More Related Content
PPTX
จิตวิทยาการเรียนรู้ ข้าเจ้า.Ppt PPTX
PDF
PPT
PPT
DOC
PDF
การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีการศึกษา DOCX
What's hot
PPT
PDF
วิเคราะห์วิธีการสอนที่เหมาะกับวิชาคณิตศาสตร์ (1) DOC
21 วิธีการสอน และเอกสารฝ่ายวิชาการ PPT
PPTX
การสอนแบบจัดมโนมติล่วงหน้า PDF
PPTX
PPTX
การจัดการเรียนรู้แบบค้นพบ PPT
PPT
PDF
การสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ โดย ครูศรีลักษณ์ ผลวัฒนะ ครูเชี่ยวชาญพิเศษ PPT
PPTX
PDF
บทความ เกี่ยวกับการสอนคณิตศาสตร์ PDF
PDF
PPTX
Viewers also liked
PPT
Kennismaking met het nieuwe otm testsysteem PPT
PPSX
PDF
PPT
XLS
Usulan curricullum d3_te_komp_telkom_01 PDF
PPT
PDF
Similar to จิตวิทยาการเรียนรู้ Jea
PPTX
PPTX
PPTX
PPTX
PPTX
PPT
PPT
PPT
PPT
PPT
PPT
PPT
PPT
PPT
PPT
PPT
PPT
PPT
PPT
PPTX
More from jaacllassic
PPT
การวัดผลและประเมินผลการเรียนรู้ บทที่๘Zzz PPT
สื่อและแหล่งการเรียนรู้ บทที่๗Ddd a PPT
การวัดผลและประเมินผลการเรียนรู้ บทที่๘Zzz PPT
การวัดผลและประเมินผลการเรียนรู้ บทที่๘Zzz PPT
สื่อและแหล่งการเรียนรู้ บทที่๗Ddd a PPTX
สื่อและแหล่งการเรียนรู้ บทที่๗Ddd a PPT
สื่อและแหล่งการเรียนรู้ บทที่๗Ddd PPTX
สื่อและแหล่งการเรียนรู้ บทที่๗ PPTX
สื่อและแหล่งการเรียนรู้ บทที่๗ PPTX
PPTX
PPTX
PPTX
9999999999999999999999999999999999999 PPTX
9999999999999999999999999999999999999 PPTX
ตตตตตตตตตตตตตตตตตตตตตตตตตตตตตตตตตตตตตตตต PPTX
PPTX
PPTX
PPTX
PPTX
จิตวิทยาการเรียนรู้ Jea
- 1.
- 2.
- 3.
- 4.
ความหมายของจิตวิทยาการเรียนรู จิตวิทยา ตรงกับภาษาอังกฤษว่า Psychology มีรากศัพท์มาจากภาษากรีก2คํา คือ Phycheแปลว่า วิญญาณ กับ Logos แปลว่า การศึกษาตามรูปศัพท์จิตวิทยาจึงแปลว่า วิชาที่ศึกษาเกี่ยวกับวิญญาณ แต่ในปัจจุบันนี้ จิตวิทยาได้มีการพัฒนาเปลี่ยนแปลงไป ความหมายของจิตวิทยาได้มีการพัฒนาเปลี่ยนแปลงตามไปด้วนั่นคือ จิตวิทยาเป็นศาสตร์ที่ศึกษาเกี่ยวกับพฤติกรรมของมนุษย์และสัตว์ - 5.
การเรียนรู้(Lrarning) ตามความหมายทางจิตวิทยา หมายถึงการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของบุคคลอย่างค่อนข้างถาวร อันเป็นผลมาจากการฝึกฝนหรือการมีประสบการณ์พฤติกรรมเปลี่ยนแปลงที่ไม่จัดว่าเกิดจากการเรียนรูป ได้แก่พฤติกรรมที่เป็นการเปลี่ยนแปลงชั่วคราว และการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมที่เนื่องมาจากวุฒิภาวะ - 6.
ธรรมชาติของการเรียนรู้ มี 4ขั้นตอน คือ1 ความต้องการของผู้เรียน (Want) คือ ผู้เรียนอยากทราบอะไร เมื่อผู้เรียนมีความต้องการอยากรู้อยากเห็นในสิ่งใดก็ตาม จะเป็นสิ่งที่ยั่วยุให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ได้2 สิ่งเร้าที่น่สนใจ (Stimulus) ก่อนที่จะเรียนรู้ได้ จะต้องมีสิ่งเร้าที่น่าสนใจ และน่าสัมผัสสําหรับมนุษย์ทําให้นุษย์ดิ้นรนขวนขวาย และใฝ่ใจที่จะเรียนรู้ในสิ่งที่น่าสนใจนั้น ๆ - 7.
3. การตอบสนอง (Response)เมื่อมีสิ่งเร้าที่น่าสนใจและน่าสัมผัส มนุษย์จะทําการสัมผัสโดยประสาทสัมผัสต่าง ๆ เช่น ตาดู หูฟาง ลิ้นชิม จมูกดม ผิวหนังสัมผัส และสัมผัสด้วยใจ เป็นต้น ทําให้มีการแปลความหมายจากการสัมผัสสิ่งเร้า เป้นการรับรู้ จําได้ ประสานความรู้เข้าด้วยกัน มีการเปรียบเทียบ และคิดอย่างมีเหตุผล 4. การได้รับรางวัล (Reward) ภายหลังจากการตอบสนอง มนุษย์อาจเกิดความพึงพอใจ ซึ่งเป็นกําไรชีวิตอย่างหนึ่ง จะได้นําไปพัฒนาคุณภาพชีวิต เช่น การได้เรียนรู้ ในวิชาชีพชั้นสูง จนสามารถออกไปประกอบอาชีพชั้นสูง (Professional) ได้ นอกจากจะได้รับรางวัลทางเศรษฐกิจเป็นเงินตราแล้ว ยังจะได้รับเกียรติยศจากสังคมเป็นศักดิ์ศรี และความภาคภูมิใจทางสังคมได้ประการหนึ่งด้วย - 8.
การลําดับขั้นของการเรียนรูในกระบวนการเรียนรู้ของคนเรานั้น จะประกอบด้วยลําดับขั้นตอนพื้นฐานที่สําคัญ3 ขั้นตอนด้วยกันคือ 1. ประสบการณ์ (experiences) ในบุคคลปกติทุกคนจะมีประสาทรับรู้อยู่ด้วยกันทั้งนั้น ส่วนใหญ่ที่เป็นที่เข้าใจก็คือ ประสาทสัมผัสทั้งห้า ซึ่งได้แก้ตา หู จมูก ลิ้น และผิวหนัง ประสาทรับรู้เหล่านี้จะเป็นเสมือนช่องประตูที่จะให้บุคคลได้รับรู้และตอบสนองสิ่งเร้าต่าง ๆ2. ความเข้าใจ (understanding) หลังจากบุคคลได้รับประสบการณ์แล้ว ขั้นต่อไปก็คือ ตีความหมายหรือสร้างมโนมติ (concept) ในประสบการณ์นั้น กระบวนการนี้เกิดขึ้นในสมองหรือจิตของบุคคล เพราะสมองจะเกิดสัญญาณ ( percept) และมีความทรงจํา (retain) ขึ้น ซึ่งเราเรียกกระบวนการนี้ว่า "ความเข้าใจ" - 9.
3 ความนึกคิด (thinking) ความนึกคิดถือว่าเป็นขั้นสุดท้ายของการเรียนรู้ ซึ่งเป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นในสมอง Crow (1948) ได้กล่าวว่า ความนึกคิดที่มีประสิทธิภาพนั้น ต้องเป็นความนึกคิดที่สามารถจัดระเบียบ (organize) ประสบการณ์เดิมกับประสบการณ์ใหม่ที่ได้รับให้เข้ากันได้สามารถที่จะค้นหาความสัมพันธ์ระหว์างประสบการณ์ทั้งเก่าและใหม่ซึ่งเป็นหัวใจสําคัญที่จะทําให้เกิดบูรณาการการเรียนรู้อย่างแท้จริง - 10.
ทฤษฎีการเรียนรู้ ( Theory ofLearning )ทฤษฎีการเรียนรู้แบบวางเงื่อนไข ( Conditioning Theory ) การเรียนรู้แบบนี้ คือ การที่บุคคลมีความสัมพันธ์ต่อการตอบสนองต่างๆ ของอินทรีย์กับสิ่งแวดล้อมภายนอกอื่นๆ ที่มีความเข้มพอที่จะเร้าความสนใจได้ซึ่งการเรียนรู้เป็นการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมที่ค่อนข้างถาวรซึ่งเป็นผลของประสบการณ์และการทำบ่อยๆ หรือการทำแบบฝึกหัดแสดงให้เห็นว่าเรามีความเข้าใจเบื้องต้นว่าบุคคลได้เรียนอะไรบางอย่างเมื่อพฤติกรรมของเขาเปลี่ยนแปลงไปในทางใดทางหนึ่งนักจิตวิทยาเชื่อว่า เงื่อนไข ( Conditioning ) เป็นกระบวนการเรียนรู้ขั้นพื้นฐาน การวางเงื่อนไขมี 2 อย่างคือ การวางเงื่อนไขแบบคลาสสิค ( classical Conditioning ) และการวางเงื่อนไขแบบการกระทำ ( operant Conditioning ) - 11.
- 12.
- 13.
- 14.
- 15.