หลักไวยากรณ์ ภาษาอังกฤษ
ประโยค คือส่ วนทีสาคัญทีสุดในโครงสร้ าง
                     ่       ่
ไวยากรณ์ ภาษาอังกฤษ เพราะในชีวตประจาวัน
                                      ิ
เรามักพูดออกมาเป็ นประโยค เพือสื่ อสารให้ ผ้ ูอน
                                    ่           ื่
เข้ าใจ แต่ ประโยคนั้นประกอบขึนด้ วยคาต่ างๆ
                                  ้
ดังนั้นถ้ าเราจะเริ่มศึกษาวิธีการแต่ งประโยค เราจึง
ต้ องเริ่มต้ นศึกษาจากคาก่ อน
Words
   ชนิดของคาในภาษาอังกฤษมี 8 ชนิดด้วยกัน คือ
       1. Nouns (คานาม)
เช่น God, man, John, American, friend, star, stone, air, mile,
beauty ใช้เรี ยกคน สัตว์ สิ่ งของ แนวคิด นามธรรม และความเชื่อ
       2. Pronouns (คาสรรพนาม)
เช่น I, you, he, she, my, your, his, that, who, what, which, one,
some ใช้เรี ยกแทนคานาม จะได้ไม่ตองเอ่ยนามนั้นซ้ าอีก
                                       ้
3. Adjectives (คาคุณศัพท์ )
ใช้ขยาย noun กับ pronoun เพื่อบรรยายให้เห็นลักษณะของ noun
กับ pronoun ชัดเจนยิงขึ้น แบ่งออกเป็ น adjective สาหรับบอก
                     ่
ลักษณะ บอกปริ มาณ และบอกจานวน
   - Qualifier Adjectives หรื อคาคุณศัพท์ที่ใช้บอกลักษณะ เช่น
beautiful, healthy, kind, poor, fast, dry, black

 4. Verbs (คากริยา)
 เช่น go, take, fight, speak, sleep, wait ใช้แสดงกริ ยา
 อาการต่างๆ เป็ นส่ วนสาคัญในภาคแสดงของประโยค นอกจากนี้ คากริ ยา
 ยังแบ่งได้เป็ น กริ ยาแท้ และกริ ยาไม่แท้
     - Finite Verbs กริ ยาแท้หรื อคากริ ยาที่สามารถผันตามประธาน
 และรู ปกาลได้
     - Non-finite Verbs (Verbals) กริ ยาไม่แท้ ไม่สามารถ
 เปลี่ยนรู ปได้
5. Adverbs (คาวิเศษณ์ )
เช่น well, fast, long, gently, recently,
again, yesterday, soon, rather, perhaps,
not ใช้ขยาย verb, adverb, adjective,
preposition, conjunction, phrase,
                               ั
sentence เพื่อเพิ่มความหมายให้กบสิ่ งที่ถกขยาย
                                         ู


6. Prepositions (คาบุพบท)
เช่น at, in, into, of, for ใช้เชื่อมกริ ยากับส่ วนต่างๆ
ของประโยค เพื่อบอกเวลา สถานที่ และทิศทาง ทาให้
ประโยคสมบูรณ์
7. Conjunctions (คาสั นธาน)
เช่น and, but, or, nor, that, if, because ใช้
เชื่อมคาหรื อประโยค มีท้ ง conjunction แบบคล้อยตาม
                          ั
ขัดแย้ง และเป็ นเหตุเป็ นผล

8. Interjections (คาอุทาน)
เช่น oh, alas, hurrah ใช้แสดงความรู้สึกหรื ออารมณ์
ต่างๆ
ในภาษาอังกฤษคาหนึ่ งคาอาจจะเป็ นได้มากกว่าหนึ่ งชนิ ด แต่
เมื่อใช้ในบริ บทหนึ่งๆ แล้ว คาๆ นั้นจะทาหน้าที่ได้แค่เพียง
อย่างเดียว เช่น อาจจะเป็ น verb หรื อ noun หรื อ อาจ
เป็ น adverb หรื อ preposition ก็ได้ ตัวอย่างเช่น

Look:
         Look at that. (Look = verb)
         Let me have a look at that.
         (look = noun)
Walk: He walked all the way here.
      (walked = verb)
       He is taking a walk. (walk = noun)
   In: Is John in? (in = adverb)
       In the house. (In = preposition)
Singular & Plural 10 นามพหูพจน์ ทคล้ ายเอกพจน์
                                 ี่

      คาศัพท์                 คาแปล
    majority                คนส่วนใหญ่
     cattle                  วัวควาย
     police                   ตารวจ
    minority                คนส่วนน้ อย
    poultry                    เป็ ดไก่
    people                   ประชาชน
นอกจากนี้แล้ว ยังมีการเอาคาคุณศัพท์มาทาเป็ นคานาม
พหูพจน์อีกด้วย เช่น
The rich บรรดาคนรวย
The poor บรรดาคนจน
** ตัวอย่างประโยค **
The majority in this country are rich.
คนส่ วนใหญ่ในประเทศนี้รวย
People are waiting for help from the
government.
ประชาชนต่างรอความช่วยเหลือจากรัฐบาล
Singular & Plural 9 นามลงท้ ายด้ วย s
           แต่ เป็ นเอกพจน์
  นามต่ อไปไปนีลงท้ ายด้ วย s
               ้
  คาศัพท์                   คาแปล
  news                        ข่าว
 politics                  การเมือง
statistics                   สถิติ
economics               เศรษฐศาสตร์
 physics                  วิชาฟิ สิ กส์
** ตัวอย่างประโยค **
Divorce statistics has been increasing
since 1990.
สถิติการหย่าร้างได้เพิมขึ้นตั้งแต่ปี 1990
                      ่
News about the end of the world is
spreading quickly.
ข่าวเกี่ยวกับวันอวสานโลกได้แพร่ กระจายไปอย่างรวดเร็ ว
ชนิดของคา (Parts of speech)
คาในภาษาอังกฤษอาจแบ่งออกได้เป็ น 8 ชนิด ได้แก่ คานาม
คาสรรพนาม คากริ ยา คาคุณศัพท์ คากริ ยาวิเศษณ์ คาบุพบท
คาสันธาน และคาอุทาน ตามรายละเอียดเพื่อการทบทวน
ดังต่อไปนี้
                       คานาม (Nouns)
คือ คาที่ใช้ เรี ยกคน สัตว์ สิ่งของ สถานที่ การกระทา ความคิด
สภาวะ หรื อมโนทัศน์
ประเภทของคานาม
คานามสามารถแบ่ งเป็ น 2 ประเภทใหญ่ ๆ คือ
proper nouns และ common nouns ดังนี ้
คานามสามารถแบ่ งเป็ น 2 ประเภทใหญ่ ๆ คือ
proper nouns และ common nouns
ดังนี้
    Proper nouns คือ คานามทีเ่ ป็ นชื่อเฉพาะ ซึ่งใช้ เรียก
คน สถานที่ สิ่ งของ องค์ การ เดือน และวัน เป็ นต้ น ซึ่งจะเขียน
ขึนต้ นด้ วยอักษรตัวพิมพ์ใหญ่ (capital letter) เช่ น
  ้
Mrs. Kitaya Sriri, Mr. Alvarez, Ms.
Mendelson, Thailand, Bangkok, Buriram
Sukhothai Thammathirat Open
University, September, Monday เป็ นต้ น
Common nouns คือ คานามทัวๆ ไป ทีใช้ เรียกคน
                                          ่     ่
สั ตว์ สิ่ งของ สถานที่ ความคิด สภาวะ หรือมโนทัศน์ เช่ น
people, goodwill, team, table, subject,
ministry, weekdays, knowledge เป็ นต้ น
นอกจากนี้ common nouns อาจเป็ นคานามผสม
(compound nouns) เช่ น editor in chief,
vice president, son-in-law, board of
directors คานามประเภทนียงสามารถแบ่ งออกได้ เป็ น 3
                                 ้ั
ประเภทใหญ่ ๆ คือ countable nouns,
uncountable nouns และ collective nouns
ดังนี้
การใช้ คาทีถูกต้ อง
                            ่
Countable nouns (คานามนับได้ ) คือคานามที่ใช้ เรียก
สิ่ งทีนับได้ จะมีรูปพหูพจน์ และมีคาแสดงจานวนนับกากับได้
       ่
เช่ น one book (two books), a child (three
children), a friend (some friends) ใน
ภาษาอังกฤษ คานามนับได้ เอกพจน์ จะต้ องมีคากากับนามนา
เสมอ เช่ น This letter was signed by the
Director. และ The visit was successful and
paved ways to many new collaborative
projects.
   ส่ วนคานามนับได้พหูพจน์ไม่ตองมีคากากับนามนาในกรณี
                              ้
ที่ไม่ช้ ีเฉพาะ เช่น Adjustments can be made
as needed. และ Organizations
sometimes provide guidelines for
effective participation in international
meetings. เป็ นต้น
Uncountable nouns (คานามนับไม่ ได้ ) คือ คานามทีใช้ เรียกสิ่ งที่
                                                           ่
นับไม่ ได้ คานามประเภทนีไม่ มรูปพหูพจน์ และจะต้ องไม่ มคาแสดงจานวน
                          ้ ี                          ี
นับ (เช่ น one, two, three, etc.) กากับ คานามในกลุ่มนีส่วนใหญ่
                                                             ้
เป็ นคานามทีใช้ เรียกของแข็ง (เช่ น wood, iron) ของเหลว (เช่ น
             ่
water, milk, coffee) ก๊ าซ (เช่ น air, oxygen, hydrogen)
สิ่ งทีประกอบขึนจากอนุภาค (เช่ น powder, flour, milk)
       ่       ้
การกระทาหรือสภาวะ (เช่ น swimming, exercising, living,
boxing) ความรู้สึก (เช่ น love, hate, fear, passion)
วิชาการสาขาต่ างๆ (เช่ น astronomy, science and
technology, geography, history, economics,
finance) คานามทีเ่ ป็ นนามธรรมบางคา (เช่ น goodness,
kindness, friendship, virtue, childhood,
knowledge, information, advice) และคาอืนๆ                ่
(เช่ น furniture, luggage, baggage, money, traffic,
pay, accommodation, music, meat) คานามนับไม่ ได้ ไม่
ต้ องมีคากากับนามกากับในกรณีทไม่ ชี้เฉพาะ
                                   ี่
เช่น Accommodation will be provided for
all delegates. การกล่าวถึงปริ มาณของคานามนับไม่ได้จะ
มีวธีที่แตกต่างกันไป อาทิ นับตามจานวนชิ้นหรื อจานวนภาชนะ
    ิ
ที่ใส่ เช่น three cups of coffee/tea/news/
information/luggage เป็ นต้น
ในภาษาอังกฤษมีคานามหลายคาที่เป็ นได้ท้ งคานามนับได้และ
                                            ั
คานามนับไม่ได้ แต่ความหมายจะแตกต่างกัน เช่น คาว่า
company หากเป็ นคานามนับไม่ได้ จะหมายถึง เพื่อนหรื อ
แขก แต่หากเป็ นคานามนับได้เอกพจน์หรื อพหูพจน์
company/companies จะหมายถึง บริ ษท ดังนั้น ในการ  ั
ใช้คานามให้ถกต้อง หากไม่มนใจว่าคานามแต่ละคาเป็ นคานาม
               ู             ั่
ประเภทใดและมีความหมายแตกต่างกันอย่างไรบ้าง ก็จาเป็ นต้อง
ตรวจสอบจากพจนานุกรมเสี ยก่อน
 Collective nouns คือ คานามทีใช้ เรียกกลุ่ม (groups)
                                        ่
แต่ มกใช้ เพือหมายถึงหน่ วยเดียว จึงนิยมใช้ กบกริยาในรู ปเอกพจน์
      ั      ่                                ั
เช่ น committee, audience, community,
jury, tribe ดังตัวอย่าง
The committee meets at 9 a.m. today to
consider the proposal.
คานามพหูพจน์ (Plural nouns)
ในภาษาอังกฤษ คานามนับได้เมื่อเป็ นพหูพจน์ จะมีรูปที่แตกต่าง
ออกไป การเปลี่ยนคานามนับได้เอกพจน์ให้เป็ นพหูพจน์ มี
ข้อสังเกตดังต่อไปนี้
(1) คานามส่ วนมาก ทาให้ เป็ นพหูพจน์ ได้ ด้วยการเติม s ท้ ายคา
(2) คานามที่ลงท้ ายด้ วย s, x, z, sh, หรือ ch ให้ เติม es
(3) คานามทีลงท้ ายด้ วย y เมือหน้ า y เป็ นสระ (a, e, i, o
             ่               ่
หรือ u) ให้ เติม s ท้ ายคา
 **ข้ อยกเว้ นสาหรับคานามชี้เฉพาะ** (proper nouns)
 ทีลงท้ ายด้ วย y เมือหน้ า y เป็ นพยัญชนะ จะต้ องเปลียน y
   ่                 ่                                ่
 เป็ น i แล้วจึงเติม es
(4) คานามทีลงท้ ายด้ วย o ส่ วนใหญ่ จะเติม s ท้ ายคาได้ เลย
             ่
 แต่ บางคาต้ องเติม e ก่อนเติม s ในขณะทีบางคาจะเติม e
                                          ่
                   ก่อนเติม s หรือไม่ กได
                                       ็

(5) คานามทีลงท้ ายด้ วย f หรือ fe บางคา จะเปลียน f หรือ
             ่                                  ่
fe เป็ น v แล้วเติม es แต่ บางคาเติม s ได้ เลย ในขณะที่
บางคาใช้ ได้ ท้งสองรู ป
               ั
(6) คานามบางคาเปลียนเป็ นพหูพจน์ โดยการเติม en
                   ่
(หรือ ren) ท้ ายคา
(7) คานามบางคาเปลียนเป็ นพหูพจน์ โดยการเปลียนรู ป
                     ่                     ่
สระ
(8) คานามทียมมาจากภาษาอืน ซึ่งส่ วนใหญ่ ยมมาจากละติน
           ่ื             ่              ื
และกรีก มักจะมีรูปพหูพจน์ ตามภาษาเดิม
(9) คานามบางคามีรูปเอกพจน์ และพหูพจน์ เหมือนกัน
อนึ่ง คานามบางคามีรูปเพียงรู ปเดียว กล่าวคือ บางคาเป็ น
คานามเอกพจน์เสมอ แม้จะลงท้ายด้วย s ในขณะที่บางคา
ถือเป็ นคานามพหูพจน์เสมอ ต้องลงท้ายด้วย s และไม่มีรูป
เอกพจน์

ตัวอย่ างคาทีเ่ ป็ นพหูพจน์ เสมอ: thanks, scissors,
pants, trousers, binoculars, belongings
ตัวอย่างคาทีเ่ ป็ นเอกพจน์ เสมอ: news, athematics,
headquarters, acoustics, mumps,
billiards, physics
(10) คานามผสม (Compound nouns) เปลียนเป็ น  ่
พหูพจน์ ได้ หลายลักษณะ ขึนอยู่กบลักษณะการผสมคา อาทิ
                         ้     ั
กรณีทคานามผสมเขียนแยกคา คาสาคัญหรือคาหลักจะเปลียน
         ี่                                       ่
รู ปเป็ นพหูพจน์
ส่ วนเติมท้ ายคา (Suffixes) ทีทาให้ คาชนิดอืนกลายเป็ น
                                ่             ่
คานาม (Noun suffixes)
คานามบางคาเกิดจากการทาให้คาชนิดอื่นกลายมาเป็ น
คานามด้วยการเติม suffixes หรื อส่ วนที่เติมท้ายคา
เช่น –ation (เช่น taxation, organization,
explanation), -ment (เช่น government,
entertainment), -y (เช่น honesty), -ity (เช่น
sincerity, rapidity, diversity), -ness (เช่น
awareness, happiness, sadness) เป็ นต้น ซึ่ ง
ความรู ้เกี่ยวกับ suffixes เหล่านี้จะช่วยให้สามารถใช้คา
ต่างๆ ได้ถกต้องแม่นยายิงขึ้น และช่วยให้สามารถขยายวงศัพท์
             ู           ่
ได้กว้างขวางยิงขึ้นอีกด้วย
                 ่
ตาแหน่ งของคานามในประโยค

                ่
คานามสามารถอยูได้หลายตาแหน่งในประโยค ดังนี้
- ตาแหน่งประธาน เช่น The policy will be
implemented in July.
- ตาแหน่งกรรม เช่น We received your
confirmation last week.
- ตาแหน่งกรรมตรงและกรรมรอง เช่น We have sent
your representatives the itineraries as
requested. (representatives เป็ นกรรมรอง และ
itineraries เป็ นกรรมตรง)
- ตาแหน่งอนุกรรมของบุพบท เช่น Our Prime
Minister went to Japan last week.

- ตาแหน่งส่ วนเสริ มประธาน (subject
complement) เช่น Mr. Pipattanachai
became president of Siam Association.

- ตาแหน่งส่ วนเสริ มกรรม (object complement)
เช่น The members elected George
Robinson their leader
การเรียนร้ ู ภาษาอังกฤษ
โดย WWW.KRUPU.COM/HOMEWORKS




   นางกฤตยา ศรีริ

Kitaya2013 tabletnotest

  • 1.
    หลักไวยากรณ์ ภาษาอังกฤษ ประโยค คือส่วนทีสาคัญทีสุดในโครงสร้ าง ่ ่ ไวยากรณ์ ภาษาอังกฤษ เพราะในชีวตประจาวัน ิ เรามักพูดออกมาเป็ นประโยค เพือสื่ อสารให้ ผ้ ูอน ่ ื่ เข้ าใจ แต่ ประโยคนั้นประกอบขึนด้ วยคาต่ างๆ ้ ดังนั้นถ้ าเราจะเริ่มศึกษาวิธีการแต่ งประโยค เราจึง ต้ องเริ่มต้ นศึกษาจากคาก่ อน
  • 2.
    Words ชนิดของคาในภาษาอังกฤษมี 8 ชนิดด้วยกัน คือ 1. Nouns (คานาม) เช่น God, man, John, American, friend, star, stone, air, mile, beauty ใช้เรี ยกคน สัตว์ สิ่ งของ แนวคิด นามธรรม และความเชื่อ 2. Pronouns (คาสรรพนาม) เช่น I, you, he, she, my, your, his, that, who, what, which, one, some ใช้เรี ยกแทนคานาม จะได้ไม่ตองเอ่ยนามนั้นซ้ าอีก ้
  • 3.
    3. Adjectives (คาคุณศัพท์) ใช้ขยาย noun กับ pronoun เพื่อบรรยายให้เห็นลักษณะของ noun กับ pronoun ชัดเจนยิงขึ้น แบ่งออกเป็ น adjective สาหรับบอก ่ ลักษณะ บอกปริ มาณ และบอกจานวน - Qualifier Adjectives หรื อคาคุณศัพท์ที่ใช้บอกลักษณะ เช่น beautiful, healthy, kind, poor, fast, dry, black 4. Verbs (คากริยา) เช่น go, take, fight, speak, sleep, wait ใช้แสดงกริ ยา อาการต่างๆ เป็ นส่ วนสาคัญในภาคแสดงของประโยค นอกจากนี้ คากริ ยา ยังแบ่งได้เป็ น กริ ยาแท้ และกริ ยาไม่แท้ - Finite Verbs กริ ยาแท้หรื อคากริ ยาที่สามารถผันตามประธาน และรู ปกาลได้ - Non-finite Verbs (Verbals) กริ ยาไม่แท้ ไม่สามารถ เปลี่ยนรู ปได้
  • 4.
    5. Adverbs (คาวิเศษณ์) เช่น well, fast, long, gently, recently, again, yesterday, soon, rather, perhaps, not ใช้ขยาย verb, adverb, adjective, preposition, conjunction, phrase, ั sentence เพื่อเพิ่มความหมายให้กบสิ่ งที่ถกขยาย ู 6. Prepositions (คาบุพบท) เช่น at, in, into, of, for ใช้เชื่อมกริ ยากับส่ วนต่างๆ ของประโยค เพื่อบอกเวลา สถานที่ และทิศทาง ทาให้ ประโยคสมบูรณ์
  • 5.
    7. Conjunctions (คาสันธาน) เช่น and, but, or, nor, that, if, because ใช้ เชื่อมคาหรื อประโยค มีท้ ง conjunction แบบคล้อยตาม ั ขัดแย้ง และเป็ นเหตุเป็ นผล 8. Interjections (คาอุทาน) เช่น oh, alas, hurrah ใช้แสดงความรู้สึกหรื ออารมณ์ ต่างๆ
  • 6.
    ในภาษาอังกฤษคาหนึ่ งคาอาจจะเป็ นได้มากกว่าหนึ่งชนิ ด แต่ เมื่อใช้ในบริ บทหนึ่งๆ แล้ว คาๆ นั้นจะทาหน้าที่ได้แค่เพียง อย่างเดียว เช่น อาจจะเป็ น verb หรื อ noun หรื อ อาจ เป็ น adverb หรื อ preposition ก็ได้ ตัวอย่างเช่น Look: Look at that. (Look = verb) Let me have a look at that. (look = noun) Walk: He walked all the way here. (walked = verb) He is taking a walk. (walk = noun) In: Is John in? (in = adverb) In the house. (In = preposition)
  • 7.
    Singular & Plural10 นามพหูพจน์ ทคล้ ายเอกพจน์ ี่ คาศัพท์ คาแปล majority คนส่วนใหญ่ cattle วัวควาย police ตารวจ minority คนส่วนน้ อย poultry เป็ ดไก่ people ประชาชน
  • 8.
    นอกจากนี้แล้ว ยังมีการเอาคาคุณศัพท์มาทาเป็ นคานาม พหูพจน์อีกด้วยเช่น The rich บรรดาคนรวย The poor บรรดาคนจน ** ตัวอย่างประโยค ** The majority in this country are rich. คนส่ วนใหญ่ในประเทศนี้รวย People are waiting for help from the government. ประชาชนต่างรอความช่วยเหลือจากรัฐบาล
  • 9.
    Singular & Plural9 นามลงท้ ายด้ วย s แต่ เป็ นเอกพจน์ นามต่ อไปไปนีลงท้ ายด้ วย s ้ คาศัพท์ คาแปล news ข่าว politics การเมือง statistics สถิติ economics เศรษฐศาสตร์ physics วิชาฟิ สิ กส์
  • 10.
    ** ตัวอย่างประโยค ** Divorcestatistics has been increasing since 1990. สถิติการหย่าร้างได้เพิมขึ้นตั้งแต่ปี 1990 ่ News about the end of the world is spreading quickly. ข่าวเกี่ยวกับวันอวสานโลกได้แพร่ กระจายไปอย่างรวดเร็ ว
  • 11.
    ชนิดของคา (Parts ofspeech) คาในภาษาอังกฤษอาจแบ่งออกได้เป็ น 8 ชนิด ได้แก่ คานาม คาสรรพนาม คากริ ยา คาคุณศัพท์ คากริ ยาวิเศษณ์ คาบุพบท คาสันธาน และคาอุทาน ตามรายละเอียดเพื่อการทบทวน ดังต่อไปนี้ คานาม (Nouns) คือ คาที่ใช้ เรี ยกคน สัตว์ สิ่งของ สถานที่ การกระทา ความคิด สภาวะ หรื อมโนทัศน์ ประเภทของคานาม คานามสามารถแบ่ งเป็ น 2 ประเภทใหญ่ ๆ คือ proper nouns และ common nouns ดังนี ้
  • 12.
    คานามสามารถแบ่ งเป็ น2 ประเภทใหญ่ ๆ คือ proper nouns และ common nouns ดังนี้ Proper nouns คือ คานามทีเ่ ป็ นชื่อเฉพาะ ซึ่งใช้ เรียก คน สถานที่ สิ่ งของ องค์ การ เดือน และวัน เป็ นต้ น ซึ่งจะเขียน ขึนต้ นด้ วยอักษรตัวพิมพ์ใหญ่ (capital letter) เช่ น ้ Mrs. Kitaya Sriri, Mr. Alvarez, Ms. Mendelson, Thailand, Bangkok, Buriram Sukhothai Thammathirat Open University, September, Monday เป็ นต้ น
  • 13.
    Common nouns คือคานามทัวๆ ไป ทีใช้ เรียกคน ่ ่ สั ตว์ สิ่ งของ สถานที่ ความคิด สภาวะ หรือมโนทัศน์ เช่ น people, goodwill, team, table, subject, ministry, weekdays, knowledge เป็ นต้ น นอกจากนี้ common nouns อาจเป็ นคานามผสม (compound nouns) เช่ น editor in chief, vice president, son-in-law, board of directors คานามประเภทนียงสามารถแบ่ งออกได้ เป็ น 3 ้ั ประเภทใหญ่ ๆ คือ countable nouns, uncountable nouns และ collective nouns ดังนี้
  • 14.
    การใช้ คาทีถูกต้ อง ่ Countable nouns (คานามนับได้ ) คือคานามที่ใช้ เรียก สิ่ งทีนับได้ จะมีรูปพหูพจน์ และมีคาแสดงจานวนนับกากับได้ ่ เช่ น one book (two books), a child (three children), a friend (some friends) ใน ภาษาอังกฤษ คานามนับได้ เอกพจน์ จะต้ องมีคากากับนามนา เสมอ เช่ น This letter was signed by the Director. และ The visit was successful and paved ways to many new collaborative projects. ส่ วนคานามนับได้พหูพจน์ไม่ตองมีคากากับนามนาในกรณี ้ ที่ไม่ช้ ีเฉพาะ เช่น Adjustments can be made as needed. และ Organizations sometimes provide guidelines for effective participation in international meetings. เป็ นต้น
  • 15.
    Uncountable nouns (คานามนับไม่ได้ ) คือ คานามทีใช้ เรียกสิ่ งที่ ่ นับไม่ ได้ คานามประเภทนีไม่ มรูปพหูพจน์ และจะต้ องไม่ มคาแสดงจานวน ้ ี ี นับ (เช่ น one, two, three, etc.) กากับ คานามในกลุ่มนีส่วนใหญ่ ้ เป็ นคานามทีใช้ เรียกของแข็ง (เช่ น wood, iron) ของเหลว (เช่ น ่ water, milk, coffee) ก๊ าซ (เช่ น air, oxygen, hydrogen) สิ่ งทีประกอบขึนจากอนุภาค (เช่ น powder, flour, milk) ่ ้ การกระทาหรือสภาวะ (เช่ น swimming, exercising, living, boxing) ความรู้สึก (เช่ น love, hate, fear, passion) วิชาการสาขาต่ างๆ (เช่ น astronomy, science and technology, geography, history, economics, finance) คานามทีเ่ ป็ นนามธรรมบางคา (เช่ น goodness, kindness, friendship, virtue, childhood, knowledge, information, advice) และคาอืนๆ ่ (เช่ น furniture, luggage, baggage, money, traffic, pay, accommodation, music, meat) คานามนับไม่ ได้ ไม่ ต้ องมีคากากับนามกากับในกรณีทไม่ ชี้เฉพาะ ี่
  • 16.
    เช่น Accommodation willbe provided for all delegates. การกล่าวถึงปริ มาณของคานามนับไม่ได้จะ มีวธีที่แตกต่างกันไป อาทิ นับตามจานวนชิ้นหรื อจานวนภาชนะ ิ ที่ใส่ เช่น three cups of coffee/tea/news/ information/luggage เป็ นต้น
  • 17.
    ในภาษาอังกฤษมีคานามหลายคาที่เป็ นได้ท้ งคานามนับได้และ ั คานามนับไม่ได้ แต่ความหมายจะแตกต่างกัน เช่น คาว่า company หากเป็ นคานามนับไม่ได้ จะหมายถึง เพื่อนหรื อ แขก แต่หากเป็ นคานามนับได้เอกพจน์หรื อพหูพจน์ company/companies จะหมายถึง บริ ษท ดังนั้น ในการ ั ใช้คานามให้ถกต้อง หากไม่มนใจว่าคานามแต่ละคาเป็ นคานาม ู ั่ ประเภทใดและมีความหมายแตกต่างกันอย่างไรบ้าง ก็จาเป็ นต้อง ตรวจสอบจากพจนานุกรมเสี ยก่อน Collective nouns คือ คานามทีใช้ เรียกกลุ่ม (groups) ่ แต่ มกใช้ เพือหมายถึงหน่ วยเดียว จึงนิยมใช้ กบกริยาในรู ปเอกพจน์ ั ่ ั เช่ น committee, audience, community, jury, tribe ดังตัวอย่าง The committee meets at 9 a.m. today to consider the proposal.
  • 18.
    คานามพหูพจน์ (Plural nouns) ในภาษาอังกฤษคานามนับได้เมื่อเป็ นพหูพจน์ จะมีรูปที่แตกต่าง ออกไป การเปลี่ยนคานามนับได้เอกพจน์ให้เป็ นพหูพจน์ มี ข้อสังเกตดังต่อไปนี้ (1) คานามส่ วนมาก ทาให้ เป็ นพหูพจน์ ได้ ด้วยการเติม s ท้ ายคา (2) คานามที่ลงท้ ายด้ วย s, x, z, sh, หรือ ch ให้ เติม es (3) คานามทีลงท้ ายด้ วย y เมือหน้ า y เป็ นสระ (a, e, i, o ่ ่ หรือ u) ให้ เติม s ท้ ายคา **ข้ อยกเว้ นสาหรับคานามชี้เฉพาะ** (proper nouns) ทีลงท้ ายด้ วย y เมือหน้ า y เป็ นพยัญชนะ จะต้ องเปลียน y ่ ่ ่ เป็ น i แล้วจึงเติม es
  • 19.
    (4) คานามทีลงท้ ายด้วย o ส่ วนใหญ่ จะเติม s ท้ ายคาได้ เลย ่ แต่ บางคาต้ องเติม e ก่อนเติม s ในขณะทีบางคาจะเติม e ่ ก่อนเติม s หรือไม่ กได ็ (5) คานามทีลงท้ ายด้ วย f หรือ fe บางคา จะเปลียน f หรือ ่ ่ fe เป็ น v แล้วเติม es แต่ บางคาเติม s ได้ เลย ในขณะที่ บางคาใช้ ได้ ท้งสองรู ป ั (6) คานามบางคาเปลียนเป็ นพหูพจน์ โดยการเติม en ่ (หรือ ren) ท้ ายคา (7) คานามบางคาเปลียนเป็ นพหูพจน์ โดยการเปลียนรู ป ่ ่ สระ (8) คานามทียมมาจากภาษาอืน ซึ่งส่ วนใหญ่ ยมมาจากละติน ่ื ่ ื และกรีก มักจะมีรูปพหูพจน์ ตามภาษาเดิม
  • 20.
    (9) คานามบางคามีรูปเอกพจน์ และพหูพจน์เหมือนกัน อนึ่ง คานามบางคามีรูปเพียงรู ปเดียว กล่าวคือ บางคาเป็ น คานามเอกพจน์เสมอ แม้จะลงท้ายด้วย s ในขณะที่บางคา ถือเป็ นคานามพหูพจน์เสมอ ต้องลงท้ายด้วย s และไม่มีรูป เอกพจน์ ตัวอย่ างคาทีเ่ ป็ นพหูพจน์ เสมอ: thanks, scissors, pants, trousers, binoculars, belongings ตัวอย่างคาทีเ่ ป็ นเอกพจน์ เสมอ: news, athematics, headquarters, acoustics, mumps, billiards, physics
  • 21.
    (10) คานามผสม (Compoundnouns) เปลียนเป็ น ่ พหูพจน์ ได้ หลายลักษณะ ขึนอยู่กบลักษณะการผสมคา อาทิ ้ ั กรณีทคานามผสมเขียนแยกคา คาสาคัญหรือคาหลักจะเปลียน ี่ ่ รู ปเป็ นพหูพจน์ ส่ วนเติมท้ ายคา (Suffixes) ทีทาให้ คาชนิดอืนกลายเป็ น ่ ่ คานาม (Noun suffixes) คานามบางคาเกิดจากการทาให้คาชนิดอื่นกลายมาเป็ น คานามด้วยการเติม suffixes หรื อส่ วนที่เติมท้ายคา เช่น –ation (เช่น taxation, organization, explanation), -ment (เช่น government, entertainment), -y (เช่น honesty), -ity (เช่น sincerity, rapidity, diversity), -ness (เช่น awareness, happiness, sadness) เป็ นต้น ซึ่ ง ความรู ้เกี่ยวกับ suffixes เหล่านี้จะช่วยให้สามารถใช้คา ต่างๆ ได้ถกต้องแม่นยายิงขึ้น และช่วยให้สามารถขยายวงศัพท์ ู ่ ได้กว้างขวางยิงขึ้นอีกด้วย ่
  • 22.
    ตาแหน่ งของคานามในประโยค ่ คานามสามารถอยูได้หลายตาแหน่งในประโยค ดังนี้ - ตาแหน่งประธาน เช่น The policy will be implemented in July. - ตาแหน่งกรรม เช่น We received your confirmation last week. - ตาแหน่งกรรมตรงและกรรมรอง เช่น We have sent your representatives the itineraries as requested. (representatives เป็ นกรรมรอง และ itineraries เป็ นกรรมตรง)
  • 23.
    - ตาแหน่งอนุกรรมของบุพบท เช่นOur Prime Minister went to Japan last week. - ตาแหน่งส่ วนเสริ มประธาน (subject complement) เช่น Mr. Pipattanachai became president of Siam Association. - ตาแหน่งส่ วนเสริ มกรรม (object complement) เช่น The members elected George Robinson their leader
  • 24.
    การเรียนร้ ู ภาษาอังกฤษ โดยWWW.KRUPU.COM/HOMEWORKS นางกฤตยา ศรีริ