จัดทำโดย นำงสำวศิริภำภรณ์ มณีโชติ เลขที่ 19
นำงสำวนิวัฒนำ สมแก้ว เลขที่ 20
ชั้นมัธยมศีกษำปีที่ 6/14
โครงงานคอมพิวเตอร์
โครงงานคอมพิวเตอร์ หมายถึง กิจกรรมการเรียนที่นักเรียนมีอิสระในการเลือกศึกษาปัญหา
ที่ตนเองสนใจ โดยจะต้องวางแผนการดาเนินงาน ศึกษา พัฒนาโปรแกรม โดยใช้ความรู้ทางกระบวนการ
วิศวกรรมซอฟต์แวร์ เครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนทักษะพื้นฐานในการพัฒนา
โครงงาน เรื่องที่นักเรียนสนใจและคิดจะทาโครงงานซึ่งอาจมีผู้ศึกษามาก่อน หรือเป็นเรื่องที่นักพัฒนา
โปรแกรมได้เคยค้นคว้าและพัฒนาแล้ว นักเรียนสามารถทาโครงงานเรื่องดังกล่าวได้แต่ต้องคิดดัดแปลง
แนวทางในการศึกษา การวิเคราะห์ข้อมูล การพัฒนาโปรแกรม หรือศึกษาเพิ่มเติมจากผลงานเดิมที่มี
ผู้รายงานไว้จุดมุ่งหมายสาคัญของการทาโครงงานเป็นการเปิดโอกาสให้นักเรียนได้รับประสบการณ์ตรง
ในการใช้ระบบคอมพิวเตอร์แก้ปัญหา ประดิษฐ์คิดค้น หรือค้นคว้าหาความรู้ต่างๆ ใช้คอมพิวเตอร์ในการ
พัฒนาสื่อการเรียนรู้เพื่อการศึกษา ประดิษฐ์ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ หรืออุปกรณ์ใช้สอยต่างๆ
พัฒนาโปรแกรมประยุกต์ต่างๆ ตลอดจนการพัฒนาเกมคอมพิวเตอร์ เพื่อฝึกให้นักเรียนเป็นบุคคลที่
ใฝ่เรียนใฝ่รู้ การพัฒนาความคิดใหม่ๆ ความมีคุณธรรมจริยธรรม เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ให้กับเพื่อนมนุษย์และ
อยู่ในสังคมอย่างมีความสุข
ความหมายและความสาคัญของโครงงาน
คอมพิวเตอร์
ความสาคัญของโครงงาน
คอมพิวเตอร์
1.ความสามารถในการสื่อสาร เป็นความสามารถที่เกิดจากการที่นักเรียนเป็นผู้ทา
โครงงานต้องนาเสนอผลงานให้ ครูและเพื่อนนักเรียนให้เข้าใจโครงงาน
คอมพิวเตอร์ได้อย่างชัดเจน ดังนั้น ผู้ทาโครงงานต้องสื่อสารความคิดในการ
สร้างสรรค์โครงงานด้วยการเขียน หรือด้วยปากเปล่า รวมทั้งเลือกใช้รูปแบบของ
สื่ออย่างมีประสิทธิภาพเพื่อนาเสนอแนวคิดในการจัด โครงงานให้ผู้อื่นได้เข้าใจ
2.ความสามารถในการคิด ซึ่งผู้เรียนจะมีการคิดในลักษณะต่าง ๆ ดังนี้
♥ การคิดวิเคราะห์ เกิดจากการที่ผู้เรียนต้องวิเคราะห์ปัญหาและแยกแยะสาเหตุว่าเกิด
เนื่องจากอะไร
♥ การคิดสังเคราะห์ เกิดจากการที่ผู้เรียนต้องนาความรู้ต่าง ๆ ที่เรียนมา รวมทั้งความรู้จาก
การค้นหาข้อมูล เพื่อใช้ในการแก้ปัญหาหรือการสร้างสรรค์โครงงาน
♥ การคิดอย่างสร้างสรรค์ เกิดจากการที่ผู้เรียนนาความรู้มาสร้างสรรค์ผลงานใหม่ ๆ
♥ การคิดอย่างมีวิจารณญาณ เกิดจากการที่ผู้เรียนได้มีการคิดไตร่ตรองว่าควรทาโครงงาน
ใดและไม่ควรทาโครง งานใด เนื่องจากโครงงานที่สร้างขึ้นอาจส่งผลกระทบต่อสังคม
โดยรวม เช่น โครงงานระบบคานวณเลขหวย สาหรับหาเลขที่คาดว่าสลากกินแบ่งรัฐบาลจะ
ออกในแต่ละงวด อาจส่งผลกระทบต่อสังคม ทาให้คนในสังคมเกิดความหมกมุ่นในกับการ
ใช้เงินเล่นหวยมากขึ้น
♥ การคิดอย่างเป็นระบบ เกิดจากการที่ผู้เรียนคิดแก้ปัญหาอย่างเป็นขั้นตอน โดยใช้ขั้นตอน
ในการพัฒนาโครงงาน คือ ผู้เรียนเป็นผู้วางแผนในการศึกษา ค้นคว้า เก็บรวบรวมข้อมูล
พัฒนา หรือประดิษฐ์คิดค้นผลงาน รวมทั้งการสรุปผลและการนาเสนอผลการศึกษาค้นคว้า
ด้วยตนเอง โดยมีผู้สอนและผู้ทรงคุณวุฒิเป็นผู้ให้คาปรึกษา
3.ความสามารถในการแก้ปัญหา เกิดจากการที่ผู้เรียนวิเคราะห์ปัญหา เข้าใจ และอธิบายปัญหา
ทางด้านคอมพิวเตอร์ รวมทั้งประยุกต์ความรู้ ทักษะ และการใช้เครื่องมือที่เหมาะสมกับการแก้ไข
ปัญหา
4.ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต เกิดจากการที่ผู้เรียนได้นาความรู้และกระบวนการต่าง ๆ ไป
ใช้ในการพัฒนาโครงงาน และนาไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจาวันได้อย่างเหมาะสม รวมถึงการ
พัฒนาโครงงาน ก่อให้เกิดการเรียนรู้ด้วยตนเอง อันนาไปสู่การเรียนรู้ตลอดชีวิต
5.ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี เกิดจากการที่ผู้เรียนสามารถเลือกใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ
ในการแก้ปัญหาได้ อย่างถูกต้องเหมาะสม และมีคุณธรรม
ขอบข่ายและประเภทของโครงงาน
ขอบข่ายของโครงงาน
1. เป็นกิจกรรมกำรเรียนให้นักเรียนศึกษำ ค้นคว้ำ ปฏิบัติดัวยตนเองโดยอำศัยหลักวิชำกำร
ทำงทฤษฎีตำมเนื้อหำโครงงำนนั้นๆ หรือจำกประสบกำรณ์และกิจกรรมต่ำง ๆ ที่ได้พบเห็น
มำกแล้ว
2. นักเรียนทุกคนพิจำรณำจัดทำโครงงำนด้วยตนเอง หรือเป็นกลุ่มโดยใช้ระยะเวลำสั้นๆ เป็น
ภำคเรียน หรือมำกว่ำก็ได้ แล้วแต่โครงงำนเล็กหรือใหญ่
3. นักเรียนเป็นผู้พิจำรณำริเริ่มสร้ำงสรรค์ คัดเลือกโครงงำนที่จะศึกษำค้นคว้ำปฏิบัติด้วย
ตนเองตำมควำมถนัด สนใจ และควำมพร้อม
4. นักเรียนเป็นผู้เสนอโครงงำน รำยละเอียดของโครงงำน แผนปฏิบัติงำนและกำรแปลผล
รำยงำนผลต่ออำจำรย์ที่ปรึกษำ เพื่อดำเนินงำนร่วมกันให้บรรลุตำมจุดหมำยที่กำหนดไว้
5. เป็นโครงงำนที่เหมำะสมกับควำมรู้ ควำมสำมำรถของนักเรียนตำมวัยและสติปัญญำ
รวมทั้งกำรใช้จ่ำยเงินดำเนินงำนด้วย
ประเภทของโครงงาน
1. โครงงำนพัฒนำสื่อเพื่อกำรศึกษำ เป็นโครงงำนที่ใช้คอมพิวเตอร์ในกำรผลิต
สื่อเพื่อกำรศึกษำ
2. โครงงำนพัฒนำเครื่องมือ เป็นโครงงำนที่สร้ำงเครื่องมือ ใช้สร้ำงงำน
ส่วนใหญ่จะอยู่ในรูปของซอฟต์แวร์
3. โครงงำนประเภทกำรทดลองทฤษฎี เป็นโครงงำนที่ใช้คอมพิวเตอร์
ในกำรจำลองกำรทดลองของสำขำต่ำงๆ
4. โครงงำนประเภทกำรประยุกต์ใช้งำน สร้ำงผลงำนเพื่อประยุกต์
ใช้งำนในชีวิตประจำวัน
5. โครงงำนพัฒนำเกม เพื่อควำมรู้ ควำมเพลิดเพลิน
โครงงานการพัฒนาสื่อเพื่อการศึกษา
Educational Media Development
เป็นโครงงำนที่ใช้คอมพิวเตอร์ในกำรผลิตสื่อเพื่อกำรศึกษำ โดยกำรสร้ำง
โปรแกรมบทเรียนหรือหน่วยกำรเรียน ซึ่งอำจจะต้องมีภำคแบบฝึกหัด บท
ทบทวน และคำถำมคำตอบไว้พร้อม ผู้เรียนสำมำรถเรียนแบบรำยบุคคลหรือ
รำยกลุ่มกำรสอน โดยใช้คอมพิวเตอร์ช่วยสอนนี้ถือว่ำคอมพิวเตอร์เป็นอุปกรณ์
กำรสอน ซึ่งอำจเป็นกำรพัฒนำบทเรียนแบบออนไลน์ ให้ผู้เรียนเข้ำมำศึกษำ
ด้วยตนเองก็ได้ โครงงำนประเภทนี้สำมำรถพัฒนำขึ้นเพื่อใช้ประกอบกำรสอน
ในวิชำต่ำงๆ โดยผู้เรียนอำจคัดเลือกเนื้อหำที่เข้ำใจยำกมำเป็นหัวข้อในกำร
พัฒนำสื่อเพื่อกำรศึกษำ
ตัวอย่ำงโครงงำนกำรพัฒนำสื่อเพื่อกำรศึกษำ
1. โปรแกรม ดนตรีไทยแสนสนุก
2. โปรแกรม ควำมหลำกหลำยของสิ่งมีชีวิต
3. โปรแกรมฝึกอ่ำนออกเสียงภำษำอังกฤษ
4. โปรแกรมสำนวนไทยพำสนุก
5. โปรแกรมเรียนรู้คณิตศำสตร์
โครงงานพัฒนาเครื่องมือ
(Tools Development)
เป็นโครงงำนเพื่อพัฒนำเครื่องมือช่วยสร้ำงงำนประยุกต์ต่ำงๆ โดยส่วนใหญ่จะ
อยู่ในรูปซอฟต์แวร์ เช่น ซอฟต์แวร์วำดรูป ซอฟต์แวร์พิมพ์งำน และซอฟต์แวร์
ช่วยกำรมองวัตถุในมุมต่ำงๆ เป็นต้น สำหรับซอฟต์แวร์เพื่อกำรพิมพ์งำนนั้น
สร้ำงขึ้นเป็นโปรแกรมประมวลคำ ซึ่งจะเป็นเครื่องมือให้เรำใช้ในกำรพิมพ์งำน
ต่ำงๆ บนเครื่องคอมพิวเตอร์ ส่วนซอฟต์แวร์กำรวำดรูป พัฒนำขึ้นเพื่ออำนวย
ควำมสะดวกให้กำรวำดรูปบนเครื่องคอมพิวเตอร์ให้เป็นไปได้โดยง่ำย สำหรับ
ซอฟต์แวร์ช่วยกำรมองวัตถุในมุมต่ำงๆ ใช้สำหรับช่วยกำรออกแบบสิ่งของ อำทิ
เช่น ผู้ใช้วำดแจกันด้ำนหน้ำ และต้องกำรจะดูว่ำด้ำนบนและด้ำนข้ำงเป็น
อย่ำงไร ก็ให้ซอฟต์แวร์คำนวณค่ำและภำพที่ควรจะเป็นมำให้ เพื่อพิจำรณำและ
แก้ไขภำพแจกันที่ออกแบบไว้ได้อย่ำงสะดวก เป็นต้น
ตัวอย่างโครงงานพัฒนาเครื่องมือ
1. โปรแกรมการค้นหาคาภาษาไทย
2. โปรแกรมอ่านอักษรไทย
3. โปรแกรมวาดภาพสามมิติ
4. โปรแกรมบีบอัดข้อมูล
5. โปรแกรมประมวลผลคาไทยบนระบบปฏิบัติการลีนุกซ์
โครงงานการทดลองทฤษฏี
(Theory Simulation)
เป็นโครงงำนที่ใช้คอมพิวเตอร์ช่วยในกำรจำลองกำรทดลองของสำขำต่ำงๆ ซึ่งเป็น
งำนที่ไม่สำมำรถทดลองด้วยสถำนกำรณ์จริงได้ เช่น กำรจุดระเบิด เป็นต้น และเป็น
โครงงำนที่ผู้ทำต้องศึกษำรวบรวมควำมรู้ หลักกำร ข้อเท็จจริง และแนวคิดต่ำงๆ
อย่ำงลึกซึ้งในเรื่องที่ต้องกำรศึกษำแล้วเสนอเป็นแนวคิด แบบจำลอง หลักกำร ซึ่ง
อำจอยู่ในรูปของสูตร สมกำร หรือคำอธิบำย พร้อมทั้งจำลองทฤษฏีด้วยคอมพิวเตอร์
ให้ออกมำเป็นภำพ ภำพที่ได้ก็จะเปลี่ยนไปตำมสูตรหรือสมกำรนั้น ซึ่งจะทำให้ผู้เรียน
มีควำมเข้ำใจได้ดียิ่งขึ้น กำรทำโครงงำนประเภทนี้มีจุดสำคัญอยู่ที่ผู้ทำต้องมีควำมรู้
ในเรื่องนั้นๆ เป็นอย่ำงดี
ตัวอย่างโครงงานการทดลองทฤษฎี
1. การทดลองปัจจัยต่างๆ ในการเลี้ยงปลานิลด้วยคอมพิวเตอร์
2. การทดลองปัจจัยต่างๆ ในการเพาะปลูกแก้วมังกรด้วยคอมพิวเตอร์
3. การทดลองผสมสารเคมีต่างๆ ด้วยคอมพิวเตอร์
4. ปัจจัยต่างๆ กับการเคลื่อนที่ของเครื่องบิน
5. ผลการปลูกข้าวในสภาวะแวดล้อมที่ต่างกัน
6. โปรแกรมสังเคราะห์เสียงพูดเบื้องต้น
7. โปรแกรมจาลองการทางานของเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล
โครงงานการประยุกต์ใช้งาน
(Application)
เป็นโครงงำนที่ใช้คอมพิวเตอร์ในกำรสร้ำงผลงำนเพื่อ ประยุกต์ใช้งำนจริงใน
ชีวิตประจำวัน อำทิเช่น ซอฟต์แวร์สำหรับกำรออกแบบและตกแต่งภำยในอำคำร
ซอฟต์แวร์สำหรับกำรผสมสี และซอฟต์แวร์สำหรับกำรระบุคนร้ำย เป็นต้น
โครงงำนประเภทนี้จะมีกำรประดิษฐ์ฮำร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ หรืออุปกรณ์ใช้สอย
ต่ำงๆ ซึ่งอำจเป็นกำรคิดสร้ำงสิ่งของขึ้นใหม่ หรือปรับปรุงเปลี่ยนแปลงของเดิมที่
มีอยู่แล้วให้มีประสิทธิภำพสูงขึ้น โครงงำนลักษณะนี้จะต้องศึกษำและวิเครำะห์
ควำมต้องกำรของผู้ใช้ก่อน แล้วนำข้อมูลที่ได้มำใช้ในกำรออกแบบ และพัฒนำ
สิ่งของนั้นๆ ต่อจำกนั้นต้องมีกำรทดสอบกำรทำงำนหรือทดสอบคุณภำพของ
สิ่งประดิษฐ์แล้วปรับ ปรุงแก้ไขให้มีควำมสมบูรณ์ โครงงำนประเภทนี้ผู้เรียนต้อง
ใช้ควำมรู้เกี่ยวกับเครื่องคอมพิวเตอร์ ภำษำโปรแกรม และเครื่องมือต่ำงๆ ที่
เกี่ยวข้อง
โครงงานการประยุกต์ใช้งาน
1. โปรแกรม สารบรรณสาเร็จรูป : Readymade Archivist
2. โปรแกรมระบบฐานข้อมูลทางการแพทย์เบื้องต้น
3. โปรแกรมระบบแฟ้มฐานข้อมูลผู้เรียน 2001
4. เครื่องรดน้าต้นไม้และให้อาหารปลาผ่านโทรศัพท์มือถือ
5. เครื่องให้อาหารไก่ไข่อัตโนมัติ
6. ระบบบริหารจัดการข้อมูลผู้เรียนของโรงเรียน
7. ระบบจัดการข้อมูลการเงินส่วนบุคคล
8. ระบบจองตั๋วรถไฟบนอินเทอร์เน็ต
9. ระบบแนะนาเส้นทางเดินรถประจาทาง
10. โปรแกรมสังเคราะห์เสียงสาหรับคนตาบอดบนรถประจาทาง
โครงงานการพัฒนาโปรแกรม
ประยุกต์
(Game Development)
เป็นโครงงำนพัฒนำซอฟต์แวร์เกมเพื่อควำมรู้หรือควำมเพลิดเพลิน เช่น
เกมหมำกรุก เกมทำยคำศัพท์ และเกมกำรคำนวณเลข เป็นต้น ซึ่งเกมที่
พัฒนำขึ้นนี้น่ำจะเน้นให้เป็นเกมที่ไม่รุนแรง เน้นกำรใช้สมองเพื่อฝึกควำมคิด
อย่ำงมีหลักกำร โครงงำนประเภทนี้จะมีกำรออกแบบลักษณะและกฎเกณฑ์กำร
เล่น เพื่อให้น่ำสนใจแก่ผู้เล่น พร้อมทั้งให้ควำมรู้สอดแทรกไปด้วย ผู้พัฒนำควร
จะได้ทำกำรสำรวจและรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับเกมต่ำงๆ ที่มีอยู่ทั่วไป และนำมำ
ปรับปรุงหรือพัฒนำขึ้นใหม่เพื่อให้เป็นเกมที่แปลกใหม่ และน่ำสนใจแก่ผู้เล่น
กลุ่มต่ำงๆ
ตัวอย่างโครงงานการพัฒนาโปรแกรมประยุกต์
1. โปรแกรม ต่อให้เพิ่ม เติมให้เต็ม (Magic Puzzle)
2. โปรแกรม เกมผู้รอดชีวิต
3. โปรแกรมเกมทศกัณฑ์
4. โปรแกรมรองเท้าอาถรรพ์
5. เกมผจญภัยกับพระอภัยมณี
6. เกมอักษรเขาวงกต
7. เกมเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
8. เกมผจญภัยกับภาษาอังกฤษ
9. เกมศึกรำมเกียรติ์
10. เกมบวกลบเลขแสนสนุก

โครงงานคอมพิวเตอร์

  • 1.
    จัดทำโดย นำงสำวศิริภำภรณ์ มณีโชติเลขที่ 19 นำงสำวนิวัฒนำ สมแก้ว เลขที่ 20 ชั้นมัธยมศีกษำปีที่ 6/14 โครงงานคอมพิวเตอร์
  • 2.
    โครงงานคอมพิวเตอร์ หมายถึง กิจกรรมการเรียนที่นักเรียนมีอิสระในการเลือกศึกษาปัญหา ที่ตนเองสนใจโดยจะต้องวางแผนการดาเนินงาน ศึกษา พัฒนาโปรแกรม โดยใช้ความรู้ทางกระบวนการ วิศวกรรมซอฟต์แวร์ เครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนทักษะพื้นฐานในการพัฒนา โครงงาน เรื่องที่นักเรียนสนใจและคิดจะทาโครงงานซึ่งอาจมีผู้ศึกษามาก่อน หรือเป็นเรื่องที่นักพัฒนา โปรแกรมได้เคยค้นคว้าและพัฒนาแล้ว นักเรียนสามารถทาโครงงานเรื่องดังกล่าวได้แต่ต้องคิดดัดแปลง แนวทางในการศึกษา การวิเคราะห์ข้อมูล การพัฒนาโปรแกรม หรือศึกษาเพิ่มเติมจากผลงานเดิมที่มี ผู้รายงานไว้จุดมุ่งหมายสาคัญของการทาโครงงานเป็นการเปิดโอกาสให้นักเรียนได้รับประสบการณ์ตรง ในการใช้ระบบคอมพิวเตอร์แก้ปัญหา ประดิษฐ์คิดค้น หรือค้นคว้าหาความรู้ต่างๆ ใช้คอมพิวเตอร์ในการ พัฒนาสื่อการเรียนรู้เพื่อการศึกษา ประดิษฐ์ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ หรืออุปกรณ์ใช้สอยต่างๆ พัฒนาโปรแกรมประยุกต์ต่างๆ ตลอดจนการพัฒนาเกมคอมพิวเตอร์ เพื่อฝึกให้นักเรียนเป็นบุคคลที่ ใฝ่เรียนใฝ่รู้ การพัฒนาความคิดใหม่ๆ ความมีคุณธรรมจริยธรรม เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ให้กับเพื่อนมนุษย์และ อยู่ในสังคมอย่างมีความสุข ความหมายและความสาคัญของโครงงาน คอมพิวเตอร์
  • 3.
    ความสาคัญของโครงงาน คอมพิวเตอร์ 1.ความสามารถในการสื่อสาร เป็นความสามารถที่เกิดจากการที่นักเรียนเป็นผู้ทา โครงงานต้องนาเสนอผลงานให้ ครูและเพื่อนนักเรียนให้เข้าใจโครงงาน คอมพิวเตอร์ได้อย่างชัดเจนดังนั้น ผู้ทาโครงงานต้องสื่อสารความคิดในการ สร้างสรรค์โครงงานด้วยการเขียน หรือด้วยปากเปล่า รวมทั้งเลือกใช้รูปแบบของ สื่ออย่างมีประสิทธิภาพเพื่อนาเสนอแนวคิดในการจัด โครงงานให้ผู้อื่นได้เข้าใจ
  • 4.
    2.ความสามารถในการคิด ซึ่งผู้เรียนจะมีการคิดในลักษณะต่าง ๆดังนี้ ♥ การคิดวิเคราะห์ เกิดจากการที่ผู้เรียนต้องวิเคราะห์ปัญหาและแยกแยะสาเหตุว่าเกิด เนื่องจากอะไร ♥ การคิดสังเคราะห์ เกิดจากการที่ผู้เรียนต้องนาความรู้ต่าง ๆ ที่เรียนมา รวมทั้งความรู้จาก การค้นหาข้อมูล เพื่อใช้ในการแก้ปัญหาหรือการสร้างสรรค์โครงงาน ♥ การคิดอย่างสร้างสรรค์ เกิดจากการที่ผู้เรียนนาความรู้มาสร้างสรรค์ผลงานใหม่ ๆ ♥ การคิดอย่างมีวิจารณญาณ เกิดจากการที่ผู้เรียนได้มีการคิดไตร่ตรองว่าควรทาโครงงาน ใดและไม่ควรทาโครง งานใด เนื่องจากโครงงานที่สร้างขึ้นอาจส่งผลกระทบต่อสังคม โดยรวม เช่น โครงงานระบบคานวณเลขหวย สาหรับหาเลขที่คาดว่าสลากกินแบ่งรัฐบาลจะ ออกในแต่ละงวด อาจส่งผลกระทบต่อสังคม ทาให้คนในสังคมเกิดความหมกมุ่นในกับการ ใช้เงินเล่นหวยมากขึ้น ♥ การคิดอย่างเป็นระบบ เกิดจากการที่ผู้เรียนคิดแก้ปัญหาอย่างเป็นขั้นตอน โดยใช้ขั้นตอน ในการพัฒนาโครงงาน คือ ผู้เรียนเป็นผู้วางแผนในการศึกษา ค้นคว้า เก็บรวบรวมข้อมูล พัฒนา หรือประดิษฐ์คิดค้นผลงาน รวมทั้งการสรุปผลและการนาเสนอผลการศึกษาค้นคว้า ด้วยตนเอง โดยมีผู้สอนและผู้ทรงคุณวุฒิเป็นผู้ให้คาปรึกษา
  • 5.
    3.ความสามารถในการแก้ปัญหา เกิดจากการที่ผู้เรียนวิเคราะห์ปัญหา เข้าใจและอธิบายปัญหา ทางด้านคอมพิวเตอร์ รวมทั้งประยุกต์ความรู้ ทักษะ และการใช้เครื่องมือที่เหมาะสมกับการแก้ไข ปัญหา 4.ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต เกิดจากการที่ผู้เรียนได้นาความรู้และกระบวนการต่าง ๆ ไป ใช้ในการพัฒนาโครงงาน และนาไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจาวันได้อย่างเหมาะสม รวมถึงการ พัฒนาโครงงาน ก่อให้เกิดการเรียนรู้ด้วยตนเอง อันนาไปสู่การเรียนรู้ตลอดชีวิต 5.ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี เกิดจากการที่ผู้เรียนสามารถเลือกใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ในการแก้ปัญหาได้ อย่างถูกต้องเหมาะสม และมีคุณธรรม
  • 6.
    ขอบข่ายและประเภทของโครงงาน ขอบข่ายของโครงงาน 1. เป็นกิจกรรมกำรเรียนให้นักเรียนศึกษำ ค้นคว้ำปฏิบัติดัวยตนเองโดยอำศัยหลักวิชำกำร ทำงทฤษฎีตำมเนื้อหำโครงงำนนั้นๆ หรือจำกประสบกำรณ์และกิจกรรมต่ำง ๆ ที่ได้พบเห็น มำกแล้ว 2. นักเรียนทุกคนพิจำรณำจัดทำโครงงำนด้วยตนเอง หรือเป็นกลุ่มโดยใช้ระยะเวลำสั้นๆ เป็น ภำคเรียน หรือมำกว่ำก็ได้ แล้วแต่โครงงำนเล็กหรือใหญ่ 3. นักเรียนเป็นผู้พิจำรณำริเริ่มสร้ำงสรรค์ คัดเลือกโครงงำนที่จะศึกษำค้นคว้ำปฏิบัติด้วย ตนเองตำมควำมถนัด สนใจ และควำมพร้อม 4. นักเรียนเป็นผู้เสนอโครงงำน รำยละเอียดของโครงงำน แผนปฏิบัติงำนและกำรแปลผล รำยงำนผลต่ออำจำรย์ที่ปรึกษำ เพื่อดำเนินงำนร่วมกันให้บรรลุตำมจุดหมำยที่กำหนดไว้ 5. เป็นโครงงำนที่เหมำะสมกับควำมรู้ ควำมสำมำรถของนักเรียนตำมวัยและสติปัญญำ รวมทั้งกำรใช้จ่ำยเงินดำเนินงำนด้วย
  • 7.
    ประเภทของโครงงาน 1. โครงงำนพัฒนำสื่อเพื่อกำรศึกษำ เป็นโครงงำนที่ใช้คอมพิวเตอร์ในกำรผลิต สื่อเพื่อกำรศึกษำ 2.โครงงำนพัฒนำเครื่องมือ เป็นโครงงำนที่สร้ำงเครื่องมือ ใช้สร้ำงงำน ส่วนใหญ่จะอยู่ในรูปของซอฟต์แวร์ 3. โครงงำนประเภทกำรทดลองทฤษฎี เป็นโครงงำนที่ใช้คอมพิวเตอร์ ในกำรจำลองกำรทดลองของสำขำต่ำงๆ 4. โครงงำนประเภทกำรประยุกต์ใช้งำน สร้ำงผลงำนเพื่อประยุกต์ ใช้งำนในชีวิตประจำวัน 5. โครงงำนพัฒนำเกม เพื่อควำมรู้ ควำมเพลิดเพลิน
  • 8.
    โครงงานการพัฒนาสื่อเพื่อการศึกษา Educational Media Development เป็นโครงงำนที่ใช้คอมพิวเตอร์ในกำรผลิตสื่อเพื่อกำรศึกษำโดยกำรสร้ำง โปรแกรมบทเรียนหรือหน่วยกำรเรียน ซึ่งอำจจะต้องมีภำคแบบฝึกหัด บท ทบทวน และคำถำมคำตอบไว้พร้อม ผู้เรียนสำมำรถเรียนแบบรำยบุคคลหรือ รำยกลุ่มกำรสอน โดยใช้คอมพิวเตอร์ช่วยสอนนี้ถือว่ำคอมพิวเตอร์เป็นอุปกรณ์ กำรสอน ซึ่งอำจเป็นกำรพัฒนำบทเรียนแบบออนไลน์ ให้ผู้เรียนเข้ำมำศึกษำ ด้วยตนเองก็ได้ โครงงำนประเภทนี้สำมำรถพัฒนำขึ้นเพื่อใช้ประกอบกำรสอน ในวิชำต่ำงๆ โดยผู้เรียนอำจคัดเลือกเนื้อหำที่เข้ำใจยำกมำเป็นหัวข้อในกำร พัฒนำสื่อเพื่อกำรศึกษำ
  • 9.
    ตัวอย่ำงโครงงำนกำรพัฒนำสื่อเพื่อกำรศึกษำ 1. โปรแกรม ดนตรีไทยแสนสนุก 2.โปรแกรม ควำมหลำกหลำยของสิ่งมีชีวิต 3. โปรแกรมฝึกอ่ำนออกเสียงภำษำอังกฤษ 4. โปรแกรมสำนวนไทยพำสนุก 5. โปรแกรมเรียนรู้คณิตศำสตร์
  • 10.
    โครงงานพัฒนาเครื่องมือ (Tools Development) เป็นโครงงำนเพื่อพัฒนำเครื่องมือช่วยสร้ำงงำนประยุกต์ต่ำงๆ โดยส่วนใหญ่จะ อยู่ในรูปซอฟต์แวร์เช่น ซอฟต์แวร์วำดรูป ซอฟต์แวร์พิมพ์งำน และซอฟต์แวร์ ช่วยกำรมองวัตถุในมุมต่ำงๆ เป็นต้น สำหรับซอฟต์แวร์เพื่อกำรพิมพ์งำนนั้น สร้ำงขึ้นเป็นโปรแกรมประมวลคำ ซึ่งจะเป็นเครื่องมือให้เรำใช้ในกำรพิมพ์งำน ต่ำงๆ บนเครื่องคอมพิวเตอร์ ส่วนซอฟต์แวร์กำรวำดรูป พัฒนำขึ้นเพื่ออำนวย ควำมสะดวกให้กำรวำดรูปบนเครื่องคอมพิวเตอร์ให้เป็นไปได้โดยง่ำย สำหรับ ซอฟต์แวร์ช่วยกำรมองวัตถุในมุมต่ำงๆ ใช้สำหรับช่วยกำรออกแบบสิ่งของ อำทิ เช่น ผู้ใช้วำดแจกันด้ำนหน้ำ และต้องกำรจะดูว่ำด้ำนบนและด้ำนข้ำงเป็น อย่ำงไร ก็ให้ซอฟต์แวร์คำนวณค่ำและภำพที่ควรจะเป็นมำให้ เพื่อพิจำรณำและ แก้ไขภำพแจกันที่ออกแบบไว้ได้อย่ำงสะดวก เป็นต้น
  • 11.
    ตัวอย่างโครงงานพัฒนาเครื่องมือ 1. โปรแกรมการค้นหาคาภาษาไทย 2. โปรแกรมอ่านอักษรไทย 3.โปรแกรมวาดภาพสามมิติ 4. โปรแกรมบีบอัดข้อมูล 5. โปรแกรมประมวลผลคาไทยบนระบบปฏิบัติการลีนุกซ์
  • 12.
    โครงงานการทดลองทฤษฏี (Theory Simulation) เป็นโครงงำนที่ใช้คอมพิวเตอร์ช่วยในกำรจำลองกำรทดลองของสำขำต่ำงๆ ซึ่งเป็น งำนที่ไม่สำมำรถทดลองด้วยสถำนกำรณ์จริงได้เช่น กำรจุดระเบิด เป็นต้น และเป็น โครงงำนที่ผู้ทำต้องศึกษำรวบรวมควำมรู้ หลักกำร ข้อเท็จจริง และแนวคิดต่ำงๆ อย่ำงลึกซึ้งในเรื่องที่ต้องกำรศึกษำแล้วเสนอเป็นแนวคิด แบบจำลอง หลักกำร ซึ่ง อำจอยู่ในรูปของสูตร สมกำร หรือคำอธิบำย พร้อมทั้งจำลองทฤษฏีด้วยคอมพิวเตอร์ ให้ออกมำเป็นภำพ ภำพที่ได้ก็จะเปลี่ยนไปตำมสูตรหรือสมกำรนั้น ซึ่งจะทำให้ผู้เรียน มีควำมเข้ำใจได้ดียิ่งขึ้น กำรทำโครงงำนประเภทนี้มีจุดสำคัญอยู่ที่ผู้ทำต้องมีควำมรู้ ในเรื่องนั้นๆ เป็นอย่ำงดี
  • 13.
    ตัวอย่างโครงงานการทดลองทฤษฎี 1. การทดลองปัจจัยต่างๆ ในการเลี้ยงปลานิลด้วยคอมพิวเตอร์ 2.การทดลองปัจจัยต่างๆ ในการเพาะปลูกแก้วมังกรด้วยคอมพิวเตอร์ 3. การทดลองผสมสารเคมีต่างๆ ด้วยคอมพิวเตอร์ 4. ปัจจัยต่างๆ กับการเคลื่อนที่ของเครื่องบิน 5. ผลการปลูกข้าวในสภาวะแวดล้อมที่ต่างกัน 6. โปรแกรมสังเคราะห์เสียงพูดเบื้องต้น 7. โปรแกรมจาลองการทางานของเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล
  • 14.
    โครงงานการประยุกต์ใช้งาน (Application) เป็นโครงงำนที่ใช้คอมพิวเตอร์ในกำรสร้ำงผลงำนเพื่อ ประยุกต์ใช้งำนจริงใน ชีวิตประจำวัน อำทิเช่นซอฟต์แวร์สำหรับกำรออกแบบและตกแต่งภำยในอำคำร ซอฟต์แวร์สำหรับกำรผสมสี และซอฟต์แวร์สำหรับกำรระบุคนร้ำย เป็นต้น โครงงำนประเภทนี้จะมีกำรประดิษฐ์ฮำร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ หรืออุปกรณ์ใช้สอย ต่ำงๆ ซึ่งอำจเป็นกำรคิดสร้ำงสิ่งของขึ้นใหม่ หรือปรับปรุงเปลี่ยนแปลงของเดิมที่ มีอยู่แล้วให้มีประสิทธิภำพสูงขึ้น โครงงำนลักษณะนี้จะต้องศึกษำและวิเครำะห์ ควำมต้องกำรของผู้ใช้ก่อน แล้วนำข้อมูลที่ได้มำใช้ในกำรออกแบบ และพัฒนำ สิ่งของนั้นๆ ต่อจำกนั้นต้องมีกำรทดสอบกำรทำงำนหรือทดสอบคุณภำพของ สิ่งประดิษฐ์แล้วปรับ ปรุงแก้ไขให้มีควำมสมบูรณ์ โครงงำนประเภทนี้ผู้เรียนต้อง ใช้ควำมรู้เกี่ยวกับเครื่องคอมพิวเตอร์ ภำษำโปรแกรม และเครื่องมือต่ำงๆ ที่ เกี่ยวข้อง
  • 15.
    โครงงานการประยุกต์ใช้งาน 1. โปรแกรม สารบรรณสาเร็จรูป: Readymade Archivist 2. โปรแกรมระบบฐานข้อมูลทางการแพทย์เบื้องต้น 3. โปรแกรมระบบแฟ้มฐานข้อมูลผู้เรียน 2001 4. เครื่องรดน้าต้นไม้และให้อาหารปลาผ่านโทรศัพท์มือถือ 5. เครื่องให้อาหารไก่ไข่อัตโนมัติ 6. ระบบบริหารจัดการข้อมูลผู้เรียนของโรงเรียน 7. ระบบจัดการข้อมูลการเงินส่วนบุคคล 8. ระบบจองตั๋วรถไฟบนอินเทอร์เน็ต 9. ระบบแนะนาเส้นทางเดินรถประจาทาง 10. โปรแกรมสังเคราะห์เสียงสาหรับคนตาบอดบนรถประจาทาง
  • 16.
    โครงงานการพัฒนาโปรแกรม ประยุกต์ (Game Development) เป็นโครงงำนพัฒนำซอฟต์แวร์เกมเพื่อควำมรู้หรือควำมเพลิดเพลิน เช่น เกมหมำกรุกเกมทำยคำศัพท์ และเกมกำรคำนวณเลข เป็นต้น ซึ่งเกมที่ พัฒนำขึ้นนี้น่ำจะเน้นให้เป็นเกมที่ไม่รุนแรง เน้นกำรใช้สมองเพื่อฝึกควำมคิด อย่ำงมีหลักกำร โครงงำนประเภทนี้จะมีกำรออกแบบลักษณะและกฎเกณฑ์กำร เล่น เพื่อให้น่ำสนใจแก่ผู้เล่น พร้อมทั้งให้ควำมรู้สอดแทรกไปด้วย ผู้พัฒนำควร จะได้ทำกำรสำรวจและรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับเกมต่ำงๆ ที่มีอยู่ทั่วไป และนำมำ ปรับปรุงหรือพัฒนำขึ้นใหม่เพื่อให้เป็นเกมที่แปลกใหม่ และน่ำสนใจแก่ผู้เล่น กลุ่มต่ำงๆ
  • 17.
    ตัวอย่างโครงงานการพัฒนาโปรแกรมประยุกต์ 1. โปรแกรม ต่อให้เพิ่มเติมให้เต็ม (Magic Puzzle) 2. โปรแกรม เกมผู้รอดชีวิต 3. โปรแกรมเกมทศกัณฑ์ 4. โปรแกรมรองเท้าอาถรรพ์ 5. เกมผจญภัยกับพระอภัยมณี 6. เกมอักษรเขาวงกต 7. เกมเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 8. เกมผจญภัยกับภาษาอังกฤษ 9. เกมศึกรำมเกียรติ์ 10. เกมบวกลบเลขแสนสนุก