ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษา
ต่างประเทศ
ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้น
พื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑
สำานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สำานักงาน
คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
กระทรวงศึกษาธิการ
๑๔ กรกฎาคม ๒๕๕๑
สารบัญ
หน้า
คำานำา
ทำาไมต้องเรียนภาษาต่างประเทศ ๑
เรียนรู้อะไรในภาษาต่างประเทศ ๑
สาระและมาตรฐานการเรียนรู้ ๒
คุณภาพผู้เรียน ๓
ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง ๘
สาระที่ ๑ ภาษาเพื่อการสื่อสาร ๘
สาระที่ ๒ ภาษาและวัฒนธรรม ๓๖
สาระที่ ๓ ภาษากับความสัมพันธ์กับกลุ่มสาระการ
เรียนรู้อื่น
๔๔
สาระที่ ๔ ภาษากับความสัมพันธ์กับชุมชนและโลก ๔๖
อภิธานศัพท์ ๔๙
คณะผู้จัดทำา ๕๑
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ
ทำาไมต้องเรียนภาษาต่างประเทศ
ในสังคมโลกปัจจุบัน การเรียนรู้ภาษาต่างประเทศมีความ
สำาคัญและจำาเป็นอย่างยิ่ง
ในชีวิตประจำาวัน เนื่องจากเป็นเครื่องมือสำาคัญในการติดต่อสื่อสาร
การศึกษา การแสวงหาความรู้
การประกอบอาชีพ การสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับวัฒนธรรมและวิสัย
ทัศน์ของชุมชนโลก และตระหนักถึงความหลากหลายทางวัฒนธรรม
และมุมมองของสังคมโลก นำามาซึ่งมิตรไมตรีและความร่วมมือกับ
ประเทศต่างๆ ช่วยพัฒนาผู้เรียนให้มีความเข้าใจตนเองและผู้อื่นดี
ขึ้น เรียนรู้และเข้าใจความแตกต่างของภาษาและวัฒนธรรม
ขนบธรรมเนียมประเพณี การคิด สังคม เศรษฐกิจ การเมือง การ
ปกครอง มีเจตคติที่ดีต่อการใช้ภาษาต่างประเทศ และใช้ภาษา
ต่างประเทศเพื่อการสื่อสารได้ รวมทั้งเข้าถึงองค์ความรู้ต่างๆ ได้
ง่ายและกว้างขึ้น และมีวิสัยทัศน์ในการดำาเนินชีวิต
ภาษาต่างประเทศที่เป็นสาระการเรียนรู้พื้นฐาน ซึ่งกำาหนดให้
เรียนตลอดหลักสูตรการศึกษา
ขั้นพื้นฐาน คือ ภาษาอังกฤษ ส่วนภาษาต่างประเทศอื่น เช่น ภาษา
ฝรั่งเศส เยอรมัน จีน ญี่ปุ่น อาหรับ บาลี และภาษากลุ่มประเทศเพื่อน
บ้าน หรือภาษาอื่นๆ ให้อยู่ในดุลยพินิจของสถานศึกษาที่จะจัดทำา
รายวิชาและจัดการเรียนรู้ตามความเหมาะสม
เรียนรู้อะไรในภาษาต่างประเทศ
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ มุ่งหวังให้ผู้เรียนมี
เจตคติที่ดีต่อภาษาต่างประเทศ สามารถใช้ภาษาต่างประเทศ สื่อสาร
ในสถานการณ์ต่าง ๆ แสวงหาความรู้ ประกอบอาชีพ และศึกษาต่อ
ในระดับที่สูงขึ้น รวมทั้งมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องราวและวัฒนธรรม
อันหลากหลายของประชาคมโลก และสามารถถ่ายทอดความคิดและ
วัฒนธรรมไทยไปยังสังคมโลกได้อย่างสร้างสรรค์ ประกอบด้วยสาระ
สำาคัญ ดังนี้
• ภาษาเพื่อการสื่อสาร การใช้ภาษาต่างประเทศในการ
ฟัง-พูด-อ่าน-เขียน แลกเปลี่ยนข้อมูล ข่าวสาร แสดงความรู้สึก
และความคิดเห็น ตีความ นำาเสนอข้อมูล ความคิดรวบยอดและ
ความคิดเห็นในเรื่องต่างๆ และสร้างความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล
อย่างเหมาะสม
• ภาษาและวัฒนธรรม การใช้ภาษาต่างประเทศตาม
วัฒนธรรมของเจ้าของภาษาความสัมพันธ์ ความเหมือนและความ
แตกต่างระหว่างภาษากับวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา ภาษาและ
วัฒนธรรมของเจ้าของภาษากับวัฒนธรรมไทย และนำาไปใช้อย่าง
เหมาะสม
• ภาษากับความสัมพันธ์กับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น
การใช้ภาษาต่างประเทศในการเชื่อมโยงความรู้กับกลุ่มสาระการ
เรียนรู้อื่น เป็นพื้นฐานในการพัฒนา แสวงหาความรู้ และ
เปิดโลกทัศน์ของตน
• ภาษากับความสัมพันธ์กับชุมชนและโลก การใช้
ภาษาต่างประเทศในสถานการณ์ต่างๆ ทั้งในห้องเรียนและนอก
ห้องเรียน ชุมชน และสังคมโลก เป็นเครื่องมือพื้นฐานในการศึกษาต่อ
ประกอบอาชีพ และแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับสังคมโลก
สาระและมาตรฐานการเรียนรู้
สาระที่ ๑ ภาษาเพื่อการสื่อสาร
มาตรฐาน ต ๑.๑ เข้าใจและตีความเรื่องที่ฟังและอ่านจากสื่อ
ประเภทต่างๆ และแสดงความคิดเห็นอย่างมีเหตุผล
มาตรฐาน ต ๑.๒ มีทักษะการสื่อสารทางภาษาในการแลกเปลี่ยน
ข้อมูลข่าวสาร แสดงความรู้สึก และความคิดเห็นอย่างมี
ประสิทธิภาพ
มาตรฐาน ต ๑.๓ นำาเสนอข้อมูลข่าวสาร ความคิดรวบยอด และ
ความคิดเห็นในเรื่องต่างๆ โดยการพูดและการเขียน
สาระที่ ๒ ภาษาและวัฒนธรรม
มาตรฐาน ต ๒.๑ เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างภาษากับวัฒนธรรม
ของเจ้าของภาษา และนำาไปใช้ ได้อย่างเหมาะสมกับ
กาลเทศะ
มาตรฐาน ต ๒.๒ เข้าใจความเหมือนและความแตกต่างระหว่าง
ภาษาและวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา
กับภาษาและวัฒนธรรมไทย และนำามาใช้อย่างถูกต้อง
และเหมาะสม
สาระที่ ๓ ภาษากับความสัมพันธ์กับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น
มาตรฐาน ต ๓.๑ ใช้ภาษาต่างประเทศในการเชื่อมโยงความรู้กับ
กลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น และเป็นพื้นฐานในการพัฒนา
แสวงหาความรู้ และเปิดโลกทัศน์ของตน
สาระที่ ๔ ภาษากับความสัมพันธ์กับชุมชนและโลก
มาตรฐาน ต ๔.๑ ใช้ภาษาต่างประเทศในสถานการณ์ต่างๆ ทั้ง
ในสถานศึกษา ชุมชน และสังคม
มาตรฐาน ต ๔.๒ ใช้ภาษาต่างประเทศเป็นเครื่องมือพื้นฐานใน
การศึกษาต่อ การประกอบอาชีพ และ การแลกเปลี่ยน
เรียนรู้กับสังคมโลก
คุณภาพผู้เรียน
จบชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓
• ปฏิบัติตามคำาสั่ง คำาขอร้องที่ฟัง อ่านออกเสียงตัวอักษร คำา
กลุ่มคำา ประโยคง่ายๆ และ บทพูดเข้้าจังหวะง่ายๆ ถูกต้องตาม
หลักการอ่าน บอกความหมายของคำาและกลุ่มคำาที่ฟังตรงตามความ
หมาย ตอบคำาถามจากการฟังหรืออ่านประโยค บทสนทนาหรือ
นิทานง่ายๆ
• พูดโต้ตอบด้วยคำาสั้นๆ ง่ายๆ ในการสื่อสารระหว่างบุคคล
ตามแบบที่ฟัง ใช้คำาสั่งและ
คำาขอร้องง่ายๆ บอกความต้องการง่ายๆ ของตนเอง พูดขอและให้
ข้อมูลเกี่ยวกับตนเองและเพื่อน
บอกความรู้สึกของตนเองเกี่ยวกับสิ่งต่างๆ ใกล้ตัวหรือกิจกรรมต่างๆ
ตามแบบที่ฟัง
• พูดให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเองและเรื่องใกล้ตัว จัดหมวดหมู่คำา
ตามประเภทของบุคคล สัตว์ และสิ่งของตามที่ฟังหรืออ่าน
• พูดและทำาท่าประกอบ ตามมารยาทสังคม/วัฒนธรรมของ
เจ้าของภาษา บอกชื่อและคำาศัพท์ง่ายๆ เกี่ยวกับเทศกาล/วัน
สำาคัญ/งานฉลอง และชีวิตความเป็นอยู่ของเจ้าของภาษา เข้าร่วม
กิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมที่เหมาะกับวัย
• บอกความแตกต่างของเสียงตัวอักษร คำา กลุ่มคำา และ
ประโยคง่ายๆ ของภาษาต่างประเทศและภาษาไทย
• บอกคำาศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น
• ฟัง/พูดในสถานการณ์ง่ายๆ ที่เกิดขึ้นในห้องเรียน
• ใช้ภาษาต่างประเทศ เพื่อรวบรวมคำาศัพท์ที่เกี่ยวข้องใกล้ตัว
• มีทักษะการใช้ภาษาต่างประเทศ (เน้นการฟัง-พูด) สื่อสาร
ตามหัวเรื่องเกี่ยวกับตนเอง ครอบครัว โรงเรียน สิ่งแวดล้อมใกล้
ตัว อาหาร เครื่องดื่ม และเวลาว่างและนันทนาการ ภายในวง
คำาศัพท์ประมาณ ๓๐๐-๔๕๐ คำา (คำาศัพท์ที่เป็นรูปธรรม)
• ใช้ประโยคคำาเดียว (One Word Sentence) ประโยคเดี่ยว
(Simple Sentence) ในการสนทนาโต้ตอบตามสถานการณ์ใน
ชีวิตประจำาวัน
จบชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖
• ปฏิบัติตามคำาสั่ง คำาขอร้อง และคำาแนะนำาที่ฟังและอ่าน อ่าน
ออกเสียงประโยค ข้อความ นิทาน และบทกลอนสั้นๆ ถูกต้องตาม
หลักการอ่าน เลือก/ระบุประโยคและข้อความตรงตามความหมาย
ของสัญลักษณ์หรือเครื่องหมายที่อ่าน บอกใจความสำาคัญ และตอบ
คำาถามจากการฟังและอ่าน บทสนทนา นิทานง่ายๆ และเรื่องเล่า
• พูด/เขียนโต้ตอบในการสื่อสารระหว่างบุคคล ใช้คำาสั่ง
คำาขอร้อง และให้คำาแนะนำา พูด/เขียนแสดงความต้องการ ขอ
ความช่วยเหลือ ตอบรับและปฏิเสธการให้ความช่วยเหลือใน
สถานการณ์ง่ายๆ พูดและเขียนเพื่อขอและให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง
เพื่อน ครอบครัว และเรื่องใกล้ตัว พูด/เขียนแสดงความรู้สึกเกี่ยวกับ
เรื่องต่างๆ ใกล้ตัว กิจกรรมต่างๆ พร้อมทั้งให้เหตุผลสั้นๆ ประกอบ
• พูด/เขียนให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง เพื่อน และสิ่งแวดล้อม
ใกล้ตัว เขียนภาพ แผนผัง แผนภูมิ และตารางแสดงข้อมูลต่างๆ ที่
ฟังและอ่าน พูด/เขียนแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ ใกล้ตัว
• ใช้ถ้อยคำา นำ้าเสียง และกิริยาท่าทางอย่างสุภาพ เหมาะสม
ตามมารยาทสังคมและวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา ให้ข้อมูลเกี่ยว
กับเทศกาล/วันสำาคัญ/งานฉลอง/ชีวิตความเป็นอยู่ของเจ้าของ
ภาษา
เข้าร่วมกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมตามความสนใจ
• บอกความหมือน /ความแตกต่างระหว่างการออกเสียง
ประโยคชนิดต่างๆ การใช้เครื่องหมายวรรคตอน และการลำาดับคำา
ตามโครงสร้างประโยคของภาษาต่างประเทศและภาษาไทย เปรียบ
เทียบความเหมือน/ความแตกต่างระหว่างเทศกาล งานฉลองและ
ประเพณีของเจ้าของภาษากับของไทย
• ค้นคว้า รวบรวมคำาศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น
จากแหล่งการเรียนรู้ และนำาเสนอด้วยการพูด/การเขียน
• ใช้ภาษาสื่อสารในสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในห้องเรียน
และสถานศึกษา
•ใช้ภาษาต่างประเทศในการสืบค้นและรวบรวมข้อมูลต่างๆ
• มีทักษะการใช้ภาษาต่างประเทศ (เน้นการฟัง-พูด-อ่าน-
เขียน) สื่อสารตามหัวเรื่องเกี่ยวกับตนเอง ครอบครัว โรงเรียน สิ่ง
แวดล้อม อาหาร เครื่องดื่ม เวลาว่างและนันทนาการ สุขภาพและ
สวัสดิการ การซื้อ-ขาย และลมฟ้าอากาศ ภายในวงคำาศัพท์ประมาณ
๑,๐๕๐-๑,๒๐๐ คำา (คำาศัพท์ที่เป็นรูปธรรมและนามธรรม)
• ใช้ประโยคเดี่ยวและประโยคผสม (Compound
Sentences) สื่อความหมายตามบริบทต่างๆ
จบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓
• ปฏิบัติตามคำาขอร้อง คำาแนะนำา คำาชี้แจง และคำาอธิบายที่
ฟังและอ่าน อ่านออกเสียงข้อความ ข่าว โฆษณา นิทาน และบทร้อย
กรองสั้นๆ ถูกต้องตามหลักการอ่าน ระบุ/เขียนสื่อที่ไม่ใช่ความเรียง
รูปแบบต่างๆ สัมพันธ์กับประโยคและข้อความที่ฟังหรืออ่าน เลือก/
ระบุหัวข้อเรื่อง ใจความสำาคัญ รายละเอียดสนับสนุน และแสดง
ความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องที่ฟังและอ่านจากสื่อประเภทต่างๆ พร้อม
ทั้งให้เหตุผลและยกตัวอย่างประกอบ
• สนทนาและเขียนโต้ตอบข้อมูลเกี่ยวกับตนเองและเรื่องต่างๆ
ใกล้ตัว สถานการณ์ ข่าว
เรื่องที่อยู่ในความสนใจของสังคมและสื่อสารอย่างต่อเนื่องและ
เหมาะสม ใช้คำาขอร้อง คำาชี้แจง และคำาอธิบาย ให้คำาแนะนำาอย่าง
เหมาะสม พูดและเขียนแสดงความต้องการ เสนอและให้ความช่วย
เหลือ ตอบรับและปฏิเสธการให้ความช่วยเหลือ พูดและเขียนเพื่อ
ขอและให้ข้อมูล บรรยาย อธิบาย เปรียบเทียบ และแสดงความคิด
เห็นเกี่ยวกับเรื่องที่ฟังหรืออ่านอย่างเหมาะสม พูดและเขียนบรรยาย
ความรู้สึกและความคิดเห็นของตนเองเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ กิจกรรม
ประสบการณ์ และข่าว/เหตุการณ์ พร้อมทั้งให้เหตุผลประกอบอย่าง
เหมาะสม
• พูดและเขียนบรรยายเกี่ยวกับตนเอง ประสบการณ์ ข่าว/
เหตุการณ์/เรื่อง/ประเด็นต่างๆ
ที่อยู่ในความสนใจของสังคม พูดและเขียนสรุปใจความสำาคัญ/
แก่นสาระ หัวข้อเรื่องที่ได้จากการวิเคราะห์เรื่อง/ข่าว/เหตุการณ์/
สถานการณ์ที่อยู่ในความสนใจ พูดและเขียนแสดงความคิดเห็น
เกี่ยวกับกิจกรรม ประสบการณ์ และเหตุการณ์ พร้อมให้เหตุผล
ประกอบ
• เลือกใช้ภาษา นำ้าเสียง และกิริยาท่าทางเหมาะกับบุคคลและ
โอกาส ตามมารยาทสังคม
และวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา อธิบายเกี่ยวกับชีวิตความเป็นอยู่
ขนบธรรมเนียมและประเพณี
ของเจ้าของภาษา เข้าร่วม/จัดกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรม
ตามความสนใจ
• เปรียบเทียบ และอธิบายความเหมือนและความแตกต่าง
ระหว่างการออกเสียงประโยคชนิดต่างๆ และการลำาดับคำาตาม
โครงสร้างประโยคของภาษาต่างประเทศและภาษาไทย เปรียบเทียบ
และ อธิบายความเหมือนและความแตกต่างระหว่างชีวิตความเป็นอยู่
และวัฒนธรรมของเจ้าของภาษากับ
ของไทย และนำาไปใช้อย่างเหมาะสม
• ค้นคว้า รวบรวม และสรุปข้อมูล/ข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องกับ
กลุ่มสาระการเรียนรู้อื่นจาก
แหล่งการเรียนรู้ และนำาเสนอด้วยการพูดและการเขียน
• ใช้ภาษาสื่อสารในสถานการณ์จริง/สถานการณ์จำาลองที่เกิด
ขึ้นในห้องเรียน สถานศึกษา ชุมชน และสังคม
• ใช้ภาษาต่างประเทศในการสืบค้น/ค้นคว้า รวบรวม และสรุป
ความรู้/ข้อมูลต่างๆ จากสื่อ
และแหล่งการเรียนรู้ต่างๆ ในการศึกษาต่อและประกอบอาชีพ เผย
แพร่/ประชาสัมพันธ์ข้อมูล ข่าวสารของโรงเรียน ชุมชน และท้องถิ่น
เป็นภาษาต่างประเทศ
• มีทักษะการใช้ภาษาต่างประเทศ (เน้นการฟัง-พูด-อ่าน-
เขียน) สื่อสารตามหัวเรื่องเกี่ยวกับตนเอง ครอบครัว โรงเรียน สิ่ง
แวดล้อม อาหาร เครื่องดื่ม เวลาว่างและนันทนาการ สุขภาพและ
สวัสดิการ การซื้อ-ขาย ลมฟ้าอากาศ การศึกษาและอาชีพ การเดิน
ทางท่องเที่ยว การบริการ สถานที่ ภาษา และวิทยาศาสตร์และ
เทคโนโลยี ภายในวงคำาศัพท์ประมาณ ๒,๑๐๐-๒,๒๕๐ คำา (คำาศัพท์
ที่เป็นนามธรรมมากขึ้น)
• ใช้ประโยคผสมและประโยคซับซ้อน (Complex
Sentences) สื่อความหมายตามบริบทต่างๆ
ในการสนทนาทั้งที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ
จบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖
• ปฏิบัติตามคำาแนะนำาในคู่มือการใช้งานต่างๆ คำาชี้แจง คำา
อธิบาย และคำาบรรยายที่ฟังและอ่าน อ่านออกเสียงข้อความ ข่าว
ประกาศ โฆษณา บทร้อยกรอง และบทละครสั้นถูกต้องตามหลักการ
อ่าน อธิบายและเขียนประโยคและข้อความสัมพันธ์กับสื่อที่ไม่ใช่
ความเรียงรูปแบบต่างๆ ที่อ่าน รวมทั้งระบุและเขียนสื่อที่ไม่ใช่ความ
เรียงรูปแบบต่างๆ สัมพันธ์กับประโยคและข้อความที่ฟังหรืออ่าน
จับใจความสำาคัญ วิเคราะห์ความ สรุปความ ตีความ และแสดงความ
คิดเห็นจากการฟังและอ่านเรื่อง
ที่เป็นสารคดีและบันเทิงคดี พร้อมทั้งให้เหตุผลและยกตัวอย่าง
ประกอบ
• สนทนาและเขียนโต้ตอบข้อมูลเกี่ยวกับตนเองและเรื่องต่างๆ
ใกล้ตัว ประสบการณ์ สถานการณ์ ข่าว/เหตุการณ์ ประเด็นที่อยู่
ในความสนใจและสื่อสารอย่างต่อเนื่องและเหมาะสม เลือกและใช้
คำาขอร้อง คำาชี้แจง คำาอธิบาย และให้คำาแนะนำา พูดและเขียนแสดง
ความต้องการ เสนอและให้ความช่วยเหลือ ตอบรับและปฏิเสธการ
ให้ความช่วยเหลือในสถานการณ์จำาลองหรือสถานการณ์จริงอย่าง
เหมาะสม พูดและเขียนเพื่อขอและให้ข้อมูล บรรยาย อธิบาย
เปรียบเทียบ และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่อง/ประเด็น/ข่าว/
เหตุการณ์ที่ฟังและอ่านอย่างเหมาะสม พูดและเขียนบรรยายความ
รู้สึกและแสดงความคิดเห็นของตนเองเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ กิจกรรม
ประสบการณ์ และข่าว/เหตุการณ์อย่างมีเหตุผล
• พูดและเขียนนำาเสนอข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง/ประสบการณ์
ข่าว/เหตุการณ์ เรื่องและประเด็นต่างๆ ตามความสนใจ พูดและ
เขียนสรุปใจความสำาคัญ แก่นสาระที่ได้จากการวิเคราะห์เรื่อง
กิจกรรม ข่าว เหตุการณ์ และสถานการณ์ตามความสนใจ พูดและ
เขียนแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับกิจกรรม ประสบการณ์ และ
เหตุการณ์ ทั้งในท้องถิ่น สังคม และโลก พร้อมทั้งให้เหตุผลและยก
ตัวอย่างประกอบ
• เลือกใช้ภาษา นำ้าเสียง และกิริยาท่าทางเหมาะกับระดับของ
บุคคล เวลา โอกาสและสถานที่ตามมารยาทสังคมและวัฒนธรรม
ของเจ้าของภาษา อธิบาย/อภิปรายวิถีชีวิต ความคิด ความเชื่อ
และที่มาของขนบธรรมเนียมและประเพณีของเจ้าของภาษา เข้า
ร่วม แนะนำา และจัดกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมอย่างเหมาะสม
• อธิบาย/เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างโครงสร้างประโยค
ข้อความ สำานวน คำาพังเพย สุภาษิต และบทกลอนของภาษาต่าง
ประเทศและภาษาไทย วิเคราะห์/อภิปรายความเหมือนและความแตก
ต่างระหว่างวิถีชีวิต ความเชื่อ และวัฒนธรรมของเจ้าของภาษากับของ
ไทย และนำาไปใช้อย่างมีเหตุผล
• ค้นคว้า/สืบค้น บันทึก สรุป และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ
ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น จากแหล่งเรียนรู้ต่างๆ
และนำาเสนอด้วยการพูดและการเขียน
• ใช้ภาษาสื่อสารในสถานการณ์จริง/สถานการณ์จำาลองที่เกิด
ขึ้นในห้องเรียน สถานศึกษา ชุมชน และสังคม
• ใช้ภาษาต่างประเทศในการสืบค้น/ค้นคว้า รวบรวม
วิเคราะห์ และสรุปความรู้/ข้อมูลต่างๆ จากสื่อและแหล่งการเรียนรู้
ต่างๆ ในการศึกษาต่อและประกอบอาชีพ เผยแพร่/ประชาสัมพันธ์
ข้อมูล ข่าวสาร ของโรงเรียน ชุมชน และท้องถิ่น/ประเทศชาติ
เป็นภาษาต่างประเทศ
• มีทักษะการใช้ภาษาต่างประเทศ (เน้นการฟัง-พูด-อ่าน-
เขียน) สื่อสารตามหัวเรื่องเกี่ยวกับตนเอง ครอบครัว โรงเรียน สิ่ง
แวดล้อม อาหาร เครื่องดื่ม ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล เวลาว่างและ
นันทนาการ สุขภาพและสวัสดิการ การซื้อ-ขาย ลมฟ้าอากาศ การ
ศึกษาและอาชีพ การเดินทางท่องเที่ยว การบริการ สถานที่ ภาษา
และวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ภายในวงคำาศัพท์ประมาณ
๓,๖๐๐-๓,๗๕๐ คำา (คำาศัพท์ที่มีระดับการใช้แตกต่างกัน)
• ใช้ประโยคผสมและประโยคซับซ้อนสื่อความหมายตาม
บริบทต่างๆ ในการสนทนา ทั้งที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ
ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง
สาระที่ ๑ ภาษาเพื่อการสื่อสาร
มาตรฐาน ต ๑.๑ เข้าใจและตีความเรื่องที่ฟังและอ่านจากสื่อ
ประเภทต่างๆ และแสดงความคิดเห็น อย่างมีเหตุผล
ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง
ป.๑ ๑. ปฏิบัติตามคำาสั่ง
ง่ายๆ ที่ฟัง
คำาสั่งที่ใช้ในห้องเรียน เช่น
Stand up./Sit down./
Listen./ Repeat./Quiet!/
Stop! etc.
๒. ระบุตัวอักษรและ
เสียง อ่านออกเสียงและ
สะกดคำาง่ายๆ ถูกต้อง
ตาม
หลักการอ่าน
ตัวอักษร (letter names) เสียง
ตัวอักษรและสระ (letter
sounds) และการสะกดคำา
หลักการอ่านออกเสียง เช่น
- การออกเสียงพยัญชนะต้นคำา
และพยัญชนะท้ายคำา
- การออกเสียงเน้นหนัก-เบา
(stress)ในคำาและ
กลุ่มคำา
- การออกเสียงตามระดับเสียงสูง-
ตำ่า (intonation)
ในประโยค
๓. เลือกภาพตรงตาม
ความหมายของคำาและ
กลุ่มคำาที่ฟัง
คำา กลุ่มคำา และความหมาย เกี่ยว
กับตนเอง ครอบครัว โรงเรียน สิ่ง
แวดล้อมใกล้ตัว อาหาร เครื่องดื่ม
และนันทนาการ ภายในวงคำาศัพท์
ประมาณ ๑๕๐-๒๐๐ คำา (คำาศัพท์ที่
เป็นรูปธรรรม)
๔. ตอบคำาถามจากการ
ฟังเรื่อง ใกล้ตัว
บทอ่านเกี่ยวกับเรื่องใกล้ตัว หรือ
นิทานที่มีภาพประกอบ
ประโยคคำาถามและคำาตอบ
- Yes/No Question เช่น
Is it a/an..? Yes, it
is./No, it is not. etc.
- Wh-Question เช่น
What is it? It is a/an...
etc.
ป.๒ ๑. ปฏิบัติตามคำาสั่ง และ
คำาขอร้องง่าย ๆ ที่ฟัง
คำาสั่งและคำาขอร้องที่ใช้ใน
ห้องเรียน
- คำาสั่ง เช่น Show me
a/an.../ Open your book.
Don’t talk in class. etc.
- คำาขอร้อง เช่น Please come
here./ Come here,
please. Don’t make a
loud noise, please./
Please don’t make a loud
noise. etc.
ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง
ป.๒ ๒.ระบุตัวอักษรและ
เสียง อ่านออกเสียงคำา
สะกดคำา และอ่าน
ประโยคง่ายๆ ถูกต้อง
ตามหลักการอ่าน
ตัวอักษร เสียงตัวอักษรและสระ
การสะกดคำา และประโยค หลัก
การอ่านออกเสียง เช่น
- การออกเสียงพยัญชนะต้นคำา
และพยัญชนะท้ายคำา
- การออกเสียงเน้นหนัก-เบา ใน
คำาและกลุ่มคำา
- การออกเสียงตามระดับเสียง
สูง-ตำ่า ในประโยค
๓. เลือกภาพตรงตาม
ความหมายของคำา กลุ่ม
คำา และประโยคที่ฟัง
คำา กลุ่มคำา ประโยคเดี่ยว
(simple sentence) และความ
หมาย เกี่ยวกับตนเอง ครอบครัว
โรงเรียน สิ่งแวดล้อมใกล้ตัว
อาหาร เครื่องดื่ม และนันทนาการ
เป็นวงคำาศัพท์สะสมประมาณ
๒๕๐-๓๐๐ คำา (คำาศัพท์ที่เป็นรูป
ธรรรม)
๔. ตอบคำาถามจากการ
ฟังประโยค
บทสนทนา หรือนิทาน
ง่ายๆ ที่มีภาพ ประกอบ
ประโยค บทสนทนา หรือนิทานที่
มีภาพประกอบ
ประโยคคำาถามและคำาตอบ
- Yes/No Question เช่น
Is this/that a/an..?
Yes, it is./No, it isn’t.
etc.
- Wh-Question เช่น
What is this/that/it?
This/that/It is a/an…
How many…?
There is/are…
Where is the…? It is
in/on/under… etc.
ป.๓ ๑. ปฏิบัติตามคำาสั่ง และ
คำาขอร้องที่ฟัง หรืออ่าน
คำาสั่งและคำาขอร้องที่ใช้ใน
ห้องเรียน
- คำาสั่ง เช่น Give me
a/an.../Draw and color the
picture./ Put a/an…
in/on/under a/an…/
Don’t eat in class. etc.
- คำาขอร้อง เช่น Please take
a queue./ Take a queue,
please./ Don’t make a
loud noise, please./
Please don’t make a loud
noise./ Can you help me,
please? etc.
๒. อ่านออกเสียงคำา
สะกดคำา อ่านกลุ่มคำา
ประโยค และบทพูดเข้า
จังหวะ (chant) ง่ายๆ
ถูกต้องตามหลักการ
คำา กลุ่มคำา ประโยคเดี่ยว และบท
พูดเข้าจังหวะ และการสะกดคำา
การใช้พจนานุกรม
หลักการอ่านออกเสียง เช่น
- การออกเสียงพยัญชนะต้นคำา
อ่าน และพยัญชนะท้ายคำา
- การออกเสียงเน้นหนัก-เบา
ในคำาและกลุ่มคำา
- การออกเสียงตามระดับเสียง
สูง-ตำ่า ในประโยค
ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง
ป.๓ ๓. เลือก/ระบุภาพ หรือ
สัญลักษณ์ตรงตามความ
หมายของกลุ่มคำาและ
ประโยคที่ฟัง
กลุ่มคำา ประโยคเดี่ยว สัญลักษณ์
และความหมายเกี่ยวกับตนเอง
ครอบครัว โรงเรียน สิ่งแวดล้อม
ใกล้ตัว อาหาร เครื่องดื่ม และ
นันทนาการ เป็น วงคำาศัพท์
สะสมประมาณ ๓๕๐-๔๕๐ คำา (คำา
ศัพท์ที่เป็นรูปธรรรม)
๔. ตอบคำาถามจากการ
ฟังหรืออ่านประโยค
บทสนทนา หรือนิทาน
ง่ายๆ
ประโยค บทสนทนา หรือนิทานที่
มีภาพประกอบ
ประโยคคำาถามและคำาตอบ
- Yes/No Question เช่น
Is/Are/Can…? Yes,
…is/are/can./
No,
…isn’t/aren’t/can’t.
etc.
- Wh-Question เช่น
What is this/that/it?
This/that/It is a/an…
How many…?
There is/are…
Where is/are…? It
is in/on/under…
They are
etc.
ป.๔ ๑. ปฏิบัติตามคำาสั่ง
คำาขอร้อง และคำา
แนะนำา (instructions)
ง่ายๆ ที่ฟังหรืออ่าน
คำาสั่งและคำาขอร้องที่ใช้ใน
ห้องเรียน และคำาแนะนำาในการ
เล่นเกม การวาดภาพ หรือการทำา
อาหารและเครื่องดื่ม
- คำาสั่ง เช่น Look at
the…/here/over there./
Say it
again./ Read and draw./
Put a/an…in/on/under
a/an…/ Don’t go over
there. etc.
- คำาขอร้อง เช่น Please take
a queue./ Take a queue,
please./ Can you help
me, please? etc.
- คำาแนะนำา เช่น You should
read everyday./Think
before you speak./ คำาศัพท์
ที่ใช้ในการเล่นเกม Start./
My turn./ Your turn./ Roll
the dice./ Count the
number./ Finish./ คำา
บอกลำาดับขั้นตอน First,...
Second,… Then,…
Finally,... etc.
ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง
ป.๔ ๒. อ่านออกเสียงคำา
สะกดคำา อ่านกลุ่มคำา
ประโยค ข้อความง่ายๆ
และบทพูดเข้าจังหวะถูก
ต้องตาม
หลักการอ่าน
คำา กลุ่มคำา ประโยค ข้อความ
บทพูดเข้าจังหวะ และการสะกด
คำา
การใช้พจนานุกรม
หลักการอ่านออกเสียง เช่น
- การออกเสียงพยัญชนะต้นคำา
และพยัญชนะท้ายคำา
- การออกเสียงเน้นหนัก-เบา ใน
คำาและกลุ่มคำา
- การออกเสียงตามระดับเสียงสูง-
ตำ่า ในประโยค
๓. เลือก/ระบุภาพ หรือ
สัญลักษณ์ หรือ
เครื่องหมายตรงตาม
กลุ่มคำา ประโยคเดี่ยว สัญลักษณ์
เครื่องหมาย และความหมาย
เกี่ยวกับตนเอง ครอบครัว
ความหมายของประโยค
และข้อความสั้นๆ ที่ฟัง
หรืออ่าน
โรงเรียน สิ่งแวดล้อม อาหาร
เครื่องดื่ม เวลาว่างและ
นันทนาการ สุขภาพและ
สวัสดิการ การซื้อ-ขาย และลมฟ้า
อากาศ และเป็นวงคำาศัพท์สะสม
ประมาณ ๕๕๐-๗๐๐ คำา (คำาศัพท์
ที่เป็นรูปธรรมและนามธรรม)
๔. ตอบคำาถามจากการ
ฟังและอ่านประโยค
บทสนทนา และนิทาน
ง่ายๆ
ประโยค บทสนทนา นิทานที่มี
ภาพประกอบ
คำาถามเกี่ยวกับใจความสำาคัญ
ของเรื่อง เช่น ใคร
ทำาอะไร ที่ไหน
- Yes/No Question เช่น
Is/Are/Can…? Yes,
…is/are/can./
No,
…isn’t/aren’t/can’t.
Do/Does/Can/Is/Are...?
Yes/No… etc.
- Wh-Question เช่น
Who is/are…?
He/She is…/They are…
What…?/Where…? It is
…/They are…
What...doing? …
is/am/are… etc.
- Or-Question เช่น
Is this/it a/an...or
a/an…? It is a/an…
etc.
ป.๕ ๑. ปฏิบัติตามคำาสั่ง
คำาขอร้อง และ คำา
แนะนำาง่ายๆ ที่ฟังและ
อ่าน
คำาสั่งและคำาขอร้องที่ใช้ใน
ห้องเรียน ภาษาท่าทาง และคำา
แนะนำาในการเล่นเกม การวาด
ภาพ หรือการทำาอาหารและเครื่อง
ดื่ม
- คำาสั่ง เช่น Look at
the…/here/over there./
Say it
again./ Read and draw./
Put a/an…in/on/under
a/an…/ Don’t go over
there. etc.
ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง
ป.๕ - คำาขอร้อง เช่น Please take
a queue./ Take a queue,
please./ Can/Could you
help me, please? etc.
- คำาแนะนำา เช่น You should
read everyday./ Think
before you speak./ คำาศัพท์
ที่ใช้ในการเล่นเกม Start./
My turn./ Your turn./ Roll
the dice./ Count the
number./ Finish./ คำาบอก
ลำาดับขั้นตอน First,…
Second,… Next,… Then,
… Finally,… etc.
๒. อ่านออกเสียง
ประโยค ข้อความ และ
บทกลอนสั้นๆ ถูกต้อง
ตามหลักการอ่าน
ประโยค ข้อความ และบทกลอน
การใช้พจนานุกรม
หลักการอ่านออกเสียง เช่น
- การออกเสียงพยัญชนะต้นคำา
และพยัญชนะท้ายคำา
- การออกเสียงเน้นหนัก-เบา ใน
คำาและกลุ่มคำา
- การออกเสียงตามระดับเสียง
สูง-ตำ่า ในประโยค
- การออกเสียงเชื่อมโยง
(linking sound) ในข้อความ
- การออกเสียงบทกลอนตาม
จังหวะ
๓. ระบุ/วาดภาพ
สัญลักษณ์ หรือ
เครื่องหมายตรงตาม
ความหมายของประโยค
และข้อความสั้นๆ ที่ฟัง
หรืออ่าน
กลุ่มคำา ประโยคผสม ข้อความ
สัญลักษณ์ เครื่องหมาย และ
ความหมายเกี่ยวกับตนเอง
ครอบครัว โรงเรียน สิ่งแวดล้อม
อาหาร เครื่องดื่ม เวลาว่างและ
นันทนาการ สุขภาพและ
สวัสดิการ การซื้อ-ขาย และลมฟ้า
อากาศ และเป็นวงคำาศัพท์สะสม
ประมาณ ๗๕๐-๙๕๐ คำา (คำาศัพท์
ที่เป็นรูปธรรมและนามธรรม)
๔. บอกใจความสำาคัญ
และตอบคำาถามจากการ
ฟังและอ่านบทสนทนา
และนิทานง่ายๆ หรือ
เรื่องสั้นๆ
ประโยค บทสนทนา นิทาน หรือ
เรื่องสั้นๆ
คำาถามเกี่ยวกับใจความสำาคัญ
ของเรื่อง เช่น ใคร
ทำาอะไร ที่ไหน เมื่อไร
- Yes/No Question เช่น
Is/Are/Can…? Yes,
…is/are/can./
No,
…isn’t/aren’t/can’t.
Do/Does/Can/Is/Are...?
Yes/No… etc.
ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง
ป.๕ - Wh-Question เช่น
Who is/are…?
He/She is…/They are…
What…?/Where…? It is
…/They are…
What...doing? …
is/am/are… etc.
- Or-Question เช่น
Is this/it a/an...or
a/an…? It is a/an…
etc.
ป.๖ ๑. ปฏิบัติตามคำาสั่ง
คำาขอร้อง และ คำา
แนะนำาที่ฟังและอ่าน
คำาสั่ง คำาขอร้อง ภาษาท่าทาง
และคำาแนะนำาในการเล่นเกม การ
วาดภาพ การทำาอาหารและเครื่อง
ดื่ม และการประดิษฐ์
- คำาสั่ง เช่น Look at
the…/here/over there./
Say it
again./ Read and draw./
Put a/an…in/on/under
a/an…/ Don’t go over
there. etc.
- คำาขอร้อง เช่น Please look
up the meaning in a
dictionary./ Look up the
meaning in a dictionary,
please./ Can/Could you
help me, please? etc.
- คำาแนะนำา เช่น You should
read everyday./ Think
before you speak./ คำาศัพท์
ที่ใช้ในการเล่นเกม Start./
My turn./ Your turn./ Roll
the dice./ Count the
number./ Finish./คำาบอก
ลำาดับขั้นตอน First,…
Second,… Next,… Then,
… Finally,… etc.
๒. อ่านออกเสียง
ข้อความ น้ิทาน
และบทกลอนสั้นๆ ถูก
ต้องตาม หลักการอ่าน
ข้อความ นิทาน และบทกลอน
การใช้พจนานุกรม
หลักการอ่านออกเสียง เช่น
- การออกเสียงพยัญชนะต้นคำา
และพยัญชนะท้ายคำา
- การออกเสียงเน้นหนัก-เบา ใน
คำาและกลุ่มคำา
- การออกเสียงตามระดับเสียง
สูง-ตำ่า ในประโยค
- การออกเสียงเชื่อมโยง
(linking sound) ในข้อความ
- การออกเสียงบทกลอนตาม
จังหวะ
ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง
ป.๖ ๓. เลือก/ระบุประโยค
หรือข้อความสั้นๆ ตรง
ตามภาพ สัญลักษณ์
หรือเครื่องหมายที่อ่าน
ประโยค หรือข้อความ
สัญลักษณ์ เครื่องหมาย และ
ความหมายเกี่ยวกับตนเอง
ครอบครัว โรงเรียน สิ่งแวดล้อม
อาหาร เครื่องดื่ม เวลาว่างและ
นันทนาการ สุขภาพและ
สวัสดิการ การซื้อ-ขาย และลมฟ้า
อากาศ และเป็นวงคำาศัพท์สะสม
ประมาณ ๑,๐๕๐-๑,๒๐๐ คำา (คำา
ศัพท์ที่เป็นรูปธรรมและนามธรรม)
๔. บอกใจความสำาคัญ
และตอบคำาถามจากการ
ฟังและอ่านบทสนทนา
นิทานง่ายๆ และเรื่อง
เล่า
ประโยค บทสนทนา นิทาน หรือ
เรื่องเล่า
คำาถามเกี่ยวกับใจความสำาคัญ
ของเรื่อง เช่น ใคร
ทำาอะไร ที่ไหน เมื่อไร อย่างไร
ทำาไม
- Yes/No Question เช่น
Is/Are/Can…? Yes,
…is/are/can./
No,
…isn’t/aren’t/can’t.
Do/Does/Can/Is/Are...?
Yes/No… etc.
- Wh-Question เช่น
Who is/are…?
He/She is…/They are…
What…?/Where…? It is
…/They are…
What...doing? …
is/am/are… etc.
- Or-Question เช่น
Is this/it a/an...or
a/an…? It is a/an…
Is/Are/Was/Were/Did…
or…? etc.
ม. ๑ ๑. ปฏิบัติตามคำาสั่ง
คำาขอร้อง คำาแนะนำา
และคำาชี้แจงง่ายๆ ที่ฟัง
และอ่าน
คำาสั่ง คำาขอร้อง คำาแนะนำา และ
คำาชี้แจงในการทำาอาหารและ
เครื่องดื่ม การประดิษฐ์ การใช้
ยา/
สลากยา การบอกทิศทาง ป้าย
ประกาศต่างๆ หรือ
การใช้อุปกรณ์
- คำาสั่ง เช่น Look at
the…/here/over there./
Say it
again/ Read and draw./
Put a/an…in/on/under
a/an…/ Go to the window
and open it./ Take out
the book, open on page
๑๗ and read it./ Don’t go
over there./ Don’t be
late. etc.
ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง
ม. ๑ - คำาขอร้อง เช่น Please look
up the meaning in a
dictionary./ Look up the
meaning in a dictionary,
please./ Can/Could you
help me, please?/ Excuse
me, could you …?
etc.
- คำาแนะนำา เช่น You should
read everyday./ Think
before you speak./ คำา
ศัพท์ที่ใช้ในการเล่นเกม
Start./ My turn./ Your
turn./ Roll the dice./
Count the number./
Finish. etc.
- คำาสันธาน (conjunction)
เช่น and/but/or
- ตัวเชื่อม (connective
words) เช่น First,…
Second,…Third,… Next,…
Then,… Finally,…
etc.
๒. อ่านออกเสียง
ข้อความ นิทาน และบท
ร้อยกรอง (poem) สั้นๆ
ถูกต้องตาม หลักการ
อ่าน
ข้อความ นิทาน และบทร้อย
กรอง
การใช้พจนานุกรม
หลักการอ่านออกเสียง เช่น
- การออกเสียงพยัญชนะต้นคำา
และพยัญชนะท้ายคำา
- การออกเสียงเน้นหนัก-เบา ใน
คำาและกลุ่มคำา
-การออกเสียงตามระดับเสียงสูง-
ตำ่า ในประโยค
- การแบ่งวรรคตอนในการอ่าน
- การอ่านบทร้อยกรองตาม
จังหวะ
๓. เลือก/ระบุประโยค
และข้อความ
ให้สัมพันธ์กับสื่อที่
ไม่ใช่ความเรียง
(non-text
information) ที่อ่าน
ประโยค หรือข้อความ และความ
หมายเกี่ยวกับตนเอง ครอบครัว
โรงเรียน สิ่งแวดล้อม อาหาร
เครื่องดื่ม เวลาว่างและ
นันทนาการ สุขภาพและ
สวัสดิการ การซื้อ-ขาย ลมฟ้า
อากาศ การศึกษาและอาชีพ การ
เดินทางท่องเที่ยว การบริการ
สถานที่ ภาษา และวิทยาศาสตร์
และเทคโนโลยี เป็น
วงคำาศัพท์สะสมประมาณ
๑,๔๐๐-๑,๕๕๐ คำา (คำาศัพท์ที่เป็น
รูปธรรมและนามธรรม)
การตีความ/ถ่ายโอนข้อมูลให้
สัมพันธ์กับสื่อที่ไม่ใช่ความเรียง
เช่น สัญลักษณ์ เครื่องหมาย
กราฟ
ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง
ม. ๑ แผนภูมิ ตาราง ภาพสัตว์ สิ่งของ
บุคคล สถานที่ต่างๆ โดยใช้
Comparison of adjectives/
adverbs/ Contrast : but,
although/ Quantity words
เช่น many/ much/ a lot of/
lots of/ some/ any/ a few/
few/ a little/ little etc.
๔. ระบุหัวข้อเรื่อง
(topic)
ใจความสำาคัญ (main
idea) และ
ตอบคำาถามจากการฟัง
และอ่าน
บทสนทนา นิทาน และ
เรื่องสั้น
บทสนทนา นิทาน เรื่องสั้น และ
เรื่องจากสื่อประเภทต่างๆ เช่น
หนังสือพิมพ์ วารสาร วิทยุ
โทรทัศน์ เว็บไซด์
การจับใจความสำาคัญ เช่น หัวข้อ
เรื่อง ใจความสำาคัญ รายละเอียด
สนับสนุน
คำาถามเกี่ยวกับใจความสำาคัญ
ของเรื่อง เช่น ใคร
ทำาอะไร ที่ไหน เมื่อไร อย่างไร
ทำาไม ใช่หรือไม่
- Yes/No Question
- Wh-Question
- Or-Question
etc.
- Tenses : present simple/
present continuous/ past
simple/ future simple
etc.
- Simple sentence/
Compound sentence
ม.๒ ๑. ปฏิบัติตามคำาขอร้อง คำาขอร้อง คำาแนะนำา คำาชี้แจง
คำาแนะนำา
คำาชี้แจง และคำาอธิบาย
ง่ายๆ ที่ฟังและอ่าน
และคำาอธิบาย เช่น
การทำาอาหารและเครื่องดื่ม การ
ประดิษฐ์
การใช้ยา/สลากยา การบอก
ทิศทาง การใช้อุปกรณ์
- Passive Voice ที่ใช้ใน
โครงสร้างประโยคง่ายๆ เช่น
is/are + Past Participle
- คำาสันธาน (conjunction)
เช่น and/ but/ or/ before/
after etc.
- ตัวเชื่อม (connective
words) เช่น First,…
Second,… Third,…
Fourth,… Finally,…
etc.
ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง
ม.๒ ๒. อ่านออกเสียง
ข้อความ ข่าว ประกาศ
และบทร้อยกรองสั้นๆ
ถูกต้องตามหลักการอ่าน
ข้อความ ข่าว ประกาศ และบท
ร้อยกรอง
การใช้พจนานุกรม
หลักการอ่านออกเสียง เช่น
- การออกเสียงพยัญชนะต้นคำา
และพยัญชนะท้ายคำา
- การออกเสียงเน้นหนัก-เบา ใน
คำาและกลุ่มคำา
- การออกเสียงตามระดับเสียงสูง-
ตำ่า ในประโยค
- การออกเสียงเชื่อมโยงใน
ข้อความ
- การแบ่งวรรคตอนในการอ่าน
- การอ่านบทร้อยกรองตาม
จังหวะ
๓. ระบุ/เขียนประโยค
และข้อความ ให้สัมพันธ์
กับสื่อที่ไม่ใช่ความเรียง
รูปแบบ ต่างๆ ที่อ่าน
ประโยค หรือข้อความ และความ
หมายเกี่ยวกับตนเอง ครอบครัว
โรงเรียน สิ่งแวดล้อม อาหาร
เครื่องดื่ม เวลาว่างและ
นันทนาการ สุขภาพและ
สวัสดิการ การซื้อ-ขาย ลมฟ้า
อากาศ การศึกษาและอาชีพ การ
เดินทางท่องเที่ยว การบริการ
สถานที่ ภาษา และวิทยาศาสตร์
และเทคโนโลยี เป็นวงคำาศัพท์
สะสมประมาณ ๑,๗๕๐-๑,๙๐๐
คำา (คำาศัพท์ที่เป็นรูปธรรมและ
นามธรรม)
การตีความ/ถ่ายโอนข้อมูลให้
สัมพันธ์กับสื่อที่ไม่ใช่ความเรียง
เช่น สัญลักษณ์ เครื่องหมาย
กราฟ แผนภูมิ แผนผัง ตาราง
ภาพสัตว์ สิ่งของ บุคคล สถานที่
ต่างๆ โดยใช้ Comparison of
adjectives/ adverbs/
Contrast: but, although/
Quantity words เช่น many/
much/ a lot of/ lots of/
some/ any/ a few/ few/ a
little/ little etc.
๔. เลือกหัวข้อเรื่อง
ใจความสำาคัญ
บอกรายละเอียด
สนับสนุน
(supporting detail)
และแสดงความคิดเห็น
เกี่ยวกับเรื่องที่ฟังและ
อ่าน พร้อมทั้งให้
เหตุผลและยกตัวอย่าง
ง่ายๆ ประกอบ
บทสนทนา นิทาน เรื่องสั้น และ
เรื่องจากสื่อประเภทต่างๆ เช่น
หนังสือพิมพ์ วารสาร วิทยุ
โทรทัศน์ เว็บไซด์
การจับใจความสำาคัญ เช่น หัวข้อ
เรื่อง ใจความสำาคัญ รายละเอียด
สนับสนุน
คำาถามเกี่ยวกับใจความสำาคัญ
ของเรื่อง เช่น ใคร
ทำาอะไร ที่ไหน เมื่อไร อย่างไร
ทำาไม ใช่หรือไม่
ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง
ม.๒ - Yes/No Question
- Wh-Question
- Or-Question
etc.
ประโยคที่ใช้ในการแสดงความ
คิดเห็น การให้เหตุผล และการ
ยกตัวอย่าง เช่น I think…/ I
feel…/ I believe…
- คำาสันธาน (conjunctions)
and/ but/ or/ because/
so/ before/after
- ตัวเชื่อม (connective
words) First,… Next,…
After,… Then,… Finally,…
etc.
- Tenses: present simple/
present continuous/
present perfect/ past
simple/ future tense
etc.
- Simple
sentence/Compound
sentence
ม.๓ ๑. ปฏิบัติตามคำาขอร้อง
คำาแนะนำา
คำาชี้แจง และคำา
อธิบายที่ฟังและอ่าน
คำาขอร้อง คำาแนะนำา คำาชี้แจง
และคำาอธิบาย ในการประดิษฐ์
การบอกทิศทาง ป้ายประกาศ
ต่างๆ การใช้อุปกรณ์
- Passive Voice ที่ใช้ใน
โครงสร้างประโยคง่ายๆ เช่น
is/are + past partciple
- คำาสันธาน (conjunction)
เช่น and/ but/ or/ before/
after/ because etc.
- ตัวเชื่อม (connective
words) เช่น First,…
Second,…Third,… Fourth,
… Next,… Then,…
Finally,… etc.
๒. อ่านออกเสียง
ข้อความ ข่าว โฆษณา
และบทร้อยกรองสั้นๆ
ถูกต้องตามหลักการ
อ่าน
ข้อความ ข่าว โฆษณา และบท
ร้อยกรอง
การใช้พจนานุกรม
หลักการอ่านออกเสียง เช่น
- การออกเสียงพยัญชนะต้นคำา
และพยัญชนะท้ายคำา สระเสียง
สั้น สระเสียงยาว สระประสม
- การออกเสียงเน้นหนัก-เบา ใน
คำาและกลุ่มคำา
- การออกเสียงตามระดับเสียง
สูง-ตำ่า ในประโยค
- การออกเสียงเชื่อมโยงใน
ข้อความ
- การแบ่งวรรคตอนในการอ่าน
- การอ่านบทร้อยกรองตาม
จังหวะ
ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง
ม.๓ ๓. ระบุและเขียนสื่อที่
ไม่ใช่ความเรียง รูปแบบ
ต่างๆ ให้สัมพันธ์กับ
ประโยค และข้อความที่
ฟังหรืออ่าน
ประโยค ข้อความ และความหมาย
เกี่ยวกับตนเอง ครอบครัว
โรงเรียน สิ่งแวดล้อม อาหาร
เครื่องดื่ม เวลาว่างและ
นันทนาการ สุขภาพและ
สวัสดิการ การซื้อ-ขาย ลมฟ้า
อากาศ การศึกษาและอาชีพ
การเดินทางท่องเที่ยว การบริการ
สถานที่ ภาษา และวิทยาศาสตร์
และเทคโนโลยี เป็นวงคำาศัพท์
สะสมประมาณ ๑,๔๐๐-๑,๕๕๐
คำา (คำาศัพท์ ที่เป็นรูปธรรม
และนามธรรม)
การตีความ/ถ่ายโอนข้อมูลให้
สัมพันธ์กับสื่อที่ไม่ใช่ความเรียง
เช่น สัญลักษณ์ เครื่องหมาย
กราฟ แผนภูมิ ตาราง ภาพสัตว์
สิ่งของ บุคคล สถานที่ต่างๆ โดย
ใช้ Comparison of
adjectives/ adverbs/
Contrast : but, although/
Quantity words เช่น many/
much/ a lot of/ lots of/
some/ any /a few/ few/ a
little/ little etc.
๔. เลือก/ระบุหัวข้อ
เรื่อง ใจความสำาคัญ
รายละเอียดสนับสนุน
และแสดงความคิดเห็น
เกี่ยวกับเรื่องที่ฟังและ
อ่านจากสื่อประเภท
ต่างๆ พร้อมทั้งให้
เหตุผลและยกตัวอย่าง
ประกอบ
การจับใจความสำาคัญ เช่น หัวข้อ
เรื่อง ใจความสำาคัญ รายละเอียด
สนับสนุน จากสื่อสิ่งพิมพ์และสื่อ
อิเล็กทรอนิกส์ เช่น หนังสือพิมพ์
วารสาร วิทยุ โทรทัศน์ เว็บไซด์
บนอินเทอร์เน็ต
คำาถามเกี่ยวกับใจความสำาคัญ
ของเรื่อง เช่น ใคร
ทำาอะไร ที่ไหน เมื่อไร อย่างไร
ทำาไม ใช่หรือไม่
- Yes/No Question
- Wh-Question
- Or-Question
etc.
ประโยคที่ใช้ในการแสดงความ
คิดเห็น การให้เหตุผลและการยก
ตัวอย่าง เช่น I think…/ I
feel…/ I believe…/ I
agree/disagree…/ I don’t
believe…/ I have no idea…
- if clauses
- so…that/such…that
ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง
ม.๓ - คำาสันธาน (conjunctions)
and/ but/ or/ because/
so/ before/ after etc.
- Infinitive pronouns
:some/ any/ someone/
anyone/ everyone/ one/
ones etc.
- Tenses : present simple/
present continuous/
present perfect/ past
simple/ future tense
etc.
- Simple sentence/
Compound sentence/
Complex sentence
ม.
๔-๖
๑. ปฏิบัติตามคำาแนะนำา
ในคู่มือ
การใช้งานต่างๆ คำา
ชี้แจง คำาอธิบาย และคำา
บรรยายที่ฟังและอ่าน
คำาแนะนำา คำาชี้แจง คำาอธิบาย
คำาบรรยาย เช่น ประกาศเตือนภัย
ต่างๆ ยาและการใช้ยา การใช้
อุปกรณ์และสิ่งของ การสืบค้น
ข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต
- Modal verb : should/
ought to/ need/ have to/
must+ verb ที่เป็น infinitive
without to เช่น You
should have it after
meal. (Active Voice)/The
doses must be divided.
(Passive Voice)
- Direct/Indirect Speech
- คำาสันธาน (conjunction)
and/ but/ or/ so/ not
only…but also/ both…
and/ as well as/ after/
because etc.
- ตัวเชื่อม (connective
words) เช่น First,…
Second,… Third,…
Fourth,… Next,… Then,…
Finally,… etc.
๒. อ่านออกเสียง
ข้อความ ข่าว ประกาศ
โฆษณา บทร้อยกรอง
และบทละครสั้น (skit)
ถูกต้องตามหลักการอ่าน
ข้อความ ข่าว ประกาศ โฆษณา
บทร้อยกรอง และ
บทละครสั้น
การใช้พจนานุกรม
หลักการอ่านออกเสียง เช่น
- การออกเสียงพยัญชนะต้นคำา
และพยัญชนะท้ายคำา สระเสียง
สั้น สระเสียงยาว สระประสม
ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง
ม.
๔-๖
- การออกเสียงเน้นหนัก-เบา ใน
คำาและกลุ่มคำา
- การออกเสียงตามระดับเสียง
สูง-ตำ่า ในประโยค
- การออกเสียงเชื่อมโยงใน
ข้อความ
- การแบ่งวรรคตอนในการอ่าน
- การอ่านบทร้อยกรองตาม
จังหวะ
๓. อธิบายและเขียน
ประโยค
และข้อความให้สัมพันธ์
กับสื่อที่ไม่ใช่ความเรียง
รูปแบบต่างๆ ที่อ่าน รวม
ทั้งระบุและเขียนสื่อที่
ไม่ใช่ความเรียงรูปแบบ
ต่างๆ ให้สัมพันธ์กับ
ประโยค และข้อความที่
ฟังหรืออ่าน
ประโยคและข้อความ
การตีความ/ถ่ายโอนข้อมูลให้
สัมพันธ์กับสื่อที่ไม่ใช่ความเรียง
เช่น ภาพ แผนผัง กราฟ แผนภูมิ
ตาราง อักษรย่อ จากกลุ่มสาระ
การเรียนรู้อื่น ด้วยการพูดและ
การเขียนอธิบาย โดยใช้
Comparison of adjectives/
adverbs/ Contrast : but,
although, however, in spite
of…/ Logical connectives
เช่น caused by/ followed
by/ consist of. etc.
๔. จับใจความสำาคัญ
วิเคราะห์ความสรุปความ
ตีความ และแสดงความ
คิดเห็นจากการฟังและ
เรื่องที่เป็นสารคดีและบันเทิงคดี
การจับใจความสำาคัญ การสรุป
ความ การวิเคราะห์ความการ
ตีความ
อ่านเรื่องที่เป็นสารคดี
และบันเทิงคดี พร้อมทั้ง
ให้เหตุผลและยก
ตัวอย่างประกอบ
การใช้
skimming/scanning/guessi
ng/context clue
ประโยคที่ใช้ในการแสดงความ
คิดเห็น การให้เหตุผลและการยก
ตัวอย่าง เช่น I believe…/ I
agree with… but…/ Well, I
must say…/ What do you
think of /about…?/I
think/don’t think…?/
What’s your opinion
about…?/ In my opinion…/
- if clauses
- so…that/such…that
- too to…/enough to…
- on the other hand,…
- other (s)/another/the
other (s)
- คำาสันธาน (conjunctions)
because/and/so/but/
however/because of/due
to/owing to etc.
- Infinitive pronouns :
some, any, someone,
anyone, everyone, one,
ones etc.
- Tenses : present
simple/present
continuous/
present perfect/past
simple/future tense etc.
- Simple
sentence/Compound
sentence/Complex
sentence
สาระที่ ๑ ภาษาเพื่อการสื่อสาร
มาตรฐาน ต ๑.๒ มีทักษะการสื่อสารทางภาษาในการแลกเปลี่ยน
ข้อมูลข่าวสาร แสดงความรู้สึก
และความคิดเห็นอย่างมีประสิทธิภาพ
ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง
ป.๑ ๑. พูดโต้ตอบด้วยคำา
สั้นๆ ง่ายๆ ในการ
สื่อสารระหว่างบุคคล
ตามแบบที่ฟัง
บทสนทนาที่ใช้ในการทักทาย
กล่าวลา ขอบคุณ
ขอโทษ และประโยค/ข้อความที่
ใช้แนะนำาตนเอง เช่น Hi
/Hello/ Good morning/
Good afternoon/ Good
evening/ I am…/
Goodbye./ Bye./ Thank
you./ I am sorry. etc.
๒. ใช้คำาสั่งง่ายๆ ตาม
แบบที่ฟัง
คำาสั่งที่ใช้ในห้องเรียน
๓. บอกความต้องการ
ง่ายๆ ของตนเองตาม
แบบที่ฟัง
คำาศัพท์ สำานวน และประโยคที่ใช้
บอกความต้องการ เช่น I
want…/Please,… etc.
๔. พูดขอและให้ข้อมูล
ง่ายๆ เกี่ยวกับตนเอง
ตามแบบที่ฟัง
คำาศัพท์ สำานวน และประโยคที่
ใช้ขอและให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง
เช่น What’s your name?/ My
name is…/ I am…/ How
are you?/ I am fine.
etc.
ป.๒ ๑. พูดโต้ตอบด้วยคำา
สั้นๆ ง่ายๆ ในการ
สื่อสารระหว่างบุคคล
ตามแบบที่ฟัง
บทสนทนาที่ใช้ในการทักทาย
กล่าวลา ขอบคุณ
ขอโทษ และประโยค/
ข้อความที่ใช้แนะนำาตนเอง
เช่น Hi/ Hello/ Good
morning/ Good
afternoon/ Good
evening/ How are
you?/ I’m fine./ I am…/
Goodbye./ Bye./ Thank
you./ I am sorry.
etc.
๒. ใช้คำาสั่งและคำาขอ คำาสั่งและคำาขอร้องที่ใช้ใน
ร้องง่ายๆ ตามแบบที่ฟัง ห้องเรียน
๓. บอกความต้องการ
ง่ายๆ ของตนเองตาม
แบบที่ฟัง
คำาศัพท์ สำานวน และประโยคที่ใช้
บอกความต้องการ เช่น I
want…/ Please,…
etc.
๔. พูดขอและให้ข้อมูล
ง่ายๆ เกี่ยวกับตนเอง
ตามแบบที่ฟัง
คำาศัพท์ สำานวน และประโยคที่
ใช้ขอและให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง
เช่น What’s your name?/ My
name is…/ I am…/ How
are you?/ I am fine.
etc.
ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง
ป.๓ ๑. พูดโต้ตอบด้วยคำา
สั้นๆ ง่ายๆ ในการ
สื่อสารระหว่างบุคคล
ตามแบบที่ฟัง
บทสนทนาที่ใช้ในการทักทาย
กล่าวลา ขอบคุณ
ขอโทษ และประโยค/ข้อความที่
ใช้แนะนำาตนเอง เช่น Hi
/Hello/ Good morning/
Good afternoon/ Good
evening/ I am sorry./ How
are you? I’m fine.Thank
you. And you?/ Nice to see
you./ Nice to see you too./
Goodbye./Bye./ See you
soon/ later./ Thanks./
Thank you./ Thank you
very much./ You’re
welcome. etc.
๒. ใช้คำาสั่งและคำาขอ
ร้องง่ายๆ ตามแบบที่ฟัง
คำาสั่งและคำาขอร้องที่ใช้ใน
ห้องเรียน
๓. บอกความต้องการ
ง่ายๆ ของตนเองตาม
แบบที่ฟัง
คำาศัพท์ สำานวน และประโยคที่ใช้
บอกความต้องการ เช่น Please,
…/ May I go out?/ May I
come in? etc.
๔. พูดขอและให้ข้อมูล
ง่ายๆ เกี่ยวกับตนเอง
และเพื่อนตามแบบที่ฟัง
คำาศัพท์ สำานวน และประโยคที่
ใช้ขอและให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง
และเพื่อน เช่น
What’s your name? My
name is…
How are you? I
am fine.
What time is it? It
is one o’clock.
What is this? It
is a/an…
How many…are there?
There is a/an…/There are…
Who is…?
He/She is… etc.
๕. บอกความรู้สึกของ
ตนเองเกี่ยวกับสิ่งต่างๆ
ใกล้ตัว หรือกิจกรรม
ต่างๆ ตามแบบที่ฟัง
คำาและประโยคที่ใช้แสดงความ
รู้สึก เช่น ดีใจ เสียใจ ชอบไม่
ชอบ เช่น Yeah!/ Great!/
Cool!/ I’m happy./ I like
cats./ I don’t like snakes.
etc.
ป.๔ ๑. พูด/เขียนโต้ตอบใน
การสื่อสารระหว่าง
บุคคล
บทสนทนาที่ใช้ในการทักทาย
กล่าวลา ขอบคุณ
ขอโทษ การพูดแทรกอย่างสุภาพ
ประโยค/ข้อความที่ใช้แนะนำา
ตนเอง เพื่อน และบุคคลใกล้ตัว
และสำานวนการตอบรับ เช่น
Hi/Hello/Good
morning/Good
afternoon/Good evening/I
am sorry./How are
you?/I’m fine. Thank you.
And you?/ Hello.I am…
Hello,…I am… This is my
sister.Her name is… Hello,
…/Nice to see you. Nice to
see you too./Goodbye./
Bye./See you soon/later./
Thanks./Thank you./Thank
you very much./You’re
welcome./It’s O.K.
etc.
ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง
ป.๔ ๒. ใช้คำาสั่ง คำาขอร้อง
และคำาขออนุญาตง่ายๆ
คำาสั่ง คำาขอร้อง และคำาขอ
อนุญาตที่ใช้ในห้องเรียน
๓. พูด/เขียนแสดง
ความต้องการ
ของตนเอง และขอ
ความช่วยเหลือ
ในสถานการณ์ง่ายๆ
คำาศัพท์ สำานวน และประโยคที่ใช้
แสดงความต้องการและขอความ
ช่วยเหลือในสถานการณ์ต่างๆ
เช่น I want …/ Please…/
May…?/ I need your help./
Please help me./ Help me!
etc.
๔. พูด/เขียนเพื่อขอ
และให้ข้อมูลเกี่ยวกับ
ตนเอง เพื่อน และ
ครอบครัว
คำาศัพท์ สำานวน และประโยคที่
ใช้ขอและให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง
สิ่งใกล้ตัว เพื่อน และครอบครัว
เช่น
What’s your name? My
name is…
What time is it? It
is one o’clock.
What is this? It
is a/an…
How many…are there?
There is a/an…/There are…
Where is the…? It
is in/on/under… etc.
๕. พูดแสดงความรู้สึก
ของตนเองเกี่ยวกับเรื่อง
ต่างๆ ใกล้ตัว และ
กิจกรรมต่างๆ ตามแบบ
ที่ฟัง
คำาและประโยคที่ใช้แสดงความ
รู้สึก เช่น ดีใจ เสียใจ ชอบ ไม่
ชอบ รัก ไม่รัก เช่น
I/You/We/They
like…/He/She likes…
I/You/We/They
love…/He/She loves…
I/You/We/They don’t
like/love/feel…
He/She doesn’t
like/love/feel…
I/You/We/They feel…
etc.
ป.๕ ๑. พูด/เขียนโต้ตอบใน
การสื่อสารระหว่าง
บุคคล
บทสนทนาที่ใช้ในการทักทาย
กล่าวลา ขอบคุณ
ขอโทษ ชมเชย การพูดแทรก
อย่างสุภาพ ประโยค/ข้อความที่
ใช้แนะนำาตนเอง เพื่อน และ
บุคคลใกล้ตัว และสำานวนการตอบ
รับ เช่น Hi /Hello/ Good
morning /Good afternoon/
Good evening/ I am sorry./
How are you?/ I’m fine.
Thank you. And you?/
Hello. I am…/ Hello,…I
am… This is my sister. Her
name is… /Hello,…/ Nice
to see you. Nice to see you
too./ Goodbye./ Bye./ See
you soon/later./
Good/Very good./
Thanks./ Thank you./
Thank you very much./
You’re welcome./ It’s O.K.
etc.
ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง
ป.๕ ๒. ใช้คำาสั่ง คำาขอร้อง
คำาขออนุญาต และให้
คำาแนะนำาง่ายๆ
คำาสั่ง คำาขอร้อง คำาแนะนำาที่มี
๑-๒ ขั้นตอน
๓. พูด/เขียนแสดง
ความต้องการ
ขอความช่วยเหลือ ตอบ
รับและปฏิเสธการให้
ความช่วยเหลือใน
สถานการณ์ง่ายๆ
คำาศัพท์ สำานวน และประโยคที่ใช้
บอกความต้องการ ขอความช่วย
เหลือ ตอบรับและปฏิเสธการให้
ความช่วยเหลือ เช่น Please…/
May…?/ I need…/ Help
me!/ Can/ Could…?/
Yes,.../No,… etc.
๔. พูด/เขียนเพื่อขอ
และให้ข้อมูลเกี่ยวกับ
ตนเอง เพื่อน ครอบครัว
และเรื่องใกล้ตัว
คำาศัพท์ สำานวน และประโยคที่
ใช้ขอและให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง
เพื่อน ครอบครัว และเรื่องใกล้ตัว
เช่น
What do you do?
I’m a/an…
What is she/he?
…is a/an (อาชีพ)
How old/tall…? I
am…
Is/Are/Can…or…?
…is/are/can…
Is/Are…going to…or…?
…is/are going to… etc.
๕. พูด/เขียนแสดง
ความรู้สึกของตนเอง
เกี่ยวกับเรื่องต่างๆ ใกล้
ตัว และกิจกรรมต่างๆ
พร้อมทั้งให้เหตุผลสั้นๆ
ประกอบ
คำาและประโยคที่ใช้แสดงความ
รู้สึก เช่น ชอบ ไม่ชอบ ดีใจ
เสียใจ มีความสุข เศร้า หิว
รสชาติ เช่น
I’m…/He/She/It
is…/You/We/They are…
I/You/We/They
like…/He/She likes…
because…
I/You/We/They
love…/He/She loves…
because…
I/You/We/They don’t
like/love/feel…because…
He/She doesn’t
like/love/feel…because…
I/You/We/They feel…
because… etc.
ป.๖ ๑. พูด/เขียนโต้ตอบใน
การสื่อสารระหว่าง
บุคคล
บทสนทนาที่ใช้ในการทักทาย
กล่าวลา ขอบคุณ
ขอโทษ ชมเชย การพูดแทรก
อย่างสุภาพ ประโยค/ข้อความที่
ใช้แนะนำาตนเอง เพื่อน และ
บุคคลใกล้ตัว และสำานวนการตอบ
รับ เช่น Hi/ Hello/ Good
morning/ Good afternoon/
Good evening/ I am
ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง
ป.๖ sorry. /How are you?/ I’m
fine./ Very well./ Thank
you. And you?/ Hello. I
am… Hello,…I am… This is
my sister. Her name is…
Hello,…/ Nice to see you.
Nice to see you, too./
Goodbye./ Bye./ See you
soon/later./ Great!/ Good./
Very good. Thank you./
Thank you very much./
You’re welcome./ It’s O.K./
That’s O.K./ That’s all
right./ Not at all./ Don’t
worry./ Never mind./
Excuse me./ Excuse me,
Sir./Miss./Madam. etc.
๒. ใช้คำาสั่ง คำาขอร้อง
และให้คำาแนะนำา
คำาสั่ง คำาขอร้อง และคำาแนะนำาที่มี
๒-๓ ขั้นตอน
๓. พูด/เขียนแสดง
ความต้องการ
ขอความช่วยเหลือ ตอบ
รับและปฏิเสธการให้
ความช่วยเหลือใน
สถานการณ์ง่ายๆ
คำาศัพท์ สำานวน และประโยคที่ใช้
บอกความต้องการ ขอความช่วย
เหลือ ตอบรับและปฏิเสธการให้
ความช่วยเหลือ เช่น Please…/
May…?/ I need…/ Help
me!/ Can/Could…?/
Yes,.../No,… etc.
๔. พูดและเขียนเพื่อขอ
และให้ข้อมูลเกี่ยวกับ
ตนเอง เพื่อน ครอบครัว
และเรื่องใกล้ตัว
คำาศัพท์ สำานวน และประโยคที่
ใช้ขอและให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง
เพื่อน ครอบครัว และเรื่องใกล้ตัว
เช่น
What do you do?
I’m a/an…
What is she/he?
…is a/an (อาชีพ)
How old/tall…? I
am…
Is/Are/Can…or…?
…is/are/can…
Is/Are…going to…or…?
…is/are going to… etc.
๕. พูด/เขียนแสดงความ
รู้สึกของตนเองเกี่ยวกับ
เรื่องต่างๆ ใกล้ตัว
กิจกรรมต่างๆ พร้อมทั้ง
ให้เหตุผลสั้นๆ ประกอบ
คำาและประโยคที่ใช้แสดงความ
รู้สึก และการให้เหตุผลประกอบ
เช่น ชอบ/ไม่ชอบ ดีใจ เสียใจ
มีความสุข เศร้า หิว รสชาติ
สวย น่าเกลียด เสียงดัง ดี ไม่ดี
เช่น
I’m…/He/She/It
is…/You/We/They are…
I/You/We/They
like…/He/She likes…
because…
ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง
ป.๖ I/You/We/They
love…/He/She loves…
because…
I/You/We/They don’t
like/love/feel…because…
He/She doesn’t
like/love/feel…because…
I/You/We/They feel…
because… etc.
ม.๑ ๑. สนทนา แลกเปลี่ยน
ข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง
กิจกรรม และ
สถานการณ์ต่างๆ ใน
ชีวิตประจำาวัน
ภาษาที่ใช้ในการสื่อสารระหว่าง
บุคคล เช่น การทักทาย กล่าวลา
ขอบคุณ ขอโทษ ชมเชย การ
พูดแทรกอย่างสุภาพ การ
ชักชวน ประโยค/ข้อความ ที่ใช้
แนะนำาตนเอง เพื่อน และบุคคล
ใกล้ตัว และสำานวนการตอบรับ
การแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับ
ตนเอง กิจกรรม สถานการณ์ต่างๆ
ในชีวิตประจำาวัน
๒. ใช้คำาขอร้อง ให้คำา
แนะนำา และ
คำาชี้แจง ตาม
สถานการณ์
คำาขอร้อง คำาแนะนำา และคำาชี้แจง
๓. พูดและเขียนแสดง
ความต้องการ
ขอความช่วยเหลือ
ตอบรับและปฏิเสธการ
ให้ความช่วยเหลือใน
สถานการณ์ต่างๆ อย่าง
เหมาะสม
ภาษาที่ใช้ในการแสดงความ
ต้องการ ขอความช่วยเหลือ ตอบ
รับและปฏิเสธการให้ความช่วย
เหลือ เช่น
Please…/…, please./ I’d
like…/ I need…/
May/Can/Could…?/
Yes,../Please
do./Certainly./
Yes, of course./ Sure./ Go
right ahead./ Need some
help?/ What can I do to
help?/ Would you like any
help?/ I’m afraid…/ I’m
sorry, but…/ Sorry, but…
etc.
๔. พูดและเขียนเพื่อขอ
และให้ข้อมูล และแสดง
ความคิดเห็นเกี่ยวกับ
เรื่องที่ฟังหรืออ่านอย่าง
เหมาะสม
คำาศัพท์ สำานวน ประโยค และ
ข้อความที่ใช้ในการขอและให้
ข้อมูล และแสดงความคิดเห็น
เกี่ยวกับเรื่องที่ฟังหรืออ่าน
๕. พูดและเขียนแสดง
ความรู้สึก และความคิด
เห็นของตนเองเกี่ยวกับ
เรื่องต่างๆ ใกล้ตัว
กิจกรรมต่างๆ
พร้อมทั้งให้เหตุผลสั้นๆ
ประกอบ
อย่างเหมาะสม
ภาษาที่ใช้ในการแสดงความรู้สึก
ความคิดเห็น และ
ให้เหตุผลประกอบ เช่น ชอบ ไม่
ชอบ ดีใจ เสียใจ มีความ
สุข เศร้า หิว รสชาติ สวย น่า
เกลียด เสียงดัง ดี ไม่ดี จากข่าว
เหตุการณ์ สถานการณ์ ในชีวิต
ประจำาวัน เช่น
ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง
ม.๑ Nice/ Very nice./ Well
done!/ Congratulations.
I like… because… / I love…
because…/
I feel… because…
I think…/ I believe…/ I
agree/disagree…
I don’t believe…/ I have no
idea…/ Oh no! etc.
ม.๒ ๑. สนทนา แลกเปลี่ยน
ข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง
เรื่องต่างๆ ใกล้ตัว และ
สถานการณ์ต่างๆ ใน
ชีวิตประจำาวันอย่าง
เหมาะสม
ภาษาที่ใช้ในการสื่อสารระหว่าง
บุคคล เช่น การทักทาย กล่าวลา
ขอบคุณ ขอโทษ ชมเชย การ
พูดแทรกอย่างสุภาพ การ
ชักชวน ประโยค/ข้อความ ที่ใช้
แนะนำาตนเอง เพื่อน และบุคคล
ใกล้ตัว และสำานวนการตอบรับ
การแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับ
ตนเอง เรื่องใกล้ตัว สถานการณ์
ต่างๆ ในชีวิตประจำาวัน
๒. ใช้คำาขอร้อง ให้คำา
แนะนำา
คำาชี้แจง และคำาอธิบาย
ตามสถานการณ์
คำาขอร้อง คำาแนะนำา คำาชี้แจง
และคำาอธิบาย
๓. พูดและเขียนแสดง
ความต้องการ เสนอ
และให้ความช่วยเหลือ
ตอบรับและปฏิเสธการ
ให้ความช่วยเหลือ
ในสถานการณ์ต่างๆ
อย่างเหมาะสม
ภาษาที่ใช้ในการแสดงความ
ต้องการ เสนอและให้ความช่วย
เหลือ ตอบรับและปฏิเสธการให้
ความช่วยเหลือในสถานการณ์
ต่างๆ เช่น
Please…/…, please./ I’d
like…/ I need… /
May/Can/Could…?/
Yes,../Please do./
Certainly./ Yes, of course./
Sure. /Go right ahead./
Need some help?/ What
can I do to help?/
Would you like any help?/
I’m afraid…/
I’m sorry, but…/ Sorry,
but… etc.
๔. พูดและเขียนเพื่อขอ
และให้ข้อมูล บรรยาย
และแสดงความคิดเห็น
เกี่ยวกับเรื่องที่ฟังหรือ
อ่านอย่างเหมาะสม
คำาศัพท์ สำานวน ประโยค และ
ข้อความที่ใช้ในการขอและให้
ข้อมูล บรรยาย และแสดงความ
คิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องที่ฟังหรืออ่าน
ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง
ม.๒ ๕. พูดและเขียนแสดง
ความรู้สึก
และความคิดเห็นของ
ตนเองเกี่ยวกับเรื่อง
ต่างๆ กิจกรรม และ
ประสบการณ์ พร้อมทั้ง
ให้เหตุผลประกอบอย่าง
เหมาะสม
ภาษาที่ใช้ในการแสดงความรู้สึก
ความคิดเห็น และ
ให้เหตุผลประกอบ เช่น ชอบ ไม่
ชอบ ดีใจ เสียใจ มีความ
สุข เศร้า หิว รสชาติ สวย น่า
เกลียด เสียงดัง ดี ไม่ดี จากข่าว
เหตุการณ์ สถานการณ์ ในชีวิต
ประจำาวัน เช่น
Nice./ Very nice./ Well
done!/ Congratulations on…
/ I like…because…/ I love…
because…/ I feel…
because…/ I think…/ I
believe…/ I agree/
disagree…/ I’m afraid I
don’t like…/ I don’t
believe…/ I have no
idea…/ Oh no! etc.
ม.๓ ๑. สนทนาและเขียน
โต้ตอบข้อมูลเกี่ยวกับ
ตนเอง เรื่องต่างๆใกล้
ตัว สถานการณ์ ข่าว
เรื่องที่อยู่ในความสนใจ
ของสังคมและสื่อสาร
อย่างต่อเนื่องและเหมาะ
สม
ภาษาที่ใช้ในการสื่อสารระหว่าง
บุคคล เช่น การทักทาย กล่าวลา
ขอบคุณ ขอโทษ ชมเชย การ
พูดแทรกอย่างสุภาพ การ
ชักชวน การแลกเปลี่ยนข้อมูล
เกี่ยวกับตนเอง เรื่องใกล้ตัว
สถานการณ์ต่างๆ ในชีวิตประจำา
วัน การสนทนา/เขียนข้อมูลเกี่ยว
กับตนเองและบุคคลใกล้ตัว
สถานการณ์ ข่าว เรื่องที่อยู่ใน
ความสนใจในชีวิตประจำาวัน
๒. ใช้คำาขอร้อง ให้คำา
แนะนำา
คำาชี้แจง และคำาอธิบาย
อย่างเหมาะสม
คำาขอร้อง คำาแนะนำา คำาชี้แจง คำา
อธิบาย ที่มีขั้นตอนซับซ้อน
๓. พูดและเขียนแสดง
ความต้องการ เสนอ
และให้ความช่วยเหลือ
ตอบรับและปฏิเสธการ
ให้ความช่วยเหลือ
ในสถานการณ์ต่างๆ
อย่างเหมาะสม
ภาษาที่ใช้ในการแสดงความ
ต้องการ เสนอและให้ความช่วย
เหลือ ตอบรับและปฏิเสธการให้
ความช่วยเหลือในสถานการณ์
ต่างๆ เช่น
Please…/…, please./ I’d
like…/ I need…/
May/Can/Could…?/
Yes,../Please do./
Certainly./ Yes, of course./
Sure./ Go right ahead./
Need some help?/ What
can I do to help?/ Would
you like any help?/ I’m
afraid…/ I’m sorry, but…/
Sorry, but… etc.
๔. พูดและเขียนเพื่อขอ
และให้ข้อมูล อธิบาย
เปรียบเทียบ และแสดง
ความคิดเห็นเกี่ยวกับ
เรื่องที่ฟังหรืออ่านอย่าง
เหมาะสม
คำาศัพท์ สำานวน ประโยค และ
ข้อความที่ใช้ในการขอและให้
ข้อมูล อธิบาย เปรียบเทียบ และ
แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องที่
ฟังหรืออ่าน
ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง
ม.๓ ๕. พูดและเขียน
บรรยายความรู้สึก และ
ความคิดเห็นของตนเอง
เกี่ยวกับ
เรื่องต่างๆ กิจกรรม
ประสบการณ์ และ
ข่าว/เหตุการณ์ พร้อม
ทั้งให้เหตุผลประกอบ
อย่างเหมาะสม
ภาษาที่ใช้ในการแสดงความรู้สึก
ความคิดเห็น และ
ให้เหตุผลประกอบ เช่น ชอบ ไม่
ชอบ ดีใจ เสียใจ มีความ
สุข เศร้า หิว รสชาติ สวย น่า
เกลียด เสียงดัง ดี ไม่ดี จากข่าว
เหตุการณ์ สถานการณ์ ในชีวิต
ประจำาวัน เช่น
Nice./ Very nice./ Well
done!/ Congratulations
on... / I like…because…/ I
love… because… /
I feel… because…I think…/
I believe…/
I agree/disagree…/ I’m
afraid …/ I don’t like… I
don’t believe…/ I have no
idea…/ Oh no! etc.
ม.
๔-๖
๑. สนทนาและเขียน
โต้ตอบข้อมูลเกี่ยวกับ
ตนเองและเรื่องต่าง ๆ
ใกล้ตัว ประสบการณ์
สถานการณ์ ข่าว/
เหตุการณ์ ประเด็นที่อยู่
ในความสนใจของ
สังคม และสื่อสาร
อย่างต่อเนื่องและเหมาะ
สม
ภาษาที่ใช้ในการสื่อสารระหว่าง
บุคคล เช่น การทักทาย กล่าวลา
ขอบคุณ ขอโทษ ชมเชย การ
พูดแทรกอย่างสุภาพ การ
ชักชวน การแลกเปลี่ยนข้อมูล
เกี่ยวกับตนเอง เรื่องใกล้ตัว
สถานการณ์ต่างๆ ในชีวิตประจำา
วัน การสนทนา/เขียนข้อมูลเกี่ยว
กับตนเองและบุคคลใกล้ตัว
ประสบการณ์ สถานการณ์ต่างๆ
ข่าวเหตุการณ์ ประเด็นที่อยู่ใน
ความสนใจของสังคม
๒. เลือกและใช้คำาขอ
ร้อง ให้คำาแนะนำา คำา
ชี้แจง คำาอธิบาย
อย่างคล่องแคล่ว
คำาขอร้อง คำาแนะนำา คำาชี้แจง
คำาอธิบาย ที่มีขั้นตอนซับซ้อน
๓.พูดและเขียนแสดง
ความต้องการ เสนอ
ตอบรับและปฏิเสธการ
ให้ความช่วยเหลือใน
สถานการณ์จำาลองหรือ
สถานการณ์จริงอย่าง
เหมาะสม
ภาษาที่ใช้ในการแสดงความ
ต้องการ เสนอและให้ความช่วย
เหลือ ตอบรับและปฏิเสธการให้
ความช่วยเหลือในสถานการณ์
ต่างๆ เช่น
Please…/…, please./ I’d
like…/ I need…/
May/Can/Could…?/Would
you please…?Yes,../ Please
do./ Certainly./ Yes, of
course./Sure./ Need some
help?/ What can I do to
help?/ Would you like any
help?/ If you like I could…/
What can I do to help?/
Would you like any help?/
Would you like me to help
you?/ If you need anything,
please…/ Is there anything
I can do?/ I’ll do it for you./
I’m afraid…/ I’m sorry,
but…/ Sorry, but…
etc.
ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง
ม.
๔-๖
๔. พูดและเขียนเพื่อขอ
และให้ข้อมูล บรรยาย
อธิบาย เปรียบเทียบ
และแสดงความคิดเห็น
เกี่ยวกับเรื่อง/ประเด็น/
ข่าว/เหตุการณ์ที่ฟัง
และอ่านอย่างเหมาะสม
คำาศัพท์ สำานวน ประโยคและ
ข้อความที่ใช้ในการขอและให้
ข้อมูล บรรยาย อธิบาย เปรียบ
เทียบ และแสดงความคิดเห็น
เกี่ยวกับประเด็น/ข่าว/เหตุการณ์
ที่ฟังและอ่าน
๕. พูดและเขียน
บรรยายความรู้สึกและ
แสดงความคิดเห็นของ
ตนเองเกี่ยวกับ เรื่อง
ต่างๆ กิจกรรม
ประสบการณ์ และ
ข่าว/เหตุการณ์อย่างมี
เหตุผล
ภาษาที่ใช้ในการแสดงความรู้สึก
ความคิดเห็น และ
ให้เหตุผลประกอบ เช่น ชอบ ไม่
ชอบ ดีใจ เสียใจ มีความ
สุข เศร้า หิว รสชาติ สวย น่า
เกลียด เสียงดัง ดี ไม่ดี จาก
ข่าว เหตุการณ์ สถานการณ์ ใน
ชีวิตประจำาวัน เช่น
Nice./Very nice./Well
done!/Congratulations
on…
I like… because…/ I love…
because…/
I feel… because…/I
think…/I believe…/
I agree/disagree…/ I’m
afraid I don’t like…/
I don’t believe…/I have no
idea…/ Oh no! etc.
สาระที่ ๑ ภาษาเพื่อการสื่อสาร
มาตรฐาน ต ๑.๓ นำาเสนอข้อมูลข่าวสาร ความคิดรวบยอด และ
ความคิดเห็นในเรื่องต่างๆ โดยการพูด
และการเขียน
ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง
ป.๑ ๑. พูดให้ข้อมูลเกี่ยวกับ
ตนเองและเรื่องใกล้ตัว
คำาและประโยคที่ใช้ในการพูดให้
ข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง บุคคลใกล้
ตัว และเรื่องใกล้ตัว เช่น บอกชื่อ
อายุ รูปร่าง ส่วนสูง เรียกสิ่ง
ต่างๆ จำานวน ๑-๒๐ สี ขนาด
สถานที่อยู่ของสิ่งของ
ป.๒ ๑. พูดให้ข้อมูลเกี่ยวกับ
ตนเองและเรื่องใกล้ตัว
คำาและประโยคที่ใช้ในการพูดให้
ข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง บุคคลใกล้
ตัว และเรื่องใกล้ตัว เช่น บอกชื่อ
อายุ รูปร่าง ส่วนสูง เรียกสิ่ง
ต่างๆ จำานวน ๑-๓๐ สี ขนาด
สถานที่อยู่ของสิ่งของ
ป.๓ ๑. พูดให้ข้อมูลเกี่ยวกับ
ตนเองและเรื่องใกล้ตัว
คำาและประโยคที่ใช้ในการพูดให้
ข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง บุคคลใกล้
ตัว และเรื่องใกล้ตัว เช่น บอกชื่อ
อายุ รูปร่าง ส่วนสูง เรียกสิ่ง
ต่างๆ จำานวน ๑-๕๐ สี ขนาด
สถานที่อยู่ของสิ่งของ
๒. จัดหมวดหมู่คำาตาม
ประเภทของบุคคล สัตว์
และสิ่งของ ตามที่ฟัง
หรืออ่าน
คำา กลุ่มคำาที่มีความหมายเกี่ยวกับ
บุคคล สัตว์ และสิ่งของ เช่น
การระบุ/เชื่อมโยงความสัมพันธ์
ของภาพกับคำา หรือกลุ่มคำา โดย
ใช้ภาพ แผนภูมิ แผนภาพ
แผนผัง
ป.๔ ๑. พูด/เขียนให้ข้อมูล
เกี่ยวกับตนเองและเรื่อง
ใกล้ตัว
ประโยคและข้อความที่ใช้ในการ
พูดให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง บุคคล
สัตว์ และเรื่องใกล้ตัว เช่น ชื่อ
อายุ รูปร่าง สี ขนาด รูปทรง
สิ่งต่างๆ จำานวน ๑-๑๐๐ วัน เดือน
ปี ฤดูกาล ที่อยู่ของสิ่งต่างๆ
เครื่องหมายวรรคตอน
๒. พูด/วาดภาพแสดง
ความสัมพันธ์ของสิ่ง
คำา กลุ่มคำาที่มีความหมายสัมพันธ์
ของสิ่งต่างๆ ใกล้ตัว เช่น การ
ต่างๆ ใกล้ตัวตามที่ฟัง
หรืออ่าน
ระบุ/เชื่อมโยงความสัมพันธ์ของ
ภาพกับคำา หรือกลุ่มคำา โดยใช้
ภาพ แผนภูมิ แผนภาพ
แผนผัง
๓. พูดแสดงความคิด
เห็นง่ายๆ เกี่ยวกับเรื่อง
ต่างๆ ใกล้ตัว
ประโยคที่ใช้ในการแสดงความ
คิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ ใกล้ตัว
ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง
ป.๕ ๑. พูด/เขียนให้ข้อมูล
เกี่ยวกับตนเองและเรื่อง
ใกล้ตัว
ประโยคและข้อความที่ใช้ในการ
ให้ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคล สัตว์
สถานที่ และกิจกรรมต่างๆ เช่น
ข้อมูลส่วนบุคคล เรื่องต่างๆ ใกล้
ตัว จำานวน ๑-๕๐๐ ลำาดับที่ วัน
เดือน ปี ฤดูกาล เวลา สภาพดิน
ฟ้าอากาศ อารมณ์ ความรู้สึก สี
ขนาด รูปทรง ที่อยู่ของสิ่งต่างๆ
เครื่องหมายวรรคตอน
๒. เขียนภาพ แผนผัง
และแผนภูมิ
แสดงข้อมูลต่างๆ ตามที่
ฟังหรืออ่าน
คำา กลุ่มคำา ประโยคที่แสดงข้อมูล
และความหมายของเรื่องต่างๆ
ภาพ แผนผัง แผนภูมิ ตาราง
๓. พูดแสดงความคิด
เห็นเกี่ยวกับ
เรื่องต่างๆ ใกล้ตัว
ประโยคที่ใช้ในการพูดแสดง
ความคิดเห็นเกี่ยวกับกิจกรรมหรือ
เรื่องต่างๆ ใกล้ตัว
ป.๖ ๑. พูด/เขียนให้ข้อมูล
เกี่ยวกับตนเอง เพื่อน
และสิ่งแวดล้อมใกล้ตัว
ประโยคและข้อความที่ใช้ในการ
ให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง กิจวัตร
ประจำาวัน เพื่อน สิ่งแวดล้อมใกล้
ตัว เช่น ข้อมูลส่วนบุคคล เรียก
สิ่งต่างๆ จำานวน ๑-๑,๐๐๐ ลำาดับ
ที่ วัน เดือน ปี ฤดูกาล เวลา
กิจกรรมที่ทำา สี ขนาด รูปทรง
ที่อยู่ของสิ่งต่างๆ ทิศทางง่ายๆ
สภาพดินฟ้าอากาศ อารมณ์
ความรู้สึก
เครื่องหมายวรรคตอน
๒. เขียนภาพ แผนผัง
แผนภูมิ และตาราง
แสดงข้อมูลต่างๆ ที่ฟัง
หรืออ่าน
คำา กลุ่มคำา และประโยคที่มีความ
หมายสัมพันธ์กับภาพ แผนผัง
แผนภูมิ และตาราง
๓. พูด/เขียนแสดง
ความคิดเห็น
เกี่ยวกับเรื่องต่างๆ ใกล้
ตัว
ประโยคที่ใช้ในการแสดงความ
คิดเห็น
ม.๑ ๑. พูดและเขียน
บรรยายเกี่ยวกับตนเอง
กิจวัตรประจำาวัน
ประสบการณ์ และสิ่ง
แวดล้อม ใกล้ตัว
ประโยคและข้อความที่ใช้ในการ
บรรยายเกี่ยวกับตนเอง กิจวัตร
ประจำาวัน ประสบการณ์ สิ่ง
แวดล้อม ใกล้ตัว เช่น การเดิน
ทาง การรับประทานอาหาร การ
เรียน การเล่นกีฬา ฟังเพลง การ
อ่านหนังสือ การท่องเที่ยว
๒. พูด/เขียน สรุป
ใจความสำาคัญ/
แก่นสาระ(theme) ที่
ได้จากการวิเคราะห์
เรื่อง/เหตุการณ์ที่อยู่ใน
ความสนใจของสังคม
การจับใจความสำาคัญ/แก่นสาระ
การวิเคราะห์ความเรื่อง/
เหตุการณ์ที่อยู่ในความสนใจ
เช่น ประสบการณ์ ภาพยนตร์
กีฬา เพลง
ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง
ม.๑ ๓. พูด/เขียนแสดง
ความคิดเห็นเกี่ยวกับ
กิจกรรมหรือเรื่องต่างๆ
ใกล้ตัว พร้อมทั้งให้เหตุ
ผลสั้นๆ ประกอบ
การแสดงความคิดเห็นและการให้
เหตุผลประกอบเกี่ยวกับกิจกรรม
หรือเรื่องต่างๆ ใกล้ตัว
ม.๒ ๑. พูดและเขียน
บรรยายเกี่ยวกับตนเอง
กิจวัตรประจำาวัน
ประสบการณ์ และข่าว/
การบรรยายข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง
กิจวัตรประจำาวัน ประสบการณ์
ข่าว/เหตุการณ์ที่อยู่ในความ
สนใจของสังคม เช่น การเดิน
เหตุการณ์ ที่อยู่ใน
ความสนใจของสังคม
ทาง การรับประทานอาหาร การ
เล่นกีฬา/ดนตรี การฟังเพลง
การอ่านหนังสือ การท่องเที่ยว
การศึกษา สภาพสังคม เศรษฐกิจ
๒. พูดและเขียนสรุป
ใจความสำาคัญ/
แก่นสาระ หัวข้อเรื่อง
(topic) ที่ได้จากการ
วิเคราะห์เรื่อง/ข่าว/
เหตุการณ์ ที่อยู่ในความ
สนใจของสังคม
การจับใจความสำาคัญ/แก่นสาระ
หัวข้อเรื่อง
การวิเคราะห์เรื่อง/ข่าว/
เหตุการณ์ที่อยู่ในความสนใจ
เช่น ประสบการณ์ ภาพยนตร์
กีฬา ดนตรี เพลง
๓. พูดและเขียนแสดง
ความคิดเห็นเกี่ยวกับ
กิจกรรม เรื่องต่างๆ
ใกล้ตัว และ
ประสบการณ์ พร้อมทั้ง
ให้เหตุผลสั้นๆ ประกอบ
การแสดงความคิดเห็นและการให้
เหตุผลประกอบเกี่ยวกับกิจกรรม
เรื่องต่างๆ ใกล้ตัว และ
ประสบการณ์
ม.๓ ๑. พูดและเขียน
บรรยายเกี่ยวกับตนเอง
ประสบการณ์ ข่าว/
เหตุการณ์ /เรื่อง/
ประเด็นต่างๆ ที่อยู่
ในความสนใจของ
สังคม
การบรรยายเกี่ยวกับตนเอง
ประสบการณ์ ข่าว/เหตุการณ์/
ประเด็นที่อยู่ในความสนใจของ
สังคม เช่น การเดินทาง การรับ
ประทานอาหาร การเล่นกีฬา/
ดนตรี การฟังเพลง การอ่าน
หนังสือ การท่องเที่ยว การศึกษา
สภาพสังคม เศรษฐกิจ
๒. พูดและเขียนสรุป
ใจความสำาคัญ/
แก่นสาระ หัวข้อเรื่องที่
ได้จากการวิเคราะห์
เรื่อง/ข่าว/เหตุการณ์/
สถานการณ์ที่อยู่ใน
ความสนใจของสังคม
การจับใจความสำาคัญ/แก่นสาระ
หัวข้อเรื่อง
การวิเคราะห์เรื่อง/ข่าว/
เหตุการณ์/สถานการณ์ที่อยู่ใน
ความสนใจ เช่น ประสบการณ์
เหตุการณ์ สถานการณ์ต่างๆ
ภาพยนตร์ กีฬา ดนตรี เพลง
๓. พูดและเขียนแสดง การแสดงความคิดเห็น และการ
ความคิดเห็นเกี่ยวกับ
กิจกรรม ประสบการณ์
และเหตุการณ์ พร้อม
ทั้งให้เหตุผลประกอบ
ให้เหตุผลประกอบเกี่ยวกับ
กิจกรรม ประสบการณ์ และ
เหตุการณ์
ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง
ม.๔
-๖
๑. พูดและเขียนนำา
เสนอข้อมูลเกี่ยวกับ
ตนเอง ประสบการณ์
ข่าว/เหตุการณ์ เรื่อง
และประเด็นต่างๆ ตาม
ความสนใจของสังคม
การนำาเสนอข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง
ประสบการณ์ ข่าว/เหตุการณ์
เรื่องและประเด็นที่อยู่ในความ
สนใจของสังคม เช่น การเดินทาง
การรับประทานอาหาร การเล่น
กีฬา/ดนตรี การดูภาพยนตร์
การฟังเพลง การเลี้ยงสัตว์การ
อ่านหนังสือ การท่องเที่ยว การ
ศึกษา สภาพสังคม เศรษฐกิจ
๒. พูดและเขียนสรุป
ใจความสำาคัญ/
แก่นสาระที่ได้จากการ
วิเคราะห์เรื่อง กิจกรรม
ข่าว เหตุการณ์ และ
สถานการณ์ตามความ
สนใจ
การจับใจความสำาคัญ/แก่นสาระ
การวิเคราะห์เรื่อง กิจกรรม ข่าว
เหตุการณ์ และสถานการณ์ตาม
ความสนใจ
๓. พูดและเขียนแสดง
ความคิดเห็นเกี่ยวกับ
กิจกรรม ประสบการณ์
และเหตุการณ์ ทั้งใน
ท้องถิ่น สังคม และ
โลก พร้อมทั้งให้
เหตุผลและยกตัวอย่าง
ประกอบ
การแสดงความคิดเห็น การให้
เหตุผลประกอบและยกตัวอย่าง
เกี่ยวกับกิจกรรม ประสบการณ์
และเหตุการณ์ในท้องถิ่น สังคม
และโลก
สาระที่ ๒ ภาษาและวัฒนธรรม
มาตรฐาน ต ๒.๑ เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างภาษากับ
วัฒนธรรมของเจ้าของภาษา และนำาไปใช้ได้อย่าง
เหมาะสมกับกาลเทศะ
ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง
ป.๑ ๑. พูดและทำาท่า
ประกอบ ตามวัฒนธรรม
ของเจ้าของภาษา
วัฒนธรรมของเจ้าของภาษา เช่น
การใช้สีหน้าท่าทางประกอบการ
พูดขณะแนะนำาตนเอง การสัมผัส
มือ การโบกมือ การแสดงอาการ
ตอบรับหรือปฏิเสธ
๒. บอกชื่อและคำาศัพท์
เกี่ยวกับ
เทศกาลสำาคัญของ
เจ้าของภาษา
คำาศัพท์เกี่ยวกับเทศกาลสำาคัญ
ของเจ้าของภาษา เช่น วัน
คริสต์มาส วันขึ้นปีใหม่ วัน
วาเลนไทน์
๓. เข้าร่วมกิจกรรม
ทางภาษาและ
วัฒนธรรมที่เหมาะกับ
วัย
กิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรม
เช่น การเล่นเกม
การร้องเพลง การเล่านิทาน
ประกอบท่าทาง
วันคริสต์มาส วันขึ้นปีใหม่ วัน
วาเลนไทน์
ป.๒ ๑. พูดและทำาท่า
ประกอบ ตามวัฒนธรรม
ของเจ้าของภาษา
วัฒนธรรมของเจ้าของภาษา เช่น
การใช้สีหน้าท่าทางประกอบการ
พูดขณะแนะนำาตนเอง การ
สัมผัสมือ การโบกมือ การแสดง
อาการตอบรับหรือปฏิเสธ
๒. บอกชื่อและคำาศัพท์
เกี่ยวกับ
เทศกาลสำาคัญของ
เจ้าของภาษา
คำาศัพท์เกี่ยวกับเทศกาลสำาคัญ
ของเจ้าของภาษา เช่น วัน
คริสต์มาส วันขึ้นปีใหม่ วัน
วาเลนไทน์
๓. เข้าร่วมกิจกรรม
ทางภาษาและ
วัฒนธรรมที่เหมาะกับ
วัย
กิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรม
เช่น การเล่นเกม
การร้องเพลง การเล่านิทาน
ประกอบท่าทาง
วันคริสต์มาส วันขึ้นปีใหม่ วัน
วาเลนไทน์
ป.๓ ๑. พูดและทำาท่า
ประกอบ ตามมารยาท
สังคม/วัฒนธรรมของ
เจ้าของภาษา
มารยาทสังคม/วัฒนธรรมของ
เจ้าของภาษา เช่น
การขอบคุณ ขอโทษ การใช้
สีหน้าท่าทางประกอบ
การพูดขณะแนะนำาตนเอง การ
สัมผัสมือ การโบกมือ การแสดง
อาการตอบรับหรือปฏิเสธ
๒. บอกชื่อและคำาศัพท์
ง่ายๆ เกี่ยวกับเทศกาล/
วันสำาคัญ/งานฉลอง
และชีวิตความเป็นอยู่
ของเจ้าของภาษา
คำาศัพท์เกี่ยวกับเทศกาล/วัน
สำาคัญ/งานฉลอง และชีวิตความ
เป็นอยู่ของเจ้าของภาษา เช่น วัน
คริสต์มาส วันขึ้นปีใหม่ วัน
วาเลนไทน์ เครื่องแต่งกาย
อาหาร เครื่องดื่ม
ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง
ป.๓ ๓. เข้าร่วมกิจกรรม
ทางภาษาและ
วัฒนธรรมที่เหมาะกับ
วัย
กิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรม
เช่น การเล่นเกม
การร้องเพลง การเล่านิทาน
ประกอบท่าทาง
วันคริสต์มาส วันขึ้นปีใหม่ วัน
วาเลนไทน์
ป.๔ ๑. พูดและทำาท่า
ประกอบอย่างสุภาพ
ตามมารยาทสังคมและ
วัฒนธรรมของเจ้าของ
ภาษา
มารยาทสังคมและวัฒนธรรมของ
เจ้าของภาษา เช่น
การขอบคุณ ขอโทษ การใช้
สีหน้าท่าทางประกอบ
การพูดขณะแนะนำาตนเอง การ
สัมผัสมือ การโบกมือ การแสดง
ความรู้สึกชอบ/ไม่ชอบ การ
แสดงอาการตอบรับหรือปฏิเสธ
๒. ตอบคำาถามเกี่ยวกับ
เทศกาล/
วันสำาคัญ/ งานฉลอง
และชีวิตความเป็นอยู่
ง่ายๆ ของเจ้าของภาษา
คำาศัพท์และข้อมูลเกี่ยวกับ
เทศกาล/วันสำาคัญ/งานฉลอง
และชีวิตความเป็นอยู่ของเจ้าของ
ภาษา เช่น
วันคริสต์มาส วันขึ้นปีใหม่ วัน
วาเลนไทน์
เครื่องแต่งกาย ฤดูกาล อาหาร
เครื่องดื่ม
๓. เข้าร่วมกิจกรรมทาง
ภาษาและวัฒนธรรมที่
เหมาะกับวัย
กิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรม
เช่น การเล่นเกม
การร้องเพลง การเล่านิทาน
ประกอบท่าทาง บทบาทสมมุติ วัน
คริสต์มาส วันขึ้นปีใหม่ วัน
วาเลนไทน์
ป.๕ ๑. ใช้ถ้อยคำา นำ้าเสียง
และกิริยาท่าทางอย่าง
สุภาพ ตามมารยาท
สังคมและวัฒนธรรม
ของเจ้าของภาษา
การใช้ถ้อยคำา นำ้าเสียง และกิริยา
ท่าทาง ตามมารยาทสังคมและ
วัฒนธรรมของเจ้าของภาษา เช่น
การขอบคุณ ขอโทษ การใช้
สีหน้าท่าทางประกอบการพูดขณะ
แนะนำาตนเอง การสัมผัสมือ การ
โบกมือ การแสดงความรู้สึกชอบ/
ไม่ชอบ การกล่าวอวยพร การ
แสดงอาการตอบรับหรือปฏิเสธ
๒. ตอบคำาถาม/บอก
ความสำาคัญของ
เทศกาล/วันสำาคัญ/งาน
ฉลองและชีวิตความเป็น
อยู่ง่ายๆ ของเจ้าของ
ภาษา
ข้อมูลและความสำาคัญของ
เทศกาล/วันสำาคัญ/งานฉลองและ
ชีวิตความเป็นอยู่ของเจ้าของ
ภาษา เช่น
วันคริสต์มาส วันขึ้นปีใหม่ วัน
วาเลนไทน์
เครื่องแต่งกาย ฤดูกาล อาหาร
เครื่องดื่ม
๓. เข้าร่วมกิจกรรมทาง
ภาษาและวัฒนธรรม
ตามความสนใจ
กิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรม
เช่น การเล่นเกม
การร้องเพลง การเล่านิทาน
บทบาทสมมุติ
วันขอบคุณพระเจ้า วันคริสต์มาส
วันขึ้นปีใหม่
วันวาเลนไทน์
ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง
ป.๖ ๑. ใช้ถ้อยคำา นำ้าเสียง
และกิริยาท่าทางอย่าง
สุภาพเหมาะสม ตาม
มารยาทสังคมและ
วัฒนธรรมของเจ้าของ
ภาษา
การใช้ถ้อยคำา นำ้าเสียง และกิริยา
ท่าทาง ตามมารยาทสังคมและ
วัฒนธรรมของเจ้าของภาษา
เช่น การขอบคุณ ขอโทษ การ
ใช้สีหน้าท่าทางประกอบการพูด
ขณะแนะนำาตนเอง การสัมผัสมือ
การโบกมือ การแสดงความรู้สึก
ชอบ/ไม่ชอบ การกล่าวอวยพร
การแสดงอาการตอบรับหรือ
ปฏิเสธ
๒. ให้ข้อมูลเกี่ยวกับ
เทศกาล/วันสำาคัญ/งาน
ฉลอง/ชีวิตความเป็นอยู่
ของเจ้าของภาษา
ข้อมูลและความสำาคัญของ
เทศกาล/วันสำาคัญ/
งานฉลองและชีวิตความเป็นอยู่
ของเจ้าของภาษา เช่น วัน
คริสต์มาส วันขึ้นปีใหม่ วัน
วาเลนไทน์
เครื่องแต่งกายตามฤดูกาล
อาหาร เครื่องดื่ม
๓. เข้าร่วมกิจกรรมทาง
ภาษาและวัฒนธรรม
ตามความสนใจ
กิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรม
เช่น การเล่นเกม การร้องเพลง
การเล่านิทาน บทบาทสมมุติ
วันขอบคุณพระเจ้า วันคริสต์มาส
วันขึ้นปีใหม่
วันวาเลนไทน์
ม.๑ ๑.ใช้ภาษา นำ้าเสียง
และกิริยาท่าทางสุภาพ
เหมาะสม ตามมารยาท
สังคม และวัฒนธรรม
ของเจ้าของภาษา
การใช้ภาษา นำ้าเสียง และกิริยา
ท่าทางในการสนทนา ตาม
มารยาทสังคมและวัฒนธรรมของ
เจ้าของภาษา เช่น การขอบคุณ
ขอโทษ การชมเชย การใช้
สีหน้าท่าทางประกอบ การพูด
ขณะแนะนำาตนเอง การสัมผัสมือ
การโบกมือ การแสดงความรู้สึก
ชอบ/ไม่ชอบ การกล่าวอวยพร
การแสดงอาการตอบรับหรือ
ปฏิเสธ
๒. บรรยายเกี่ยวกับ
เทศกาล วัน
สำาคัญ ชีวิตความเป็นอยู่
และประเพณีของ
เจ้าของภาษา
ความเป็นมาและความสำาคัญของ
เทศกาล วันสำาคัญ ชีวิตความเป็น
อยู่ และประเพณีของเจ้าของ
ภาษา
๓. เข้าร่วม/จัดกิจกรรม
ทางภาษาและ
วัฒนธรรมตามความ
สนใจ
กิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรม
เช่น การเล่นเกม การร้องเพลง
การเล่านิทาน บทบาทสมมุติ
วันขอบคุณพระเจ้า วันคริสต์มาส
วันขึ้นปีใหม่
วันวาเลนไทน์
ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง
ม.๒ ๑. ใช้ภาษา นำ้าเสียง
และกิริยาท่าทางเหมาะ
กับบุคคลและโอกาส
ตามมารยาทสังคม และ
วัฒนธรรมของเจ้าของ
ภาษา
การใช้ภาษา นำ้าเสียง และกิริยา
ท่าทางในการสนทนา ตาม
มารยาทสังคมและวัฒนธรรมของ
เจ้าของภาษา เช่น การขอบคุณ
ขอโทษ การชมเชย การใช้
สีหน้าท่าทางประกอบ การพูด
ขณะแนะนำาตนเอง การสัมผัสมือ
การโบกมือ การแสดงความรู้สึก
ชอบ/ไม่ชอบ การกล่าวอวยพร
การแสดงอาการตอบรับหรือ
ปฏิเสธ
๒. อธิบายเกี่ยวกับ
เทศกาล วันสำาคัญ
ชีวิตความเป็นอยู่ และ
ประเพณีของเจ้าของ
ภาษา
ความเป็นมาและความสำาคัญของ
เทศกาล วันสำาคัญ ชีวิตความเป็น
อยู่ และประเพณีของเจ้าของ
ภาษา
๓. เข้าร่วม/จัดกิจกรรม
ทางภาษาและ
วัฒนธรรมตามความ
สนใจ
กิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรม
เช่น การเล่นเกม การร้องเพลง
การเล่านิทาน บทบาทสมมุติ
วันขอบคุณพระเจ้า วันคริสต์มาส
วันขึ้นปีใหม่
วันวาเลนไทน์
ม.๓ ๑. เลือกใช้ภาษา นำ้า
เสียง และกิริยาท่าทาง
เหมาะกับบุคคลและ
โอกาส ตามมารยาท
สังคม และวัฒนธรรม
ของเจ้าของภาษา
การเลือกใช้ภาษา นำ้าเสียง และ
กิริยาท่าทางในการสนทนา ตาม
มารยาทสังคมและวัฒนธรรมของ
เจ้าของภาษา เช่น การขอบคุณ
ขอโทษ การชมเชย การใช้
สีหน้าท่าทางประกอบ การพูด
ขณะแนะนำาตนเอง การสัมผัสมือ
การโบกมือ การแสดงความ รู้สึก
ชอบ/ไม่ชอบ การกล่าวอวยพร
การแสดงอาการตอบรับหรือ
ปฏิเสธ
๒. อธิบายเกี่ยวกับชีวิต
ความเป็นอยู่
ขนบธรรมเนียมและ
ประเพณีของเจ้าของ
ภาษา
ชีวิตความเป็นอยู่ ขนบธรรมเนียม
และประเพณีของเจ้าของภาษา
๓. เข้าร่วม/จัดกิจกรรม
ทางภาษาและ
วัฒนธรรมตามความ
สนใจ
กิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรม
เช่น การเล่นเกม การร้องเพลง
การเล่านิทาน บทบาทสมมุติ
วันขอบคุณพระเจ้า วันคริสต์มาส
วันขึ้นปีใหม่
วันวาเลนไทน์
ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง
ม.
๔-๖
๑. เลือกใช้ภาษา นำ้า
เสียง และกิริยาท่าทาง
เหมาะกับระดับของ
บุคคล โอกาส และ
สถานที่ ตามมารยาท
สังคมและวัฒนธรรมของ
เจ้าของภาษา
การเลือกใช้ภาษา นำ้าเสียง และ
กิริยาท่าทางในการสนทนา
ระดับของภาษา มารยาทสังคม
และวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา
เช่น การขอบคุณ
ขอโทษ การชมเชย การใช้
สีหน้าท่าทางประกอบ การพูด
ขณะแนะนำาตนเอง การสัมผัสมือ
การโบกมือ การแสดงความ รู้สึก
ชอบ/ไม่ชอบ การกล่าวอวยพร
การแสดงอาการตอบรับหรือ
ปฏิเสธ
๒. อธิบาย/อภิปรายวิถี
ชีวิต ความคิด
ความเชื่อ และที่มา
ของขนบธรรมเนียม
และประเพณีของเจ้าของ
ภาษา
วิถีชีวิต ความคิด ความเชื่อ และ
ที่มาของขนบธรรมเนียม และ
ประเพณีของเจ้าของภาษา
๓. เข้าร่วม แนะนำา และ
จัดกิจกรรมทางภาษา
และวัฒนธรรมอย่าง
เหมาะสม
กิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรม
เช่น การเล่นเกม การร้องเพลง
การเล่านิทาน/เรื่องจาก
ภาพยนตร์ บทบาทสมมุติ ละคร
สั้น วันขอบคุณพระเจ้า
วันคริสต์มาส วันขึ้นปีใหม่ วัน
วาเลนไทน์
สาระที่ ๒ ภาษาและวัฒนธรรม
มาตรฐาน ต ๒.๒ เข้าใจความเหมือนและความแตกต่างระหว่าง
ภาษาและวัฒนธรรมของเจ้าของภาษากับภาษาและ
วัฒนธรรมไทย และนำามาใช้อย่างถูกต้องและเหมาะสม
ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง
ป.๑ ๑.ระบุตัวอักษรและเสียง
ตัวอักษรของภาษาต่าง
ประเทศและภาษาไทย
ตัวอักษรและเสียงตัวอักษรของ
ภาษาต่างประเทศและภาษาไทย
ป.๒ ๑.ระบุตัวอักษรและเสียง
ตัวอักษรของภาษาต่าง
ประเทศและภาษาไทย
ตัวอักษรและเสียงตัวอักษรของ
ภาษาต่างประเทศและภาษาไทย
ป.๓ ๑. บอกความแตกต่าง
ของเสียงตัวอักษร คำา
กลุ่มคำา และประโยค
ง่ายๆ ของภาษาต่าง
ประเทศและภาษาไทย
ความแตกต่างของเสียงตัวอักษร
คำา กลุ่มคำา และประโยคของภาษา
ต่างประเทศและภาษาไทย
ป.๔ ๑. บอกความแตกต่าง
ของเสียงตัวอักษร คำา
กลุ่มคำา ประโยค และ
ข้อความของภาษาต่าง
ประเทศและภาษาไทย
ความแตกต่างของเสียงตัวอักษร
คำา กลุ่มคำา และประโยคของภาษา
ต่างประเทศและภาษาไทย
๒. บอกความเหมือน/
ความแตกต่างระหว่าง
เทศกาลและงานฉลอง
ตามวัฒนธรรมของ
เจ้าของภาษากับ
ของไทย
ความเหมือน/ความแตกต่าง
ระหว่างเทศกาล และ
งานฉลองตามวัฒนธรรมของ
เจ้าของภาษากับ ของไทย
ป.๕ ๑. บอกความเหมือน/
ความแตกต่างระหว่าง
การออกเสียงประโยค
ชนิดต่างๆ การใช้
เครื่องหมาย
วรรคตอน และการ
ลำาดับคำา (order) ตาม
โครงสร้างประโยค ของ
ภาษาต่างประเทศและ
ภาษาไทย
ความเหมือน/ความแตกต่าง
ระหว่างการออกเสียงประโยคชนิด
ต่างๆ ของเจ้าของภาษากับของ
ไทย
การใช้เครื่องหมายวรรคตอนและ
การลำาดับคำาตามโครงสร้าง
ประโยคของภาษาต่างประเทศ
และภาษาไทย
๒. บอกความเหมือน/
ความแตกต่างระหว่าง
เทศกาลและงานฉลอง
ของเจ้าของภาษากับ
ของไทย
ความเหมือน/ความแตกต่าง
ระหว่างเทศกาลและ
งานฉลองของเจ้าของภาษากับ
ของไทย
ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง
ป.๖ ๑. บอกความเหมือน/
ความแตกต่างระหว่าง
การออกเสียงประโยค
ชนิดต่างๆ การใช้
เครื่องหมาย
วรรคตอน และการ
ลำาดับคำาตามโครงสร้าง
ประโยค ของภาษาต่าง
ประเทศและภาษาไทย
ความเหมือน/ความแตกต่าง
ระหว่างการออกเสียงประโยค
ชนิดต่างๆ ของเจ้าของภาษากับ
ของไทย
การใช้เครื่องหมายวรรคตอนและ
การลำาดับคำาตามโครงสร้าง
ประโยคของภาษาต่างประเทศ
และภาษาไทย
๒. เปรียบเทียบความ
เหมือน/ความแตกต่าง
ระหว่างเทศกาล งาน
ฉลองและประเพณีของ
เจ้าของภาษากับของ
ไทย
การเปรียบเทียบความเหมือน/
ความแตกต่างระหว่างเทศกาล
งานฉลอง และประเพณีของ
เจ้าของภาษากับของไทย
ม.๑ ๑. บอกความเหมือน
และความแตกต่าง
ระหว่างการออกเสียง
ประโยคชนิดต่างๆ การ
ใช้เครื่องหมายวรรค
ตอน และการลำาดับคำา
ตามโครงสร้างประโยค
ของภาษาต่างประเทศ
และภาษาไทย
ความเหมือน/ความแตกต่าง
ระหว่างการออกเสียงประโยค
ชนิดต่างๆ ของเจ้าของภาษากับ
ของไทย
การใช้เครื่องหมายวรรคตอนและ
การลำาดับคำาตามโครงสร้าง
ประโยคของภาษาต่างประเทศ
และภาษาไทย
๒. เปรียบเทียบความ
เหมือนและความแตก
ต่างระหว่างเทศกาล
งานฉลอง วันสำาคัญ
และชีวิตความเป็นอยู่
ของเจ้าของภาษากับ
ของไทย
ความเหมือนและความแตกต่าง
ระหว่างเทศกาล
งานฉลอง วันสำาคัญ และชีวิต
ความเป็นอยู่ของเจ้าของภาษากับ
ของไทย
ม.๒ ๑. เปรียบเทียบและ
อธิบายความเหมือนและ
ความแตกต่างระหว่าง
การออกเสียงประโยค
ชนิดต่างๆ และการ
ลำาดับคำาตามโครงสร้าง
ประโยค ของภาษาต่าง
ประเทศและภาษาไทย
การเปรียบเทียบและการอธิบาย
ความเหมือน/ความแตกต่าง
ระหว่างการออกเสียงประโยคชนิด
ต่างๆ
ของเจ้าของภาษากับของไทย
การใช้เครื่องหมายวรรคตอนและ
การลำาดับคำาตามโครงสร้าง
ประโยคของภาษาต่างประเทศ
และภาษาไทย
๒ เปรียบเทียบและ
อธิบายความเหมือนและ
ความแตกต่างระหว่าง
ชีวิตความเป็นอยู่และ
วัฒนธรรมของเจ้าของ
ภาษากับของไทย
การเปรียบเทียบและการอธิบาย
ความเหมือนและความแตกต่าง
ระหว่างชีวิตความเป็นอยู่และ
วัฒนธรรมของเจ้าของภาษากับ
ของไทย
ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง
ม.๓ ๑. เปรียบเทียบและ
อธิบายความเหมือนและ
ความแตกต่างระหว่าง
การออกเสียงประโยค
ชนิดต่างๆ และการ
ลำาดับคำาตามโครงสร้าง
ประโยคของภาษาต่าง
ประเทศและภาษาไทย
การเปรียบเทียบและการอธิบาย
ความเหมือน/ความแตกต่าง
ระหว่างการออกเสียงประโยค
ชนิดต่างๆ
ของเจ้าของภาษากับของไทย
การใช้เครื่องหมายวรรคตอนและ
การลำาดับคำาตามโครงสร้าง
ประโยคของภาษาต่างประเทศ
และภาษาไทย
๒. เปรียบเทียบและ
อธิบายความเหมือนและ
ความแตกต่างระหว่าง
ชีวิตความเป็นอยู่และ
วัฒนธรรมของเจ้าของ
ภาษากับของไทย และ
นำาไปใช้อย่างเหมาะสม
การเปรียบเทียบและการอธิบาย
ความเหมือนและความแตกต่าง
ระหว่างชีวิตความเป็นอยู่และ
วัฒนธรรมของเจ้าของภาษากับ
ของไทย
การนำาวัฒนธรรมของเจ้าของ
ภาษาไปใช้
ม.
๔-๖
๑. อธิบาย/เปรียบเทียบ
ความแตกต่างระหว่าง
โครงสร้างประโยค
ข้อความ สำานวน คำา
พังเพย สุภาษิต และ
บทกลอนของภาษาต่าง
ประเทศและภาษาไทย
การอธิบาย/การเปรียบเทียบ
ความแตกต่างระหว่างโครงสร้าง
ประโยค ข้อความ สำานวน คำา
พังเพย สุภาษิต และบทกลอนของ
ภาษาต่างประเทศและภาษาไทย
๒. วิเคราะห์/อภิปราย
ความเหมือนและความ
แตกต่างระหว่างวิถีชีวิต
ความเชื่อและวัฒนธรรม
ของเจ้าของภาษากับ
ของไทยและนำาไปใช้
อย่างมีเหตุผล
การวิเคราะห์/การอภิปรายความ
เหมือนและความแตกต่างระหว่าง
วิถีชีวิต ความเชื่อและวัฒนธรรม
ของเจ้าของภาษากับของไทย
การนำาวัฒนธรรมของเจ้าของ
ภาษาไปใช้
สาระที่ ๓ ภาษากับความสัมพันธ์กับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น
มาตรฐาน ต ๓.๑ ใช้ภาษาต่างประเทศในการเชื่อมโยงความรู้
กับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น และเป็นพื้นฐานในการ
พัฒนา แสวงหาความรู้ และเปิดโลกทัศน์ของตน
ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง
ป.๑ ๑. บอกคำาศัพท์ที่
เกี่ยวข้องกับกลุ่มสาระ
การเรียนรู้อื่น
คำาศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มสาระ
การเรียนรู้อื่น
ป.๒ ๑. บอกคำาศัพท์ที่
เกี่ยวข้องกับกลุ่มสาระ
การเรียนรู้อื่น
คำาศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มสาระ
การเรียนรู้อื่น
ป.๓ ๑. บอกคำาศัพท์ที่ คำาศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มสาระ
เกี่ยวข้องกับกลุ่มสาระ
การเรียนรู้อื่น
การเรียนรู้อื่น
ป.๔ ๑. ค้นคว้า รวบรวมคำา
ศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับกลุ่ม
สาระการเรียนรู้อื่นและ
นำาเสนอด้วยการพูด /
การเขียน
การค้นคว้า การรวบรวม และ
การนำาเสนอ คำาศัพท์ที่เกี่ยวข้อง
กับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น
ป.๕ ๑. ค้นคว้า รวบรวมคำา
ศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับกลุ่ม
สาระการเรียนรู้อื่น และ
นำาเสนอด้วยการพูด /
การเขียน
การค้นคว้า การรวบรวม และ
การนำาเสนอคำาศัพท์ที่เกี่ยวข้อง
กับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น
ป.๖ ๑. ค้นคว้า รวบรวมคำา
ศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับกลุ่ม
สาระการเรียนรู้อื่นจาก
แหล่งเรียนรู้ และนำา
เสนอด้วยการพูด /
การเขียน
การค้นคว้า การรวบรวม และ
การนำาเสนอคำาศัพท์ที่เกี่ยวข้อง
กับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น
ม.๑ ๑. ค้นคว้า รวบรวม
และสรุปข้อมูล/ ข้อเท็จ
จริงที่เกี่ยวข้องกับกลุ่ม
สาระ
การเรียนรู้อื่นจากแหล่ง
เรียนรู้ และนำาเสนอด้วย
การพูด/การเขียน
การค้นคว้า การรวบรวม การ
สรุป และการนำาเสนอข้อมูล/ข้อ
เท็จจริงที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มสาระ
การเรียนรู้อื่น
ม.๒ ๑. ค้นคว้า รวบรวม และ
สรุปข้อมูล/ ข้อเท็จจริง
ที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มสาระ
การเรียนรู้อื่นจากแหล่ง
เรียนรู้ และนำาเสนอด้วย
การพูด/การเขียน
การค้นคว้า การรวบรวม การ
สรุป และการนำาเสนอข้อมูล/ข้อ
เท็จจริงที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มสาระ
การเรียนรู้อื่น
ม.๓ ๑. ค้นคว้า รวบรวม และ
สรุปข้อมูล/ ข้อเท็จจริง
ที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มสาระ
การเรียนรู้อื่นจากแหล่ง
เรียนรู้ และนำาเสนอด้วย
การพูดและการเขียน
การค้นคว้า การรวบรวม การ
สรุป และการนำาเสนอข้อมูล/ข้อ
เท็จจริงที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มสาระ
การเรียนรู้อื่น
ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง
ม.
๔-๖
๑. ค้นคว้า/สืบค้น
บันทึก สรุป และแสดง
ความคิดเห็นเกี่ยวกับ
ข้อมูล
ที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มสาระ
การเรียนรู้อื่น จาก
แหล่งเรียนรู้ต่างๆ และ
นำาเสนอด้วยการพูดและ
การเขียน
การค้นคว้า/การสืบค้น การ
บันทึก การสรุป การแสดงความ
คิดเห็น และนำาเสนอข้อมูลที่
เกี่ยวข้องกับกลุ่มสาระการเรียนรู้
อื่นจากแหล่งเรียนรู้ต่างๆ
สาระที่ ๔ ภาษากับความสัมพันธ์กับชุมชนและโลก
มาตรฐาน ต ๔.๑ ใช้ภาษาต่างประเทศในสถานการณ์ต่างๆ ทั้ง
ในสถานศึกษา ชุมชน และสังคม
ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง
ป.๑ ๑. ฟัง/พูดใน
สถานการณ์ง่ายๆ ที่เกิด
ขึ้นในห้องเรียน
การใช้ภาษาในการฟัง/พูดใน
สถานการณ์ง่ายๆ ที่เกิดขึ้นใน
ห้องเรียน
ป.๒ ๑. ฟัง/พูดใน
สถานการณ์ง่ายๆ ที่เกิด
ขึ้นในห้องเรียน
การใช้ภาษาในการฟัง/พูดใน
สถานการณ์ง่ายๆ ที่เกิดขึ้นใน
ห้องเรียน
ป.๓ ๑. ฟัง/พูดใน
สถานการณ์ง่ายๆ ที่เกิด
ขึ้นในห้องเรียน
การใช้ภาษาในการฟัง/พูดใน
สถานการณ์ง่ายๆ ที่เกิดขึ้นใน
ห้องเรียน
ป.๔ ๑. ฟังและพูด/อ่านใน
สถานการณ์ที่เกิดขึ้นใน
ห้องเรียนและสถาน
ศึกษา
การใช้ภาษาในการฟังและพูด/
อ่านในสถานการณ์ที่เกิดขึ้นใน
ห้องเรียน
ป.๕ ๑. ฟัง พูด และอ่าน/
เขียนในสถานการณ์
ต่างๆ ที่เกิดขึ้นใน
ห้องเรียนและสถาน
ศึกษา
การใช้ภาษาในการฟัง พูด และ
อ่าน/เขียนในสถานการณ์ต่างๆ ที่
เกิดขึ้นในห้องเรียน
ป.๖ ๑. ใช้ภาษาสื่อสารใน
สถานการณ์ต่างๆ ที่เกิด
ขึ้นในห้องเรียนและ
สถานศึกษา
การใช้ภาษาสื่อสารใน
สถานการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นใน
ห้องเรียนและสถานศึกษา
ม.๑ ๑. ใช้ภาษาสื่อสารใน
สถานการณ์จริง/
สถานการณ์จำาลองที่
เกิดขึ้นในห้องเรียนและ
สถานศึกษา
การใช้ภาษาสื่อสารใน
สถานการณ์จริง/สถานการณ์
จำาลองที่เกิดขึ้นในห้องเรียนและ
สถานศึกษา
ม.๒ ๑. ใช้ภาษาสื่อสารใน
สถานการณ์จริง/
สถานการณ์จำาลองที่
เกิดขึ้นในห้องเรียน
สถานศึกษา และชุมชน
การใช้ภาษาสื่อสารใน
สถานการณ์จริง/สถานการณ์
จำาลองที่เกิดขึ้นในห้องเรียน
สถานศึกษา และชุมชน
ม.๓ ๑. ใช้ภาษาสื่อสารใน
สถานการณ์จริง/
สถานการณ์จำาลองที่
เกิดขึ้นในห้องเรียน
สถานศึกษา ชุมชน และ
สังคม
การใช้ภาษาสื่อสารใน
สถานการณ์จริง/สถานการณ์
จำาลองที่เกิดขึ้นในห้องเรียน
สถานศึกษา ชุมชน และสังคม
ม.
๔-๖
๑. ใช้ภาษาสื่อสารใน
สถานการณ์จริง/
สถานการณ์จำาลองที่
เกิดขึ้นในห้องเรียน
สถานศึกษา ชุมชน
และสังคม
การใช้ภาษาสื่อสารใน
สถานการณ์จริง/สถานการณ์
จำาลองเสมือนจริงที่เกิดขึ้นใน
ห้องเรียน สถานศึกษา ชุมชน
และสังคม
สาระที่ ๔ ภาษากับความสัมพันธ์กับชุมชนและโลก
มาตรฐาน ต ๔.๒ ใช้ภาษาต่างประเทศเป็นเครื่องมือพื้นฐานใน
การศึกษาต่อ การประกอบอาชีพ และการแลกเปลี่ยน
เรียนรู้กับสังคมโลก
ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง
ป.๑ ๑. ใช้ภาษาต่างประเทศ
เพื่อรวบรวมคำาศัพท์ที่
เกี่ยวข้องใกล้ตัว
การใช้ภาษาต่างประเทศในการ
รวบรวมคำาศัพท์ที่เกี่ยวข้องใกล้
ตัว จากสื่อต่างๆ
ป.๒ ๑. ใช้ภาษาต่างประเทศ
เพื่อรวบรวมคำาศัพท์ที่
เกี่ยวข้องใกล้ตัว
การใช้ภาษาต่างประเทศในการ
รวบรวมคำาศัพท์ที่เกี่ยวข้องใกล้
ตัว จากสื่อต่างๆ
ป.๓ ๑. ใช้ภาษาต่างประเทศ
เพื่อรวบรวมคำาศัพท์ที่
เกี่ยวข้องใกล้ตัว
การใช้ภาษาต่างประเทศในการ
รวบรวมคำาศัพท์ที่เกี่ยวข้องใกล้
ตัว จากสื่อต่างๆ
ป.๔ ๑. ใช้ภาษาต่างประเทศ
ในการสืบค้นและ
รวบรวมข้อมูลต่างๆ
การใช้ภาษาต่างประเทศในการ
สืบค้นและการรวบรวมคำาศัพท์ที่
เกี่ยวข้องใกล้ตัว จากสื่อและ
แหล่งการเรียนรู้ต่างๆ
ป.๕ ๑. ใช้ภาษาต่างประเทศ
ในการสืบค้นและ
รวบรวมข้อมูลต่างๆ
การใช้ภาษาต่างประเทศในการ
สืบค้นและการรวบรวมคำาศัพท์ที่
เกี่ยวข้องใกล้ตัว จากสื่อและ
แหล่งการเรียนรู้ต่างๆ
ป.๖ ๑. ใช้ภาษาต่างประเทศ
ในการสืบค้นและ
รวบรวมข้อมูลต่างๆ
การใช้ภาษาต่างประเทศในการ
สืบค้นและการรวบรวมคำาศัพท์ที่
เกี่ยวข้องใกล้ตัว จากสื่อและ
แหล่งการเรียนรู้ต่างๆ
ม.๑ ๑. ใช้ภาษาต่างประเทศ
ในการสืบค้น/ค้นคว้า
ความรู้/ข้อมูลต่างๆ
จากสื่อและแหล่งการ
เรียนรู้ต่างๆ ในการ
ศึกษาต่อและประกอบ
อาชีพ
การใช้ภาษาต่างประเทศในการ
สืบค้น/การค้นคว้าความรู้/ข้อมูล
ต่างๆ จากสื่อและแหล่งการเรียนรู้
ต่างๆ ในการศึกษาต่อและ
ประกอบอาชีพ
ม.๒ ๑. ใช้ภาษาต่างประเทศ
ในการสืบค้น/ค้นคว้า
รวบรวมและสรุปความ
รู้/ข้อมูลต่างๆ จากสื่อ
และแหล่งการเรียนรู้
ต่างๆ ในการศึกษาต่อ
และประกอบอาชีพ
การใช้ภาษาต่างประเทศในการ
สืบค้น/การค้นคว้าความรู้/ข้อมูล
ต่างๆ จากสื่อและแหล่งการเรียนรู้
ต่างๆ ในการศึกษาต่อและ
ประกอบอาชีพ
๒. เผยแพร่/
ประชาสัมพันธ์ข้อมูล
ข่าวสาร ของโรงเรียน
เป็นภาษาต่างประเทศ
การใช้ภาษาต่างประเทศในการ
เผยแพร่/ประชาสัมพันธ์ข้อมูล
ข่าวสารของโรงเรียน เช่น
การทำาหนังสือเล่มเล็กแนะนำา
โรงเรียน การทำาแผ่นปลิว
ป้ายคำาขวัญ คำาเชิญชวนแนะนำา
โรงเรียน การนำาเสนอข้อมูล
ข่าวสารในโรงเรียนเป็นภาษา
อังกฤษ
ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง
ม.๓ ๑. ใช้ภาษาต่างประเทศ
ในการสืบค้น/ค้นคว้า
รวบรวม และสรุปความ
รู้/ข้อมูลต่างๆ จากสื่อ
และแหล่งการเรียนรู้
ต่างๆในการศึกษาต่อ
และประกอบอาชีพ
การใช้ภาษาต่างประเทศในการ
สืบค้น/การค้นคว้าความรู้/ข้อมูล
ต่างๆ จากสื่อและแหล่งการเรียนรู้
ต่างๆ ในการศึกษาต่อและ
ประกอบอาชีพ
๒. เผยแพร่/
ประชาสัมพันธ์
ข้อมูล ข่าวสารของ
โรงเรียน ชุมชน และ
ท้องถิ่น เป็นภาษาต่าง
ประเทศ
การใช้ภาษาต่างประเทศในการ
เผยแพร่/ประชาสัมพันธ์ข้อมูล
ข่าวสารของโรงเรียน ชุมชน และ
ท้องถิ่น เช่น การทำาหนังสือเล่ม
เล็กแนะนำาโรงเรียน ชุมชน และ
ท้องถิ่น การทำาแผ่นปลิว ป้าย
คำาขวัญ คำาเชิญชวนแนะนำา
โรงเรียนและสถานที่สำาคัญใน
ชุมชนและท้องถิ่น การนำาเสนอ
ข้อมูลข่าวสารในโรงเรียน ชุมชน
และท้องถิ่น เป็นภาษาอังกฤษ
ม.
๔-๖
๑. ใช้ภาษาต่างประเทศ
ในการสืบค้น/ค้นคว้า
รวบรวม วิเคราะห์ และ
สรุปความรู้/ข้อมูลต่างๆ
จากสื่อและแหล่งการ
เรียนรู้ต่างๆ ในการ
ศึกษาต่อและประกอบ
อาชีพ
การใช้ภาษาต่างประเทศในการ
สืบค้น/การค้นคว้าความรู้/ข้อมูล
ต่างๆ จากสื่อและแหล่งการเรียนรู้
ต่างๆ ในการศึกษาต่อและ
ประกอบอาชีพ
๒. เผยแพร่/
ประชาสัมพันธ์ ข้อมูล
ข่าวสารของโรงเรียน
ชุมชน และท้องถิ่น/
ประเทศชาติ เป็นภาษา
ต่างประเทศ
การใช้ภาษาอังกฤษในการเผย
แพร่/ประชาสัมพันธ์ข้อมูล
ข่าวสารของโรงเรียน ชุมชน และ
ท้องถิ่น/ประเทศชาติ เช่น การ
ทำาหนังสือเล่มเล็กแนะนำาโรงเรียน
ชุมชน ท้องถิ่น/ประเทศชาติ การ
ทำาแผ่นปลิว ป้ายคำาขวัญ คำาเชิญ
ชวนแนะนำาโรงเรียน สถานที่
สำาคัญในชุมชนและท้องถิ่น/
ประเทศชาติ การนำาเสนอข้อมูล
ข่าวสารในโรงเรียน ชุมชน
ท้องถิ่น/ประเทศชาติเป็นภาษา
อังกฤษ
อภิธานศัพท์
การเดาความหมายจากบริบท (context clue)
การเดาความหมายของคำาศัพท์หรือข้อความที่ไม่ทราบความ
หมายโดยไม่ต้องเปิดพจนานุกรม เป็นการเดาความหมายนั้นโดย
อาศัยการชี้แนะจากคำาศัพท์หรือข้อความที่แวดล้อมคำาศัพท์หรือ
ข้อความ
ที่อ่าน เพื่อช่วยในการทำาความเข้าใจหรือตีความหมายของคำาศัพท์
หรือข้อความที่ไม่เข้าใจความหมาย
การถ่ายโอนข้อมูล
การแปลงข้อมูลที่ผู้ส่งสารต้องการจะสื่อสารให้ผู้รับสารเข้าใจ
ความหมายในรูปแบบที่ต้องการ เช่น การถ่ายโอนข้อมูลที่เป็นคำา
ประโยค หรือข้อความไปเป็นข้อมูลที่เป็นกราฟ สัญลักษณ์ รูปภาพ
แผนผัง แผนภูมิ ตาราง ฯลฯ หรือการถ่ายโอนข้อมูลที่เป็นกราฟ
สัญลักษณ์ รูปภาพ แผนผัง แผนภูมิ ตาราง ฯลฯ ไปเป็นข้อมูลที่
เป็นคำา ประโยค หรือข้อความ
ทักษะการสื่อสาร
ทักษะการฟัง การพูด การอ่าน และการเขียน ซึ่งเป็นเครื่องมือ
ในการรับสารและส่งสารด้วยภาษานั้นๆ ได้อย่างสื่อความหมาย
คล่องแคล่ว ถูกต้อง เข้าถึงสารได้อย่างชัดเจน
บทกลอน (nursery rhyme)
บทร้อยกรองสำาหรับเด็ก ที่มีคำาคล้องจองและมีความไพเราะ
เพื่อช่วยให้จดจำาได้ง่าย
บทละครสั้น (skit)
งานเขียนหรือบทละครสั้นที่มีการแสดงออกด้วยท่าทางและคำา
พูด ทำาให้เกิดความสนุกสนาน อาจเป็นเรื่องที่มาจากนิทาน นิยาย
ชีวิตของคน สัตว์ สิ่งของ หรือตัดตอนมาจากงานเขียน
ภาษาท่าทาง
การสื่อสารโดยการแสดงท่าทางแทนคำาพูดหรือการแสดง
ท่าทางประกอบคำาพูด เพื่อให้ความหมายมีความชัดเจนยิ่งขึ้น การ
แสดงท่าทางต่างๆ อาจแสดงได้ลักษณะ เช่น การแสดงออกทาง
สีหน้า การสบตา การเคลื่อนไหวศีรษะ มือ การยกมือ การพยัก
หน้า การเลิกคิ้ว เป็นต้น
วัฒนธรรมของเจ้าของภาษา
วิถีการดำาเนินชีวิตของคนในสังคมที่ใช้ภาษานั้น นับตั้งแต่วิธี
การกินอยู่ การแต่งกาย การทำางาน การพักผ่อน การแสดงอารมณ์
การสื่อความ ค่านิยม ความคิด ความเชื่อ ทัศนคติ ขนบธรรมเนียม
ประเพณี เทศกาล งานฉลอง และมารยาท เป็นต้น
สื่อที่ไม่ใช่ความเรียง (non-text information)
สิ่งที่ใช้สื่อสารแทนคำา วลี ประโยค และข้อความ เช่น กราฟ
สัญลักษณ์ รูปภาพ สิ่งของ แผนผัง แผนภูมิ ตาราง เป็นต้น
คณะผู้จัดทำา
คณะที่ปรึกษา
1. คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ
อยุธยา
เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้น
พื้นฐาน
2. นายวินัย รอดจ่าย รองเลขาธิการคณะกรรมการการ
ศึกษาขั้นพื้นฐาน
3. นายสุชาติ วงศ์สุวรรณ ที่ปรึกษาด้านพัฒนากระบวนการเรียน
รู้
4. นางเบญจลักษณ์ นำ้าฟ้า ผู้อำานวยการสำานักวิชาการและ
มาตรฐานการศึกษา
5. นางภาวนี ธำารงเลิศฤทธิ์ รองผู้อำานวยการสำานักวิชาการและ
มาตรฐานการศึกษา
คณะทำางานยกร่าง
1. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุดา
พร ลักษณียนาวิน
จุฬาลงกรณ์
มหาวิทยาลัย
ประธาน
2. รองศาสตราจารย์สุชาดา
นิมมานนิตย์
จุฬาลงกรณ์
มหาวิทยาลัย
คณะทำางาน
3. นางกุศยา แสงเดช ข้าราชการบำานาญ คณะทำางาน
4. นางสุดา ใบแย้ม ข้าราชการบำานาญ คณะทำางาน
5. นางสาวศิริพรรณ อรรถวิน ข้าราชการบำานาญ คณะทำางาน
6. นางศุภลักข์ โกมารกุล ณ
นคร
สถาบันทดสอบ TOEIC คณะทำางาน
7. Mr. Robert Woodhead สถาบันทดสอบ TOEIC คณะทำางาน
8. นางสิรีธร เบญจางคประเสริฐ สำานักบริหารงานคณะ
กรรมการส่งเสริมการ
ศึกษาเอกชน
คณะทำางาน
9. นางปราณี ศิริรัตน์ สำานักงานเขตพื้นที่การ
ศึกษากรุงเทพมหานคร
เขต ๑
คณะทำางาน
10. นางปราณี บุญไทย สำานักงานเขตพื้นที่การ
ศึกษากรุงเทพมหานคร
คณะทำางาน
เขต ๑
11. นางสาวพิรุณ ติละภัทร สำานักงานเขตพื้นที่การ
ศึกษากรุงเทพมหานคร
เขต ๒
คณะทำางาน
12. นางภารดี อิงขจรกุล โรงเรียนเตรียม
อุดมศึกษา
คณะทำางาน
13. นางพรทิพา ถาวรบุตร โรงเรียนศึกษานารี คณะทำางาน
14. นางสาวธีรา พงษ์ศาสตร์ โรงเรียนศรีอยุธยา คณะทำางาน
15. นางพรสวาท เจริญทรัพย์ โรงเรียนบางกะปิ คณะทำางาน
16. นางพรสิริ อิงคชัยโชติ โรงเรียนบางกะปิ คณะทำางาน
17. นางอัจฉรา สภานนท์ โรงเรียนดอนเมือง
ทหารอากาศบำารุง
คณะทำางาน
18. นางสาวสาลี่ ศิลปธรรม โรงเรียนวัดดอนขุนห้วย คณะทำางาน
19. นางพุทธสอน ไชยเดชะ โรงเรียนวัดประยุรวงศาวาส คณะทำางาน
20. นางสาววีณา วัฒโนภาษ โรงเรียนชุมชนวัดราษฎร
บำารุง
คณะทำางาน
21. นางสาวนงลักษณ์ เดช
ดำาเกิงชัย
โรงเรียนเผยอิง คณะทำางาน
22. นางสาวขนิษฐา สุวรรณ
รุจิ
สำานักวิชาการและมาตรฐาน
การศึกษา
คณะทำางาน
23. นางสาวจันทรา ตันติ
พงศานุรักษ์
สำานักวิชาการและมาตรฐาน
การศึกษา
คณะทำางาน
และ
เลขานุการ
24. นางสาวอังคณา ผิว
เกลี้ยง
สำานักวิชาการและมาตรฐาน
การศึกษา
คณะทำางาน
และผู้ช่วย
เลขานุการ
25. นางสาวเงินยวง นุด
ตะเคียน
สำานักวิชาการและมาตรฐาน
การศึกษา
คณะทำางาน
และผู้ช่วย
เลขานุการ
คณะบรรณาธิการ
1. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุดา
พร ลักษณียนาวิน
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
2. รองศาสตราจารย์สุชาดา
นิมมานนิตย์
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
3. รองศาสตราจารย์ ดร.สุมาลี ชิ
โนกุล
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
4. นางทวิชา แพทย์วิบูลย์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
5. นางศุภลักข์ โกมารกุล ณ
นคร
สถาบันทดสอบ TOEIC
6. Mr.Robert Woodhead สถาบันทดสอบ TOEIC
7. นางสาวละเอียด จุฑานันท์ สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่ง
ชาติ
(องค์การมหาชน)
8. นางสาวกิ่งแก้ว อารีรักษ์ สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่ง
ชาติ
(องค์การมหาชน)
9. นางกุศยา แสงเดช ข้าราชการบำานาญ
10. นางสาววาสี ปรุงสิงห์ ข้าราชการบำานาญ
11. นางวัฒนาพร ระงับทุกข์ สถาบันภาษาอังกฤษ สพฐ.
12. นางสาวพรพิมล ประสงค์พร สถาบันภาษาอังกฤษ สพฐ.
13. นางสาวพิรุณ ติละภัทร สำานักงานเขตพื้นที่การศึกษา
กรุงเทพมหานคร เขต ๒
14. นางฉัตรแก้ว เภาวิเศษ สำานักงานเขตพื้นที่การศึกษา
กรุงเทพมหานคร เขต ๓
15. นางภมร จันทรโชตะ สำานักงานเขตพื้นที่การศึกษา
สุราษฎร์ธานี เขต ๑
16. นางสาวคณาพร คมสัน สำานักงานเขตพื้นที่การศึกษา
สมุทรปราการ เขต ๑
17. นางสาวสุเบดา ปาทาน โรงเรียนดัดดรุณี
18. นางปาลีรัฐ จันทรางกูร โรงเรียนนวมินทราชินูทิศเบญจมราชาลัย
19. นางสุพัตรา สมสุวรรณ
ชัย
โรงเรียนลาดปลาเค้าพิทยาคม
20. นางพุทธสอน ไชย
เดชะ
โรงเรียนวัดประยุรวงศาวาส
21. นางสาววีณา วัฒโน
ภาษ
โรงเรียนชุมชนวัดราษฎร์บำารุง
22. นางสิริกร สุกิน โรงเรียนทวีธาภิเศก ๒
23. นางสาวศุภร คงธนะ โรงเรียนศรีบุณยานนท์
24. นางเตือนใจ อัคร
วิเชียร
โรงเรียนมัธยมวัดสิงห์
25. นางสาวรตาภรณ์ มา
นพพงษ์
โรงเรียนกุนนทีรุทธารามวิทยาคม
26. นางเพ็ญสินี แสงชะอุ่ม โรงเรียนอมรินทราราม
27. นางสาวอรพิน รุ่งเรือง โรงเรียนคลองมะขามเทศ
28. นางภาวนี ธำารงเลิศ
ฤทธิ์
สำานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา
29. นางสาวรุ่งนภา นุตรา
วงศ์
สำานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา
30. นางสาวขนิษฐา
สุวรรณรุจิ
สำานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา
31. นางสาวจันทรา ตันติ
พงศานุรักษ์
สำานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา
32. นางสาวอังคนา ผิว
เกลี้ยง
สำานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา
33. นางสาวเงินยวง นุด
ตะเคียน
สำานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา
34. นางเสาวภา ศักดา สำานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา
ฝ่ายเลขานุการโครงการ
1. นางสาวรุ่งนภา นุตรา
วงศ์
สำานักวิชาการและ
มาตรฐานการศึกษา
หัวหน้า
โครงการ
2. นางสาวจันทรา ตันติ
พงศานุรักษ์
สำานักวิชาการและ
มาตรฐานการศึกษา
คณะทำางาน
3. นางดรุณี จำาปาทอง สำานักวิชาการและ
มาตรฐานการศึกษา
คณะทำางาน
4. นางสาวพรนิภา ศิลป์
ประคอง
สำานักวิชาการและ
มาตรฐานการศึกษา
คณะทำางาน
5. นางเสาวภา ศักดา สำานักวิชาการและ
มาตรฐานการศึกษา
คณะทำางาน
6. นางสาวกอบกุล สุกขะ สำานักวิชาการและ
มาตรฐานการศึกษา
คณะทำางาน
7. นางสุขเกษม เทพสิทธิ์ สำานักวิชาการและ
มาตรฐานการศึกษา
คณะทำางาน
8. นายวีระเดช เชื้อนาม สำานักวิชาการและ
มาตรฐานการศึกษา
คณะทำางาน
9. ว่าที่ ร.ต. สุราษฏร์ ทอง
เจริญ
สำานักวิชาการและ
มาตรฐานการศึกษา
คณะทำางาน
10. นางสาวประภาพรรณ
แม้นสมุทร
สำานักวิชาการและ
มาตรฐานการศึกษา
คณะทำางาน
11. นายอนุจินต์ ลาภ สำานักวิชาการและ คณะ
ธนาภรณ์ มาตรฐานการศึกษา ทำางาน
คณะผู้รับผิดชอบกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ
1. นางสาวจันทรา ตันติ
พงศานุรักษ์
สำานักวิชาการและมาตรฐาน
การศึกษา
2. นางสาวอังคนา ผิว
เกลี้ยง
สำานักวิชาการและมาตรฐาน
การศึกษา
3. นางสาวเงินยวง นุด
ตะเคียน
สำานักวิชาการและมาตรฐาน
การศึกษา
4. นางเสาวภา ศักดา สำานักวิชาการและมาตรฐาน
การศึกษา

มาตรฐานและตัวชี้วัดกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ

  • 1.
  • 2.
    สารบัญ หน้า คำานำา ทำาไมต้องเรียนภาษาต่างประเทศ ๑ เรียนรู้อะไรในภาษาต่างประเทศ ๑ สาระและมาตรฐานการเรียนรู้๒ คุณภาพผู้เรียน ๓ ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง ๘ สาระที่ ๑ ภาษาเพื่อการสื่อสาร ๘ สาระที่ ๒ ภาษาและวัฒนธรรม ๓๖ สาระที่ ๓ ภาษากับความสัมพันธ์กับกลุ่มสาระการ เรียนรู้อื่น ๔๔ สาระที่ ๔ ภาษากับความสัมพันธ์กับชุมชนและโลก ๔๖ อภิธานศัพท์ ๔๙ คณะผู้จัดทำา ๕๑ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ทำาไมต้องเรียนภาษาต่างประเทศ
  • 3.
    ในสังคมโลกปัจจุบัน การเรียนรู้ภาษาต่างประเทศมีความ สำาคัญและจำาเป็นอย่างยิ่ง ในชีวิตประจำาวัน เนื่องจากเป็นเครื่องมือสำาคัญในการติดต่อสื่อสาร การศึกษาการแสวงหาความรู้ การประกอบอาชีพ การสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับวัฒนธรรมและวิสัย ทัศน์ของชุมชนโลก และตระหนักถึงความหลากหลายทางวัฒนธรรม และมุมมองของสังคมโลก นำามาซึ่งมิตรไมตรีและความร่วมมือกับ ประเทศต่างๆ ช่วยพัฒนาผู้เรียนให้มีความเข้าใจตนเองและผู้อื่นดี ขึ้น เรียนรู้และเข้าใจความแตกต่างของภาษาและวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณี การคิด สังคม เศรษฐกิจ การเมือง การ ปกครอง มีเจตคติที่ดีต่อการใช้ภาษาต่างประเทศ และใช้ภาษา ต่างประเทศเพื่อการสื่อสารได้ รวมทั้งเข้าถึงองค์ความรู้ต่างๆ ได้ ง่ายและกว้างขึ้น และมีวิสัยทัศน์ในการดำาเนินชีวิต ภาษาต่างประเทศที่เป็นสาระการเรียนรู้พื้นฐาน ซึ่งกำาหนดให้ เรียนตลอดหลักสูตรการศึกษา ขั้นพื้นฐาน คือ ภาษาอังกฤษ ส่วนภาษาต่างประเทศอื่น เช่น ภาษา ฝรั่งเศส เยอรมัน จีน ญี่ปุ่น อาหรับ บาลี และภาษากลุ่มประเทศเพื่อน บ้าน หรือภาษาอื่นๆ ให้อยู่ในดุลยพินิจของสถานศึกษาที่จะจัดทำา รายวิชาและจัดการเรียนรู้ตามความเหมาะสม เรียนรู้อะไรในภาษาต่างประเทศ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ มุ่งหวังให้ผู้เรียนมี เจตคติที่ดีต่อภาษาต่างประเทศ สามารถใช้ภาษาต่างประเทศ สื่อสาร ในสถานการณ์ต่าง ๆ แสวงหาความรู้ ประกอบอาชีพ และศึกษาต่อ ในระดับที่สูงขึ้น รวมทั้งมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องราวและวัฒนธรรม อันหลากหลายของประชาคมโลก และสามารถถ่ายทอดความคิดและ วัฒนธรรมไทยไปยังสังคมโลกได้อย่างสร้างสรรค์ ประกอบด้วยสาระ สำาคัญ ดังนี้ • ภาษาเพื่อการสื่อสาร การใช้ภาษาต่างประเทศในการ ฟัง-พูด-อ่าน-เขียน แลกเปลี่ยนข้อมูล ข่าวสาร แสดงความรู้สึก และความคิดเห็น ตีความ นำาเสนอข้อมูล ความคิดรวบยอดและ ความคิดเห็นในเรื่องต่างๆ และสร้างความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล อย่างเหมาะสม • ภาษาและวัฒนธรรม การใช้ภาษาต่างประเทศตาม วัฒนธรรมของเจ้าของภาษาความสัมพันธ์ ความเหมือนและความ แตกต่างระหว่างภาษากับวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา ภาษาและ
  • 4.
    วัฒนธรรมของเจ้าของภาษากับวัฒนธรรมไทย และนำาไปใช้อย่าง เหมาะสม • ภาษากับความสัมพันธ์กับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น การใช้ภาษาต่างประเทศในการเชื่อมโยงความรู้กับกลุ่มสาระการ เรียนรู้อื่นเป็นพื้นฐานในการพัฒนา แสวงหาความรู้ และ เปิดโลกทัศน์ของตน • ภาษากับความสัมพันธ์กับชุมชนและโลก การใช้ ภาษาต่างประเทศในสถานการณ์ต่างๆ ทั้งในห้องเรียนและนอก ห้องเรียน ชุมชน และสังคมโลก เป็นเครื่องมือพื้นฐานในการศึกษาต่อ ประกอบอาชีพ และแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับสังคมโลก สาระและมาตรฐานการเรียนรู้ สาระที่ ๑ ภาษาเพื่อการสื่อสาร มาตรฐาน ต ๑.๑ เข้าใจและตีความเรื่องที่ฟังและอ่านจากสื่อ ประเภทต่างๆ และแสดงความคิดเห็นอย่างมีเหตุผล มาตรฐาน ต ๑.๒ มีทักษะการสื่อสารทางภาษาในการแลกเปลี่ยน ข้อมูลข่าวสาร แสดงความรู้สึก และความคิดเห็นอย่างมี ประสิทธิภาพ มาตรฐาน ต ๑.๓ นำาเสนอข้อมูลข่าวสาร ความคิดรวบยอด และ ความคิดเห็นในเรื่องต่างๆ โดยการพูดและการเขียน สาระที่ ๒ ภาษาและวัฒนธรรม มาตรฐาน ต ๒.๑ เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างภาษากับวัฒนธรรม ของเจ้าของภาษา และนำาไปใช้ ได้อย่างเหมาะสมกับ กาลเทศะ มาตรฐาน ต ๒.๒ เข้าใจความเหมือนและความแตกต่างระหว่าง ภาษาและวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา กับภาษาและวัฒนธรรมไทย และนำามาใช้อย่างถูกต้อง และเหมาะสม สาระที่ ๓ ภาษากับความสัมพันธ์กับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น มาตรฐาน ต ๓.๑ ใช้ภาษาต่างประเทศในการเชื่อมโยงความรู้กับ กลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น และเป็นพื้นฐานในการพัฒนา แสวงหาความรู้ และเปิดโลกทัศน์ของตน สาระที่ ๔ ภาษากับความสัมพันธ์กับชุมชนและโลก
  • 5.
    มาตรฐาน ต ๔.๑ใช้ภาษาต่างประเทศในสถานการณ์ต่างๆ ทั้ง ในสถานศึกษา ชุมชน และสังคม มาตรฐาน ต ๔.๒ ใช้ภาษาต่างประเทศเป็นเครื่องมือพื้นฐานใน การศึกษาต่อ การประกอบอาชีพ และ การแลกเปลี่ยน เรียนรู้กับสังคมโลก คุณภาพผู้เรียน จบชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ • ปฏิบัติตามคำาสั่ง คำาขอร้องที่ฟัง อ่านออกเสียงตัวอักษร คำา กลุ่มคำา ประโยคง่ายๆ และ บทพูดเข้้าจังหวะง่ายๆ ถูกต้องตาม หลักการอ่าน บอกความหมายของคำาและกลุ่มคำาที่ฟังตรงตามความ หมาย ตอบคำาถามจากการฟังหรืออ่านประโยค บทสนทนาหรือ นิทานง่ายๆ • พูดโต้ตอบด้วยคำาสั้นๆ ง่ายๆ ในการสื่อสารระหว่างบุคคล ตามแบบที่ฟัง ใช้คำาสั่งและ คำาขอร้องง่ายๆ บอกความต้องการง่ายๆ ของตนเอง พูดขอและให้ ข้อมูลเกี่ยวกับตนเองและเพื่อน บอกความรู้สึกของตนเองเกี่ยวกับสิ่งต่างๆ ใกล้ตัวหรือกิจกรรมต่างๆ ตามแบบที่ฟัง • พูดให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเองและเรื่องใกล้ตัว จัดหมวดหมู่คำา ตามประเภทของบุคคล สัตว์ และสิ่งของตามที่ฟังหรืออ่าน • พูดและทำาท่าประกอบ ตามมารยาทสังคม/วัฒนธรรมของ เจ้าของภาษา บอกชื่อและคำาศัพท์ง่ายๆ เกี่ยวกับเทศกาล/วัน สำาคัญ/งานฉลอง และชีวิตความเป็นอยู่ของเจ้าของภาษา เข้าร่วม กิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมที่เหมาะกับวัย • บอกความแตกต่างของเสียงตัวอักษร คำา กลุ่มคำา และ ประโยคง่ายๆ ของภาษาต่างประเทศและภาษาไทย • บอกคำาศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น • ฟัง/พูดในสถานการณ์ง่ายๆ ที่เกิดขึ้นในห้องเรียน • ใช้ภาษาต่างประเทศ เพื่อรวบรวมคำาศัพท์ที่เกี่ยวข้องใกล้ตัว • มีทักษะการใช้ภาษาต่างประเทศ (เน้นการฟัง-พูด) สื่อสาร ตามหัวเรื่องเกี่ยวกับตนเอง ครอบครัว โรงเรียน สิ่งแวดล้อมใกล้
  • 6.
    ตัว อาหาร เครื่องดื่มและเวลาว่างและนันทนาการ ภายในวง คำาศัพท์ประมาณ ๓๐๐-๔๕๐ คำา (คำาศัพท์ที่เป็นรูปธรรม) • ใช้ประโยคคำาเดียว (One Word Sentence) ประโยคเดี่ยว (Simple Sentence) ในการสนทนาโต้ตอบตามสถานการณ์ใน ชีวิตประจำาวัน จบชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ • ปฏิบัติตามคำาสั่ง คำาขอร้อง และคำาแนะนำาที่ฟังและอ่าน อ่าน ออกเสียงประโยค ข้อความ นิทาน และบทกลอนสั้นๆ ถูกต้องตาม หลักการอ่าน เลือก/ระบุประโยคและข้อความตรงตามความหมาย ของสัญลักษณ์หรือเครื่องหมายที่อ่าน บอกใจความสำาคัญ และตอบ คำาถามจากการฟังและอ่าน บทสนทนา นิทานง่ายๆ และเรื่องเล่า • พูด/เขียนโต้ตอบในการสื่อสารระหว่างบุคคล ใช้คำาสั่ง คำาขอร้อง และให้คำาแนะนำา พูด/เขียนแสดงความต้องการ ขอ ความช่วยเหลือ ตอบรับและปฏิเสธการให้ความช่วยเหลือใน สถานการณ์ง่ายๆ พูดและเขียนเพื่อขอและให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง เพื่อน ครอบครัว และเรื่องใกล้ตัว พูด/เขียนแสดงความรู้สึกเกี่ยวกับ เรื่องต่างๆ ใกล้ตัว กิจกรรมต่างๆ พร้อมทั้งให้เหตุผลสั้นๆ ประกอบ • พูด/เขียนให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง เพื่อน และสิ่งแวดล้อม ใกล้ตัว เขียนภาพ แผนผัง แผนภูมิ และตารางแสดงข้อมูลต่างๆ ที่ ฟังและอ่าน พูด/เขียนแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ ใกล้ตัว • ใช้ถ้อยคำา นำ้าเสียง และกิริยาท่าทางอย่างสุภาพ เหมาะสม ตามมารยาทสังคมและวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา ให้ข้อมูลเกี่ยว กับเทศกาล/วันสำาคัญ/งานฉลอง/ชีวิตความเป็นอยู่ของเจ้าของ ภาษา เข้าร่วมกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมตามความสนใจ • บอกความหมือน /ความแตกต่างระหว่างการออกเสียง ประโยคชนิดต่างๆ การใช้เครื่องหมายวรรคตอน และการลำาดับคำา ตามโครงสร้างประโยคของภาษาต่างประเทศและภาษาไทย เปรียบ เทียบความเหมือน/ความแตกต่างระหว่างเทศกาล งานฉลองและ ประเพณีของเจ้าของภาษากับของไทย • ค้นคว้า รวบรวมคำาศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น จากแหล่งการเรียนรู้ และนำาเสนอด้วยการพูด/การเขียน • ใช้ภาษาสื่อสารในสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในห้องเรียน และสถานศึกษา •ใช้ภาษาต่างประเทศในการสืบค้นและรวบรวมข้อมูลต่างๆ
  • 7.
    • มีทักษะการใช้ภาษาต่างประเทศ (เน้นการฟัง-พูด-อ่าน- เขียน)สื่อสารตามหัวเรื่องเกี่ยวกับตนเอง ครอบครัว โรงเรียน สิ่ง แวดล้อม อาหาร เครื่องดื่ม เวลาว่างและนันทนาการ สุขภาพและ สวัสดิการ การซื้อ-ขาย และลมฟ้าอากาศ ภายในวงคำาศัพท์ประมาณ ๑,๐๕๐-๑,๒๐๐ คำา (คำาศัพท์ที่เป็นรูปธรรมและนามธรรม) • ใช้ประโยคเดี่ยวและประโยคผสม (Compound Sentences) สื่อความหมายตามบริบทต่างๆ จบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ • ปฏิบัติตามคำาขอร้อง คำาแนะนำา คำาชี้แจง และคำาอธิบายที่ ฟังและอ่าน อ่านออกเสียงข้อความ ข่าว โฆษณา นิทาน และบทร้อย กรองสั้นๆ ถูกต้องตามหลักการอ่าน ระบุ/เขียนสื่อที่ไม่ใช่ความเรียง รูปแบบต่างๆ สัมพันธ์กับประโยคและข้อความที่ฟังหรืออ่าน เลือก/ ระบุหัวข้อเรื่อง ใจความสำาคัญ รายละเอียดสนับสนุน และแสดง ความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องที่ฟังและอ่านจากสื่อประเภทต่างๆ พร้อม ทั้งให้เหตุผลและยกตัวอย่างประกอบ • สนทนาและเขียนโต้ตอบข้อมูลเกี่ยวกับตนเองและเรื่องต่างๆ ใกล้ตัว สถานการณ์ ข่าว เรื่องที่อยู่ในความสนใจของสังคมและสื่อสารอย่างต่อเนื่องและ เหมาะสม ใช้คำาขอร้อง คำาชี้แจง และคำาอธิบาย ให้คำาแนะนำาอย่าง เหมาะสม พูดและเขียนแสดงความต้องการ เสนอและให้ความช่วย เหลือ ตอบรับและปฏิเสธการให้ความช่วยเหลือ พูดและเขียนเพื่อ ขอและให้ข้อมูล บรรยาย อธิบาย เปรียบเทียบ และแสดงความคิด เห็นเกี่ยวกับเรื่องที่ฟังหรืออ่านอย่างเหมาะสม พูดและเขียนบรรยาย ความรู้สึกและความคิดเห็นของตนเองเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ กิจกรรม ประสบการณ์ และข่าว/เหตุการณ์ พร้อมทั้งให้เหตุผลประกอบอย่าง เหมาะสม • พูดและเขียนบรรยายเกี่ยวกับตนเอง ประสบการณ์ ข่าว/ เหตุการณ์/เรื่อง/ประเด็นต่างๆ ที่อยู่ในความสนใจของสังคม พูดและเขียนสรุปใจความสำาคัญ/ แก่นสาระ หัวข้อเรื่องที่ได้จากการวิเคราะห์เรื่อง/ข่าว/เหตุการณ์/ สถานการณ์ที่อยู่ในความสนใจ พูดและเขียนแสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับกิจกรรม ประสบการณ์ และเหตุการณ์ พร้อมให้เหตุผล ประกอบ • เลือกใช้ภาษา นำ้าเสียง และกิริยาท่าทางเหมาะกับบุคคลและ โอกาส ตามมารยาทสังคม
  • 8.
    และวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา อธิบายเกี่ยวกับชีวิตความเป็นอยู่ ขนบธรรมเนียมและประเพณี ของเจ้าของภาษา เข้าร่วม/จัดกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรม ตามความสนใจ •เปรียบเทียบ และอธิบายความเหมือนและความแตกต่าง ระหว่างการออกเสียงประโยคชนิดต่างๆ และการลำาดับคำาตาม โครงสร้างประโยคของภาษาต่างประเทศและภาษาไทย เปรียบเทียบ และ อธิบายความเหมือนและความแตกต่างระหว่างชีวิตความเป็นอยู่ และวัฒนธรรมของเจ้าของภาษากับ ของไทย และนำาไปใช้อย่างเหมาะสม • ค้นคว้า รวบรวม และสรุปข้อมูล/ข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องกับ กลุ่มสาระการเรียนรู้อื่นจาก แหล่งการเรียนรู้ และนำาเสนอด้วยการพูดและการเขียน • ใช้ภาษาสื่อสารในสถานการณ์จริง/สถานการณ์จำาลองที่เกิด ขึ้นในห้องเรียน สถานศึกษา ชุมชน และสังคม • ใช้ภาษาต่างประเทศในการสืบค้น/ค้นคว้า รวบรวม และสรุป ความรู้/ข้อมูลต่างๆ จากสื่อ และแหล่งการเรียนรู้ต่างๆ ในการศึกษาต่อและประกอบอาชีพ เผย แพร่/ประชาสัมพันธ์ข้อมูล ข่าวสารของโรงเรียน ชุมชน และท้องถิ่น เป็นภาษาต่างประเทศ • มีทักษะการใช้ภาษาต่างประเทศ (เน้นการฟัง-พูด-อ่าน- เขียน) สื่อสารตามหัวเรื่องเกี่ยวกับตนเอง ครอบครัว โรงเรียน สิ่ง แวดล้อม อาหาร เครื่องดื่ม เวลาว่างและนันทนาการ สุขภาพและ สวัสดิการ การซื้อ-ขาย ลมฟ้าอากาศ การศึกษาและอาชีพ การเดิน ทางท่องเที่ยว การบริการ สถานที่ ภาษา และวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยี ภายในวงคำาศัพท์ประมาณ ๒,๑๐๐-๒,๒๕๐ คำา (คำาศัพท์ ที่เป็นนามธรรมมากขึ้น) • ใช้ประโยคผสมและประโยคซับซ้อน (Complex Sentences) สื่อความหมายตามบริบทต่างๆ ในการสนทนาทั้งที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ จบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ • ปฏิบัติตามคำาแนะนำาในคู่มือการใช้งานต่างๆ คำาชี้แจง คำา อธิบาย และคำาบรรยายที่ฟังและอ่าน อ่านออกเสียงข้อความ ข่าว ประกาศ โฆษณา บทร้อยกรอง และบทละครสั้นถูกต้องตามหลักการ
  • 9.
    อ่าน อธิบายและเขียนประโยคและข้อความสัมพันธ์กับสื่อที่ไม่ใช่ ความเรียงรูปแบบต่างๆ ที่อ่านรวมทั้งระบุและเขียนสื่อที่ไม่ใช่ความ เรียงรูปแบบต่างๆ สัมพันธ์กับประโยคและข้อความที่ฟังหรืออ่าน จับใจความสำาคัญ วิเคราะห์ความ สรุปความ ตีความ และแสดงความ คิดเห็นจากการฟังและอ่านเรื่อง ที่เป็นสารคดีและบันเทิงคดี พร้อมทั้งให้เหตุผลและยกตัวอย่าง ประกอบ • สนทนาและเขียนโต้ตอบข้อมูลเกี่ยวกับตนเองและเรื่องต่างๆ ใกล้ตัว ประสบการณ์ สถานการณ์ ข่าว/เหตุการณ์ ประเด็นที่อยู่ ในความสนใจและสื่อสารอย่างต่อเนื่องและเหมาะสม เลือกและใช้ คำาขอร้อง คำาชี้แจง คำาอธิบาย และให้คำาแนะนำา พูดและเขียนแสดง ความต้องการ เสนอและให้ความช่วยเหลือ ตอบรับและปฏิเสธการ ให้ความช่วยเหลือในสถานการณ์จำาลองหรือสถานการณ์จริงอย่าง เหมาะสม พูดและเขียนเพื่อขอและให้ข้อมูล บรรยาย อธิบาย เปรียบเทียบ และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่อง/ประเด็น/ข่าว/ เหตุการณ์ที่ฟังและอ่านอย่างเหมาะสม พูดและเขียนบรรยายความ รู้สึกและแสดงความคิดเห็นของตนเองเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ กิจกรรม ประสบการณ์ และข่าว/เหตุการณ์อย่างมีเหตุผล • พูดและเขียนนำาเสนอข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง/ประสบการณ์ ข่าว/เหตุการณ์ เรื่องและประเด็นต่างๆ ตามความสนใจ พูดและ เขียนสรุปใจความสำาคัญ แก่นสาระที่ได้จากการวิเคราะห์เรื่อง กิจกรรม ข่าว เหตุการณ์ และสถานการณ์ตามความสนใจ พูดและ เขียนแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับกิจกรรม ประสบการณ์ และ เหตุการณ์ ทั้งในท้องถิ่น สังคม และโลก พร้อมทั้งให้เหตุผลและยก ตัวอย่างประกอบ • เลือกใช้ภาษา นำ้าเสียง และกิริยาท่าทางเหมาะกับระดับของ บุคคล เวลา โอกาสและสถานที่ตามมารยาทสังคมและวัฒนธรรม ของเจ้าของภาษา อธิบาย/อภิปรายวิถีชีวิต ความคิด ความเชื่อ และที่มาของขนบธรรมเนียมและประเพณีของเจ้าของภาษา เข้า ร่วม แนะนำา และจัดกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมอย่างเหมาะสม • อธิบาย/เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างโครงสร้างประโยค ข้อความ สำานวน คำาพังเพย สุภาษิต และบทกลอนของภาษาต่าง ประเทศและภาษาไทย วิเคราะห์/อภิปรายความเหมือนและความแตก ต่างระหว่างวิถีชีวิต ความเชื่อ และวัฒนธรรมของเจ้าของภาษากับของ ไทย และนำาไปใช้อย่างมีเหตุผล
  • 10.
    • ค้นคว้า/สืบค้น บันทึกสรุป และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น จากแหล่งเรียนรู้ต่างๆ และนำาเสนอด้วยการพูดและการเขียน • ใช้ภาษาสื่อสารในสถานการณ์จริง/สถานการณ์จำาลองที่เกิด ขึ้นในห้องเรียน สถานศึกษา ชุมชน และสังคม • ใช้ภาษาต่างประเทศในการสืบค้น/ค้นคว้า รวบรวม วิเคราะห์ และสรุปความรู้/ข้อมูลต่างๆ จากสื่อและแหล่งการเรียนรู้ ต่างๆ ในการศึกษาต่อและประกอบอาชีพ เผยแพร่/ประชาสัมพันธ์ ข้อมูล ข่าวสาร ของโรงเรียน ชุมชน และท้องถิ่น/ประเทศชาติ เป็นภาษาต่างประเทศ • มีทักษะการใช้ภาษาต่างประเทศ (เน้นการฟัง-พูด-อ่าน- เขียน) สื่อสารตามหัวเรื่องเกี่ยวกับตนเอง ครอบครัว โรงเรียน สิ่ง แวดล้อม อาหาร เครื่องดื่ม ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล เวลาว่างและ นันทนาการ สุขภาพและสวัสดิการ การซื้อ-ขาย ลมฟ้าอากาศ การ ศึกษาและอาชีพ การเดินทางท่องเที่ยว การบริการ สถานที่ ภาษา และวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ภายในวงคำาศัพท์ประมาณ ๓,๖๐๐-๓,๗๕๐ คำา (คำาศัพท์ที่มีระดับการใช้แตกต่างกัน) • ใช้ประโยคผสมและประโยคซับซ้อนสื่อความหมายตาม บริบทต่างๆ ในการสนทนา ทั้งที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ
  • 11.
    ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระที่ ๑ ภาษาเพื่อการสื่อสาร มาตรฐานต ๑.๑ เข้าใจและตีความเรื่องที่ฟังและอ่านจากสื่อ ประเภทต่างๆ และแสดงความคิดเห็น อย่างมีเหตุผล ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ป.๑ ๑. ปฏิบัติตามคำาสั่ง ง่ายๆ ที่ฟัง คำาสั่งที่ใช้ในห้องเรียน เช่น Stand up./Sit down./ Listen./ Repeat./Quiet!/ Stop! etc. ๒. ระบุตัวอักษรและ เสียง อ่านออกเสียงและ สะกดคำาง่ายๆ ถูกต้อง ตาม หลักการอ่าน ตัวอักษร (letter names) เสียง ตัวอักษรและสระ (letter sounds) และการสะกดคำา หลักการอ่านออกเสียง เช่น - การออกเสียงพยัญชนะต้นคำา และพยัญชนะท้ายคำา - การออกเสียงเน้นหนัก-เบา (stress)ในคำาและ กลุ่มคำา - การออกเสียงตามระดับเสียงสูง- ตำ่า (intonation) ในประโยค ๓. เลือกภาพตรงตาม ความหมายของคำาและ กลุ่มคำาที่ฟัง คำา กลุ่มคำา และความหมาย เกี่ยว กับตนเอง ครอบครัว โรงเรียน สิ่ง แวดล้อมใกล้ตัว อาหาร เครื่องดื่ม และนันทนาการ ภายในวงคำาศัพท์ ประมาณ ๑๕๐-๒๐๐ คำา (คำาศัพท์ที่ เป็นรูปธรรรม) ๔. ตอบคำาถามจากการ ฟังเรื่อง ใกล้ตัว บทอ่านเกี่ยวกับเรื่องใกล้ตัว หรือ นิทานที่มีภาพประกอบ
  • 12.
    ประโยคคำาถามและคำาตอบ - Yes/No Questionเช่น Is it a/an..? Yes, it is./No, it is not. etc. - Wh-Question เช่น What is it? It is a/an... etc. ป.๒ ๑. ปฏิบัติตามคำาสั่ง และ คำาขอร้องง่าย ๆ ที่ฟัง คำาสั่งและคำาขอร้องที่ใช้ใน ห้องเรียน - คำาสั่ง เช่น Show me a/an.../ Open your book. Don’t talk in class. etc. - คำาขอร้อง เช่น Please come here./ Come here, please. Don’t make a loud noise, please./ Please don’t make a loud noise. etc. ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ป.๒ ๒.ระบุตัวอักษรและ เสียง อ่านออกเสียงคำา สะกดคำา และอ่าน ประโยคง่ายๆ ถูกต้อง ตามหลักการอ่าน ตัวอักษร เสียงตัวอักษรและสระ การสะกดคำา และประโยค หลัก การอ่านออกเสียง เช่น - การออกเสียงพยัญชนะต้นคำา และพยัญชนะท้ายคำา - การออกเสียงเน้นหนัก-เบา ใน คำาและกลุ่มคำา - การออกเสียงตามระดับเสียง สูง-ตำ่า ในประโยค ๓. เลือกภาพตรงตาม ความหมายของคำา กลุ่ม คำา และประโยคที่ฟัง คำา กลุ่มคำา ประโยคเดี่ยว (simple sentence) และความ หมาย เกี่ยวกับตนเอง ครอบครัว โรงเรียน สิ่งแวดล้อมใกล้ตัว อาหาร เครื่องดื่ม และนันทนาการ เป็นวงคำาศัพท์สะสมประมาณ
  • 13.
    ๒๕๐-๓๐๐ คำา (คำาศัพท์ที่เป็นรูป ธรรรม) ๔.ตอบคำาถามจากการ ฟังประโยค บทสนทนา หรือนิทาน ง่ายๆ ที่มีภาพ ประกอบ ประโยค บทสนทนา หรือนิทานที่ มีภาพประกอบ ประโยคคำาถามและคำาตอบ - Yes/No Question เช่น Is this/that a/an..? Yes, it is./No, it isn’t. etc. - Wh-Question เช่น What is this/that/it? This/that/It is a/an… How many…? There is/are… Where is the…? It is in/on/under… etc. ป.๓ ๑. ปฏิบัติตามคำาสั่ง และ คำาขอร้องที่ฟัง หรืออ่าน คำาสั่งและคำาขอร้องที่ใช้ใน ห้องเรียน - คำาสั่ง เช่น Give me a/an.../Draw and color the picture./ Put a/an… in/on/under a/an…/ Don’t eat in class. etc. - คำาขอร้อง เช่น Please take a queue./ Take a queue, please./ Don’t make a loud noise, please./ Please don’t make a loud noise./ Can you help me, please? etc. ๒. อ่านออกเสียงคำา สะกดคำา อ่านกลุ่มคำา ประโยค และบทพูดเข้า จังหวะ (chant) ง่ายๆ ถูกต้องตามหลักการ คำา กลุ่มคำา ประโยคเดี่ยว และบท พูดเข้าจังหวะ และการสะกดคำา การใช้พจนานุกรม หลักการอ่านออกเสียง เช่น - การออกเสียงพยัญชนะต้นคำา
  • 14.
    อ่าน และพยัญชนะท้ายคำา - การออกเสียงเน้นหนัก-เบา ในคำาและกลุ่มคำา -การออกเสียงตามระดับเสียง สูง-ตำ่า ในประโยค ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ป.๓ ๓. เลือก/ระบุภาพ หรือ สัญลักษณ์ตรงตามความ หมายของกลุ่มคำาและ ประโยคที่ฟัง กลุ่มคำา ประโยคเดี่ยว สัญลักษณ์ และความหมายเกี่ยวกับตนเอง ครอบครัว โรงเรียน สิ่งแวดล้อม ใกล้ตัว อาหาร เครื่องดื่ม และ นันทนาการ เป็น วงคำาศัพท์ สะสมประมาณ ๓๕๐-๔๕๐ คำา (คำา ศัพท์ที่เป็นรูปธรรรม) ๔. ตอบคำาถามจากการ ฟังหรืออ่านประโยค บทสนทนา หรือนิทาน ง่ายๆ ประโยค บทสนทนา หรือนิทานที่ มีภาพประกอบ ประโยคคำาถามและคำาตอบ - Yes/No Question เช่น Is/Are/Can…? Yes, …is/are/can./ No, …isn’t/aren’t/can’t. etc. - Wh-Question เช่น What is this/that/it? This/that/It is a/an… How many…? There is/are… Where is/are…? It is in/on/under… They are etc. ป.๔ ๑. ปฏิบัติตามคำาสั่ง คำาขอร้อง และคำา แนะนำา (instructions) ง่ายๆ ที่ฟังหรืออ่าน คำาสั่งและคำาขอร้องที่ใช้ใน ห้องเรียน และคำาแนะนำาในการ เล่นเกม การวาดภาพ หรือการทำา อาหารและเครื่องดื่ม - คำาสั่ง เช่น Look at
  • 15.
    the…/here/over there./ Say it again./Read and draw./ Put a/an…in/on/under a/an…/ Don’t go over there. etc. - คำาขอร้อง เช่น Please take a queue./ Take a queue, please./ Can you help me, please? etc. - คำาแนะนำา เช่น You should read everyday./Think before you speak./ คำาศัพท์ ที่ใช้ในการเล่นเกม Start./ My turn./ Your turn./ Roll the dice./ Count the number./ Finish./ คำา บอกลำาดับขั้นตอน First,... Second,… Then,… Finally,... etc. ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ป.๔ ๒. อ่านออกเสียงคำา สะกดคำา อ่านกลุ่มคำา ประโยค ข้อความง่ายๆ และบทพูดเข้าจังหวะถูก ต้องตาม หลักการอ่าน คำา กลุ่มคำา ประโยค ข้อความ บทพูดเข้าจังหวะ และการสะกด คำา การใช้พจนานุกรม หลักการอ่านออกเสียง เช่น - การออกเสียงพยัญชนะต้นคำา และพยัญชนะท้ายคำา - การออกเสียงเน้นหนัก-เบา ใน คำาและกลุ่มคำา - การออกเสียงตามระดับเสียงสูง- ตำ่า ในประโยค ๓. เลือก/ระบุภาพ หรือ สัญลักษณ์ หรือ เครื่องหมายตรงตาม กลุ่มคำา ประโยคเดี่ยว สัญลักษณ์ เครื่องหมาย และความหมาย เกี่ยวกับตนเอง ครอบครัว
  • 16.
    ความหมายของประโยค และข้อความสั้นๆ ที่ฟัง หรืออ่าน โรงเรียน สิ่งแวดล้อมอาหาร เครื่องดื่ม เวลาว่างและ นันทนาการ สุขภาพและ สวัสดิการ การซื้อ-ขาย และลมฟ้า อากาศ และเป็นวงคำาศัพท์สะสม ประมาณ ๕๕๐-๗๐๐ คำา (คำาศัพท์ ที่เป็นรูปธรรมและนามธรรม) ๔. ตอบคำาถามจากการ ฟังและอ่านประโยค บทสนทนา และนิทาน ง่ายๆ ประโยค บทสนทนา นิทานที่มี ภาพประกอบ คำาถามเกี่ยวกับใจความสำาคัญ ของเรื่อง เช่น ใคร ทำาอะไร ที่ไหน - Yes/No Question เช่น Is/Are/Can…? Yes, …is/are/can./ No, …isn’t/aren’t/can’t. Do/Does/Can/Is/Are...? Yes/No… etc. - Wh-Question เช่น Who is/are…? He/She is…/They are… What…?/Where…? It is …/They are… What...doing? … is/am/are… etc. - Or-Question เช่น Is this/it a/an...or a/an…? It is a/an… etc. ป.๕ ๑. ปฏิบัติตามคำาสั่ง คำาขอร้อง และ คำา แนะนำาง่ายๆ ที่ฟังและ อ่าน คำาสั่งและคำาขอร้องที่ใช้ใน ห้องเรียน ภาษาท่าทาง และคำา แนะนำาในการเล่นเกม การวาด ภาพ หรือการทำาอาหารและเครื่อง ดื่ม - คำาสั่ง เช่น Look at
  • 17.
    the…/here/over there./ Say it again./Read and draw./ Put a/an…in/on/under a/an…/ Don’t go over there. etc. ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ป.๕ - คำาขอร้อง เช่น Please take a queue./ Take a queue, please./ Can/Could you help me, please? etc. - คำาแนะนำา เช่น You should read everyday./ Think before you speak./ คำาศัพท์ ที่ใช้ในการเล่นเกม Start./ My turn./ Your turn./ Roll the dice./ Count the number./ Finish./ คำาบอก ลำาดับขั้นตอน First,… Second,… Next,… Then, … Finally,… etc. ๒. อ่านออกเสียง ประโยค ข้อความ และ บทกลอนสั้นๆ ถูกต้อง ตามหลักการอ่าน ประโยค ข้อความ และบทกลอน การใช้พจนานุกรม หลักการอ่านออกเสียง เช่น - การออกเสียงพยัญชนะต้นคำา และพยัญชนะท้ายคำา - การออกเสียงเน้นหนัก-เบา ใน คำาและกลุ่มคำา - การออกเสียงตามระดับเสียง สูง-ตำ่า ในประโยค - การออกเสียงเชื่อมโยง (linking sound) ในข้อความ - การออกเสียงบทกลอนตาม
  • 18.
    จังหวะ ๓. ระบุ/วาดภาพ สัญลักษณ์ หรือ เครื่องหมายตรงตาม ความหมายของประโยค และข้อความสั้นๆที่ฟัง หรืออ่าน กลุ่มคำา ประโยคผสม ข้อความ สัญลักษณ์ เครื่องหมาย และ ความหมายเกี่ยวกับตนเอง ครอบครัว โรงเรียน สิ่งแวดล้อม อาหาร เครื่องดื่ม เวลาว่างและ นันทนาการ สุขภาพและ สวัสดิการ การซื้อ-ขาย และลมฟ้า อากาศ และเป็นวงคำาศัพท์สะสม ประมาณ ๗๕๐-๙๕๐ คำา (คำาศัพท์ ที่เป็นรูปธรรมและนามธรรม) ๔. บอกใจความสำาคัญ และตอบคำาถามจากการ ฟังและอ่านบทสนทนา และนิทานง่ายๆ หรือ เรื่องสั้นๆ ประโยค บทสนทนา นิทาน หรือ เรื่องสั้นๆ คำาถามเกี่ยวกับใจความสำาคัญ ของเรื่อง เช่น ใคร ทำาอะไร ที่ไหน เมื่อไร - Yes/No Question เช่น Is/Are/Can…? Yes, …is/are/can./ No, …isn’t/aren’t/can’t. Do/Does/Can/Is/Are...? Yes/No… etc. ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ป.๕ - Wh-Question เช่น Who is/are…? He/She is…/They are… What…?/Where…? It is …/They are… What...doing? … is/am/are… etc. - Or-Question เช่น Is this/it a/an...or a/an…? It is a/an… etc.
  • 19.
    ป.๖ ๑. ปฏิบัติตามคำาสั่ง คำาขอร้องและ คำา แนะนำาที่ฟังและอ่าน คำาสั่ง คำาขอร้อง ภาษาท่าทาง และคำาแนะนำาในการเล่นเกม การ วาดภาพ การทำาอาหารและเครื่อง ดื่ม และการประดิษฐ์ - คำาสั่ง เช่น Look at the…/here/over there./ Say it again./ Read and draw./ Put a/an…in/on/under a/an…/ Don’t go over there. etc. - คำาขอร้อง เช่น Please look up the meaning in a dictionary./ Look up the meaning in a dictionary, please./ Can/Could you help me, please? etc. - คำาแนะนำา เช่น You should read everyday./ Think before you speak./ คำาศัพท์ ที่ใช้ในการเล่นเกม Start./ My turn./ Your turn./ Roll the dice./ Count the number./ Finish./คำาบอก ลำาดับขั้นตอน First,… Second,… Next,… Then, … Finally,… etc. ๒. อ่านออกเสียง ข้อความ น้ิทาน และบทกลอนสั้นๆ ถูก ต้องตาม หลักการอ่าน ข้อความ นิทาน และบทกลอน การใช้พจนานุกรม หลักการอ่านออกเสียง เช่น - การออกเสียงพยัญชนะต้นคำา และพยัญชนะท้ายคำา - การออกเสียงเน้นหนัก-เบา ใน คำาและกลุ่มคำา - การออกเสียงตามระดับเสียง สูง-ตำ่า ในประโยค - การออกเสียงเชื่อมโยง
  • 20.
    (linking sound) ในข้อความ -การออกเสียงบทกลอนตาม จังหวะ ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ป.๖ ๓. เลือก/ระบุประโยค หรือข้อความสั้นๆ ตรง ตามภาพ สัญลักษณ์ หรือเครื่องหมายที่อ่าน ประโยค หรือข้อความ สัญลักษณ์ เครื่องหมาย และ ความหมายเกี่ยวกับตนเอง ครอบครัว โรงเรียน สิ่งแวดล้อม อาหาร เครื่องดื่ม เวลาว่างและ นันทนาการ สุขภาพและ สวัสดิการ การซื้อ-ขาย และลมฟ้า อากาศ และเป็นวงคำาศัพท์สะสม ประมาณ ๑,๐๕๐-๑,๒๐๐ คำา (คำา ศัพท์ที่เป็นรูปธรรมและนามธรรม) ๔. บอกใจความสำาคัญ และตอบคำาถามจากการ ฟังและอ่านบทสนทนา นิทานง่ายๆ และเรื่อง เล่า ประโยค บทสนทนา นิทาน หรือ เรื่องเล่า คำาถามเกี่ยวกับใจความสำาคัญ ของเรื่อง เช่น ใคร ทำาอะไร ที่ไหน เมื่อไร อย่างไร ทำาไม - Yes/No Question เช่น Is/Are/Can…? Yes, …is/are/can./ No, …isn’t/aren’t/can’t. Do/Does/Can/Is/Are...? Yes/No… etc. - Wh-Question เช่น Who is/are…? He/She is…/They are… What…?/Where…? It is …/They are… What...doing? … is/am/are… etc. - Or-Question เช่น Is this/it a/an...or
  • 21.
    a/an…? It isa/an… Is/Are/Was/Were/Did… or…? etc. ม. ๑ ๑. ปฏิบัติตามคำาสั่ง คำาขอร้อง คำาแนะนำา และคำาชี้แจงง่ายๆ ที่ฟัง และอ่าน คำาสั่ง คำาขอร้อง คำาแนะนำา และ คำาชี้แจงในการทำาอาหารและ เครื่องดื่ม การประดิษฐ์ การใช้ ยา/ สลากยา การบอกทิศทาง ป้าย ประกาศต่างๆ หรือ การใช้อุปกรณ์ - คำาสั่ง เช่น Look at the…/here/over there./ Say it again/ Read and draw./ Put a/an…in/on/under a/an…/ Go to the window and open it./ Take out the book, open on page ๑๗ and read it./ Don’t go over there./ Don’t be late. etc. ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ม. ๑ - คำาขอร้อง เช่น Please look up the meaning in a dictionary./ Look up the meaning in a dictionary, please./ Can/Could you help me, please?/ Excuse me, could you …? etc. - คำาแนะนำา เช่น You should read everyday./ Think before you speak./ คำา ศัพท์ที่ใช้ในการเล่นเกม Start./ My turn./ Your turn./ Roll the dice./
  • 22.
    Count the number./ Finish.etc. - คำาสันธาน (conjunction) เช่น and/but/or - ตัวเชื่อม (connective words) เช่น First,… Second,…Third,… Next,… Then,… Finally,… etc. ๒. อ่านออกเสียง ข้อความ นิทาน และบท ร้อยกรอง (poem) สั้นๆ ถูกต้องตาม หลักการ อ่าน ข้อความ นิทาน และบทร้อย กรอง การใช้พจนานุกรม หลักการอ่านออกเสียง เช่น - การออกเสียงพยัญชนะต้นคำา และพยัญชนะท้ายคำา - การออกเสียงเน้นหนัก-เบา ใน คำาและกลุ่มคำา -การออกเสียงตามระดับเสียงสูง- ตำ่า ในประโยค - การแบ่งวรรคตอนในการอ่าน - การอ่านบทร้อยกรองตาม จังหวะ ๓. เลือก/ระบุประโยค และข้อความ ให้สัมพันธ์กับสื่อที่ ไม่ใช่ความเรียง (non-text information) ที่อ่าน ประโยค หรือข้อความ และความ หมายเกี่ยวกับตนเอง ครอบครัว โรงเรียน สิ่งแวดล้อม อาหาร เครื่องดื่ม เวลาว่างและ นันทนาการ สุขภาพและ สวัสดิการ การซื้อ-ขาย ลมฟ้า อากาศ การศึกษาและอาชีพ การ เดินทางท่องเที่ยว การบริการ สถานที่ ภาษา และวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี เป็น วงคำาศัพท์สะสมประมาณ ๑,๔๐๐-๑,๕๕๐ คำา (คำาศัพท์ที่เป็น รูปธรรมและนามธรรม) การตีความ/ถ่ายโอนข้อมูลให้ สัมพันธ์กับสื่อที่ไม่ใช่ความเรียง
  • 23.
    เช่น สัญลักษณ์ เครื่องหมาย กราฟ ชั้นตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ม. ๑ แผนภูมิ ตาราง ภาพสัตว์ สิ่งของ บุคคล สถานที่ต่างๆ โดยใช้ Comparison of adjectives/ adverbs/ Contrast : but, although/ Quantity words เช่น many/ much/ a lot of/ lots of/ some/ any/ a few/ few/ a little/ little etc. ๔. ระบุหัวข้อเรื่อง (topic) ใจความสำาคัญ (main idea) และ ตอบคำาถามจากการฟัง และอ่าน บทสนทนา นิทาน และ เรื่องสั้น บทสนทนา นิทาน เรื่องสั้น และ เรื่องจากสื่อประเภทต่างๆ เช่น หนังสือพิมพ์ วารสาร วิทยุ โทรทัศน์ เว็บไซด์ การจับใจความสำาคัญ เช่น หัวข้อ เรื่อง ใจความสำาคัญ รายละเอียด สนับสนุน คำาถามเกี่ยวกับใจความสำาคัญ ของเรื่อง เช่น ใคร ทำาอะไร ที่ไหน เมื่อไร อย่างไร ทำาไม ใช่หรือไม่ - Yes/No Question - Wh-Question - Or-Question etc. - Tenses : present simple/ present continuous/ past simple/ future simple etc. - Simple sentence/ Compound sentence ม.๒ ๑. ปฏิบัติตามคำาขอร้อง คำาขอร้อง คำาแนะนำา คำาชี้แจง
  • 24.
    คำาแนะนำา คำาชี้แจง และคำาอธิบาย ง่ายๆ ที่ฟังและอ่าน และคำาอธิบายเช่น การทำาอาหารและเครื่องดื่ม การ ประดิษฐ์ การใช้ยา/สลากยา การบอก ทิศทาง การใช้อุปกรณ์ - Passive Voice ที่ใช้ใน โครงสร้างประโยคง่ายๆ เช่น is/are + Past Participle - คำาสันธาน (conjunction) เช่น and/ but/ or/ before/ after etc. - ตัวเชื่อม (connective words) เช่น First,… Second,… Third,… Fourth,… Finally,… etc. ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ม.๒ ๒. อ่านออกเสียง ข้อความ ข่าว ประกาศ และบทร้อยกรองสั้นๆ ถูกต้องตามหลักการอ่าน ข้อความ ข่าว ประกาศ และบท ร้อยกรอง การใช้พจนานุกรม หลักการอ่านออกเสียง เช่น - การออกเสียงพยัญชนะต้นคำา และพยัญชนะท้ายคำา - การออกเสียงเน้นหนัก-เบา ใน คำาและกลุ่มคำา - การออกเสียงตามระดับเสียงสูง- ตำ่า ในประโยค - การออกเสียงเชื่อมโยงใน ข้อความ - การแบ่งวรรคตอนในการอ่าน - การอ่านบทร้อยกรองตาม
  • 25.
    จังหวะ ๓. ระบุ/เขียนประโยค และข้อความ ให้สัมพันธ์ กับสื่อที่ไม่ใช่ความเรียง รูปแบบต่างๆ ที่อ่าน ประโยค หรือข้อความ และความ หมายเกี่ยวกับตนเอง ครอบครัว โรงเรียน สิ่งแวดล้อม อาหาร เครื่องดื่ม เวลาว่างและ นันทนาการ สุขภาพและ สวัสดิการ การซื้อ-ขาย ลมฟ้า อากาศ การศึกษาและอาชีพ การ เดินทางท่องเที่ยว การบริการ สถานที่ ภาษา และวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี เป็นวงคำาศัพท์ สะสมประมาณ ๑,๗๕๐-๑,๙๐๐ คำา (คำาศัพท์ที่เป็นรูปธรรมและ นามธรรม) การตีความ/ถ่ายโอนข้อมูลให้ สัมพันธ์กับสื่อที่ไม่ใช่ความเรียง เช่น สัญลักษณ์ เครื่องหมาย กราฟ แผนภูมิ แผนผัง ตาราง ภาพสัตว์ สิ่งของ บุคคล สถานที่ ต่างๆ โดยใช้ Comparison of adjectives/ adverbs/ Contrast: but, although/ Quantity words เช่น many/ much/ a lot of/ lots of/ some/ any/ a few/ few/ a little/ little etc. ๔. เลือกหัวข้อเรื่อง ใจความสำาคัญ บอกรายละเอียด สนับสนุน (supporting detail) และแสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับเรื่องที่ฟังและ อ่าน พร้อมทั้งให้ เหตุผลและยกตัวอย่าง ง่ายๆ ประกอบ บทสนทนา นิทาน เรื่องสั้น และ เรื่องจากสื่อประเภทต่างๆ เช่น หนังสือพิมพ์ วารสาร วิทยุ โทรทัศน์ เว็บไซด์ การจับใจความสำาคัญ เช่น หัวข้อ เรื่อง ใจความสำาคัญ รายละเอียด สนับสนุน คำาถามเกี่ยวกับใจความสำาคัญ ของเรื่อง เช่น ใคร ทำาอะไร ที่ไหน เมื่อไร อย่างไร ทำาไม ใช่หรือไม่
  • 26.
    ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ม.๒- Yes/No Question - Wh-Question - Or-Question etc. ประโยคที่ใช้ในการแสดงความ คิดเห็น การให้เหตุผล และการ ยกตัวอย่าง เช่น I think…/ I feel…/ I believe… - คำาสันธาน (conjunctions) and/ but/ or/ because/ so/ before/after - ตัวเชื่อม (connective words) First,… Next,… After,… Then,… Finally,… etc. - Tenses: present simple/ present continuous/ present perfect/ past simple/ future tense etc. - Simple sentence/Compound sentence ม.๓ ๑. ปฏิบัติตามคำาขอร้อง คำาแนะนำา คำาชี้แจง และคำา อธิบายที่ฟังและอ่าน คำาขอร้อง คำาแนะนำา คำาชี้แจง และคำาอธิบาย ในการประดิษฐ์ การบอกทิศทาง ป้ายประกาศ ต่างๆ การใช้อุปกรณ์ - Passive Voice ที่ใช้ใน โครงสร้างประโยคง่ายๆ เช่น is/are + past partciple - คำาสันธาน (conjunction) เช่น and/ but/ or/ before/ after/ because etc.
  • 27.
    - ตัวเชื่อม (connective words)เช่น First,… Second,…Third,… Fourth, … Next,… Then,… Finally,… etc. ๒. อ่านออกเสียง ข้อความ ข่าว โฆษณา และบทร้อยกรองสั้นๆ ถูกต้องตามหลักการ อ่าน ข้อความ ข่าว โฆษณา และบท ร้อยกรอง การใช้พจนานุกรม หลักการอ่านออกเสียง เช่น - การออกเสียงพยัญชนะต้นคำา และพยัญชนะท้ายคำา สระเสียง สั้น สระเสียงยาว สระประสม - การออกเสียงเน้นหนัก-เบา ใน คำาและกลุ่มคำา - การออกเสียงตามระดับเสียง สูง-ตำ่า ในประโยค - การออกเสียงเชื่อมโยงใน ข้อความ - การแบ่งวรรคตอนในการอ่าน - การอ่านบทร้อยกรองตาม จังหวะ ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ม.๓ ๓. ระบุและเขียนสื่อที่ ไม่ใช่ความเรียง รูปแบบ ต่างๆ ให้สัมพันธ์กับ ประโยค และข้อความที่ ฟังหรืออ่าน ประโยค ข้อความ และความหมาย เกี่ยวกับตนเอง ครอบครัว โรงเรียน สิ่งแวดล้อม อาหาร เครื่องดื่ม เวลาว่างและ นันทนาการ สุขภาพและ สวัสดิการ การซื้อ-ขาย ลมฟ้า อากาศ การศึกษาและอาชีพ การเดินทางท่องเที่ยว การบริการ สถานที่ ภาษา และวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี เป็นวงคำาศัพท์ สะสมประมาณ ๑,๔๐๐-๑,๕๕๐ คำา (คำาศัพท์ ที่เป็นรูปธรรม และนามธรรม) การตีความ/ถ่ายโอนข้อมูลให้
  • 28.
    สัมพันธ์กับสื่อที่ไม่ใช่ความเรียง เช่น สัญลักษณ์ เครื่องหมาย กราฟแผนภูมิ ตาราง ภาพสัตว์ สิ่งของ บุคคล สถานที่ต่างๆ โดย ใช้ Comparison of adjectives/ adverbs/ Contrast : but, although/ Quantity words เช่น many/ much/ a lot of/ lots of/ some/ any /a few/ few/ a little/ little etc. ๔. เลือก/ระบุหัวข้อ เรื่อง ใจความสำาคัญ รายละเอียดสนับสนุน และแสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับเรื่องที่ฟังและ อ่านจากสื่อประเภท ต่างๆ พร้อมทั้งให้ เหตุผลและยกตัวอย่าง ประกอบ การจับใจความสำาคัญ เช่น หัวข้อ เรื่อง ใจความสำาคัญ รายละเอียด สนับสนุน จากสื่อสิ่งพิมพ์และสื่อ อิเล็กทรอนิกส์ เช่น หนังสือพิมพ์ วารสาร วิทยุ โทรทัศน์ เว็บไซด์ บนอินเทอร์เน็ต คำาถามเกี่ยวกับใจความสำาคัญ ของเรื่อง เช่น ใคร ทำาอะไร ที่ไหน เมื่อไร อย่างไร ทำาไม ใช่หรือไม่ - Yes/No Question - Wh-Question - Or-Question etc. ประโยคที่ใช้ในการแสดงความ คิดเห็น การให้เหตุผลและการยก ตัวอย่าง เช่น I think…/ I feel…/ I believe…/ I agree/disagree…/ I don’t believe…/ I have no idea… - if clauses - so…that/such…that ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ม.๓ - คำาสันธาน (conjunctions) and/ but/ or/ because/
  • 29.
    so/ before/ afteretc. - Infinitive pronouns :some/ any/ someone/ anyone/ everyone/ one/ ones etc. - Tenses : present simple/ present continuous/ present perfect/ past simple/ future tense etc. - Simple sentence/ Compound sentence/ Complex sentence ม. ๔-๖ ๑. ปฏิบัติตามคำาแนะนำา ในคู่มือ การใช้งานต่างๆ คำา ชี้แจง คำาอธิบาย และคำา บรรยายที่ฟังและอ่าน คำาแนะนำา คำาชี้แจง คำาอธิบาย คำาบรรยาย เช่น ประกาศเตือนภัย ต่างๆ ยาและการใช้ยา การใช้ อุปกรณ์และสิ่งของ การสืบค้น ข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต - Modal verb : should/ ought to/ need/ have to/ must+ verb ที่เป็น infinitive without to เช่น You should have it after meal. (Active Voice)/The doses must be divided. (Passive Voice) - Direct/Indirect Speech - คำาสันธาน (conjunction) and/ but/ or/ so/ not only…but also/ both… and/ as well as/ after/ because etc. - ตัวเชื่อม (connective words) เช่น First,… Second,… Third,… Fourth,… Next,… Then,… Finally,… etc.
  • 30.
    ๒. อ่านออกเสียง ข้อความ ข่าวประกาศ โฆษณา บทร้อยกรอง และบทละครสั้น (skit) ถูกต้องตามหลักการอ่าน ข้อความ ข่าว ประกาศ โฆษณา บทร้อยกรอง และ บทละครสั้น การใช้พจนานุกรม หลักการอ่านออกเสียง เช่น - การออกเสียงพยัญชนะต้นคำา และพยัญชนะท้ายคำา สระเสียง สั้น สระเสียงยาว สระประสม ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ม. ๔-๖ - การออกเสียงเน้นหนัก-เบา ใน คำาและกลุ่มคำา - การออกเสียงตามระดับเสียง สูง-ตำ่า ในประโยค - การออกเสียงเชื่อมโยงใน ข้อความ - การแบ่งวรรคตอนในการอ่าน - การอ่านบทร้อยกรองตาม จังหวะ ๓. อธิบายและเขียน ประโยค และข้อความให้สัมพันธ์ กับสื่อที่ไม่ใช่ความเรียง รูปแบบต่างๆ ที่อ่าน รวม ทั้งระบุและเขียนสื่อที่ ไม่ใช่ความเรียงรูปแบบ ต่างๆ ให้สัมพันธ์กับ ประโยค และข้อความที่ ฟังหรืออ่าน ประโยคและข้อความ การตีความ/ถ่ายโอนข้อมูลให้ สัมพันธ์กับสื่อที่ไม่ใช่ความเรียง เช่น ภาพ แผนผัง กราฟ แผนภูมิ ตาราง อักษรย่อ จากกลุ่มสาระ การเรียนรู้อื่น ด้วยการพูดและ การเขียนอธิบาย โดยใช้ Comparison of adjectives/ adverbs/ Contrast : but, although, however, in spite of…/ Logical connectives เช่น caused by/ followed by/ consist of. etc. ๔. จับใจความสำาคัญ วิเคราะห์ความสรุปความ ตีความ และแสดงความ คิดเห็นจากการฟังและ เรื่องที่เป็นสารคดีและบันเทิงคดี การจับใจความสำาคัญ การสรุป ความ การวิเคราะห์ความการ ตีความ
  • 31.
    อ่านเรื่องที่เป็นสารคดี และบันเทิงคดี พร้อมทั้ง ให้เหตุผลและยก ตัวอย่างประกอบ การใช้ skimming/scanning/guessi ng/context clue ประโยคที่ใช้ในการแสดงความ คิดเห็นการให้เหตุผลและการยก ตัวอย่าง เช่น I believe…/ I agree with… but…/ Well, I must say…/ What do you think of /about…?/I think/don’t think…?/ What’s your opinion about…?/ In my opinion…/ - if clauses - so…that/such…that - too to…/enough to… - on the other hand,… - other (s)/another/the other (s) - คำาสันธาน (conjunctions) because/and/so/but/ however/because of/due to/owing to etc. - Infinitive pronouns : some, any, someone, anyone, everyone, one, ones etc. - Tenses : present simple/present continuous/ present perfect/past simple/future tense etc. - Simple sentence/Compound sentence/Complex sentence สาระที่ ๑ ภาษาเพื่อการสื่อสาร
  • 32.
    มาตรฐาน ต ๑.๒มีทักษะการสื่อสารทางภาษาในการแลกเปลี่ยน ข้อมูลข่าวสาร แสดงความรู้สึก และความคิดเห็นอย่างมีประสิทธิภาพ ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ป.๑ ๑. พูดโต้ตอบด้วยคำา สั้นๆ ง่ายๆ ในการ สื่อสารระหว่างบุคคล ตามแบบที่ฟัง บทสนทนาที่ใช้ในการทักทาย กล่าวลา ขอบคุณ ขอโทษ และประโยค/ข้อความที่ ใช้แนะนำาตนเอง เช่น Hi /Hello/ Good morning/ Good afternoon/ Good evening/ I am…/ Goodbye./ Bye./ Thank you./ I am sorry. etc. ๒. ใช้คำาสั่งง่ายๆ ตาม แบบที่ฟัง คำาสั่งที่ใช้ในห้องเรียน ๓. บอกความต้องการ ง่ายๆ ของตนเองตาม แบบที่ฟัง คำาศัพท์ สำานวน และประโยคที่ใช้ บอกความต้องการ เช่น I want…/Please,… etc. ๔. พูดขอและให้ข้อมูล ง่ายๆ เกี่ยวกับตนเอง ตามแบบที่ฟัง คำาศัพท์ สำานวน และประโยคที่ ใช้ขอและให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง เช่น What’s your name?/ My name is…/ I am…/ How are you?/ I am fine. etc. ป.๒ ๑. พูดโต้ตอบด้วยคำา สั้นๆ ง่ายๆ ในการ สื่อสารระหว่างบุคคล ตามแบบที่ฟัง บทสนทนาที่ใช้ในการทักทาย กล่าวลา ขอบคุณ ขอโทษ และประโยค/ ข้อความที่ใช้แนะนำาตนเอง เช่น Hi/ Hello/ Good morning/ Good afternoon/ Good evening/ How are you?/ I’m fine./ I am…/ Goodbye./ Bye./ Thank you./ I am sorry. etc. ๒. ใช้คำาสั่งและคำาขอ คำาสั่งและคำาขอร้องที่ใช้ใน
  • 33.
    ร้องง่ายๆ ตามแบบที่ฟัง ห้องเรียน ๓.บอกความต้องการ ง่ายๆ ของตนเองตาม แบบที่ฟัง คำาศัพท์ สำานวน และประโยคที่ใช้ บอกความต้องการ เช่น I want…/ Please,… etc. ๔. พูดขอและให้ข้อมูล ง่ายๆ เกี่ยวกับตนเอง ตามแบบที่ฟัง คำาศัพท์ สำานวน และประโยคที่ ใช้ขอและให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง เช่น What’s your name?/ My name is…/ I am…/ How are you?/ I am fine. etc. ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ป.๓ ๑. พูดโต้ตอบด้วยคำา สั้นๆ ง่ายๆ ในการ สื่อสารระหว่างบุคคล ตามแบบที่ฟัง บทสนทนาที่ใช้ในการทักทาย กล่าวลา ขอบคุณ ขอโทษ และประโยค/ข้อความที่ ใช้แนะนำาตนเอง เช่น Hi /Hello/ Good morning/ Good afternoon/ Good evening/ I am sorry./ How are you? I’m fine.Thank you. And you?/ Nice to see you./ Nice to see you too./ Goodbye./Bye./ See you soon/ later./ Thanks./ Thank you./ Thank you very much./ You’re welcome. etc. ๒. ใช้คำาสั่งและคำาขอ ร้องง่ายๆ ตามแบบที่ฟัง คำาสั่งและคำาขอร้องที่ใช้ใน ห้องเรียน
  • 34.
    ๓. บอกความต้องการ ง่ายๆ ของตนเองตาม แบบที่ฟัง คำาศัพท์สำานวน และประโยคที่ใช้ บอกความต้องการ เช่น Please, …/ May I go out?/ May I come in? etc. ๔. พูดขอและให้ข้อมูล ง่ายๆ เกี่ยวกับตนเอง และเพื่อนตามแบบที่ฟัง คำาศัพท์ สำานวน และประโยคที่ ใช้ขอและให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง และเพื่อน เช่น What’s your name? My name is… How are you? I am fine. What time is it? It is one o’clock. What is this? It is a/an… How many…are there? There is a/an…/There are… Who is…? He/She is… etc. ๕. บอกความรู้สึกของ ตนเองเกี่ยวกับสิ่งต่างๆ ใกล้ตัว หรือกิจกรรม ต่างๆ ตามแบบที่ฟัง คำาและประโยคที่ใช้แสดงความ รู้สึก เช่น ดีใจ เสียใจ ชอบไม่ ชอบ เช่น Yeah!/ Great!/ Cool!/ I’m happy./ I like cats./ I don’t like snakes. etc.
  • 35.
    ป.๔ ๑. พูด/เขียนโต้ตอบใน การสื่อสารระหว่าง บุคคล บทสนทนาที่ใช้ในการทักทาย กล่าวลาขอบคุณ ขอโทษ การพูดแทรกอย่างสุภาพ ประโยค/ข้อความที่ใช้แนะนำา ตนเอง เพื่อน และบุคคลใกล้ตัว และสำานวนการตอบรับ เช่น Hi/Hello/Good morning/Good afternoon/Good evening/I am sorry./How are you?/I’m fine. Thank you. And you?/ Hello.I am… Hello,…I am… This is my sister.Her name is… Hello, …/Nice to see you. Nice to see you too./Goodbye./ Bye./See you soon/later./ Thanks./Thank you./Thank you very much./You’re welcome./It’s O.K. etc. ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ป.๔ ๒. ใช้คำาสั่ง คำาขอร้อง และคำาขออนุญาตง่ายๆ คำาสั่ง คำาขอร้อง และคำาขอ อนุญาตที่ใช้ในห้องเรียน ๓. พูด/เขียนแสดง ความต้องการ ของตนเอง และขอ ความช่วยเหลือ ในสถานการณ์ง่ายๆ คำาศัพท์ สำานวน และประโยคที่ใช้ แสดงความต้องการและขอความ ช่วยเหลือในสถานการณ์ต่างๆ เช่น I want …/ Please…/ May…?/ I need your help./ Please help me./ Help me! etc.
  • 36.
    ๔. พูด/เขียนเพื่อขอ และให้ข้อมูลเกี่ยวกับ ตนเอง เพื่อนและ ครอบครัว คำาศัพท์ สำานวน และประโยคที่ ใช้ขอและให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง สิ่งใกล้ตัว เพื่อน และครอบครัว เช่น What’s your name? My name is… What time is it? It is one o’clock. What is this? It is a/an… How many…are there? There is a/an…/There are… Where is the…? It is in/on/under… etc. ๕. พูดแสดงความรู้สึก ของตนเองเกี่ยวกับเรื่อง ต่างๆ ใกล้ตัว และ กิจกรรมต่างๆ ตามแบบ ที่ฟัง คำาและประโยคที่ใช้แสดงความ รู้สึก เช่น ดีใจ เสียใจ ชอบ ไม่ ชอบ รัก ไม่รัก เช่น I/You/We/They like…/He/She likes… I/You/We/They love…/He/She loves… I/You/We/They don’t like/love/feel… He/She doesn’t like/love/feel… I/You/We/They feel… etc.
  • 37.
    ป.๕ ๑. พูด/เขียนโต้ตอบใน การสื่อสารระหว่าง บุคคล บทสนทนาที่ใช้ในการทักทาย กล่าวลาขอบคุณ ขอโทษ ชมเชย การพูดแทรก อย่างสุภาพ ประโยค/ข้อความที่ ใช้แนะนำาตนเอง เพื่อน และ บุคคลใกล้ตัว และสำานวนการตอบ รับ เช่น Hi /Hello/ Good morning /Good afternoon/ Good evening/ I am sorry./ How are you?/ I’m fine. Thank you. And you?/ Hello. I am…/ Hello,…I am… This is my sister. Her name is… /Hello,…/ Nice to see you. Nice to see you too./ Goodbye./ Bye./ See you soon/later./ Good/Very good./ Thanks./ Thank you./ Thank you very much./ You’re welcome./ It’s O.K. etc. ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ป.๕ ๒. ใช้คำาสั่ง คำาขอร้อง คำาขออนุญาต และให้ คำาแนะนำาง่ายๆ คำาสั่ง คำาขอร้อง คำาแนะนำาที่มี ๑-๒ ขั้นตอน ๓. พูด/เขียนแสดง ความต้องการ ขอความช่วยเหลือ ตอบ รับและปฏิเสธการให้ ความช่วยเหลือใน สถานการณ์ง่ายๆ คำาศัพท์ สำานวน และประโยคที่ใช้ บอกความต้องการ ขอความช่วย เหลือ ตอบรับและปฏิเสธการให้ ความช่วยเหลือ เช่น Please…/ May…?/ I need…/ Help me!/ Can/ Could…?/ Yes,.../No,… etc.
  • 38.
    ๔. พูด/เขียนเพื่อขอ และให้ข้อมูลเกี่ยวกับ ตนเอง เพื่อนครอบครัว และเรื่องใกล้ตัว คำาศัพท์ สำานวน และประโยคที่ ใช้ขอและให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง เพื่อน ครอบครัว และเรื่องใกล้ตัว เช่น What do you do? I’m a/an… What is she/he? …is a/an (อาชีพ) How old/tall…? I am… Is/Are/Can…or…? …is/are/can… Is/Are…going to…or…? …is/are going to… etc. ๕. พูด/เขียนแสดง ความรู้สึกของตนเอง เกี่ยวกับเรื่องต่างๆ ใกล้ ตัว และกิจกรรมต่างๆ พร้อมทั้งให้เหตุผลสั้นๆ ประกอบ คำาและประโยคที่ใช้แสดงความ รู้สึก เช่น ชอบ ไม่ชอบ ดีใจ เสียใจ มีความสุข เศร้า หิว รสชาติ เช่น I’m…/He/She/It is…/You/We/They are… I/You/We/They like…/He/She likes… because… I/You/We/They love…/He/She loves… because… I/You/We/They don’t like/love/feel…because… He/She doesn’t like/love/feel…because… I/You/We/They feel… because… etc.
  • 39.
    ป.๖ ๑. พูด/เขียนโต้ตอบใน การสื่อสารระหว่าง บุคคล บทสนทนาที่ใช้ในการทักทาย กล่าวลาขอบคุณ ขอโทษ ชมเชย การพูดแทรก อย่างสุภาพ ประโยค/ข้อความที่ ใช้แนะนำาตนเอง เพื่อน และ บุคคลใกล้ตัว และสำานวนการตอบ รับ เช่น Hi/ Hello/ Good morning/ Good afternoon/ Good evening/ I am ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ป.๖ sorry. /How are you?/ I’m fine./ Very well./ Thank you. And you?/ Hello. I am… Hello,…I am… This is my sister. Her name is… Hello,…/ Nice to see you. Nice to see you, too./ Goodbye./ Bye./ See you soon/later./ Great!/ Good./ Very good. Thank you./ Thank you very much./ You’re welcome./ It’s O.K./ That’s O.K./ That’s all right./ Not at all./ Don’t worry./ Never mind./ Excuse me./ Excuse me, Sir./Miss./Madam. etc. ๒. ใช้คำาสั่ง คำาขอร้อง และให้คำาแนะนำา คำาสั่ง คำาขอร้อง และคำาแนะนำาที่มี ๒-๓ ขั้นตอน ๓. พูด/เขียนแสดง ความต้องการ ขอความช่วยเหลือ ตอบ รับและปฏิเสธการให้ ความช่วยเหลือใน สถานการณ์ง่ายๆ คำาศัพท์ สำานวน และประโยคที่ใช้ บอกความต้องการ ขอความช่วย เหลือ ตอบรับและปฏิเสธการให้ ความช่วยเหลือ เช่น Please…/ May…?/ I need…/ Help me!/ Can/Could…?/ Yes,.../No,… etc.
  • 40.
    ๔. พูดและเขียนเพื่อขอ และให้ข้อมูลเกี่ยวกับ ตนเอง เพื่อนครอบครัว และเรื่องใกล้ตัว คำาศัพท์ สำานวน และประโยคที่ ใช้ขอและให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง เพื่อน ครอบครัว และเรื่องใกล้ตัว เช่น What do you do? I’m a/an… What is she/he? …is a/an (อาชีพ) How old/tall…? I am… Is/Are/Can…or…? …is/are/can… Is/Are…going to…or…? …is/are going to… etc. ๕. พูด/เขียนแสดงความ รู้สึกของตนเองเกี่ยวกับ เรื่องต่างๆ ใกล้ตัว กิจกรรมต่างๆ พร้อมทั้ง ให้เหตุผลสั้นๆ ประกอบ คำาและประโยคที่ใช้แสดงความ รู้สึก และการให้เหตุผลประกอบ เช่น ชอบ/ไม่ชอบ ดีใจ เสียใจ มีความสุข เศร้า หิว รสชาติ สวย น่าเกลียด เสียงดัง ดี ไม่ดี เช่น I’m…/He/She/It is…/You/We/They are… I/You/We/They like…/He/She likes… because… ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ป.๖ I/You/We/They love…/He/She loves… because… I/You/We/They don’t like/love/feel…because… He/She doesn’t like/love/feel…because… I/You/We/They feel… because… etc.
  • 41.
    ม.๑ ๑. สนทนาแลกเปลี่ยน ข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง กิจกรรม และ สถานการณ์ต่างๆ ใน ชีวิตประจำาวัน ภาษาที่ใช้ในการสื่อสารระหว่าง บุคคล เช่น การทักทาย กล่าวลา ขอบคุณ ขอโทษ ชมเชย การ พูดแทรกอย่างสุภาพ การ ชักชวน ประโยค/ข้อความ ที่ใช้ แนะนำาตนเอง เพื่อน และบุคคล ใกล้ตัว และสำานวนการตอบรับ การแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับ ตนเอง กิจกรรม สถานการณ์ต่างๆ ในชีวิตประจำาวัน ๒. ใช้คำาขอร้อง ให้คำา แนะนำา และ คำาชี้แจง ตาม สถานการณ์ คำาขอร้อง คำาแนะนำา และคำาชี้แจง ๓. พูดและเขียนแสดง ความต้องการ ขอความช่วยเหลือ ตอบรับและปฏิเสธการ ให้ความช่วยเหลือใน สถานการณ์ต่างๆ อย่าง เหมาะสม ภาษาที่ใช้ในการแสดงความ ต้องการ ขอความช่วยเหลือ ตอบ รับและปฏิเสธการให้ความช่วย เหลือ เช่น Please…/…, please./ I’d like…/ I need…/ May/Can/Could…?/ Yes,../Please do./Certainly./ Yes, of course./ Sure./ Go right ahead./ Need some help?/ What can I do to help?/ Would you like any help?/ I’m afraid…/ I’m sorry, but…/ Sorry, but… etc. ๔. พูดและเขียนเพื่อขอ และให้ข้อมูล และแสดง ความคิดเห็นเกี่ยวกับ เรื่องที่ฟังหรืออ่านอย่าง เหมาะสม คำาศัพท์ สำานวน ประโยค และ ข้อความที่ใช้ในการขอและให้ ข้อมูล และแสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับเรื่องที่ฟังหรืออ่าน
  • 42.
    ๕. พูดและเขียนแสดง ความรู้สึก และความคิด เห็นของตนเองเกี่ยวกับ เรื่องต่างๆใกล้ตัว กิจกรรมต่างๆ พร้อมทั้งให้เหตุผลสั้นๆ ประกอบ อย่างเหมาะสม ภาษาที่ใช้ในการแสดงความรู้สึก ความคิดเห็น และ ให้เหตุผลประกอบ เช่น ชอบ ไม่ ชอบ ดีใจ เสียใจ มีความ สุข เศร้า หิว รสชาติ สวย น่า เกลียด เสียงดัง ดี ไม่ดี จากข่าว เหตุการณ์ สถานการณ์ ในชีวิต ประจำาวัน เช่น ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ม.๑ Nice/ Very nice./ Well done!/ Congratulations. I like… because… / I love… because…/ I feel… because… I think…/ I believe…/ I agree/disagree… I don’t believe…/ I have no idea…/ Oh no! etc. ม.๒ ๑. สนทนา แลกเปลี่ยน ข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง เรื่องต่างๆ ใกล้ตัว และ สถานการณ์ต่างๆ ใน ชีวิตประจำาวันอย่าง เหมาะสม ภาษาที่ใช้ในการสื่อสารระหว่าง บุคคล เช่น การทักทาย กล่าวลา ขอบคุณ ขอโทษ ชมเชย การ พูดแทรกอย่างสุภาพ การ ชักชวน ประโยค/ข้อความ ที่ใช้ แนะนำาตนเอง เพื่อน และบุคคล ใกล้ตัว และสำานวนการตอบรับ การแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับ ตนเอง เรื่องใกล้ตัว สถานการณ์ ต่างๆ ในชีวิตประจำาวัน ๒. ใช้คำาขอร้อง ให้คำา แนะนำา คำาชี้แจง และคำาอธิบาย ตามสถานการณ์ คำาขอร้อง คำาแนะนำา คำาชี้แจง และคำาอธิบาย
  • 43.
    ๓. พูดและเขียนแสดง ความต้องการ เสนอ และให้ความช่วยเหลือ ตอบรับและปฏิเสธการ ให้ความช่วยเหลือ ในสถานการณ์ต่างๆ อย่างเหมาะสม ภาษาที่ใช้ในการแสดงความ ต้องการเสนอและให้ความช่วย เหลือ ตอบรับและปฏิเสธการให้ ความช่วยเหลือในสถานการณ์ ต่างๆ เช่น Please…/…, please./ I’d like…/ I need… / May/Can/Could…?/ Yes,../Please do./ Certainly./ Yes, of course./ Sure. /Go right ahead./ Need some help?/ What can I do to help?/ Would you like any help?/ I’m afraid…/ I’m sorry, but…/ Sorry, but… etc. ๔. พูดและเขียนเพื่อขอ และให้ข้อมูล บรรยาย และแสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับเรื่องที่ฟังหรือ อ่านอย่างเหมาะสม คำาศัพท์ สำานวน ประโยค และ ข้อความที่ใช้ในการขอและให้ ข้อมูล บรรยาย และแสดงความ คิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องที่ฟังหรืออ่าน ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง
  • 44.
    ม.๒ ๕. พูดและเขียนแสดง ความรู้สึก และความคิดเห็นของ ตนเองเกี่ยวกับเรื่อง ต่างๆกิจกรรม และ ประสบการณ์ พร้อมทั้ง ให้เหตุผลประกอบอย่าง เหมาะสม ภาษาที่ใช้ในการแสดงความรู้สึก ความคิดเห็น และ ให้เหตุผลประกอบ เช่น ชอบ ไม่ ชอบ ดีใจ เสียใจ มีความ สุข เศร้า หิว รสชาติ สวย น่า เกลียด เสียงดัง ดี ไม่ดี จากข่าว เหตุการณ์ สถานการณ์ ในชีวิต ประจำาวัน เช่น Nice./ Very nice./ Well done!/ Congratulations on… / I like…because…/ I love… because…/ I feel… because…/ I think…/ I believe…/ I agree/ disagree…/ I’m afraid I don’t like…/ I don’t believe…/ I have no idea…/ Oh no! etc. ม.๓ ๑. สนทนาและเขียน โต้ตอบข้อมูลเกี่ยวกับ ตนเอง เรื่องต่างๆใกล้ ตัว สถานการณ์ ข่าว เรื่องที่อยู่ในความสนใจ ของสังคมและสื่อสาร อย่างต่อเนื่องและเหมาะ สม ภาษาที่ใช้ในการสื่อสารระหว่าง บุคคล เช่น การทักทาย กล่าวลา ขอบคุณ ขอโทษ ชมเชย การ พูดแทรกอย่างสุภาพ การ ชักชวน การแลกเปลี่ยนข้อมูล เกี่ยวกับตนเอง เรื่องใกล้ตัว สถานการณ์ต่างๆ ในชีวิตประจำา วัน การสนทนา/เขียนข้อมูลเกี่ยว กับตนเองและบุคคลใกล้ตัว สถานการณ์ ข่าว เรื่องที่อยู่ใน ความสนใจในชีวิตประจำาวัน ๒. ใช้คำาขอร้อง ให้คำา แนะนำา คำาชี้แจง และคำาอธิบาย อย่างเหมาะสม คำาขอร้อง คำาแนะนำา คำาชี้แจง คำา อธิบาย ที่มีขั้นตอนซับซ้อน
  • 45.
    ๓. พูดและเขียนแสดง ความต้องการ เสนอ และให้ความช่วยเหลือ ตอบรับและปฏิเสธการ ให้ความช่วยเหลือ ในสถานการณ์ต่างๆ อย่างเหมาะสม ภาษาที่ใช้ในการแสดงความ ต้องการเสนอและให้ความช่วย เหลือ ตอบรับและปฏิเสธการให้ ความช่วยเหลือในสถานการณ์ ต่างๆ เช่น Please…/…, please./ I’d like…/ I need…/ May/Can/Could…?/ Yes,../Please do./ Certainly./ Yes, of course./ Sure./ Go right ahead./ Need some help?/ What can I do to help?/ Would you like any help?/ I’m afraid…/ I’m sorry, but…/ Sorry, but… etc. ๔. พูดและเขียนเพื่อขอ และให้ข้อมูล อธิบาย เปรียบเทียบ และแสดง ความคิดเห็นเกี่ยวกับ เรื่องที่ฟังหรืออ่านอย่าง เหมาะสม คำาศัพท์ สำานวน ประโยค และ ข้อความที่ใช้ในการขอและให้ ข้อมูล อธิบาย เปรียบเทียบ และ แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องที่ ฟังหรืออ่าน ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง
  • 46.
    ม.๓ ๕. พูดและเขียน บรรยายความรู้สึกและ ความคิดเห็นของตนเอง เกี่ยวกับ เรื่องต่างๆ กิจกรรม ประสบการณ์ และ ข่าว/เหตุการณ์ พร้อม ทั้งให้เหตุผลประกอบ อย่างเหมาะสม ภาษาที่ใช้ในการแสดงความรู้สึก ความคิดเห็น และ ให้เหตุผลประกอบ เช่น ชอบ ไม่ ชอบ ดีใจ เสียใจ มีความ สุข เศร้า หิว รสชาติ สวย น่า เกลียด เสียงดัง ดี ไม่ดี จากข่าว เหตุการณ์ สถานการณ์ ในชีวิต ประจำาวัน เช่น Nice./ Very nice./ Well done!/ Congratulations on... / I like…because…/ I love… because… / I feel… because…I think…/ I believe…/ I agree/disagree…/ I’m afraid …/ I don’t like… I don’t believe…/ I have no idea…/ Oh no! etc. ม. ๔-๖ ๑. สนทนาและเขียน โต้ตอบข้อมูลเกี่ยวกับ ตนเองและเรื่องต่าง ๆ ใกล้ตัว ประสบการณ์ สถานการณ์ ข่าว/ เหตุการณ์ ประเด็นที่อยู่ ในความสนใจของ สังคม และสื่อสาร อย่างต่อเนื่องและเหมาะ สม ภาษาที่ใช้ในการสื่อสารระหว่าง บุคคล เช่น การทักทาย กล่าวลา ขอบคุณ ขอโทษ ชมเชย การ พูดแทรกอย่างสุภาพ การ ชักชวน การแลกเปลี่ยนข้อมูล เกี่ยวกับตนเอง เรื่องใกล้ตัว สถานการณ์ต่างๆ ในชีวิตประจำา วัน การสนทนา/เขียนข้อมูลเกี่ยว กับตนเองและบุคคลใกล้ตัว ประสบการณ์ สถานการณ์ต่างๆ ข่าวเหตุการณ์ ประเด็นที่อยู่ใน ความสนใจของสังคม ๒. เลือกและใช้คำาขอ ร้อง ให้คำาแนะนำา คำา ชี้แจง คำาอธิบาย อย่างคล่องแคล่ว คำาขอร้อง คำาแนะนำา คำาชี้แจง คำาอธิบาย ที่มีขั้นตอนซับซ้อน
  • 47.
    ๓.พูดและเขียนแสดง ความต้องการ เสนอ ตอบรับและปฏิเสธการ ให้ความช่วยเหลือใน สถานการณ์จำาลองหรือ สถานการณ์จริงอย่าง เหมาะสม ภาษาที่ใช้ในการแสดงความ ต้องการ เสนอและให้ความช่วย เหลือตอบรับและปฏิเสธการให้ ความช่วยเหลือในสถานการณ์ ต่างๆ เช่น Please…/…, please./ I’d like…/ I need…/ May/Can/Could…?/Would you please…?Yes,../ Please do./ Certainly./ Yes, of course./Sure./ Need some help?/ What can I do to help?/ Would you like any help?/ If you like I could…/ What can I do to help?/ Would you like any help?/ Would you like me to help you?/ If you need anything, please…/ Is there anything I can do?/ I’ll do it for you./ I’m afraid…/ I’m sorry, but…/ Sorry, but… etc. ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ม. ๔-๖ ๔. พูดและเขียนเพื่อขอ และให้ข้อมูล บรรยาย อธิบาย เปรียบเทียบ และแสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับเรื่อง/ประเด็น/ ข่าว/เหตุการณ์ที่ฟัง และอ่านอย่างเหมาะสม คำาศัพท์ สำานวน ประโยคและ ข้อความที่ใช้ในการขอและให้ ข้อมูล บรรยาย อธิบาย เปรียบ เทียบ และแสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับประเด็น/ข่าว/เหตุการณ์ ที่ฟังและอ่าน
  • 48.
    ๕. พูดและเขียน บรรยายความรู้สึกและ แสดงความคิดเห็นของ ตนเองเกี่ยวกับ เรื่อง ต่างๆกิจกรรม ประสบการณ์ และ ข่าว/เหตุการณ์อย่างมี เหตุผล ภาษาที่ใช้ในการแสดงความรู้สึก ความคิดเห็น และ ให้เหตุผลประกอบ เช่น ชอบ ไม่ ชอบ ดีใจ เสียใจ มีความ สุข เศร้า หิว รสชาติ สวย น่า เกลียด เสียงดัง ดี ไม่ดี จาก ข่าว เหตุการณ์ สถานการณ์ ใน ชีวิตประจำาวัน เช่น Nice./Very nice./Well done!/Congratulations on… I like… because…/ I love… because…/ I feel… because…/I think…/I believe…/ I agree/disagree…/ I’m afraid I don’t like…/ I don’t believe…/I have no idea…/ Oh no! etc. สาระที่ ๑ ภาษาเพื่อการสื่อสาร
  • 49.
    มาตรฐาน ต ๑.๓นำาเสนอข้อมูลข่าวสาร ความคิดรวบยอด และ ความคิดเห็นในเรื่องต่างๆ โดยการพูด และการเขียน ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ป.๑ ๑. พูดให้ข้อมูลเกี่ยวกับ ตนเองและเรื่องใกล้ตัว คำาและประโยคที่ใช้ในการพูดให้ ข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง บุคคลใกล้ ตัว และเรื่องใกล้ตัว เช่น บอกชื่อ อายุ รูปร่าง ส่วนสูง เรียกสิ่ง ต่างๆ จำานวน ๑-๒๐ สี ขนาด สถานที่อยู่ของสิ่งของ ป.๒ ๑. พูดให้ข้อมูลเกี่ยวกับ ตนเองและเรื่องใกล้ตัว คำาและประโยคที่ใช้ในการพูดให้ ข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง บุคคลใกล้ ตัว และเรื่องใกล้ตัว เช่น บอกชื่อ อายุ รูปร่าง ส่วนสูง เรียกสิ่ง ต่างๆ จำานวน ๑-๓๐ สี ขนาด สถานที่อยู่ของสิ่งของ ป.๓ ๑. พูดให้ข้อมูลเกี่ยวกับ ตนเองและเรื่องใกล้ตัว คำาและประโยคที่ใช้ในการพูดให้ ข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง บุคคลใกล้ ตัว และเรื่องใกล้ตัว เช่น บอกชื่อ อายุ รูปร่าง ส่วนสูง เรียกสิ่ง ต่างๆ จำานวน ๑-๕๐ สี ขนาด สถานที่อยู่ของสิ่งของ ๒. จัดหมวดหมู่คำาตาม ประเภทของบุคคล สัตว์ และสิ่งของ ตามที่ฟัง หรืออ่าน คำา กลุ่มคำาที่มีความหมายเกี่ยวกับ บุคคล สัตว์ และสิ่งของ เช่น การระบุ/เชื่อมโยงความสัมพันธ์ ของภาพกับคำา หรือกลุ่มคำา โดย ใช้ภาพ แผนภูมิ แผนภาพ แผนผัง ป.๔ ๑. พูด/เขียนให้ข้อมูล เกี่ยวกับตนเองและเรื่อง ใกล้ตัว ประโยคและข้อความที่ใช้ในการ พูดให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง บุคคล สัตว์ และเรื่องใกล้ตัว เช่น ชื่อ อายุ รูปร่าง สี ขนาด รูปทรง สิ่งต่างๆ จำานวน ๑-๑๐๐ วัน เดือน ปี ฤดูกาล ที่อยู่ของสิ่งต่างๆ เครื่องหมายวรรคตอน ๒. พูด/วาดภาพแสดง ความสัมพันธ์ของสิ่ง คำา กลุ่มคำาที่มีความหมายสัมพันธ์ ของสิ่งต่างๆ ใกล้ตัว เช่น การ
  • 50.
    ต่างๆ ใกล้ตัวตามที่ฟัง หรืออ่าน ระบุ/เชื่อมโยงความสัมพันธ์ของ ภาพกับคำา หรือกลุ่มคำาโดยใช้ ภาพ แผนภูมิ แผนภาพ แผนผัง ๓. พูดแสดงความคิด เห็นง่ายๆ เกี่ยวกับเรื่อง ต่างๆ ใกล้ตัว ประโยคที่ใช้ในการแสดงความ คิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ ใกล้ตัว ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ป.๕ ๑. พูด/เขียนให้ข้อมูล เกี่ยวกับตนเองและเรื่อง ใกล้ตัว ประโยคและข้อความที่ใช้ในการ ให้ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคล สัตว์ สถานที่ และกิจกรรมต่างๆ เช่น ข้อมูลส่วนบุคคล เรื่องต่างๆ ใกล้ ตัว จำานวน ๑-๕๐๐ ลำาดับที่ วัน เดือน ปี ฤดูกาล เวลา สภาพดิน ฟ้าอากาศ อารมณ์ ความรู้สึก สี ขนาด รูปทรง ที่อยู่ของสิ่งต่างๆ เครื่องหมายวรรคตอน ๒. เขียนภาพ แผนผัง และแผนภูมิ แสดงข้อมูลต่างๆ ตามที่ ฟังหรืออ่าน คำา กลุ่มคำา ประโยคที่แสดงข้อมูล และความหมายของเรื่องต่างๆ ภาพ แผนผัง แผนภูมิ ตาราง ๓. พูดแสดงความคิด เห็นเกี่ยวกับ เรื่องต่างๆ ใกล้ตัว ประโยคที่ใช้ในการพูดแสดง ความคิดเห็นเกี่ยวกับกิจกรรมหรือ เรื่องต่างๆ ใกล้ตัว ป.๖ ๑. พูด/เขียนให้ข้อมูล เกี่ยวกับตนเอง เพื่อน และสิ่งแวดล้อมใกล้ตัว ประโยคและข้อความที่ใช้ในการ ให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง กิจวัตร ประจำาวัน เพื่อน สิ่งแวดล้อมใกล้ ตัว เช่น ข้อมูลส่วนบุคคล เรียก สิ่งต่างๆ จำานวน ๑-๑,๐๐๐ ลำาดับ ที่ วัน เดือน ปี ฤดูกาล เวลา กิจกรรมที่ทำา สี ขนาด รูปทรง ที่อยู่ของสิ่งต่างๆ ทิศทางง่ายๆ สภาพดินฟ้าอากาศ อารมณ์
  • 51.
    ความรู้สึก เครื่องหมายวรรคตอน ๒. เขียนภาพ แผนผัง แผนภูมิและตาราง แสดงข้อมูลต่างๆ ที่ฟัง หรืออ่าน คำา กลุ่มคำา และประโยคที่มีความ หมายสัมพันธ์กับภาพ แผนผัง แผนภูมิ และตาราง ๓. พูด/เขียนแสดง ความคิดเห็น เกี่ยวกับเรื่องต่างๆ ใกล้ ตัว ประโยคที่ใช้ในการแสดงความ คิดเห็น ม.๑ ๑. พูดและเขียน บรรยายเกี่ยวกับตนเอง กิจวัตรประจำาวัน ประสบการณ์ และสิ่ง แวดล้อม ใกล้ตัว ประโยคและข้อความที่ใช้ในการ บรรยายเกี่ยวกับตนเอง กิจวัตร ประจำาวัน ประสบการณ์ สิ่ง แวดล้อม ใกล้ตัว เช่น การเดิน ทาง การรับประทานอาหาร การ เรียน การเล่นกีฬา ฟังเพลง การ อ่านหนังสือ การท่องเที่ยว ๒. พูด/เขียน สรุป ใจความสำาคัญ/ แก่นสาระ(theme) ที่ ได้จากการวิเคราะห์ เรื่อง/เหตุการณ์ที่อยู่ใน ความสนใจของสังคม การจับใจความสำาคัญ/แก่นสาระ การวิเคราะห์ความเรื่อง/ เหตุการณ์ที่อยู่ในความสนใจ เช่น ประสบการณ์ ภาพยนตร์ กีฬา เพลง ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ม.๑ ๓. พูด/เขียนแสดง ความคิดเห็นเกี่ยวกับ กิจกรรมหรือเรื่องต่างๆ ใกล้ตัว พร้อมทั้งให้เหตุ ผลสั้นๆ ประกอบ การแสดงความคิดเห็นและการให้ เหตุผลประกอบเกี่ยวกับกิจกรรม หรือเรื่องต่างๆ ใกล้ตัว ม.๒ ๑. พูดและเขียน บรรยายเกี่ยวกับตนเอง กิจวัตรประจำาวัน ประสบการณ์ และข่าว/ การบรรยายข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง กิจวัตรประจำาวัน ประสบการณ์ ข่าว/เหตุการณ์ที่อยู่ในความ สนใจของสังคม เช่น การเดิน
  • 52.
    เหตุการณ์ ที่อยู่ใน ความสนใจของสังคม ทาง การรับประทานอาหารการ เล่นกีฬา/ดนตรี การฟังเพลง การอ่านหนังสือ การท่องเที่ยว การศึกษา สภาพสังคม เศรษฐกิจ ๒. พูดและเขียนสรุป ใจความสำาคัญ/ แก่นสาระ หัวข้อเรื่อง (topic) ที่ได้จากการ วิเคราะห์เรื่อง/ข่าว/ เหตุการณ์ ที่อยู่ในความ สนใจของสังคม การจับใจความสำาคัญ/แก่นสาระ หัวข้อเรื่อง การวิเคราะห์เรื่อง/ข่าว/ เหตุการณ์ที่อยู่ในความสนใจ เช่น ประสบการณ์ ภาพยนตร์ กีฬา ดนตรี เพลง ๓. พูดและเขียนแสดง ความคิดเห็นเกี่ยวกับ กิจกรรม เรื่องต่างๆ ใกล้ตัว และ ประสบการณ์ พร้อมทั้ง ให้เหตุผลสั้นๆ ประกอบ การแสดงความคิดเห็นและการให้ เหตุผลประกอบเกี่ยวกับกิจกรรม เรื่องต่างๆ ใกล้ตัว และ ประสบการณ์ ม.๓ ๑. พูดและเขียน บรรยายเกี่ยวกับตนเอง ประสบการณ์ ข่าว/ เหตุการณ์ /เรื่อง/ ประเด็นต่างๆ ที่อยู่ ในความสนใจของ สังคม การบรรยายเกี่ยวกับตนเอง ประสบการณ์ ข่าว/เหตุการณ์/ ประเด็นที่อยู่ในความสนใจของ สังคม เช่น การเดินทาง การรับ ประทานอาหาร การเล่นกีฬา/ ดนตรี การฟังเพลง การอ่าน หนังสือ การท่องเที่ยว การศึกษา สภาพสังคม เศรษฐกิจ ๒. พูดและเขียนสรุป ใจความสำาคัญ/ แก่นสาระ หัวข้อเรื่องที่ ได้จากการวิเคราะห์ เรื่อง/ข่าว/เหตุการณ์/ สถานการณ์ที่อยู่ใน ความสนใจของสังคม การจับใจความสำาคัญ/แก่นสาระ หัวข้อเรื่อง การวิเคราะห์เรื่อง/ข่าว/ เหตุการณ์/สถานการณ์ที่อยู่ใน ความสนใจ เช่น ประสบการณ์ เหตุการณ์ สถานการณ์ต่างๆ ภาพยนตร์ กีฬา ดนตรี เพลง ๓. พูดและเขียนแสดง การแสดงความคิดเห็น และการ
  • 53.
    ความคิดเห็นเกี่ยวกับ กิจกรรม ประสบการณ์ และเหตุการณ์ พร้อม ทั้งให้เหตุผลประกอบ ให้เหตุผลประกอบเกี่ยวกับ กิจกรรมประสบการณ์ และ เหตุการณ์ ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ม.๔ -๖ ๑. พูดและเขียนนำา เสนอข้อมูลเกี่ยวกับ ตนเอง ประสบการณ์ ข่าว/เหตุการณ์ เรื่อง และประเด็นต่างๆ ตาม ความสนใจของสังคม การนำาเสนอข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง ประสบการณ์ ข่าว/เหตุการณ์ เรื่องและประเด็นที่อยู่ในความ สนใจของสังคม เช่น การเดินทาง การรับประทานอาหาร การเล่น กีฬา/ดนตรี การดูภาพยนตร์ การฟังเพลง การเลี้ยงสัตว์การ อ่านหนังสือ การท่องเที่ยว การ ศึกษา สภาพสังคม เศรษฐกิจ ๒. พูดและเขียนสรุป ใจความสำาคัญ/ แก่นสาระที่ได้จากการ วิเคราะห์เรื่อง กิจกรรม ข่าว เหตุการณ์ และ สถานการณ์ตามความ สนใจ การจับใจความสำาคัญ/แก่นสาระ การวิเคราะห์เรื่อง กิจกรรม ข่าว เหตุการณ์ และสถานการณ์ตาม ความสนใจ ๓. พูดและเขียนแสดง ความคิดเห็นเกี่ยวกับ กิจกรรม ประสบการณ์ และเหตุการณ์ ทั้งใน ท้องถิ่น สังคม และ โลก พร้อมทั้งให้ เหตุผลและยกตัวอย่าง ประกอบ การแสดงความคิดเห็น การให้ เหตุผลประกอบและยกตัวอย่าง เกี่ยวกับกิจกรรม ประสบการณ์ และเหตุการณ์ในท้องถิ่น สังคม และโลก
  • 54.
    สาระที่ ๒ ภาษาและวัฒนธรรม มาตรฐานต ๒.๑ เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างภาษากับ วัฒนธรรมของเจ้าของภาษา และนำาไปใช้ได้อย่าง เหมาะสมกับกาลเทศะ ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ป.๑ ๑. พูดและทำาท่า ประกอบ ตามวัฒนธรรม ของเจ้าของภาษา วัฒนธรรมของเจ้าของภาษา เช่น การใช้สีหน้าท่าทางประกอบการ พูดขณะแนะนำาตนเอง การสัมผัส มือ การโบกมือ การแสดงอาการ ตอบรับหรือปฏิเสธ ๒. บอกชื่อและคำาศัพท์ เกี่ยวกับ เทศกาลสำาคัญของ เจ้าของภาษา คำาศัพท์เกี่ยวกับเทศกาลสำาคัญ ของเจ้าของภาษา เช่น วัน คริสต์มาส วันขึ้นปีใหม่ วัน วาเลนไทน์ ๓. เข้าร่วมกิจกรรม ทางภาษาและ วัฒนธรรมที่เหมาะกับ วัย กิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรม เช่น การเล่นเกม การร้องเพลง การเล่านิทาน ประกอบท่าทาง วันคริสต์มาส วันขึ้นปีใหม่ วัน วาเลนไทน์ ป.๒ ๑. พูดและทำาท่า ประกอบ ตามวัฒนธรรม ของเจ้าของภาษา วัฒนธรรมของเจ้าของภาษา เช่น การใช้สีหน้าท่าทางประกอบการ พูดขณะแนะนำาตนเอง การ สัมผัสมือ การโบกมือ การแสดง อาการตอบรับหรือปฏิเสธ
  • 55.
    ๒. บอกชื่อและคำาศัพท์ เกี่ยวกับ เทศกาลสำาคัญของ เจ้าของภาษา คำาศัพท์เกี่ยวกับเทศกาลสำาคัญ ของเจ้าของภาษา เช่นวัน คริสต์มาส วันขึ้นปีใหม่ วัน วาเลนไทน์ ๓. เข้าร่วมกิจกรรม ทางภาษาและ วัฒนธรรมที่เหมาะกับ วัย กิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรม เช่น การเล่นเกม การร้องเพลง การเล่านิทาน ประกอบท่าทาง วันคริสต์มาส วันขึ้นปีใหม่ วัน วาเลนไทน์ ป.๓ ๑. พูดและทำาท่า ประกอบ ตามมารยาท สังคม/วัฒนธรรมของ เจ้าของภาษา มารยาทสังคม/วัฒนธรรมของ เจ้าของภาษา เช่น การขอบคุณ ขอโทษ การใช้ สีหน้าท่าทางประกอบ การพูดขณะแนะนำาตนเอง การ สัมผัสมือ การโบกมือ การแสดง อาการตอบรับหรือปฏิเสธ ๒. บอกชื่อและคำาศัพท์ ง่ายๆ เกี่ยวกับเทศกาล/ วันสำาคัญ/งานฉลอง และชีวิตความเป็นอยู่ ของเจ้าของภาษา คำาศัพท์เกี่ยวกับเทศกาล/วัน สำาคัญ/งานฉลอง และชีวิตความ เป็นอยู่ของเจ้าของภาษา เช่น วัน คริสต์มาส วันขึ้นปีใหม่ วัน วาเลนไทน์ เครื่องแต่งกาย อาหาร เครื่องดื่ม ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ป.๓ ๓. เข้าร่วมกิจกรรม ทางภาษาและ วัฒนธรรมที่เหมาะกับ วัย กิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรม เช่น การเล่นเกม การร้องเพลง การเล่านิทาน ประกอบท่าทาง วันคริสต์มาส วันขึ้นปีใหม่ วัน วาเลนไทน์
  • 56.
    ป.๔ ๑. พูดและทำาท่า ประกอบอย่างสุภาพ ตามมารยาทสังคมและ วัฒนธรรมของเจ้าของ ภาษา มารยาทสังคมและวัฒนธรรมของ เจ้าของภาษาเช่น การขอบคุณ ขอโทษ การใช้ สีหน้าท่าทางประกอบ การพูดขณะแนะนำาตนเอง การ สัมผัสมือ การโบกมือ การแสดง ความรู้สึกชอบ/ไม่ชอบ การ แสดงอาการตอบรับหรือปฏิเสธ ๒. ตอบคำาถามเกี่ยวกับ เทศกาล/ วันสำาคัญ/ งานฉลอง และชีวิตความเป็นอยู่ ง่ายๆ ของเจ้าของภาษา คำาศัพท์และข้อมูลเกี่ยวกับ เทศกาล/วันสำาคัญ/งานฉลอง และชีวิตความเป็นอยู่ของเจ้าของ ภาษา เช่น วันคริสต์มาส วันขึ้นปีใหม่ วัน วาเลนไทน์ เครื่องแต่งกาย ฤดูกาล อาหาร เครื่องดื่ม ๓. เข้าร่วมกิจกรรมทาง ภาษาและวัฒนธรรมที่ เหมาะกับวัย กิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรม เช่น การเล่นเกม การร้องเพลง การเล่านิทาน ประกอบท่าทาง บทบาทสมมุติ วัน คริสต์มาส วันขึ้นปีใหม่ วัน วาเลนไทน์ ป.๕ ๑. ใช้ถ้อยคำา นำ้าเสียง และกิริยาท่าทางอย่าง สุภาพ ตามมารยาท สังคมและวัฒนธรรม ของเจ้าของภาษา การใช้ถ้อยคำา นำ้าเสียง และกิริยา ท่าทาง ตามมารยาทสังคมและ วัฒนธรรมของเจ้าของภาษา เช่น การขอบคุณ ขอโทษ การใช้ สีหน้าท่าทางประกอบการพูดขณะ แนะนำาตนเอง การสัมผัสมือ การ โบกมือ การแสดงความรู้สึกชอบ/ ไม่ชอบ การกล่าวอวยพร การ แสดงอาการตอบรับหรือปฏิเสธ
  • 57.
    ๒. ตอบคำาถาม/บอก ความสำาคัญของ เทศกาล/วันสำาคัญ/งาน ฉลองและชีวิตความเป็น อยู่ง่ายๆ ของเจ้าของ ภาษา ข้อมูลและความสำาคัญของ เทศกาล/วันสำาคัญ/งานฉลองและ ชีวิตความเป็นอยู่ของเจ้าของ ภาษาเช่น วันคริสต์มาส วันขึ้นปีใหม่ วัน วาเลนไทน์ เครื่องแต่งกาย ฤดูกาล อาหาร เครื่องดื่ม ๓. เข้าร่วมกิจกรรมทาง ภาษาและวัฒนธรรม ตามความสนใจ กิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรม เช่น การเล่นเกม การร้องเพลง การเล่านิทาน บทบาทสมมุติ วันขอบคุณพระเจ้า วันคริสต์มาส วันขึ้นปีใหม่ วันวาเลนไทน์ ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ป.๖ ๑. ใช้ถ้อยคำา นำ้าเสียง และกิริยาท่าทางอย่าง สุภาพเหมาะสม ตาม มารยาทสังคมและ วัฒนธรรมของเจ้าของ ภาษา การใช้ถ้อยคำา นำ้าเสียง และกิริยา ท่าทาง ตามมารยาทสังคมและ วัฒนธรรมของเจ้าของภาษา เช่น การขอบคุณ ขอโทษ การ ใช้สีหน้าท่าทางประกอบการพูด ขณะแนะนำาตนเอง การสัมผัสมือ การโบกมือ การแสดงความรู้สึก ชอบ/ไม่ชอบ การกล่าวอวยพร การแสดงอาการตอบรับหรือ ปฏิเสธ ๒. ให้ข้อมูลเกี่ยวกับ เทศกาล/วันสำาคัญ/งาน ฉลอง/ชีวิตความเป็นอยู่ ของเจ้าของภาษา ข้อมูลและความสำาคัญของ เทศกาล/วันสำาคัญ/ งานฉลองและชีวิตความเป็นอยู่ ของเจ้าของภาษา เช่น วัน คริสต์มาส วันขึ้นปีใหม่ วัน วาเลนไทน์ เครื่องแต่งกายตามฤดูกาล อาหาร เครื่องดื่ม
  • 58.
    ๓. เข้าร่วมกิจกรรมทาง ภาษาและวัฒนธรรม ตามความสนใจ กิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรม เช่น การเล่นเกมการร้องเพลง การเล่านิทาน บทบาทสมมุติ วันขอบคุณพระเจ้า วันคริสต์มาส วันขึ้นปีใหม่ วันวาเลนไทน์ ม.๑ ๑.ใช้ภาษา นำ้าเสียง และกิริยาท่าทางสุภาพ เหมาะสม ตามมารยาท สังคม และวัฒนธรรม ของเจ้าของภาษา การใช้ภาษา นำ้าเสียง และกิริยา ท่าทางในการสนทนา ตาม มารยาทสังคมและวัฒนธรรมของ เจ้าของภาษา เช่น การขอบคุณ ขอโทษ การชมเชย การใช้ สีหน้าท่าทางประกอบ การพูด ขณะแนะนำาตนเอง การสัมผัสมือ การโบกมือ การแสดงความรู้สึก ชอบ/ไม่ชอบ การกล่าวอวยพร การแสดงอาการตอบรับหรือ ปฏิเสธ ๒. บรรยายเกี่ยวกับ เทศกาล วัน สำาคัญ ชีวิตความเป็นอยู่ และประเพณีของ เจ้าของภาษา ความเป็นมาและความสำาคัญของ เทศกาล วันสำาคัญ ชีวิตความเป็น อยู่ และประเพณีของเจ้าของ ภาษา ๓. เข้าร่วม/จัดกิจกรรม ทางภาษาและ วัฒนธรรมตามความ สนใจ กิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรม เช่น การเล่นเกม การร้องเพลง การเล่านิทาน บทบาทสมมุติ วันขอบคุณพระเจ้า วันคริสต์มาส วันขึ้นปีใหม่ วันวาเลนไทน์ ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง
  • 59.
    ม.๒ ๑. ใช้ภาษานำ้าเสียง และกิริยาท่าทางเหมาะ กับบุคคลและโอกาส ตามมารยาทสังคม และ วัฒนธรรมของเจ้าของ ภาษา การใช้ภาษา นำ้าเสียง และกิริยา ท่าทางในการสนทนา ตาม มารยาทสังคมและวัฒนธรรมของ เจ้าของภาษา เช่น การขอบคุณ ขอโทษ การชมเชย การใช้ สีหน้าท่าทางประกอบ การพูด ขณะแนะนำาตนเอง การสัมผัสมือ การโบกมือ การแสดงความรู้สึก ชอบ/ไม่ชอบ การกล่าวอวยพร การแสดงอาการตอบรับหรือ ปฏิเสธ ๒. อธิบายเกี่ยวกับ เทศกาล วันสำาคัญ ชีวิตความเป็นอยู่ และ ประเพณีของเจ้าของ ภาษา ความเป็นมาและความสำาคัญของ เทศกาล วันสำาคัญ ชีวิตความเป็น อยู่ และประเพณีของเจ้าของ ภาษา ๓. เข้าร่วม/จัดกิจกรรม ทางภาษาและ วัฒนธรรมตามความ สนใจ กิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรม เช่น การเล่นเกม การร้องเพลง การเล่านิทาน บทบาทสมมุติ วันขอบคุณพระเจ้า วันคริสต์มาส วันขึ้นปีใหม่ วันวาเลนไทน์ ม.๓ ๑. เลือกใช้ภาษา นำ้า เสียง และกิริยาท่าทาง เหมาะกับบุคคลและ โอกาส ตามมารยาท สังคม และวัฒนธรรม ของเจ้าของภาษา การเลือกใช้ภาษา นำ้าเสียง และ กิริยาท่าทางในการสนทนา ตาม มารยาทสังคมและวัฒนธรรมของ เจ้าของภาษา เช่น การขอบคุณ ขอโทษ การชมเชย การใช้ สีหน้าท่าทางประกอบ การพูด ขณะแนะนำาตนเอง การสัมผัสมือ การโบกมือ การแสดงความ รู้สึก ชอบ/ไม่ชอบ การกล่าวอวยพร การแสดงอาการตอบรับหรือ ปฏิเสธ
  • 60.
    ๒. อธิบายเกี่ยวกับชีวิต ความเป็นอยู่ ขนบธรรมเนียมและ ประเพณีของเจ้าของ ภาษา ชีวิตความเป็นอยู่ ขนบธรรมเนียม และประเพณีของเจ้าของภาษา ๓.เข้าร่วม/จัดกิจกรรม ทางภาษาและ วัฒนธรรมตามความ สนใจ กิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรม เช่น การเล่นเกม การร้องเพลง การเล่านิทาน บทบาทสมมุติ วันขอบคุณพระเจ้า วันคริสต์มาส วันขึ้นปีใหม่ วันวาเลนไทน์ ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ม. ๔-๖ ๑. เลือกใช้ภาษา นำ้า เสียง และกิริยาท่าทาง เหมาะกับระดับของ บุคคล โอกาส และ สถานที่ ตามมารยาท สังคมและวัฒนธรรมของ เจ้าของภาษา การเลือกใช้ภาษา นำ้าเสียง และ กิริยาท่าทางในการสนทนา ระดับของภาษา มารยาทสังคม และวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา เช่น การขอบคุณ ขอโทษ การชมเชย การใช้ สีหน้าท่าทางประกอบ การพูด ขณะแนะนำาตนเอง การสัมผัสมือ การโบกมือ การแสดงความ รู้สึก ชอบ/ไม่ชอบ การกล่าวอวยพร การแสดงอาการตอบรับหรือ ปฏิเสธ ๒. อธิบาย/อภิปรายวิถี ชีวิต ความคิด ความเชื่อ และที่มา ของขนบธรรมเนียม และประเพณีของเจ้าของ ภาษา วิถีชีวิต ความคิด ความเชื่อ และ ที่มาของขนบธรรมเนียม และ ประเพณีของเจ้าของภาษา
  • 61.
    ๓. เข้าร่วม แนะนำาและ จัดกิจกรรมทางภาษา และวัฒนธรรมอย่าง เหมาะสม กิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรม เช่น การเล่นเกม การร้องเพลง การเล่านิทาน/เรื่องจาก ภาพยนตร์ บทบาทสมมุติ ละคร สั้น วันขอบคุณพระเจ้า วันคริสต์มาส วันขึ้นปีใหม่ วัน วาเลนไทน์ สาระที่ ๒ ภาษาและวัฒนธรรม มาตรฐาน ต ๒.๒ เข้าใจความเหมือนและความแตกต่างระหว่าง ภาษาและวัฒนธรรมของเจ้าของภาษากับภาษาและ วัฒนธรรมไทย และนำามาใช้อย่างถูกต้องและเหมาะสม ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ป.๑ ๑.ระบุตัวอักษรและเสียง ตัวอักษรของภาษาต่าง ประเทศและภาษาไทย ตัวอักษรและเสียงตัวอักษรของ ภาษาต่างประเทศและภาษาไทย ป.๒ ๑.ระบุตัวอักษรและเสียง ตัวอักษรของภาษาต่าง ประเทศและภาษาไทย ตัวอักษรและเสียงตัวอักษรของ ภาษาต่างประเทศและภาษาไทย
  • 62.
    ป.๓ ๑. บอกความแตกต่าง ของเสียงตัวอักษรคำา กลุ่มคำา และประโยค ง่ายๆ ของภาษาต่าง ประเทศและภาษาไทย ความแตกต่างของเสียงตัวอักษร คำา กลุ่มคำา และประโยคของภาษา ต่างประเทศและภาษาไทย ป.๔ ๑. บอกความแตกต่าง ของเสียงตัวอักษร คำา กลุ่มคำา ประโยค และ ข้อความของภาษาต่าง ประเทศและภาษาไทย ความแตกต่างของเสียงตัวอักษร คำา กลุ่มคำา และประโยคของภาษา ต่างประเทศและภาษาไทย ๒. บอกความเหมือน/ ความแตกต่างระหว่าง เทศกาลและงานฉลอง ตามวัฒนธรรมของ เจ้าของภาษากับ ของไทย ความเหมือน/ความแตกต่าง ระหว่างเทศกาล และ งานฉลองตามวัฒนธรรมของ เจ้าของภาษากับ ของไทย ป.๕ ๑. บอกความเหมือน/ ความแตกต่างระหว่าง การออกเสียงประโยค ชนิดต่างๆ การใช้ เครื่องหมาย วรรคตอน และการ ลำาดับคำา (order) ตาม โครงสร้างประโยค ของ ภาษาต่างประเทศและ ภาษาไทย ความเหมือน/ความแตกต่าง ระหว่างการออกเสียงประโยคชนิด ต่างๆ ของเจ้าของภาษากับของ ไทย การใช้เครื่องหมายวรรคตอนและ การลำาดับคำาตามโครงสร้าง ประโยคของภาษาต่างประเทศ และภาษาไทย ๒. บอกความเหมือน/ ความแตกต่างระหว่าง เทศกาลและงานฉลอง ของเจ้าของภาษากับ ของไทย ความเหมือน/ความแตกต่าง ระหว่างเทศกาลและ งานฉลองของเจ้าของภาษากับ ของไทย ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง
  • 63.
    ป.๖ ๑. บอกความเหมือน/ ความแตกต่างระหว่าง การออกเสียงประโยค ชนิดต่างๆการใช้ เครื่องหมาย วรรคตอน และการ ลำาดับคำาตามโครงสร้าง ประโยค ของภาษาต่าง ประเทศและภาษาไทย ความเหมือน/ความแตกต่าง ระหว่างการออกเสียงประโยค ชนิดต่างๆ ของเจ้าของภาษากับ ของไทย การใช้เครื่องหมายวรรคตอนและ การลำาดับคำาตามโครงสร้าง ประโยคของภาษาต่างประเทศ และภาษาไทย ๒. เปรียบเทียบความ เหมือน/ความแตกต่าง ระหว่างเทศกาล งาน ฉลองและประเพณีของ เจ้าของภาษากับของ ไทย การเปรียบเทียบความเหมือน/ ความแตกต่างระหว่างเทศกาล งานฉลอง และประเพณีของ เจ้าของภาษากับของไทย ม.๑ ๑. บอกความเหมือน และความแตกต่าง ระหว่างการออกเสียง ประโยคชนิดต่างๆ การ ใช้เครื่องหมายวรรค ตอน และการลำาดับคำา ตามโครงสร้างประโยค ของภาษาต่างประเทศ และภาษาไทย ความเหมือน/ความแตกต่าง ระหว่างการออกเสียงประโยค ชนิดต่างๆ ของเจ้าของภาษากับ ของไทย การใช้เครื่องหมายวรรคตอนและ การลำาดับคำาตามโครงสร้าง ประโยคของภาษาต่างประเทศ และภาษาไทย ๒. เปรียบเทียบความ เหมือนและความแตก ต่างระหว่างเทศกาล งานฉลอง วันสำาคัญ และชีวิตความเป็นอยู่ ของเจ้าของภาษากับ ของไทย ความเหมือนและความแตกต่าง ระหว่างเทศกาล งานฉลอง วันสำาคัญ และชีวิต ความเป็นอยู่ของเจ้าของภาษากับ ของไทย
  • 64.
    ม.๒ ๑. เปรียบเทียบและ อธิบายความเหมือนและ ความแตกต่างระหว่าง การออกเสียงประโยค ชนิดต่างๆและการ ลำาดับคำาตามโครงสร้าง ประโยค ของภาษาต่าง ประเทศและภาษาไทย การเปรียบเทียบและการอธิบาย ความเหมือน/ความแตกต่าง ระหว่างการออกเสียงประโยคชนิด ต่างๆ ของเจ้าของภาษากับของไทย การใช้เครื่องหมายวรรคตอนและ การลำาดับคำาตามโครงสร้าง ประโยคของภาษาต่างประเทศ และภาษาไทย ๒ เปรียบเทียบและ อธิบายความเหมือนและ ความแตกต่างระหว่าง ชีวิตความเป็นอยู่และ วัฒนธรรมของเจ้าของ ภาษากับของไทย การเปรียบเทียบและการอธิบาย ความเหมือนและความแตกต่าง ระหว่างชีวิตความเป็นอยู่และ วัฒนธรรมของเจ้าของภาษากับ ของไทย ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ม.๓ ๑. เปรียบเทียบและ อธิบายความเหมือนและ ความแตกต่างระหว่าง การออกเสียงประโยค ชนิดต่างๆ และการ ลำาดับคำาตามโครงสร้าง ประโยคของภาษาต่าง ประเทศและภาษาไทย การเปรียบเทียบและการอธิบาย ความเหมือน/ความแตกต่าง ระหว่างการออกเสียงประโยค ชนิดต่างๆ ของเจ้าของภาษากับของไทย การใช้เครื่องหมายวรรคตอนและ การลำาดับคำาตามโครงสร้าง ประโยคของภาษาต่างประเทศ และภาษาไทย ๒. เปรียบเทียบและ อธิบายความเหมือนและ ความแตกต่างระหว่าง ชีวิตความเป็นอยู่และ วัฒนธรรมของเจ้าของ ภาษากับของไทย และ นำาไปใช้อย่างเหมาะสม การเปรียบเทียบและการอธิบาย ความเหมือนและความแตกต่าง ระหว่างชีวิตความเป็นอยู่และ วัฒนธรรมของเจ้าของภาษากับ ของไทย การนำาวัฒนธรรมของเจ้าของ ภาษาไปใช้
  • 65.
    ม. ๔-๖ ๑. อธิบาย/เปรียบเทียบ ความแตกต่างระหว่าง โครงสร้างประโยค ข้อความ สำานวนคำา พังเพย สุภาษิต และ บทกลอนของภาษาต่าง ประเทศและภาษาไทย การอธิบาย/การเปรียบเทียบ ความแตกต่างระหว่างโครงสร้าง ประโยค ข้อความ สำานวน คำา พังเพย สุภาษิต และบทกลอนของ ภาษาต่างประเทศและภาษาไทย ๒. วิเคราะห์/อภิปราย ความเหมือนและความ แตกต่างระหว่างวิถีชีวิต ความเชื่อและวัฒนธรรม ของเจ้าของภาษากับ ของไทยและนำาไปใช้ อย่างมีเหตุผล การวิเคราะห์/การอภิปรายความ เหมือนและความแตกต่างระหว่าง วิถีชีวิต ความเชื่อและวัฒนธรรม ของเจ้าของภาษากับของไทย การนำาวัฒนธรรมของเจ้าของ ภาษาไปใช้ สาระที่ ๓ ภาษากับความสัมพันธ์กับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น มาตรฐาน ต ๓.๑ ใช้ภาษาต่างประเทศในการเชื่อมโยงความรู้ กับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น และเป็นพื้นฐานในการ พัฒนา แสวงหาความรู้ และเปิดโลกทัศน์ของตน ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ป.๑ ๑. บอกคำาศัพท์ที่ เกี่ยวข้องกับกลุ่มสาระ การเรียนรู้อื่น คำาศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มสาระ การเรียนรู้อื่น ป.๒ ๑. บอกคำาศัพท์ที่ เกี่ยวข้องกับกลุ่มสาระ การเรียนรู้อื่น คำาศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มสาระ การเรียนรู้อื่น ป.๓ ๑. บอกคำาศัพท์ที่ คำาศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มสาระ
  • 66.
    เกี่ยวข้องกับกลุ่มสาระ การเรียนรู้อื่น การเรียนรู้อื่น ป.๔ ๑. ค้นคว้ารวบรวมคำา ศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับกลุ่ม สาระการเรียนรู้อื่นและ นำาเสนอด้วยการพูด / การเขียน การค้นคว้า การรวบรวม และ การนำาเสนอ คำาศัพท์ที่เกี่ยวข้อง กับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น ป.๕ ๑. ค้นคว้า รวบรวมคำา ศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับกลุ่ม สาระการเรียนรู้อื่น และ นำาเสนอด้วยการพูด / การเขียน การค้นคว้า การรวบรวม และ การนำาเสนอคำาศัพท์ที่เกี่ยวข้อง กับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น ป.๖ ๑. ค้นคว้า รวบรวมคำา ศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับกลุ่ม สาระการเรียนรู้อื่นจาก แหล่งเรียนรู้ และนำา เสนอด้วยการพูด / การเขียน การค้นคว้า การรวบรวม และ การนำาเสนอคำาศัพท์ที่เกี่ยวข้อง กับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น ม.๑ ๑. ค้นคว้า รวบรวม และสรุปข้อมูล/ ข้อเท็จ จริงที่เกี่ยวข้องกับกลุ่ม สาระ การเรียนรู้อื่นจากแหล่ง เรียนรู้ และนำาเสนอด้วย การพูด/การเขียน การค้นคว้า การรวบรวม การ สรุป และการนำาเสนอข้อมูล/ข้อ เท็จจริงที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มสาระ การเรียนรู้อื่น ม.๒ ๑. ค้นคว้า รวบรวม และ สรุปข้อมูล/ ข้อเท็จจริง ที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มสาระ การเรียนรู้อื่นจากแหล่ง เรียนรู้ และนำาเสนอด้วย การพูด/การเขียน การค้นคว้า การรวบรวม การ สรุป และการนำาเสนอข้อมูล/ข้อ เท็จจริงที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มสาระ การเรียนรู้อื่น ม.๓ ๑. ค้นคว้า รวบรวม และ สรุปข้อมูล/ ข้อเท็จจริง ที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มสาระ การเรียนรู้อื่นจากแหล่ง เรียนรู้ และนำาเสนอด้วย การพูดและการเขียน การค้นคว้า การรวบรวม การ สรุป และการนำาเสนอข้อมูล/ข้อ เท็จจริงที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มสาระ การเรียนรู้อื่น
  • 67.
    ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ม. ๔-๖ ๑.ค้นคว้า/สืบค้น บันทึก สรุป และแสดง ความคิดเห็นเกี่ยวกับ ข้อมูล ที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มสาระ การเรียนรู้อื่น จาก แหล่งเรียนรู้ต่างๆ และ นำาเสนอด้วยการพูดและ การเขียน การค้นคว้า/การสืบค้น การ บันทึก การสรุป การแสดงความ คิดเห็น และนำาเสนอข้อมูลที่ เกี่ยวข้องกับกลุ่มสาระการเรียนรู้ อื่นจากแหล่งเรียนรู้ต่างๆ
  • 68.
    สาระที่ ๔ ภาษากับความสัมพันธ์กับชุมชนและโลก มาตรฐานต ๔.๑ ใช้ภาษาต่างประเทศในสถานการณ์ต่างๆ ทั้ง ในสถานศึกษา ชุมชน และสังคม ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ป.๑ ๑. ฟัง/พูดใน สถานการณ์ง่ายๆ ที่เกิด ขึ้นในห้องเรียน การใช้ภาษาในการฟัง/พูดใน สถานการณ์ง่ายๆ ที่เกิดขึ้นใน ห้องเรียน ป.๒ ๑. ฟัง/พูดใน สถานการณ์ง่ายๆ ที่เกิด ขึ้นในห้องเรียน การใช้ภาษาในการฟัง/พูดใน สถานการณ์ง่ายๆ ที่เกิดขึ้นใน ห้องเรียน ป.๓ ๑. ฟัง/พูดใน สถานการณ์ง่ายๆ ที่เกิด ขึ้นในห้องเรียน การใช้ภาษาในการฟัง/พูดใน สถานการณ์ง่ายๆ ที่เกิดขึ้นใน ห้องเรียน ป.๔ ๑. ฟังและพูด/อ่านใน สถานการณ์ที่เกิดขึ้นใน ห้องเรียนและสถาน ศึกษา การใช้ภาษาในการฟังและพูด/ อ่านในสถานการณ์ที่เกิดขึ้นใน ห้องเรียน ป.๕ ๑. ฟัง พูด และอ่าน/ เขียนในสถานการณ์ ต่างๆ ที่เกิดขึ้นใน ห้องเรียนและสถาน ศึกษา การใช้ภาษาในการฟัง พูด และ อ่าน/เขียนในสถานการณ์ต่างๆ ที่ เกิดขึ้นในห้องเรียน ป.๖ ๑. ใช้ภาษาสื่อสารใน สถานการณ์ต่างๆ ที่เกิด ขึ้นในห้องเรียนและ สถานศึกษา การใช้ภาษาสื่อสารใน สถานการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นใน ห้องเรียนและสถานศึกษา ม.๑ ๑. ใช้ภาษาสื่อสารใน สถานการณ์จริง/ สถานการณ์จำาลองที่ เกิดขึ้นในห้องเรียนและ สถานศึกษา การใช้ภาษาสื่อสารใน สถานการณ์จริง/สถานการณ์ จำาลองที่เกิดขึ้นในห้องเรียนและ สถานศึกษา ม.๒ ๑. ใช้ภาษาสื่อสารใน สถานการณ์จริง/ สถานการณ์จำาลองที่ เกิดขึ้นในห้องเรียน สถานศึกษา และชุมชน การใช้ภาษาสื่อสารใน สถานการณ์จริง/สถานการณ์ จำาลองที่เกิดขึ้นในห้องเรียน สถานศึกษา และชุมชน
  • 69.
    ม.๓ ๑. ใช้ภาษาสื่อสารใน สถานการณ์จริง/ สถานการณ์จำาลองที่ เกิดขึ้นในห้องเรียน สถานศึกษาชุมชน และ สังคม การใช้ภาษาสื่อสารใน สถานการณ์จริง/สถานการณ์ จำาลองที่เกิดขึ้นในห้องเรียน สถานศึกษา ชุมชน และสังคม ม. ๔-๖ ๑. ใช้ภาษาสื่อสารใน สถานการณ์จริง/ สถานการณ์จำาลองที่ เกิดขึ้นในห้องเรียน สถานศึกษา ชุมชน และสังคม การใช้ภาษาสื่อสารใน สถานการณ์จริง/สถานการณ์ จำาลองเสมือนจริงที่เกิดขึ้นใน ห้องเรียน สถานศึกษา ชุมชน และสังคม สาระที่ ๔ ภาษากับความสัมพันธ์กับชุมชนและโลก มาตรฐาน ต ๔.๒ ใช้ภาษาต่างประเทศเป็นเครื่องมือพื้นฐานใน การศึกษาต่อ การประกอบอาชีพ และการแลกเปลี่ยน เรียนรู้กับสังคมโลก ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ป.๑ ๑. ใช้ภาษาต่างประเทศ เพื่อรวบรวมคำาศัพท์ที่ เกี่ยวข้องใกล้ตัว การใช้ภาษาต่างประเทศในการ รวบรวมคำาศัพท์ที่เกี่ยวข้องใกล้ ตัว จากสื่อต่างๆ ป.๒ ๑. ใช้ภาษาต่างประเทศ เพื่อรวบรวมคำาศัพท์ที่ เกี่ยวข้องใกล้ตัว การใช้ภาษาต่างประเทศในการ รวบรวมคำาศัพท์ที่เกี่ยวข้องใกล้ ตัว จากสื่อต่างๆ ป.๓ ๑. ใช้ภาษาต่างประเทศ เพื่อรวบรวมคำาศัพท์ที่ เกี่ยวข้องใกล้ตัว การใช้ภาษาต่างประเทศในการ รวบรวมคำาศัพท์ที่เกี่ยวข้องใกล้ ตัว จากสื่อต่างๆ ป.๔ ๑. ใช้ภาษาต่างประเทศ ในการสืบค้นและ รวบรวมข้อมูลต่างๆ การใช้ภาษาต่างประเทศในการ สืบค้นและการรวบรวมคำาศัพท์ที่ เกี่ยวข้องใกล้ตัว จากสื่อและ แหล่งการเรียนรู้ต่างๆ ป.๕ ๑. ใช้ภาษาต่างประเทศ ในการสืบค้นและ รวบรวมข้อมูลต่างๆ การใช้ภาษาต่างประเทศในการ สืบค้นและการรวบรวมคำาศัพท์ที่ เกี่ยวข้องใกล้ตัว จากสื่อและ แหล่งการเรียนรู้ต่างๆ
  • 70.
    ป.๖ ๑. ใช้ภาษาต่างประเทศ ในการสืบค้นและ รวบรวมข้อมูลต่างๆ การใช้ภาษาต่างประเทศในการ สืบค้นและการรวบรวมคำาศัพท์ที่ เกี่ยวข้องใกล้ตัวจากสื่อและ แหล่งการเรียนรู้ต่างๆ ม.๑ ๑. ใช้ภาษาต่างประเทศ ในการสืบค้น/ค้นคว้า ความรู้/ข้อมูลต่างๆ จากสื่อและแหล่งการ เรียนรู้ต่างๆ ในการ ศึกษาต่อและประกอบ อาชีพ การใช้ภาษาต่างประเทศในการ สืบค้น/การค้นคว้าความรู้/ข้อมูล ต่างๆ จากสื่อและแหล่งการเรียนรู้ ต่างๆ ในการศึกษาต่อและ ประกอบอาชีพ ม.๒ ๑. ใช้ภาษาต่างประเทศ ในการสืบค้น/ค้นคว้า รวบรวมและสรุปความ รู้/ข้อมูลต่างๆ จากสื่อ และแหล่งการเรียนรู้ ต่างๆ ในการศึกษาต่อ และประกอบอาชีพ การใช้ภาษาต่างประเทศในการ สืบค้น/การค้นคว้าความรู้/ข้อมูล ต่างๆ จากสื่อและแหล่งการเรียนรู้ ต่างๆ ในการศึกษาต่อและ ประกอบอาชีพ ๒. เผยแพร่/ ประชาสัมพันธ์ข้อมูล ข่าวสาร ของโรงเรียน เป็นภาษาต่างประเทศ การใช้ภาษาต่างประเทศในการ เผยแพร่/ประชาสัมพันธ์ข้อมูล ข่าวสารของโรงเรียน เช่น การทำาหนังสือเล่มเล็กแนะนำา โรงเรียน การทำาแผ่นปลิว ป้ายคำาขวัญ คำาเชิญชวนแนะนำา โรงเรียน การนำาเสนอข้อมูล ข่าวสารในโรงเรียนเป็นภาษา อังกฤษ ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ม.๓ ๑. ใช้ภาษาต่างประเทศ ในการสืบค้น/ค้นคว้า รวบรวม และสรุปความ รู้/ข้อมูลต่างๆ จากสื่อ และแหล่งการเรียนรู้ ต่างๆในการศึกษาต่อ และประกอบอาชีพ การใช้ภาษาต่างประเทศในการ สืบค้น/การค้นคว้าความรู้/ข้อมูล ต่างๆ จากสื่อและแหล่งการเรียนรู้ ต่างๆ ในการศึกษาต่อและ ประกอบอาชีพ
  • 71.
    ๒. เผยแพร่/ ประชาสัมพันธ์ ข้อมูล ข่าวสารของ โรงเรียนชุมชน และ ท้องถิ่น เป็นภาษาต่าง ประเทศ การใช้ภาษาต่างประเทศในการ เผยแพร่/ประชาสัมพันธ์ข้อมูล ข่าวสารของโรงเรียน ชุมชน และ ท้องถิ่น เช่น การทำาหนังสือเล่ม เล็กแนะนำาโรงเรียน ชุมชน และ ท้องถิ่น การทำาแผ่นปลิว ป้าย คำาขวัญ คำาเชิญชวนแนะนำา โรงเรียนและสถานที่สำาคัญใน ชุมชนและท้องถิ่น การนำาเสนอ ข้อมูลข่าวสารในโรงเรียน ชุมชน และท้องถิ่น เป็นภาษาอังกฤษ ม. ๔-๖ ๑. ใช้ภาษาต่างประเทศ ในการสืบค้น/ค้นคว้า รวบรวม วิเคราะห์ และ สรุปความรู้/ข้อมูลต่างๆ จากสื่อและแหล่งการ เรียนรู้ต่างๆ ในการ ศึกษาต่อและประกอบ อาชีพ การใช้ภาษาต่างประเทศในการ สืบค้น/การค้นคว้าความรู้/ข้อมูล ต่างๆ จากสื่อและแหล่งการเรียนรู้ ต่างๆ ในการศึกษาต่อและ ประกอบอาชีพ ๒. เผยแพร่/ ประชาสัมพันธ์ ข้อมูล ข่าวสารของโรงเรียน ชุมชน และท้องถิ่น/ ประเทศชาติ เป็นภาษา ต่างประเทศ การใช้ภาษาอังกฤษในการเผย แพร่/ประชาสัมพันธ์ข้อมูล ข่าวสารของโรงเรียน ชุมชน และ ท้องถิ่น/ประเทศชาติ เช่น การ ทำาหนังสือเล่มเล็กแนะนำาโรงเรียน ชุมชน ท้องถิ่น/ประเทศชาติ การ ทำาแผ่นปลิว ป้ายคำาขวัญ คำาเชิญ ชวนแนะนำาโรงเรียน สถานที่ สำาคัญในชุมชนและท้องถิ่น/ ประเทศชาติ การนำาเสนอข้อมูล ข่าวสารในโรงเรียน ชุมชน ท้องถิ่น/ประเทศชาติเป็นภาษา อังกฤษ
  • 72.
    อภิธานศัพท์ การเดาความหมายจากบริบท (context clue) การเดาความหมายของคำาศัพท์หรือข้อความที่ไม่ทราบความ หมายโดยไม่ต้องเปิดพจนานุกรมเป็นการเดาความหมายนั้นโดย อาศัยการชี้แนะจากคำาศัพท์หรือข้อความที่แวดล้อมคำาศัพท์หรือ ข้อความ ที่อ่าน เพื่อช่วยในการทำาความเข้าใจหรือตีความหมายของคำาศัพท์ หรือข้อความที่ไม่เข้าใจความหมาย การถ่ายโอนข้อมูล การแปลงข้อมูลที่ผู้ส่งสารต้องการจะสื่อสารให้ผู้รับสารเข้าใจ ความหมายในรูปแบบที่ต้องการ เช่น การถ่ายโอนข้อมูลที่เป็นคำา ประโยค หรือข้อความไปเป็นข้อมูลที่เป็นกราฟ สัญลักษณ์ รูปภาพ แผนผัง แผนภูมิ ตาราง ฯลฯ หรือการถ่ายโอนข้อมูลที่เป็นกราฟ สัญลักษณ์ รูปภาพ แผนผัง แผนภูมิ ตาราง ฯลฯ ไปเป็นข้อมูลที่ เป็นคำา ประโยค หรือข้อความ ทักษะการสื่อสาร ทักษะการฟัง การพูด การอ่าน และการเขียน ซึ่งเป็นเครื่องมือ ในการรับสารและส่งสารด้วยภาษานั้นๆ ได้อย่างสื่อความหมาย คล่องแคล่ว ถูกต้อง เข้าถึงสารได้อย่างชัดเจน บทกลอน (nursery rhyme) บทร้อยกรองสำาหรับเด็ก ที่มีคำาคล้องจองและมีความไพเราะ เพื่อช่วยให้จดจำาได้ง่าย บทละครสั้น (skit) งานเขียนหรือบทละครสั้นที่มีการแสดงออกด้วยท่าทางและคำา พูด ทำาให้เกิดความสนุกสนาน อาจเป็นเรื่องที่มาจากนิทาน นิยาย ชีวิตของคน สัตว์ สิ่งของ หรือตัดตอนมาจากงานเขียน ภาษาท่าทาง การสื่อสารโดยการแสดงท่าทางแทนคำาพูดหรือการแสดง ท่าทางประกอบคำาพูด เพื่อให้ความหมายมีความชัดเจนยิ่งขึ้น การ แสดงท่าทางต่างๆ อาจแสดงได้ลักษณะ เช่น การแสดงออกทาง
  • 73.
    สีหน้า การสบตา การเคลื่อนไหวศีรษะมือ การยกมือ การพยัก หน้า การเลิกคิ้ว เป็นต้น วัฒนธรรมของเจ้าของภาษา วิถีการดำาเนินชีวิตของคนในสังคมที่ใช้ภาษานั้น นับตั้งแต่วิธี การกินอยู่ การแต่งกาย การทำางาน การพักผ่อน การแสดงอารมณ์ การสื่อความ ค่านิยม ความคิด ความเชื่อ ทัศนคติ ขนบธรรมเนียม ประเพณี เทศกาล งานฉลอง และมารยาท เป็นต้น สื่อที่ไม่ใช่ความเรียง (non-text information) สิ่งที่ใช้สื่อสารแทนคำา วลี ประโยค และข้อความ เช่น กราฟ สัญลักษณ์ รูปภาพ สิ่งของ แผนผัง แผนภูมิ ตาราง เป็นต้น
  • 74.
    คณะผู้จัดทำา คณะที่ปรึกษา 1. คุณหญิงกษมา วรวรรณณ อยุธยา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้น พื้นฐาน 2. นายวินัย รอดจ่าย รองเลขาธิการคณะกรรมการการ ศึกษาขั้นพื้นฐาน 3. นายสุชาติ วงศ์สุวรรณ ที่ปรึกษาด้านพัฒนากระบวนการเรียน รู้ 4. นางเบญจลักษณ์ นำ้าฟ้า ผู้อำานวยการสำานักวิชาการและ มาตรฐานการศึกษา 5. นางภาวนี ธำารงเลิศฤทธิ์ รองผู้อำานวยการสำานักวิชาการและ มาตรฐานการศึกษา คณะทำางานยกร่าง 1. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุดา พร ลักษณียนาวิน จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย ประธาน 2. รองศาสตราจารย์สุชาดา นิมมานนิตย์ จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย คณะทำางาน 3. นางกุศยา แสงเดช ข้าราชการบำานาญ คณะทำางาน 4. นางสุดา ใบแย้ม ข้าราชการบำานาญ คณะทำางาน 5. นางสาวศิริพรรณ อรรถวิน ข้าราชการบำานาญ คณะทำางาน 6. นางศุภลักข์ โกมารกุล ณ นคร สถาบันทดสอบ TOEIC คณะทำางาน 7. Mr. Robert Woodhead สถาบันทดสอบ TOEIC คณะทำางาน 8. นางสิรีธร เบญจางคประเสริฐ สำานักบริหารงานคณะ กรรมการส่งเสริมการ ศึกษาเอกชน คณะทำางาน 9. นางปราณี ศิริรัตน์ สำานักงานเขตพื้นที่การ ศึกษากรุงเทพมหานคร เขต ๑ คณะทำางาน 10. นางปราณี บุญไทย สำานักงานเขตพื้นที่การ ศึกษากรุงเทพมหานคร คณะทำางาน
  • 75.
    เขต ๑ 11. นางสาวพิรุณติละภัทร สำานักงานเขตพื้นที่การ ศึกษากรุงเทพมหานคร เขต ๒ คณะทำางาน 12. นางภารดี อิงขจรกุล โรงเรียนเตรียม อุดมศึกษา คณะทำางาน 13. นางพรทิพา ถาวรบุตร โรงเรียนศึกษานารี คณะทำางาน 14. นางสาวธีรา พงษ์ศาสตร์ โรงเรียนศรีอยุธยา คณะทำางาน 15. นางพรสวาท เจริญทรัพย์ โรงเรียนบางกะปิ คณะทำางาน 16. นางพรสิริ อิงคชัยโชติ โรงเรียนบางกะปิ คณะทำางาน 17. นางอัจฉรา สภานนท์ โรงเรียนดอนเมือง ทหารอากาศบำารุง คณะทำางาน 18. นางสาวสาลี่ ศิลปธรรม โรงเรียนวัดดอนขุนห้วย คณะทำางาน 19. นางพุทธสอน ไชยเดชะ โรงเรียนวัดประยุรวงศาวาส คณะทำางาน 20. นางสาววีณา วัฒโนภาษ โรงเรียนชุมชนวัดราษฎร บำารุง คณะทำางาน 21. นางสาวนงลักษณ์ เดช ดำาเกิงชัย โรงเรียนเผยอิง คณะทำางาน 22. นางสาวขนิษฐา สุวรรณ รุจิ สำานักวิชาการและมาตรฐาน การศึกษา คณะทำางาน 23. นางสาวจันทรา ตันติ พงศานุรักษ์ สำานักวิชาการและมาตรฐาน การศึกษา คณะทำางาน และ เลขานุการ 24. นางสาวอังคณา ผิว เกลี้ยง สำานักวิชาการและมาตรฐาน การศึกษา คณะทำางาน และผู้ช่วย เลขานุการ 25. นางสาวเงินยวง นุด ตะเคียน สำานักวิชาการและมาตรฐาน การศึกษา คณะทำางาน และผู้ช่วย เลขานุการ คณะบรรณาธิการ 1. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุดา พร ลักษณียนาวิน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 2. รองศาสตราจารย์สุชาดา นิมมานนิตย์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 3. รองศาสตราจารย์ ดร.สุมาลี ชิ โนกุล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • 76.
    4. นางทวิชา แพทย์วิบูลย์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 5. นางศุภลักข์ โกมารกุล ณ นคร สถาบันทดสอบ TOEIC 6. Mr.Robert Woodhead สถาบันทดสอบ TOEIC 7. นางสาวละเอียด จุฑานันท์ สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่ง ชาติ (องค์การมหาชน) 8. นางสาวกิ่งแก้ว อารีรักษ์ สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่ง ชาติ (องค์การมหาชน) 9. นางกุศยา แสงเดช ข้าราชการบำานาญ 10. นางสาววาสี ปรุงสิงห์ ข้าราชการบำานาญ 11. นางวัฒนาพร ระงับทุกข์ สถาบันภาษาอังกฤษ สพฐ. 12. นางสาวพรพิมล ประสงค์พร สถาบันภาษาอังกฤษ สพฐ. 13. นางสาวพิรุณ ติละภัทร สำานักงานเขตพื้นที่การศึกษา กรุงเทพมหานคร เขต ๒ 14. นางฉัตรแก้ว เภาวิเศษ สำานักงานเขตพื้นที่การศึกษา กรุงเทพมหานคร เขต ๓ 15. นางภมร จันทรโชตะ สำานักงานเขตพื้นที่การศึกษา สุราษฎร์ธานี เขต ๑ 16. นางสาวคณาพร คมสัน สำานักงานเขตพื้นที่การศึกษา สมุทรปราการ เขต ๑ 17. นางสาวสุเบดา ปาทาน โรงเรียนดัดดรุณี 18. นางปาลีรัฐ จันทรางกูร โรงเรียนนวมินทราชินูทิศเบญจมราชาลัย 19. นางสุพัตรา สมสุวรรณ ชัย โรงเรียนลาดปลาเค้าพิทยาคม 20. นางพุทธสอน ไชย เดชะ โรงเรียนวัดประยุรวงศาวาส 21. นางสาววีณา วัฒโน ภาษ โรงเรียนชุมชนวัดราษฎร์บำารุง 22. นางสิริกร สุกิน โรงเรียนทวีธาภิเศก ๒ 23. นางสาวศุภร คงธนะ โรงเรียนศรีบุณยานนท์ 24. นางเตือนใจ อัคร วิเชียร โรงเรียนมัธยมวัดสิงห์ 25. นางสาวรตาภรณ์ มา นพพงษ์ โรงเรียนกุนนทีรุทธารามวิทยาคม 26. นางเพ็ญสินี แสงชะอุ่ม โรงเรียนอมรินทราราม
  • 77.
    27. นางสาวอรพิน รุ่งเรืองโรงเรียนคลองมะขามเทศ 28. นางภาวนี ธำารงเลิศ ฤทธิ์ สำานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา 29. นางสาวรุ่งนภา นุตรา วงศ์ สำานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา 30. นางสาวขนิษฐา สุวรรณรุจิ สำานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา 31. นางสาวจันทรา ตันติ พงศานุรักษ์ สำานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา 32. นางสาวอังคนา ผิว เกลี้ยง สำานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา 33. นางสาวเงินยวง นุด ตะเคียน สำานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา 34. นางเสาวภา ศักดา สำานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา ฝ่ายเลขานุการโครงการ 1. นางสาวรุ่งนภา นุตรา วงศ์ สำานักวิชาการและ มาตรฐานการศึกษา หัวหน้า โครงการ 2. นางสาวจันทรา ตันติ พงศานุรักษ์ สำานักวิชาการและ มาตรฐานการศึกษา คณะทำางาน 3. นางดรุณี จำาปาทอง สำานักวิชาการและ มาตรฐานการศึกษา คณะทำางาน 4. นางสาวพรนิภา ศิลป์ ประคอง สำานักวิชาการและ มาตรฐานการศึกษา คณะทำางาน 5. นางเสาวภา ศักดา สำานักวิชาการและ มาตรฐานการศึกษา คณะทำางาน 6. นางสาวกอบกุล สุกขะ สำานักวิชาการและ มาตรฐานการศึกษา คณะทำางาน 7. นางสุขเกษม เทพสิทธิ์ สำานักวิชาการและ มาตรฐานการศึกษา คณะทำางาน 8. นายวีระเดช เชื้อนาม สำานักวิชาการและ มาตรฐานการศึกษา คณะทำางาน 9. ว่าที่ ร.ต. สุราษฏร์ ทอง เจริญ สำานักวิชาการและ มาตรฐานการศึกษา คณะทำางาน 10. นางสาวประภาพรรณ แม้นสมุทร สำานักวิชาการและ มาตรฐานการศึกษา คณะทำางาน 11. นายอนุจินต์ ลาภ สำานักวิชาการและ คณะ
  • 78.
    ธนาภรณ์ มาตรฐานการศึกษา ทำางาน คณะผู้รับผิดชอบกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ 1.นางสาวจันทรา ตันติ พงศานุรักษ์ สำานักวิชาการและมาตรฐาน การศึกษา 2. นางสาวอังคนา ผิว เกลี้ยง สำานักวิชาการและมาตรฐาน การศึกษา 3. นางสาวเงินยวง นุด ตะเคียน สำานักวิชาการและมาตรฐาน การศึกษา 4. นางเสาวภา ศักดา สำานักวิชาการและมาตรฐาน การศึกษา