Recommended
PPT
การสร้างและหาคุณภาพศูนย์วิทย์(ดร.จันทิมา)
PDF
การตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือวัดผลการเรียนรู้
PPT
เครื่องมือและการหาคุณภาพ55
PPT
Spss การหาคุณภาพเครื่องมือวัด
PDF
การหาคุณภาพเครื่องมือวัดผล
PPT
การวิเคราะห์ข้อสอบItem analysis
PDF
การตรวจสอบคุณภาพข้อสอบอัตนัย
PPT
PPTX
การสร้างแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ นางสาวอลิศา รักญาติ น้องเอื้อย
PPT
การสร้างเครื่องมือและการเก็บข้อมูล
PPT
PPT
PPTX
PDF
PDF
PPT
PDF
บทที่ 3 การพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์กราฟิกและการวาดภาพ
PPT
Week 8 conceptual_framework
PDF
PPT
วิธีการสำคัญในการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณ
PPT
PDF
วิชาโปรแกรมสำเร็จรูปทางสถิติเพื่อการวิจัย
PPT
การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณ
PDF
เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย
PPTX
เครื่องมือการวิชัยเชิงคุณภาพ
PPTX
PDF
PDF
Samsung hope for children tehran
PPT
PPT
Kelsey brown electronic port.
More Related Content
PPT
การสร้างและหาคุณภาพศูนย์วิทย์(ดร.จันทิมา)
PDF
การตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือวัดผลการเรียนรู้
PPT
เครื่องมือและการหาคุณภาพ55
PPT
Spss การหาคุณภาพเครื่องมือวัด
PDF
การหาคุณภาพเครื่องมือวัดผล
PPT
การวิเคราะห์ข้อสอบItem analysis
PDF
การตรวจสอบคุณภาพข้อสอบอัตนัย
PPT
What's hot
PPTX
การสร้างแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ นางสาวอลิศา รักญาติ น้องเอื้อย
PPT
การสร้างเครื่องมือและการเก็บข้อมูล
PPT
PPT
PPTX
PDF
PDF
PPT
PDF
บทที่ 3 การพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์กราฟิกและการวาดภาพ
PPT
Week 8 conceptual_framework
PDF
PPT
วิธีการสำคัญในการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณ
PPT
PDF
วิชาโปรแกรมสำเร็จรูปทางสถิติเพื่อการวิจัย
PPT
การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณ
PDF
เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย
PPTX
เครื่องมือการวิชัยเชิงคุณภาพ
PPTX
PDF
Viewers also liked
PDF
Samsung hope for children tehran
PPT
PPT
Kelsey brown electronic port.
PPT
PPT
ASC: Integrating Technology into Construction and Engineering Courses
PDF
PPT
PDF
ODP
PPT
DOCX
"PHP from soup to nuts" -- lab exercises
PPTX
PPTX
PPT
PPTX
PDF
PPT
PPT
PPS
Similar to การสร้างและหาคุณภาพศูนย์วิทย์(ดร.จันทิมา)
PPT
PPT
PPT
PPTX
เอกสารบรรยาย เรื่อง แนวทางการใช้สถิติเพื่อการวิจัยทางการศึกษาและการใช้คอมพิวเ...
PDF
ใบงานที่ 5 การพัฒนาเครื่องมือ
PDF
การหาคุณภาพเครื่องมือวัดผล
PPT
PPT
PDF
PPT
PDF
ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการวัด ประเมินผลการศึกษา
PPT
PDF
PPT
PPT
PPT
Week 5 scale_and_measurement
PDF
PPT
การวัดผลและประเมินผลการเรียนรู้
PPT
การวัดผลและประเมินผลการเรียนรู้
PPT
การวัดผลและประเมินผลการเรียนรู้
การสร้างและหาคุณภาพศูนย์วิทย์(ดร.จันทิมา) 1. 2. ขั้นตอนการวิจัย 1. กำหนดปัญหา 2. ศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 3. นิยามปัญหา 4. ตั้งสมมติฐานของการวิจัย 5. ออกแบบวิธีการวิจัย 5.1 ประชากรและวิธีสุ่ม 5.2 เครื่องมือการวิจัย 5.3 แบบแผนการวิจัย 5.4 การวิเคราะห์ข้อมูล 3. ขั้นตอนการวิจัย 6. สุ่มตัวอย่าง 7. สร้างเครื่องมือวิจัยและตรวจสอบคุณภาพ 8. เก็บข้อมูล 10 . เขียนรายงานการวิจัย 9 . วิเคราะห์ข้อมูล 4. 5. 6. แนวคิดการตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือ ระยะที่ 1 การตรวจสอบก่อนการนำเครื่องมือไปใช้วัด 1.1 ความ ตรง คือ คุณลักษณะที่เครื่องมือสามารถวัดพฤติกรรมได้ตรงตามเนื้อหาสาระ และจุดประสงค์ของการวัด 1.2 ความเป็นปรนัย คือ ความชัดเจน รัดกุมของคำถาม สื่อความหมายได้ตรงกัน มีคำตอบที่แน่นอน และมีเกณฑ์การพิจารณาคะแนนเป็นมาตรฐานเดียวกัน 1.3 ความ ถูกต้องตามเทคนิค คือ โครงสร้างโดยรวมของเครื่องมือ มีลักษณะถูกต้องตามรูปแบบที่ดีของเครื่องมือชนิดนั้น 7. ระยะที่ 2 การตรวจสอบหลังจากการนำเครื่องมือไปใช้วัด 2.1 ค่า ดัชนี ความยาก คือ ค่าที่แสดงให้ทราบถึงความยาก - ง่าย ของคำถามแต่ละข้อ ว่ามีมากน้อยอยู่ในระดับใด ยอมรับได้ตามเกณฑ์หรือไม่ ใช้พิจารณากับข้อคำถามในแบบทดสอบเท่านั้น 2.2 ค่า ดัชนีอำนาจจำแนก คือ เป็นค่าที่แสดงให้ทราบถึงคุณลักษณะ ที่ข้อคำถามแต่ละข้อ สามารถจำแนกผู้เรียนออกตามพฤติกรรมที่แตกต่างกันได้ นิยมใช้พิจารณากับข้อคำถามในแบบทดสอบ 2.3 ความเที่ยง คือ คุณลักษณะของเครื่องมือที่ทำให้ได้ผลของการวัดอย่างคงที่แน่นอนหรือคงเส้นคงวา 8. 9. การตรวจสอบคุณภาพ ( แบบทดสอบ ) ร่างข้อคำถาม IOC ผู้เชี่ยวชาญ วิพากษ์ กลุ่มคล้ายคลึง ทดลองทำ Try out ความเที่ยง / ความเชื่อมั่น ประสิทธิภาพตัวลวง อำนาจจำแนก ความยากง่าย หลักการ เขียนข้อความ คำตอบ ภาษา ความตรง / ความเที่ยงตรง ปรับปรุงแก้ไข 10. การตรวจสอบคุณภาพ ( แบบสอบถาม ) ร่างข้อคำถาม IOC ผู้เชี่ยวชาญ วิพากษ์ กลุ่มคล้ายคลึง ทดลองทำ Try out ความเที่ยง หรือความเชื่อมั่น หลักการ เขียนข้อความ คำตอบ ภาษา ความตรง หรือความเที่ยงตรง ปรับปรุงแก้ไข 11. 12. การเลือกเครื่องมือวัดให้ ตรง ความรู้ ความเข้าใจ พฤติกรรมทางสมอง ความรู้สึกนึกคิด ความเห็น ข้อเท็จจริงที่พบ ทักษะการปฏิบัติ คุณธรรม หรือธรรมลักษณะนิสัย บุคลิกภาพ แบบทดสอบ แบบสอบถาม การสัมภาษณ์ แบบประเมินการปฏิบัติ แบบตรวจผลงาน แบบสังเกตพฤติกรรม แบบสอบถาม 13. 14. 15. กระบวนการ ในการสร้างเครื่องมือ เตรียม : ก่อนเขียนข้อคำถาม เขียนข้อคำถาม ตรวจสอบ คุณภาพข้อคำถาม และปรับปรุงแก้ไข ผู้เชี่ยวชาญวิพากษ์ IOC Try out กลุ่มที่คล้ายคลึงประชากร 16. 17. IOC (Index of Item-objective Congruence) IOC = ∑R/N เมื่อ IOC หมายถึง ดัชนีความสอดคล้อง R หมายถึง คะแนนความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญ N หมายถึง จำนวนผู้เชี่ยวชาญ ผลประเมินของผู้เชี่ยวชาญแต่ละคน นำมาแปลงเป็นคะแนนได้ดังนี้ มีความเห็นว่า สอดคล้อง กำหนดคะแนนเป็น +1 มีความเห็นว่า ไม่แน่ใจ กำหนดคะแนนเป็น 0 มีความเห็นว่า ไม่สอดคล้อง กำหนดคะแนนเป็น -1 เมื่อรวมคะแนนและแทนค่าในการหาค่า IOC แล้ว ค่า IOC มีค่าตั้งแต่ 0.5 ขึ้นไป ถือว่าใช้ได้โดยไม่ต้องปรับปรุง แต่ถ้าหากพบว่า ข้อใดมีค่า IOC น้อยกว่า 0.5 ผู้วิจัยควรปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญเพื่อขอคำแนะนำและนำข้อเสนอแนะมาปรับปรุงแก้ไขต่อไป 18. 19. 20. 21. 22. 23. 24. การแปลความหมาย ค่า p ต่ำกว่า 0.20 แสดงว่า ข้อทดสอบยากมาก ( ยากเกินไป ) ค่า p = 0.20-0.39 แสดงว่า ข้อทดสอบค่อนข้างยาก ค่า p = 0.40-0.59 แสดงว่า ข้อสอบยากปานกลาง ค่า p = 0.60-0.80 แสดงว่า ข้อสอบค่อนข้างง่าย ค่า p มากกว่า 0.80 แสดงว่า ข้อสอบง่ายมาก ( ง่ายเกินไป ) 25. เมื่อ r แทน ค่าดัชนีอำนาจจำแนก N แทน จำนวนคนสอบทั้งหมด n แทน จำนวนคนสอบเพียง 50% หรือ 33% H แทน จำนวนคนตอบข้อนั้นจากกลุ่มสูง L แทน จำนวนคนตอบข้อนั้นจากกลุ่มต่ำ สูตร 26. โจทก์ ผู้สอบ 40 คน ใช้เทคนิค 50% แบ่งเป็นกลุ่มสูง - ต่ำ กลุ่มละ 20 คน ข้อ 1 กลุ่มสูงตอบถูก 8 คน กลุ่มต่ำตอบถูก 4 คน ข้อ 2 กลุ่มสูงตอบถูก 7 คน กลุ่มต่ำตอบถูก 12 คน 27. การแปลความหมาย ค่า r ติดลบ แสดงว่า ข้อสอบมีอำนาจจำแนกผิดใช้ไม่ได้ ค่า r = 0.00-0.19 แสดงว่า ข้อสอบมีอำนาจจำแนกต่ำ ค่า r = 0.20-0.39 แสดงว่า ข้อสอบมีอำนาจจำแนกปานกลาง ค่า r = 0.40-0.59 แสดงว่า ข้อสอบมีอำนาจจำแนกค่อนข้างสูง ค่า r ตั้งแต่ 0.60 ขึ้นไป แสดงว่า ข้อสอบมีอำนาจจำแนกสูง 28. ข้อตกลงเบื้องต้น : จำนวนข้อทดสอบไม่น้อยกว่า 20 ข้อ ข้อสอบทุกข้อมีความเป็นเอกพันธุ์ คือวัดคุณสมบัติใกล้เคียงกันและมีค่าความยากใกล้เคียงกัน โดยสูตร KR-20 และสูตร KR-21 มีรูปดังนี้ เมื่อ r tt แทน สัมประสิทธิ์ความเที่ยง k แทน จำนวนข้อสอบทั้งฉบับ p แทน สัดส่วนจำนวนคนตอบแต่ละข้อถูก q แทน สัดส่วนจำนวนคนตอบแต่ละข้อผิด (1- p ) S x 2 แทน ความแปรปรวนของคะแนนรวมทั้งฉบับ วิธีของคูเดอร์ - ริชาร์ดสัน ( Kuder - Richardson ) 29. KR 21 เมื่อ แทน ค่าเฉลี่ยคะแนนรวมทั้งฉบับ สูตร KR 21 จะคำนวณได้รวดเร็วกว่า แต่จะให้ค่าสัมประสิทธิ์ความเที่ยงต่ำกว่า KR 20 มีข้อตกลงเบื้องต้นว่าข้อสอบแต่ละข้อต้องมีความยากเท่ากันหรือใกล้เคียงกัน 30. 31. 32. 33. 34. 35. 36. 37. สามารถตรวจข้อสอบและวิเคราะห์ข้อสอบเลือกตอบ 4-5 ตัวเลือกและเมื่อสอบแล้วนำมาวิเคราะห์ได้เลย โดยไม่ต้องตรวจข้อสอบก่อน คุณสมบัติของโปรแกรม สามารถวิเคราะห์ข้อสอบจำแนกเป็นรายจุดประสงค์และวิเคราะห์เป็นรายข้อ สามารถวิเคราะห์ตัวเลือกได้ทุกตัวเลือกและบ่งชี้คุณภาพของตัวเลือกทุกข้อ 38. วิเคราะห์ค่า Mean , S.D. คุณสมบัติของโปรแกรม ( ต่อ ) วิเคราะห์หาความเชื่อมั่นของแบบทดสอบแบบอิงเกณฑ์ทั้งฉบับ 39. 40. โปรแกรมการวิเคราะห์ B-Index เป็นการวิเคราะห์แบบอิงเกณฑ์ตามแนวคิดของ Brennan โดยมีแนวคิดหลักดังนี้ ในแต่ละจุดประสงค์นักเรียนจะถูกแบบออกเป็น 2 กลุ่ม คือกลุ่มที่ผ่านเกณฑ์และกลุ่มที่ไม่ผ่านเกณฑ์ของจุดประสงค์นั้น แนวคิดการวิเคราะห์ดัชนีจำแนก (B-Index) n1 กลุ่มผ่านเกณฑ์ กลุ่มไม่ผ่านเกณฑ์ n2 41. 42. 3. หาสัดส่วนกลุ่มผ่านเกณฑ์ ( n1 ) และกลุ่มไม่ผ่านเกณฑ์ ( n2 ) ที่ตอบถูกมาหักลบกัน ค่าที่ได้คือ ค่าดัชนีจำแนก B (B-Index) = ค่าดัชนีจำแนก B (B-Index) สัดส่วนของกลุ่มผ่านที่ตอบถูก = สัดส่วนของกลุ่มไม่ผ่านที่ตอบถูก = ค่าดัชนีจำแนก B(B-Index) = 1.00-0.00 = 1.00 43. 44. 45. 46. 47. 48. 49. 50. 51. 52. 53. 54. 55. 56. ข้อสอบแบบอัตนัย เป็นข้อสอบที่การตรวจให้คะแนนไม่ใช่แบบ 0-1 และการให้คะแนนแต่ละข้อจะไม่เท่ากัน และผลการวิเคราะห์ข้อสอบแบบอัตนัยจะบ่งชี้ข้อมูลที่สำคัญ 3 ประการเช่นเดียวกับการวิเคราะห์แบบ 0-1 คือ แนวคิดและหลักการวิเคราะห์ข้อสอบแบบอัตนัย ค่าดัชนีอำนาจจำแนกของข้อสอบแต่ละข้อ ค่าดัชนีความยากของข้อสอบแต่ละข้อ ค่าดัชนีความเชื่อมั่นของข้อสอบทั้งฉบับ 57. 58. กระบวนการในการวิเคราะห์ ( ต่อ ) ในทำนองเดียวกันคัดเลือกกลุ่มต่ำคัดเลือกกลุ่มต่ำมาร้อยละ 25 เช่นเดียวกัน นำข้อมูลไปหาค่าดัชนีความยาก นำข้อมูลไปหาค่าดัชนีอำนาจจำแนก คำนวณความเชื่อมั่นของแบบทดสอบทั้งฉบับ 59. 60. 61. 62. 63. 64. 65. ขั้นตอนการวิจัย 1. กำหนดปัญหา 2. ศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 3. นิยามปัญหา 4. ตั้งสมมติฐานของการวิจัย 5. ออกแบบวิธีการวิจัย 5.1 ประชากรและวิธีสุ่ม 5.2 เครื่องมือการวิจัย 5.3 แบบแผนการวิจัย 5.4 การวิเคราะห์ข้อมูล 66. ขั้นตอนการวิจัย 6. สุ่มตัวอย่าง 7. สร้างเครื่องมือวิจัยและตรวจสอบคุณภาพ 8. เก็บข้อมูล 10 . เขียนรายงานการวิจัย 9 . วิเคราะห์ข้อมูล 67. กระบวนการวิจัย 1. กำหนดปัญหา วิเคราะห์สภาพปัญหาและวิเคราะห์สาเหตุของปัญหา 2. ศึกษาค้นคว้า วิเคราะห์จุดเด่นจุดด้อยและกำหนดวิธีการที่ใช้แก้ปัญหา 3. สร้างและตรวจสอบคุณภาพของนวัตกรรม 4. นำนวัตกรรมไปใช้และเก็บข้อมูล 5. วิเคราะห์ข้อมูลและสรุปผล 68. ความหมายของสัญลักษณ์ที่ใช้ X O 1 O 2 E C คือ คือ คือ คือ คือ การจัดกระทำ (Treatment) การวัด หรือการสังเกตก่อนให้ X การวัด หรือการสังเกตหลังให้ X กลุ่มทดลอง กลุ่มควบคุม 69. สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล การทดสอบที ( t-test Dependent Sample ) ใช้ในกรณีการทดสอบค่าเฉลี่ย 2 กลุ่มที่ไม่เป็นอิสระจากกัน เช่น คะแนนสอบก่อนและหลังการทดลองใช้นวัตกรรม การทดสอบที ( t-test Independent Sample ) ใช้ในกรณีการทดสอบค่าเฉลี่ย 2 กลุ่มที่เป็นอิสระจากกัน เช่น คะแนนสอบก่อน / หลังการใช้นวัตกรรมของกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม 70. รูปแบบของการวิจัย รูปแบบที่ 1 กลุ่มทดลองกลุ่มเดียว วัดผลเฉพาะหลังการทดลอง ผังการทดลอง E-group X O 2E แนวทางการวิเคราะห์ผลการทดลอง หลังจากทำการวัดผลภายหลังการทดลองได้แล้ว นำผลการวัดมาเทียบกับเกณฑ์ที่กำหนดไว้ เช่น ภายหลังการทดลองนักเรียนจะต้องได้คะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนไม่ต่ำกว่าร้อยละ 70 เทียบกับเกณฑ์ 71. รูปแบบที่ 2 กลุ่มทดลองกลุ่มเดียววัดก่อนและหลังการทดลอง แนวทางการวิเคราะห์ผลการทดลอง รูปแบบการทดลองในแบบที่ 2 จะใช้การเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างคะแนนผลการวัดก่อนและหลังการทดลองหรือการใช้นวัตกรรม หรือนำผลการใช้นวัตกรรมหรือผลคะแนนหลังการทดลองไปเปรียบเทียบกับเกณฑ์ ผังการทดลอง E-group O 1E X O 2E สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ คือ การทดสอบที ( t-test Dependent Sample ) 72. รูปแบบที่ 3 กลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมที่ไม่เท่าเทียมกัน วัดผลเฉพาะหลังการทดลอง แนวทางการวิเคราะห์ผลการทดลอง รูปแบบที่ 3 จะใช้การเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างคะแนนผลการวัดหลังการทดลองหรือการใช้นวัตกรรมของกลุ่มทดลองเปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุม หรือนำผลการใช้นวัตกรรมหรือผลคะแนนหลังการทดลองของกลุ่มทดลองไปเปรียบเทียบกับเกณฑ์ที่กำหนดไว้ ผังการทดลอง E-group X O 2E C-group _ O 2C สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ คือ การทดสอบที ( t-test Independent Sample) 73. รูปแบบที่ 4 กลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมที่ไม่เท่าเทียมกัน วัดผลก่อนและหลังการทดลอง แนวทางการวิเคราะห์ผลการทดลอง รูปแบบที่ 4 จะใช้การเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างคะแนนผลการวัดหลังการทดลองหรือการใช้นวัตกรรมของกลุ่มทดลองเปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุม และใช้การเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างคะแนนก่อนและหลังการทดลอง ( Posttest เปรียบเทียบ Pretest ) ซึ่งจะทำให้ทราบถึงพัฒนาการของผู้เรียน หรือนำผลการใช้นวัตกรรมหรือผลคะแนนหลังการทดลองของกลุ่มทดลองไปเปรียบเทียบกับเกณฑ์ที่กำหนดไว้ ผังการทดลอง E-group O 1E X O 2E C-group O 1C _ O 2C สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ คือ การทดสอบที ( t-test dependent sample ) และ t-test Independent Sample 74. 75.