ความหมายของสนามแม่ เหล็ก
        สนามแม่ เหล็ก คือปริ มาณที่บ่งบอกแรงกระทาบนประจุที่กาลังเคลื่อนที่ สนามแม่เหล็กเป็ น
 สนามเวกเตอร์และทิศของสนามแม่เหล็ก ณ ตาแน่งใดๆ คือทิศที่เข็มของเข็มทิศวางตัวอย่างสมดุล
       เมื่อมีแม่เหล็กวางอยู่ ณ ที่ใดก็ตาม แม่เหล็กนั้นจะส่ งอานาจแม่เหล็กออกไปรอบตัวในบริ เวณ
 นั้น ถ้าเอาแม่เหล็กอื่นหรื อวัตถุที่เป็ นสนามแม่เหล็กเข้าไปในบริ เวณนั้นจะเกิดแรงแม่เหล็กส่ งมา
 กระทาทันทีจากแม่เหล็กที่วางอยูก่อนนั้น อย่างนี้เราถือว่าแม่เหล็กหรื อสารแม่เหล็กที่เรานาเข้าไป
                                      ่
                ่
 ทีหลังไปอยูในบริ เวณซึ่งเป็ น สนามแม่เหล็กของแม่เหล็กอันแรกถ้าเราถอยแม่เหล็กหรื อสาร
 แม่เหล็กนั้นออกมาให้ห่างมาก ๆ แรงแม่เหล็กที่เคยเกิดขึ้นดังกล่าวจะหมดไป หมายความว่า
                                                       ่
 แม่เหล็กอันแรกส่ งแรงไปกระทาไม่ถึง จึงเห็นได้วา สนามแม่เหล็กคือ บริ เวณรอบ ๆ แม่เหล็ก ซึ่ ง
 แท่งแม่เหล็กนั้นสามารถส่ งอานาจแม่เหล็กไปถึง
        เรามักจะเขียนแทนสนามแม่เหล็กด้วยสัญลักษณ์ B เดิมทีแล้ว สัญลักษณ์ B นั้นถูกเรี ยกว่า
 ความหนาแน่ นฟลักซ์ แม่ เหล็กหรื อความเหนี่ยวนาแม่ เหล็ก ในขณะที่ B ถูกเรี ยกว่า สนามแม่ เหล็ก
                                                         ็ั ั
 (หรื อ ความแรงของสนามแม่ เหล็ก) และคาเรี ยกนี้กยงใช้กนติดปากในการแยกปริ มาณทั้งสองนี้
 เมื่อเราพิจารณาความตอบสนองต่อแม่เหล็กของวัสดุชนิดต่างๆ แต่ ในกรณี ทวไปแล้ว สองปริ มาณ
                                                                              ่ั
 นี้ไม่มีความแตกต่างกันมากนัก และเรามักใช้คาแทนปริ มาณทั้งสองชนิดว่าสนามแม่เหล็ก
การเกิดของสนามเหล็ก
     เกิดขึ้นได้จากการเคลื่อนที่ของประจุไฟฟ้ าหรื อใน
ทางกลศาสตร์ควอนตัม(เป็ นสาขาหนึ่งในทฤษฎีราก
ฐานของฟิ สิ กส์ ที่มีความสามารถในการอธิบายผลการ
ทดลองต่างๆและถูกใช้แทนที่กลศาสตร์นิวตัน)การสปิ น
(การหมุนรอบตัวเอง) ของอนุภาคต่างๆ ก็ทาให้เกิด
สนามแม่เหล็กเช่นกัน ซึ่งสนามแม่เหล็กที่เกิดจากการ
สปิ น เป็ นที่มาของสนามแม่เหล็กของแม่เหล็กถาวรต่างๆ
เส้ นแรงแม่ เหล็ก หรือ ฟลักซ์ แม่ เหล็ก
     เป็ นเส้นที่แสดงทิศของสนามแม่เหล็กรอบๆแท่งแม่เหล็กนอกจากนั้นยังแสดงความเข้ม
   ของสนามแม่เหล็กด้วยทิศของสนามคือ ทิศของแรงนี้กระทากับขั้วเหนือในสนามแม่เหล็ก
   เส้นแรงแม่เหล็กแสดงให้เห็นได้โดยใช้ผงเหล็กโรยรอบๆ แท่งแม่เหล็ก หรื อการระบุ
   ตาแหน่งของเข็มทิศ เล็กๆ ณ จุดต่างๆ รอบๆ แท่งแม่เหล็ก
สนามแม่ เหล็กมีลกษณะประกอบด้ วย เส้นแผ่กระจายเต็มสนามแม่เหล็ก และ
                  ั
                              ่                                ่
กาหนดเรี ยกเส้นต่างๆเหล่านี้ วา เส้นแรงแม่เหล็ก เมื่อเข็มทิศอยูในตาแหน่งมักจะ
วางตัวไปตามทิศทางของเส้นแรงแม่เหล็กในสนามนั้น เราจึงควรใช้เข็มทิศช่วยใน
การหาเส้นแรงแม่เหล็กในสนามแม่เหล็กได้ โดยวางเข็มทิศลงในสนามนั้น ใช้
ดินสอจุดตาแหน่งของปลายขั้ว
N-S ของเข็มทิศไว้แล้วค่อยๆเลื่อนเข็มทิศไปเรื่ อยๆ ทิศของเส้นแรง คือ ทิศที่ข้ วั
เหนือของเข็มทิศชี้ไป บริ เวณที่ประกอบด้วยเส้นแรงแม่เหล็กดังกล่าวนี้ คือบริ เวณ
ของสนามแม่เหล็กนันเอง ถ้าบริ เวณใดมีสนามแม่เหล็กแรงมาก เช่น บริ เวณใกล้
                    ่
ขั้วแม่เหล็ก เราสามารถใช้ผงตะไบเหล็กโรยเพื่อหาเส้นแรงแม่เหล็กแทนที่จะใช้
เข็มทิศเส้นแรงแม่เหล็กจากแท่งแม่เหล็กหรื อตัวกลางที่กระทาตัวคล้ายกับกับเป็ น
แท่งแม่เหล็ก
่
จากการยกตัวอย่าง เส้นสนามแม่เหล็ก สรุ ปได้วา แนวการเรี ยงตัวของผงตะไบเหล็ก
รอบแท่งแม่เหล็ก เรี ยกว่า เส้นสนามแม่เหล็ก และจะเห็นว่าเส้นสนามแม่เหล็กมี
ความหนาแน่นมากที่บริ เวณขั้วแม่เหล็กทั้งขั้วเหนือและขั้วใต้ และเส้นสนามแม่เหล็ก
มีทิศจากขั้วเหนือไปยังขั้วใต้ของแท่งแม่เหล็ก
                                                ั
         เมื่อนาแท่งแม่เหล็ก 2 แท่งวางใกล้กนในลักษณะต่างๆพบว่า บางบริ เวณมี
เส้นแรงแม่เหล็กหนาแน่น (ผงตะไบเหล็กอยูหนาแน่น) แสดงว่าสนามแม่เหล็กมีค่า
                                              ่
มาก ส่ วนบางบริ เวณที่ไม่มีเส้นแรงแม่เหล็กเลย (ไม่มีผงตะไบเหล็ก) แสดงว่า
                                                                           ่
สนามแม่เหล็กบริ เวณนั้นเป็ นศูนย์ เรี ยกบริ เวณที่มีสนามแม่เหล็กเป็ นศูนย์วา จุด
สะเทิน
ความเข้ มของสนามแม่ เหล็ก หรือ ความหนาแน่ นของฟลักซ์ แม่ เหล็ก
จานวนเส้นแรง ( flux ) แม่เหล็กที่ตกตั้งฉากบนหนึ่ งหน่วยพื้นทีใด ๆ
ถ้า B คือ ความเข้มของสนามแม่เหล็ก
f คือ จานวนเส้นแรงแม่เหล็ก มีหน่วยเป็ นเวเบอร์ ( weber )
A คือ พื้นที่ต้ งฉากกับเส้นแรงแม่เหล็ก มีหน่วยเป็ น ตร.เมตร
                ั
ความเข้มสนามแม่เหล็ก = ปริ มาณเส้นแรงแม่เหล็ก
                           พื้นที่ต้ งฉากกับเส้นแรง
                                     ั
B จะมีหน่วยเป็ น weber/m2 เรี ยกว่า เทสลา ( tesla ) โดยที่ B เป็ น)
ปริ มาณเวกเตอร์ มีทิศทางตามเส้นแม่เหล็กดังนี้
1.ถ้าแนวของเส้นแรงแม่เหล็กเป็ นเส้นตรงทิศของสนาม B จะมีทิศทางเดียวกับทิศของ
เส้นแรงแม่เหล็ก
2.ถ้าแนวของเส้นแรงแม่เหล็กเป็ นเส้นโค้ง ทิศของสนาม B ที่จุดใดๆ จะมีทิศสัมผัสกับ
เส้นแรงที่จุดนั้น โดยมีทิศไปตามเส้นแรง
ความหมายของสนามแม่ เหล็กโลก

      สนามแม่ เหล็กโลก(Magnetosphere)
 หมายถึง โลกมีสมบัติแม่เหล็ก บริ เวณขั้วโลกเหนือทาง
 ภูมิศาสตร์และลึกลงไปจากผิวโลกเปรี ยบเสมือนมี
 ขั้วแม่เหล็กขนาดใหญ่และเป็ น ขั้วแม่เหล็กชนิดขั้วใต้ หรื อ
 บางครั้งเรี ยกว่า ขั้วแม่เหล็กโลกทางทิศเหนือ และบริ เวณขั้ว
 โลกใต้ทางภูมิศาสตร์เปรี ยบเสมือนมีข้วแม่เหล็กชนิดขั้ว
                                        ั
 เหนือ
รู ปแสดงสนามแม่ เหล็กโลกและแมกนีโตสเฟี ยร์
การเกิดของสนามแม่ เหล็กโลก
   เกิดจากการกระบวนการไดนาโมของโลก กล่าวคือโลหะ
                                 ่
หนักที่มีสถานะเป็ นของเหลวที่อยูในแกนโลกมีการหมุนวน
ทาให้เกิดสนามแม่เล็กที่เอียงทามุมประมาณ 10 องศาจากแกน
หมุนของโลก ที่ผวโลกมีความเข้มของสนามแม่เหล็กโลก
                ิ
ประมาณ 30,000 - 60,000 นาโนเทสลา และความเข้มจะ
ค่อยๆ ลดลงเมื่ออยูห่างจากผิวโลกมากขึ้น ซึ่ งเป็ นสาเหตุ
                  ่
สาคัญที่เกิดสนามแม่เหล็กหุ มห่อโลก
                            ้
สมบัติของแท่ งแม่ เหล็ก
    1. ขั้วแม่เหล็ก: อานาจแม่เหล็กจะแรงมากที่ปลายทั้งสองของแท่งแม่เหล็ก ซึ่งบริ เวณ
ดังกล่าวเรี ยกว่า ขั้วแม่เหล็ก
    2. ชนิดของขั้วแม่เหล็ก: เมื่อให้แท่งแม่เหล็กหมุนในแนวราบได้อย่างอิสระ แท่งแม่เหล็ก
จะวางตัวในแนวเหนือใต้เสมอ ขั้วแม่เหล็กที่ช้ ีไปทางทิศเหนือเรี ยกว่า ขั้วเหนือ (N, North
Pole) และขั้วแม่เหล็กที่ช้ ีไปทางทิศใต้เรี ยกว่า ขั้วใต้ (S, South Pole)
3. แรงกระทาระหว่างขั้วแม่เหล็ก มี 2 แบบ
     ก. แรงดูดกัน: เกิดจากการนาขั้วแม่เหล็กต่างชนิดกันมาวางใกล้กน        ั
            N S N S
                                                                 ั
    ข. แรงผลักกัน: เกิดจากการนาขั้วแม่เหล็กชนิดเดียวกันมาวางใกล้กน
            S   N N     S

            N   S   S   N

          ถ้าแท่งแม่เหล็กแท่งหนึ่งหักออกจากกัน ขั้วแม่เหล็กตรงปลายที่หกออกจะเป็ น
                                                                      ั
ชนิดตรงข้ามกัน ทาให้กลายเป็ นแม่เหล็กแท่งใหม่
                               N            N
                                            S
                                            N
                               S            S
การทดลองเรื่อง ทิศนั้นสาคัญไฉน
ประเด็นปัญหา
         ทิศของสนามแม่เหล็ก ทิศของกระแสไฟฟ้ า และทิศของแรงที่กระทา
                 ่
ต่อลวดตัวนาที่อยูในบริ เวณสนามแม่เหล็กและมีกระแสไฟฟ้ าผ่านมี
               ั
ความสัมพันธ์กนอย่างไร
จุดประสงค์ การทดลอง
         เพื่อหาความสัมพันธ์ระหว่างทิศทิศของสนามแม่เหล็ก ทิศของ
                                                  ่
กระแสไฟฟ้ า และทิศของแรงที่กระทาต่อลวดตัวนาที่อยูในบริ เวณสนามแม่เหล็ก
และมีกระแสไฟฟ้ าผ่าน
สมมติฐานการทดลอง
         ถ้าให้ทิศของกระแสไฟฟ้ ากับสนามแม่เหล็กตั้งฉากกันแล้ว น่าจะมีแรง
กระทาต่อลวดตัวนาในทิศตั้งฉากกับสองแรงข้างต้น
อุปกรณ์ การทดลอง
1.        หม้อแปลงโวลต์ต่า             1            เครื่ อง
2.        เครื่ องกระแส                1            เครื่ อง
3.        ลวดตัวนาเส้นตรง              3            เส้น
4.        แม่เหล็กรู ปตัวยู            1            ตัว
บันทึศกระแสไฟฟ้า
   ทิ กผลการทดลอง ทิศ                ทิศของแรง
                  สนามแม่เหล็ก
     ตะวันตก –       พุ่งลง      พุ่งเข้ าหาตัวยู (ทิศ
     ตะวันออก                    เหนือ)
     ตะวันตก –       พุ่งขึ ้น   พุ่งออกจากตัวยู
     ตะวันออก                    (ทิศใต้ )
     ตะวันออก –      พุ่งลง      พุ่งออกจากตัวยู
     ตะวันตก                     (ทิศใต้ )
วิเคราะห์ ผลการทดลอง                           
                    X   F   X
                                                I
      เหนือ
                    X       X              F   

ตก            ออก
                    X       X          F       
                                    I
      ใต้

                    X   F   X                  
สรุ ปผลการทดลอง
          จากการวิเคราะห์จะเห็นว่า ทิศของปริ มาณทั้ง
                                          ่
สามเป็ นไปตามกฎมือขวา เหมือนหัวข้อที่ผานมาโดย
สรุ ปได้วา    ่
                                        ่
ฝ่ ามือแทนทิศของสนามแม่เหล็กมีทิศพุงออกจากฝ่ า
มือเสมอ
นิ้ วทั้งสี่ แทนทิศของกระแสไฟฟ้ า
                          F ดังรู ป
นิ้ วหัวแม่มือแทนทิศของแรง


                  I
แบบทดสอบ
1.สนามแม่เหล็กคืออะไร และเกิดขึ้นได้อย่างไร?
2.สนามแม่เหล็กโลกมีประโยชน์อย่างไร?
3.สนามแม่เหล็กแม่ลกษณะอย่างไร?
                      ั
4.เพราะเหตุใด เข็มทิศจึงชี้ไปทางทิศเหนือเสมอ?
5.เหตุใดเมื่อขั้วแม่เหล็กที่เหมือนกันมาเจอกัน จึงมีแรงผลัก
ออกจากกัน?
บรรณานุกรม

     แกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้ วทยาศาสตร์ . กรุ งเทพฯ : โรงพิมพ์
                                          ิ
ชุมชนสหกรณ์การเกษตรแห่ งประเทศไทย, 2551
     กระทรวงศึกษาธิการ. หลักสู ตรมัธยมศึกษาตอนปลาย พุทธศักราช
2524. หนังสื อเรี ยน ฟิ สิ กส์ 4. กรุ งเทพฯ : โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว, 2542
   http://th.wikipedia.org/wiki
     http://www.mea.or.th/internet
     http://www.rmutphysics.com
     http://www.atom.rmutphysics.com
อบรมSme1 มฟล.1

อบรมSme1 มฟล.1

  • 2.
    ความหมายของสนามแม่ เหล็ก สนามแม่ เหล็ก คือปริ มาณที่บ่งบอกแรงกระทาบนประจุที่กาลังเคลื่อนที่ สนามแม่เหล็กเป็ น สนามเวกเตอร์และทิศของสนามแม่เหล็ก ณ ตาแน่งใดๆ คือทิศที่เข็มของเข็มทิศวางตัวอย่างสมดุล เมื่อมีแม่เหล็กวางอยู่ ณ ที่ใดก็ตาม แม่เหล็กนั้นจะส่ งอานาจแม่เหล็กออกไปรอบตัวในบริ เวณ นั้น ถ้าเอาแม่เหล็กอื่นหรื อวัตถุที่เป็ นสนามแม่เหล็กเข้าไปในบริ เวณนั้นจะเกิดแรงแม่เหล็กส่ งมา กระทาทันทีจากแม่เหล็กที่วางอยูก่อนนั้น อย่างนี้เราถือว่าแม่เหล็กหรื อสารแม่เหล็กที่เรานาเข้าไป ่ ่ ทีหลังไปอยูในบริ เวณซึ่งเป็ น สนามแม่เหล็กของแม่เหล็กอันแรกถ้าเราถอยแม่เหล็กหรื อสาร แม่เหล็กนั้นออกมาให้ห่างมาก ๆ แรงแม่เหล็กที่เคยเกิดขึ้นดังกล่าวจะหมดไป หมายความว่า ่ แม่เหล็กอันแรกส่ งแรงไปกระทาไม่ถึง จึงเห็นได้วา สนามแม่เหล็กคือ บริ เวณรอบ ๆ แม่เหล็ก ซึ่ ง แท่งแม่เหล็กนั้นสามารถส่ งอานาจแม่เหล็กไปถึง เรามักจะเขียนแทนสนามแม่เหล็กด้วยสัญลักษณ์ B เดิมทีแล้ว สัญลักษณ์ B นั้นถูกเรี ยกว่า ความหนาแน่ นฟลักซ์ แม่ เหล็กหรื อความเหนี่ยวนาแม่ เหล็ก ในขณะที่ B ถูกเรี ยกว่า สนามแม่ เหล็ก ็ั ั (หรื อ ความแรงของสนามแม่ เหล็ก) และคาเรี ยกนี้กยงใช้กนติดปากในการแยกปริ มาณทั้งสองนี้ เมื่อเราพิจารณาความตอบสนองต่อแม่เหล็กของวัสดุชนิดต่างๆ แต่ ในกรณี ทวไปแล้ว สองปริ มาณ ่ั นี้ไม่มีความแตกต่างกันมากนัก และเรามักใช้คาแทนปริ มาณทั้งสองชนิดว่าสนามแม่เหล็ก
  • 3.
    การเกิดของสนามเหล็ก เกิดขึ้นได้จากการเคลื่อนที่ของประจุไฟฟ้ าหรื อใน ทางกลศาสตร์ควอนตัม(เป็ นสาขาหนึ่งในทฤษฎีราก ฐานของฟิ สิ กส์ ที่มีความสามารถในการอธิบายผลการ ทดลองต่างๆและถูกใช้แทนที่กลศาสตร์นิวตัน)การสปิ น (การหมุนรอบตัวเอง) ของอนุภาคต่างๆ ก็ทาให้เกิด สนามแม่เหล็กเช่นกัน ซึ่งสนามแม่เหล็กที่เกิดจากการ สปิ น เป็ นที่มาของสนามแม่เหล็กของแม่เหล็กถาวรต่างๆ
  • 4.
    เส้ นแรงแม่ เหล็กหรือ ฟลักซ์ แม่ เหล็ก เป็ นเส้นที่แสดงทิศของสนามแม่เหล็กรอบๆแท่งแม่เหล็กนอกจากนั้นยังแสดงความเข้ม ของสนามแม่เหล็กด้วยทิศของสนามคือ ทิศของแรงนี้กระทากับขั้วเหนือในสนามแม่เหล็ก เส้นแรงแม่เหล็กแสดงให้เห็นได้โดยใช้ผงเหล็กโรยรอบๆ แท่งแม่เหล็ก หรื อการระบุ ตาแหน่งของเข็มทิศ เล็กๆ ณ จุดต่างๆ รอบๆ แท่งแม่เหล็ก
  • 5.
    สนามแม่ เหล็กมีลกษณะประกอบด้ วยเส้นแผ่กระจายเต็มสนามแม่เหล็ก และ ั ่ ่ กาหนดเรี ยกเส้นต่างๆเหล่านี้ วา เส้นแรงแม่เหล็ก เมื่อเข็มทิศอยูในตาแหน่งมักจะ วางตัวไปตามทิศทางของเส้นแรงแม่เหล็กในสนามนั้น เราจึงควรใช้เข็มทิศช่วยใน การหาเส้นแรงแม่เหล็กในสนามแม่เหล็กได้ โดยวางเข็มทิศลงในสนามนั้น ใช้ ดินสอจุดตาแหน่งของปลายขั้ว N-S ของเข็มทิศไว้แล้วค่อยๆเลื่อนเข็มทิศไปเรื่ อยๆ ทิศของเส้นแรง คือ ทิศที่ข้ วั เหนือของเข็มทิศชี้ไป บริ เวณที่ประกอบด้วยเส้นแรงแม่เหล็กดังกล่าวนี้ คือบริ เวณ ของสนามแม่เหล็กนันเอง ถ้าบริ เวณใดมีสนามแม่เหล็กแรงมาก เช่น บริ เวณใกล้ ่ ขั้วแม่เหล็ก เราสามารถใช้ผงตะไบเหล็กโรยเพื่อหาเส้นแรงแม่เหล็กแทนที่จะใช้ เข็มทิศเส้นแรงแม่เหล็กจากแท่งแม่เหล็กหรื อตัวกลางที่กระทาตัวคล้ายกับกับเป็ น แท่งแม่เหล็ก
  • 6.
    ่ จากการยกตัวอย่าง เส้นสนามแม่เหล็ก สรุปได้วา แนวการเรี ยงตัวของผงตะไบเหล็ก รอบแท่งแม่เหล็ก เรี ยกว่า เส้นสนามแม่เหล็ก และจะเห็นว่าเส้นสนามแม่เหล็กมี ความหนาแน่นมากที่บริ เวณขั้วแม่เหล็กทั้งขั้วเหนือและขั้วใต้ และเส้นสนามแม่เหล็ก มีทิศจากขั้วเหนือไปยังขั้วใต้ของแท่งแม่เหล็ก ั เมื่อนาแท่งแม่เหล็ก 2 แท่งวางใกล้กนในลักษณะต่างๆพบว่า บางบริ เวณมี เส้นแรงแม่เหล็กหนาแน่น (ผงตะไบเหล็กอยูหนาแน่น) แสดงว่าสนามแม่เหล็กมีค่า ่ มาก ส่ วนบางบริ เวณที่ไม่มีเส้นแรงแม่เหล็กเลย (ไม่มีผงตะไบเหล็ก) แสดงว่า ่ สนามแม่เหล็กบริ เวณนั้นเป็ นศูนย์ เรี ยกบริ เวณที่มีสนามแม่เหล็กเป็ นศูนย์วา จุด สะเทิน
  • 7.
    ความเข้ มของสนามแม่ เหล็กหรือ ความหนาแน่ นของฟลักซ์ แม่ เหล็ก จานวนเส้นแรง ( flux ) แม่เหล็กที่ตกตั้งฉากบนหนึ่ งหน่วยพื้นทีใด ๆ ถ้า B คือ ความเข้มของสนามแม่เหล็ก f คือ จานวนเส้นแรงแม่เหล็ก มีหน่วยเป็ นเวเบอร์ ( weber ) A คือ พื้นที่ต้ งฉากกับเส้นแรงแม่เหล็ก มีหน่วยเป็ น ตร.เมตร ั ความเข้มสนามแม่เหล็ก = ปริ มาณเส้นแรงแม่เหล็ก พื้นที่ต้ งฉากกับเส้นแรง ั B จะมีหน่วยเป็ น weber/m2 เรี ยกว่า เทสลา ( tesla ) โดยที่ B เป็ น) ปริ มาณเวกเตอร์ มีทิศทางตามเส้นแม่เหล็กดังนี้ 1.ถ้าแนวของเส้นแรงแม่เหล็กเป็ นเส้นตรงทิศของสนาม B จะมีทิศทางเดียวกับทิศของ เส้นแรงแม่เหล็ก 2.ถ้าแนวของเส้นแรงแม่เหล็กเป็ นเส้นโค้ง ทิศของสนาม B ที่จุดใดๆ จะมีทิศสัมผัสกับ เส้นแรงที่จุดนั้น โดยมีทิศไปตามเส้นแรง
  • 9.
    ความหมายของสนามแม่ เหล็กโลก สนามแม่ เหล็กโลก(Magnetosphere) หมายถึง โลกมีสมบัติแม่เหล็ก บริ เวณขั้วโลกเหนือทาง ภูมิศาสตร์และลึกลงไปจากผิวโลกเปรี ยบเสมือนมี ขั้วแม่เหล็กขนาดใหญ่และเป็ น ขั้วแม่เหล็กชนิดขั้วใต้ หรื อ บางครั้งเรี ยกว่า ขั้วแม่เหล็กโลกทางทิศเหนือ และบริ เวณขั้ว โลกใต้ทางภูมิศาสตร์เปรี ยบเสมือนมีข้วแม่เหล็กชนิดขั้ว ั เหนือ
  • 10.
  • 11.
    การเกิดของสนามแม่ เหล็กโลก เกิดจากการกระบวนการไดนาโมของโลก กล่าวคือโลหะ ่ หนักที่มีสถานะเป็ นของเหลวที่อยูในแกนโลกมีการหมุนวน ทาให้เกิดสนามแม่เล็กที่เอียงทามุมประมาณ 10 องศาจากแกน หมุนของโลก ที่ผวโลกมีความเข้มของสนามแม่เหล็กโลก ิ ประมาณ 30,000 - 60,000 นาโนเทสลา และความเข้มจะ ค่อยๆ ลดลงเมื่ออยูห่างจากผิวโลกมากขึ้น ซึ่ งเป็ นสาเหตุ ่ สาคัญที่เกิดสนามแม่เหล็กหุ มห่อโลก ้
  • 12.
    สมบัติของแท่ งแม่ เหล็ก 1. ขั้วแม่เหล็ก: อานาจแม่เหล็กจะแรงมากที่ปลายทั้งสองของแท่งแม่เหล็ก ซึ่งบริ เวณ ดังกล่าวเรี ยกว่า ขั้วแม่เหล็ก 2. ชนิดของขั้วแม่เหล็ก: เมื่อให้แท่งแม่เหล็กหมุนในแนวราบได้อย่างอิสระ แท่งแม่เหล็ก จะวางตัวในแนวเหนือใต้เสมอ ขั้วแม่เหล็กที่ช้ ีไปทางทิศเหนือเรี ยกว่า ขั้วเหนือ (N, North Pole) และขั้วแม่เหล็กที่ช้ ีไปทางทิศใต้เรี ยกว่า ขั้วใต้ (S, South Pole) 3. แรงกระทาระหว่างขั้วแม่เหล็ก มี 2 แบบ ก. แรงดูดกัน: เกิดจากการนาขั้วแม่เหล็กต่างชนิดกันมาวางใกล้กน ั N S N S ั ข. แรงผลักกัน: เกิดจากการนาขั้วแม่เหล็กชนิดเดียวกันมาวางใกล้กน S N N S N S S N ถ้าแท่งแม่เหล็กแท่งหนึ่งหักออกจากกัน ขั้วแม่เหล็กตรงปลายที่หกออกจะเป็ น ั ชนิดตรงข้ามกัน ทาให้กลายเป็ นแม่เหล็กแท่งใหม่ N N S N S S
  • 13.
    การทดลองเรื่อง ทิศนั้นสาคัญไฉน ประเด็นปัญหา ทิศของสนามแม่เหล็ก ทิศของกระแสไฟฟ้ า และทิศของแรงที่กระทา ่ ต่อลวดตัวนาที่อยูในบริ เวณสนามแม่เหล็กและมีกระแสไฟฟ้ าผ่านมี ั ความสัมพันธ์กนอย่างไร จุดประสงค์ การทดลอง เพื่อหาความสัมพันธ์ระหว่างทิศทิศของสนามแม่เหล็ก ทิศของ ่ กระแสไฟฟ้ า และทิศของแรงที่กระทาต่อลวดตัวนาที่อยูในบริ เวณสนามแม่เหล็ก และมีกระแสไฟฟ้ าผ่าน สมมติฐานการทดลอง ถ้าให้ทิศของกระแสไฟฟ้ ากับสนามแม่เหล็กตั้งฉากกันแล้ว น่าจะมีแรง กระทาต่อลวดตัวนาในทิศตั้งฉากกับสองแรงข้างต้น
  • 14.
    อุปกรณ์ การทดลอง 1. หม้อแปลงโวลต์ต่า 1 เครื่ อง 2. เครื่ องกระแส 1 เครื่ อง 3. ลวดตัวนาเส้นตรง 3 เส้น 4. แม่เหล็กรู ปตัวยู 1 ตัว บันทึศกระแสไฟฟ้า ทิ กผลการทดลอง ทิศ ทิศของแรง สนามแม่เหล็ก ตะวันตก – พุ่งลง พุ่งเข้ าหาตัวยู (ทิศ ตะวันออก เหนือ) ตะวันตก – พุ่งขึ ้น พุ่งออกจากตัวยู ตะวันออก (ทิศใต้ ) ตะวันออก – พุ่งลง พุ่งออกจากตัวยู ตะวันตก (ทิศใต้ )
  • 15.
    วิเคราะห์ ผลการทดลอง   X F X I เหนือ X X  F  ตก ออก X X  F  I ใต้ X F X  
  • 16.
    สรุ ปผลการทดลอง จากการวิเคราะห์จะเห็นว่า ทิศของปริ มาณทั้ง ่ สามเป็ นไปตามกฎมือขวา เหมือนหัวข้อที่ผานมาโดย สรุ ปได้วา ่ ่ ฝ่ ามือแทนทิศของสนามแม่เหล็กมีทิศพุงออกจากฝ่ า มือเสมอ นิ้ วทั้งสี่ แทนทิศของกระแสไฟฟ้ า F ดังรู ป นิ้ วหัวแม่มือแทนทิศของแรง I
  • 17.
    แบบทดสอบ 1.สนามแม่เหล็กคืออะไร และเกิดขึ้นได้อย่างไร? 2.สนามแม่เหล็กโลกมีประโยชน์อย่างไร? 3.สนามแม่เหล็กแม่ลกษณะอย่างไร? ั 4.เพราะเหตุใด เข็มทิศจึงชี้ไปทางทิศเหนือเสมอ? 5.เหตุใดเมื่อขั้วแม่เหล็กที่เหมือนกันมาเจอกัน จึงมีแรงผลัก ออกจากกัน?
  • 18.
    บรรณานุกรม แกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้ วทยาศาสตร์ . กรุ งเทพฯ : โรงพิมพ์ ิ ชุมชนสหกรณ์การเกษตรแห่ งประเทศไทย, 2551 กระทรวงศึกษาธิการ. หลักสู ตรมัธยมศึกษาตอนปลาย พุทธศักราช 2524. หนังสื อเรี ยน ฟิ สิ กส์ 4. กรุ งเทพฯ : โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว, 2542 http://th.wikipedia.org/wiki http://www.mea.or.th/internet http://www.rmutphysics.com http://www.atom.rmutphysics.com