กลุ่ม
4การสื่อสารข้อมูลและเครือ
ข่ายคอมพิวเตอร์
สมาชิกกลุ่มสมาชิกกลุ่ม
55243405272 น.ส.กาญจนา
ชลชราศิลป์
55243405284 นายชวลิต เกิด
มณี
55243405309 น.ส.ยุวดี เรือง
ภักดี
55243405317 นายวาทิต
เมธาธนยศ
55243405320 นายวีระ ศรี
รัตนโช
ประวัติของการสื่อสารข้อมูลระวัติของการสื่อสารข้อมูล
ความหมายการสื่อสารข้อมูลและเครือข่ายคอมพวามหมายการสื่อสารข้อมูลและเครือข่ายคอมพ
งค์ประกอบพื้นฐานของการสื่อสารข้อมูลงค์ประกอบพื้นฐานของการสื่อสารข้อมูล
ื่อกลางื่อกลาง
ัญญาณรับส่งข้อมูลัญญาณรับส่งข้อมูล
ิธีการส่งข่าวสารโดยผ่านตัวกลางธีการส่งข่าวสารโดยผ่านตัวกลาง
ุปกรณ์สื่อสารข้อมูลุปกรณ์สื่อสารข้อมูล
ารประยุกต์ใช้งานารประยุกต์ใช้งาน
รุปรุป
การสื่อสารข้อมูลและเครือ
ข่ายคอมพิวเตอร์
การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่มีผลต่อการ
สื่อสารข้อมูลเกิดขึ้นเมื่อ ปี 1837 เมื่อ Samuel
Morse ได้คิดค้นโทรเลขขึ้นมาได้ ซึ่งเป็นครั้ง
แรกที่มนุษย์เราสามารถส่งสารสนเทศ
(information) โดยการใช้สัญญาณ ไฟฟ้า
ผ่านสายทองแดงโดยตัวอักษรแต่ละตัวจะถูกส่ง
เรียงลำาดับกันไปตามแรงกระตุ้นของสัญญาณ
ไฟฟ้าที่สั้นยาวสลับกันซึ่งสัญญาณดังกล่าวเรา
เรียกว่ารหัสมอรส์ (Morse code) ซึ่งเราถือว่า
เป็นครั้งแรกที่มนุษย์สามารถส่ง สารสนเทศ
ประวัติของการสื่อสาร
ข้อมูล
ประวัติของการสื่อสาร
ข้อมูล ((ต่อต่อ))
ภาพที่ 1 เครื่องส่งโทรเลขของมอร์ส
ที่มา (American Inventors and Inventions. 2548)
ประวัติของการสื่อสาร
ข้อมูล ((ต่อต่อ))
ภาพที่ 2 รหัสมอร์ส
1837 AD Samuel Morse Invents the Electric Telegra
ประวัติของการสื่อสาร
ข้อมูล ((ต่อต่อ))
ภาพที่ 3 โทรศัพท์ไม้ยุคแรก
ที่มา (American Inventors and
Inventions. 2548)
ประวัติของการสื่อสาร
ข้อมูล ((ต่อต่อ))
ภาพที่4 โทรศัพท์ในยุคแรกของ Bell
ที่มา (Bell's Telephone. 2548)
ประวัติของการสื่อสาร
ข้อมูล ((ต่อต่อ))
ภาพที่ 5 คอมพิวเตอร์ ENIAC
ที่มา (The ENIAC Museum Online. 2548)
การสื่อสารข้อมูล (Data
Communication) หมายถึง การแลกเปลี่ยน
ข้อมูลระหว่างผู้ส่งสาร(Sender) กับผู้รับสาร
(Receiver) โดยกระบวนการต่าง ๆ เพื่อให้
ข้อมูลที่ต้องการส่งสามารถส่งถึงผู้รับสาร ได้
อย่างถูกต้อง
ความหมายของการสื่อสารข้อมูล
และเครือข่ายคอมพิวเตอร์
ส่วนเครือข่ายคอมพิวเตอร์ (Computer
Network) หมายถึงการนำาคอมพิวเตอร์ตั้งแต่
สองเครื่องขึ้นไปมาเชื่อมต่อเป็นเครือข่ายโดย
ใช้อุปกรณ์ และสื่อกลาง เพื่อทำาให้
คอมพิวเตอร์ภายในเครือข่ายสามารถแลก
1. ผู้ส่ง-ผู้รับ ข่าวสาร
2. โปรโตคอล (Protocol) และ
ซอร์ฟแวร์ (Software)
3. สาร (Message)
4. สื่อกลาง (Medium) หรือ
ช่องสัญญาณ (channel)
องค์ประกอบพื้นฐานของการ
สื่อสารข้อมูล
1. ผู้ส่ง-ผู้รับ ข่าวสาร
ผู้ส่งสาร หรือ แหล่งกำาเนิดข่าวสาร
(Sender, Source) ทำาหน้าที่ในเป็นผู้ส่ง หรือ
เป็นแหล่งต้นกำาเนิดของ ข้อมูลหรือข่าวสารที่
ต้องการจะส่ง ซึ่งอาจจะเป็นสัญญาณต่าง ๆ เช่น
สัญญาณภาพ ข้อมูล และเสียงเป็นต้น
ผู้รับข่าวสาร หรือจุดหมายปลายทางของ
ข่าวสาร (Receiver, Target) ทำาหน้าที่ในการ
รับข้าวสารจากที่ผู้ส่งข่าวสาร
องค์ประกอบพื้นฐานของการ
สื่อสารข้อมูล (ต่อ)
1. ผู้ส่ง-ผู้รับ ข่าวสาร
Data Terminal Equipment (DTE)
เป็นอุปกรณ์ที่อยู่ปลายทางของการสื่อสารเป็น
อุปกรณ์ที่ทำาหน้าที่แปลงข้อมูลให้อยู่ในรูปแบบที่
ผู้ส่ง-ผู้รับ เข้าใจได้ เช่นอาจเป็นเครื่อง
คอมพิวเตอร์ หูฟังของโทรศัพท์ เครื่องพิมพ์
เป็นต้น
Data Communication Equipment
(DCE) เป็นอุปกรณ์ที่ทำาหน้าที่ในการ รับ-ส่ง
ข้อมูลจาก DTE ส่งข้อมูลออกไปตามสื่อกลาง
(Medium) เช่น โมเด็ม (MODEM) ,LAN
องค์ประกอบพื้นฐานของการ
สื่อสารข้อมูล (ต่อ)
2. โปรโตคอล (Protocol) และ ซอร์ฟแวร์
(Software)
โปรโตคอล (Protocol) หมายถึง ข้อ
กำาหนด ขั้นตอน หรือ
กฎระเบียบที่ใช้ในการกำาหนดการสื่อสารข้อมูล
เพื่อให้ผู้รับและผู้ส่งสามารถสื่อสารกันรู้เรื่อง
เช่น ขั้นตอนการโทรศัพท์ เป็นต้น
ซอร์ฟแวร์ (Software) หมายถึงโปรแกรม
ที่ใช้ในการติดต่อสื่อสาร เช่น โปรแกรมรับ-ส่ง
Email โปรแกรม Web Browser เช่น
Internet Explorer
องค์ประกอบพื้นฐานของการ
สื่อสารข้อมูล (ต่อ)
3. สาร (Message)
คือ สัญญาณอิเล็คทรอนิกส์ที่ส่ง
จากผู้ส่งไปยังผู้รับ ซึ่งในปัจจุบันจะอยู่
ในรูปของสื่อประสม (Multi Media) ที่
อาจจะมีทั้งข้อความ ภาพ วิดีโอ เสียง
เป็นต้น
องค์ประกอบพื้นฐานของการ
สื่อสารข้อมูล (ต่อ)
4. สื่อกลาง (Medium) หรือช่องสัญญาณ
(channel)
หมายถึงสื่อกลางหรือตัวกลางที่ทำาหน้าที่ส่งผ่าน
ของข้อมูล ข่าวสารจากฝั่งผู้ส่งไปยังผู้รับซึ่งอาจ
จะเป็นอากาศ สายนำาสัญญาณต่าง ๆ เช่น สาย
ทองแดง ไฟเบอร์ออฟติก คลื่นไมโครเวฟ คลื่น
ดาวเทียม หรือแม้กระทั่งของเหลว เช่น นำ้า นำ้ามัน
เป็นต้น
องค์ประกอบพื้นฐานของการ
สื่อสารข้อมูล (ต่อ)
องค์ประกอบพื้นฐานของการ
สื่อสารข้อมูล (ต่อ)
ภาพที่ 6 แบบจำาลองการสื่อสาร
ข้อมูล
ที่มา (Shay 1995).
4. สื่อกลาง (Medium) แบ่ง
ออกได้ 2 ประเภทคือ
องค์ประกอบพื้นฐานของการ
สื่อสารข้อมูล (ต่อ)
1. สื่อกลางที่กำาหนดเส้นทางได้ (Guided
Media)
หรือ ระบบใช้สาย Wired System
2. สื่อกลางที่ไม่สามารถกำาหนดเส้นทางได้
(Unguided Media)
หรือ ระบบไร้สาย Wireless System
4. สื่อกลาง (Medium) แบ่ง
ออกได้ 2 ประเภทคือ
องค์ประกอบพื้นฐานของการ
สื่อสารข้อมูล (ต่อ)
1. สื่อกลางที่กำาหนดเส้นทางได้ (Guided Media)
หรือ ระบบใช้สาย Wired System
ภาพที่ 7 สายใยแก้วนำาแสง
4. สื่อกลาง (Medium) แบ่ง
ออกได้ 2 ประเภทคือ
องค์ประกอบพื้นฐานของการ
สื่อสารข้อมูล (ต่อ)
1. สื่อกลางที่กำาหนดเส้นทางได้ (Guided Media)
หรือ ระบบใช้สาย Wired System
ภาพที่ 8 สายตีเกลียวคู่แบบไม่มีซีลด์ (UTP)
หัวเชื่อมต่อแบบ RJ-45
4. สื่อกลาง (Medium) แบ่ง
ออกได้ 2 ประเภทคือ
องค์ประกอบพื้นฐานของการ
สื่อสารข้อมูล (ต่อ)
1. สื่อกลางที่กำาหนดเส้นทางได้ (Guided
Media)หรือ ระบบใช้สาย Wired System
ภาพที่ 9 สายโคแอก และหัวเชื่อมต่อ BNC
4. สื่อกลาง (Medium) แบ่ง
ออกได้ 2 ประเภทคือ
องค์ประกอบพื้นฐานของการ
สื่อสารข้อมูล (ต่อ)
1. สื่อกลางที่กำาหนดเส้นทางได้ (Guided Media)หรือ
ระบบใช้สาย Wired System
ภาพที่ 10 จุดเชื่อมต่อกับ Network Card
4. สื่อกลาง (Medium) แบ่ง
ออกได้ 2 ประเภทคือ
องค์ประกอบพื้นฐานของการ
สื่อสารข้อมูล (ต่อ)
2. สื่อกลางที่ไม่สามารถกำาหนดเส้นทางได้
(Unguided Media)
ภาพที่ 11 ระบบไมโครเวฟ (Microwave System)
ที่มา (Shay 1995).
4. สื่อกลาง (Medium) แบ่ง
ออกได้ 2 ประเภทคือ
องค์ประกอบพื้นฐานของการ
สื่อสารข้อมูล (ต่อ)
2. สื่อกลางที่ไม่สามารถกำาหนดเส้นทางได้
(Unguided Media)
ภาพที่ 12 ระบบดาวเทียม
4. สื่อกลาง (Medium) แบ่ง
ออกได้ 2 ประเภทคือ
องค์ประกอบพื้นฐานของการ
สื่อสารข้อมูล (ต่อ)
2. สื่อกลางที่ไม่สามารถกำาหนดเส้นทางได้
(Unguided Media)
- ระบบอินฟราเรด (Infrared)
- ระบบวิทยุ (Radio) จะใช้คลื่นวิทยุ
ภาพที่ 13 Wireless LAN (Local Area Network)
1. สัญญาณแบบ
Analog
2. สัญญาณดิจิตอล
(Digital)
สัญญาณรับส่งข้อมูล
1. สัญญาณแบบ Analog เป็นสัญญาณ
แบบต่อเนือง ที่ทุกๆ ค่าที่เปลี่ยนแปลงไปของ
ระดับสัญญาณจะมีความหมาย ซึ่งจะถูก
รบกวนจาก 1Noise ทำาให้ความหมายของ
ข้อมูลเสียหายได้ง่าย เช่นสัญญาณเสียงใน
โทรศัพท์ เป็นต้น
สัญญาณรับส่งข้อมูล
2. สัญญาณดิจิตอล (Digital) คือ
สัญญาณอิเล็คทรอนิกส์ 2 ค่า คือสัญญาณระดับ
สูงสุดและระดับตำ่าสุด ทำาให้มีระสิทธิภาพ และ
ความน่าเชื่อถือดีกว่าสัญญาณอนาล็อก เพราะมี
การใช้เพียง 2 ค่าเพื่อนำามาตีความหมายเป็น
on/off หรือ 1/0 นั่นเอง
สัญญาณรับส่งข้อมูล
ภาพที่ 14 สัญญาณที่ใช้ใน
การสื่อสาร
วิธีการสื่อสารข้อมูล
การส่งสัญญาณข้อมูล
แบ่งออกได้เป็น 2
ประเภทคือ
1.การส่งแบบขนาน
2.แบบอนุกรม
วิธีการสื่อสารข้อมูล
1 การสื่อสารแบบขนาน
(Parallel Transmission)
ภาพที่ 15 การส่งข้อมูลแบบขนาน
วิธีการสื่อสารข้อมูล
1 การสื่อสารแบบขนาน
(Parallel Transmission)
ข้อดี คือ สามารถส่ง
ข้อมูลได้รวดเร็ว
เพราะส่งครั้ง
ละ 8 บิต
ข้อเสีย คือ ใช้ส่งแต่เฉพาะ
ใกล้ๆ เท่านั้น
และ ราคา
แพง
วิธีการสื่อสารข้อมูล
2 การสื่อสารแบบอนุกรม
(Serial Transmission)
ภาพที่ 16 การส่งข้อมูลแบบอนุกรม
วิธีการสื่อสารข้อมูล
ข้อดี คือ ส่งข้อมูลได้ระยะทางไกล
กว่า และมี
ต้นทุนตำ่ากว่า
ข้อเสีย คือ ส่งข้อมูลได้น้อยกว่า
เพราะใช้
สื่อสารเพียงช่องทาง
เดียว (1 เส้น)
2 การสื่อสารแบบอนุกรม
(Serial Transmission)
วิธีการสื่อสารข้อมูล
2.1 การส่งข้อมูลแบบอะซิงโครนัส
(Asynchronous data
transmission)
2 การสื่อสารแบบอนุกรม
(Serial Transmission)
วิธีการสื่อสารข้อมูล
2.2 การส่งข้อมูลแบบซิงโครนัส
(Synchronous)
2 การสื่อสารแบบอนุกรม
(Serial Transmission)
วิธีการส่งข่าวสารโดยผ่าน
ตัวกลาง
- การสื่อสารแบบทางเดียวหรือซิมเพล็กซ์
(One-way communication หรือ Simplex)
2 การสื่อสารแบบอนุกรม
(Serial Transmission)
ผู้ส่ง ผู้รับ
วิธีการส่งข่าวสารโดยผ่าน
ตัวกลาง
-การสื่อสารแบบทางใดทางหนึ่ง หรือแบบ
ฮาล์ฟดูเพล็กซ์ (
Either-way communication หรือ Half
duplex)
2 การสื่อสารแบบอนุกรม
(Serial Transmission)
ผู้ส่ง ผู้รับ
ผู้รับ ผู้ส่ง
วิธีการส่งข่าวสารโดยผ่าน
ตัวกลาง
- การสื่อสารแบบสองทาง หรือฟูลดูเพล็กซ์
(Both-Way communication หรือ Full
duplex)
2 การสื่อสารแบบอนุกรม
(Serial Transmission)
ผู้ส่ง ผู้รับ
ผู้รับ ผู้ส่ง
อุปกรณ์สื่อสารข้อมูล
1. MODEM (MOdulation And
DEModulation)
พที่ 17 ก.โมเด็มแบบภายในภาพที่ 18 ข.โมเด็มแบบภายน
อุปกรณ์สื่อสารข้อมูล
2. Network Interface Card
(NIC) หรือ LAN Card
ภาพที่ 19 NIC สำาหรับ
Fiber Optic ภาพที่ 20 ข. UTP, Coaxi
อุปกรณ์สื่อสารข้อมูล
2. Network Interface Card
(NIC) หรือ LAN Card
ภาพที่ 21 NIC แบบ ไร้สาย
อุปกรณ์สื่อสารข้อมูล
3. ฮับ (Hub)
ssive Hub เป็น ฮับที่ไม่มีการขยายสัญญาณใด ๆ
ที่ส่งผ่านมามีราคาถูกและไม่จำาเป็นต
จ่ายพลังงานไฟฟ้าให้
tive Hub เป็นฮับที่มีเครื่องทวนสัญญาณ
(Repeater) ในตัว
อุปกรณ์สื่อสารข้อมูล
3. ฮับ (Hub)
ภาพที่ 22 ฮับ 24 Port และ Access Point
อุปกรณ์สื่อสารข้อมูล
4. สวิตซ์ (Switch)
นิยมใช้ในระบบเครือข่ายแลนแบบ
Ethernet เพื่อเชื่อมต่อเครือข่ายคอมพิวเตอร์
หลาย ๆ เครือข่ายเข้าด้วยกัน สวิตซ์จะลดการ
จราจรระหว่างครือข่ายที่ไม่จำาเป็นลงได้ ทำาให้
เครือข่ายทำางานได้เร็วขึ้นกล่าวจะไม่กระจาย
ข้อมูลไปทั่วเครือข่ายเหมือนกับ Hub แต่จะ
กระจายตามเส้นทางที่เรากำาหนดไว้ให้
อุปกรณ์สื่อสารข้อมูล
4. สวิตซ์ (Switch) นิยมใช้ในระบบเครือ
ข่ายแลนแบบ Ethernet
ภาพที่ 23 สวิตซ์
อุปกรณ์สื่อสารข้อมูล
5. เราเตอร์ (Router)
ทำาหน้าที่ในการเชื่อมต่อเครือข่าย
คอมพิวเตอร์ที่ใช้โปรโตคอลต่างกัน และ
สามารถทำาการกรอง ข้อมูลที่เรากำาหนดไว้
ให้สามารถผ่านได้ ทำาให้ช่วยลดปัญหาการ
จราจรที่คับคั่งของข้อมูลและเพิ่มความ
ปลอดภัยของเครือข่าย และยังสามารถหา
เส้นทางที่เหมาะสมในการรับส่งข้อมูลให้โดย
อัตโนมัติด้วยซึ่งเราเตอร์อาจเป็นได้ทั้ง
ฮาร์ดแวร์หรือซอฟต์แวร์
อุปกรณ์สื่อสารข้อมูล
5. เราเตอร์ (Router)
ภาพที่ 24 เราเตอร์
การประยุกต์ใช้งาน
เราสามารถนำาเอาระบบการสื่อสารข้อมูล
มาใช้เพื่อให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้
1. เพื่อรับข้อมูลและสารสนเทศจาก
แหล่งกำาเนิดข้อมูล
2. เพื่อส่งและกระจายข้อมูลได้อย่าง
รวดเร็ว
3. เพื่อลดเวลาการทำางาน
4. เพื่อการประหยัดค่าใช้จ่ายใน
การส่งข่าวสาร
5. เพื่อช่วยขยายการดำาเนินการ
การประยุกต์ใช้งาน
1. Telstar เป็นการออกแบบการสื่อสารข้อมูล
ผ่านดาวเทียมเพื่อถ่ายโอนสัญญาณโทรศัพท์
และโทรทัศน์ ระหว่างอเมริกากับยุโรป ซึ่ง
Telstar แสดงให้เห็นว่ามีความเป็นไปได้ทาง
ธุรกิจที่จะดำาเนินการทำาธุรกิจประเภทนี้ ซึ่งอาจ
จะไม่ใช้ดาวเทียมเพียงดวงเดียว
การประยุกต์ใช้งาน
2. เครือข่ายแบบท้องถิ่น (Local
Area Network)
และเครือข่ายระยะไกล (Wide
Area Network)
เป็นการเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์หลาย ๆ
เครื่องเข้าด้วยกันให้สามารถสื่อสารกันได้ทั้ง
ระยะไกลและระยะไกลเพื่อแลกเปลี่ยน หรือรับ
ส่งแฟ้มข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ การล็อกอินเพื่อเข้า
ใช้งานคอมพิวเตอร์ที่อยู่ระยะไกล การับส่ง
จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งนับวันจะมีบทบาทต่อ
ชีวิตประจำาวันมากยิ่งขึ้น
การประยุกต์ใช้งาน
3. เครื่องรับส่งเอกสาร
(Facsimile machine, Fax)
คือเครื่องที่สร้างภาพอิเล็กทรอนิกส์
(image) ให้เหมือนกับตัวอักษรหรือรูปภาพที่
อยู่ในกระดาษและส่งภาพที่สร้างได้ไปตามสาย
โทร ศัพท์ เพื่อส่งไปยังฝั่งรับ และผู้รับก็จะ
ทำาการสร้างเอกสารตามที่ได้รับข้อมูลมาเพื่อ
ให้เหมือนกับต้นฉบับอีกครั้ง ซึ่งเครื่องรับส่ง
เอกสารถูกนำามาใช้อย่างแพร่หลายในการรับ
ส่งจดหมาย ชาร์ท และแผนภาพ
การประยุกต์ใช้งาน
4. การสื่อสารด้วยเสียงและวิดีโอ (Voice
and video Communication)
ระบบเครือข่ายระยะใกล้ (LAN)เน้นทาง
ด้านการรับส่งข้อมูลเป็นหลัก ซึ่งในระบบการ
สื่อสารข้อมูลจะต้องครอบคลุมข้อมูลอื่น ๆ ที่
จะต้องรับส่งระหว่างผู้ส่งกับผู้รับอีกเช่นเสียง
และภาพ
การประยุกต์ใช้งาน
5. การประชุมทางไกล
(Teleconferencing)
การประชุมทางไกลเป็นระบบที่มี
หลักการทำางานร่วมกันระหว่างกล้องวิดีโอ
กับโทรทัศน์ที่ติดตั้งอยู่ต่างที่กัน อาจจะอยู่
คนละซีกของประเทศ หรือซีกหนึ่งของทวีป
แต่สามารถประชุมร่วมกันได้โดยไม่ต้องเดิน
ทางมาประชุมในสถานที่เดียวกัน สามารถที่
จะรับฟัง สนทนา ซักถาม ตอบคำาถาม
แสดงชาร์ท หรือรูปภาพ สามารถที่จะ
กระจายไปยังผู้เข้าร่วมประชุมได้
การประยุกต์ใช้งาน
6. โทรศัพท์เคลื่อนที่
(Cellular Telephone)คือระบบโทรศัพท์ที่เครื่องรับโทรศัพท์ ทั้ง
ผู้ส่งและผู้รับติดต่อกันได้โดยใช้คลื่นวิทยุทำาให้
ผู้ใช้งานสามารถที่จะใช้งานโทรศัพท์จากที่ต่าง
ๆ ได้ เช่น ในรถยนต์ สำานักงานสนาม บนภูเขา
หรือที่อื่น ๆ ที่สัญญาณโทรศัพท์ครอบคลุมอยู่
การประยุกต์ใช้งาน
7. การบริการสารสนเทศ
(Information Service)การบริการสารสนเทศบนเครือข่าย
อินเทอร์เน็ต มีบทบาทมาก เพราะอินเทอร์เน็ต
เป็นแหล่งข้อมูลมหาศาล ที่เผยแพร่ให้ผู้สนใจ
หรือผู้ที่ต้องการข้อมูลในด้าน ๆ สามารถสืบค้น
หาข้อมูลที่ต้องการ โดยอาจจะใช้เครื่องมือที่
ช่วยในการค้นหา (Search Engine) เช่น
www.google.co.th, www.yahoo.com
สรุปสรุป
การสื่อสารข้อมูลได้พัฒนามาตั้งแต่มนุษย์
ต้องการที่จะสื่อความหมาย ให้กับคนอื่น ทั้งใน
ระยะที่ใกล้ชิด หรือในระยะไกล เช่น ภาพที่
เขียนขึ้นตามผนังถำ้า หรือกลุ่มควันต่าง ๆ ต่อมา
ได้มีการพัฒนาให้สามารถสื่อสารกันได้ด้วย
วงจรอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้การสื่อสารทำาได้เร็ว
ขึ้น ซึ่งจำาเป็นจะต้องมีมาตรฐานมารองรับ เพื่อ
ให้อุปกรณ์สื่อสารทุกยี่ห้อ ทุกรุ่นสามารถที่จะ
สื่อสารกันได้ และในปัจจุบันการสื่อสารจะใช้
THE END.

การสื่อสารข้อมูลและเครื่อข่ายคอมพิวเตอร์

Editor's Notes