»ÃÐàÀ·¢Í§â¤Ã§§Ò¹¤ÍÁ¾ÔÇàµÍÏ
áÅÐ
¢Ñ鹵͹¡Ò÷íÒâ¤Ã§§Ò¹¤ÍÁ¾ÔÇàµÍÏ
ขันตอนการทําโครงงาน
คอมพิวเตอร์
ประเภทของโครงงาน
คอมพิวเตอร์
สารบัญ
»ÃÐàÀ·¢Í§â¤Ã§§Ò¹¤ÍÁ¾ÔÇàµÍÏ
1.โครงงานพัฒนาสื่อเพื่อการศึกษา (Educational Media)
เปนโครงงานที่ใชคอมพิวเตอรในการผลิตสื่อเพื่อการศึกษาโดยการสรางโปรแกรมบทเรียน หรือ
หนวยการเรียน ซึ่งอาจจะตองมีภาคแบบฝกหัด บททบทวนและคําถามคําตอบไวพรอม ผูเรียนสามารถเรียนแบบราย
บุคคลหรือรายกลุมการสอนโดยใชคอมพิวเตอรชวยนี้ ถือวาเครื่องคอมพิวเตอรเปนอุปกรณการสอนไมใชเปนครูผูสอน
ซึ่งอาจเปนการพัฒนาบทเรียนแบบออนไลน ใหนักเรียนเขามาศึกษาดวยตนเองก็ได
โครงงานประเภทนี้สามารถพัฒนาขึ้นเพื่อใชประกอบการสอนในวิชาตางๆ ไมวาจะเปนสาขาคอมพิวเตอร วิชา
คณิตศาสตร วิชาวิทยาศาสตร วิชาสังคมวิชาชีพอื่น ๆ ฯลฯ โดยนักเรียนอาจคัดเลือกหัวขอที่นักเรียนทั่วไปที่ทําความ
เขาใจยากมาเปนหัวขอในการพัฒนาโปรแกรมบทเรียน ตัวอยางเชน โปรแกรมสอนวิธีการใชงานระบบสุริยะจักรวาล
โปรแกรมแบบทดสอบวิชาตาง ๆ
2.โครงงานพัฒนาเครื่องมือ (Tools Development)
เปนโครงงานเพื่อพัฒนาเครื่องมือมาใชชวยสรางงานประยุกตตางๆ ซึ่งโดยสวนใหญจะเปนใน
รูปซอฟตแวร ตัวอยางของเครื่องมือชวยงาน เชนซอฟตแวรวาดรูป ซอฟตแวรพิมพงาน ซอฟตแวรชวยการมอง
วัตถุในมุมตาง ๆ เปนตนสําหรับซอฟตแวรเพื่อการพิมพงานนั้นสรางขึ้นเปนโปรแกรมประมวลผลภาษา ซึ่งจะ
เปนเครื่องมือใหเราใชงานในงานพิมพตาง ๆ บนเครื่องคอมพิวเตอรเปนไปไดโดยงาย ซึ่งรูปที่ไดสามารถนําไป
ใชงานตาง ๆ ไดมากมาย สําหรับซอฟตแวรชวยในการมองวัตถุในมุมตาง ๆ ใชสําหรับชวยในการออกแบบ
สิ่งของตาง
ๆ เชน โปรแกรมประเภท 3D
เปนโครงงานใชคอมพิวเตอรในการจําลองการทดลองของสาขาตางๆ เปนโครงงานที่ผูทําตองศึกษารวบรวม
ความรู หลักการขอเท็จจริงและแนวความคิดตาง ๆ อยางลึกซึ้งในเรื่องที่ตองการศึกษา
แลวเสนอเปนแนวคิด แบบจําลอง หลักการ ซึ่งอาจอยูในรูปของสมการ สูตรหรือคําอธิบายก็ได พรอมทั้งนํา
เสนอวิธีการจําลองทฤษฎีดวยคอมพิวเตอรการทําโครงงานประเภทนี้มีจุดสําคัญอยูที่ผูทําตองมีความรูเรื่องนั้น
ๆเปนอยางดี ตัวอยาง เชน การทดลองเรื่องการไหลของเหลวการทดลองเรื่องพฤติกรรมของปลาอโรวานา
ทฤษฎีการแบงแยกดีเอ็นเอ เปนตน
3. โครงงานประเภทจําลองทฤษฎี (Theory Experiment)
4. โครงงานประเภทการประยุกตใชงาน(Application)
เปนโครงงานที่ใชคอมพิวเตอรในการสรางผลงานเพื่อประยุกตใชงานจริงในชีวิตประจํา
วัน เชน ซอฟตแวรสําหรับการออกแบบและตกแตงอาคาร ซอฟตแวรสําหรับการผสมสีซอฟตแวร
สําหรับการระบุคนราย เปนตน โครงงานงานประเภทนี้จะมีการประดิษฐฮารดแวร ซอฟตแวร หรือ
อุปกรณใชสอยตาง ๆ ซึ่งอาจจะสรางใหมหรือปรับปรุงดัดแปลงของเดิมที่มีอยูแลวใหมีประสิทธิภาพ
สูงขึ้นก็ได โครงงานลักษณะนี้จะตองศึกษาและวิเคราะหความตองการของผูใชกอน
แลวนําขอมูลที่ไดมาใชในการออกแบบ และพัฒนาสิ่งของนั้น ๆ ตอจากนั้นตองมีการทดสอบการ
ทํางานหรือทดสอบคุณภาพของสิ่งประดิษฐแลวปรับปรุงแกไขใหมีความสมบูรณ โครงงานประเภท
นี้นักเรียนตองใชความรูเกี่ยวกับเครื่องคอมพิวเตอร ภาษาโปรแกรมและเครื่องมือตาง ๆ ที่เกี่ยวของ
รวมทั้งอาจใชวิธีทางวิศวกรรมฮารดแวรและซอฟตแวรในการพัฒนาดวย
5. โครงงานพัฒนาเกม (Game Development)
เปนโครงงานพัฒนาซอฟตแวรเกมเพื่อความรูและ/หรือ ความเพลิดเพลิน เชน เกมหมากรุก
เกมหมากฮอส เกมการคํานวณเลข ซึ่งเกมที่พัฒนาขึ้นนี้นาจะเนนใหเปนเกมที่ไมรุนแรง เนนการใชสมอง
เพื่อฝกคิดอยางมีหลักการ โครงงานประเภทนี้จะมีการออกแบบลักษณะและกฎเกณฑการเลน เพื่อใหนา
สนใจเกผูเลน พรอมทั้งใหความรูสอดแทรกไปดวย ผูพัฒนาควรจะไดทําการสํารวจและรวบรวมขอมูลเกี่ยว
กับเกมตาง ๆที่มีอยูทั่วไปและนํามาปรับปรุงหรือพัฒนาขึ้นใหมเพื่อใหปนเกมที่แปลกใหมและนาสนใจแกผู
เลนกลุมตาง ๆ
ขันตอนการทําโครงงาน
คอมพิวเตอร์
1 . ) คัดเลื อกหัวข้อโครงงานที
สนใจ
2 . ) ศึ กษาค้นคว้าจากเอกสาร
และแหล่ งข้อมู ล
3 . ) จัดทําเค้าโครงของโครง
งาน
4 . ) การลงมือทําโครงงาน
5 . ) การเขียนรายงาน
6 . ) การนําเสนอและแสดงโครงงาน
ขันตอนการทําโครงงานคอมพิวเตอร์
1. คัดเลือกหัวขอโครงงานที่สนใจ
โดยทั่วไปเรื่องที่จะนํามาพัฒนาเปนโครงงานคอมพิวเตอรมักจะไดมาจากปญหา คําถาม หรือความสนใจในเรื่อง
ตางๆ จากการสังเกตสิ่งตางๆที่เกี่ยวของกับระบบคอมพิวเตอร หรือสิ่งตางๆ รอบตัว
ปญหาที่จะนํามาพัฒนาโครงงานคอมพิวเตอรไดจากแหลงตางๆ กัน ดังนี้
1. การอานคนควาจากหนังสือ เอกสาร หนังสือพิมพ หรือวารสารตางๆ
2. การไปเยี่ยมชมสถานที่ตางๆ
3. การฟงบรรยายทางวิชาการรายการวิทยุและโทรทัศน รวมทั้งการสนทนาอภิปรายแลกเปลี่ยนความคิด
เห็นระหวางเพื่อนนักเรียนหรือกับบุคคลอื่นๆ
4. กิจกรรมการเรียนการสอนในโรงเรียน
5. งานอดิเรกของนักเรียน
6. การเขาชมงานนิทรรศการหรืองานประกวดโครงงานคอมพิวเตอร
ในการตัดสินใจเลือกหัวขอที่จะนํามาพัฒนาโครงงานคอมพิวเตอรควร
พิจารณาองคประกอบสําคัญ ดังนี้
1. ตองมีความรูและทักษะพื้นฐานอยางเพียงพอในหัวขอเรื่องที่จะศึกษา
2. สามารถจัดหาเครื่องคอมพิวเตอร ซอฟตแวรและวัสดุอุปกรณที่เกี่ยวของได
3. มีแหลงความรูเพียงพอที่จะคนควาหรือขอคําปรึกษา
4. มีเวลาเพียงพอ
5. มีงบประมาณเพียงพอ
6. มีความปลอดภัย
1. คัดเลือกหัวขอโครงงานที่สนใจ(ตอ)
2. ศึกษาคนควาจากเอกสารและแหลงขอมูล
การศึกษาคนควาจากเอกสารและแหลงขอมูลซึ่งรวมถึงการขอคําปรึกษาจากผูทรงคุณวุฒิ
จะชวยใหนักเรียนไดแนวคิดที่ใชในการกําหนดขอบเขตของเรื่องที่จะศึกษาไดเฉพาะเจาะจงมากยิ่งขึ้น
รวมทั้งไดความรูเพิ่มเติมในเรื่องที่จะศึกษาจนสามารถใชออกแบบและวางแผนดําเนินการทําโครง
งานนั้นไดอยางเหมาะสม ในการศึกษาจะตองไดคําตอบวา
1. จะทํา อะไร
2. ทําไมตองทํา
3. ตองการใหเกิดอะไร
4. ทําอยางไร
5. ใชทรัพยากรอะไร
6. ทํากับใคร
7. เสนอผลอยางไร
3. องคประกอบของเคาโครงของโครงงาน
เมื่อเคาโครงของโครงงานไดรับความเห็นชอบจากอาจารยที่ปรึกษาแลว ก็เสมือนวาการจัดทําโครงงานไดผานพนไปแลวมากกวา
ครึ่ง ขั้นตอนตอไปจะเปนการลงมือพัฒนาตามขั้นตอนที่วางแผนไว ดังนี้
     4.1 การเตรียมการ 
การเตรียมการ ตองเตรียมเครื่องคอมพิวเตอรซอฟตแวร และวัสดุอื่นๆ ที่จะใชในการพัฒนาใหพรอมดวยและควรเตรียม
สมุดบันทึกหรือบันทึกเปนแฟมขอความไวในระบบคอมพิวเตอรสําหรับบันทึกการทํากิจกรรมตางๆ ระหวางทําโครงงาน ไดแก
ไดปฏิบัติอยางไรไดผลอยางไร มีปญหาและแกไขไดหรือไมอยางไร รวมทั้งขอสังเกตตางๆ ที่พบ
     4.2 การลงมือพัฒนา 
1. ปฏิบัติตามแผนงานที่วางไวในเคาโครงแตอาจเปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มเติมไดถาพบวาจะชวยทําใหผลงานดีขึ้น
2. จัดระบบการทํางานโดยทําสวนที่เปนหลักสําคัญๆใหแลวเสร็จกอน จึงค่อยทําสวนที่เปนสวนประกอบหรือสวนเสริม
เพื่อใหโครงงานมีความสมบูรณมากขึ้นและถามีการแบงงานกันทํา ใหตกลงรายละเอียดในการตอเชื่อมชิ้นงานที่ชัดเจนดวย
3. พัฒนาระบบงานดวยความละเอียดรอบคอบและบันทึกขอมูลไวอยางเปนระบบและครบถวน
4. การลงมือทําโครงงาน
4. การลงมือทําโครงงาน(ตอ)
4.3 การทดสอบผลงานและแกไข 
การตรวจสอบความถูกตองของผลงานเปนความจําเปนเพื่อใหแนใจวาผลงานที่พัฒนาขึ้นทํางานไดถูกตองตรงกับ
ความตองการที่ระบุไวในเปาหมายและทําดวยประสิทธิภาพสูงดวย
     4.4 การอภิปรายและขอเสนอแนะ 
เมื่อพัฒนาผลงานเรียบรอยแลวใหจัดทําสรุปดวยขอความที่สั้นกะทัดรัดอยางครอบคลุมเพื่อชวยใหผูอานไดเขาใจถึง
สิ่งที่คนพบจากการทําโครงงานและทําการอภิปรายผลดวย เพื่อพิจารณาขอมูลและผลที่ได พรอมกับนําไปหาความสัมพันธ
กับหลักการ ทฤษฎี หรือผลงานที่ผูอื่นไดศึกษาไวแลวทั้งนี้ยังรวมถึงการนําหลักการ ทฤษฎีหรือผลงานของผูอื่นมาใช
ประกอบการอภิปรายผลที่ไดดวย
     4.5 แนวทางการพัฒนาโครงงานในอนาคตและขอเสนอแนะ 
เมื่อทําโครงงานเสร็จสิ้นลงแลวนักเรียนอาจพบขอสังเกต ประเด็นที่สําคัญ หรือปญหาซึ่งสามารถเขียนเปนขอเสนอ
แนะและสิ่งที่ควรจะศึกษาและหรือใชประโยชนตอไปได
การเขียนรายงานเปนวิธีการสื่อความหมายเพื่อใหผูอื่นไดเขาใจแนวคิดวิธีดําเนินการศึกษาคนควา ขอมูลที่ได ตลอดจนขอสรุป
และขอเสนอแนะตางๆเกี่ยวกับโครงงานนั้น ในการเขียนรายงานนักเรียนควรใชภาษาที่อานงาย ชัดเจน กระชับ และตรงไปตรง
มา ใหครอบคลุมหัวขอตางๆเหลานี้
     5.1 สวนนํา 
สวนนํา เปนการใหขอมูลเกี่ยวกับโครงงานนั้นซึ่งประกอบดวย
1. ชื่อโครงงาน
2. ชื่อผูทําโครงงาน
3. ชื่ออาจารยที่ปรึกษา
4. คําขอบคุณเปนคํากลาวขอบคุณบุคคลหรือหนวยงาน ที่มีสวนชวยทําใหโครงงานสําเร็จ
5. บทคัดยอ อธิบายถึงที่มา ความสําคัญ วัตถุประสงควิธีดําเนินการ และผลที่ไดโดยยอ
     5.2 บทนํา 
บทนําเปนสวนรายละเอียดของเนื้อหาของโครงงานซึ่งประกอบดวย
1. ที่มาและความสําคัญของโครงงาน
2. เปาหมายของการศึกษาคนควา
3. ขอบเขตของโครงงาน
5. การเขียนรายงาน
5. การเขียนรายงาน(ตอ)
5.3 หลักการและทฤษฎี 
หลักการและทฤษฎีเปนสวนสรุปขอมูลที่ไดจากการศึกษาหาขอมูลหรือหลักการ ทฤษฎีหรือวิธีการที่จะนํามาใชในการ
พัฒนาโครงงานซึ่งรวมถึงการระบุผลงานของผูอื่นที่นักเรียนนํามาเปรียบเทียบหรือพัฒนาเพิ่มเติมดวย
     5.4 วิธีดําเนินการ 
วิธีดําเนินการอธิบายขั้นตอนการดําเนินงานโดยละเอียดพรอมทั้งระบุปญหาหรืออุปสรรคที่พบพรอมทั้งวิธีการที่ใช
แกไขพรอมทั้งระบุวัสดุอุปกรณที่ตองใชในการทํางาน
     5.5 ผลการศึกษา 
ผลการศึกษา นําเสนอขอมูลหรือระบบที่พัฒนาไดโดยอาจแสดงเปนตาราง หรือ กราฟ หรือขอความทั้งนี้ใหคํานึงถึง
ความเขาใจของผูอานเปนหลัก
      5.6 สรุปผลและขอเสนอแนะ
สรุปผลและขอเสนอแนะอธิบายผลสรุปที่ไดจากการทํา งานถามีการตั้งสมมติฐานควรระบุดวยวาขอมูลที่ได
สนับสนุนหรือคัดคานสมมติฐานที่ตั้งไวหรือยังสรุปไมไดนอกจากนั้นยังควรกลาวถึงการนํา ผลการทดลองหรือ
พัฒนาไปใชประโยชนอุปสรรคของการทําโครงงาน หรือขอสังเกตที่สําคัญหรือขอผิดพลาดบางประการที่เกิดขึ้น
จากการทํา โครงงานนี้รวมทั้งขอเสนอแนะเพื่อการปรับปรุงแกไขหากจะมีผูศึกษาคนควาในเรื่องทํานองนี้ตอไป
ในอนาคตดวย
5. การเขียนรายงาน(ตอ)
5.7 ประโยชน 
ประโยชนที่ไดรับจากโครงงานระบุประโยชนที่นักเรียนไดรับจากการพัฒนาโครงงานนั้นและประโยชนที่ผูใชจะไดรับจากการนําผลงานของ
โครงงานไปใชดวย
     5.8 บรรณานุกรม 
บรรณานุกรม รวบรวมรายชื่อหนังสือ วารสาร เอกสารหรือเว็บไซดตางๆ ที่ผูทํา โครงงานใชคนควาหรืออานเพื่อศึกษาขอมูลและราย
ละเอียดตางๆ ที่นํามาใชประโยชนในการทโครงงานนี้การเขียนเอกสารบรรณานุกรมตองใหถูกตองตามหลักการเขียนดวย
     5.9 การจัดทําคูมือการใชงาน 
หาโครงงานที่นักเรียนจัดทําเปนการพัฒนาระบบใหมขึ้นมาใหนักเรียนจัดทําคูมืออธิบายวิธีการใชผลงานนั้นโดยละเอียด ซึ่งประกอบดวย
1. ชื่อผลงาน
2. ความตองการของระบบคอมพิวเตอรระบุรายละเอียดของคอมพิวเตอรที่ตองมีเพื่อจะใชผลงานนั้นได
3. ความตองการของซอฟตแวรระบุรายชื่อซอฟตแวรที่ตองมีอยูในเครื่องคอมพิวเตอร
เพื่อจะใหผลงานนั้นทํางานไดอยางสมบูรณ
4. คุณลักษณะของผลงาน อธิบายวาผลงานนั้นทําหนาที่อะไรบาง รับอะไรเปนขอมูลขาเขาและสวนอะไรออกมาเปนขอมูลขาออก
5. วิธีการใชงานของแตละฟงกชันอธิบายวาจะตองกดคําสั่งใด หรือกดปุมใด เพื่อใหผลงานทํางานในฟงกชันหนึ่งๆ
6. การนําเสนอและแสดงโครงงาน
การนําเสนอและการแสดงผลงานเปนขั้นตอนที่สําคัญอีกขั้นตอนหนึ่งของการทําโครงงานเพื่อ
แสดงออกถึงผลิตผลความคิด ความพยายามในการทํางานที่ผูทําโครงงานไดทุมเทและเปนวิธี
ทําใหผูอื่นไดรับรูและเขาใจถึงผลงานนั้นการเสนอผลงานอาจทําไดในหลายรูปแบบตางๆ กัน เชน
การแสดงผลงานโดยไมมีการอธิบายประกอบการรายงานดวยคําพูดในที่ประชุมการจัดนิทรรศการ
โดยโปสเตอรและอธิบายดวยคําพูด เปนตน
โดยผลงานที่นํามาเสนอหรือจัดแสดงควรประกอบดวยสิ่งตอไปนี้
1. ชื่อโครงงาน
2. ชื่อผูจัดทําโครงงาน
3. ชื่ออาจารยที่ปรึกษา
4. คําอธิบายถึงที่มาและความสําคัญของโครงงาน
5. วิธีการดําเนินการที่สําคัญ
6. การสาธิตผลงาน
7. ผลการสังเกตและขอสรุปสําคัญที่ไดจากการทําโครงงาน
นางสาวธันย์ชนก การินทร์
ม. 6 / 1 0 เลขที 4 2
สมาชิก
นางสาวปยะธิดา จําปาศรี
ม. 6 / 1 0 เลขที 4 4
แหล่งทีมา
: http://www.acr.ac.th/acr/ACR_E-Learning/CAREER_COMPUTER/COMPUTER/M4/ComputerProject/content2.html

Presentation 3