Autism คืออะไร

          โรค Autism เป็นความผิดปกติในสมอง
เด็กที่เป็นจะมีปัญหาเรื่อง การสื่อสาร
ความสัมพันธ์ กับคนรอบข้างและสิ่งแวดล้อม
เด็กบางคนสามารถสื่อสารกับผู้อื่นและก็มีความ
ฉลาด แต่เด็กบางคนเป็นเด็กปัญญาอ่อน ไม่พูด
เด็กบางคนก็มีพฤติกรมท้าซ้้าซาก
เด็กออทิสติก

        หมายถึง เด็กที่มีพัฒนาการแตกต่างไป
จากเด็กปกติ และส่งผลกระทบต่อการมี
ปฏิสัมพันธ์ทางสังคม ความสามารถในการ
สื่อสาร การใช้จินตนาการ อารมณ์ และ
พฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับการเรียนรู้ของเด็ก
สาเหตุ


          1. ทางพันธุกรรม อยู่ในระหว่างการศึกษา ค้นคว้า ยังไม่พบค้าตอบที่
ชัดเจน แต่พบว่าฝาแฝดจากไข่ใบเดียวกัน ถ้าคนหนึ่งเป็นออทิสติก อีกคนจะเป็นด้วย
          2. โรคติดเชื้อ ปัจจุบันยังไม่พบว่า เชื้อโรคชนิดใด ที่ก่อให้เกิด กลุ่มอาการ
ออทิสซึม
          3. ประสาทวิทยา จากการศึกษาของ Magaret Bauman กุมาร
แพทย์ จากโรงพยาบาล บอสตันซิติ พบว่า ออทิสติก จะมีความผิดปกติในสมอง
3 แห่ง คือ limbic system, cerebellum และ cerebellar
circuits
ลักษณะอาการ

ความบกพร่องทางปฏิสัมพันธ์สังคม
          เช่น ไม่มองสบตา ไม่มีการแสดงออกทางสีหน้า กิริยาท่าทาง จึง
ไม่มีความสามารถที่จะผูกสัมพันธ์กับใคร เล่นกับเพื่อนไม่เป็น ไม่สนใจที่จะ
ท้างานร่วมกับใคร มักจะอยู่ในโลกของตัวเอง

ความบกพร่องทางการสื่อสาร
          เด็กจะมีความล่าช้าทางภาษาและการพูดในหลายระดับ ตั้งแต่ไม่
สามารถพูดสื่อความหมายได้เลย หรือบางคนพูดได้ แต่ไม่สามารถสนทนา
โต้ตอบกับผูอื่นได้อย่างเข้าใจและเหมาะสม บางคนจะมีลักษณะการพูดแบบ
           ้
เสียงสะท้อน หรือการพูดเลียนแบบ ทวนค้าพูด หรือบางคนพูดซ้้าแต่ในเรื่อง
ที่ตนเองสนใจ
ลักษณะทางพฤติกรรมและอารมณ์ที่บกพร่อง
         เด็กออทิสติกจะมีพฤติกรรมซ้้าๆ ผิดปกติ เช่น เล่นมือ โบกมือไป
มา หรือหมุนตัวไปรอบๆ มีความหมกมุ่นติดสิ่งของบางอย่าง เด็กบางคน
แสดงออกทางอารมณ์ บางครั้งร้องไห้ หรือหัวเราะโดยไม่มีเหตุผล บางคนมี
ปัญหาด้านการปรับตัวเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อมต่างๆ โดยจะ
อาละวาด หรือแสดงพฤติกรรมก้าวร้าว เช่น ร้องไห้ ดิ้น กรีดร้อง


ความบกพร่องด้านการเลียนแบบและจินตนาการ
           ด้านการเลียนแบบ เด็กบางคนต้องมีการกระตุ้นอย่าง มาก จึง
จะเล่นเลียนแบบได้ เช่น เลียนแบบการเคลื่อนไหว การพูด บางคน ไม่
สามารถเลียนแบบได้เลยแม้แต่การกระท้าง่ายๆ
           ด้านจินตนาการ ไม่สามารถแยกเรื่องจริง และเรื่องสมมุติ
ประยุกต์วิธีการจากเหตุการณ์หนึ่งไปอีกเหตุการณ์หนึ่งไม่ได้ เข้าใจสิ่งที่เป็น
นามธรรมได้ยาก
ความบกพร่องด้านการเรียนรู้ทางประสาทสัมผัส
           บางคนชอบมองวัตถุหรือแสงมากกว่ามองเพื่อน ไม่มองจ้องตา
คนอื่น บางคนเอาของมาส่องดูใกล้ๆตา บางคนตอบสนองต่อเสียงผิดปกติ
เช่น ไม่หันตามเสียงเรียกทั้งที่ได้ยน บางคนรับเสียงบางเสียงไม่ได้จะปิดหู
                                   ิ
ด้านการสัมผัสกลิ่นและรส บางคนมีการตอบสนองที่ไวหรือช้ากว่าหรือ
แปลกกว่าปกติ เช่น ดมของเล่น หรือเล่นแบบแปลกๆ


ความบกพร่องด้านการใช้อวัยวะต่างๆ อย่างประสานสัมพันธ์
          การใช้ส่วนต่างๆ ของร่ากาย รวมถึงการประสานสัมพันธ์ของ
กลไก กล้าม เนื้อมัดใหญ่และมัดเล็กมีความบกพร่อง บางคนมีการ
เคลื่อนไหวที่ งุ่มง่าม ผิดปกติ ไม่คล่องแคล่ว ท่าทางการเดิน หรือการวิ่งดู
แปลก การใช้กล้าม เนื้อมัดเล็ก การหยิบจับ เช่น ช้อนส้อม ไม่ประสานกัน
เด็กที่เป็น Autism                                  เด็กปกติ
                           การสื่อสาร
   ไม่มองตา                                     ดูหน้าแม่
   เหมือนคนหูหนวก                               หันไปตามเสียง
   เคยพูดได้ต่อมาหยุดพูด                        เรียนรู้ค้าพูดเพิมเติม
                                                                   ่
                  ความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง

   เด็กจะไม่สนใจคนรอบข้าง                       เด็กจะร้องเมื่อออกจากห้อง หรือมีคนแปลกหน้าเข้าใกล้
   ท้าร้ายคนโดยไม่มีสาเหตุ                      ร้องเมื่อหิวหรือหงุดหงิด
   จ้าคนไม่ได้                                  จ้าหน้าแม่ได้

                  ความสัมพันธ์กับสิงแวดล้อม
                                   ่

   นั่งเล่นอย่างใดอย่างหนึ่ง                    เปลี่ยนของเล่น
   มีพฤติกรมแปลกๆเช่นนั่งโบกมือ                 การเคลื่อนไหวเป็นไปอย่างมีจุดมุ่งหมาย เช่นการหยิบของ
   ดมหรือเลียตุ๊กตา                             ส้ารวจและเล่นตุ๊กตา
   ไม่รู้สึกเจ็บปวด ชอบท้าร้ายตัวเอง            ชอบความสุขและกลัวความเจ็บ
สภาพที่เป็นข้อจากัดต่อ
การเรียนรู้ของเด็กออทิสติก
  ข้อจ้ากัดด้านภาษาและการสื่อความหมาย
  ข้อจ้ากัดด้านสังคมและอารมณ์
  ข้อจ้ากัดด้านพฤติกรรมและพฤติกรรมซ้้า
  ข้อจ้ากัดด้านการรับรู้ผ่านประสาทสัมผัส
  ข้อจ้ากัดด้านการคิดอย่างมีจินตนาการ
  ข้อจ้ากัดด้านการเรียนรู้
  ข้อจ้ากัดด้านพัฒนาการทางกายบางด้าน
เทคนิคการสอนเด็กออทิสติก



        การสอนทักษะทางภาษาควรเน้นการรับรู้ทางภาษาและการ
 แสดงออกทางภาษา
        จัดกิจวัตรประจ้าวันให้เป็นระบบและด้าเนินการตามเดิมทุกวัน
 หากมีการเปลี่ยนแปลงจะต้องบอกและอธิบายให้เข้าใจ
        ใช้กระบวนการปรับพฤติกรรมควบคู่ไปกับการสอน
        หลีกเลี่ยงการลงโทษหรือเปลี่ยนเป็นการให้แรงเสริมแทนการ
 ลงโทษ
การเรียนการสอนควรให้เพื่อนเป็นแบบอย่างที่ดีให้มากที่สุด
เท่าที่จะท้าได้
           ควรเน้นทักษะทางสังคมและเลือกใช้วิธีปรับพฤติกรรมให้
เหมาะสม
           เมื่อพบว่าเด็กออทิสติกบางคนมีพฤติกรรมที่ผิดปกติมากครูจึง
จ้าเป็นต้องขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ
           เด็กบางคนอาจเรียนรู้ช้าและใช้เวลานานมากในการแสดงทักษะ
ง่ายๆครูบางคนอาจลดเกณฑ์ในจุดประสงค์เชิงพฤติกรรมและลด
เนื้อหาวิชาลง
จัดทาโดย
1. นางสาวดาริกา     รูปดี รหัสนักศึกษา 53181400110
2. นางสาวเบญจวรรณ   หน้างาม รหัสนักศึกษา 53181400122
3. นางสาวสุธินี     แซ่ซิน รหัสนักศึกษา 53181400142
4. นางสาวอัญชัน     จิโนสวัสดิ์ รหัสนักศึกษา 53181400146

           สาขาวิชา คณิตศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์

เด็กออทิสติก

  • 2.
    Autism คืออะไร โรค Autism เป็นความผิดปกติในสมอง เด็กที่เป็นจะมีปัญหาเรื่อง การสื่อสาร ความสัมพันธ์ กับคนรอบข้างและสิ่งแวดล้อม เด็กบางคนสามารถสื่อสารกับผู้อื่นและก็มีความ ฉลาด แต่เด็กบางคนเป็นเด็กปัญญาอ่อน ไม่พูด เด็กบางคนก็มีพฤติกรมท้าซ้้าซาก
  • 3.
    เด็กออทิสติก หมายถึง เด็กที่มีพัฒนาการแตกต่างไป จากเด็กปกติ และส่งผลกระทบต่อการมี ปฏิสัมพันธ์ทางสังคม ความสามารถในการ สื่อสาร การใช้จินตนาการ อารมณ์ และ พฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับการเรียนรู้ของเด็ก
  • 4.
    สาเหตุ 1. ทางพันธุกรรม อยู่ในระหว่างการศึกษา ค้นคว้า ยังไม่พบค้าตอบที่ ชัดเจน แต่พบว่าฝาแฝดจากไข่ใบเดียวกัน ถ้าคนหนึ่งเป็นออทิสติก อีกคนจะเป็นด้วย 2. โรคติดเชื้อ ปัจจุบันยังไม่พบว่า เชื้อโรคชนิดใด ที่ก่อให้เกิด กลุ่มอาการ ออทิสซึม 3. ประสาทวิทยา จากการศึกษาของ Magaret Bauman กุมาร แพทย์ จากโรงพยาบาล บอสตันซิติ พบว่า ออทิสติก จะมีความผิดปกติในสมอง 3 แห่ง คือ limbic system, cerebellum และ cerebellar circuits
  • 5.
    ลักษณะอาการ ความบกพร่องทางปฏิสัมพันธ์สังคม เช่น ไม่มองสบตา ไม่มีการแสดงออกทางสีหน้า กิริยาท่าทาง จึง ไม่มีความสามารถที่จะผูกสัมพันธ์กับใคร เล่นกับเพื่อนไม่เป็น ไม่สนใจที่จะ ท้างานร่วมกับใคร มักจะอยู่ในโลกของตัวเอง ความบกพร่องทางการสื่อสาร เด็กจะมีความล่าช้าทางภาษาและการพูดในหลายระดับ ตั้งแต่ไม่ สามารถพูดสื่อความหมายได้เลย หรือบางคนพูดได้ แต่ไม่สามารถสนทนา โต้ตอบกับผูอื่นได้อย่างเข้าใจและเหมาะสม บางคนจะมีลักษณะการพูดแบบ ้ เสียงสะท้อน หรือการพูดเลียนแบบ ทวนค้าพูด หรือบางคนพูดซ้้าแต่ในเรื่อง ที่ตนเองสนใจ
  • 6.
    ลักษณะทางพฤติกรรมและอารมณ์ที่บกพร่อง เด็กออทิสติกจะมีพฤติกรรมซ้้าๆ ผิดปกติ เช่น เล่นมือ โบกมือไป มา หรือหมุนตัวไปรอบๆ มีความหมกมุ่นติดสิ่งของบางอย่าง เด็กบางคน แสดงออกทางอารมณ์ บางครั้งร้องไห้ หรือหัวเราะโดยไม่มีเหตุผล บางคนมี ปัญหาด้านการปรับตัวเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อมต่างๆ โดยจะ อาละวาด หรือแสดงพฤติกรรมก้าวร้าว เช่น ร้องไห้ ดิ้น กรีดร้อง ความบกพร่องด้านการเลียนแบบและจินตนาการ ด้านการเลียนแบบ เด็กบางคนต้องมีการกระตุ้นอย่าง มาก จึง จะเล่นเลียนแบบได้ เช่น เลียนแบบการเคลื่อนไหว การพูด บางคน ไม่ สามารถเลียนแบบได้เลยแม้แต่การกระท้าง่ายๆ ด้านจินตนาการ ไม่สามารถแยกเรื่องจริง และเรื่องสมมุติ ประยุกต์วิธีการจากเหตุการณ์หนึ่งไปอีกเหตุการณ์หนึ่งไม่ได้ เข้าใจสิ่งที่เป็น นามธรรมได้ยาก
  • 7.
    ความบกพร่องด้านการเรียนรู้ทางประสาทสัมผัส บางคนชอบมองวัตถุหรือแสงมากกว่ามองเพื่อน ไม่มองจ้องตา คนอื่น บางคนเอาของมาส่องดูใกล้ๆตา บางคนตอบสนองต่อเสียงผิดปกติ เช่น ไม่หันตามเสียงเรียกทั้งที่ได้ยน บางคนรับเสียงบางเสียงไม่ได้จะปิดหู ิ ด้านการสัมผัสกลิ่นและรส บางคนมีการตอบสนองที่ไวหรือช้ากว่าหรือ แปลกกว่าปกติ เช่น ดมของเล่น หรือเล่นแบบแปลกๆ ความบกพร่องด้านการใช้อวัยวะต่างๆ อย่างประสานสัมพันธ์ การใช้ส่วนต่างๆ ของร่ากาย รวมถึงการประสานสัมพันธ์ของ กลไก กล้าม เนื้อมัดใหญ่และมัดเล็กมีความบกพร่อง บางคนมีการ เคลื่อนไหวที่ งุ่มง่าม ผิดปกติ ไม่คล่องแคล่ว ท่าทางการเดิน หรือการวิ่งดู แปลก การใช้กล้าม เนื้อมัดเล็ก การหยิบจับ เช่น ช้อนส้อม ไม่ประสานกัน
  • 8.
    เด็กที่เป็น Autism เด็กปกติ การสื่อสาร  ไม่มองตา  ดูหน้าแม่  เหมือนคนหูหนวก  หันไปตามเสียง  เคยพูดได้ต่อมาหยุดพูด  เรียนรู้ค้าพูดเพิมเติม ่ ความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง  เด็กจะไม่สนใจคนรอบข้าง  เด็กจะร้องเมื่อออกจากห้อง หรือมีคนแปลกหน้าเข้าใกล้  ท้าร้ายคนโดยไม่มีสาเหตุ  ร้องเมื่อหิวหรือหงุดหงิด  จ้าคนไม่ได้  จ้าหน้าแม่ได้ ความสัมพันธ์กับสิงแวดล้อม ่  นั่งเล่นอย่างใดอย่างหนึ่ง  เปลี่ยนของเล่น  มีพฤติกรมแปลกๆเช่นนั่งโบกมือ  การเคลื่อนไหวเป็นไปอย่างมีจุดมุ่งหมาย เช่นการหยิบของ  ดมหรือเลียตุ๊กตา  ส้ารวจและเล่นตุ๊กตา  ไม่รู้สึกเจ็บปวด ชอบท้าร้ายตัวเอง  ชอบความสุขและกลัวความเจ็บ
  • 9.
    สภาพที่เป็นข้อจากัดต่อ การเรียนรู้ของเด็กออทิสติก ข้อจ้ากัดด้านภาษาและการสื่อความหมาย ข้อจ้ากัดด้านสังคมและอารมณ์ ข้อจ้ากัดด้านพฤติกรรมและพฤติกรรมซ้้า ข้อจ้ากัดด้านการรับรู้ผ่านประสาทสัมผัส ข้อจ้ากัดด้านการคิดอย่างมีจินตนาการ ข้อจ้ากัดด้านการเรียนรู้ ข้อจ้ากัดด้านพัฒนาการทางกายบางด้าน
  • 10.
    เทคนิคการสอนเด็กออทิสติก การสอนทักษะทางภาษาควรเน้นการรับรู้ทางภาษาและการ แสดงออกทางภาษา จัดกิจวัตรประจ้าวันให้เป็นระบบและด้าเนินการตามเดิมทุกวัน หากมีการเปลี่ยนแปลงจะต้องบอกและอธิบายให้เข้าใจ ใช้กระบวนการปรับพฤติกรรมควบคู่ไปกับการสอน หลีกเลี่ยงการลงโทษหรือเปลี่ยนเป็นการให้แรงเสริมแทนการ ลงโทษ
  • 11.
    การเรียนการสอนควรให้เพื่อนเป็นแบบอย่างที่ดีให้มากที่สุด เท่าที่จะท้าได้ ควรเน้นทักษะทางสังคมและเลือกใช้วิธีปรับพฤติกรรมให้ เหมาะสม เมื่อพบว่าเด็กออทิสติกบางคนมีพฤติกรรมที่ผิดปกติมากครูจึง จ้าเป็นต้องขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ เด็กบางคนอาจเรียนรู้ช้าและใช้เวลานานมากในการแสดงทักษะ ง่ายๆครูบางคนอาจลดเกณฑ์ในจุดประสงค์เชิงพฤติกรรมและลด เนื้อหาวิชาลง
  • 13.
    จัดทาโดย 1. นางสาวดาริกา รูปดี รหัสนักศึกษา 53181400110 2. นางสาวเบญจวรรณ หน้างาม รหัสนักศึกษา 53181400122 3. นางสาวสุธินี แซ่ซิน รหัสนักศึกษา 53181400142 4. นางสาวอัญชัน จิโนสวัสดิ์ รหัสนักศึกษา 53181400146 สาขาวิชา คณิตศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์