โครงงานลูกอมเพื่อลมหายใจสดชื่น
เนื่องจากตลอดวันเรารับประทานอาหาร ขนม เครื่องดื่ม และอาหารบางอย่างที่มี
ส่วนประกอบของวัตถุดิบที่มีกลิ่นฉุน เช่น กระเทียม ปลาร้า เป็นต้น และส่วนใหญ่มักไม่ได้
แปลงฟันช่วงกลางวัน หรืออาจจะสูบบุหรี่ ดื่มสุรา ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมานี้ ก่อให้เกิดกลิ่นปาก
หรือปากเหม็นหรือลมหายใจไม่สะอาด หากเกิดกับใครก็ทาให้ขาดความมั่นใจ
ผู้จัดทาจึงสนใจที่จะศึกษาและหาแนวทางแก้ไขปัญหานี้ โดยการศึกษาสมุนไพรที่หา
ได้ง่ายในท้องถิ่นและมีสรรพคุณดับกลิ่นปาก เช่น ใบสะระแหน่ มะนาว ใบชา ใบฝรั่ง และ
ศึกษาวิธีการทาลูกอมเพื่อทาลูกอมสมุนไพรดับกลิ่นปาก
ที่มาและความสาคัญของโครงงาน
1. เพื่อศึกษาสมุนไพรในท้องถิ่นที่มีสรรพคุณในการดับกลิ่นปาก
2. เพื่อศึกษาวิธีการทาลูกอม
3.เพื่อเพิ่มคุณประโยชน์ของลูกอมให้สามารถดับกลิ่นปากได้
วัตถุประสงค์
การเกิดกลิ่นปาก
กลิ่นปากหรือปากเหม็น หรือลมหายใจไม่สะอาด
หากเกิดขึ้นกับใครก็ทาให้ขาดความมั่นใจ จะปรึกษาใครก็
รู้สึกเป็นสิ่งน่าอาย บทความนี้อาจจะช่วยให้ท่านลดกลิ่น
ปาก ตาแหน่งที่เกิดกลิ่นปากมากที่สุดคือลิ้นเนื่องจากผิว
ลิ้นหยาบ ดังนั้นหากเกิดกลิ่นปากลองทาความสะอาดลิ้น
ก่อนเป็นอันดับแรก
เกิดจากเชื้อแบคทีเรียในปากตายทาให้เกิดสาร sulfur
ออกมาจึงเกิดกลิ่น แบคทีเรียสลายอาหารที่อยู่ในปาก
น้าลายลดลงทาให้เชื้อแบคทีเรีย หรืออาหารไม่ถูกชะล้าง
กลไกการเกิดกลิ่นปาก
สาเหตุจากในปาก
กลิ่นปากตอนตื่นเช้า เป็นเรื่องปกติเพราะปากจะแห้งทา
ให้มีการหมักหมม สายหน่อยเมื่อมีน้าลายกลิ่นปากจะลดลง
ปากแห้ง เป็นภาวะที่มีน้าลายน้อยทาให้เกิดการหมักหมม
เช่นตื่นนอนตอนเช้า โรคเบาหวาน หรือเกิดจากยา
สาเหตุ
อาหาร เครื่องดื่มและยา สารเคมีในอาหารและยาจะ
ถูกขับออกมา เช่น กลิ่นสุรา กระเทียมเป็นต้น ภาวะนี้จะ
เป็นชั่วคราว
การสูบบุหรี่ การอดอาหาร จะทาให้มีกลิ่น keytone
สาเหตุจากในปาก
กลิ่นปากส่วนใหญ่เกิดจากในปาก เชื้อแบคที่เรียย่อย
โปรตีนและอาหารทาให้เกิดกลิ่นปาก ปัจจัยที่ส่งเสริมทาให้เกิด
กลิ่นปากได้แก่
- เศษอาหารที่ติดตามซอกฟัน ซึ่งการแปรงฟันไม่สามารถ
ขจัดเศษอาหารเหล่านี้ได้
- คราบหินปูน และโรคเหงือก ซึ่งจะมีเชื้อแบคทีเรียย่อย
อาหารทาให้เกิดกลิ่น
การดูแลเรื่องกลิ่นปาก เรื่องอนามัยในช่องปาก
- การแปรงฟันอย่างน้อยสองครั้งต่อสัปดาห์ แปรงให้ถูก
วิธีและไม่แปรงแรงเกินไป ต้องแปรงอย่างน้อยวันละ2 ครั้ง
เช้าและก่อนนอน ต้องเลือกใช้แปรงที่ขนนุ่มปลายมน และ
แปรงอย่างถูกวิธี ยาสีฟันควรจะใช้ชนิดที่มีส่วนผสมของ
ฟลูออไรด์
การดูแลเรื่องกลิ่นปาก
- การใช้ไหมขัดฟันอย่างน้อยวันละครั้ง หากจะให้
ดีควรจะทาวันละสองครั้งการใช้ไหมขัดฟันจะช่วยขจัด
คราบหินปูน และเศษอาหารตามซอกฟัน
เนื่องจากคราบหินปูนมักจะจับบริเวณซอกฟันและ
รอยต่อระหว่างเหงือก และฟัน ซึ่งแปรงสีฟันไม่สามารถ
เข้าไปทาความสะอาดได้อย่างถั่วถึง
- การปรึกษาทันตแพทย์ปีละสองครั้ง
- ให้รับประทานอาหารครบ 3 มื้อทุกวัน
- ให้ดื่มน้ามะนาวซึ่งจะเพิ่มปริมาณน้าลาย
- ให้ดื่มน้าวันละ 8 แก้ว
เรื่องอาหารและเครื่องดื่ม
- อาหารน้าตาลและที่เป็นกรดจะทาให้เกิดกลิ่นปาก และ
เกิดฟันผุ ควรจะหลีกเลี่ยงอาหารดังกล่าว
- ลดปริมาณหรือความถี่อาหารที่มีรสหวาน และไม่ควร
จะรับประทานอาหารหวานเป็นของว่าง
- หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่เป็นกรด เช่นน้าอัดลม น้าผลไม้ให้
ดื่มไม่ต้องอมเพื่อลดเวลาที่ฟันสัมผัสกรด
- ให้ดื่มน้า ชา หรือนม แทนเครื่องดื่มที่เป็นกรด
วิธีอื่นๆที่จะลดกลิ่นปาก
- หยุดสูบบุหรี่เพราะการสูบบุหรี่จะเป็นปัจจัยเสี่ยงทาให้
เกิดโรคเหงือก
- การใช้น้ายาบ้วนปากสาหรับผู้ที่ปฏิบัติตัวเป็นอย่างดีแล้ว
ยังมีกลิ่นปาก
- การทาความสะอาดลิ้น
- การเคี้ยวหมากฝรั่งชนิดที่ไม่มีน้าตาล
- การไม่ดื่มน้าหรือไม่รับประทานอาหาร ทาให้แบคทีเรีย
ไม่ถูกชะล้างจึงเกิดกลิ่นปาก
- โรคฟัน เช่น ฟันผุ สุขลักษณะช่องปากไม่ดี มีการขังของ
เศษอาหารในช่องปาก
- กลิ่นจากอาหารที่รับประทานเข้าไป เช่นกาแฟ สุรา หอม
ใหญ่ กระเทียม พริก บุหรี่
- หายใจทางปากเนื่องจากเป็นหวัด
- โรคระบบทางเดินหายใจ เช่นผีในปอด ไซนัสอักเสบ
คออักเสบ เป็นต้น
- โรคบางชนิดเช่น โรคไต โรคตับ
การทดสอบกลิ่นปาก
ล้างข้อมือด้วยสบู่ให้สะอาดแล้วล้างน้าจน
สะอาด ใช้ผ้าสะอาดเช็ดให้แห้ง เลีย 4 ครั้งหลังจาก
นั้น 30 นาทีให้ดมว่ามีกลิ่นหรือไม่
กลิ่นปากในเด็ก
สาเหตุที่พบบ่อยได้แก่
- สุขอนามัยไม่ดี มีเศษอาหารและเชื้อแบคทีเรียเหลือตามซอกฟัน เด็ก
มักจะมีกลิ่นมากมากในตอนเช้า หากเป็นมากจะมีตอนสาย
- ฟันผุ บางรายเด็กไม่มีอาการปวดฟันแต่มีฟันผุ
- ไซนัสอักเสบทั้งเฉียบพลันและเรื้อรังสามารถทาให้เกิดกลิ่นปากได้
- นอกจากกลิ่นปากเด็กโดยมากจะเกิดอาการ น้ามูกไหล ไอกลางคืน
คาแนะนา
- อย่าทาให้เด็กขาดความมั่นใจ ควรใช้โอกาสนี้สอนเด็กแปรงฟัน
และล้างปาก
- เลือกแปรงที่มีขนาดเหมาะกับปากและมีขนอ่อนนุ่มพอควร
พร้อมยาสีฟัน ยาสีฟันควรมีสาร fluoride
- ควรแปรงฟันพร้อมเด็ก ให้เด็กแปรงฟันวันละ 2 ครั้ง
- หากเห็นเศษอาหารติดที่คอก็ให้เด็กกรวกคอบ้วนปาก
- ให้ตรวจฟันทุกปี
สมุนไพรดับกลิ่นปาก
ใบฝรั่ง
ใบฝรั่ง สารคลอโรฟิลล์ในใบฝรั่งช่วยระงับกลิ่น
ปากได้ดี หั่นใบฝรั่งเป็นฝอยพอประมาณ แล้ว
นาไปคั่วไฟในกระทะพอเหลือง ชงกับน้าร้อน
1 แก้ว ใช้อมหรือบ้วนปากเป็นประจา จะช่วย
ระงับกลิ่นปากได้
กานพลู ใช้ดอกตูมแห้งของกานพลู 2-3 ดอก อมไว้ในปากแล้วคายทิ้ง
หรืออาจบดเป็นผงใช้อม หรือผสมในน้ายาบ้วนปากก็ได้
เมล็ดผักชี
เมล็ดผักชี ก็สามารถนามาทาน้ายาบ้วนปาก หรือเครื่องดื่มเพื่อ
กลิ่นลมหายใจหอมสดชื่นได้ง่ายๆ เช่นกัน โดยนาเมล็ดผักชี
พอประมาณ มาต้มในน้า 250 มิลลิลิตร ทิ้งให้เดือดสัก 2-3 นาที
กรองเอาแต่น้าแล้วทิ้งไว้ให้เย็น ใช้ดื่มหรือบ้วนปาก
เมล็ดกระวาน เคี้ยวหรืออมซึ่งจะช่วยสร้างกลิ่นหอม และมี
คุณสมบัติในการระงับแบคทีเรียในช่องปาก
ดื่มชาเปปเปอร์มินต์ ชาสเปียร์มินต์
ดื่มชามะกรูด
น้ามะนาว ดื่มน้าอุ่น 1 แก้ว ผสมน้ามะนาว 1 ซีกทุกเช้าหลังตื่นนอน
สมอไทย
สมอไทย ใช้ในการดับกลิ่นปาก แก้แผล
ร้อนใน วิธีคือ นาไปต้มกับน้า 1 แก้ว ใช้เวลา
ประมาณ 10นาที จากนั้นก็นาน้าที่ได้ไปกรอง
แล้วนาไปใช้อมบ้วนปาก
นาแครอท เซเลอรี พาร์สลีย์ผักโขม พืชน้า หรือ
แตงกวา ชนิดใดชนิดหนึ่งมาคั้นน้าดื่ม จะสามารถช่วยลด
ปัญหาเรื่องกลิ่นปาก
เอนไซม์ระงับกลิ่นปาก
ลูกอมสมุนไพรกานพลู
อุปกรณ์และส่วนผสมที่ใช้
พายยาง
ชามผสม
เขียง
มีด
กระดาษห่อลูกอม
นมข้นหวาน 200g
เนยเค็ม 10g
นมผง 500g
ผงกานพลู
วิธีทา
1. ผสม นมข้นหวาน นมผง เนยเค็ม และผงกานพลู ลงในชามผสม
2. คนให้เข้ากันจนหนืดและคนยาก
3. ใช้มือนวดให้เป็นเนื้อเดียวมากขึ้น
4. คลึงส่วนผสมเป็นเส้นยาวๆ ตัดแบ่งให้มีขยาดพอดีคา พักทิ้งไว้
5. ห่อลูกอมด้วยกระดาษแก้ว
แหล่งอ้างอิง
http://www.archeep.com/chemistry/lukoom.htm
www.youtube.com/watch?v=ZBq7SbI8XcM
http://www.muslim4health.or.th/2014/index.php?op=
muslimhealth-detail&id=95#.VOXNUvmsW5I
จัดทาโดย
น.ส.ภัณฑิรา เรือนแก้ว เลขที่ 15
น.ส.ปัณณ์ชนา ชาราษฎร์ เลขที่ 31
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/9

ลูกอมสมุนไพร