1
โค้ชเจ้านายแบบเนียนๆทาอย่างไร ให้ได้ใจเจ้านาย
โดย ศิริรัตน์ ศิริวรรณ วิทยากร และโค้ชที่ได้รับการรับรองจากสหพันธ์โค้ชนานาชาติ
(Associate Certified Coach)
บริษัท บี วินนิ่ง เทรน แอนด์ โค้ช จากัด (www.bewinning.biz) sirirat@bewinning.biz
ในระหว่างการฝึกอบรมหลักสูตรการโค้ช ผู้เข้าอบรมจากหลายองค์กรมักตั้งคาถามผู้เขียนว่า “จะ
สามารถนา Coaching ไปใช้ในการโค้ชเจ้านายได้หรือไม่?” ผู้เขียนตอบเลยว่า“ได้ แต่อย่าให้เจ้านายรู้
ว่าเรากาลังจะโค้ชเขาก็แล้วกัน เพราะเขาอาจจะเริ่มสร้างกาแพงปกป้ องตนเอง แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับ
คุณลักษณะ อุปนิสัยของเจ้านายแต่ละคน รวมถึง ความสัมพันธ์ระหว่างตัวเรากับเจ้านายด้วย”
ที่จริง การโค้ชสามารถนามาใช้ในหลากหลายสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็นโค้ชคนในครอบครัว โค้ชตนเอง
โค้ชลูกค้า หรือโค้ชผู้บังคับบัญชา อย่างไรก็ตาม การโค้ชคนที่เรามีความสัมพันธ์ใกล้ชิดสนิทสนมอาจ
เป็นเรื่องท้าทายมากกว่าการโค้ชคนที่เราไม่รู้จักหรือลูกค้า เพราะเราอาจมีความคาดหวังหรือมีวาระ
ซ่อนเร้นที่อยากให้คนใกล้ชิดเราคิดหรือเป็นอย่างที่เราต้องการ ขณะที่ผู้รับการโค้ชเองก็อาจรู้สึกแปลกๆ
ที่ต้องรับการโค้ชจากคนที่ตนเองรู้จักดีเป็นการส่วนตัว
ในกรณีการโค้ชเจ้านาย ลูกน้องที่คิดจะโค้ชเจ้านายต้องทาการบ้านมากเป็นพิเศษ ต้องวางแผนการ
พูดจาสื่อสารที่จะทาให้เจ้านายไม่รู้สึกว่ากาลังจะถูกโค้ชหรือเสียหน้า อย่างไรก็ตาม ต้องพิจารณาถึง
ลักษณะและระดับของความสัมพันธ์ที่มีอยู่เดิม และความคุ้นเคยที่เจ้านายมีต่อการโค้ช ในองค์กรที่มี
การสร้างวัฒนธรรมการโค้ชให้เกิดขึ้น บุคลากรในองค์กรทุกระดับ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ระดับบริหาร
อาจมีความคุ้นเคยกับการพูดจาภาษาโค้ชเป็นต้นทุนเดิมอยู่แล้ว และมีการสื่อสารเพื่อสร้างความชัดเจน
ตั้งแต่ต้นว่า ให้พนักงานทุกระดับใช้การโค้ชเป็นเครื่องมือในการสื่อสารระหว่างกัน เมื่อเผชิญ
สถานการณ์ท้าทายต่างๆให้ตั้งคาถามซึ่งกันและกันได้ ไม่จาเป็นว่าเจ้านายจะต้องเป็นผู้ตั้งคาถามฝ่าย
เดียวเท่านั้น แต่ตัวลูกน้องสามารถตั้งคาถามต่างๆกับเจ้านายเช่นกัน เพียงแต่ให้กระทาบนพื้นฐาน
ของความเคารพและให้เกียรติซึ่งกันและกัน
อย่างไรก็ตาม เพื่อให้การโค้ชเจ้านายดาเนินไปอย่างราบรื่น มีประสิทธิภาพ ธารงรักษาไว้ซึ่ง
ความสัมพันธ์อันดี การโค้ชเจ้านายควรกระทาอย่างศิลปะ ตามแนวทาง ดังต่อไปนี้
 ฟังมุมมองของเจ้านายที่มีต่อสถานการณ์ใดสถานการณ์หนึ่ง ฟังอย่างลึกซึ้งและกล่าวสร้างความ
กระจ่างแจ้ง (Clarify) เป็นระยะ เช่น “ดูเหมือนว่า คุณเก่งอยากจะให้ผมโฟกัสไปที่ลูกค้าก่อน”
“ดูเหมือนคุณเก่งอยากให้ทีมของเราใช้เรื่องนี้เป็นกรณีศึกษา”
2
 แสดงความเข้าอกเข้าใจ (Acknowledge) มุมมอง ความคิดเห็น อารมณ์ ความรู้สึกของเจ้านาย
ด้วยความจริงใจเป็นระยะ อย่าตัดสินเจ้านาย และพิจารณาประเด็นที่เป็นประโยชน์ที่สามารถ
นามาใช้ได้จริง เช่น “ผมเข้าใจว่าทาไมคุณเก่งถึงให้ความสาคัญกับเรื่องวินัยในการทางานมาก”
“ผมคิดว่าคุณเก่งนาพวกเราถูกทางแล้วนะครับ”
 แสดงความชื่นชมแนวความคิด และพฤติกรรมของเจ้านายด้วยความจริงใจและเฉพาะเจาะจง
เช่น “ความเห็นของคุณเก่งเรื่องแผนการตลาดทาให้ผมเห็นทางออกชัดเจนเลยทีเดียว” “การที่
คุณเก่งช่วยให้ Feedback ผมเรื่องผลการวิเคราะห์ยอดขาย ช่วยให้ผมทางานได้คม ชัด ลึก
ขึ้นมาก”
จากสิ่งที่เจ้านายพูดออกมา หากลูกน้องคิดหรือรู้สึกว่าเจ้านายอาจมองสถานการณ์ไม่รอบด้าน หรือวิธี
แก้ปัญหาของเจ้านาย อาจส่งผลกระทบบางอย่าง หรืออาจไม่ตอบสนองต่อเป้ าหมายหรือความคาดหวัง
ที่ได้พูดคุยกันไว้ตั้งแต่ต้น เมื่อบรรยากาศการสนทนาดาเนินไปด้วยดี เจ้านายรู้สึกไว้วางใจ ให้ขอ
อนุญาตเจ้านายเพื่อสอบถามเพิ่มเติมบางประเด็น (กาลังเริ่มโค้ชเจ้านาย) เช่น สอบถามความ
คาดหวัง “คุณเก่งคาดหวังผลลัพธ์อย่างไรครับ?” หรือสอบถามให้เจ้านายคิดให้กว้างขึ้น เช่น “ผมเห็น
ด้วยครับเรื่องการนาแคมเปญ 3 แถม 1 มาใช้กับตัวแทนจาหน่ายใหม่ ผมขอนุญาตเรียนสอบถาม
เพิ่มเติมครับ เพราะคุณเก่งบอกผมว่า ต้องการบรรลุเป้ าการขาย 100% คุณเก่งคิดว่าการนาแคมเปญนี้
มาใช้กับตัวแทนใหม่จะตอบโจทย์ของเราหรือไม่ครับ?” “คุณเก่งคาดหวังผลลัพธ์จากแคมเปญไว้อย่างไร
ครับเมื่อเทียบกับเป้ าหมาย?” เมื่อเจ้านายตอบ ให้กล่าวสร้างความกระจ่างแจ้งเป็นระยะ การกล่าว
สร้างความกระจ่างแจ้งเป็นทักษะสาคัญในการสร้างการตระหนักรู้ได้ดี แทนที่จะบอกหรือพูดสิ่งที่คิด
ออกไปตรงๆ เช่น “ดูเหมือนว่า ยังมีบางสิ่งในจิ๊กซอว์ที่เราต้องเติมให้เต็ม”
 เมื่อบรรยากาศการสนทนาดาเนินไปด้วยดีเต็มไปด้วยความไว้วางใจซึ่งกันและกัน ให้ขออนุญาต
แสดงความคิดเห็นของตนเอง ชี้ให้เห็นคุณประโยชน์ของความคิดเห็นหรือข้อเสนอ และ
สอบถามความคิดเห็นของเจ้านายว่าเขาคิดอย่างไร ฟังเจ้านายอย่างลึกซึ้ง
 สรุปผลการพูดคุย สิ่งที่จะต้องดาเนินการ และสอบถามเจ้านายว่าที่สรุปมาครอบคลุมทุก
ประเด็นหรือไม่ และเจ้านายมีคาแนะนาเพิ่มเติมอะไรอีกหรือไม่
 แสดงความขอบคุณและซาบซึ้งที่เจ้านายช่วยให้สามารถหาทางออกที่ลงตัวได้ในที่สุด บอก
เจ้านายด้วยว่าได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆจากเจ้านายไปบ้าง?
การโค้ชเป็นศิลปะ การโค้ชเจ้านายยิ่งต้องใช้ศิลปะมากขึ้น ตัวอย่างการโค้ชข้างต้นเป็นแนวทางที่ท่าน
ผู้อ่านสามารถนาไปใช้ ปัจจัยสาคัญที่จะทาให้การโค้ชเจ้านายประสบความสาเร็จคือการสร้าง
บรรยากาศของความไว้วางใจ การให้เกียรติ และความเคารพ การไม่ตัดสินเจ้านาย แต่ดึงสิ่งที่มี
ประโยชน์มาใช้ ให้อากาศบริสุทธิ์แก่เจ้านายด้วยการชม การแสดงความเข้าอกเข้าใจ สอบถามความ
3
คาดหวังที่ชัดเจน แสดงออกซึ่งความเป็นมืออาชีพ ชี้แจงให้เจ้านายรู้ว่าการที่เราต้องตั้งคาถามต่างๆก็
เพื่อที่จะได้ตอบสนองความต้องการได้ตรงจุด แสดงความคิดเห็นของตนได้ ขณะที่ใจเปิดกว้างพร้อมรับ
ฟังความคิดเห็นของเจ้านายเช่นกัน เจ้านายทุกคนมีทั้งข้อดี ข้อเสีย มีธรรมชาติและกิเลสในแบบที่
มนุษย์ทุกคนมี เราในฐานะลูกน้องหากเข้าใจความเป็นมนุษย์ของเจ้านายและตอบสนองได้อย่าง
เหมาะสม สอดคล้อง ลื่นไหล บรรยากาศการสนทนาย่อมดาเนินไปในลักษณะร่วมแรงร่วมใจและ
ไว้วางใจ หากเราไม่ยึดตนเองเป็นศูนย์กลางและทาตนให้เหมือนน้าที่ปรับตนไปตามภาชนะที่บรรจุ แต่
มันยังคงเป็นน้าที่บริสุทธิ์เหมือนเดิม การโค้ชคือการทาตนให้เหมือนน้า โค้ชปรับตน ปรับการสนทนา
พูดจาให้สอดคล้องกับคุณลักษณะ และสถานการณ์ในการโค้ช แต่ยังคงคุมกระบวนการอยู่ พึงทาตน
เป็นน้า แล้วจะสามารถเป็นโค้ชที่ดีให้แก่ทุกคนได้

โค้ชเจ้านายแบบเนียนๆทำอย่างไรให้ได้ใจเจ้านาย โดย ศิริรัตน์ ศิริวรรณ

  • 1.
    1 โค้ชเจ้านายแบบเนียนๆทาอย่างไร ให้ได้ใจเจ้านาย โดย ศิริรัตน์ศิริวรรณ วิทยากร และโค้ชที่ได้รับการรับรองจากสหพันธ์โค้ชนานาชาติ (Associate Certified Coach) บริษัท บี วินนิ่ง เทรน แอนด์ โค้ช จากัด (www.bewinning.biz) sirirat@bewinning.biz ในระหว่างการฝึกอบรมหลักสูตรการโค้ช ผู้เข้าอบรมจากหลายองค์กรมักตั้งคาถามผู้เขียนว่า “จะ สามารถนา Coaching ไปใช้ในการโค้ชเจ้านายได้หรือไม่?” ผู้เขียนตอบเลยว่า“ได้ แต่อย่าให้เจ้านายรู้ ว่าเรากาลังจะโค้ชเขาก็แล้วกัน เพราะเขาอาจจะเริ่มสร้างกาแพงปกป้ องตนเอง แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับ คุณลักษณะ อุปนิสัยของเจ้านายแต่ละคน รวมถึง ความสัมพันธ์ระหว่างตัวเรากับเจ้านายด้วย” ที่จริง การโค้ชสามารถนามาใช้ในหลากหลายสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็นโค้ชคนในครอบครัว โค้ชตนเอง โค้ชลูกค้า หรือโค้ชผู้บังคับบัญชา อย่างไรก็ตาม การโค้ชคนที่เรามีความสัมพันธ์ใกล้ชิดสนิทสนมอาจ เป็นเรื่องท้าทายมากกว่าการโค้ชคนที่เราไม่รู้จักหรือลูกค้า เพราะเราอาจมีความคาดหวังหรือมีวาระ ซ่อนเร้นที่อยากให้คนใกล้ชิดเราคิดหรือเป็นอย่างที่เราต้องการ ขณะที่ผู้รับการโค้ชเองก็อาจรู้สึกแปลกๆ ที่ต้องรับการโค้ชจากคนที่ตนเองรู้จักดีเป็นการส่วนตัว ในกรณีการโค้ชเจ้านาย ลูกน้องที่คิดจะโค้ชเจ้านายต้องทาการบ้านมากเป็นพิเศษ ต้องวางแผนการ พูดจาสื่อสารที่จะทาให้เจ้านายไม่รู้สึกว่ากาลังจะถูกโค้ชหรือเสียหน้า อย่างไรก็ตาม ต้องพิจารณาถึง ลักษณะและระดับของความสัมพันธ์ที่มีอยู่เดิม และความคุ้นเคยที่เจ้านายมีต่อการโค้ช ในองค์กรที่มี การสร้างวัฒนธรรมการโค้ชให้เกิดขึ้น บุคลากรในองค์กรทุกระดับ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ระดับบริหาร อาจมีความคุ้นเคยกับการพูดจาภาษาโค้ชเป็นต้นทุนเดิมอยู่แล้ว และมีการสื่อสารเพื่อสร้างความชัดเจน ตั้งแต่ต้นว่า ให้พนักงานทุกระดับใช้การโค้ชเป็นเครื่องมือในการสื่อสารระหว่างกัน เมื่อเผชิญ สถานการณ์ท้าทายต่างๆให้ตั้งคาถามซึ่งกันและกันได้ ไม่จาเป็นว่าเจ้านายจะต้องเป็นผู้ตั้งคาถามฝ่าย เดียวเท่านั้น แต่ตัวลูกน้องสามารถตั้งคาถามต่างๆกับเจ้านายเช่นกัน เพียงแต่ให้กระทาบนพื้นฐาน ของความเคารพและให้เกียรติซึ่งกันและกัน อย่างไรก็ตาม เพื่อให้การโค้ชเจ้านายดาเนินไปอย่างราบรื่น มีประสิทธิภาพ ธารงรักษาไว้ซึ่ง ความสัมพันธ์อันดี การโค้ชเจ้านายควรกระทาอย่างศิลปะ ตามแนวทาง ดังต่อไปนี้  ฟังมุมมองของเจ้านายที่มีต่อสถานการณ์ใดสถานการณ์หนึ่ง ฟังอย่างลึกซึ้งและกล่าวสร้างความ กระจ่างแจ้ง (Clarify) เป็นระยะ เช่น “ดูเหมือนว่า คุณเก่งอยากจะให้ผมโฟกัสไปที่ลูกค้าก่อน” “ดูเหมือนคุณเก่งอยากให้ทีมของเราใช้เรื่องนี้เป็นกรณีศึกษา”
  • 2.
    2  แสดงความเข้าอกเข้าใจ (Acknowledge)มุมมอง ความคิดเห็น อารมณ์ ความรู้สึกของเจ้านาย ด้วยความจริงใจเป็นระยะ อย่าตัดสินเจ้านาย และพิจารณาประเด็นที่เป็นประโยชน์ที่สามารถ นามาใช้ได้จริง เช่น “ผมเข้าใจว่าทาไมคุณเก่งถึงให้ความสาคัญกับเรื่องวินัยในการทางานมาก” “ผมคิดว่าคุณเก่งนาพวกเราถูกทางแล้วนะครับ”  แสดงความชื่นชมแนวความคิด และพฤติกรรมของเจ้านายด้วยความจริงใจและเฉพาะเจาะจง เช่น “ความเห็นของคุณเก่งเรื่องแผนการตลาดทาให้ผมเห็นทางออกชัดเจนเลยทีเดียว” “การที่ คุณเก่งช่วยให้ Feedback ผมเรื่องผลการวิเคราะห์ยอดขาย ช่วยให้ผมทางานได้คม ชัด ลึก ขึ้นมาก” จากสิ่งที่เจ้านายพูดออกมา หากลูกน้องคิดหรือรู้สึกว่าเจ้านายอาจมองสถานการณ์ไม่รอบด้าน หรือวิธี แก้ปัญหาของเจ้านาย อาจส่งผลกระทบบางอย่าง หรืออาจไม่ตอบสนองต่อเป้ าหมายหรือความคาดหวัง ที่ได้พูดคุยกันไว้ตั้งแต่ต้น เมื่อบรรยากาศการสนทนาดาเนินไปด้วยดี เจ้านายรู้สึกไว้วางใจ ให้ขอ อนุญาตเจ้านายเพื่อสอบถามเพิ่มเติมบางประเด็น (กาลังเริ่มโค้ชเจ้านาย) เช่น สอบถามความ คาดหวัง “คุณเก่งคาดหวังผลลัพธ์อย่างไรครับ?” หรือสอบถามให้เจ้านายคิดให้กว้างขึ้น เช่น “ผมเห็น ด้วยครับเรื่องการนาแคมเปญ 3 แถม 1 มาใช้กับตัวแทนจาหน่ายใหม่ ผมขอนุญาตเรียนสอบถาม เพิ่มเติมครับ เพราะคุณเก่งบอกผมว่า ต้องการบรรลุเป้ าการขาย 100% คุณเก่งคิดว่าการนาแคมเปญนี้ มาใช้กับตัวแทนใหม่จะตอบโจทย์ของเราหรือไม่ครับ?” “คุณเก่งคาดหวังผลลัพธ์จากแคมเปญไว้อย่างไร ครับเมื่อเทียบกับเป้ าหมาย?” เมื่อเจ้านายตอบ ให้กล่าวสร้างความกระจ่างแจ้งเป็นระยะ การกล่าว สร้างความกระจ่างแจ้งเป็นทักษะสาคัญในการสร้างการตระหนักรู้ได้ดี แทนที่จะบอกหรือพูดสิ่งที่คิด ออกไปตรงๆ เช่น “ดูเหมือนว่า ยังมีบางสิ่งในจิ๊กซอว์ที่เราต้องเติมให้เต็ม”  เมื่อบรรยากาศการสนทนาดาเนินไปด้วยดีเต็มไปด้วยความไว้วางใจซึ่งกันและกัน ให้ขออนุญาต แสดงความคิดเห็นของตนเอง ชี้ให้เห็นคุณประโยชน์ของความคิดเห็นหรือข้อเสนอ และ สอบถามความคิดเห็นของเจ้านายว่าเขาคิดอย่างไร ฟังเจ้านายอย่างลึกซึ้ง  สรุปผลการพูดคุย สิ่งที่จะต้องดาเนินการ และสอบถามเจ้านายว่าที่สรุปมาครอบคลุมทุก ประเด็นหรือไม่ และเจ้านายมีคาแนะนาเพิ่มเติมอะไรอีกหรือไม่  แสดงความขอบคุณและซาบซึ้งที่เจ้านายช่วยให้สามารถหาทางออกที่ลงตัวได้ในที่สุด บอก เจ้านายด้วยว่าได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆจากเจ้านายไปบ้าง? การโค้ชเป็นศิลปะ การโค้ชเจ้านายยิ่งต้องใช้ศิลปะมากขึ้น ตัวอย่างการโค้ชข้างต้นเป็นแนวทางที่ท่าน ผู้อ่านสามารถนาไปใช้ ปัจจัยสาคัญที่จะทาให้การโค้ชเจ้านายประสบความสาเร็จคือการสร้าง บรรยากาศของความไว้วางใจ การให้เกียรติ และความเคารพ การไม่ตัดสินเจ้านาย แต่ดึงสิ่งที่มี ประโยชน์มาใช้ ให้อากาศบริสุทธิ์แก่เจ้านายด้วยการชม การแสดงความเข้าอกเข้าใจ สอบถามความ
  • 3.
    3 คาดหวังที่ชัดเจน แสดงออกซึ่งความเป็นมืออาชีพ ชี้แจงให้เจ้านายรู้ว่าการที่เราต้องตั้งคาถามต่างๆก็ เพื่อที่จะได้ตอบสนองความต้องการได้ตรงจุดแสดงความคิดเห็นของตนได้ ขณะที่ใจเปิดกว้างพร้อมรับ ฟังความคิดเห็นของเจ้านายเช่นกัน เจ้านายทุกคนมีทั้งข้อดี ข้อเสีย มีธรรมชาติและกิเลสในแบบที่ มนุษย์ทุกคนมี เราในฐานะลูกน้องหากเข้าใจความเป็นมนุษย์ของเจ้านายและตอบสนองได้อย่าง เหมาะสม สอดคล้อง ลื่นไหล บรรยากาศการสนทนาย่อมดาเนินไปในลักษณะร่วมแรงร่วมใจและ ไว้วางใจ หากเราไม่ยึดตนเองเป็นศูนย์กลางและทาตนให้เหมือนน้าที่ปรับตนไปตามภาชนะที่บรรจุ แต่ มันยังคงเป็นน้าที่บริสุทธิ์เหมือนเดิม การโค้ชคือการทาตนให้เหมือนน้า โค้ชปรับตน ปรับการสนทนา พูดจาให้สอดคล้องกับคุณลักษณะ และสถานการณ์ในการโค้ช แต่ยังคงคุมกระบวนการอยู่ พึงทาตน เป็นน้า แล้วจะสามารถเป็นโค้ชที่ดีให้แก่ทุกคนได้