College
PDF
ภาษาอังกฤษเพื่อการปฏิบัติกรรมฐานในพระพุทธศาสนา
by
Faculty of BuddhismMahachulalongkornrajavidyalaya Roi Et Buddhist College
PDF
The Concept Arahant in Theravāda Buddhism Dr. Phramahakomkai Singtong Dr. ...
by
Faculty of BuddhismMahachulalongkornrajavidyalaya Roi Et Buddhist College
PDF
แนวความเชื่อ วิธีการปฎิบัติ พระพุทธศาสนามหายาน.pdf
by
Faculty of BuddhismMahachulalongkornrajavidyalaya Roi Et Buddhist College
PDF
งานนำเสนอ ภาษากับการสื่อสาร เพื่อการพัฒนา.pdf
by
Faculty of BuddhismMahachulalongkornrajavidyalaya Roi Et Buddhist College
PDF
เอกสารประกอบการบรรยาย ธรรมะภาคภาษาอังกฤษ.pdf
by
Faculty of BuddhismMahachulalongkornrajavidyalaya Roi Et Buddhist College
PDF
ภาษาอังกฤษ สำหรับนักวิปัสสนา เพื่อฝึกปฎิบัติ
by
Faculty of BuddhismMahachulalongkornrajavidyalaya Roi Et Buddhist College
PDF
หลักการปฏิบัติสมถะวิปัสสนา ตามหลัก กรรมฐาน 40 .pdf
by
Faculty of BuddhismMahachulalongkornrajavidyalaya Roi Et Buddhist College
ภาษาอังกฤษเพื่อการฝึกสมาธิในพระพุทธศาสนา
by
Faculty of BuddhismMahachulalongkornrajavidyalaya Roi Et Buddhist College
ภาษาอังกฤษเพื่อการทำวิปัสสนากรรมฐานในพระพุทธศาสนา.pdf
by
Faculty of BuddhismMahachulalongkornrajavidyalaya Roi Et Buddhist College
21 Dr.Phramahakomkaisingtong & Others Jigyasa June 2023.pdf
by
Faculty of BuddhismMahachulalongkornrajavidyalaya Roi Et Buddhist College
Triple Gem Theravada Buddhism (พระรัตนตรัย 3 )
by
Faculty of BuddhismMahachulalongkornrajavidyalaya Roi Et Buddhist College
DHAMMA IN ENGLISH สอนธรรมะภาคภาษาอังกฤษ.pdf
by
Faculty of BuddhismMahachulalongkornrajavidyalaya Roi Et Buddhist College
ภาษาอังกฤษเพื่อการปฏิบัติกรรมฐานในพระพุทธศาสนา
by
Faculty of BuddhismMahachulalongkornrajavidyalaya Roi Et Buddhist College
The Concept Arahant in Theravāda Buddhism Dr. Phramahakomkai Singtong Dr. ...
by
Faculty of BuddhismMahachulalongkornrajavidyalaya Roi Et Buddhist College
แนวความเชื่อ วิธีการปฎิบัติ พระพุทธศาสนามหายาน.pdf
by
Faculty of BuddhismMahachulalongkornrajavidyalaya Roi Et Buddhist College
งานนำเสนอ ภาษากับการสื่อสาร เพื่อการพัฒนา.pdf
by
Faculty of BuddhismMahachulalongkornrajavidyalaya Roi Et Buddhist College
เอกสารประกอบการบรรยาย ธรรมะภาคภาษาอังกฤษ.pdf
by
Faculty of BuddhismMahachulalongkornrajavidyalaya Roi Et Buddhist College
ภาษาอังกฤษ สำหรับนักวิปัสสนา เพื่อฝึกปฎิบัติ
by
Faculty of BuddhismMahachulalongkornrajavidyalaya Roi Et Buddhist College
หลักการปฏิบัติสมถะวิปัสสนา ตามหลัก กรรมฐาน 40 .pdf
by
Faculty of BuddhismMahachulalongkornrajavidyalaya Roi Et Buddhist College
งานนำเสนอ จิตวิทยาในพระไตรปิฏกในพระพุทธศาสนา
1.
จิตวิทยาในพระไตรปิฏก Psychology in Tipitaka บรรยายโดย พระมหาคมคาย
สิริปญโญ ดร. ศน.บ.,ศน.ม.,M.A,Ph.D.
2.
ความหมายของจิตวิทยา คําว่า จิตวิทยา Psychology
หมายถึง วิชาที่ศึกษา เกี่ยวกับพฤติกรรมมนุษย์และ กระบวนการของจิต เพื่อทําความ เข้าใจสาเหตุของพฤติกรรมต่างๆ ที่จะนําไปช่วยในการพยากรณ์ และ ควบคุมพฤติกรรมนั้นๆ ประวัติและวิวัฒนาการแห่งการศึกษาจิตวิทยา วิวัฒนาการความเชื่อและการศึกษาเรื่องจิตในสมัยโบราณ วิวัฒนาการความเชื่อและการศึกษาเรื่องจิตในสมัยใหม่ วิวัฒนาการศึกษาเรื่องจิตในสมัยปัจจุบัน
3.
วิธีการศึกษาและการอธิบายแนวคิดเรื่องจิตวิทยาตะวันตก พื้นฐานของจิตวิทยาตะวันตกมีพัฒนาจากวิทยาศาสตร์ธรรมชาติ โดยทุกแนวคิดของจิตวิทยามุ่งศึกษาทําความเข้าใจและอธิบาย การเกิดขึ้นของพฤติกรรมในลักษณะของการกระทําว่าเป็นไปในลักษณะเช่นใด การกระทํานั้นมีมูลฐานหรือแรงผลักดันมาจากสาเหตุ อะไร
เนื่องจากทุกแนวคิดของจิตวิทยาต่างใช้หลักเกณฑ์ทางวิทยาศาสตร์เป็นพื้นฐานในการศึกษา การศึกษาแบบวิทยาศาสตร์ต้องมี ลักษณะ สําคัญ ๕ คือ ๑) ต้องได้มาจากประสบการณ์จากประสาทสัมผัสและทดสอบได้ด้วยประสาทสัมผัสคือ สามารถที่จะสังเกต พิสูจน์ และ ทดลองได้ ๒) มีความเป็นสาธารณะ คือ จําเป็นต้องสามารถอธิบายหรือทดลอง ทําให้ผู้อื่นเข้าใจได้ตรงกันสิ่งที่ซึ่งอาจเป็นไปได้ทั้งใน หลักฐานเชิงประจักษ์หรือเชิงการให้เหตุผล ๓) ต้องเป็นความจริงสากล คือ จะต้องสามารถแสดงความจริงของทุกๆ สิ่ง หรือ สิ่งที่กําลังเกิดขึ้น หรือปรากฏการณ์นั้นๆ ที่ อยู่ในบริบทเดียวกัน ๔) สามารถคาดหมายอนาคตได้ถูกต้องแม่นยํา ซึ่งเป็นเรื่องของการทํานายผลที่จะเกิดขึ้นในอนาคต โดยเชื่อว่าถ้าทําซํ้าใน หลักการ กฎ หรือเงื่อนไขที่กําหนดไว้แล้วในอดีต ผลที่ออกมาจะตรงกับสิ่งที่กําหนดไว้
4.
องค์ประกอบของพลังจิต (psychic energy)
ฟรอยด์ได้แบ่งองค์ประกอบของพลังจิต (psychic energy) เป็น 3 ส่วน คือ อิดี (id) เป็นส่วนที่ติดตัวมาโดยกําเนิด จัดเป็นเรื่องของแรงขับตามสัญชาตญาณ ความอยาก ตัณหา เป็นส่วน ของจิตที่กระตุ้นให้บุคคล แสดงพฤติกรรม ตามหลักแห่งความพอใจ ถ้าบุคคลใดแสดงพฤติกรรมตาม id นั่น คือ พฤติกรรมนั้น ๆ เป็นไปเพื่อสนองความต้องการของตนเอง เป็นส่วนใหญ่ อีโก้ (ego) เป็นพลังส่วนที่ผ่านกระบวนการเรียนรู้มาแล้ว เป็นส่วนที่ควบคุม การแสดงพฤติกรรมของคน ๆ นั้นให้ดําเนินไปอย่างเหมาะสม ทั้งภายใต้อิทธิพลของอิดและซุปเปอร์ อีโก้พยายามแก้ไขข้อขัดแย้งต่าง ๆ ของอิดี และซุปเปอร์อีโก้จนในที่สุดบางคนจะทุกข์ร้อน วิตก กระวนกระวาย จนอาจถึงขั้นโรคจิตประสาท ถ้าความขัดแย้ง ดังกล่าวมีมาก วิธีหนึ่งที่เป็นทางออกของอีโก้ก็คือ ปรับตนโดยการใช้กลไกการป้องกันตัว (defense mechanism) ซึ่งหมายถึงการที่บุคคลพยายามแก้ไขความคับข้องใจของตนเองโดยที่มิได้จงใจ เป็นไป เพื่อรักษาหน้าและศักดิ์ศรี ซุปเปอร์อีโก้ (super ego) เป็นพลังจากสังคมที่เกี่ยวกับหลักศิลธรรม คุณธรรม จริยธรรม อุดมคติใน การดําเนินชีวิต เป็นพลังส่วนที่ควบคุม ให้บุคคลแสดงพฤติกรรมโดยสอดคล้องกับหลักแห่งความเป็นจริง (principle of reality) เช่น บัญชาให้คน ๆ นั้นเลือกกลไกการป้องกันตัวที่เหมาะสมมาใช้
5.
แนวคิดเรื่องจิตในคัมภีร์พระพุทธศาสนาเถรวาท คําว่าจิต ตามทรรศนะฝ่ายเถรวาท หมายถึง
ธรรมชาติที่รู้ อารมณ์, สภาพที่นึกคิด, ความคิด, ใจ ในคัมภีร์ฝ่ายอภิธรรม พระอาจารย์ทั้งหลาย ได้ให้คําจํากัดความธรรมชาติของจิตไว้เมื่อ กล่าวโดย สรุปแล้วมี ๓ อย่าง คือ (๑) มีการคิดคือรับรู้อารมณ์ (จินฺเตตีติ จิตฺต อารมฺมณ วิชานาตีนิ อตฺโถ) ธรรมชาติที่ชื่อว่า จิต เพราะอรรถว่า คิดคือรู้อารมณ์ (๒) เป็นเหตุให้เจตสิกทั้งหลายรู้อารมณ์(จินฺเตสิ เอเตน กรณภูเตน สมฺปยุตฺตธมฺมาติ จิตฺต) ธรรมชาติที่ชื่อว่าจิต เพราะเป็นเหตุให้สัมปยุตตธรรม คือเจตสิกทั้งหลายรู้อารมณ์ (๓)ทําให้สิ่งมีชีวิตและไม่มีชีวิตวิจิตรพิสดาร(จิตฺตึ กโรตีติ จิตฺต) ธรรมชาติที่ชื่อว่าจิต เพราะทา สัตว์และสิ่งของทั้งหลายให้วิจิตร
6.
มนุษย์กับพฤติกรรม พฤติกรรม หมายถึง
กิริยาอาการต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับมนุษย์หรือที่มนุษย์ได้แสดง หรือปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นกับมนุษย์เมื่อได้เผชิญกับสิ่งเร้า พฤติกรรมต่าง ๆ ที่กล่าวมาแล้ว อาจจะจําแนกออกได้เป็น 2 ลักษณะ คือ 1. พฤติกรรมที่ไม่สามารถควบคุมได้เรียกว่า เป็นปฏิกิริยาสะท้อน เช่น การสะดุ้งเมื่อถูกเข็มแทง การกระพริบตา เมื่อมีสิ่งมากระทบกับสายตา ฯลฯ 2. พฤติกรรมที่สามารถควบคุมและจัดระเบียบได้เนื่องจากมนุษย์มีสติปัญญา และอารมณ์ (EMOTION) เมื่อมีสิ่งเร้ามากระทบ สติปัญญาหรืออารมณ์ จะเป็นตัวตัดสินว่า ควรจะปล่อยกิริยาใดออกไป ถ้าสติปัญญาควบคุมการปล่อยกิริยา เราเรียกว่าเป็นการกระทําตาม ความคิดหรือ ทําด้วยสมอง แต่ถ้าอารมณ์ควบคุมเรียกว่า เป็นการทําตามอารมณ์ หรือปล่อยตามใจ นักจิตวิทยาส่วนใหญ่เชื่อว่า อารมณ์มีอิทธิพลหรือพลังมากกว่าสติปัญญา ทั้งนี้เพราะมนุษย์ทุกคนยังมีความโลภ ความโกรธ ความหลง ทําให้ พฤติกรรมส่วนใหญ่เป็นไปตามความรู้สึกและอารมณ์เป็นพื้นฐาน
7.
รูปแบบพฤติกรรมของมนุษย์ แบ่งได้เป็น 2
อย่างคือ 1. พฤติกรรมเปิดเผยหรือพฤติกรรมภายนอก (Overt Behavior) เป็นพฤติกรรมที่บุคคลแสดงออกมา ทําให้ผู้อื่นสามารถมองเห็น ได้สังเกตได้เช่น การเดิน การหัวเราะ การพูด ฯลฯ 2. พฤติกรรมปกปิดหรือพฤติกรรมภายใน (Covert Behavior) เป็นพฤติกรรมที่บุคคลแสดงแล้ว แต่ผู้อื่นไม่สามารถมองเห็นได้ สังเกตได้โดยตรงจนกว่าบุคคลนั้นจะเป็นผู้บอกหรือแสดงบางอย่างเพื่อให้คนอื่นรับรู้ได้เช่น ความคิด อารมณ์ การรับรู้ ประเภทของพฤติกรรมมนุษย์ นักจิตวิทยาแบ่งพฤติกรรมมนุษย์ออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ คือ 1. พฤติกรรมที่มีมาแต่กําเนิด ซึ่งเกิดขึ้นโดยไม่มีการเรียนรู้มาก่อน ได้แก่ ปฏิกิริยาสะท้อนกลับ (REFLECT ACTION) เช่นการ กระพริบตา และสัญชาตญาณ (INSTINCT) เช่นความกลัว การเอาตัวรอดเป็นต้น 2. พฤติกรรมที่เกิดจากอิทธิพลของกลุ่ม ได้แก่ พฤติกรรมที่เกิดจากการ ที่บุคคลติดต่อสังสรรค์และมีความสัมพันธ์กับบุคคลอื่นในสังคม
8.
การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของมนุษย์ให้เหมาะสมกับสิ่งแวดล้อมแบ่งออกได้เป็น 4 ลักษณะคือ
1. การปรับเปลี่ยนทางด้านของสรีระร่างกาย เช่น การปรับปรุงบุคลิกภาพ การแต่งกาย การพูด 2. การปรับเปลี่ยนทางด้านอารมณ์และความรู้สึกนึกคิด ให้มีความสัมพันธภาพที่ดีกับบุคคลอื่น ปรับ อารมณ์ความรู้สึก ให้สอดคล้องกับบุคคอื่น รู้จักการยอมรับผิด 3. การปรับเปลี่ยนทางด้านสติปัญญา เช่น การศึกษาค้นคว้าเพื่อให้มีความรู้ที่ทันสมัย ทันเหตุการณ์ การมีความคิดเห็นคล้อยตามความคิดเห็นของคนส่วนใหญ่ 4. การปรับเปลี่ยนอุดมคติ หมายถึง การสามารถปรับเปลี่ยนหลักการ แนวทางบางส่วนบางตอนเพื่อให้ เข้ากับสังคมส่วนใหญ่ได้โดยพิจารณาจากความจําเป็น และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย เป็นประโยชน์แก่ตนเอง เพื่อสวัสดิภาพของตนเองและของกลุ่ม
9.
การศึกษาเกี่ยวกับการเกิดของพฤติกรรมมนุษย์ มนุษย์ได้พยายามที่จะศึกษาการเกิดพฤติกรรมของมนุษย์ด้วยตนเอง เพื่อประโยชน์ในการที่จะทําให้การ อยู่ร่วมกันในสังคมเป็นไปด้วยดี
และมีความสุข จึงทําให้เกิดมีความเชื่อหลักการและทฤษฎีต่างๆ เกิดขึ้น อย่างมากมาย จากบรรดาผู้รู้และนักการศึกษาทั้งหลายที่พยายามหาหลักเกณฑ์มาเพื่ออธิบายพฤติกรรม ของมนุษย์ ซึ่งสามารถรวบรวมทัศนะต่างๆ เป็นหมวดหมู่ได้3 ประเภท 1. พฤติกรรมของมนุษย์เกิดขึ้นจากแรงผลักดันภายในตัวของมนุษย์ 2. พฤติกรรมของมนุษย์เกิดขึ้นจากแรงผลักดันของสิ่งแวดล้อม 3. พฤติกรรมของมนุษย์เกิดขึ้นจากทั้งแรงผลักดันภายในตัวมนุษย์ และสิ่งแวดล้อม
10.
พฤติกรรมมนุษย์ตามแนวจิตวิทยา นักจิตวิทยาเชื่อว่าพฤติกรรมมนุษย์ส่วนใหญ่จะประพฤติปฏิบัติตามแบบแผนของกฏระเบียบหรือ วิธีการ ที่มีอยู่ในสังคม
รวมทั้งวัฒนธรรมที่มีอยู่ในสังคมนั้น ๆ ซึ่งมนุษย์ย่อมเข้าใจในสถานภาพ และบทบาทตามที่กลุ่มสังคมคาดหวังดังนั้นพฤติกรรมมนุษย์ อาจจะเกิดขึ้นได้ในรูปแบบต่าง ๆ ดังนี้ 1. การติดต่อสื่อสาร (COMMUNICATION) 2. การขัดแย้ง (CONFLICT) 3. การแข่งขัน (COMPETITION) 4. การประนีประนอมผลประโยชน์ที่ขัดแย้งกัน (ACCOMODATION) 5. การผสมผสานกลมกลืนเข้าหากัน (ASSIMILATION) 6. การร่วมมือสนับสนุนซึ่งกันและกัน (COOPERATION)
11.
การพัฒนาพฤติกรรมของมนุษย์ การพัฒนาพฤติกรรมมนุษย์ขึ้นอยู่กับปัจจัยสําคัญด้านต่าง ๆ 6
ประการ คือ 1. การเรียนรู้(LEARNING) 2. ค่านิยม (VALUE) 3. บรรทัดฐานของสังคม (NORMS) 4. ทัศนคติ (ATTITUDE) 5. ความเชื่อ (BELIEF) 6. การปฏิสัมพันธ์ทางสังคม (SOCIAL INTERSACTION)
12.
พระพุทธเจ้าทรงแบ่งพฤติกรรมมนุษย์ตามหลักจริต จริต คือพฤติกรรมของมนุษย์ที่หนักไปด้านใดด้านหนึ่งแบ่ง
6 แบบ 1. ราคะจริต คือ ผู้มีปกตินิสัยหนักไปทางราคะ รักสวย รักงาม ละมุนละไม ชอบสิ่งที่สวยๆ เสียงเพราะๆ กลิ่น หอมๆ รสอร่อยๆ สัมผัสที่นุ่มละมุน และจิตใจจะยึด เกาะกับสิ่งเหล่านั้นได้เป็นเวลานานๆ 2.โทสจริต คือผู้มีปกตินิสัยหนักไปทางโทสะ ใจร้อน วู่วาม หงุดหงิดง่าย อารมณ์รุนแรง โผงผาง เจ้า อารมณ 3.โมหจริต คือผู้มีปกตินิสัยหนักไปทางโมหะ เขลา เซื่องซึม เชื่อคนง่าย งมงาย ขาดเหตุผล มองอะไรไม่ ทะลุปรุ โปร่ง 4. วิตกจริต คือผู้มีปกตินิสัยหนักไปทางฟุ้งซ่าน คิด เรื่องนี้ทีเรื่องนั้นที เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา ไม่สามารถยึด เกาะกับ เรื่องใดเรื่องหนึ่งได้นานๆ ไม่ตั้งมั่น ไม่มั่นคง นั่นเอง 5.สัทธาจริต คือผู้มีปกตินิสัยหนักไปทางศรัทธา น้อม ใจเชื่อ เลื่อมใสได้ง่าย ซึ่งถ้าเลื่อมใสในสิ่งที่ถูกก็ย่อม เป็นคุณ จิตใจเบิกบานใจ แต่ถ้าไปเลื่อมใสในสิ่งที่ผิดก็ ย่อมเป็นโทษ 6. พุทธิจริต คือผู้มีปกตินิสัยหนักไปทางชอบคิด พิจารณาด้วยเหตุผลอย่างลึกซึ้ง ชอบใช้ปัญญา พิจารณาตามความ เป็นจริง ไม่เชื่ออะไรโดยไม่มี เหตุผล
Download