นายแพทย์จรัส สิงห์แก้ว
วัตถุประสงค์ 
1. เพื่อให้ผู้เรียนสามารถใช้ยา 
รักษาโรคได้อย่างเหมาะสมกับ 
โรค 
2. เพื่อให้ผู้เรียนสามารถใช้ยาได้ 
อย่างถูกวิธี 
3. เพื่อให้ผู้เรียนทราบผลข้างเคียง 
และการเกิดปฏิกิริยาระหว่างยา 
ท่ใีช้ร่วมกัน
ข้อแนะนำกำรให้ยำ 
1.มีความรู้เรื่องยาที่ใช้พอสมควร 
2.ใช้ยาให้น้อยชนิด 
3.ถามประวัติแพ้ยา โรคประจาตัว 
4.คา นึงถึงฤทธ์ิยาต่อกัน 
5. เลือกยาที่มีประสิทธิภาพดี ราคาเยา 
6. คา นึงถึงความสะดวกในการใช้ยานั้น 
7. สอนการกินยาที่ถูกต้อง
ความผิดพลาดด้านยาที่เกิดจากผู้ประกอบเวชปฏิบัติ
หลักการทั่วไปในการใช้ยา 
ข้อมูลที่ต้องสอบถามจากผู้ป่วยทุกครั้ง 
1. ยาที่แพ้ 
2. ยาที่ใช้ประจา 
3. ผู้ป่วยที่เป็นสตรีหากตั้งครรภ์และให้นมบุตรต้อง 
ทราบ 
4. โรคประจาตัว
เมื่อลืมกินยาควรทาอย่างไร 
กินยาทันทีที่นึกได้ เช่น ยาฆ่าเชื้อ ยาแก้ไอ 
หากเกินกว่าครึ่งหนึ่งของ interval time ให้ข้าม 
ยาเม็ดนั้นเลยแล้วกินในมื้อต่อไปโดยไม่ต้องเพิ่ม 
ขนาดยาเป็น 2 เท่า เช่น ยาลดความดัน 
ให้ข้ามไปเลย แล้วกินในมื้อต่อไปโดยไม่ต้องเพิ่ม 
ขนาดยาเป็น 2 เท่า เช่น Metformin
ยาเสื่อมก่อนหมดอายุก็ได้... 
การเปลี่ยนสีของยา 
การยาตกตะกอน ยาน้า มีสีขาวขุ่น 
ยามีกลิ่นเปลี่ยนไป 
ยาแคปซูลแข็ง หรือเหนียวติดกันเป็นก้อน 
ยามีเชื้อราขึ้น 
ไม่ควรใช้ต่อ 
ยาเกิดฟองก๊าซ 
ยาเกิดการแยกชั้น ความหนืดของยาเปลี่ยนไป 
มีรอยร้าวที่เม็ดยา เม็ดยาบวมผิดรูป
สาเหตุ 
เกิดจากการเปลี่ยนแปลงทางเคมีโดยปฏิกิริยาได้แก่ 
1. Hydrolysis ความชื้น 
2. Oxidation ปริมาณออกซิเจน 
3. Photolysis แสงยูวี 
หรือเกิดปฏิกิริยาระหว่างสารกับภาชนะ 
เมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงทางเคมีขึ้นก็มัก 
จะแสดงผลออกมาทางกายภาพ
คาเฟอีน (caffeine) กระตุน้สมองส่วนกลาง 
ทา ใหม้กีารหลงั่นา้ย่อยเพมิ่ขนึ้ 
หวัใจเตน้เร็ว 
♥ เสริมฤทธิ์ยาบางอย่างทาใหใ้จสั่น 
นอนไม่หลับ ไดแ้ก่ ยาแกห้อบหืด 
♥ ขัดขวางการดูดซมึยาบางชนิด เช่น 
ยาแกโ้รคกระดูกพรุน 
♥ ขัดขวางการดูดซมึแร่ธาตุบางชนิด 
เช่น แคลเซียม สังกะสี
QUINOLONE 
vs 
CAFFEINE 
Insomnia
ยากับน้าผลไม้ 
• เพิ่มการดูดซมึยาไดแ้ก่ น้าผลไมท้มีี่วิตามินซีกับ 
ธาตุเหล็ก 
• เสริมแร่ธาตุโพแทสเซี่ยมในผูป้่วยทรีั่บประทาน 
ยาขับปัสสาวะ 
• ลดประสทิธิภาพยาปฏิชีวนะ ยาลดกรด 
• เพมิ่พิษจากยา เนอื่งจากไปลดการทาลายยา 
เช่น น้าสม้กับยาตา้นการแข็งตัวของเลือด
ยาที่ได้รับผลจาก grapefruit juice 
Anti-hypertensives 
(filodipine, nifedipine, 
nimodipine, nicardipine, 
isradipine) 
Immunosuppressants 
(cyclosporine, tacrolimus) 
Antihistamines (astemizole) 
Protease inhibitors 
(saquinavir) 
Lipid-Lowering Drugs 
(atorvastatin, lovastatin, 
simvastatin) 
Anti-anxiety, anti-depressants 
(buspirone, diazepam, 
midazolam, triazolam, 
zaleplon, carbamazepine, 
clomipramine, trazodone 
Inactivates metabolizing intestinal enzyme → ↑blood level
ยากบัเหลา้ 
• ทาใหฤ้ทธิ์ของยารุนแรงขึ้นเมื่อใชร้่วมกับเหลา้ 
1. ยากล่อมประสาท 
2. ยาเบาหวาน 
3. ยากันชัก 
4. ยาแกแ้พบ้างชนิด 
5. ยานอนหลับ 
• ทาใหโ้รคทเี่ป็นกาเริบ 
1. โรคกระเพาะอาหาร 
2. โรคตับ 
3. โรคเบาหวาน 
4. โรคหัวใจ 
5. โรคความดันโลหิตสูง
Ethanol มีผลกับยาหลายตัว 
ดื่มไม่นำน -  P 450 
ดื่มมำนำน -  P 450 
ปัจจุบันยำหลำยชนิดมีอัลกอฮอล์ผสมอยู่ 
อำทิเช่น ยำธำตุนำ้แดง ยำฟีโนอิลิกเออร์
Acetominophen 
Detoxication 
Sulfation 
Glucuronidation 
Safe Excretion 
by Kidney 
and in Bile 
Activation to a 
Toxic Metabolite 
Quinoneimine 
Free Radical 
Liver and Kidney 
Damage 
P450 
Ethanol 
Induction 
Of P450 
Expression
METRONIDAZOLE 
vs 
สุรา 
Disulfiram like effect
Antiacid 
เพิ่มความเป็นด่างในกระเพาะอาหาร 
ลดการแตกตัวของยา 
Ketoconazole 
Ranitidine 
No effect of 
Ketoconazole
Antacid (aluminum or magnesium) hydroxide 
ลดการดูดซึมของ 
ciprofloxacin 85% 
Block RNT Absorption
ปริมาณของยาdiazepamในเลือด 
สูงขึ้น 
Omeprazole 
ยับยั้ง oxidative 
metabolism 
diazepam 
Miracid Valium
Simvastatin 
vs 
Roxithromycin,Lopid 
Rhabdomyolysis 
Metabolic acidosis
การใช้ยาในหญิงมีครรภ์ 
ผลกระทบ 
1. Teratogenic effect 
ผลต่อกำรพัฒนำอวัยวะในทำรก 
2. Embryonic effect 
ผลเสียต่อทำรกโดยตรง 
3. Maternal effect 
ผลเสียต่อแม่โดยตรง
การกระจายยาสู่ทารก 
1. ยำที่ไม่ละลำยในไขมัน 
2. ยำที่ละลำยในไขมันได้ดี 
ไม่ผ่านรก ไม่มีผลเสียต่อ 
ทารก 
ผ่านรกได้ 
ร่างกายทารกมีกลไกการ 
เปลี่ยนแปลงเป็นpolar 
metabolite 
ร่างกายทารกไม่มีกลไก 
การเปลี่ยนแปลงเป็น 
polar metabolite 
ยาย้อนกลับมาที่มารดาได้ยาย้อนกลับมารดาไม่ได้ 
ทารกปลอดภัย เกิดพิษ หรือ การสะสม
การใช้ยาในสตรีมีครรภ์ 
สนง. คณะกรรมการอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา 
จาแนก ยา 5 ประเภท 
กลุ่ม A ไม่พบควำมเสี่ยงอันตรำยของทำรกใน 3 เดือนแรก และไม่ 
พบควำมผิดปกติหลังคลอด 
กลุ่ม B ศึกษำไม่พบอันตรำยในสัตว์ทดลองแต่ในคนไม่ได้ทดลอง 
และไม่มีหลักฐำนที่พบควำมผิดปกติในทำรกที่คลอดออกมำ 
กลุ่ม C ศึกษำในสัตว์พบฤทธิ์ไม่พึงประสงค์ในตัวอ่อน แต่ยังไม่มีกำร 
ศึกษำในสตรีมีครรภ์ ไม่มีหลักฐำนยืนยัน
กลุ่ม D มีหลักฐำนยืนยันในทำรกใน 
ครรภ์ของคน แต่อำจยอมใช้ยำในมำรดำ 
กรณีที่จำเป็นเพื่อช่วยชีวิต 
กลุ่ม X มีหลักฐำนทัง้ในคนและ 
สัตว์ทดลอง และพบควำมเสี่ยงจำกกำรใช้ 
ยำนีม้ำกกว่ำประโยชน์ที่จะได้รับ ห้ำมใช้ 
เด็ดขำดในสตรีมีครรภ์
ยาที่ใช้และประเภทของยาตามการจา แนกในหญิงมีครรภ์
การเปลีย่นแปลงทางสรีรวิทยา 
• กระเพาะอาหารเคลื่อนไหวน้อย 
• น้าย่อยลดลง 
จานวนเซลล์ตับลดลง 
ผลิตอัลบูมินลดลง 
หน่วยกรองไตลดลง 
ปริมาณเลือดไปที่ไตน้อยลง 
การเปลี่ยนแปลงของสารเคมีระบบประสาท 
ความสามารถในการเรียนรู้และประสิทธิภาพของสมองลดลง 
(Mangoni AA, Jackson SH – Age-Related Changes in 
Pharmacokinetics: 
Basic Principals & Practical Applications. Br J Clin 
Pharmacol, 2004)
โรคที่พบบ่อย 
• โรคเรื้อรัง เบาหวาน ความดันโลหิตสูง 
ข้อเสื่อม ไขมันสูง เกาท์ ไตวาย ปอดอุด 
ก้นัเรื้อรัง หลอดเลือดสมองและหัวใจ 
• โรคจากความเสื่อมของวัย ความจา เสื่อม 
• มะเร็ง
สาเหตุที่อุบัติการณ์ผลข้างเคียงของยา 
เพมิ่ขึ้นในผู้สูงอายุ 
1. Polypharmacy ใช้ยามากชนิด 
2. Pharmacokinetic changes in aging 
3. Pharmacodynamic changes in aging 
4.Human error
Polypharmacy 
การใช้ยาหลายๆ ชนิดในเวลาเดียวกัน (มากกว่า 4 ) 
เป็นสาเหตุของผลข้างเคียงจากการใช้ยาในผู้สูงอายุที่ถูกกล่าวถึงมาก 
ที่สุด 
ทา ให้กลไกทาง pharmacokinetics เปลี่ยนแปลง 
1. ยาแต่ละชนิดมีการแย่งที่กันในการขับถ่ายผ่านทางไต. 
2. ยาตัวหนึ่งสามารถเหนี่ยวนาหรือยับย้งั hepatic enzyme activity 
ต่อยาอีกตัวหนึ่ง. 
3. ยามีการแย่งที่จับกับ protein binding site. 
4. ซึ่งทั้ง 3 กลไกข้างต้นล้วนส่งผลให้ระดับยาในเลือดที่เป็น free form 
สูงขึน้
หลักการใช้ยาในเด็ก
Blood Brain Barrier 
Figure 9-5: ANATOMY SUMMARY: Cerebrospinal Fluid
Blood Brain Barrier 
• สร้ำงสมบูรณ์เมื่ออำยุ 1 เดือนขึน้ไป 
• Protects brain: hormones & 
circulating chemicals 
Figure 9-6: The blood-brain barrier
• การกรองที่หน่วยไต 
–เทียบเท่าผู้ใหญ่เมื่ออายุ6-12 เดือน 
• การขับทางท่อไต 
–เทียบเท่าผู้ใหญ่เมื่ออายุ1 ปี
• ตับในหน้าที่oxidation, hydrolysis, reduction, demethylation 
• Alcohol dehydrogenase สูงสุดเมื่ออายุ 5 ปี 
• ตับหน้าที่conjugation, acetylation, methylation 
–Conjugation: 
• Glucuronidation: - แรกเกิด 
• Sulfatation: แรกเกิด 
–Acetylation: 
• “fast” or “slow” phenotype by 12-15 mo.
Choice of antipyretic 
1. อ้างอิงตามองค์การอนามัยโลก Paracetamol is the drug 
of first choice* . 
2. Ibuprofen is a useful 2nd line drug. 
3. ไม่มียา NSAIDS ถูกกาหนดไว้ 
* WHO 1990
กลไกการออกฤทธ์ิของยา
Acetaminophen 
[ Paracetamol ] 
ขนาด เม็ด 325,500mg 
น้าเชื่อม 120mg/5ml 
ชนิดหยด 60mg/0.6ml 
ขนาดที่ 
ใช้ 
10-15mg/kg/dose ทุก 4-6 ชั่วโมง ไม่เกิน 5 dose ต่อวัน 
(วันละไม่เกิน 4 กรมั)
ผลข้างเคียง 
พบน้อย เกี่ยวกับการแข็งตัวของเลือด 
Meth- haemoglobinaemia. 
เกล็ดเลือดต่า. 
โลหิตจาง. 
เม็ดเลือดขาวต่า. 
พิษต่อตับ. 
พิษต่อไต
ข้อห้ามใช้ 
นอกจากแพ้ยาแล้วไม่มีข้อห้ามที่ชัดเจน 
Suitable in all areas ระมัดระวังถ้าใช้ในกลุ่ม 
1. เด็ก 
2. ผู้สูงอายุ 
3. คนไข้มี mild to moderate liver disease , 
4. ไตเสื่อม. 
5. กลุ่มหอบหืด
ขอ้ควรระวัง 
ถูกสลายที่ 
ตบั ถา้รบัยาขนาดสูงจะทา ให้เกิดภาวะ hepatic 
necrosis ส่วนใหญ่พบในขนาด 200-250mg/kg หรือใช้ 
ต่อเนื่อ 
งกนัเกิน 7 วัน 
ผูป้่วยโรคตบัเรื้อรงัและโรคไตวาย
Paracetamol Poisoning 
• มี 2 ประเภท 
• พิษเฉียบพลัน: 
– กิน 7.5 grams (150 mg/kg) หรือ 15 เม็ดหรือ 
มากกว่าภายใน 4 ชั่วโมง 
• พิษเรื้อรัง: 
– กิน10 gramsหรือ 20 เม็ดหรือมากกว่าภายใน 24 
ชั่วโมง
อาการแสดง 
1. Phase 1: 0.5-24 hours: คลื่นไส้ อาเจียน อ่อนเพลีย 
2. Phase 2: 24-72 hours ‘เริ่มเกิดพิษแน่นท้องด้านขวาบน 
เอ็นไซม์ตับสูงขึน้ 
3. Phase 3: 72-96 hours ‘พิษสูงสุด’: 
1. มีอาการ hepatic necrosis, coagulopathy, hepatic 
encephalopathy 
2. มีอาการไตวาย, คลื่นไส้อาเจียน, ปวดท้องขวาบน 
4. Phase 4: 96 hours - 2 weeks: 
ฟื้นสภาพ ถ้าไม่เสียชีวิต
การแก้พิษด้วยN-acetylcysteine =FUMUCIL 
1. กิน : 18 doses ประมาณ 70 ชั่วโมง 
1. เริ่ม 140 mg/kg for loading 
2. 70 mg/kg for maintenance every 4 hours x 17 doses 
3. Low risk of anaphylactoid 
4. Vomiting 
2. Intravenous: ~ 21 hours 
1. 150 mg/kg in in 15 minutes (45-60 minutes) 
2. 50 mg/kg in 4 hours 
3. 100 mg/kg in 16 hours 
4. Anaphylactoid reaction
Ibuprofen , Brufen® 
ยาลดไข้ ลดอาการอักเสบ กลุ่ม NSAIDS เป็นยาที่ 
ไม่มีผลต่อตบันอ้ย 
ขนาด ลดไข้แก้ปวด กิน 10-15mg/kg/dose ทุก 6-8 ชั่วโมง ขนาดสูงสุด 
40mg/kg/day 
ขอ้ห้ามใช้/ขอ้ควรระวัง แพย้า PU DHF ASTHMA GI-BLEEDING 
ปฏิกิริยาระหว่างยา COUMADIN ,DIGOXIN DILANTIN DIURETIC 
ผลข้างเคียง GI-BLEEDING PU เด็กที่ 
มีภาวะขาดน้า หากไดร้บัยาน้มีี 
โอกาสจะเกิดภาวะไตเสื่อมสูง
Acetylsalicylic acid [ ASA] 
ขนาด ลดไข้แก้ปวด 10-15mg/kg/dose ทุก4 ชั่ว 
โมง 
ลดการอักเสบ เริ่มต้น 60-90mg/kg/day ค่อยๆ 
เพิ่มเป็น 80-100mg/kg/day แบ่งทุก 6-8 ชั่ว 
โมง 
โรคคาวาซากิ 100mg/kg/day แบ่งให้ 4 ครั้ง เมื่ 
อ 
ไขล้ดแลว้ให้ 5 mg/kg/day วันละครงั้นาน 6-8 สปัดาห์
Acetylsalicylic acid [ ASA] 
ชนิดเม็ด 60 ,300m 
ข้อควรระวัง หูอื้อ เหงออกผิดปกติ แผลในกระเพาะอาหาร 
เลือดออกในทางเดินอาหาร เกล็ดเลือดผิดปกติ 
อนัตรายจากการใชย้าaspirinในเด็ก 
DHF 
varicella 
Reye’s syndrome 
ื่อ 
influenza
กลุ่มยาตา้นการอกัเสบ 
ขอ้บ่งใช้ 
1. ลดอาการปวดขอ้ 
2. ลดการอกัเสบของขอ้ 
หลกัการใชย้า 
1. เริ่มจากขนาดต ่า 
ๆก่อน เมื่ 
อไม่ได้ผลค่อยๆพิจารณาเพิ่มขนาด 
ยา 
2. เลือกใชย้า 1 ชนิด 
3. เลือกยาให้เหมาะกบัสภาวะผูป้่วย
ข้อมูลสาหรับการใช้ยาNSAIDS 
ถ้ามีโรคตับ 
ไม่ควรใช้Indomethacin sulindac meclofenamate 
diclofenac naproxen nimesulide 
เลือกใช้Ibuprofen ketoprofen 
Follow up: LFT ทุก 2-3 เดือน
ข้อมูลสาหรับการใช้ยาNSAIDS 
ถ้ามีโรคไต 
• ไม่ควรใชย้าเกือบทุกชนิดมีผลที่ไต แต่หากมีความ 
จา เป็นให้งดใชย้าที่ออกฤทธิ์นาน และหลีกเลี่ยงยา 
Indomethacin เพราะมีรายงานการเกิดไตอักเสบจากยา 
นี้บ่อย 
• Follow up: RFT ทุก 2-3 เดือน
Anti-inflammatory Properties 
ไม่มีความแตกต่างระหว่างยา 
ขนึ้กับการตอบสนองแต่ละคน 
และระยะเวลาที่ยาออกฤทธ์ิ
Anti-platelet 
Drug Anti-platelet Character 
Classical 
NSAIDs 
++ กลับคืน 
T1/2 dependent 
COX-2 
inhibitor 
ไม่มีผล ไม่มีผล 
ASA 
( low dose ) 
+++ ไม่กลับคืน
กลไกอธิบาย 
1. ยับยัง้กำรสังเครำะห์ plostaglandins (PGs) ในร่ำงกำยโดยจับ 
กับเอนไอม์ Cyclooxygenase 
2. Aspirin เป็น NSAIDs เพียงตัวเดียวที่ออกฤทธิ์ยับยัง้เอนไอม์ 
COX แบบ irreversible โดยเป็นตัวให้ acetyl group กับ 
Serine residue (มี –OH group) ในเอนไอม์ COX อึ่ง acetyl 
group เชื่อมกับ –OH group ด้วย covalent bond ได้เป็นพันธะ 
ester 
3. ส่วนตัวยำอื่น ๆ ในกลุ่ม ยับยัง้กำรสังเครำะห์ PGs แบบ 
reversible
1. Gastrointestinal > 10% 
2. Cardiovascular 
3. Renal & electrolytes 
4. CNS 
5. Hematologic 
6. Dermatologic & hypersensitivity < 1% 
7. Hepatic 
1-10% 
ผลข้างเคียง
NSAID-induced GI Side-Effects 
มแีผล Ulcers 
20% 
มแีผลและภาวะแทรกซ้อนUlcer complications 
ไม่มแีผล 
No lesion/Erosions 
60-100% 
1-2% 
Dyspepsia 
25-50%
Risk of Cardiovascular Events
Dose-Response Relationship of AMI risk 
2.5 
2 
1.5 
1 
0.5 
<= 200 
Celecoxib 
Celecoxib > 200 
Diclofenac <= 
mg 
Diclofenac 
Diclofenac > 150 
Naproxen <= 
1000 mg 
Naproxen 
> 1000 
> 1000 
Rofecoxib <= 25 
Rofecoxib > 25 
mg 
Odds Ratio 
Celecoxib 
< 200 
> 200 
Diclofenac 
< 150 
> 150 
Naproxen 
< 1000 
Rofecoxib 
< 25 
Rofecoxib 
> 25
Vascular events 
Myocardial infarction 
( 1.13-1.78 ) 
1.86 
1.42 
( 1.33-2.59 ) 
Kearney PM, et al. BMJ 2006 
Coxibs increase risk of MI & vascular events > Placebo
Risk of MI in Classical NSAIDs 
Relative risk Relative risk 
Study 
1.19 ( 1.08.1.31 ) 
Classical NSAIDs increase risk of MI > Placebo
จาเป็นต้องใช้ยาหรือไม่ 
No Yes 
ใช้ยาอ่นื 
มีข้อห้ามไหม 
- Renal insufficiency ( CrCl < 30 
- Allergic reaction 
- Concurrent GI injury 
Yes 
No 
ใช้ยากลุ่มปกติได้ไหม? 
- GI risk+ & Bleeding risk 
No Yes 
Use classical NSAID Use COX-2 inhibitor 
( or classical NSAID + PPI+) 
ผู้ป่วยเสี่ยงต่อโรคหัวใจหรือไม่? 
No Yes 
Select NSAID on the basis of GI rAisvkoid NSAID esp. COX-2 inhibitor
Topical Agents 
Topical NSAID 
บรรเทำอำกำรปวดและใช้ข้อได้ดี 
ขึน้เมื่อเทียบกับ placebo 
และสำมำรถลดปริมำณ NSAID 
ที่กินได้ 
ไม่มีควำมแตกต่ำงระหว่ำงชนิด 
ของ topical NSAID 
Capsaicin cream 
สำรสกัดจำกพืชจำพวกพริก 
ออกฤทธิ์ผ่ำน substance P 
มีกำรศึกษำใช้ 0.025% cream 
ได้ผลดีกว่ำ placebo (ใช้ตัวเดียว 
หรือร่วมกับ NSAID)
Diclofenac 
NSAIDS มีระยะครึ่งชีวิตสั้น 
ใชรั้กษาอาการtraumatic arthritis ของเอ็น กล้ามเนอื้ ขอ้ 
พังผืด กลุ่มอาการขอ้เสื่อม gout posttraumatic pain 
post- op pain 
ขนาด tab 25 , 50 mg , injection 75 mg / 3 ml , gel 
ขนาดที่ใช้ 75-150 mg / day แบ่งให้ 25 – 50 mg ʘ 
tid pc
Diclofenac 
ขอ้ห้ามใช้ 
PU แพ้ยานี้ 
ขอ้ควรระวัง 
หา้มเกิน 150 mg/day 
กล่มุโรคทางเดินอาหาร หอบหืด ตับทา งานบกพร่อง หัวใจวาย 
ไตเสื่อม ผู้สูงอายุ การใชย้านานเกินไปควรตรวจ LFT , CBC
Diclofenac 
ผลขา้งเคียง 
GI disorder , ปวดศีรษะ , SGOT, SGPT สูง 
PU , GI Bleeding , ตับอักเสบ , CV Disturbances 
ปฏิกิริยาของยา 
Lithium , Methotrexate , Digoxin , Diuretics , 
Quinolone , Anti coagulant
Ibuprofen 
ยาลดไข้ ลดอาการอักเสบ กลุ่ม NSAIDSที่ 
มีระยะครึ่ง 
ชีวิตสนั้ ขนาด 
tab 200 , 400 mg 
Syr. 100 mg /5 ml 
ขนาด 
ลดไข้แก้ปวด กิน 10-15mg/kg/dose ทุก 6-8 ชั่วโมง 
ขนาดสูงสุด 40mg/kg/day 
JRA 30-50mg/kg/day แบ่ง 4 ครงั้ ขนาดสูงสุด 2.4gm/day
Ibuprofen 
ข้อห้ามใช้/ข้อควรระวัง 
แพ้ยา พบบ่อย 
PU 
DHF 
ASTHMA พบบ่อย รวมทงั้ COPD ด้วย 
GI-BLEEDING
Ibuprofen 
ปฏิกิริยาระหว่างยา 
COUMADIN ,DIGOXIN DILANTIN DIURETIC 
ผลข้างเคียง 
GI-BLEEDING 
PU 
ข้อดีคือทาลายตับน้อยกว่ายาตัวอื่น
Muscle relaxant 
Orphenadrine 
ประกอบดว้ย Paracetamol 500 mg + 
Orphenadrine citrate 35 mg 
ขอ้บ่งใช้ปวดกลา้มเนื้อทงั้เฉียบพลนั และ เรื้อรัง กลุ่มปวดขอ้ 
ปวดศีรษะจากความเครียด
Orphenadrine 
ขนาดใช้ 1-2 tab ʘ bid-tid pc 
ข้อห้ามใช้ จากฤทธิ์ 
Anticholinergic effect 
ตอ้หิน ลา ไสอุ้ดตัน myasthenia gravis , ต่อมลูกหมากโต , 
มีการอุดกนั้ทางเดินปัสสาวะ
Orphenadrine 
ขอ้ควรระวัง 
หัวใจเตน้ผิดจังหวะ หัวใจเตน้เร็ว กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด 
ตั้งครรภ์ ทา งานกับเครื่องจักร 
อาการขา้งเคียง 
ปากแหง้ ม่านตาขยาย วิงเวียน คลื่นไส้ผื่นคัน ใจสั่น ง่วงึม
Methocarbamol , caritasone® 
ยาคลายกลา้มเนื้อ 
ขนาด เด็กโต กิน 1 กรัม ทุก 6 ชั่วโมง 
ขอ้ห้ามใช้/ขอ้ควรระวัง myasthenia gravis ต้อหิน ต่อมลูกหมากโต 
ปฏิกิริยาระหว่างยา alcohal antihistamine ยากดสมอง 
ผลข้างเคียง ง่วง วิงเวียน คลื่นไส้
Arcoxia ตัวยาสามัญชื่อ Etoricoxib 
Etoricoxib 
ใช้ในกำรรักษำอำกำรปวดเรือ้รังในโรคกระดูกข้อเสื่อม, โรคข้อรูมำตอยด์, ปวด 
เอวเรือ้รัง และอำกำรปวดเฉียบพลัน เช่น ปวดข้อโรคเกำต์, ปวดระดู, ปวดจำก 
กำรทำฟัน เป็นยำที่จัดอยู่ในกลุ่มของยำต้ำนกำรอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์กลุ่ม 
“selective COX-2 inhibitors” 
ขนำด รับประทำน 60-120 mg วันละครัง้ 
ใช้ที่ขนำดต่ำก่อนคือ 60 mg. ต่อวัน. หำกอำกำรไม่ดีขึน้ ในวันต่อไป 
อำจเพิ่มขนำดเป็น 90 และ 120 mg. ตำมลำดับ 
ออกฤทธิ์ใน 24 นำที และระงับอำกำรปวดและอักเสบได้นำนกว่ำ 24 ชม.
ยาต้านฮิสตามีนรุ่นที่ 1 
Clemastine 
Chlorpheniramine 
Brompheniramine 
ผ่ำนเข้ำ BBB 
Buclizine 
ง่วงมำก 
Cyproheptadine 
Hydroxyzine 
Mequitazine 
Piprinhydrinate 
Pheniraminem aleate Promethazine
ยาต้านฮิสตามีนรุ่นที่ 2 
Acrivastine 
Cetirizine 
Ebastine 
Emedastine 
Epinastine 
Fexofenadine 
Ketotifen 
Loratadine 
Mizolastine 
Oxatomide 
โมเลกุลใหญ่ขึน้ 
ไม่ผ่าน BBB 
ไม่ง่วง
ยาต้านฮิสตามีนกลุ่มที่3 
ดัดแปลงมาจากรุ่นที่ 2 
สารที่เกิดจากการเมตาบิลิสมยานี้ออกฤทธ์ิด้วย 
Levocetirizine (xyzal) 
ดัดแปลงมาจาก. cetirizine 
ไม่เปลี่ยนแปลงในร่างกาย 
ไม่ผ่านเยื่อหุ้มสมอง ไม่ง่วง 
ลดหอบหืดในเด็กได้ 70% 
http://en.wikipedia.org/wiki/Image:Levocetirizine.png
Chlorpheniramine maleate,CPM 
กลุ่มยาตา้น histamine รุ่น 1 
ขนาดบรรจุ 1 mg / 5 cc. , 4 mg / tab. 
ขนาด กิน 0.35mg/kg/day แบ่งทุก 4-6 ชั่ว 
โมง 
ห้ามให้เด็กอายุต ่ากว่า 1 เดือน ตอ้หิน ต่อมลูกหมากโต 
ขอ้ควรระวัง 
ในเด็กต ่ากว่า 1 ปี ผู้ทางานเกี่ย 
วกับเครื่องจักร การขับขี่ 
ยานพาหนะ ผู้ป่วยที่ 
มีปัญหาเสมหะเหนียวข้น ผู้ที่ 
ใชย้ากล่อม 
ประสาท ผู้ที่ 
ดื่มสุรา
Hydroxyzine , Atarax® 
ใชแ้กค้นั ลมพิษ แกอ้าเจียน ระงบัประสาท ลดอาการกงัวลได้ 
ขนาด กิน 2mg/kg/day แบ่ง 6-8 ชั่วโมงเฉพาะเมื่ 
อมีอาการ 
ขอ้ห้ามใช้/ขอ้ควรระวัง แพย้า ต้อหิน หญิงมีครรภ์และให้นมบุตร ต่อม 
ลูกหมากโต ผู้ที่ 
ขับขี่ย 
านพาหนะ ผู้ที่ 
ทางานเกี่ย 
วกับเครื่องจกัร 
ปฏิกิริยาระหว่างยา ยานอนหลบั สุรา ยากดสมอง 
ผลขา้งเคียง ง่วง ปากแห้ง ปัสสาวะไม่ออก
Hydroxyzine 
ไฮดรอกซี่ซีน 
ใช้รักษาอาการคัน ระคายเคือง 
แก้อาเจียน แก้ปวดอ่อนๆและลด 
ความกังวล 
http://en.wikipedia.org/wiki/Image:Chlorcyclizine.png http://en.wikipedia.org/wiki/Image:Hydroxyzine.png
Loratadine (Claritin) 
ออกฤทธ์ิครอบคลุม 
ออกฤทธ์ินาน ไม่ง่วงเพราะ 
ไม่ผ่านเยื่อหุ้มสมอง 
1 เม็ด = 10 mg. 
http://en.wikipedia.org/wiki/Image:Loratadin.svg http://scienceblogs.com/moleculeoftheday/images/terfenadine.gif
DECONGESTANT 
ยาลดอาการคั่งของน้ามูก
Phenylephrine Hcl 10มิลลิกรัม syr 5 มิลลิกรัม 
Brompheniramine 4 มิลลิกรัม syr 2 มิลลิกรัม 
ข้อบ่งใช้ บรรเทำอำกำรคัดจมูก นำ้มูกไหล เนื่องจำกหวัด 
ขนำดและวิธีใช้ ผู้ใหญ่รับประทำน ครัง้ละ 1 เม็ด วันละ 3 เวลำ 
(โดยขนำดรับประทำนของ Phenylephrine ไม่เกินวันละ 60 มิลลิกรัม) 
เด็ก ลดขนำดลงตำมอำยุ
1. ห้ำมใช้ในเด็กอำยุต่ำกว่ำ 12 ปี ผู้ป่วยโรคควำมดันโลหิตสูง 
โรคหัวใจ โรคเบำหวำน โรคต่อมไทรอยด์ ผู้ที่กำลังมีอำกำรหอบหืด 
โรคต้อหิน ต่อมลูกหมำกโต หรือปัสสำวะขัด นอกจำกแพทย์สงั่ 
2. ไม่ควรใช้ยำนีติ้ดต่อกันเกิน 5 วัน 
3. ยำนีท้ำให้ง่วงอึม จึงไม่ควรขับขี่ยำนยนต์หรือทำงำนเกี่ยวกับ 
เครื่องจักรกล หรือทำงำนที่เสี่ยงต่อกำรพลัดตกจำกที่สูง 
4. ไม่ควรรับประทำนร่วมกับสุรำ หรือสิ่งที่มีแอลกอฮอล์เป็น 
ส่วนประกอบ 
5. ระวังกำรใช้ยำนีใ้นสตรีมีครรภ์ระยะ 3 เดือนแรกและสตรีให้นมบุตร
Guaifenesin® , glyceryl guaiacolate 
ยาขบัเสมหะ แต่ใชไ้ดท้งั้ไอแห้งและไอมีเสมหะ 
ขนาด < 2ปี 12mg/kg/day แบ่งวันละ 6 ครงั้ 
2-5 ปี 50-100mg ทุก 4 ชโมง ไม่เกิน 600mg/day 
6-11ปี 100-200mg ทุก 4 ชโมง ไม่เกิน 1.2gm/day 
>12ปี 200-400mg ทุก 4 ชโมง ไม่เกิน 2.4gm/day 
ั่ว 
ั่ว 
ั่ว 
ขอ้ห้ามใช/้ขอ้ควรระวัง แพย้า 
มีชนิดเม็ดใชใ้นผูใ้หญ่
Acetylcysteine [ flumucil] 
ใชล้ะลายเสมหะในกลุ่มโรคCOPD 
อาการเสมหะเหนียวขน้ 
รกัษาภาวะพิษจากยาพาราเซทามอล 
ขนาดบรรจุซองละ 100 mg 200 mg 600 mg. 
injection 300 mg 
ขนาด เด็กกินละลายเสมหะ 50-100 mg/dose 
วันละ 2-4 ครงั้ ผูใ้หญ่ครงั้ละ 200mg ʘ tid 
สูดดม 2-5 ml ของสารละลาย 20%ผสมNSS 
1:1 พ่นวันละ 3-4 ครงั้ หลงัพ่นยาขยาย 
หลอดลม 10-15 นาที
Acetylcysteine [ flumucil] 
แกพิ้ษพาราเซทามอล : กิน 140mg/kg ครงั้แรก และ 70mg/kg ทุก 4 
ชั่วโมงจนครบ 17 ครั้ง 
ขอ้ห้ามใช้ 
PKU 
ขอ้ควรระวัง 
โรคหอบหืดเพราะเกิดBronchospasmได้ 
อาการข้างเคียง คลื่น 
ไส้ อาเจียน ผื่น 
คนั หลอดลมหดตวั
Ambroxol hydrochloride,Ambroxol® 
ยาละลายเสมหะ กลุ่มเดียวกบั BROMHEXINE 
ขนาด กิน ฉีด 1.2-1.6mg/kg/dayวันละ3ครงั้ 
เด็กอายุมากกว่า 10 ปี 30mg วันละ3ครงั้ 
(ในผูใ้หญ่ ตอ้งการอย่างนอ้ย 40 mg./day) 
5-10 ปี 15 mg วันละ 2-3ครงั้ 
ผลข้างเคียง ระคายกระเพาะอาหาร ควรระมัดระวังในผู้ที่ 
มีอาการของ PU 
ผลลพัธ์ ไดผ้ลนอ้ยกว่าguafenesin
Gastrointestinal Pharmacology 
ยาลดกรด 
Peptic ulcer 
therapy 
ยาแก้อาเจียน 
ยาระบาย 
ยาแก้ท้องเสีย
การรักษาแผลเป็บติก 
ลดปวด 
เป้ าหมาย 
ป้องกัน 
กำรเป็นอำ้ 
กำจัดเชือ้ 
H. pyroli
Gastrointestinal Pharmacology 
Antacids: กลุ่มยาน้า 
Weak bases:ส่วนประกอบ 
1. Aluminum hydroxide 
ทาให้ท้องผูก 
2. Magnesium hydroxide 
ทาให้ท้องเสีย
Antacid 
Al(OH)3 +3HCl AlCl3 + 3H2O 
slow 
Mg(OH)+ 2 HCl 2 Slow/moderate 
MgCl+ 2HO 
2 2CaCO+ 2 HCl 3 fast 
CaCl+ HO+CO2 22 
NaHCO3 + HCl NaCl + H2O+ CO2 
fast
Antacid preparation 
ขนาดในเด็กเล็ก 0.5-1ml/kg/ครั้ง ทุก 2 ชั่ว 
โมงเวลาปวด 
หรือ 1-3 ชั่ว 
โมงหลงัอาหารและก่อนนอน 
ข้อควรระวัง การให้ในคนไข้ไตวาย และรับประทานอาหารที่ 
มี 
phosphate ต ่า 
หญิงมีครรภ์ใน 3 เดือนแรก 
ผลขา้งเคียง ท้องผูก ท้องเสีย พิษในระยะยาวจากอะลูมิเนียม 
สูญเสียภาวะความเป็นกรดในกระเพาะอาหารทา ให้เชื้อรา 
เจริญเติบโต 
ไม่ให้ยานี้ร่วมกบัยาDigoxin , Ferrous salt , Tetracycline , 
Ranitidine , Cimetidine เพราะลดการดูดซึม
ประโยชน์ของยา 
1. peptic ulcer –DU>GU 
2. Relief of Gastroesophageal reflux 
3. acid indigestion, heartburn, dyspepsia 
4. ป้องกันการเกิด aspiration ระหว่างการสลบ 
(anesthesia), coma, cesarean section 
5. management of hyperphosphatemia (Al, 
Ca)
H2 receptor blockers: 
Mast cells ผลิต histamine โดยมีการกระต้นุโดยสาร gastrin 
หรือacetylcholine 
Histamine กระต้นุการสร้างกรดโดย กระต้น parietal cells 
Cimetidine (Tagamet®) 
Ranitidine (Zantac®) 
Nizatidine (Axid®) 
Famotidine (Pepcid®) 
Reversible effect
Somatostatin
Ranitidine hydrochloride 
Histamine H2-receptor antagonist 
ขนาด กิน 1.5-2mg/kg/dose ทุก 8-12ชั่วโมง 
iv,im 0.75-1.5 mg/kg/dose ทุก 8 ชั่วโมง ขนาดสูงสุด 400mg 
ขอ้ห้ามใช้/ขอ้ควรระวัง ตงั้ครรภ์ ให้นมบุตร มะเร็งลา ไส-้กระเพาะ ไต 
วาย 
ปฏิกิริยาระหว่างยา midazolam ketoclonazole antacid 
ผลขา้งเคียง ปวดหวั วิงเวียน รบกวนลา ไส้
Proton pump inhibitors: 
ยับย้งัเอ็นไซม์H+/K+ - ATPase ที่อยู่ใน gastric 
parietal cellsแบบ irreversible 
Omeprazole (Prilosec®) 
Lansoprazole (Prevacid®) 
Esomeprazole (Nexium®) 
Rabeprazole
Omeprazole , Miracid® 
Proton-pump inhibitor 
drug of choiceในการรกัษาPU จากยาNSAIDS 
ขนาด กิน 60mg/mm2ของผิวกายวันละครงั้ก่อนอาหารเชา้ 
ขอ้ห้ามใช/้ขอ้ควรระวัง ตงั้ครรภ์ มะเร็งลา ไส้ 
ปฏิกิริยาระหว่างยา diazepam Warfarin dilantin 
clarithromycin 
ผลข้างเคียง คลื่น 
ไสอ้าเจียน ถ่ายเหลว ปวดขอ้
Simethicone,Air-x® 
ยาขบัลม 
ขนาด อายุ <12 ปี 40mg 4 ครงั้/วัน 
อายุ >12 ปี 40-120mg หลงัอาหารและก่อนนอนตามตอ้งการ 
ข้อห้ามใช้/ข้อควรระวังไตเสื่อ 
ม ทานอาหารที่ 
มีphosphateต ่า 
ปฏิกิริยาระหว่างยา Tetracyclines INH Fe Warfarin 
ผลขา้งเคียง ท้องผูก ท้องเสีย
Domperidone , Motilium® 
ใช้รักษาอาการคลื่น 
ไส้ สะอึก อาเจียน GER ปวดท้องและแน่นท้องจากการที่ 
ลาไส้เคลื่อนตวั 
นอ้ย 
ขนาด 0.5-1mg/5kg/dose วันละ 3-4 ครงั้ก่อนอาหาร 
ข้อห้ามใช้/ข้อควรระวัง พบน้อย ควรระวังในผู้ที่ 
ตบัไม่ดี 
ลา ไสอุ้ดตนั 
ปฏิกิริยาระหว่างยา 
ไม่ควรใชร้่วมกบัยา Anticholinergics และ antacid
Hyoscyamine, Buscopan® 
Anticholinergics ใช้ร่วมกับยาอนรกัษาPU,irritable bowel, spastic 
ี่ 
colitis , bladder , renal colic 
ขนาด กิน 0.1ml/kg/dose ทุก 4 ชวโมงสูงสุดไม่เกิน 5 ml. 
ขอ้ห้ามใช้/ขอ้ควรระวัง ลา ไสอุ้ดตนั ภาวะทางศลัยกรรมในช่องท้อง ต้อ 
หิน myasthenia gravis ภาวะอุจจาระร่วงทมีการติดเชื้อในลา ไส้ 
ั่ื่อาหารเป็นพิษ 
ปฏิกิริยาระหว่างยา กลุ่มต้านฮิสตามีน 
ผลขา้งเคียง ปากแห้ง ม่านตาขยาย ท้องอืด ท้องผูก
จาแนกตามขอบเขตการออกฤทธ์ิ 
1. Broad spectrumออกฤทธ์ิกว้างได้แก่ 
- Tetracyclines - nitrofurans - 
chloramphenicals - amoxycillin – ampicillin 
2. Medium spectrum มีผลเฉพาะแบคทีเรียแกรมบวกและลบ ไม่มี 
ผลต่อชนิดอื่น ได้แก่ sulfonamides , quinolone 
3. Narrow spectrum ออกฤทธ์ิเฉพาะกลุ่ม 
penicillin ,macrolide → gram positive bacteria 
Aminoglycoside → gram negative bacteria 
metronidazole → anaerobic bacteria
ฤทธิ์และกลไกในการออกฤทธิ์ 
ทาลายจุลชีพ (Bacteriocidal) 
 Penicillin 
 Aminoglycoside 
 Quinolone 
ยับย้งัจุลชีพ (Bacteriostatic) 
 Sulfonamide 
 Trimethoprim 
 Tetracycline 
 Chloramphenicol 
 Macrolide 
Cephalosporin 
Colistin 
Metronidazole
หลักการใช้Antibiotic Therapy 
1. ค้นหำเชือ้สำเหตุ 
2. ประเมินกำรตอบสนองต่อชนิดยำ 
3. อวัยวะที่ติดเชือ้ 
4. ควำมปลอดภัยของยำและผลข้ำงเคียง 
5. ปัจจัยเสี่ยงในแต่ละบุคคล 
6. รำคำ
หลักการใช้Antibiotic Therapy 
7. ไม่ควรใช้ยำร่วมกันระหว่ำง Bacteriostatic 
drug กับ Bacteriocidal drug เพรำะ ต้ำน 
ฤทธิ์กัน 
8. ระยะเวลำที่ใช้เหมำะสม 
9. ใช้ยำที่ครอบคลุมกำรทำลำยเชือ้มำก ดีกว่ำ ยำที่ครอบคลุม 
น้อย
Adverse Reactions 
5% of patients will develop 
a hypersensitivity reaction 
(penicilloic acid). 
Rashes - most common 
reaction. 50% do not have a 
recurrent rash. 
Ampicillin - rash in 50-100% 
of patients with 
mononucleosis.
กลุ่มเตตราซัยคลิน 
1. ห้ำมใช้ในโรคตับ ส่วนโรคไตใช้ได้เฉพำะ ดอกอิอัยคลิน 
2. หลีกเลี่ยงกำรถูกแสงแดดเพรำะยำขัดขวำงกลไกกำรกรองแสง เกิดกำร 
แพ้แดดมำก 
3. หำกแพ้ยำชนิดหนงึ่จะแพ้ได้ทัง้กลุ่ม 
4. ห้ำมใช้ในอำยุต่ำกว่ำ 8 ขวบ 
5. มิโนอัยคลิน ทำให้ตำพร่ำ เป็นลมได้ 
6. ยำทัง้กลุ่มสำมำรถทำให้ควำมดันสมองเพิ่ม เกิดอำกำรปวดศรีษะได้
กลุ่มยาซัลฟา 
1. ห้ำมให้ยำนีใ้นคนไข้ขำดกรดโฟลิก เด็กอำยุต่ำกว่ำ 2 เดือน 
แพ้ยำนี้ 
2. เสริมฤทธิ์ยำลดนำ้ตำลในเลือดกลุ่มอัลโฟนิล ยูเรีย 
3. หำกใช้ร่วมกับ ยำขับปัสสำวะไธอะไอด์ จะทำให้เกล็ดเลือดต่ำ 
เลือดออกง่ำย 
4. ต้องดื่มนำ้ตำมมำกๆ จะเกิดนิ่วได้ง่ำย
ฟลูออโรควิโนโลน 
1. ยำบำงชนิดทำให้ควำมดันในสมองสูงขึน้ ทำให้ชัก ได้แก่ไอโพร 
พรอกอำอิน 
2. เกิดกำรแพ้แดดได้มำก ทุกตัวแม้จะใช้ยำกันแดดก็ตำม 
3. ลดขนำดลงในโรคไต 
ผลข้ำงเคียง 
1. พบบ่อย คลื่นไส้ อำเจียน 
2. พบน้อย ปวดท้อง ปวดศีรษะ
Penicillin v potassium 
รกัษาgram positive cocci ยกเว้น staphylococcus 
ขนาด 200,000 u =125 mg. , 400,000 u / tab=250 mg. 
125 mg. , 250 mg. / tsp. 
ขนาด อายุ <12 ปี 25-50mg/kg/day 
อายุ >12 ปี 125-500mg ทุก 6-8 ชั่ว 
โมง 
ขนาดป้องกนัไขรู้มาติก 
อายุ < 5 ปี 125mg วันละ 2 ครงั้ 
อายุ > 5 ปี 250mg วันละ 2 ครงั้
Amoxicillin 
ยาฆ่าเชื้อกลุ่มเพนนิซิลลินที่ 
ไวต่อการถูกทา ลายโดยpenicillinase ใชร้กัษาการติด 
เชื้อทางเดินหายใจ ผิวหนงั ทางเดินปัสสาวะ otitis media ไซนสัอกัเสบ และใช้ 
ป้องกนั subacute bacterial endocarditis 
ขนาด รักษาโรคติดเชื้อ กิน 20-50mg/kg/day แบ่งทุก 8-12 ชั่วโมง 
ป้องกัน SBE 50mg/kg 1ชั่วโมงก่อนทาหัตถการ 
ขอ้ห้าม แพย้ากล่มุpenicillin 
ขนาด 250 mg ,500 mg ,1000 mg/cap 
125 mg / tsp.
C0-amoxiclav ,Augmentin 
Amoxycillin 625 mg + Clavulanic acid 125 mg. 
Clavulanic Acidจะไปรวมและยบัยงั้ β-lactamase ทา ให้ 
เอ็นไซม์ไม่มีผลต่อ Amoxicillin 
ใชไ้ดก้บัการติดเชื้อระบบทางเดินหายใจส่วนบนและส่วนล่าง 
ภาวะแทรกซอ้นในระบบทางเดินหายใจ เช่นไซนสัอกัเสบ หู 
นา้หนวก 
ขนาด ใชต้ามขนาดของ amoxicillin คือ 20-50mg/kg/day
Dicloxacillin sodium 
สาหรับการติดเชื้อที่ 
สรา้งเอนไซม์ penicillinase ดูดซึมไดดี้กว่า 
cloxacillin 
ขนาด 250 mg ,500 mg / cap. , 62.5 mg/ 5 ml 
ขนาด นน.< 40kg 12.5-50mg/kg/day แบ่งให้ทุก 6 ชั่ว 
โมง 
นน.>40kg 125-500mg ทุก 6 ชั่ว 
โมง 
แพย้ากลุ่มpenicillin 
ข้อห้าม ในผู้ที่
Erythromycin estolate 
กล่มุmacrolides รกัษาการติดเช้อื mycoplasma 
pneumoniae ,legionella pneumonia , diphtheria , 
pertussis ,chancroid , Chlamydia ,campylobactor 
, bacteriostatic effect 
ขนาด 250 mg /tab 125 mg / tsp. 
ขนาด estolate 30-50mg/kg/day แบ่งทุก8-12 
ชั่วโมง 
stearate 20-40mg/kg/day แบ่งทุก6
อีริโทรมัยซิน Erythromycin 
1. กำรใช้ร่วมกับ เพนิอิลลิน ลินโคมัยอินจะทำลำยฤทธิ์ยำเหล่ำนี้ 
2. ขัดขวำงกำรขับถ่ำยธีโอฟัยลิน ทำให้เกิดพิษได้ง่ำย 
3. มีกำรยับยัง้ฤทธิ์กำรทำลำยแบคทีเรียอึ่งกันและกันระหว่ำงยำ 
ไรแฟมปิอิน กับ อีริโทรมัยอิน 
4. เสริมฤทธิ์กำรทำลำยกล้ำมเนือ้กับยำลดไขมันกลุ่ม statin 
ทำให้เกิดภำวะกรดในเลือด ทำให้ตำยได้ 
5. กินยำเกินขนำดทำให้หูตึง มีเสียงดังในหู ท้องเสีย อำเจียน 
กระเพำะเป็นตะคริว
หลักการใช้ยา ปี4

หลักการใช้ยา ปี4

  • 1.
  • 2.
    วัตถุประสงค์ 1. เพื่อให้ผู้เรียนสามารถใช้ยา รักษาโรคได้อย่างเหมาะสมกับ โรค 2. เพื่อให้ผู้เรียนสามารถใช้ยาได้ อย่างถูกวิธี 3. เพื่อให้ผู้เรียนทราบผลข้างเคียง และการเกิดปฏิกิริยาระหว่างยา ท่ใีช้ร่วมกัน
  • 3.
    ข้อแนะนำกำรให้ยำ 1.มีความรู้เรื่องยาที่ใช้พอสมควร 2.ใช้ยาให้น้อยชนิด 3.ถามประวัติแพ้ยา โรคประจาตัว 4.คา นึงถึงฤทธ์ิยาต่อกัน 5. เลือกยาที่มีประสิทธิภาพดี ราคาเยา 6. คา นึงถึงความสะดวกในการใช้ยานั้น 7. สอนการกินยาที่ถูกต้อง
  • 4.
  • 5.
    หลักการทั่วไปในการใช้ยา ข้อมูลที่ต้องสอบถามจากผู้ป่วยทุกครั้ง 1.ยาที่แพ้ 2. ยาที่ใช้ประจา 3. ผู้ป่วยที่เป็นสตรีหากตั้งครรภ์และให้นมบุตรต้อง ทราบ 4. โรคประจาตัว
  • 6.
    เมื่อลืมกินยาควรทาอย่างไร กินยาทันทีที่นึกได้ เช่นยาฆ่าเชื้อ ยาแก้ไอ หากเกินกว่าครึ่งหนึ่งของ interval time ให้ข้าม ยาเม็ดนั้นเลยแล้วกินในมื้อต่อไปโดยไม่ต้องเพิ่ม ขนาดยาเป็น 2 เท่า เช่น ยาลดความดัน ให้ข้ามไปเลย แล้วกินในมื้อต่อไปโดยไม่ต้องเพิ่ม ขนาดยาเป็น 2 เท่า เช่น Metformin
  • 7.
    ยาเสื่อมก่อนหมดอายุก็ได้... การเปลี่ยนสีของยา การยาตกตะกอนยาน้า มีสีขาวขุ่น ยามีกลิ่นเปลี่ยนไป ยาแคปซูลแข็ง หรือเหนียวติดกันเป็นก้อน ยามีเชื้อราขึ้น ไม่ควรใช้ต่อ ยาเกิดฟองก๊าซ ยาเกิดการแยกชั้น ความหนืดของยาเปลี่ยนไป มีรอยร้าวที่เม็ดยา เม็ดยาบวมผิดรูป
  • 8.
    สาเหตุ เกิดจากการเปลี่ยนแปลงทางเคมีโดยปฏิกิริยาได้แก่ 1.Hydrolysis ความชื้น 2. Oxidation ปริมาณออกซิเจน 3. Photolysis แสงยูวี หรือเกิดปฏิกิริยาระหว่างสารกับภาชนะ เมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงทางเคมีขึ้นก็มัก จะแสดงผลออกมาทางกายภาพ
  • 10.
    คาเฟอีน (caffeine) กระตุน้สมองส่วนกลาง ทา ใหม้กีารหลงั่นา้ย่อยเพมิ่ขนึ้ หวัใจเตน้เร็ว ♥ เสริมฤทธิ์ยาบางอย่างทาใหใ้จสั่น นอนไม่หลับ ไดแ้ก่ ยาแกห้อบหืด ♥ ขัดขวางการดูดซมึยาบางชนิด เช่น ยาแกโ้รคกระดูกพรุน ♥ ขัดขวางการดูดซมึแร่ธาตุบางชนิด เช่น แคลเซียม สังกะสี
  • 11.
  • 12.
    ยากับน้าผลไม้ • เพิ่มการดูดซมึยาไดแ้ก่น้าผลไมท้มีี่วิตามินซีกับ ธาตุเหล็ก • เสริมแร่ธาตุโพแทสเซี่ยมในผูป้่วยทรีั่บประทาน ยาขับปัสสาวะ • ลดประสทิธิภาพยาปฏิชีวนะ ยาลดกรด • เพมิ่พิษจากยา เนอื่งจากไปลดการทาลายยา เช่น น้าสม้กับยาตา้นการแข็งตัวของเลือด
  • 13.
    ยาที่ได้รับผลจาก grapefruit juice Anti-hypertensives (filodipine, nifedipine, nimodipine, nicardipine, isradipine) Immunosuppressants (cyclosporine, tacrolimus) Antihistamines (astemizole) Protease inhibitors (saquinavir) Lipid-Lowering Drugs (atorvastatin, lovastatin, simvastatin) Anti-anxiety, anti-depressants (buspirone, diazepam, midazolam, triazolam, zaleplon, carbamazepine, clomipramine, trazodone Inactivates metabolizing intestinal enzyme → ↑blood level
  • 17.
    ยากบัเหลา้ • ทาใหฤ้ทธิ์ของยารุนแรงขึ้นเมื่อใชร้่วมกับเหลา้ 1. ยากล่อมประสาท 2. ยาเบาหวาน 3. ยากันชัก 4. ยาแกแ้พบ้างชนิด 5. ยานอนหลับ • ทาใหโ้รคทเี่ป็นกาเริบ 1. โรคกระเพาะอาหาร 2. โรคตับ 3. โรคเบาหวาน 4. โรคหัวใจ 5. โรคความดันโลหิตสูง
  • 18.
    Ethanol มีผลกับยาหลายตัว ดื่มไม่นำน-  P 450 ดื่มมำนำน -  P 450 ปัจจุบันยำหลำยชนิดมีอัลกอฮอล์ผสมอยู่ อำทิเช่น ยำธำตุนำ้แดง ยำฟีโนอิลิกเออร์
  • 19.
    Acetominophen Detoxication Sulfation Glucuronidation Safe Excretion by Kidney and in Bile Activation to a Toxic Metabolite Quinoneimine Free Radical Liver and Kidney Damage P450 Ethanol Induction Of P450 Expression
  • 20.
    METRONIDAZOLE vs สุรา Disulfiram like effect
  • 24.
  • 25.
    Antacid (aluminum ormagnesium) hydroxide ลดการดูดซึมของ ciprofloxacin 85% Block RNT Absorption
  • 27.
    ปริมาณของยาdiazepamในเลือด สูงขึ้น Omeprazole ยับยั้ง oxidative metabolism diazepam Miracid Valium
  • 28.
    Simvastatin vs Roxithromycin,Lopid Rhabdomyolysis Metabolic acidosis
  • 29.
    การใช้ยาในหญิงมีครรภ์ ผลกระทบ 1.Teratogenic effect ผลต่อกำรพัฒนำอวัยวะในทำรก 2. Embryonic effect ผลเสียต่อทำรกโดยตรง 3. Maternal effect ผลเสียต่อแม่โดยตรง
  • 31.
    การกระจายยาสู่ทารก 1. ยำที่ไม่ละลำยในไขมัน 2. ยำที่ละลำยในไขมันได้ดี ไม่ผ่านรก ไม่มีผลเสียต่อ ทารก ผ่านรกได้ ร่างกายทารกมีกลไกการ เปลี่ยนแปลงเป็นpolar metabolite ร่างกายทารกไม่มีกลไก การเปลี่ยนแปลงเป็น polar metabolite ยาย้อนกลับมาที่มารดาได้ยาย้อนกลับมารดาไม่ได้ ทารกปลอดภัย เกิดพิษ หรือ การสะสม
  • 32.
    การใช้ยาในสตรีมีครรภ์ สนง. คณะกรรมการอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา จาแนก ยา 5 ประเภท กลุ่ม A ไม่พบควำมเสี่ยงอันตรำยของทำรกใน 3 เดือนแรก และไม่ พบควำมผิดปกติหลังคลอด กลุ่ม B ศึกษำไม่พบอันตรำยในสัตว์ทดลองแต่ในคนไม่ได้ทดลอง และไม่มีหลักฐำนที่พบควำมผิดปกติในทำรกที่คลอดออกมำ กลุ่ม C ศึกษำในสัตว์พบฤทธิ์ไม่พึงประสงค์ในตัวอ่อน แต่ยังไม่มีกำร ศึกษำในสตรีมีครรภ์ ไม่มีหลักฐำนยืนยัน
  • 33.
    กลุ่ม D มีหลักฐำนยืนยันในทำรกใน ครรภ์ของคน แต่อำจยอมใช้ยำในมำรดำ กรณีที่จำเป็นเพื่อช่วยชีวิต กลุ่ม X มีหลักฐำนทัง้ในคนและ สัตว์ทดลอง และพบควำมเสี่ยงจำกกำรใช้ ยำนีม้ำกกว่ำประโยชน์ที่จะได้รับ ห้ำมใช้ เด็ดขำดในสตรีมีครรภ์
  • 34.
  • 40.
    การเปลีย่นแปลงทางสรีรวิทยา • กระเพาะอาหารเคลื่อนไหวน้อย • น้าย่อยลดลง จานวนเซลล์ตับลดลง ผลิตอัลบูมินลดลง หน่วยกรองไตลดลง ปริมาณเลือดไปที่ไตน้อยลง การเปลี่ยนแปลงของสารเคมีระบบประสาท ความสามารถในการเรียนรู้และประสิทธิภาพของสมองลดลง (Mangoni AA, Jackson SH – Age-Related Changes in Pharmacokinetics: Basic Principals & Practical Applications. Br J Clin Pharmacol, 2004)
  • 41.
    โรคที่พบบ่อย • โรคเรื้อรังเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ข้อเสื่อม ไขมันสูง เกาท์ ไตวาย ปอดอุด ก้นัเรื้อรัง หลอดเลือดสมองและหัวใจ • โรคจากความเสื่อมของวัย ความจา เสื่อม • มะเร็ง
  • 42.
    สาเหตุที่อุบัติการณ์ผลข้างเคียงของยา เพมิ่ขึ้นในผู้สูงอายุ 1.Polypharmacy ใช้ยามากชนิด 2. Pharmacokinetic changes in aging 3. Pharmacodynamic changes in aging 4.Human error
  • 43.
    Polypharmacy การใช้ยาหลายๆ ชนิดในเวลาเดียวกัน(มากกว่า 4 ) เป็นสาเหตุของผลข้างเคียงจากการใช้ยาในผู้สูงอายุที่ถูกกล่าวถึงมาก ที่สุด ทา ให้กลไกทาง pharmacokinetics เปลี่ยนแปลง 1. ยาแต่ละชนิดมีการแย่งที่กันในการขับถ่ายผ่านทางไต. 2. ยาตัวหนึ่งสามารถเหนี่ยวนาหรือยับย้งั hepatic enzyme activity ต่อยาอีกตัวหนึ่ง. 3. ยามีการแย่งที่จับกับ protein binding site. 4. ซึ่งทั้ง 3 กลไกข้างต้นล้วนส่งผลให้ระดับยาในเลือดที่เป็น free form สูงขึน้
  • 44.
  • 45.
    Blood Brain Barrier Figure 9-5: ANATOMY SUMMARY: Cerebrospinal Fluid
  • 46.
    Blood Brain Barrier • สร้ำงสมบูรณ์เมื่ออำยุ 1 เดือนขึน้ไป • Protects brain: hormones & circulating chemicals Figure 9-6: The blood-brain barrier
  • 47.
    • การกรองที่หน่วยไต –เทียบเท่าผู้ใหญ่เมื่ออายุ6-12เดือน • การขับทางท่อไต –เทียบเท่าผู้ใหญ่เมื่ออายุ1 ปี
  • 48.
    • ตับในหน้าที่oxidation, hydrolysis,reduction, demethylation • Alcohol dehydrogenase สูงสุดเมื่ออายุ 5 ปี • ตับหน้าที่conjugation, acetylation, methylation –Conjugation: • Glucuronidation: - แรกเกิด • Sulfatation: แรกเกิด –Acetylation: • “fast” or “slow” phenotype by 12-15 mo.
  • 51.
    Choice of antipyretic 1. อ้างอิงตามองค์การอนามัยโลก Paracetamol is the drug of first choice* . 2. Ibuprofen is a useful 2nd line drug. 3. ไม่มียา NSAIDS ถูกกาหนดไว้ * WHO 1990
  • 52.
  • 53.
    Acetaminophen [ Paracetamol] ขนาด เม็ด 325,500mg น้าเชื่อม 120mg/5ml ชนิดหยด 60mg/0.6ml ขนาดที่ ใช้ 10-15mg/kg/dose ทุก 4-6 ชั่วโมง ไม่เกิน 5 dose ต่อวัน (วันละไม่เกิน 4 กรมั)
  • 54.
    ผลข้างเคียง พบน้อย เกี่ยวกับการแข็งตัวของเลือด Meth- haemoglobinaemia. เกล็ดเลือดต่า. โลหิตจาง. เม็ดเลือดขาวต่า. พิษต่อตับ. พิษต่อไต
  • 55.
    ข้อห้ามใช้ นอกจากแพ้ยาแล้วไม่มีข้อห้ามที่ชัดเจน Suitablein all areas ระมัดระวังถ้าใช้ในกลุ่ม 1. เด็ก 2. ผู้สูงอายุ 3. คนไข้มี mild to moderate liver disease , 4. ไตเสื่อม. 5. กลุ่มหอบหืด
  • 56.
    ขอ้ควรระวัง ถูกสลายที่ ตบัถา้รบัยาขนาดสูงจะทา ให้เกิดภาวะ hepatic necrosis ส่วนใหญ่พบในขนาด 200-250mg/kg หรือใช้ ต่อเนื่อ งกนัเกิน 7 วัน ผูป้่วยโรคตบัเรื้อรงัและโรคไตวาย
  • 57.
    Paracetamol Poisoning •มี 2 ประเภท • พิษเฉียบพลัน: – กิน 7.5 grams (150 mg/kg) หรือ 15 เม็ดหรือ มากกว่าภายใน 4 ชั่วโมง • พิษเรื้อรัง: – กิน10 gramsหรือ 20 เม็ดหรือมากกว่าภายใน 24 ชั่วโมง
  • 58.
    อาการแสดง 1. Phase1: 0.5-24 hours: คลื่นไส้ อาเจียน อ่อนเพลีย 2. Phase 2: 24-72 hours ‘เริ่มเกิดพิษแน่นท้องด้านขวาบน เอ็นไซม์ตับสูงขึน้ 3. Phase 3: 72-96 hours ‘พิษสูงสุด’: 1. มีอาการ hepatic necrosis, coagulopathy, hepatic encephalopathy 2. มีอาการไตวาย, คลื่นไส้อาเจียน, ปวดท้องขวาบน 4. Phase 4: 96 hours - 2 weeks: ฟื้นสภาพ ถ้าไม่เสียชีวิต
  • 59.
    การแก้พิษด้วยN-acetylcysteine =FUMUCIL 1.กิน : 18 doses ประมาณ 70 ชั่วโมง 1. เริ่ม 140 mg/kg for loading 2. 70 mg/kg for maintenance every 4 hours x 17 doses 3. Low risk of anaphylactoid 4. Vomiting 2. Intravenous: ~ 21 hours 1. 150 mg/kg in in 15 minutes (45-60 minutes) 2. 50 mg/kg in 4 hours 3. 100 mg/kg in 16 hours 4. Anaphylactoid reaction
  • 60.
    Ibuprofen , Brufen® ยาลดไข้ ลดอาการอักเสบ กลุ่ม NSAIDS เป็นยาที่ ไม่มีผลต่อตบันอ้ย ขนาด ลดไข้แก้ปวด กิน 10-15mg/kg/dose ทุก 6-8 ชั่วโมง ขนาดสูงสุด 40mg/kg/day ขอ้ห้ามใช้/ขอ้ควรระวัง แพย้า PU DHF ASTHMA GI-BLEEDING ปฏิกิริยาระหว่างยา COUMADIN ,DIGOXIN DILANTIN DIURETIC ผลข้างเคียง GI-BLEEDING PU เด็กที่ มีภาวะขาดน้า หากไดร้บัยาน้มีี โอกาสจะเกิดภาวะไตเสื่อมสูง
  • 61.
    Acetylsalicylic acid [ASA] ขนาด ลดไข้แก้ปวด 10-15mg/kg/dose ทุก4 ชั่ว โมง ลดการอักเสบ เริ่มต้น 60-90mg/kg/day ค่อยๆ เพิ่มเป็น 80-100mg/kg/day แบ่งทุก 6-8 ชั่ว โมง โรคคาวาซากิ 100mg/kg/day แบ่งให้ 4 ครั้ง เมื่ อ ไขล้ดแลว้ให้ 5 mg/kg/day วันละครงั้นาน 6-8 สปัดาห์
  • 62.
    Acetylsalicylic acid [ASA] ชนิดเม็ด 60 ,300m ข้อควรระวัง หูอื้อ เหงออกผิดปกติ แผลในกระเพาะอาหาร เลือดออกในทางเดินอาหาร เกล็ดเลือดผิดปกติ อนัตรายจากการใชย้าaspirinในเด็ก DHF varicella Reye’s syndrome ื่อ influenza
  • 64.
    กลุ่มยาตา้นการอกัเสบ ขอ้บ่งใช้ 1.ลดอาการปวดขอ้ 2. ลดการอกัเสบของขอ้ หลกัการใชย้า 1. เริ่มจากขนาดต ่า ๆก่อน เมื่ อไม่ได้ผลค่อยๆพิจารณาเพิ่มขนาด ยา 2. เลือกใชย้า 1 ชนิด 3. เลือกยาให้เหมาะกบัสภาวะผูป้่วย
  • 65.
    ข้อมูลสาหรับการใช้ยาNSAIDS ถ้ามีโรคตับ ไม่ควรใช้Indomethacinsulindac meclofenamate diclofenac naproxen nimesulide เลือกใช้Ibuprofen ketoprofen Follow up: LFT ทุก 2-3 เดือน
  • 66.
    ข้อมูลสาหรับการใช้ยาNSAIDS ถ้ามีโรคไต •ไม่ควรใชย้าเกือบทุกชนิดมีผลที่ไต แต่หากมีความ จา เป็นให้งดใชย้าที่ออกฤทธิ์นาน และหลีกเลี่ยงยา Indomethacin เพราะมีรายงานการเกิดไตอักเสบจากยา นี้บ่อย • Follow up: RFT ทุก 2-3 เดือน
  • 67.
    Anti-inflammatory Properties ไม่มีความแตกต่างระหว่างยา ขนึ้กับการตอบสนองแต่ละคน และระยะเวลาที่ยาออกฤทธ์ิ
  • 68.
    Anti-platelet Drug Anti-plateletCharacter Classical NSAIDs ++ กลับคืน T1/2 dependent COX-2 inhibitor ไม่มีผล ไม่มีผล ASA ( low dose ) +++ ไม่กลับคืน
  • 69.
    กลไกอธิบาย 1. ยับยัง้กำรสังเครำะห์plostaglandins (PGs) ในร่ำงกำยโดยจับ กับเอนไอม์ Cyclooxygenase 2. Aspirin เป็น NSAIDs เพียงตัวเดียวที่ออกฤทธิ์ยับยัง้เอนไอม์ COX แบบ irreversible โดยเป็นตัวให้ acetyl group กับ Serine residue (มี –OH group) ในเอนไอม์ COX อึ่ง acetyl group เชื่อมกับ –OH group ด้วย covalent bond ได้เป็นพันธะ ester 3. ส่วนตัวยำอื่น ๆ ในกลุ่ม ยับยัง้กำรสังเครำะห์ PGs แบบ reversible
  • 70.
    1. Gastrointestinal >10% 2. Cardiovascular 3. Renal & electrolytes 4. CNS 5. Hematologic 6. Dermatologic & hypersensitivity < 1% 7. Hepatic 1-10% ผลข้างเคียง
  • 71.
    NSAID-induced GI Side-Effects มแีผล Ulcers 20% มแีผลและภาวะแทรกซ้อนUlcer complications ไม่มแีผล No lesion/Erosions 60-100% 1-2% Dyspepsia 25-50%
  • 72.
  • 73.
    Dose-Response Relationship ofAMI risk 2.5 2 1.5 1 0.5 <= 200 Celecoxib Celecoxib > 200 Diclofenac <= mg Diclofenac Diclofenac > 150 Naproxen <= 1000 mg Naproxen > 1000 > 1000 Rofecoxib <= 25 Rofecoxib > 25 mg Odds Ratio Celecoxib < 200 > 200 Diclofenac < 150 > 150 Naproxen < 1000 Rofecoxib < 25 Rofecoxib > 25
  • 74.
    Vascular events Myocardialinfarction ( 1.13-1.78 ) 1.86 1.42 ( 1.33-2.59 ) Kearney PM, et al. BMJ 2006 Coxibs increase risk of MI & vascular events > Placebo
  • 75.
    Risk of MIin Classical NSAIDs Relative risk Relative risk Study 1.19 ( 1.08.1.31 ) Classical NSAIDs increase risk of MI > Placebo
  • 76.
    จาเป็นต้องใช้ยาหรือไม่ No Yes ใช้ยาอ่นื มีข้อห้ามไหม - Renal insufficiency ( CrCl < 30 - Allergic reaction - Concurrent GI injury Yes No ใช้ยากลุ่มปกติได้ไหม? - GI risk+ & Bleeding risk No Yes Use classical NSAID Use COX-2 inhibitor ( or classical NSAID + PPI+) ผู้ป่วยเสี่ยงต่อโรคหัวใจหรือไม่? No Yes Select NSAID on the basis of GI rAisvkoid NSAID esp. COX-2 inhibitor
  • 77.
    Topical Agents TopicalNSAID บรรเทำอำกำรปวดและใช้ข้อได้ดี ขึน้เมื่อเทียบกับ placebo และสำมำรถลดปริมำณ NSAID ที่กินได้ ไม่มีควำมแตกต่ำงระหว่ำงชนิด ของ topical NSAID Capsaicin cream สำรสกัดจำกพืชจำพวกพริก ออกฤทธิ์ผ่ำน substance P มีกำรศึกษำใช้ 0.025% cream ได้ผลดีกว่ำ placebo (ใช้ตัวเดียว หรือร่วมกับ NSAID)
  • 78.
    Diclofenac NSAIDS มีระยะครึ่งชีวิตสั้น ใชรั้กษาอาการtraumatic arthritis ของเอ็น กล้ามเนอื้ ขอ้ พังผืด กลุ่มอาการขอ้เสื่อม gout posttraumatic pain post- op pain ขนาด tab 25 , 50 mg , injection 75 mg / 3 ml , gel ขนาดที่ใช้ 75-150 mg / day แบ่งให้ 25 – 50 mg ʘ tid pc
  • 79.
    Diclofenac ขอ้ห้ามใช้ PUแพ้ยานี้ ขอ้ควรระวัง หา้มเกิน 150 mg/day กล่มุโรคทางเดินอาหาร หอบหืด ตับทา งานบกพร่อง หัวใจวาย ไตเสื่อม ผู้สูงอายุ การใชย้านานเกินไปควรตรวจ LFT , CBC
  • 80.
    Diclofenac ผลขา้งเคียง GIdisorder , ปวดศีรษะ , SGOT, SGPT สูง PU , GI Bleeding , ตับอักเสบ , CV Disturbances ปฏิกิริยาของยา Lithium , Methotrexate , Digoxin , Diuretics , Quinolone , Anti coagulant
  • 81.
    Ibuprofen ยาลดไข้ ลดอาการอักเสบกลุ่ม NSAIDSที่ มีระยะครึ่ง ชีวิตสนั้ ขนาด tab 200 , 400 mg Syr. 100 mg /5 ml ขนาด ลดไข้แก้ปวด กิน 10-15mg/kg/dose ทุก 6-8 ชั่วโมง ขนาดสูงสุด 40mg/kg/day JRA 30-50mg/kg/day แบ่ง 4 ครงั้ ขนาดสูงสุด 2.4gm/day
  • 82.
    Ibuprofen ข้อห้ามใช้/ข้อควรระวัง แพ้ยาพบบ่อย PU DHF ASTHMA พบบ่อย รวมทงั้ COPD ด้วย GI-BLEEDING
  • 83.
    Ibuprofen ปฏิกิริยาระหว่างยา COUMADIN,DIGOXIN DILANTIN DIURETIC ผลข้างเคียง GI-BLEEDING PU ข้อดีคือทาลายตับน้อยกว่ายาตัวอื่น
  • 84.
    Muscle relaxant Orphenadrine ประกอบดว้ย Paracetamol 500 mg + Orphenadrine citrate 35 mg ขอ้บ่งใช้ปวดกลา้มเนื้อทงั้เฉียบพลนั และ เรื้อรัง กลุ่มปวดขอ้ ปวดศีรษะจากความเครียด
  • 85.
    Orphenadrine ขนาดใช้ 1-2tab ʘ bid-tid pc ข้อห้ามใช้ จากฤทธิ์ Anticholinergic effect ตอ้หิน ลา ไสอุ้ดตัน myasthenia gravis , ต่อมลูกหมากโต , มีการอุดกนั้ทางเดินปัสสาวะ
  • 86.
    Orphenadrine ขอ้ควรระวัง หัวใจเตน้ผิดจังหวะหัวใจเตน้เร็ว กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด ตั้งครรภ์ ทา งานกับเครื่องจักร อาการขา้งเคียง ปากแหง้ ม่านตาขยาย วิงเวียน คลื่นไส้ผื่นคัน ใจสั่น ง่วงึม
  • 87.
    Methocarbamol , caritasone® ยาคลายกลา้มเนื้อ ขนาด เด็กโต กิน 1 กรัม ทุก 6 ชั่วโมง ขอ้ห้ามใช้/ขอ้ควรระวัง myasthenia gravis ต้อหิน ต่อมลูกหมากโต ปฏิกิริยาระหว่างยา alcohal antihistamine ยากดสมอง ผลข้างเคียง ง่วง วิงเวียน คลื่นไส้
  • 88.
    Arcoxia ตัวยาสามัญชื่อ Etoricoxib Etoricoxib ใช้ในกำรรักษำอำกำรปวดเรือ้รังในโรคกระดูกข้อเสื่อม, โรคข้อรูมำตอยด์, ปวด เอวเรือ้รัง และอำกำรปวดเฉียบพลัน เช่น ปวดข้อโรคเกำต์, ปวดระดู, ปวดจำก กำรทำฟัน เป็นยำที่จัดอยู่ในกลุ่มของยำต้ำนกำรอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์กลุ่ม “selective COX-2 inhibitors” ขนำด รับประทำน 60-120 mg วันละครัง้ ใช้ที่ขนำดต่ำก่อนคือ 60 mg. ต่อวัน. หำกอำกำรไม่ดีขึน้ ในวันต่อไป อำจเพิ่มขนำดเป็น 90 และ 120 mg. ตำมลำดับ ออกฤทธิ์ใน 24 นำที และระงับอำกำรปวดและอักเสบได้นำนกว่ำ 24 ชม.
  • 90.
    ยาต้านฮิสตามีนรุ่นที่ 1 Clemastine Chlorpheniramine Brompheniramine ผ่ำนเข้ำ BBB Buclizine ง่วงมำก Cyproheptadine Hydroxyzine Mequitazine Piprinhydrinate Pheniraminem aleate Promethazine
  • 91.
    ยาต้านฮิสตามีนรุ่นที่ 2 Acrivastine Cetirizine Ebastine Emedastine Epinastine Fexofenadine Ketotifen Loratadine Mizolastine Oxatomide โมเลกุลใหญ่ขึน้ ไม่ผ่าน BBB ไม่ง่วง
  • 92.
    ยาต้านฮิสตามีนกลุ่มที่3 ดัดแปลงมาจากรุ่นที่ 2 สารที่เกิดจากการเมตาบิลิสมยานี้ออกฤทธ์ิด้วย Levocetirizine (xyzal) ดัดแปลงมาจาก. cetirizine ไม่เปลี่ยนแปลงในร่างกาย ไม่ผ่านเยื่อหุ้มสมอง ไม่ง่วง ลดหอบหืดในเด็กได้ 70% http://en.wikipedia.org/wiki/Image:Levocetirizine.png
  • 93.
    Chlorpheniramine maleate,CPM กลุ่มยาตา้นhistamine รุ่น 1 ขนาดบรรจุ 1 mg / 5 cc. , 4 mg / tab. ขนาด กิน 0.35mg/kg/day แบ่งทุก 4-6 ชั่ว โมง ห้ามให้เด็กอายุต ่ากว่า 1 เดือน ตอ้หิน ต่อมลูกหมากโต ขอ้ควรระวัง ในเด็กต ่ากว่า 1 ปี ผู้ทางานเกี่ย วกับเครื่องจักร การขับขี่ ยานพาหนะ ผู้ป่วยที่ มีปัญหาเสมหะเหนียวข้น ผู้ที่ ใชย้ากล่อม ประสาท ผู้ที่ ดื่มสุรา
  • 94.
    Hydroxyzine , Atarax® ใชแ้กค้นั ลมพิษ แกอ้าเจียน ระงบัประสาท ลดอาการกงัวลได้ ขนาด กิน 2mg/kg/day แบ่ง 6-8 ชั่วโมงเฉพาะเมื่ อมีอาการ ขอ้ห้ามใช้/ขอ้ควรระวัง แพย้า ต้อหิน หญิงมีครรภ์และให้นมบุตร ต่อม ลูกหมากโต ผู้ที่ ขับขี่ย านพาหนะ ผู้ที่ ทางานเกี่ย วกับเครื่องจกัร ปฏิกิริยาระหว่างยา ยานอนหลบั สุรา ยากดสมอง ผลขา้งเคียง ง่วง ปากแห้ง ปัสสาวะไม่ออก
  • 95.
    Hydroxyzine ไฮดรอกซี่ซีน ใช้รักษาอาการคันระคายเคือง แก้อาเจียน แก้ปวดอ่อนๆและลด ความกังวล http://en.wikipedia.org/wiki/Image:Chlorcyclizine.png http://en.wikipedia.org/wiki/Image:Hydroxyzine.png
  • 96.
    Loratadine (Claritin) ออกฤทธ์ิครอบคลุม ออกฤทธ์ินาน ไม่ง่วงเพราะ ไม่ผ่านเยื่อหุ้มสมอง 1 เม็ด = 10 mg. http://en.wikipedia.org/wiki/Image:Loratadin.svg http://scienceblogs.com/moleculeoftheday/images/terfenadine.gif
  • 97.
  • 98.
    Phenylephrine Hcl 10มิลลิกรัมsyr 5 มิลลิกรัม Brompheniramine 4 มิลลิกรัม syr 2 มิลลิกรัม ข้อบ่งใช้ บรรเทำอำกำรคัดจมูก นำ้มูกไหล เนื่องจำกหวัด ขนำดและวิธีใช้ ผู้ใหญ่รับประทำน ครัง้ละ 1 เม็ด วันละ 3 เวลำ (โดยขนำดรับประทำนของ Phenylephrine ไม่เกินวันละ 60 มิลลิกรัม) เด็ก ลดขนำดลงตำมอำยุ
  • 99.
    1. ห้ำมใช้ในเด็กอำยุต่ำกว่ำ 12ปี ผู้ป่วยโรคควำมดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคเบำหวำน โรคต่อมไทรอยด์ ผู้ที่กำลังมีอำกำรหอบหืด โรคต้อหิน ต่อมลูกหมำกโต หรือปัสสำวะขัด นอกจำกแพทย์สงั่ 2. ไม่ควรใช้ยำนีติ้ดต่อกันเกิน 5 วัน 3. ยำนีท้ำให้ง่วงอึม จึงไม่ควรขับขี่ยำนยนต์หรือทำงำนเกี่ยวกับ เครื่องจักรกล หรือทำงำนที่เสี่ยงต่อกำรพลัดตกจำกที่สูง 4. ไม่ควรรับประทำนร่วมกับสุรำ หรือสิ่งที่มีแอลกอฮอล์เป็น ส่วนประกอบ 5. ระวังกำรใช้ยำนีใ้นสตรีมีครรภ์ระยะ 3 เดือนแรกและสตรีให้นมบุตร
  • 101.
    Guaifenesin® , glycerylguaiacolate ยาขบัเสมหะ แต่ใชไ้ดท้งั้ไอแห้งและไอมีเสมหะ ขนาด < 2ปี 12mg/kg/day แบ่งวันละ 6 ครงั้ 2-5 ปี 50-100mg ทุก 4 ชโมง ไม่เกิน 600mg/day 6-11ปี 100-200mg ทุก 4 ชโมง ไม่เกิน 1.2gm/day >12ปี 200-400mg ทุก 4 ชโมง ไม่เกิน 2.4gm/day ั่ว ั่ว ั่ว ขอ้ห้ามใช/้ขอ้ควรระวัง แพย้า มีชนิดเม็ดใชใ้นผูใ้หญ่
  • 102.
    Acetylcysteine [ flumucil] ใชล้ะลายเสมหะในกลุ่มโรคCOPD อาการเสมหะเหนียวขน้ รกัษาภาวะพิษจากยาพาราเซทามอล ขนาดบรรจุซองละ 100 mg 200 mg 600 mg. injection 300 mg ขนาด เด็กกินละลายเสมหะ 50-100 mg/dose วันละ 2-4 ครงั้ ผูใ้หญ่ครงั้ละ 200mg ʘ tid สูดดม 2-5 ml ของสารละลาย 20%ผสมNSS 1:1 พ่นวันละ 3-4 ครงั้ หลงัพ่นยาขยาย หลอดลม 10-15 นาที
  • 103.
    Acetylcysteine [ flumucil] แกพิ้ษพาราเซทามอล : กิน 140mg/kg ครงั้แรก และ 70mg/kg ทุก 4 ชั่วโมงจนครบ 17 ครั้ง ขอ้ห้ามใช้ PKU ขอ้ควรระวัง โรคหอบหืดเพราะเกิดBronchospasmได้ อาการข้างเคียง คลื่น ไส้ อาเจียน ผื่น คนั หลอดลมหดตวั
  • 104.
    Ambroxol hydrochloride,Ambroxol® ยาละลายเสมหะกลุ่มเดียวกบั BROMHEXINE ขนาด กิน ฉีด 1.2-1.6mg/kg/dayวันละ3ครงั้ เด็กอายุมากกว่า 10 ปี 30mg วันละ3ครงั้ (ในผูใ้หญ่ ตอ้งการอย่างนอ้ย 40 mg./day) 5-10 ปี 15 mg วันละ 2-3ครงั้ ผลข้างเคียง ระคายกระเพาะอาหาร ควรระมัดระวังในผู้ที่ มีอาการของ PU ผลลพัธ์ ไดผ้ลนอ้ยกว่าguafenesin
  • 106.
    Gastrointestinal Pharmacology ยาลดกรด Peptic ulcer therapy ยาแก้อาเจียน ยาระบาย ยาแก้ท้องเสีย
  • 107.
    การรักษาแผลเป็บติก ลดปวด เป้าหมาย ป้องกัน กำรเป็นอำ้ กำจัดเชือ้ H. pyroli
  • 108.
    Gastrointestinal Pharmacology Antacids:กลุ่มยาน้า Weak bases:ส่วนประกอบ 1. Aluminum hydroxide ทาให้ท้องผูก 2. Magnesium hydroxide ทาให้ท้องเสีย
  • 109.
    Antacid Al(OH)3 +3HClAlCl3 + 3H2O slow Mg(OH)+ 2 HCl 2 Slow/moderate MgCl+ 2HO 2 2CaCO+ 2 HCl 3 fast CaCl+ HO+CO2 22 NaHCO3 + HCl NaCl + H2O+ CO2 fast
  • 110.
    Antacid preparation ขนาดในเด็กเล็ก0.5-1ml/kg/ครั้ง ทุก 2 ชั่ว โมงเวลาปวด หรือ 1-3 ชั่ว โมงหลงัอาหารและก่อนนอน ข้อควรระวัง การให้ในคนไข้ไตวาย และรับประทานอาหารที่ มี phosphate ต ่า หญิงมีครรภ์ใน 3 เดือนแรก ผลขา้งเคียง ท้องผูก ท้องเสีย พิษในระยะยาวจากอะลูมิเนียม สูญเสียภาวะความเป็นกรดในกระเพาะอาหารทา ให้เชื้อรา เจริญเติบโต ไม่ให้ยานี้ร่วมกบัยาDigoxin , Ferrous salt , Tetracycline , Ranitidine , Cimetidine เพราะลดการดูดซึม
  • 111.
    ประโยชน์ของยา 1. pepticulcer –DU>GU 2. Relief of Gastroesophageal reflux 3. acid indigestion, heartburn, dyspepsia 4. ป้องกันการเกิด aspiration ระหว่างการสลบ (anesthesia), coma, cesarean section 5. management of hyperphosphatemia (Al, Ca)
  • 112.
    H2 receptor blockers: Mast cells ผลิต histamine โดยมีการกระต้นุโดยสาร gastrin หรือacetylcholine Histamine กระต้นุการสร้างกรดโดย กระต้น parietal cells Cimetidine (Tagamet®) Ranitidine (Zantac®) Nizatidine (Axid®) Famotidine (Pepcid®) Reversible effect
  • 113.
  • 114.
    Ranitidine hydrochloride HistamineH2-receptor antagonist ขนาด กิน 1.5-2mg/kg/dose ทุก 8-12ชั่วโมง iv,im 0.75-1.5 mg/kg/dose ทุก 8 ชั่วโมง ขนาดสูงสุด 400mg ขอ้ห้ามใช้/ขอ้ควรระวัง ตงั้ครรภ์ ให้นมบุตร มะเร็งลา ไส-้กระเพาะ ไต วาย ปฏิกิริยาระหว่างยา midazolam ketoclonazole antacid ผลขา้งเคียง ปวดหวั วิงเวียน รบกวนลา ไส้
  • 115.
    Proton pump inhibitors: ยับย้งัเอ็นไซม์H+/K+ - ATPase ที่อยู่ใน gastric parietal cellsแบบ irreversible Omeprazole (Prilosec®) Lansoprazole (Prevacid®) Esomeprazole (Nexium®) Rabeprazole
  • 117.
    Omeprazole , Miracid® Proton-pump inhibitor drug of choiceในการรกัษาPU จากยาNSAIDS ขนาด กิน 60mg/mm2ของผิวกายวันละครงั้ก่อนอาหารเชา้ ขอ้ห้ามใช/้ขอ้ควรระวัง ตงั้ครรภ์ มะเร็งลา ไส้ ปฏิกิริยาระหว่างยา diazepam Warfarin dilantin clarithromycin ผลข้างเคียง คลื่น ไสอ้าเจียน ถ่ายเหลว ปวดขอ้
  • 118.
    Simethicone,Air-x® ยาขบัลม ขนาดอายุ <12 ปี 40mg 4 ครงั้/วัน อายุ >12 ปี 40-120mg หลงัอาหารและก่อนนอนตามตอ้งการ ข้อห้ามใช้/ข้อควรระวังไตเสื่อ ม ทานอาหารที่ มีphosphateต ่า ปฏิกิริยาระหว่างยา Tetracyclines INH Fe Warfarin ผลขา้งเคียง ท้องผูก ท้องเสีย
  • 119.
    Domperidone , Motilium® ใช้รักษาอาการคลื่น ไส้ สะอึก อาเจียน GER ปวดท้องและแน่นท้องจากการที่ ลาไส้เคลื่อนตวั นอ้ย ขนาด 0.5-1mg/5kg/dose วันละ 3-4 ครงั้ก่อนอาหาร ข้อห้ามใช้/ข้อควรระวัง พบน้อย ควรระวังในผู้ที่ ตบัไม่ดี ลา ไสอุ้ดตนั ปฏิกิริยาระหว่างยา ไม่ควรใชร้่วมกบัยา Anticholinergics และ antacid
  • 120.
    Hyoscyamine, Buscopan® Anticholinergicsใช้ร่วมกับยาอนรกัษาPU,irritable bowel, spastic ี่ colitis , bladder , renal colic ขนาด กิน 0.1ml/kg/dose ทุก 4 ชวโมงสูงสุดไม่เกิน 5 ml. ขอ้ห้ามใช้/ขอ้ควรระวัง ลา ไสอุ้ดตนั ภาวะทางศลัยกรรมในช่องท้อง ต้อ หิน myasthenia gravis ภาวะอุจจาระร่วงทมีการติดเชื้อในลา ไส้ ั่ื่อาหารเป็นพิษ ปฏิกิริยาระหว่างยา กลุ่มต้านฮิสตามีน ผลขา้งเคียง ปากแห้ง ม่านตาขยาย ท้องอืด ท้องผูก
  • 122.
    จาแนกตามขอบเขตการออกฤทธ์ิ 1. Broadspectrumออกฤทธ์ิกว้างได้แก่ - Tetracyclines - nitrofurans - chloramphenicals - amoxycillin – ampicillin 2. Medium spectrum มีผลเฉพาะแบคทีเรียแกรมบวกและลบ ไม่มี ผลต่อชนิดอื่น ได้แก่ sulfonamides , quinolone 3. Narrow spectrum ออกฤทธ์ิเฉพาะกลุ่ม penicillin ,macrolide → gram positive bacteria Aminoglycoside → gram negative bacteria metronidazole → anaerobic bacteria
  • 123.
    ฤทธิ์และกลไกในการออกฤทธิ์ ทาลายจุลชีพ (Bacteriocidal)  Penicillin  Aminoglycoside  Quinolone ยับย้งัจุลชีพ (Bacteriostatic)  Sulfonamide  Trimethoprim  Tetracycline  Chloramphenicol  Macrolide Cephalosporin Colistin Metronidazole
  • 124.
    หลักการใช้Antibiotic Therapy 1.ค้นหำเชือ้สำเหตุ 2. ประเมินกำรตอบสนองต่อชนิดยำ 3. อวัยวะที่ติดเชือ้ 4. ควำมปลอดภัยของยำและผลข้ำงเคียง 5. ปัจจัยเสี่ยงในแต่ละบุคคล 6. รำคำ
  • 125.
    หลักการใช้Antibiotic Therapy 7.ไม่ควรใช้ยำร่วมกันระหว่ำง Bacteriostatic drug กับ Bacteriocidal drug เพรำะ ต้ำน ฤทธิ์กัน 8. ระยะเวลำที่ใช้เหมำะสม 9. ใช้ยำที่ครอบคลุมกำรทำลำยเชือ้มำก ดีกว่ำ ยำที่ครอบคลุม น้อย
  • 126.
    Adverse Reactions 5%of patients will develop a hypersensitivity reaction (penicilloic acid). Rashes - most common reaction. 50% do not have a recurrent rash. Ampicillin - rash in 50-100% of patients with mononucleosis.
  • 127.
    กลุ่มเตตราซัยคลิน 1. ห้ำมใช้ในโรคตับส่วนโรคไตใช้ได้เฉพำะ ดอกอิอัยคลิน 2. หลีกเลี่ยงกำรถูกแสงแดดเพรำะยำขัดขวำงกลไกกำรกรองแสง เกิดกำร แพ้แดดมำก 3. หำกแพ้ยำชนิดหนงึ่จะแพ้ได้ทัง้กลุ่ม 4. ห้ำมใช้ในอำยุต่ำกว่ำ 8 ขวบ 5. มิโนอัยคลิน ทำให้ตำพร่ำ เป็นลมได้ 6. ยำทัง้กลุ่มสำมำรถทำให้ควำมดันสมองเพิ่ม เกิดอำกำรปวดศรีษะได้
  • 128.
    กลุ่มยาซัลฟา 1. ห้ำมให้ยำนีใ้นคนไข้ขำดกรดโฟลิกเด็กอำยุต่ำกว่ำ 2 เดือน แพ้ยำนี้ 2. เสริมฤทธิ์ยำลดนำ้ตำลในเลือดกลุ่มอัลโฟนิล ยูเรีย 3. หำกใช้ร่วมกับ ยำขับปัสสำวะไธอะไอด์ จะทำให้เกล็ดเลือดต่ำ เลือดออกง่ำย 4. ต้องดื่มนำ้ตำมมำกๆ จะเกิดนิ่วได้ง่ำย
  • 129.
    ฟลูออโรควิโนโลน 1. ยำบำงชนิดทำให้ควำมดันในสมองสูงขึน้ทำให้ชัก ได้แก่ไอโพร พรอกอำอิน 2. เกิดกำรแพ้แดดได้มำก ทุกตัวแม้จะใช้ยำกันแดดก็ตำม 3. ลดขนำดลงในโรคไต ผลข้ำงเคียง 1. พบบ่อย คลื่นไส้ อำเจียน 2. พบน้อย ปวดท้อง ปวดศีรษะ
  • 131.
    Penicillin v potassium รกัษาgram positive cocci ยกเว้น staphylococcus ขนาด 200,000 u =125 mg. , 400,000 u / tab=250 mg. 125 mg. , 250 mg. / tsp. ขนาด อายุ <12 ปี 25-50mg/kg/day อายุ >12 ปี 125-500mg ทุก 6-8 ชั่ว โมง ขนาดป้องกนัไขรู้มาติก อายุ < 5 ปี 125mg วันละ 2 ครงั้ อายุ > 5 ปี 250mg วันละ 2 ครงั้
  • 132.
    Amoxicillin ยาฆ่าเชื้อกลุ่มเพนนิซิลลินที่ ไวต่อการถูกทาลายโดยpenicillinase ใชร้กัษาการติด เชื้อทางเดินหายใจ ผิวหนงั ทางเดินปัสสาวะ otitis media ไซนสัอกัเสบ และใช้ ป้องกนั subacute bacterial endocarditis ขนาด รักษาโรคติดเชื้อ กิน 20-50mg/kg/day แบ่งทุก 8-12 ชั่วโมง ป้องกัน SBE 50mg/kg 1ชั่วโมงก่อนทาหัตถการ ขอ้ห้าม แพย้ากล่มุpenicillin ขนาด 250 mg ,500 mg ,1000 mg/cap 125 mg / tsp.
  • 133.
    C0-amoxiclav ,Augmentin Amoxycillin625 mg + Clavulanic acid 125 mg. Clavulanic Acidจะไปรวมและยบัยงั้ β-lactamase ทา ให้ เอ็นไซม์ไม่มีผลต่อ Amoxicillin ใชไ้ดก้บัการติดเชื้อระบบทางเดินหายใจส่วนบนและส่วนล่าง ภาวะแทรกซอ้นในระบบทางเดินหายใจ เช่นไซนสัอกัเสบ หู นา้หนวก ขนาด ใชต้ามขนาดของ amoxicillin คือ 20-50mg/kg/day
  • 134.
    Dicloxacillin sodium สาหรับการติดเชื้อที่ สรา้งเอนไซม์ penicillinase ดูดซึมไดดี้กว่า cloxacillin ขนาด 250 mg ,500 mg / cap. , 62.5 mg/ 5 ml ขนาด นน.< 40kg 12.5-50mg/kg/day แบ่งให้ทุก 6 ชั่ว โมง นน.>40kg 125-500mg ทุก 6 ชั่ว โมง แพย้ากลุ่มpenicillin ข้อห้าม ในผู้ที่
  • 135.
    Erythromycin estolate กล่มุmacrolidesรกัษาการติดเช้อื mycoplasma pneumoniae ,legionella pneumonia , diphtheria , pertussis ,chancroid , Chlamydia ,campylobactor , bacteriostatic effect ขนาด 250 mg /tab 125 mg / tsp. ขนาด estolate 30-50mg/kg/day แบ่งทุก8-12 ชั่วโมง stearate 20-40mg/kg/day แบ่งทุก6
  • 136.
    อีริโทรมัยซิน Erythromycin 1.กำรใช้ร่วมกับ เพนิอิลลิน ลินโคมัยอินจะทำลำยฤทธิ์ยำเหล่ำนี้ 2. ขัดขวำงกำรขับถ่ำยธีโอฟัยลิน ทำให้เกิดพิษได้ง่ำย 3. มีกำรยับยัง้ฤทธิ์กำรทำลำยแบคทีเรียอึ่งกันและกันระหว่ำงยำ ไรแฟมปิอิน กับ อีริโทรมัยอิน 4. เสริมฤทธิ์กำรทำลำยกล้ำมเนือ้กับยำลดไขมันกลุ่ม statin ทำให้เกิดภำวะกรดในเลือด ทำให้ตำยได้ 5. กินยำเกินขนำดทำให้หูตึง มีเสียงดังในหู ท้องเสีย อำเจียน กระเพำะเป็นตะคริว