Download free for 30 days
Sign in
Upload
Language (EN)
Support
Business
Mobile
Social Media
Marketing
Technology
Art & Photos
Career
Design
Education
Presentations & Public Speaking
Government & Nonprofit
Healthcare
Internet
Law
Leadership & Management
Automotive
Engineering
Software
Recruiting & HR
Retail
Sales
Services
Science
Small Business & Entrepreneurship
Food
Environment
Economy & Finance
Data & Analytics
Investor Relations
Sports
Spiritual
News & Politics
Travel
Self Improvement
Real Estate
Entertainment & Humor
Health & Medicine
Devices & Hardware
Lifestyle
Change Language
Language
English
Español
Português
Français
Deutsche
Cancel
Save
Submit search
EN
Uploaded by
ohm11007
PPTX, PDF
2,622 views
งานนำเสนอIs3
report from student to teacher.
Education
◦
Read more
0
Save
Share
Embed
Embed presentation
Download
Download to read offline
1
/ 34
2
/ 34
3
/ 34
Most read
4
/ 34
Most read
5
/ 34
6
/ 34
7
/ 34
Most read
8
/ 34
9
/ 34
10
/ 34
11
/ 34
12
/ 34
13
/ 34
14
/ 34
15
/ 34
16
/ 34
17
/ 34
18
/ 34
19
/ 34
20
/ 34
21
/ 34
22
/ 34
23
/ 34
24
/ 34
25
/ 34
26
/ 34
27
/ 34
28
/ 34
29
/ 34
30
/ 34
31
/ 34
32
/ 34
33
/ 34
34
/ 34
More Related Content
DOC
เศรษฐกิจพอเพียง
by
Chanon Mala
PDF
Pol2101 pdf
by
sherbetx
PDF
อช31001 ช่องทางขยายอาชีพ
by
peter dontoom
PDF
เรื่องที่ 1 การนับเวลาและการเทียบศักราช
by
numattapon
PDF
IS1 การศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ กลุ่ม1
by
พัน พัน
PPTX
หน่วยที่ 1 ลักษณะและการจัดระเบียบทางสังคม ความหมายทางสังคม
by
Chalit Arm'k
PDF
โครงงานวิทยาศาสตร์ กระติบข้าวเก็บความร้อน 17 ก.ย 57
by
Chok Ke
PDF
รายงาน กตปน. สำหรับกรรมการ 66 (2) ส่งเขต.pdf
by
Kru Ice
เศรษฐกิจพอเพียง
by
Chanon Mala
Pol2101 pdf
by
sherbetx
อช31001 ช่องทางขยายอาชีพ
by
peter dontoom
เรื่องที่ 1 การนับเวลาและการเทียบศักราช
by
numattapon
IS1 การศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ กลุ่ม1
by
พัน พัน
หน่วยที่ 1 ลักษณะและการจัดระเบียบทางสังคม ความหมายทางสังคม
by
Chalit Arm'k
โครงงานวิทยาศาสตร์ กระติบข้าวเก็บความร้อน 17 ก.ย 57
by
Chok Ke
รายงาน กตปน. สำหรับกรรมการ 66 (2) ส่งเขต.pdf
by
Kru Ice
What's hot
PPT
นำเสนอ เกาหลี
by
Kingkarn Saowalak
PDF
โครงงานเรื่องกล่องเอนกประสงค์จากไม้ไอติม
by
tanapatwangklaew
PDF
หน่วย 3
by
ศิวากรณ์ บุญนิล
PDF
แบบทดสอบสารชีวโมเลกุล
by
Wichai Likitponrak
PDF
แผนการจัดการเรียนรู้คณิตศาสตร์บูรณาการการใช้สื่อเทคโนโลยีสารสนเทศ
by
chaimate
DOCX
คำนำไอเอสใหม่
by
Thunrada Sukkaseam
PDF
ปรัชญาและปรัชญาการศึกษา
by
พัชรี ฝันถึงภูมิ
PDF
การเรียนรู้ด้วยโครงงานเป็นฐาน (Project-Based Learning)
by
Khon Kaen University
PDF
Bioijso63 kruwichaili
by
Wichai Likitponrak
PDF
ตัวอย่างแผนการเรียนรู้ BackWard Design
by
คุณครูพี่อั๋น
DOC
R61(1)
by
Fo'ng Fang
PDF
ทักษะการพัฒนาอาชีพ ม.ต้น อช21002
by
Thidarat Termphon
PDF
ข้อสอบปลายภาค ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2555 ชั้น ม.6
by
Nattapong Boonpong
PDF
สังคมศึกษา ม.ต้น สค21001
by
Thidarat Termphon
PDF
1กำหนดการสอนพรพนาวิทย์เพิ่มเติม 1 57 พ.ค
by
krupornpana55
PDF
การใช้พลังงานไฟฟ้าในชีวิตประจำวัน 1 พว12010
by
Kasem Boonlaor
PDF
สารบัญ
by
Thanggwa Taemin
PPTX
การถ่ายทอดลักษณะพันธุกรรม.pptx
by
ssuser4ff757
PDF
คณิตศาสตร์คืออะไร
by
Jiraprapa Suwannajak
PDF
แบบเสนอโครงร่างโครงงาน
by
Champ Wachwittayakhang
นำเสนอ เกาหลี
by
Kingkarn Saowalak
โครงงานเรื่องกล่องเอนกประสงค์จากไม้ไอติม
by
tanapatwangklaew
หน่วย 3
by
ศิวากรณ์ บุญนิล
แบบทดสอบสารชีวโมเลกุล
by
Wichai Likitponrak
แผนการจัดการเรียนรู้คณิตศาสตร์บูรณาการการใช้สื่อเทคโนโลยีสารสนเทศ
by
chaimate
คำนำไอเอสใหม่
by
Thunrada Sukkaseam
ปรัชญาและปรัชญาการศึกษา
by
พัชรี ฝันถึงภูมิ
การเรียนรู้ด้วยโครงงานเป็นฐาน (Project-Based Learning)
by
Khon Kaen University
Bioijso63 kruwichaili
by
Wichai Likitponrak
ตัวอย่างแผนการเรียนรู้ BackWard Design
by
คุณครูพี่อั๋น
R61(1)
by
Fo'ng Fang
ทักษะการพัฒนาอาชีพ ม.ต้น อช21002
by
Thidarat Termphon
ข้อสอบปลายภาค ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2555 ชั้น ม.6
by
Nattapong Boonpong
สังคมศึกษา ม.ต้น สค21001
by
Thidarat Termphon
1กำหนดการสอนพรพนาวิทย์เพิ่มเติม 1 57 พ.ค
by
krupornpana55
การใช้พลังงานไฟฟ้าในชีวิตประจำวัน 1 พว12010
by
Kasem Boonlaor
สารบัญ
by
Thanggwa Taemin
การถ่ายทอดลักษณะพันธุกรรม.pptx
by
ssuser4ff757
คณิตศาสตร์คืออะไร
by
Jiraprapa Suwannajak
แบบเสนอโครงร่างโครงงาน
by
Champ Wachwittayakhang
Similar to งานนำเสนอIs3
PDF
โครงงาน เรื่อง การศึกษาปัญหาการอ่านหนังสือของคนไทย
by
Nawakhun Saensen
PPTX
หนังสือ
by
NetnapaSakulthong
PDF
ทรัพยากรสารสนเทศ
by
อิ่' เฉิ่ม
PPTX
ทรัพยากรสารสนเทศ
by
faida student
PDF
เธเธ—เธเธงเธ
by
khaowpun
PDF
บทที่ 2.ใหม่
by
Srireun Yimsricharoenkit
PDF
กลยุทธ์การส่งเสริมการอ่านสำกรับวัยรุ่น
by
Silpakorn University
PDF
G.14 (1.หนังสือ)
by
Asmataa
PDF
Nuntanakan2
by
chonchai55
PDF
Nuntanakan2
by
chonchai55
PDF
ทำยังไงให้เดินงานหนังสืออย่างมีความสุข สบายใจ สบายกระเป๋า(ตังค์)
by
Coco Tan
PDF
โครงงานคอม
by
Roongrusamee Sonjai
PDF
โครงงานคอม
by
Roongrusamee Sonjai
DOC
test
by
Wanlop Chimpalee
DOC
04028 683
by
Wanlop Chimpalee
POTX
G.14 (25.หนังสือ)
by
ILyas Waeyakoh
PDF
การศึกษาของประเทศจีน
by
wongsrida
PPTX
การวิจัยการสำรวจพฤติกรรมการอ่านหนังสือของนักเรียนโรงเรียนปทุมคงคา
by
Wachirawit Sanookker
PDF
รายชื่อหนังสือที่จัดซื้อใหม่ประจำเดือน เมษายน 2559
by
Humanities Information Center
PDF
การเขียนบรรณานุกรมจากหนังสือ
by
usaneetoi
โครงงาน เรื่อง การศึกษาปัญหาการอ่านหนังสือของคนไทย
by
Nawakhun Saensen
หนังสือ
by
NetnapaSakulthong
ทรัพยากรสารสนเทศ
by
อิ่' เฉิ่ม
ทรัพยากรสารสนเทศ
by
faida student
เธเธ—เธเธงเธ
by
khaowpun
บทที่ 2.ใหม่
by
Srireun Yimsricharoenkit
กลยุทธ์การส่งเสริมการอ่านสำกรับวัยรุ่น
by
Silpakorn University
G.14 (1.หนังสือ)
by
Asmataa
Nuntanakan2
by
chonchai55
Nuntanakan2
by
chonchai55
ทำยังไงให้เดินงานหนังสืออย่างมีความสุข สบายใจ สบายกระเป๋า(ตังค์)
by
Coco Tan
โครงงานคอม
by
Roongrusamee Sonjai
โครงงานคอม
by
Roongrusamee Sonjai
test
by
Wanlop Chimpalee
04028 683
by
Wanlop Chimpalee
G.14 (25.หนังสือ)
by
ILyas Waeyakoh
การศึกษาของประเทศจีน
by
wongsrida
การวิจัยการสำรวจพฤติกรรมการอ่านหนังสือของนักเรียนโรงเรียนปทุมคงคา
by
Wachirawit Sanookker
รายชื่อหนังสือที่จัดซื้อใหม่ประจำเดือน เมษายน 2559
by
Humanities Information Center
การเขียนบรรณานุกรมจากหนังสือ
by
usaneetoi
งานนำเสนอIs3
1.
โครงงานวิชา ค้นคว้าอิสระ เรื่อง การเลือกซื้อหนังสือ
2.
จัดทำโดย นาย ธนพงษ์ ม่วงแก้ว
ม.6/3 เลขที่ 7 นาย ธนากัญจน์ อรรถจิตติพันธ์ ม.6/3 เลขที่ 20 เสนอ อาจารย์ ฮาวารีย์ มะเตฮะ มัธยมศึกษาที่ 6/3 ร.ร.ปทุมคงคา สานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมเขต 2
3.
คำนำ ในปัจจุบันหนังสือเป็นทั้งห้องสมุดเคลื่อนที่ หนังสือนั้นมี หลายรูปแบบมากมาย มีทั้งหนังสือที่คอยให้ความรู้ในแขนง ต่างๆ
หนังสือให้ความบันเทิง หนังสือการ์ตูนย์ อื่นๆ หนังสือ เหล่านี้คอยช่วยให้ความรู้แก่เราและวิธีในการดารงชีพอยู่บน โลกได้อย่างดี เหล่านี้ล้วนแต่อยู่จากการเราว่าเรานั้นชอบ และให้ความสนใจเรื่องใดเป็นพิเศษก็จะเลือกซื้อนั้นๆ ตาม ความต้องการของตน
4.
บทที่ 1 บทนำ ที่มำและควำมสำคัญ หนังสือมีอยู่หลายประเภท ซึ่งแต่ละคนก็ชอบอ่านไม่เหมือนกัน
บาง คนก็ชอบอ่านข่าวกีฬา บางคนชอบอ่านนิยาย หนังสือแต่ละเล่มก็จะให้ ความรู้แตกต่างกันขึ้นอยู่กับคนอ่านหนังสือแบ่งได้หลายประเภท เช่น นิยาย นิตยสาร วารสาร หนังสือพิมพ์ หนังสือกีฬา เป็นต้นจึงมีการเลือก ซื้อหนังสือที่มีความหลากหลายมากมายในสังคมปัจจุบัน การวิจัยเรื่อง การเลือกซื้อหนังสือนั้นทาขึ้นเพื่ออยากทราบว่าในแต่ละกลุ่มคนหรือใน คนแต่ละวัยมีการเลือกซื้อหนังสือแตกต่างกันแค่ไหน เราเลยเลือกกลุ่ม นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย เพราะเป็นวัยที่จะก้าวเข้าสู่มหาลัย ต้องมีการสอบมากมาย มีการใช้หนังสือในชีวิตประจาวันเพิ่มขึ้น
5.
ควำมมุ่งหมำยของกำรวิจัย เนื่องจากกลุ่มของข้าพเจ้าสนใจเรื่องการเลือกซื้อ หนังสือของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายจึงจัดทาโครง เรื่องนี้ขึ้น เพื่อสารวจการเลือกซื้อหนังสือของนักเรียน มัธยมปลายที่ต้องใช้ในการเตรียมตัวสอบเข้าสู่มหาลัยหรือ การสอบต่างๆที่จะเข้ามาในช่วงนี้และเราอยากจะทราบว่า หนังสือประเภทไหนที่นักเรียนมัธยมปลายเค้าชอบอ่านและ ได้รับความนิยมมากที่สุด
6.
วัตถุประสงค์ของโครงงำน 1.เพื่อต้องการทราบว่าคนสมัยนี้ชอบหนังสือชนิดใด 2.เพื่อสนับสนุนการอ่านให้มากขึ้น 3.เพื่อนาความรู้ไปก่อประโยชน์แก่ตนเอง และ สังคม 4.เพื่อใช้ในชีวิตประจาวันอย่างถูกต้อง
และ คุ้มค่าที่สุด
7.
สมมติฐำนของโครงงำน สามารถนาความรู้มาใช้กับตนเอง และ สังคมได้ว่าบุคคล แต่ละวัยควรจะเลือกซื้อหนังสือใด
ชนิดใดเป็นแบบอย่างเพื่อ นามาเพิ่มพูนความรู้ เพื่อเอาชีวิตรอดในชีวิตประจาวันได้ อย่างดีที่สุด และ ยังช่วยพัฒนาสังคมให้มีความคิดในการรัก การอ่านมากขึ้นตามไปด้วย
8.
บทที่2 เอกสำรและงำนวิจัยที่เกี่ยวข้อง
9.
กำรเลือกหนังสืออ่ำน 1. เลือกหนังสือที่มีสาระเรื่องราวตรงกับความต้องการหรือความ จาเป็นที่ต้องอ่าน 2. เลือกหนังสือที่ดีมีคุณลักษณะ
ดังนี้ 2.1 หนังสือที่เป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปแล้วว่าดี 2.2 หนังสือที่มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางว่าดี 2.3 หนังสือที่ได้รับรางวัลสาคัญ ๆ ในการประกวดขององค์กรที่มี คุณภาพ 2.4 หนังสือซึ่งเขียนโดยนักเขียนที่มีคุณภาพเป็นที่ยอมรับของแวดวง นักอ่าน 2.5 หนังสือที่มีคุณค่าดีพร้อมทุกด้าน ได้แก่ ด้านเนื้อหา ด้าน ความคิด ด้านกลวิธี ด้านทางภาษา ด้านรูปแบบและการนาเสนอ 2.6 หนังสือที่ได้รับการยอมรับศึกษาสืบทอดกันมาทุกยุคทุกสมัย 2.7 เลือกหนังสือที่จะไม่โน้มนาไปในทางเสื่อมทั้งปวง
10.
กำรอ่ำนและจับใจควำม 1. ตั้งใจอ่าน มีสมาธิแน่วแน่
พยายามอ่านอย่างรวดเร็วจะช่วยให้ เก็บใจความสาคัญได้ดีกว่าอ่านช้า ๆ เพราะการอ่านอย่างเร็วนั้นจะทาให้ ความหมายของข้อความแต่ละช่วงสายตาที่ผู้อ่านเข้าใจ จะยังคงอยู่ และนามา สัมพันธ์กัน ทาให้เข้าใจข้อความที่อ่านทั้งหมดได้ แต่ถ้าอ่านได้ช้าความหมาย ของข้อความย่อย ๆ ทั้งหลายอาจเลือนไป ไม่สามารถจะนามาเชื่อมโยงกัน ได้ และทาให้เสียสมาธิได้ง่ายด้วย 2. เมื่ออ่านจบหน้าหนึ่ง ๆ หยุดคิดเล็กน้อยว่าย่อหน้านั้นมีใจความ สาคัญอย่างไร ตามปกติ ใจความสาคัญจะอยู่ตอนต้นหรือตอนท้ายของย่อ หน้า มีเพียง 1-3 ประโยคเท่านั้น 3. เมื่ออ่านจบทุกย่อหน้า ก็นาเอาใจความสาคัญของทุกย่อหน้ามา รวมกัน ให้เกี่ยวเนื่องเป็นเรื่องเดียวกัน โดยนึกคิดในใจ หรือเขียนขึ้นใหม่โดย ใช้ถ้อยคาภาษาของตนเอง
11.
เทคนิคกำรอ่ำนหนังสือเร็วและให้ได้ใจควำม 1. จาคาและวลีบางกลุ่มเพื่อช่วยให้อ่านเร็วขึ้น เช่น
ด้วย เหมือนกัน และมากกว่าอีก ยิ่งกว่ามาก คาที่ช่วยสรุป เช่น นั่นเอง ดังนั้น ตามที่ ผลก็คือ เป็นต้น 2. อ่านเป็นวลีหรือประโยคไม่ควรอ่านเป็นคา เพราะ เนื้อหาที่ต้องการมักอธิบายด้วยวลี หรือประโยค 3. การเคลื่อนไหวตา โดยปกตินักอ่านที่ดีจะเคลื่อนไหว ตา 3 ครั้ง ต่อบรรทัด และเคลื่อนไหวสายตาย้อนกลับไม่ เกิน 8 ครั้งต่อหน้า 4. ปรับปรุงการอ่านให้เร็วขึ้นโดยการจับเวลา
12.
5. พยายามอ่านให้มาก อ่านให้เป็นกิจวัตร
ควรฝึกอ่านวัน ละ 1 ชั่วโมง หรืออ่านหนังสือสัปดาห์ละ 2 เล่ม เป็นอย่างน้อย และ พยายามฝึกอ่านให้เร็วจนกระทั่งได้อัตราเร็วในการอ่าน 400 คาต่อ นาที เป็นอย่างน้อย 6. อ่านเอาเรื่อง อ่านแล้วรู้เรื่องว่าอ่านเรื่องอะไร เป็น อย่างไร เกี่ยวข้องกับใคร จาเรื่องที่อ่านได้และสามารถเข้าใจเรื่องได้ทันที 7. อ่านเป็น อ่านแล้วแปลความ ตีความ ขยายความได้ 8. อ่านเก่ง ต้องอาศัย “การอ่านเอาเรื่อง” และ “การอ่าน เป็น” เป็นพื้นฐานจึงจะอ่านเก่งได้ ผู้อ่านต้องอาศัยประสบการณ์ และ ความสามารถของตนในการวิเคราะห์ สังเคราะห์และการประเมินค่า มาช่วย ในการตัดสินใจและวินิจฉัยเรื่องที่อ่าน เป็นการอ่านที่ต้องใช้ความเข้าใจ สูงสุด
13.
หนังสือประเภทต่ำง ๆ 1. หนังสือพิมพ์ 2.
นิตยสาร และ วารสาร 3. หนังสือสารคดี 4. หนังสือนวนิยาย หรือบันเทิงคดี 5. หนังสือเกี่ยวกับสถิติ
14.
วิธีกำรอ่ำนหนังสือประเภทต่ำง ๆ 1. หนังสือพิมพ์
เป็นเครื่องมือสื่อสารประเภทข่าว เหตุการณ์ที่ เกิดขึ้นแต่ละวัน ควรอ่าน ดังนี้ 1.1 การอ่านหนังสือพิมพ์รายวัน ควรอ่านเร็ว ๆ ถ้าติดใจ บทความเรื่องใดเรื่องหนึ่ง 1.2 ควรตัดเก็บไว้ (หากเป็นหนังสือพิมพ์ส่วนตัว) หรือจดไว้ แล้วเก็บเป็นระบบเพื่อค้นง่าย ควรอ่านทุกหน้า เพราะแต่ละหน้ามี ความรู้และข่าวที่ไม่ซ้ากัน ถ้าอ่านไม่ทั่ว จะพลาดข่าวสาคัญ 1.3 ควรใช้วิจารณญาณในการอ่านหนังสือพิมพ์ เพราะผู้ผลิต หนังสือพิมพ์รายวันต้องทางานแข่งกับเวลาอาจจะมีความบกพร่อง คลาดเคลื่อนได้การเสนอข่าวจะโน้มเอียงไปตาม ที่คนส่วนมาก สนใจ และบางครั้งใช้ภาษาไม่ถูกต้อง
15.
2. นิตยสำร และวำรสำร
เป็นเครื่องมือสื่อสาร ประเภทหนึ่งที่มีกาหนดออกแน่นอน มีลักษณะเป็นรายงาน ข่าวที่ค่อนข้างจะแน่นอน เพราะมีเวลาในการรวบรวม แต่ จะไม่ทันเหตุการณ์ เท่าหนังสือพิมพ์ ควรอ่าน ดังนี้ 2.1 ไม่จาเป็นต้องอ่านทั้งฉบับ 2.2 อ่านเฉพาะเรื่องที่สนใจ โดยดูจากสารบัญทา ให้ค้นหาเรื่องที่ต้องการได้เร็วขึ้น
16.
3. หนังสือสำรคดี การอ่านหนังสือประเภทนี้
เป็นการอ่านเพื่อความรู้ เพื่อการ ค้นคว้า เพื่อประกอบการเรียนหนังสือสารคดีมีมากมายหลายประเภท แต่ละประเภท ควรอ่าน ดังนี้ 3.1 กำรอ่ำนหนังสือประเภทปรัชญำจิตวิทยำและศำสนำ ทั้ง สองประเภทนี้มีความสัมพันธ์กัน มีทั้งระดับง่ายและระดับยาก การอ่านจึงขึ้นอยู่กับ ความมุ่งหมายของผู้อ่าน ดังนี้ 3.1.1 การอ่านอย่างง่าย เป็นการอ่านเพื่อพัฒนา จิตใจ หรือนามาเป็นหลักในชีวิตประจาวันได้ การอ่านหนังสือประเภทนี้ เลือก อ่านในระดับที่สามารถเข้าใจได้ อ่านด้วยความสนใจ จะเป็นพื้นฐาน ในการ อ่านหนังสือประเภทนี้ต่อไปในระดับสูงขึ้นได้ง่าย เช่น หนังสือส่งเสริม สุขภาพจิต นิทานชาดก พุทธภาษิต พุทธประวัติ เป็นต้น 3.1.2 การอ่านอย่างยาก เป็นการอ่านเพื่อหาความรู้ ประกอบ เพื่อการเรียนรู้บางอย่าง อย่างลึกซึ้ง ต้องมีพื้นความรู้ด้านนี้มา เพียงพอ มีประสบการณ์ในการฝึกฝนอบรม
17.
3.2 กำรอ่ำนหนังสือประเภทสังคมศำสตร์ เป็น การอ่านเรื่องราวเกี่ยวกับพฤติกรรมมนุษย์
เช่น รัฐศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ กฎหมาย การศึกษา ขนบธ รรมเนียมประเพณี เป็นต้น ขอบเขตเนื้อหากว้างขวาง ผู้อ่านต้องมีความรู้และประสบการณ์ ต้องอาศัยการศึกษา ค้นคว้าหาความรู้เพิ่มเติม เพื่อให้ได้รับความรู้มากยิ่งขึ้น
18.
3.3 กำรอ่ำนหนังสือประเภทประวัติศำสตร์ ภูมิศำสตร์
การ อ่านหนังสือประเภทนี้ ควรอ่านดังนี้ 3.3.1 ต้องอ่านอย่างพินิจพิจารณาอ่านให้เรื่อง ต่อเนื่องกัน และเปรียบเทียบเหตุการณ์คล้ายคลึงกัน กับที่เกิดขึ้นต่าง ยุคต่างสมัยกัน และพยายามหาสาเหตุของเหตุการณ์ที่ เกิดขึ้น กลั่นกรอง หาเหตุผลของเหตุการณ์นั้น ๆ 3.3.2 ควรเปรียบเทียบหลาย ๆ เล่ม เลือกอ่านหนังสือเล่ม ที่ผู้เขียนทรงคุณวุฒิด้านประวัติศาสตร์ 3.3.3 การอ่านข้อมูลเชิงสถิติ แผน ที่ แผนภูมิ ตาราง กราฟ ภาพประกอบ ต้องเป็นข้อมูลที่ทันสมัย และ ถูกต้อง
19.
3.4 กำรอ่ำนหนังสือประเภทชีวประวัติ ควรอ่าน
ดังนี้ 3.4.1 ต้องดูวิธีการเขียน ดูขอบเขตของผู้เขียนต้องการ เน้นชีวิตช่วงไหนมากที่สุด 3.4.2 ถ้ามีหนังสือชีวประวัติเกี่ยวกับบุคคลนั้น หลาย เล่มนามาอ่านเปรียบเทียบดู เพื่อหาข้อเท็จจริง และทัศนคติที่ ผู้เขียนมีต่อเจ้าของชีวประวัติว่ามีใจเป็นธรรมหรือลาเอียง
20.
3.5 กำรอ่ำนหนังสือประเภทวรรณคดี การอ่านหนังสือ ประเภทนี้ขึ้นอยู่กับจุดมุ่งหมาย
ของผู้อ่าน โดยทั่วไป ดังนี้ 3.5.1 เพื่อศึกษาศิลปะของการใช้ภาษา ความไพเราะ ของภาษา การอุปมาอุปไมย อารมณ์ขัน ผู้อ่านต้องอ่านให้ได้ อรรถรส จะได้รับความพอใจ ในสานวนโวหารที่ไพเราะลึกซึ้ง คมคาย มีอุปมาอุปไมย รวมทั้งได้คติธรรม และความสุขทาง อารมณ์และจิตใจ 3.5.2 เพื่อเข้าใจวัฒนธรรมของแต่ละบุคคลแต่ละสมัย
21.
3.6 กำรอ่ำนหนังสือประเภทวิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี ต่ำง ๆ
ควรอ่าน ดังนี้ 3.6.1 การอ่านเน้นเนื้อหาสาคัญต้องทาความ เข้าใจ และจาสูตรต่าง ๆ บางครั้งต้องอาศัยคู่มือทดลอง ปฏิบัติการ ในห้องทดลอง ต้องอาศัยรูปภาพแสดงเค้าโครง แผนผัง และตารางต่าง ๆ ด้วย 3.6.2 การอ่านต้องหยุดพักเป็นตอน ๆ
22.
4. หนังสือนวนิยำยหรือบันเทิงคดี ควรอ่าน
ดังนี้ 4.1 ควรอ่านในเวลาว่าง และอ่านติดต่อกันไปเพื่อให้ได้ อรรถรส 4.2 เมื่ออ่านจบแล้วลองสรุปดูว่าได้อะไรจากการอ่าน บ้าง เช่น คติสอนใจ คาพูดสอนใจ วัฒนธรรม ปรัชญา
23.
5. หนังสือเกี่ยวกับสถิติ มีวิธีการอ่านตามข้อมูลที่นาเสนอ ด้วยการดูภาพ
ตาราง สัญลักษณ์ ดังนี้ 5.1 เป็นบทความ จะมีเรื่องราวไม่ยาวมาก ใช้เวลาใน การอ่านเล็กน้อย
24.
5.2 การอ่านตาราง สารวจตารางอย่างรวดเร็ว
โดยดูให้ทั่วตาราง อ่าน ชื่อตารางว่าเสนอ ข้อมูลเรื่องอะไร มีคอลัมน์อะไรบ้าง มีชื่อหัวคอลัมน์ อะไรบ้าง แล้วค่อย ๆ อ่านรายละเอียดข้อมูล ในแต่ละคอลัมน์ทั้งแนวตั้งและ แนวนอน
25.
5.3 การอ่านกราฟ 5.3.1 กราฟแท่ง
(Bar Graphs) อ่านชื่อกราฟ และคาอธิบายสั้น ๆ เกี่ยวกับชื่อเรื่อง นั้น ซึ่งบอกให้ผู้เรียนทราบว่ากราฟนั้นแสดงเกี่ยวกับเรื่องอะไร มีจุดประสงค์อะไรในการแสดงเรื่องนั้น อ่านที่ แกนของกราฟทั้งแนวตั้ง และแนวนอน ซึ่งจะบอกข้อมูลประจาแกนทั้งสอง โดยแสดงผ่านแท่งกราฟให้เห็น ปริมาณสูงกว่า สั้นกว่า หรือระดับเดียวกันเกี่ยวกับเรื่องนั้น ๆ จะเห็นข้อเปรียบเทียบจากแท่งกราฟ
26.
5.4 การอ่านแผนผัง ให้อ่านชื่อของแผนผังเพื่อทราบว่า
แผนผัง นั้นแสดงเกี่ยวกับเรื่องอะไร อ่านตามลูกศรว่าจะเริ่มอ่านจากจุดใดก่อน และไปจบที่จุดสุดท้าย แต่ละจุดมีข้อความสั้น ๆ ในแผนผัง
27.
5.5 ภาพสื่อความหมาย วิธีการอ่านจากรูปภาพ
เป็นการอ่านที่เห็น รายละเอียดจากภาพนั้น ๆ ได้ชัดเจนและรวดเร็ว โดยไม่ต้องจินตนาการตามคา บรรยายมาก และยังจดจาเรื่องได้ดีขึ้นด้วย
28.
5.6 การอ่านแผนภาพวงกลม วิธีการอ่านรูปแผนภาพวงกลม
เป็นการอ่าน เปรียบเทียบให้ เห็นสัดส่วนของข้อมูลได้รวดเร็วกว่าอ่านจากคาอธิบายอย่างเดียว
29.
5.7 การอ่านแผนที่ ต้องอ่านชื่อแผนที่ว่าแสดงเกี่ยวกับเรื่อง อะไร
อ่านสัญลักษณ์ที่ใช้แทนข้อมูล และสิ่งต่าง ๆ อ่านตามมาตราส่วน เพื่อคิดเปรียบเทียบขนาด อ่านทิศที่ปรากฏในแผนที่ สิ่งเหล่านี้เป็น ตัวอย่างที่มักระบุไว้ในแผนที่ เพื่อให้ผู้เรียนเข้าใจก่อนเป็นเบื้องต้น ก่อนที่ จะอ่านรายละเอียดข้อมูลต่าง ๆ ในแผนที่ให้เข้าใจได้ แผนที่ต่าง ๆ อาจ มีสัญลักษณ์ และรายละเอียดของข้อมูล ที่ต้องอ่านทาความเข้าใจ แตกต่างกันไป ข้อมูลที่เราอ่านทาความเข้าใจ จากแผนที่ทาให้เรา เข้าใจ เนื้อหาความรู้ในเรื่องนั้นตอนนั้นในหนังสือชัดเจนขึ้น หรือ อาจจะ มากกว่า ที่ผู้เขียนเสนอไว้ในหนังสือก็ได้
30.
บทที่ 5 สรุป อภิปลำยผล
และ เสนอแนะ 5.1 วัตถุประสงค์ของโครงงาน 1.เพื่อนาเทคโนโลยีมาใช้ในการดารงชีวิตประจาวัน 2.เพื่อส่งเสริมให้คนมาสนใจหนังสือมากขึ้น 3.เพื่อศึกษาหนังสือแต่ละประเภทมีประโยชน์อะไรบ้าง
31.
5.2 ขอบเขตของโครงงำน 1.การอ่านจับใจความ 2.การอ่านหนังสือเร็วให้ได้ใจความ 3.หนังสือประเภทต่างๆ 4.การอ่านหนังสือประเภทต่างๆ
32.
5.4 ข้อเสนอแนะ 1.ควรศึกษาข้อมูลให้ละเอียดรอบคอบ 2.ควรมีเนื้อหาที่ไม่ซับซ้อนมากนัก 3.ควรมีเนื้อหาที่กว้าง และ
เข้าใจง่าย
33.
สรุป
34.
บรรณำนุกรม http://www.bangkapi.ac.th/Med iaOnLine/weerawanWMD/unit4_p art11.htm
Download