โครงงาน
เรื่องการศึกษาสรรพคุณและประโยชน์ของต้นตะขบ
จัดทาโดย
1.นายนครินทร์ หรสิทธิ์ ชั้น ม.5/1 เลขที่ 8
2.นางสาวปิยกมล ปูรณวัฒนกุล ชั้น ม.5/1 เลขที่ 11
3.นางสาวลัชชา ยมะคุปต์ ชั้น ม.5/1 เลขที่ 13
4.นางสาวเกศิณี อุฬูทิศ ชั้น ม.5/1 เลขที่ 16
เสนอ
คุณครูอัมพรหวานใจ
บทที่ 1
บทนา
ที่มาและความสาคัญ
เนื่องจากในปัจจุบันได้มีกระแสรักสุขภาพทาให้หลายคนเริ่มที่จะสนใจหัน
มาทานผักและผลไม้มากขึ้นรวมทั้งสมุนไพรอื่นๆอีกด้วย กลุ่มของข้าพเจ้าจึง
ทาการศึกษาสรรพคุณและประโยชน์ของต้นตะขบ เพื่อที่จะนามาใช้ประกอบอาหาร
หรือนามาเป็นยาสมุนไพรบารุงสุขภาพต่างๆในชีวิตประจาวัน
โดยกลุ่มของข้าพเจ้าจัดทาการศึกษาข้อมูลของต้นตะขบ เพื่อนามาพัฒนา
เป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ อีกทั้งยังเป็นการนาข้อมูลของพืชพื้นบ้านที่ไม่ค่อยเป็นที่รู้จักมา
เผยแพร่และใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
วัตถุประสงค์
1.เพื่อพิจารณาสรรพคุณต่างๆของต้นตะขบ
2.เพื่อศึกษาประโยชน์ของต้นตะขบที่สามารถนามาใช้ในชีวิตประจาวันได้
ขอบเขตของการศึกษา
ในโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติฯกาญจนบุรี และบ้านเลขที่ 25/5 ตาบลวังศาลา
อาเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี 71130
ระยะเวลา
เดือนพฤษภาคม 2558 – มกราคม 2559
ประโยชน์ที่อาจจะได้รับ
1.ทาให้รู้สรรพคุณของต้นตะขบ
2.ทาให้รู้ประโยชน์ของต้นตะขบและสามารถนามาใช้ในชีวิตประจาวันได้
อ้างอิง
นางสาวปิยกมล ปูรณวัฒนกุล
นางสาวลัชชา ยมะคุปต์
วันที่ 3 พฤศจิกายน 2558
บทที่ 2
เอกสารที่เกี่ยวข้อง
ตะขบไทย
ชื่อสามัญ : Coffee plum, Indian cherry, Indian plum, East Indian plum, Rukam,
Runeala plum
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Flacourtia jangomas (Lour.) Raeusch.
(ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์ Flacourtia cataphracta Roxb. ex Willd.)
วงศ์ : สนุ่น (SALICACEAE)
ชื่อท้องถิ่นอื่นๆ : ครบ (ปัตตานี), มะเกว๋นควาย (ภาคเหนือ), ตะขบควาย (ภาค
กลาง), กือคุ (มลายูปัตตานี)
ลักษณะของตะขบไทย
ต้นตะขบไทย
จัดเป็นพรรณไม้ยืนต้นผลัดใบขนาดเล็กถึงขนาดกลาง แตกกิ่งก้านสาขาที่
เรือนยอดของต้น เรือนยอดเป็นรูปไข่ทึบ โคนต้นเป็นพูพอน เปลือกต้นเป็นสีน้าตาล
อ่อนอ่อน แตกลอนเป็นแผ่นบาง ๆ ขยายพันธุ์ด้วยวิธีการเพาะเมล็ด พบขึ้นได้ตามป่า
ราบ ป่าโปร่ง ป่าดิบแล้ง และตามป่าผลัดใบ ที่ความสูงจากระดับน้าทะเลประมาณ
300-800 เมตร
ใบตะขบไทย
ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงเวียนสลับ ลักษณะของใบกลมคล้ายกับใบพุทรา
โดยมีลักษณะเป็นรูปรี รูปไข่แกมรูปขอบขนาน หรือรูปหอกกลับ ปลายใบเรียว
แหลม โคนใบมนหรือสอบ ส่วนขอบใบจักตื้น ใบมีขนาดกว้างประมาณ 3.5-5
เซนติเมตร และยาวประมาณ 8-13 เซนติเมตร แผ่นใบบางเป็นสีเขียว ผิวใบด้านบน
เป็นสีเขียวเป็นมัน
ดอกตะขบไทย
ดอกเป็นสีขาวอมเหลืองและมีกลิ่นหอม ออกดอกเป็นช่อแบบช่อกระจะ
สั้นตามซอกใบ ดอกเป็นแบบแยกเพศ อยู่ต่างต้นกัน ดอกเพศผู้มีกลีบดอก 5 กลีบ
และมีกลีบเลี้ยง 5 กลีบ สีเขียว มีขนทั้งสองด้าน มีเกสรเพศผู้จานวนมาก ส่วนดอก
เพศเมียจะคล้ายกับดอกเพศผู้มีรังไข่เป็นรูปคนโท เกสรเพศเมียมี 2 พู ออกดอก
ในช่วงประมารเดือนกุมภาพันธ์
ผลตะขบไทย
ผลเป็นผลสดแบบมีเนื้อ ลักษณะของผลเป็นลูกกลม ๆ ขนาดเท่าลูกพุทรา
ขนาดประมาณ 1.5-2.5 เซนติเมตร ผลเมื่อสุกเป็นสีแดงหรือสีม่วง เมื่อแก่เป็นสีดา
ผลมีรสหวานฝาดเล็กน้อย ภายในมีเมล็ดหายเมล็ด ติดผลในช่วงประมาณเดือน
เมษายน
สรรพคุณของต้นตะขบไทย
1. รากมีรสฝาดเล็กน้อย ใช้ปรุงเป็นยาขับเหงื่อ (ราก)
2. รากมีสรรพคุณเป็นยากล่อมเสมหะและอาจม (ราก)
3. เนื้อไม้มีรสฝาด ใช้ทาเป็นยาแก้ท้องร่วง แก้บิด มูกเลือด (เนื้อไม้)
4. เปลือก แก่น และใบ ใช้เป็นยารักษาอาการปวดเมื่อยตามตัว แก้โรค
เหน็บชา รักษาอาการปวดข้อ แก้เส้นเอ็นพิการ (เปลือก,แก่น,ใบ)
ประโยชน์ของตะขบไทย
1. ผลสุกมีรสฝาดหวาน ใช้รับประทานได้
2. ตะขบไทยเป็นไม้ชนิดหนึ่งที่สามารถนาใบมาใช้ในการย้อมสีได้ สีเส้น
ไหมที่ได้จะขึ้นอยู่กับวิธีการสกัดสีและการใช้สารช่วยติดสีชนิดต่าง ๆ
3. ใช้ปลูกทั่วไป ปลูกเป็นไม้ให้ร่มเงาในสวนผลไม้หรือตามสวนป่าเพื่อ
เป็นอาหารของนก
บทที่ 3
วัสดุ-อุปกรณ์
และวิธีการดาเนินการ
1.ปากกา
2.สมุด
3.ไม้บรรทัด
4.อุปกรณ์สาหรับวัดต้นไม้
5.ไหมพรมสีดา (แทนเชือกฟาง)
6.โทรศัพท์มือถือ
7.คอมพิวเตอร์
วัสดุ-อุปกรณ์
1.สารวจพันธุ์พืชที่จะศึกษาภายในโรงเรียน
วิธีการดาเนินงาน
2.กาหนดหัวข้อเรื่องที่จะศึกษา
วิธีการดาเนินงาน
3.วางแผนการทางาน
ตารางสารวจต้นตะขบ
ลักษณะ ลักษณะวิสัย กว้าง ยาว สูง สี สรรพคุณ ประโยชน์
ต้น
ใบ
ดอก
ผล
วิธีการดาเนินงาน
4.ทาการสารวจและค้นคว้าข้อมูลและบันทึกข้อมูล
5.รวบรวมข้อมูลและนามาอภิปรายหน้าชั้นเรียน
วิธีการดาเนินงาน
บทที่ 4
ผลการดาเนินงาน
ตารางสารวจข้อมูลพรรณไม้
ตารางสารวจต้นตะขบ
ลักษณะ ลักษณะวิสัย กว้าง ยาว สูง สี สรรพคุณ ประโยชน์
ต้น
เป็นไม้พุ่มกึ่งเถาลาต้นเป็น
สี่เหลี่ยม มักมีขน - 5 - 7 m
น้าตาลปน
ดา
มีรสฝาด ใช้ทาเป็นยาแก้ท้องร่วง
แก้บิด มูกเลือด
ใช้ปลูกทั่วไป ปลูกเป็นไม้ให้ร่ม
เงาในสวนผลไม้หรือตามสวนป่า
เพื่อเป็นอาหารของนก
ใบ
ออกตรงกันข้าม ตัวใบ
กลมรียาว 3-9 ซม. ปลาย
แหลม ฐานใบกว้าง ขอบ
ใบมีรอยหยัก หลังใบมีขน
เล็กน้อย ผิวใบเป็นคลื่น
ขรุขระ
3.5 - 5 cm 8 - 13 cm - เขียว
ใช้ตาพอกแผล ฝีพุพอง ต้มน้าอุ่น
อาบหรือแช่แก้โรคปวดข้อ
สามารถนาใบมาใช้ในการย้อมสี
ได้ใบที่ย่างไฟจนแห้งใช้ชงกิน
หลัง คลอดบุตร
ดอก
ดอกเป็นสีขาวอมเหลือง
และมีกลิ่นหอม ออกดอก
เป็นช่อแบบช่อกระจะสั้น
ตามซอกใบ ดอกเป็นแบบ
แยกเพศ อยู่ต่างต้นกัน
ดอกเพศผู้มีกลีบดอก 5
กลีบ และมีกลีบเลี้ยง 5
กลีบ สีเขียว
มีขนาดเส้นผ่านศูนย์
กลางประมาณ 2 cm
-
ขาวอม
เหลือง
รักษาอาการปวดท้อง อาเจียน
ใช้ห้ามเลือด นาดอกแห้งมาชงเป็น
ยาแก้ปวดศรีษะ ลดไข้แก้หวัด แก้
ปวดเกร็งในทางเดินอาหาร ต้ม
รวมกับสมุนไพรชนิดอื่นช่วย ขับ
ระดู แก้โรคตับอักเสบ
-
ผล
ลักษณะลูกทรงกลม ผิว
บางเรียบ ขนาด 1.5
เซนติเมตร เมื่อสุกมีสีแดง
รสหวาน
1.5 - 2.5 cm - แดง
มีใยอาหาร ช่วยดูดซับคอ
เรสเตอรอล ลดความเสี่ยงมะเร็ง
ลาไส้และเส้นเลือดในสมองแตก
ผลสุกจะมีรสหวานเย็น กลิ่นหอม
รับประทานแล้วจะเป็นยาบารุง
กาลังทาให้ชุ่มชื่นหัวใจ
ตารางบันทึกข้อมูลพรรณไม้
ตารางบันทึกข้อมูลพรรณไม้
รหัสพรรณ
ไม้
ชื่อพื้นเมือง ชื่อวิทยาศาสตร์ ชื่อวงศ์ ลักษณะวิสัย ลักษณะเด่นของพืช บริเวณที่พบ
ครบ (ปัตตานี),
มะเกว๋นควาย
(ภาคเหนือ), ตะขบ
ควาย (ภาคกลาง), กือ
คุ (มลายูปัตตานี)
Flacourtia jangomas
(Lour.) Raeusch.
สนุ่น (SALICACEAE) ต้น: เป็นไม้พุ่มกึ่งเถา
สูง1-2 ม. ลาต้นเป็น
สี่เหลี่ยม มักมีขน
ใบ: กลมรี ยาว 3-9 ซม.
ปลายแหลม ฐานใบ
กว้าง ขอบใบมีรอยหยัก
หลังใบมีขนเล็กน้อย ผิว
ใบเป็นคลื่นขรุขระ
ดอก: ออกเป็นกระจุก
คล้ายร่ม กว้างประมาณ
3 ซม. กลีบดอกย่อยสี
ชมพู แดง เหลือง ส้ม
ขาว ส่วนปลายบานออก
มีรอยแยกตื้นๆ แบ่งเป็น
4-5 แฉก
ฝัก/ผล: กลม เส้นผ่าน
ศูนย์กลางประมาณ 5
มม.
ไม้ต้นขนาดเล็ก สูง
ประมาณ 5-7 เมตร
เปลือกสีเทา กิ่งแผ่สาขา
ขนานกับพื้นดิน ตามกิ่ง
มีขนปกคลุม ขนนุ่ม
และปลายเป็นตุ่ม ยอด
อ่อนเมื่อจับดูรู้สึก
เหนียวมือเล็กน้อย
หอพักชาย โรงเรียน
เฉลิมพระเกียรติสมเด็จ
พระศรีนครินทร์
กาญจนบุรี
บทที่ 5
สรุปผลและข้อเสนอแนะ
จากการศึกษาและเก็บรวบรวมข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับสรรพคุณของต้นตะขบ
โดยการรวบรวมข้อมูลจาก อินเทอร์เน็ต และผู้รู้ต่างๆ จากการศึกษาทาให้ผู้จัดทาได้รับ
รู้ความรู้ดังนี้
1. รากของต้นตะขบสามารถใช้ปรุงเป็นยาที่มีสรรพคุณในการขับเหงื่อ และ
มีสรรพคุณเป็นยากล่อมเสมหะและอาจม
2.เนื้อไม้ใช้ทาเป็นยาแก้ท้องร่วง แก้บิด และแก้มูกเลือด
3.เปลือก แก่น และใบ ใช้เป็นยารักษาโรคปวดเมื่อย โรคเหน็บชา รักษา
อาการปวดข้อ และแก้อาการเส้นพลิก
สรรพคุณและประโยชน์ของต้นตะขบไทย. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : http://frynn.com/%E0%B8%95%
E0%B8%B0%E0%B8%82%E0%B8%9A%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2/ (วันที่
ค้นข้อมูล : 5 พฤษภาคม 2558).
ประโยชน์ของต้นตะขบ. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : http://4yourleisure.blogspot.com/2014/04/blog-
post.html (วันที่ค้นข้อมูล : 5 พ.ย. 2558).
ต้นตะขบ (สมุนไพรใกล้ตัว). [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : http://52010911629.blogspot.com/2009/09/blog-
post.html (วันที่ค้นข้อมูล : 5 พ.ย. 2558).
อ้างอิง

โครงงาน เรื่องการศึกษาสรรพคุณและประโยชน์ของต้นตะขบ