 ด้านการตลาด (Marketing)
เป็ นการดาเนินการเพื่อตอบสนองต่ออุปสงค์ที่
เกิดขึ้นของลูกค้า
 ด้านการผลิต (Production) และการ
ปฏิบัติการ (Operation)
เป็ นการแปรสภาพทรัพยากรการผลิต ให้
ออกมาเป็ นสินค้าหรือบริการ
 ด้านการเงิน (Financing) และการบัญชี
หน้าที่หลัก 3 ประการ
ของการจัดองค์การเพื่อผลิต
สินค้าหรือบริการ
การผลิตและการปฏิบัติการ
การผลิต (Production)
หมายถึง การสร ้างสินค้าและบริการ
การปฏิบัติการ (Operation)
หมายถึง กระบวนการภายในองค์การที่ใช ้ปัจจัย
นาเข้า (Input) เช่น คน เงินทุน วัตถุดิบ และแปรรูป
ให้กลายเป็นปัจจัยนาออก (Output) ในรูปของสินค้า
และบริการ
การบริหารการผลิต (Production
ตัวอย่างของประเภทของการผลิต
ประเภท
ของการผลิต
ตัวอย่าง
การผลิตสินค้า
การทาฟาร ์ม, การทาเหมือง, การก่อสร ้าง,
การผลิตในโรงงาน, กาลังการผลิต
แหล่งเก็บ
ข้อมูล/
การขนส่ง
คลังสินค้า, รถบรรทุก, การบริการ
จดหมายอิเล็กทรอนิกส์(Mail Service),
รถแท็กซี่, รถบัส, โรงแรม, เครื่องบิน
การ
แลกเปลี่ยน
การขายปลีก, การขายส่ง, ธนาคาร, การ
เช่า, การกู้ยืม
ความบันเทิง หนัง, วิทยุและโทรทัศน์, คอนเสิร ์ต
การสื่อสาร
หนังสือพิมพ์, สถานีวิทยุและโทรทัศน์,
ที่มา : ดัดแปลงจาก William, J. Stevenson, Operations Management, 2002: 7.
การบริหารการปฏิบัติการ (Operation
Management : OM)
เป็นกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการผลิตสินค้าและ
บริการ (Service) โดยผ่านกระบวนการแปรสภาพ
(Transformation) จากปัจจัยนาเข้า เพื่อให้ออกมา
เป็นปัจจัยนาออก (Output) หรือเป็นการออกแบบ
(Design) การปฏิบัติการ (Operations) และการ
ปรับปรุงระบบการผลิต (Production system
improvement)
ระบบการผลิต (Production system)
เป็นระบบซึ่งเปลี่ยนแปลงปัจจัยนาเข้า (Input)
ออกมาเป็นกลุ่มของปัจจัยนาออก (Output) ตามที่
ต้องการ
การจัดการการผลิตและการ
ปฏิบัติการ
(Production and Operation
management : POM)
เป็ นการศึกษา วิเคราะห์ กาหนดแนวทางปฏิบัติ
และควบคุมกระบวนการแปรรูป (transformation
process) ปัจจัยนาเข้า (input) หรือทรัพยากรการ
ดาเนินงานให้เป็ นผลลัพธ์ (output) ออกมาในรูปแบบ
ของสินค้า และ/หรือบริการ อย่างเป็ นระบบ มี
ประสิทธิภาพและสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของ
องค์การ
มีองค์ประกอบที่สาคัญ 3 ประการ อันได้แก่
1. ปัจจัยนาเข้า (Input)
คือทรัพยากรขององค์การที่ใช ้ผลิตทั้งที่เป็น
- สินทรัพย์ที่มีตัวตน (Tangible Assets) เช่น
วัตถุดิบ เครื่องจักร อุปกรณ์ และ
- สินทรัพย์ที่ไม่มีตัวตน (Intangible Assets)
เช่น แรงงาน ระบบการจัดการ ข่าวสาร
ทรัพยากรที่ใช ้จะต้องมีคุณสมบัติและประโยชน์
ใช ้สอยที่เหมาะสม และมีต้นทุนการผลิตที่ต่า เพื่อให้
สินค้าสาเร็จรูปสามารถแข่งขันทางด้านราคาได้ใน
ท้องตลาด
ก า ร ผ ลิ ต แ ล ะ ก า ร
ดาเนินงาน
2. กระบวนการแปลงสภาพ (Conversion
Process)
เป็นขั้นตอนที่ทาให้ปัจจัยนาเข้าที่ผ่านเข้ามามีการ
เปลี่ยนแปลงในด้านต่างๆ ได้แก่
- รูปลักษณ์ (Physical) โดย การผ่านกระบวนการ
ผลิตในโรงงาน
- สถานที่ (Location) โดย การขนส่ง การเก็บเข้า
คลังสินค้า
- การแลกเปลี่ยน (Exchange) โดย การค้าปลีก
การค้าส่ง
- การให้ข้อมูล (Informational) โดย การ
ติดต่อสื่อสาร
- จิตวิทยา (Psychological) โดย การนันทนาการ
การผลิต/บริการคือกระบวนการ
แปลงสภาพ
OUTPUT
วัตถุดิบ
เครื่องจักร
แรงงาน
การจัดการ
เงินทุน
สินค้า
หรือบริการ
INPUT
Transformatio
n
process
Feedback
คุณลักษณะของการผลิตสินค้า
 สามารถนามาขายซ้าได้
 มีการจัดเก็บเป็นสินค้าคงคลังได้
 คุณภาพของสินค้าสามารถวัดได้
 การผลิตแยกออกจากการขาย
 สามารถทาการเคลื่อนย้ายหรือขนส่งได้
 ทาเลที่ตั้งของการผลิตมีผลต่อต้นทุนผลิต
 มักง่ายต่อการผลิตแบบอัตโนมัติ
 ก่อให้เกิดรายได้ โดยพื้นฐานจากการขายที่มีตัวตน
และจับต้องได้
คุณลักษณะของการบริการ
 ไม่สามารถนามาขายซ้าได้
 ไม่สามารถจัดเก็บเป็นสินค้าคงคลังได้
 คุณภาพของบริการบางลักษณะยากที่จะสามารถวัด
ได้
 การขายเป็นส่วนหนึ่งของการบริการ
 เป็นเรื่องของการจัดหา ไม่มีตัวสินค้าจึงไม่มีการ
เคลื่อนย้ายหรือขนส่ง
 ทาเลที่ตั้งของการบริการมีความสาคัญในการติดต่อ
กับลูกค้า
 มักจะยากต่อการดาเนินการแบบอัตโนมัติ
 ก่อให้เกิดรายได้ โดยพื้นฐานจากการขายที่ไม่มีตัวตน
การบริหารการผลิตและการดาเนินการ
เป็ นกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการสร้างคุณค่า
ในรูปของสินค้าหรือบริการ โดยอาศัย
กระบวนการแปรสภาพ INPUTให้ออกมาเป็ น
OUTPUT
o คุณค่า : ลูกค้าต้องการจากการใช้งานหรือ
ประโยชน์
o มูลค่า : ลูกค้าเป็ นผู้จ่ายเงินตามมูลค่าทาง
เศรษฐศาสตร ์ของ
ประโยชน์หลัก หรือคุณค่า
นั้น
ปัจจัยนาเข้า
MAN MONEY MATERIAL
METHOD MACHINE
MANAGEMENT
ส่วนประกอบของระบบการผลิต
(ภาพรวม)
การบริหารการผลิตเป็นหนึ่งในหน้าที่หลักของการ
บริหารธุรกิจและองค์การอันมี พันธกิจ (Mission) คือผล
กาไรที่ทาให้องค์การอยู่รอดและเจริญเติบโตได้ในระยะ
ยาว เมื่อมีการแยกพันธะกิจออกเป็นวัตถุประสงค์ของแต่
ละหน้าที่หลักจะพบว่า
ฝ่ายการตลาด : วัตถุประสงค์หลัก คือ การ
ขยายตัวของส่วนแบ่งตลาด (Market Share) และความ
พึงพอใจของลูกค้า (Customer Satisfaction)
ฝ่ายการเงิน : วัตถุประสงค์หลักคือ ความสามารถ
ในการทากาไร (Profitability) และการรักษาสภาพ
คล่องของธุรกิจ (Liquidity)
ฝ่ายการผลิต : วัตถุประสงค์หลัก คือ คุณภาพ
(Quality) และผลิตภาพ (Productivity)แต่แม้คุณภาพ
วัตถุประสงค์ทังหมดของการผลิตมีดังนี
1. การสร ้างคุณลักษณะของผลิตภัณฑ์อยู่ในระดับ
คุณภาพที่กาหนดได้
2. การมีระดับต้นทุนที่ต่า ซึ่งแสดงถึงการใช้
ทรัพยากรอย่างมี
ประสิทธิภาพ
3. การมีความสามารถที่จะส่งผลิตภัณฑ์ได้
ทันเวลาที่กาหนดแก่ลูกค้า
4. การมีความยืดหยุ่นที่จะปรับปริมาณการผลิตให้
เพียงพอกับความ
ต้องการของลูกค้าและสามารถพัฒนา
ผลิตภัณฑ์ใหม่ เพื่อตอบสนอง
ความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไป
คุณภาพ (Quality)
เป็นวัตถุประสงค์หลักของการผลิตที่สาคัญที่สุด
เพราะการที่ลูกค้าซื้อผลิตภัณฑ์ย่อมต้องการสิ่งที่ตรง
กับความคาดหมายของเขา หรือถ้าได้ในสิ่งที่เหนือกว่า
ความคาดหมายก็ยิ่งพอใจมากขึ้น คุณภาพครอบคลุม
ความหมายถึงประโยชน์ใช ้สอย รูปร่างลักษณะที่ดึงดูด
ใจ คุณค่าทางจิตใจที่ได้รับจากผลิตภัณฑ์ฯลฯ
ผลิตภาพ (Productivity)
เป็นวัตถุประสงค์สาคัญที่สุดอีกประการหนึ่งของ
การบริหารการผลิต เพราะผลิตภาพคือการเปรียบเทียบ
ระหว่างปริมาณของปัจจัยนาเข้าและปริมาณของ
ผลผลิตจากระบบการผลิต
อัตราการเจริญเติบโตของผลิตภาพ
(Productivity growth)
อัตราการเจริญเติบโตของผลิตภาพ
= (ผลิตภาพของปีปัจจุบัน – ผลิตภาพของปีก่อน
หน้า)
ผลิตภาพของปีก่อนหน้า
ตัวอย่าง ถ้าผลิตภาพเพิ่มจาก 100 ไปเป็น 120 ดังนั้น
อัตราการเจริญเติบโตจะเป็น
(120-100) / 100 = 0.20 หรือ 20%
ต้นทุนการผลิตต่อหน่วยทั้งในด้านค่าแรงหรือค่าใช้จ่ายใน
การบริหารงานลดลง อันจะช่วยให้การแข่งขันด้านราคา
กับคู่แข่งอื่นทาได้ง่ายขึ้น หรือทาให้ผลกาไรขององค์การ
สูงขึ้น
การเพิ่มผลิตภาพทาได้หลายวิธีคือ
1. Efficient คือ ผลผลิตเพิ่มขึ้นในขณะที่ปัจจัย
นาเข้าเท่าเดิม หรือเพิ่มขึ้นเล็กน้อย
2. Downsize คือ ผลผลิตเท่าเดิมแต่ใช้ปัจจัย
นาเข้าลดลง
3. Expand คือ ผลผลิตเพิ่มขึ้นเร็วกว่า การ
เพิ่มขึ้นของปัจจัยนาเข้า
4. Retrench คือ ผลผลิตลดลงแต่ช ้ากว่าการ
ลดลงของปัจจัยนาเข้า
 การเปลี่ยนแปลงของผลผลิต การเพิ่มขึ้นของผลผลิต
มีผลจากการใช้เทคโนโลยีในการผลิต แต่ในขณะเดียวกัน
ต้องระมัดระวังไม่ให้คุณภาพของผลผลิตลดลง เพราะการ
ลดต้นทุนอาจจะมีผลกระทบต่อคุณภาพของสินค้าและ
บริการได้
 การเปลี่ยนแปลงของปัจจัยนาเข้า อาจมีผลต่อผลิต
ภาพโดยตรง 3 ประเภท
- แรงงาน การที่ผลผลิตภาพจะเพิ่มขึ้นได้ต้องอาศัย
แรงงานที่มีฝีมือและความรู้
- เงินทุน เป็นการจัดสรรเครื่องจักรเข้ามาใช ้แทน
แรงงานคน ดังนั้นจึงควรมี
การพิจารณาให้เหมาะสม
- การจัดการ เป็นตัวประสานการใช้แรงงานและเงินทุน
EX. บริษัท ASEA TECH เป็นบริษัทขนาดย่อม ต้อง
เพิ่มต้นทุนเป็น 2 เท่า เพื่อเป็นค่าใช ้จ่ายสาหรับต้นทุน
คงที่ และสามารถทากาไรให้เพียงพอที่จะซื้อเครื่องจักร
รุ่นใหม่
ฝ่ายบริหารคาดการณ์ว่า หากบริษัทไม่ได้รับการ
อนุมัติเงินกู้จากธนาคาร ก็จะไม่สามารถซื้อเครื่องจักร
รุ่นใหม่และอุปกรณ์การผลิตได้ โดยข้อจากัดอยู่ที่กาลัง
การผลิตของเครื่องจักรเก่า ทาให้พนักงานต้องถูกให้
ออกจากงาน กิจการต้องหยุดผลิตสินค้า
สิ่งต่างๆเหล่านี้ทาให้ผู้บริหารต้องตัดสินใจว่าจะ
ดาเนินการอย่างไร โดยมีทางเลือกในการตัดสินใจ
ดังนี้
o เพิ่มยอดขาย 50%
ข้อมูล ปัจจุบัน ทางเลือกที่
1
MK เพิ่ม
ยอดขาย
50%
ทางเลือกที่ 2
AC ลดต้นทุน
การเงิน50%
ทางเลือกที่
3
OM ลด
ต้นทุนผลิต
20%
รายได้
(ยอดขาย)
100,0
00
150,000 100,000 100,000
ต้นทุนผลิต
สินค้า
80,00
0
120,000 80,000 64,000
กาไรขั้นต้น 20,00
0
30,000 20,000 36,000
ต้นทุนทาง
การเงิน
6,000 6,000 3,000 6,000
กาไรก่อนหัก
ภาษี
14,00
0
24,000 17,000 30,000
ทางเ
ลือก
กาไร กาไรที่เพิ่มขึ้น %
1 18,000 7,500 7,500 / 10,500 71%
2 12,750 2,250 2,250/10,500 21%
3 22,500 12,000 12,000 / 10,500 114
%
การเพิ่มผลผลิตทาง
วิทยาศาสตร ์
การเพิ่มผลผลิต =
ผลิตผล
ปัจจัยการ
ผลิต
การวัดการเพิ่มผลผลิต
(Productivity Measurement)
การเพิ่มผลผลิตโดยรวม =
ผลิตผล
(Total Productivity) แรงงาน +
ทุน + วัตถุดิบ
การวัดการเพิ่มผลผลิต (Productivity
Measurement)
 การเพิ่มผลผลิตบางส่วน(Partial Productivity)
การเพิ่มผลผลิตแรงงาน = ผล
(Labor Productivity) แรงงาน
การเพิ่มผลผลิตทุน = ผล
(Capital Productivity) ทุน
การเพิ่มผลผลิตวัตถุดิบ = ผล
(Material Productivity) วัตถุด
EX. บริษัทแห่งหนึ่ง มีพนักงาน 4 คน
แต่ละคนทางาน 8 ชั่วโมงต่อวัน (ค่าแรง
640 บาทต่อวัน) ค่าใช ้จ่ายในการ
ดาเนินงาน 400 บาทต่อวัน บริษัททา
การทาการประมวลผลข ้อมูลและปิดงาน
วันละ 8 รายการ
ไม่นานมานี้บริษัทได ้ทาการซื้อ
ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งสามารถประมวลผล
ข ้อมูลได ้วันละ 14 รายการต่อวัน
ถึงแม ้ว่าพนักงานจะมีจานวนชั่วโมงการ
ผลิตภาพด้าน
แรงงาน
ระบบเดิม ระบบใหม่
8 รายการต่อวัน
32 ชั่วโมงต่อ
แรงงาน
14 รายการต่อ
วัน
32 ชั่วโมงต่อ
แรงงาน
๐.25 รายการ /
hr.
๐.4375 รายการ
/ hr.
ผลิตภาพแบบ
พหุปัจจัย
8 รายการต่อวัน
640+400
14 รายการต่อ
วัน
640+800
๐.0077
รายการ / ฿
๐.0097 รายการ
/ ฿
ผลิตภาพด้าน
แรงงาน
0.4375 / 0.25 1.75 75%
ผลิตภาพแบบ
พหุปัจจัย
0.0097 /
0.0077
1.25
9
25.9 %
แบ่งตามลักษณะเฉพาะของผลิตภัณฑ์
oการผลิตตามคาสั่งซื้อ (Made-to-order)
เป็นการผลิตที่คุณลักษณะของผลิตภัณฑ์
จะเปลี่ยนแปลงไปตามความต ้องการของลูกค ้า
แต่ละราย การเตรียมการผลิตและวัตถุดิบที่
ต ้องการจะใช ้ตลอดจนกระบวนการผลิตจึงไม่
สามารถคาดการณ์ไว ้ล่วงหน้าได ้เครื่องจักร
อุปกรณ์ที่ใช ้ต ้องเป็นแบบอเนกประสงค์ และ
ผู้ผลิตต ้องมีความสามารถและความชานาญ
หลายอย่าง เพื่อทาการผลิตสิ่งที่ลูกค ้าต ้องการ
ได ้
ตัวอย่างของการผลิตตามคาสั่งซื่อได ้แก่
oการผลิตเพื่อรอจาหน่าย (Made-to-stock)
เป็นการผลิตผลิตภัณฑ์ที่มีคุณลักษณะ
เป็นมาตรฐานเดียวกันตามความต ้องการของ
กลุ่มลูกค ้าเป้าหมายการจัดหาวัตถุดิบและการ
เตรียมกระบวนการผลิตสามารถทาได ้ล่วงหน้า
เครื่องจักรอุปกรณ์จะเป็นเครื่องมือเฉพาะงานและ
ผู้ผลิตถูกอบรมมาเพื่อทางาน ตามหน้าที่เฉพาะ
อย่าง
ตัวอย่างเช่น การผลิตสบู่ การผลิต
รถยนต์ การผลิตเสื้อผ ้าเครื่องแบบนักเรียน ฯลฯ
oการผลิตเพือรอคาสังซือ (Assembly-to-
order)
เป็นการผลิตชิ้นส่วนที่จะประกอบเป็น
สินค ้าสาเร็จรูปได ้หลายชนิด ซึ่งชิ้นส่วนเหล่านั้น
จะมีลักษณะแยกออกเป็นส่วนจาเพาะหรือโมดูล
(Module) โดย ผลิตโมดูลรอไว ้ก่อน เมื่อได ้รับ
คาสั่งซื้อจากลูกค ้าจึงทาการประกอบโมดูลให ้เป็น
สินค ้าตามลักษณะ ที่ลูกค ้าต ้องการ และแต่งเติม
รายละเอียดให ้สินค ้าสาเร็จรูปมีความแตกต่างกัน
ไปตามความต ้องการ ของลูกค ้าเฉพาะราย
ตัวอย่างเช่น การผลิตเครื่องใช ้ไฟฟ้า
หลายรุ่นที่มีการใช ้อะไหล่เหมือนกัน
แบ่งตามลักษณะของระบบการผลิตและ
ปริมาณการผลิต
o การผลิตแบบโครงการ (Project
Manufacturing)
เป็นการผลิตผลิตภัณฑ์ขนาดใหญ่ราคาแพง
และมีลักษณะเฉพาะตามความต ้องการของลูกค ้า
เฉพาะราย เช่น
- การสร ้างเขื่อน
- การสร ้างทางด่วน
- การต่อเรือดาน้า
- การต่อเครื่องบิน
การผลิตแบบโครงการมักมีปริมาณการผลิตต่อ
ครั้งน้อยมากหรือผลิตครั้งละชิ้นเดียวและใช ้
แบ่งตามลักษณะของระบบการผลิตและ
ปริมาณการผลิต
o การผลิตแบบโครงการ (Project
Manufacturing) ต่อ
การผลิตจะเกิดขึ้นที่สถานที่ตั้งของโครงการ
(Site) เมื่อเสร็จงานโครงการหนึ่ง จึงย ้ายทั้งคน
และวัสดุสิ่งของเครื่องมือต่าง ๆ ไปรับงานใหม่
เครื่องมือที่ใช ้จึงเป็นแบบอเนกประสงค์ซึ่ง
เคลื่อนย ้ายได ้ง่าย และคนงานต ้องสามารถทางาน
ได ้หลายอย่างจึงต ้องใช ้แรงงานมีฝีมือที่ผ่านการ
อบรมอย่างดี
เป็นการผลิตผลิตภัณฑ์ที่มีลักษณะ
หลากหลายตามความต ้องการของลูกค ้า โดยมี
ปริมาณการผลิตต่อครั้งเป็นล็อต มีการเปลี่ยน
ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตค่อนข ้างบ่อย และผลผลิตไม่มี
มาตรฐานมากนัก
เช่น การบริการคนไข ้ที่เข ้ารับการรักษาใน
โรงพยาบาล เครื่องจักรอุปกรณ์ต่างๆ จะถูก
รวมกันตามหน้าที่การใช ้งานไว ้ในสถานีการผลิต
แยกเป็นหมวดหมู่อยู่ตามส่วนต่างๆ ของผัง
โรงงานในจุดที่จะสามารถทาให ้กระบวนการผลิต
ทุกผลิตภัณฑ์สามารถดาเนินไปตามขั้นตอนการ
ผลิตที่กาหนดไว ้อย่างคล่องตัว การเดินเครื่องจักร
ผลิตจะผลิตสินค ้าชนิดหนึ่งจนได ้ปริมาณตามที่
ต ้องการแล ้วจึงเปลี่ยนไปผลิตสินค ้าชนิดอื่นโดย
ต่อเนื่องมาก จนบางครั้งจัดเป็นการผลิตประเภท
เดียวกัน แต่จะแตกต่างกนตรงที่การผลิตแบบกลุ่ม
จะมีลักษณะเฉพาะของผลิตภัณฑ์ที่ผลิตแยกเป็น
กลุ่ม ๆ ในแต่ละกลุ่มจะผลิตตามมาตรฐานเดียวกัน
ทั้งล็อต ในขณะที่การผลิตแบบไม่ต่อเนื่องจะมี
ลักษณะเฉพาะของผลิตภัณฑ์หลากหลายมากกว่า
ลักษณะการจัดเครื่องจักรอุปกรณ์ของการผลิตแบบ
กลุ่มจะเหมือนกับการผลิตแบบไม่ต่อเนื่องคือจัด
เครื่องจักรตามหน้าที่การใช ้งานเป็นสถานีแล ้วงาน
จะไหลผ่านไปแต่ละสถานีตามลาดับขึ้นตอนของ
งาน
และเนื่องจากการผลิตแบบกลุ่มเป็นการผลิต
ของเป็นล็อต ขั้นตอนการผลิตจึงมีแบบแผนลาดับ
เหมือนกันเป็นกลุ่มๆ ตามล็อตการผลิตเหล่านั้น การ
การประกอบ หรือการผลิตแบบซา (Line- Flow
หรือ Assembly หรือ Repetitive Production)
เป็นการผลิตผลิตภัณฑ์ที่เหมือนกันใน
ปริมาณมาก เช่น การผลิตแชมพู การผลิตรถยนต์
การผลิตเครื่องซักผ ้า การผลิตแบบไหลผ่านจะมี
เครื่องจักรอุปกรณ์เฉพาะของแต่ละสายผลิตภัณฑ์
แยกต่างหาก ไม่มีการใช ้เครื่องจักรร่วมกัน
เครื่องจักรอุปกรณ์จะเป็นแบบเฉพาะงาน
สาหรับแต่ละสายผลิตภัณฑ์เพื่อการผลิตที่
รวดเร็ว และได ้ปริมาณมาก การผลิตแบบนี้จะ
เหมาะสมกับการผลิตเพื่อรอจาหน่ายหรือใช ้ในการ
ประกอบโมดูลใน การผลิตเพื่อรอคาสั่งซื้อจาก
ลูกค ้าต่อไป
oการผลิตแบบต่อเนือง (Continuous Process
หรือ Continuous Flow Production)
เป็นการผลิตผลิตภัณฑ์ชนิดเดียวใน
ปริมาณที่มากมายอย่างต่อเนื่องโดยใช ้เครื่องจักร
เฉพาะอย่าง ซึ่งมักจะเป็นการผลิตหรือแปรรูป
ทรัพยากร ธรรมชาติให ้เป็นวัตถุดิบในการผลิต
ขั้นตอนต่อไป
ตัวอย่างเช่น การกลั่นน้ามัน การผลิตสารเคมี
การทากระดาษ
เชิงยุทธศาสตร ์
1. ประสิทธิภาพของ
ต ้นทุน (cost efficiency)
การลดต ้นทุนการผลิตให ้ต่าที่สุดยิ่งเป็นสิ่ง
สาคัญ การเพิ่มประสิทธิภาพของต ้นทุนอาจทาได ้
หลายวิธี เช่น
- การลดค่าโสหุ้ย
- การใช ้อุปกรณ์การผลิตชนิดอเนกประสงค์
- การใช ้ประโยชน์จากระบบการผลิตอย่าง
เต็มกาลัง
- การควบคุมวัตถุดิบอย่างใกล ้ชิด
- การเพิ่มผลิตภาพให ้สูงสุด และ
- การจ ้างแรงงานในอัตราต่า
ยุทธศาสตร ์
2. คุณภาพ (quality)
บริษัทที่ประกอบการอยู่ในอุตสาหกรรม
เดียวกัน ผลิตภัณฑ์ของบริษัทใดเหนือกว่าใน
ด ้านคุณภาพ ผลิตภัณฑ์นั้นย่อมมีโอกาสขายได ้
มากกว่าคุณภาพของผลิตภัณฑ์ขึ้นอยู่กับ
องค์ประกอบหลายอย่าง
ตัวอย่างเช่น ทักษะของพนักงาน ตรงของ
อุปกรณ์การผลิต การจูงใจและสร ้างความภูมิใจ
ให ้แก่พนักงาน การชี้แจงให ้พนักงานทราบถึง
มาตรฐานของการทางาน
ตลาดให ้มากที่สุด ผลิตออกมาให ้ได ้ตรงตาม
กาหนดเวลาในตารางการผลิต และยังต ้องรับผิดชอบ
ในการขนส่งไปยังจุดหมายปลายทางให ้ตรงตาม
กาหนดเวลาอีกด ้วย อันจะเป็นการทาให ้ตลาด
สามารถหาซื้อได ้สะดวกทุกสถานที่และทุกเวลาที่
อยากซื้อ
4. ความยืดหยุ่น (flexibility)
การใช ้ระบบการผลิตที่มีระดับความเป็น
อเนกประสงค์สูง สามารถปรับเปลี่ยนให ้ผลิตสินค ้า
ได ้มากมายหลายรุ่นหลายแบบ สนองตอบต่อการ
ออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่ได ้รวดเร็ว และสามารถปรับ
อัตราเร็วในการผลิตได ้ง่าย ความยืดหยุ่นยิ่งมีมาก ก็
ยิ่งทาให ้บริษัทสามารถควบคุมมิติทางด ้านความ
หน้าที่การตัดสินใจของผู้จัดการฝ
่ ายผลิต
และการดาเนินงาน
 Service &Production Design การออกแบบ
ผลิตภัณฑ์หรือบริการ
 Quality Management การจัดการคุณภาพ
 Process & Capacity Design การออกแบบ
กระบวนการ,กาลังผลิต
 Location การเลือกทาเลที่ตั้ง
 Layout Design การออกแบบผังองค์การ
 HR. & Job Design การออกแบบงานและ
ทรัพยากรบุคคล
 Supply Chain Management การจัดการ
หน้าที่ในการรับผิดชอบต่อสังคม
 ตอบสนองความต ้องการของ Stakeholder
o Customer
o Suppliers
o Orwners
o Lende
o Employees
o Government Agency
 Environment
 Behavior ( กฎหมาย + ศีลธรรม + จารีต
ประเพณี )
1. อธิบายความหมายของการผลิต , การ
ปฏิบัติการ และการบริหารการผลิต มี
ความหมายเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร
2. อธิบายพร ้อมยกตัวอย่างคุณสมบัติของการ
ผลิตสินค ้าและการให ้บริการ
3. องค์ประกอบหลักของระบบการบริหารการ
ผลิตมีอะไรบ ้าง
4. อธิบายความหมายของผลผลิต พร ้อม
ยกตัวอย่าง
คาถาม
ท้ายบท

Production-and-Operation-Management.pptx.1.pptx