Download free for 30 days
Sign in
Upload
Language (EN)
Support
Business
Mobile
Social Media
Marketing
Technology
Art & Photos
Career
Design
Education
Presentations & Public Speaking
Government & Nonprofit
Healthcare
Internet
Law
Leadership & Management
Automotive
Engineering
Software
Recruiting & HR
Retail
Sales
Services
Science
Small Business & Entrepreneurship
Food
Environment
Economy & Finance
Data & Analytics
Investor Relations
Sports
Spiritual
News & Politics
Travel
Self Improvement
Real Estate
Entertainment & Humor
Health & Medicine
Devices & Hardware
Lifestyle
Change Language
Language
English
Español
Português
Français
Deutsche
Cancel
Save
Submit search
EN
Uploaded by
เสย ๆๆๆๆ
2,610 views
การเขียนโปรแกรมเบื้องต้น
การเขียนโปรแกรมเบื้องต้น
Education
◦
Read more
2
Save
Share
Embed
Embed presentation
Download
Downloaded 22 times
1
/ 15
2
/ 15
3
/ 15
4
/ 15
5
/ 15
Most read
6
/ 15
7
/ 15
8
/ 15
9
/ 15
10
/ 15
11
/ 15
12
/ 15
Most read
13
/ 15
14
/ 15
Most read
15
/ 15
More Related Content
PPT
สื่อการสอน คอมพิวเตอร์เบื้องต้น
by
Noppakhun Suebloei
PDF
แผนการสอนวิชาการเขียนโปรแกรมภาษาซี
by
เทวัญ ภูพานทอง
PDF
ประวัติความเป็นมาของคอมพิวเตอร์
by
phonon701
PDF
สรุปความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์
by
supatra2011
PDF
การใช้งานแป้นพิมพ์ Keyboard
by
Duangnapa Inyayot
PDF
Introduction to Computer and Software คอมพิวเตอร์เบื้องต้นและซอฟแวร์ (ภาษาไทย)
by
Mayuree Srikulwong
PPT
สื่อการสอนคอมพิวเตอร์ระบบปฏิบัติการเบื้องต้น 1
by
Chaiyaporn Puttachot
PPTX
อุปกรณ์พื้นฐานของคอมพิวเตอร์ powerpoint
by
Chonlamas Supsomboon
สื่อการสอน คอมพิวเตอร์เบื้องต้น
by
Noppakhun Suebloei
แผนการสอนวิชาการเขียนโปรแกรมภาษาซี
by
เทวัญ ภูพานทอง
ประวัติความเป็นมาของคอมพิวเตอร์
by
phonon701
สรุปความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์
by
supatra2011
การใช้งานแป้นพิมพ์ Keyboard
by
Duangnapa Inyayot
Introduction to Computer and Software คอมพิวเตอร์เบื้องต้นและซอฟแวร์ (ภาษาไทย)
by
Mayuree Srikulwong
สื่อการสอนคอมพิวเตอร์ระบบปฏิบัติการเบื้องต้น 1
by
Chaiyaporn Puttachot
อุปกรณ์พื้นฐานของคอมพิวเตอร์ powerpoint
by
Chonlamas Supsomboon
What's hot
PPTX
คอมพิวเตอร์กราฟิก
by
อ้าย ปุ้ย
PDF
การจัดการเรียนรู้ผ่านบทเรียนออนไลน์ด้วยโปรแกรม Google Site เพื่อพัฒนาผลสัมฤท...
by
krupanisara
PDF
แผนการสอนคอมพิวเตอร์ ม.1-3
by
ครูหลวง ดอทคอม
PDF
ใบงานที่ 8 การสร้างแผนภูมิ
by
Meaw Sukee
PDF
การเขียนรายงานโครงงานคอมพิวเตอร์ บทที่ 4 เเละ บทที่ 5
by
Janchai Pokmoonphon
PDF
ใบงานที่ 1 mind map
by
krupornpana55
PDF
อินโฟกราฟิก (Infographic) และหลักการออกแบบ
by
Dr.Kridsanapong Lertbumroongchai
PDF
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
by
krunuy5
PDF
ใบงานที่ 7 การคำนวณในตารางทำงาน
by
Meaw Sukee
PDF
การเขียนแผนภาพ DFD
by
skiats
PDF
หลักการเขียนผังงาน(Flow chart)
by
ครูสม ฟาร์มมะนาว
PDF
29 ความสัมพันธ์และฟังก์ชัน บทนำ
by
กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ โรงเรียนอุตรดิตถ์
PDF
บทที่3 วิธีดำเนินงาน
by
Champ Wachwittayakhang
PDF
ข้อสอบปลายภาค50ข้อexcel 07 2558
by
peter dontoom
PDF
รายงาน
by
aragamammy
PDF
บทที่ 5 สรุปผล และข้อเสนอแนะ
by
Kittichai Pinlert
PDF
การหาเลขฐานต่างๆ
by
Noii Kittiya
PDF
ข้อสอบคอมพิวเตอร์ PowerPoint +internet
by
โรงเรียนอนุบาลระนอง
PDF
โครงงานพัฒนาเครื่องมือ 5
by
suparada
PDF
ข้อสอบปฏิบัติ Microsoft Word
by
Supreeyar philarit
คอมพิวเตอร์กราฟิก
by
อ้าย ปุ้ย
การจัดการเรียนรู้ผ่านบทเรียนออนไลน์ด้วยโปรแกรม Google Site เพื่อพัฒนาผลสัมฤท...
by
krupanisara
แผนการสอนคอมพิวเตอร์ ม.1-3
by
ครูหลวง ดอทคอม
ใบงานที่ 8 การสร้างแผนภูมิ
by
Meaw Sukee
การเขียนรายงานโครงงานคอมพิวเตอร์ บทที่ 4 เเละ บทที่ 5
by
Janchai Pokmoonphon
ใบงานที่ 1 mind map
by
krupornpana55
อินโฟกราฟิก (Infographic) และหลักการออกแบบ
by
Dr.Kridsanapong Lertbumroongchai
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
by
krunuy5
ใบงานที่ 7 การคำนวณในตารางทำงาน
by
Meaw Sukee
การเขียนแผนภาพ DFD
by
skiats
หลักการเขียนผังงาน(Flow chart)
by
ครูสม ฟาร์มมะนาว
29 ความสัมพันธ์และฟังก์ชัน บทนำ
by
กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ โรงเรียนอุตรดิตถ์
บทที่3 วิธีดำเนินงาน
by
Champ Wachwittayakhang
ข้อสอบปลายภาค50ข้อexcel 07 2558
by
peter dontoom
รายงาน
by
aragamammy
บทที่ 5 สรุปผล และข้อเสนอแนะ
by
Kittichai Pinlert
การหาเลขฐานต่างๆ
by
Noii Kittiya
ข้อสอบคอมพิวเตอร์ PowerPoint +internet
by
โรงเรียนอนุบาลระนอง
โครงงานพัฒนาเครื่องมือ 5
by
suparada
ข้อสอบปฏิบัติ Microsoft Word
by
Supreeyar philarit
Similar to การเขียนโปรแกรมเบื้องต้น
PDF
การเขียนโปรแกรมภาษา
by
ณัฐพล บัวพันธ์
PDF
ใบความรู้เขียนโปรแกรม
by
Phijittra Klintan
PPT
Chapter05
by
Komsun See
PDF
การเขียนโปรแกรมภาษา
by
ณัฐพล บัวพันธ์
PPT
C:\Documents And Settings\Administrator\Desktop\Ch00 คอมพิวเตอร์เบื้องต้น
by
-
PDF
การเขียนผังงานเบื้องต้น
by
พัน พัน
PDF
1 3สัญลักษณ์ผังงาน
by
Pannathat Champakul
PDF
หลักการเขียนโปรแกรม
by
คุณครู ผู้น่ารัก
PDF
สัญลักษณ์ผังงาน
by
Pannathat Champakul
DOC
วัฒนาอ่อนนุ้ย
by
finverok
PDF
การสร้างงานโปรแกรม
by
Computer ITSWKJ
DOC
ผังงาน (Flowchart)
by
Theruangsit
DOC
ใบความรู้ การเขียนโปรแกรม
by
คุณครู ผู้น่ารัก
PPT
Doc 40720.914467592650
by
Jakkree Eiei
PDF
การแก้ปัญหาด้วยกระบวนการเทคโนโลยีสารสนเทศ
by
Meaw Sukee
PPT
Computer
by
ruttana1999
PDF
การเขียนผังงาน
by
Amanda Mam
PPT
flowchart
by
naiyana inpradit
PPT
การสร้างงานด้วยภาษาคอมพิวเตอร์
by
Phans Chatch
DOC
11
by
pangctsurin
การเขียนโปรแกรมภาษา
by
ณัฐพล บัวพันธ์
ใบความรู้เขียนโปรแกรม
by
Phijittra Klintan
Chapter05
by
Komsun See
การเขียนโปรแกรมภาษา
by
ณัฐพล บัวพันธ์
C:\Documents And Settings\Administrator\Desktop\Ch00 คอมพิวเตอร์เบื้องต้น
by
-
การเขียนผังงานเบื้องต้น
by
พัน พัน
1 3สัญลักษณ์ผังงาน
by
Pannathat Champakul
หลักการเขียนโปรแกรม
by
คุณครู ผู้น่ารัก
สัญลักษณ์ผังงาน
by
Pannathat Champakul
วัฒนาอ่อนนุ้ย
by
finverok
การสร้างงานโปรแกรม
by
Computer ITSWKJ
ผังงาน (Flowchart)
by
Theruangsit
ใบความรู้ การเขียนโปรแกรม
by
คุณครู ผู้น่ารัก
Doc 40720.914467592650
by
Jakkree Eiei
การแก้ปัญหาด้วยกระบวนการเทคโนโลยีสารสนเทศ
by
Meaw Sukee
Computer
by
ruttana1999
การเขียนผังงาน
by
Amanda Mam
flowchart
by
naiyana inpradit
การสร้างงานด้วยภาษาคอมพิวเตอร์
by
Phans Chatch
11
by
pangctsurin
More from เสย ๆๆๆๆ
PDF
การประมวลผลด้วยคอมพิวเตอร์
by
เสย ๆๆๆๆ
PDF
โครงงานคอมพิวเตอร์
by
เสย ๆๆๆๆ
PDF
ทฤษฎีการออกแบบ
by
เสย ๆๆๆๆ
PDF
Reflection
by
เสย ๆๆๆๆ
PDF
Presentation
by
เสย ๆๆๆๆ
PDF
งานนำเสนอ1
by
เสย ๆๆๆๆ
PDF
Theory of website design
by
เสย ๆๆๆๆ
PDF
หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาคอมพิวเตอร์ศึกษา
by
เสย ๆๆๆๆ
PDF
หลักสูตรครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาคอมพิวเตอร์ศึกษา
by
เสย ๆๆๆๆ
PDF
หลักสูตรครุศาสตรบัณฑิต สาขาคอมพิวเตอร์ศึกษา
by
เสย ๆๆๆๆ
การประมวลผลด้วยคอมพิวเตอร์
by
เสย ๆๆๆๆ
โครงงานคอมพิวเตอร์
by
เสย ๆๆๆๆ
ทฤษฎีการออกแบบ
by
เสย ๆๆๆๆ
Reflection
by
เสย ๆๆๆๆ
Presentation
by
เสย ๆๆๆๆ
งานนำเสนอ1
by
เสย ๆๆๆๆ
Theory of website design
by
เสย ๆๆๆๆ
หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาคอมพิวเตอร์ศึกษา
by
เสย ๆๆๆๆ
หลักสูตรครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาคอมพิวเตอร์ศึกษา
by
เสย ๆๆๆๆ
หลักสูตรครุศาสตรบัณฑิต สาขาคอมพิวเตอร์ศึกษา
by
เสย ๆๆๆๆ
การเขียนโปรแกรมเบื้องต้น
1.
บทที่ 1 ความรู้พื้นฐานการเขียนโปรแกรม
เนื้อหาในบทนี้จะกล่าวถึงขั้นตอนวิธีการทางคอมพิวเตอร์ (computer algorithms) เพื่อเป็นการให้ความรู้พื้นฐานก่อนการเขียนโปรแกรม คอมพิวเตอร์ รวมถึงเนื้อหาเกี่ยวกับโครงสร้างภายในโปรแกรมซึ่งจะประกอบด้วยเนื้อหาเกี่ยวกับ ลักษณะของโปรแกรมแบบโครงสร้าง และรูปแบบโครงสร้างภายในโปรแกรม เพื่อช่วยให้ผู้เขียน โปรแกรมสามารถเลือกใช้คาสั่งให้สอดคล้องกับโครงสร้างภายในโปรแกรมได้ ซึ่งรายละเอียดของ แต่ละเนื้อหามีดังต่อไปนี้ 1.1 ขั้นตอนวิธีการทางคอมพิวเตอร์ (computer algorithms) ก่อนที่เราจะเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ภาษาใดภาษาหนึ่งเพื่อแก้ปัญหาทาง คอมพิวเตอร์ เราควรศึกษาขั้นตอนวิธีการทางคอมพิวเตอร์ เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจที่ ถูกต้องตามขั้นตอนวิธีดังนี้ 1) การวิเคราะห์งาน (job analysis) 2) การเขียนผังงานโปรแกรม (program flowcharting) 3) การเขียนโปรแกรม (programming) 4) การทดสอบ และแก้ไขโปรแกรม (testing and editing program) 5) การจัดทาเอกสารประกอบ และการบารุงรักษาโปรแกรม (documentation and maintenance program) 1.1.1 การวิเคราะห์งาน (job analysis) ในการวิเคราะห์งานเราจะต้องกาหนดจุดประสงค์ของการวิเคราะห์งาน และ ขั้นตอนวิธีการวิเคราะห์งานแต่ละอย่างให้ได้ ซึ่งงานแต่ละอย่างมีรายละเอียดดังนี้ 1.1.1.1 จุดประสงค์ของการวิเคราะห์งาน ในการวิเคราะห์งานแต่ละอย่างมีจุดประสงค์ของการวิเคราะห์งานที่ สาคัญดังนี้ 1. เพื่อหาวัตถุประสงค์ของการเขียนโปรแกรม 2. เพื่อหารูปแบบผลลัพธ์ที่ต้องการ 3. เพื่อหาข้อมูลนาเข้าที่ต้องใส่เข้าไปในโปรแกรม 4. เพื่อหาตัวแปรที่จาเป็นต้องใช้ในโปรแกรม 5. เพื่อหาขั้นตอนวิธีการทางานของโปรแกรม 1.1.1.2 ขั้นตอนวิธีการวิเคราะห์งาน ในการวิเคราะห์งานแต่ละอย่างมีขั้นตอนวิธีการวิเคราะห์งานที่
2.
สาคัญดังนี้ 1) การหาวัตถุประสงค์ของการเขียนโปรแกรม
ผู้เขียนโปรแกรมจะต้องหาวัตถุประสงค์จากงานที่จะเขียนโปรแกรมว่า ต้องการเขียนโปรแกรมเพื่อ แก้ปัญหาอะไรบ้างซึ่งจะทาให้เขียนโปรแกรมได้ตรงกับความต้องการหรือวัตถุประสงค์ของงานนั้น ๆ 2) การหารูปแบบผลลัพธ์ที่ต้องการ เมื่อผู้เขียนโปรแกรมหาวัตถุประสงค์ของการเขียนโปรแกรมได้แล้ว ขั้นตอนต่อมาคือการกาหนด รูปแบบผลลัพธ์ที่ต้องการจากโปรแกรม ซึ่งรูปแบบผลลัพธ์อาจอยู่ในลักษณะของข้อความหรือ ตัวเลข หรือตาราง หรือแผนภูมิ หรืออาจใช้ผสมกันระหว่างตัวเลขกับข้อความ หรือข้อความ กับตัวเลข และตารางก็ได้ ขึ้นอยู่กับผู้เขียนโปรแกรมเป็นผู้กาหนดเอง แต่โดยส่วนมากนิยม แสดงผลลัพธ์ของโปรแกรมให้อยู่ในรูปแบบที่เข้าใจง่ายมากกว่ารูปแบบที่ซับซ้อน 3) การหาข้อมูลนาเข้าที่ต้องใส่เข้าไปในโปรแกรม ผู้เขียนโปรแกรมจะต้องหาข้อมูลนาเข้าจากผลลัพธ์ที่ได้จากโปรแกรม โดยคานึงถึงขั้นตอนวิธีการ คานวณ และข้อมูลที่จาเป็นต้องใส่เข้าไปเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ต้องการ 4) การหาตัวแปรที่จาเป็นต้องใช้ในโปรแกรม ตัวแปร หมายถึง ชื่อที่ผู้เขียนโปรแกรมสามารถตั้งขึ้นเองตามหลักการตั้งชื่อตัวแปรของ ภาษาคอมพิวเตอร์ที่นามาเขียนโปรแกรม (หลักเกณฑ์การตั้งชื่อตัวแปรกล่าวไว้ในหัวข้อ 2.5.3.1) เพื่อใช้ในการอ้างอิงการเก็บข้อมูลและเรียกใช้ข้อมูลภายในตัวแปร ดังนั้นผู้เขียน โปรแกรมจะต้องตั้งชื่อตัวแปรที่ใช้ในการเก็บข้อมูลทั้งหมดภายในโปรแกรม รวมถึงตัวแปรบางตัว ที่ใช้ในการนับจานวนรอบของการทางานในโปรแกรมอีกด้วย 1.1.2 การเขียนผังงานโปรแกรม (program flowcharting) สาหรับหัวข้อการเขียนผังงานโปรแกรมจะประกอบด้วยเนื้อหาที่สาคัญดังนี้คือ ความหมายของผัง งาน ประเภทของผังงาน สัญลักษณ์มาตรฐานที่ใช้เขียนผังงานโปรแกรม หลักการเขียนผังงาน โปรแกรม และขั้นตอนการเขียนผังงานโปรแกรม ดังรายละเอียดต่อไปนี้ 1.1.2.1 ความหมายของผังงาน “ผังงาน” (flowchart) ทางคอมพิวเตอร์ หมายถึง แผนภาพที่ เขียนขึ้นโดยใช้สัญลักษณ์มาตรฐาน เพื่อแสดงขั้นตอนวิธีการทางานของโปรแกรม หรือระบบงานที่ ต้องการ 1.1.2.2 ประเภทของผังงาน ผังงานสามารถจาแนกออกได้ 2 ประเภท คือ 1) ผังงานระบบ (system flowchart) หมายถึง ผังงานที่ แสดงถึงขั้นตอนวิธีการทางานของระบบงานใดระบบหนึ่ง ซึ่งในผังงานระบบจะแสดงให้เห็นถึงสื่อ ที่ใช้รับข้อมูล บันทึกข้อมูล วิธีการประมวลผล ขั้นตอนการทางานและความสัมพันธ์ของส่วน ต่าง ๆ ในระบบงานอย่างกว้าง ๆ เพื่อให้เห็นภาพรวมของระบบงานใดระบบงานหนึ่ง เช่น
3.
2) ผังงานโปรแกรม (program
flowchart) หมายถึงผังงานที่แสดงขั้นตอน วิธีการ ทางานของโปรแกรมที่ต้องการเขียนขึ้น ภายในผังงานโปรแกรม จะแสดงให้เห็นขั้นตอน วิธีการ ทางาน ของโปรแกรมอย่างละเอียด เพื่อให้คอมพิวเตอร ์สามารถทางานตามที่เขียนไว้ในผังงาน โปรแกรม ได้อย่างถูกต้อง โดยเราสามารถนาขั้นตอน วิธีการทางานของโปรแกรมในขั้นการ วิเคราะห์งาน มาเขียนเป็นผังงานโปรแกรมได้ทันที จากนั้นก็สามารถนาผังงานโปรแกรม ไป เขียนโปรแกรมตามที่ต้องการได้ ดังนั้นในเรื่องของการเขียนผังงาน ที่จะกล่าวต่อไปนี้จะเกี่ยวข้อง กับผังงานโปรแกรมทั้งสิ้น เช่น รูปที่ 1.2 ผังงานโปรแกรมแสดงรายละเอียดการทางานของโปรแกรมสาหรับตัดเกรด ที่มา : เฉลิมพล ทัพซ้าย, 2530 : 29. 1.2.1.3 สัญลักษณ์มาตรฐานที่ใช้เขียนผังงานโปรแกรม สถาบันมาตรฐานแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา (American National Standard Institute) และ องค์การระหว่างประเทศว่าด้วยการ
4.
มาตรฐาน (International Organization
for Standardization) ได้ร่วมกันกาหนด สัญลักษณ์มาตรฐานที่ใช้เขียนผังงานโปรแกรม โดยในเอกสารเล่มนี้จะนาเสนอสัญลักษณ์ที่นิยมนามาใช้เขียนผังงานโปรแกรม ดังต่อไปนี้ 1. สัญลักษณ์ Process Process ความหมายของ Process คือ การกาหนดค่าหรือการคานวณค่า ตัวอย่างที่ 1.3 แสดงการกาหนดค่าให้ตัวแปร Total ตัวอย่างที่ 1.4 แสดงการคานวณค่าผลรวมของตัวแปร Total 2. สัญลักษณ์ Decision ความหมายของ Decision คือ การทดสอบเงื่อนไขหรือเปรียบเทียบเงื่อนไข เพื่อ ตัดสินใจทางานอย่างใดอย่างหนึ่งตามที่ต้องการ
5.
ตัวอย่างที่ 1.5 แสดงการเปรียบเทียบเงื่อนไข
1 ทางเลือก ตัวอย่างที่ 1.6 แสดงการเปรียบเทียบเงื่อนไข 2 ทางเลือก 3. สัญลักษณ์ Start/ Stop program หรือ Terminal Interrupt ความหมายของสัญลักษณ์ คือ การเริ่มต้นโปรแกรม หรือการสิ้นสุดการทางานของ โปรแกรม หรือหยุดการทางานชั่วคราว
6.
ตัวอย่างที่ 1.7 แสดงการใช้งานสัญลักษณ์
Start/ Stop program หรือ Terminal Interrupt 4. สัญลักษณ์ Input / Output ความหมายของสัญลักษณ์ คือ การรับข้อมูล (input) หรือการแสดง ผลลัพธ์ (output) โดยไม่ได้ระบุสื่อที่ใช้ ตัวอย่างที่ 1.8 แสดงการใช้งานสัญลักษณ์ Input/ Output
7.
5. สัญลักษณ์ Display
ความหมายของสัญลักษณ์ คือ การแสดงผลลัพธ์ทางจอภาพ ตัวอย่างที่ 1.9 แสดงการใช้งานสัญลักษณ์ display 6. สัญลักษณ์ Document ความหมายของสัญลักษณ์ คือ การพิมพ์ผลลัพธ์ออกทางกระดาษพิมพ์ ตัวอย่างที่ 1.10 แสดงการใช้งานสัญลักษณ์ Document 7. สัญลักษณ์ Manual Input ความหมายของสัญลักษณ์ คือ การรับข้อมูลหรือคาสั่งผ่านทางคีย์บอร์ด ตัวอย่างที่ 1.11 แสดงการใช้งานสัญลักษณ์ Manual Input
8.
8. สัญลักษณ์ Manual
Operation ความหมายของสัญลักษณ์คือการรับข้อมูลหรือแสดงผลลัพธ์โดยไม่ระบุสื่อ ตัวอย่างที่ 1.12 แสดงการใช้งานสัญลักษณ์ Manual Operation 9. สัญลักษณ์ Connector Connector ความหมายของสัญลักษณ์ คือ แสดงจุดเชื่อมต่อจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งของผัง งาน โดยที่จุดเชื่อมต่อนี้อยู่ในหน้าเดียวกัน ตัวอย่างที่ 1.13 แสดงการใช้งานสัญลักษณ์ Connector
9.
10. สัญลักษณ์ Off
page Connector Off page Connector ความหมายของสัญลักษณ์ คือ แสดงจุดเชื่อมต่อจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งของผัง งาน โดยที่จุดเชื่อมต่อนี้อยู่ต่างหน้ากัน ตัวอย่างที่ 1.14 แสดงการใช้งานสัญลักษณ์ Off page Connector คานวณค่า Avg = Total + N เสร็จแล้ว ไปทางานต่อไปที่จุด B โดยที่จุด B อยู่ต่างหน้า กัน 11. สัญลักษณ์ flow line and arrowheads ความหมายของสัญลักษณ์ คือ แสดงทิศทาง การทางานของผังงาน โดยใช้ลูกศร เป็น ตัวกาหนดทิศทาง การทางานของผังงาน
10.
ตัวอย่างที่ 1.15 แสดงการใช้งานสัญลักษณ์
flow line and arrowheads 12. สัญลักษณ์ Punched Card ความหมายของสัญลักษณ์คือการรับข้อมูลหรือแสดงผลลัพธ์บนบัตรเจาะรู ตัวอย่างที่ 1.16 แสดงการใช้งานสัญลักษณ์ Punched Card 1.1.2.4 หลักการเขียนผังงานโปรแกรม การเขียนผังงานโปรแกรม มีหลักการเขียนดังนี้ 1) เขียนผังงานจากด้านบนลงด้านล่าง 2) ใช้สัญลักษณ์ให้ตรงกับความหมายของผังงาน 3) ใช้เส้น flow line และ arrowheads แสดงทิศทางการทางานของผังงาน 4) ใส่คาอธิบายลงในสัญลักษณ์สั้น ๆ แต่เข้าใจง่าย จะใช้ภาษาไทยหรืออังกฤษก็ได้ 5) หลีกเลี่ยงการโยงเส้นทิศทางของผังงานให้ตัดกันเพราะจะทาให้สับสน ควรใช้จุดเชื่อมต่อ (connector) หน้าเดียวกันแทน จะเข้าใจได้ง่ายและเป็นระเบียบ 6) พยายามเขียนผังงานให้จบในหน้ากระดาษเดียวกัน แต่ถ้าไม่จบในหน้าเดียวกัน ควรใช้ จุดเชื่อมต่อต่างหน้ากระดาษ (off page connector) 1.1.2.5 ขั้นตอนการเขียนผังงานโปรแกรม เพื่อความเข้าใจเกี่ยวกับขั้นตอนการเขียนผังงานโปรแกรมได้ถูกต้องให้ศึกษาจากตัวอย่าง
11.
ดังต่อไปนี้ ตัวอย่างที่ 1.17
จงเขียนผังงานโปรแกรมที่ได้วิเคราะห์งานมาแล้วในตัวอย่าง ที่ 1.2 วิธีทา จากการวิเคราะห์งานในตัวอย่างที่ 1.2 จะได้ว่า ขั้นตอนวิธีการทางานของโปรแกรม มีดังนี้ 1) เริ่มต้นทางาน 2) รับข้อมูลค่าความยาว และความกว้างของสี่เหลี่ยมผืนผ้าผ่านทางคีย์บอร์ด 3) คานวณพื้นที่สี่เหลี่ยมผืนผ้าตามสูตร Area = Width * Length 4) พิมพ์ค่าความยาว ความกว้าง และพื้นที่สี่เหลี่ยมผืนผ้าออกทาง จอภาพ 5) จบการทางาน การเขียนผังงานโปรแกรม จะนาขั้นตอนวิธีการทางานของโปรแกรม ที่ได้จากการ วิเคราะห์งาน มาเขียนผังงานได้ดังนี้ รูปที่ 1.3 แสดงผังงานขั้นตอนวิธีการทางานของโปรแกรม ที่มา : สมชาย รัตนเลิศนุสรณ์, 2545 : 17. 1.1.3 การเขียนโปรแกรม (programming) ในหัวข้อเรื่องการเขียนโปรแกรมจะกล่าวถึงเนื้อหา 2 ส่วน คือความหมายของโปรแกรม คอมพิวเตอร์ และภาษาคอมพิวเตอร์ดังมีรายละเอียดต่อไปนี้
12.
1.1.3.1 ความหมายของโปรแกรมคอมพิวเตอร์ โปรแกรมคอมพิวเตอร์
(computer program) หมายถึง ชุดของคาสั่งที่เขียนขึ้นเพื่อสั่งให้ คอมพิวเตอร์ทางานตามที่ต้องการ ส่วนการเขียนโปรแกรม (programming) หมายถึง การ เขียนชุดคาสั่งด้วยภาษาคอมพิวเตอร์ภาษาใดภาษาหนึ่ง เพื่อให้คอมพิวเตอร์ทางานตาม โปรแกรมที่เราเขียนขึ้น ดังนั้น ผู้เขียนโปรแกรม (programmer) จึงจาเป็นต้องเรียนรู้ ภาษาคอมพิวเตอร์ภาษาใดภาษาหนึ่งหรือหลายภาษา แล้วฝึกฝนทักษะการเขียนโปรแกรมด้วย ภาษาคอมพิวเตอร์ที่ต้องการใช้งานให้เกิดความชานาญจึงจะสามารถเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ 1.1.3.2 ภาษาคอมพิวเตอร์ ภาษาคอมพิวเตอร์ (computer language) หมายถึง ภาษาที่สามารถนามาใช้เขียนโปรแกรม คอมพิวเตอร์ได้ ซึ่งแต่ละภาษามีรายละเอียดดังต่อไปนี้ 1) ภาษาเครื่อง (machine language) ภาษาเครื่องจัดเป็นภาษาคอมพิวเตอร์ภาษาเดียวที่สามารถติดต่อกับ คอมพิวเตอร์ได้โดยตรง เพราะว่าการเขียนคาสั่งและข้อมูลในภาษาเครื่องใช้ระบบเลขฐานสอง (binary number system) คือใช้ตัวเลข 0 และ 1 เท่านั้น ทาให้เครื่องคอมพิวเตอร์สามารถ ทางานได้รวดเร็ว ส่วนข้อเสียของภาษาเครื่อง คือ เครื่องคอมพิวเตอร์ต่างชนิดกันมีลักษณะการ เขียนภาษาเครื่องที่แตกต่างกันไป และเกิดความยุ่งยากในการปรับปรุงแก้ไข ทาให้เกิดความไม่ สะดวกในการใช้งาน ดังนั้นภาษานี้จึงไม่เหมาะกับผู้เริ่มต้นเขียนโปรแกรม ตัวอย่างที่ 1.18 แสดงคาสั่งของภาษาเครื่องมีดังนี้ ถ้าเราต้องการสั่งให้เครื่องทางานตามคาสั่ง 9 + 3 แสดงได้ดังนี้ การบวกแทนด้วยรหัส 10101010 เลข 9 เปลี่ยนเป็นเลขฐานสอง 00001001 เลข 3 เปลี่ยนเป็นเลขฐานสอง 00000011 ดังนั้น คาสั่ง 9 + 3 เขียนเป็นภาษาเครื่องได้ดังนี้ 00001001 10101010 00000011 2) ภาษาแอสเซมบลี (assembly language) ภาษาแอสเซมบลีหรือจะเรียกชื่ออีกอย่างว่าภาษาระดับต่า ซึ่งเป็น ภาษาคอมพิวเตอร์ที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อให้ผู้เขียนโปรแกรมสามารถเขียนโปรแกรมติดต่อกับ คอมพิวเตอร์ได้ง่ายกว่าภาษาเครื่อง ส่วนการเขียนคาสั่งในภาษาแอสเซมบลีจะใช้คาย่อของ ภาษาอังกฤษและอ้างถึงตาแหน่งที่อยู่ภายในคอมพิวเตอร์เป็นส่วนใหญ่ ได้แก่ MOVE, DC, DS, CL10 เป็นต้น ผู้ที่ต้องใช้ภาษาแอสเซมบลีส่วนมากจะเป็นวิศวกรคอมพิวเตอร์ ดังนั้น ภาษาแอสเซมบลีจึงไม่เหมาะกับผู้เริ่มต้นเขียนโปรแกรม
13.
ตัวอย่างที่ 1.19 แสดงคาสั่งของภาษาแอสเซมบลีมีดังนี้
ถ้าเราต้องการสั่งให้เครื่องทางานตามคาสั่ง 9 + 3 แสดงได้ดังนี้ MOV AX, 9 MOV BX, 3 ADD AX, BX 3) ภาษาระดับสูง (high level language) ภาษาระดับสูงเป็นภาษาที่ผู้เขียนโปรแกรมสามารถเข้าใจได้ง่ายกว่า ภาษาแอสเซมบลีและภาษาเครื่อง ทั้งนี้ก็เพราะการเขียนคาสั่งของภาษาระดับสูงมีลักษณะเป็น ภาษาอังกฤษ ซึ่งอ่านแล้วเข้าใจได้ง่ายกว่าภาษาแอสเซมบลี เช่น ใช้คาว่า READ, WRITE, PRINT, COMPUTE เป็นต้น ตัวอย่างของภาษาระดับสูงได้แก่ ภาษาฟอร์แทรน (FORTRAN), ภาษาโคบอล (COBOL), ภาษาเบสิก (BASIC), ภาษาปาสคาล (PASCAL) และภาษาซี (C) เป็น ต้น ซึ่งแต่ละภาษามีประวัติพอสังเขปดังต่อไปนี้ ภาษาฟอร์แทรน (FORTRAN ย่อมาจาก FORmula TRANslator) พัฒนาโดย บริษัท IBM ระหว่างปี ค.ศ.1954 ถึง ค.ศ.1957 ภาษานี้ใช้สาหรับการพัฒนาโปรแกรม ประยุกต์ด้านวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์ ที่ต้องใช้ในการคานวณสมการ คณิตศาสตร์ที่ซับซ้อน ปัจจุบันภาษาฟอร์แทรนยังเป็นที่นิยมใช้ ในการพัฒนาโปรแกรม ด้านวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์ ภาษาโคบอล (COBOL ย่อมา จาก Common Business Oriented Language) พัฒนาขึ้นในปี ค.ศ.1959 เป็น ภาษาที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อใช้ในการพัฒนาโปรแกรมประยุกต์ด้านธุรกิจและการค้า ปัจจุบัน โปรแกรมที่ใช้ในด้านธุรกิจจานวนมากยังเป็นโปรแกรมที่พัฒนามาจากภาษาโคบอล ภาษาเบสิก (BASIC ย่อมาจาก Beginners All- purpose Symbolic Instructional Code) เป็นภาษาที่พัฒนาขึ้นโดยมีจุดประสงค์ เพื่อให้ผู้เริ่มต้นพัฒนาโปรแกรมสามารถเรียนรู้และเข้าใจการพัฒนาโปรแกรมอย่าง ง่าย ภาษาเบสิกเป็นภาษาคอมพิวเตอร์ภาษาแรกที่ใช้เครื่องไมโครคอมพิวเตอร์ ภาษาคอมพิวเตอร์ที่พัฒนาขึ้นในยุคแรก ยังมีข้อจากัดในการที่จะพัฒนาโปรแกรมขนาด ใหญ่ ทั้งนี้เนื่องจากภาษาคอมพิวเตอร์เหล่านั้นขาดโครงสร้างที่ดี ทาให้การพัฒนาโปรแกรมที่มี ขนาดใหญ่และมีความซับซ้อนเป็นไปได้ยาก ในช่วงต้นปี ค.ศ.1970 จึงมีภาษาคอมพิวเตอร์ที่ เป็นภาษาเชิงกระบวนการ (Procedural หรือ Structural Language) เกิดขึ้น ภาษาคอมพิวเตอร์ประเภทนี้จะมีความ ยืดหยุ่นในการพัฒนาโปรแกรม ทาให้สามารถแก้ไขและบารุงรักษาได้ง่าย เนื่องจากโปรแกรมถูก แยกออกเป็นส่วน ๆ ภาษาคอมพิวเตอร์ที่เป็นภาษาเชิงกระบวนการที่สาคัญคือ ภาษาปาสคาล (Pascal) พัฒนาโดย Niclaus Wirth ในปี ค.ศ.1971 โดยมีจุดประสงค์ เพื่อใช้ในการสอนการเขียนโปรแกรมภาษาเชิงกระบวนการ ในมหาวิทยาลัย แต่เนื่องจาก
14.
ภาษาปาสคาลไม่มีคุณลักษณะที่จะสนับสนุนการพัฒนาโปรแกรมด้านธุรกิจและ อุตสาหกรรมจึงไม่ได้รับความนิยมมากนัก
ภาษาซี (C) พัฒนาขึ้นในช่วงเดียวกับภาษาปาสคาล โดยนักวิจัยที่ ห้องปฏิบัติการ AT&T Bell ซึ่งได้นาเอาจุดเด่นของภาษา BCPL และภาษา B มาใช้ และได้เพิ่มคุณลักษณะและชนิดข้อมูลอื่นเข้ามาด้วย เดิมภาษาซีถือว่าเป็น ภาษาคอมพิวเตอร์ที่สาคัญในการพัฒนาโปรแกรมบนระบบปฏิบัติการยูนิกส์ (Unix) ซึ่ง เป็นภาษาคอมพิวเตอร์ที่สามารถสร้างโปรแกรมประยุกต์ที่ทางานได้รวดเร็วมาก เมื่อ เทียบกับภาษาคอมพิวเตอร์อื่น ๆ 4) ภาษาระดับสูงมาก (very high level language) ภาษาระดับสูงมาก บางครั้งเรียกว่า Fourth Gerneration Languages (4GLs) เป็นภาษาที่มีลักษณะสาคัญ คือ ผู้เขียนโปรแกรมไม่ต้องบอกวิธีการทางานโดย ละเอียด เพียงแต่ระบุคาสั่งให้ทางานสั้น ๆ ให้ภาษาระดับสูงมากเข้าใจก็เพียงพอ ส่วนวิธีการ คานวณหรือการทางานภาษาระดับสูงมากจะเป็นผู้จัดการเองทั้งสิ้น บางครั้งเรียกว่า non- procedure language ตัวอย่างภาษาระดับสูงมาก ได้แก่ ภาษา SQL (Structured Query Langauge) ซึ่งนิยมใช้กัน ในซอร์ฟแวร์พัฒนาระบบจัดการฐานข้อมูล เช่น ORACLE เป็นต้น 5) ภาษาระดับธรรมชาติ (natural language) ภาษาธรรมชาติจะเกี่ยวข้องกับระบบฐานความรู้ (knowledge based system ) และกฎอ้างอิง (inference rules) เพียงแต่ผู้ใช้ภาษาธรรมชาติป้อนคาถามผ่านเข้าไป ในคอมพิวเตอร์ที่มีภาษาธรรมชาติก็จะทาการวิเคราะห์คาถามแล้วไปค้นหาคาตอบจากระบบ ฐานความรู้ที่เก็บไว้ ตัวอย่างของภาษาธรรมชาติ ได้แก่ ภาษา PROLOG และภาษา LISP (List Processing Language) 1.1.4 การทดสอบ และแก้ไขโปรแกรม (testing and editing program) หลังจากที่เราเขียนโปรแกรมเสร็จแล้ว ขั้นตอนต่อไป คือ การทดสอบโปรแกรมที่ เขียนขึ้นซึ่งอาจพบความผิดพลาดได้ 2 ชนิด ดังนี้ 1) ความผิดพลาดทางไวยากรณ์ภาษา (syntax error) เป็นความ ผิดพลาดที่เกิดจากการเขียนคาสั่งของภาษาคอมพิวเตอร์ผิด ตัวอย่างเช่น คาสั่ง printf( ) ใน ภาษา C ต้องเขียนด้วยตัวอักษรตัวเล็ก แต่เขียนเป็น PRINTF( ) เป็นต้น โดยส่วนมาก ความผิดพลาดทางไวยากรณ์ จะถูกตรวจสอบพบเมื่อมีการแปลโปรแกรม (compile) ให้เป็น ภาษาเครื่อง ซึ่งเราสามารถแก้ไขโดยการเขียนคาสั่งให้ถูกต้องตามไวยากรณ์ของภาษานั้น ๆ 2) ความผิดพลาดทางตรรกะ (logical error) เป็นความผิดพลาดที่เกิด จากการลาดับการทางานผิดหรือป้อนสูตรคานวณผิด ตัวอย่างเช่น ต้องการหาค่า X = X + Y แต่
15.
ป้อนสูตรเป็น X =
X * Y อย่างนี้ เป็นต้น วิธีการตรวจหาความผิดพลาดแบบ นี้ คือ ตรวจสอบการคานวณผลลัพธ์ของโปรแกรมว่าตรงกับผลลัพธ์ที่คานวณด้วยมือหรือ เครื่องคิดเลขหรือไม่ ถ้าไม่ตรงกันแสดงว่าเกิดความผิดพลาดทางตรรกะขึ้น วิธีการแก้ไขก็ คือ การแก้ไขสูตรให้ถูกต้อง หรือแก้ไขลาดับการทางานให้ถูกต้อง ดังนั้น จะเห็นได้ว่าผู้เขียนโปรแกรมจะต้องทาการทดสอบโปรแกรมและแก้ไขโปรแกรมให้สามารถ ทางานได้ตามที่ต้องการ 1.1.5 การจัดทาเอกสารประกอบ และการบารุงรักษาโปรแกรม (documentation and maintenance program) เมื่อผู้เขียนโปรแกรมได้ทาการทดสอบโปรแกรมและแก้ไขความผิดพลาดที่เกิดขึ้น เรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อไปก็ควรจัดทาคู่มือการใช้โปรแกรม เพราะจะทาให้ผู้ใช้โปรแกรม สามารถใช้งานได้ถูกต้อง โดยคู่มือการใช้โปรแกรมที่ดีควรจัดทาในลักษณะที่แสดงการทางาน เป็นขั้นตอน ผู้ใช้โปรแกรมสามารถปฏิบัติตามได้จริง ส่วนการบารุงรักษาโปรแกรมที่พัฒนาขึ้น ก็ต้องมีคาแนะนาให้ผู้ใช้โปรแกรมปฏิบัติ ตัวอย่างเช่น การเก็บโปรแกรมต้นฉบับ ควรเก็บ ไว้ในกล่องที่มิดชิด ป้องกันฝุ่นได้ ไม่ควรเก็บไว้บนโต๊ะทางาน ไม่ควรเก็บไว้ในรถยนต์ เพราะอาจถูกอากาศร้อนทาให้เสียได้ นอกจากนี้ต้องมีการสาเนาโปรแกรมต้นฉบับ เอาไว้ อย่างน้อย 1 ชุด แล้วนาชุดที่สาเนาไปใช้ ไม่ควรใช้โปรแกรมต้นฉบับโดยตรง ควร เก็บเอาไว้สาหรับกรณีที่โปรแกรมสาเนาเกิดปัญหาจะได้นาโปรแกรมต้นฉบับมาทาสาเนาและใช้ งานได้ทันที
Download