Database Systems  Nittaya  Wongyai
 
ฐานข้อมูล  ( Database )  ศูนย์รวมของข้อมูลจากแหล่งต่างๆ โดยถูกจัดเก็บไว้อย่างเป็นระบบภายในฐานข้อมูลชุดเดียว ซึ่งผู้ใช้สามารถเรียกใช้ข้อมูลส่วนนี้เพื่อนำไปประมวลผลร่วมกันได้ โดยการใช้ฐานข้อมูลสามารถแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นกับระบบแฟ้มข้อมูลได้เป็นอย่างดี
ระบบจัดการฐานข้อมูล  ( Database management System: DBMS )  เป็นโปรแกรมที่ใช้เป็นเครื่องมือในการจัดการฐานข้อมุล ซึ่งประกอบด้วยหน้าที่การทำงานต่างๆ ในการจัดการกับข้อมูล เพื่อให้สามารถจัดการและควบคุมการเข้าถึงฐานข้อมูล เช่น การกำหนดหรือสร้างฐานข้อมูล โครงสร้างข้อมูล ชนิดข้อมูล รวมทั้งสามารถบันทึกข้อมูลลงในฐานข้อมูลได้ สามารถเพิ่ม ลบ แก้ไข และเรียกใช้ข้อมูลจากฐานข้อมูลได้ สามารถควบคุมการเข้าถึงข้อมูลได้
Database Customers Product Inventory Sales Employees Agent DBMS Personnel department Sales department Accounting department
Emp_no Emp_name Emp_add Emp_birth Emp_Salesdep Emp_ salary Emp_dep Emp_tel Emp001 Pichai …… Bangkok 12/03/2510 Robinson, CM 30000 Sales 083-2981904 Emp002 Somsri … Chiangmai 20/02/2520 Big C, Hangdong 18500 Accounting 089-8881450 ข้อดี ข้อเสีย 1.  ลดความซ้ำซ้อนของข้อมูล 2.  สามารถใช้ข้อมูลร่วมกันได้ 3.  ประมวลผลข้อมูลเพียงครั้งเดียว 4.  ความคงที่ของข้อมูล 5.  สามารถนำมาพัฒนาแอปพลิเคชั่นได้สะดวก 6.   ลดขั้นตอนการดูแลรักษา ผู้ออกแบบต้องเป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญหรือมีประสบการณ์ด้านฐานข้อมูลเป็นอย่างดี ใช้เทคโนโลยีมีความสลับซับซ้อนมากกว่าระบบแฟ้มข้อมูล มีขนาดใหญ่ และทำงานช้า ต้นทุนสูง การกู้ระบบทำได้ยาก
Bit ประกอบด้วย   binary digit  มีอยู่สองสถานะคือ   0  หรือ  1 Byte ประกอบด้วยจำนวน   bit   หลายๆ  bit  มาเรียงต่อกัน โดยใน  1   byte   จะมีจำนวน   bit  ทั้งสิ้น   8   bit  มีค่าเท่ากับ  1   ตัวอักษร Field ประกอบด้วยตัวอักษรมากกว่า  1   ตัวขึ้นไปมารวมกันเพื่อให้เกิดความหมาย Record กลุ่มของ   Field   ที่มีความสัมพันธ์กัน File กลุ่มของ  Record   ที่มีความสัมพันธ์กัน
Field Record File รหัสนักศึกษา ชือ - สกุล ที่อยู่ เบอร์โทร 54233909 นิมิต  จิตรแก้ว เชียงใหม่ 053-278634 54233995 ทอไหม พินิจ เชียงใหม่ 053-554928
แบบจำลองเพื่อการนำไปใช้  ( Implementation Data Models ) เป็นแบบจำลองที่อธิบายถึงโครงสร้างข้อมูลของฐานข้อมูลโดยแบ่งออกเป็น  5   ประเภทได้แก่ 1.   แบบจำลองฐานข้อมูลลำดับชั้น * 2.  แบบจำลองฐานข้อมูลเครือข่าย ** 3.   แบบจำลองฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์ *** 4.  แบบจำลองฐานข้อมูลเชิงวัตถุ 5.   แบบจำลองฐานข้อมูลแบบมัลติไดเมนชั่น แบบจำลองเชิงแนวคิด  ( Conceptual Data Models ) แสดงลักษณะของข้อมูลโดยนำเสนอในลักษณะแผนภาพหรือไดอะแกรมซึ่งประกอบไปด้วยเอ็นทิตี้ต่างๆ และความสัมพันธ์ระหว่างเอ็นทิตี้ในระบบ ตัวอย่างแบบจำลองชนิดนี้เช่น แผนภาพ   E-R (Entity-Relationship Diagram)
แบบจำลองลำดับชั้น เป็นการจัดเก็บข้อมูลโดยมีการเชื่อมโยงข้อมูลเป็นโครงสร้างต้นไม้ ไฟล์ข้อมูลจัดไว้เป็นโครงสร้างแบบบนลงล่าง   ( Top-Down )  ข้อมูลแต่ละระดับจะมีความสัมพันธ์กันแบบ   parent   กับ   child   โดย   parent   หนึ่งๆ สามารถมีได้หลาย   child   แต่   child   หนึ่งจะมีได้เพียง   parent   เดียวเท่านั้น Database system Section 1 Section 2 Stu_A Stu_B Stu_C Stu_D
ข้อดี มีรูปแบบโครงสร้างที่เข้าใจง่าย โครงสร้างซับซ้อนน้อย เหมาะกับข้อมูลที่มีความสัมพันธ์แบบ   one-to-many ข้อมูลมีความคงสภาพ  ( Data Integrity ) ข้อเสีย ยากต่อการนำไปพัฒนาเป็นแอปพลิเคชัน โครงสร้างข้อมูลมีความยืดหยุ่นต่ำ ไม่รองรับความสัมพันธ์แบบ   many-to-many ข้อมูลมีความซ้ำซ้อน
แบบจำลองฐานข้อมูลเครือข่ายมีเป้าหมายเพื่อลดความซ้ำซ้อนของข้อมูลที่เกิดขึ้นในแบบจำลองลำดับชั้น ด้วยการยอมให้เกิดความสัมพันธ์ระหว่างข้อมูลในแบบ   many-to-many   ได้โดย child   สามารถมี   parent   ได้มากกว่า   1 parent   แบบจำลองเครือข่ายมีพื้นฐานมาจากทฤษฎีเซต  ( Set theory ) Registration Database system Web  admin Stu_A Stu_B Stu_A Stu_C
ข้อดี สนับสนุนความสัมพันธ์แบบ   many-to-many การเข้าถึงข้อมูลมีความยืดหยุ่นสูงลดความซ้ำซ้อนบางส่วน ข้อเสีย ระบบมีความซับซ้อน ยากต่อการนำไปใช้ โครงสร้างไม่มีอิสระจากข้อมูล
แบบจำลองฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์เป็นการนำเสนอข้อมูลในลักษณะตาราง ( Table )   โดยตารางหนึ่งจะประกอบด้วยแถวและคอลัมน์ ข้อมูลที่จัดเก็บอยู่ในตารางสามารถเชื่อมโยงความสัมพันธ์กับตารางอื่นๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์แบบ   one-to-many   หรือแบบ   many-to-many  ในปัจจุบันแบบจำลองฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์เป็นแบบจำลองที่มีความแพร่หลายและนิยมใช้กันมากที่สุดในปัจจุบัน ข้อดี มีความเป็นอิสระในโครงสร้าง ลดความซ้ำซ้อนของข้อมูลได้เป็นส่วนใหญ่ ใช้ชุดคำสั่ง   SQL   ในการจัดการกับฐานข้อมูล โครงสร้างมีความยืดหยุ่น ข้อเสีย ค่าใช้จ่ายในระบบค่อนข้างสูง
พื้นฐานการสร้างแบบจำลองข้อมูล   (Data models)   ในแบบจำลองเชิงสัมพันธ์ ประกอบด้วย เอ็นทิตี้  ( Entity) กลุ่มของข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับบุคคล สิ่งของ สถานที่ หรือเหตุการณ์ เช่น เอ็นทิตี้พนักงาน แอททริบิวต์  ( Attributes) คุณสมบัติของเอ็นทิตี้ เช่น เอ็นทิตี้พนักงานประกอบไปด้วย แอททริบิวต์ ชื่อพนักงาน ,  เพศ ,  แผนก ,  ที่อยู่ ,  เบอร์โทร เป็นต้น ความสัมพันธ์  ( Relationship) เป็นความสัมพันธ์ระหว่างเอ็นทิตี้ เช่นความสัมพันธ์ระหว่าง เอ็นทิตี้พนักงาน กับเอ็นทิตี้สินค้า
 
ผู้บริหารฐานข้อมูลและผู้บริหารข้อมูล ทำหน้าที่ในการบริหารจัดการ ควบคุม กำหนดนโยบาย เช่น กำหนดรายละเอียดและวิธีการจัดเก็บข้อมูล นักวิเคราะห์ระบบและนักเขียนโปรแกรม ทำหน้าที่ในการวิเคราะห์และออกแบบระบบฐานข้อมูล และโปรแกรมเมอร์ทำหน้าที่ในการเขียนโปรแกรมประยุกต์ตามการออกแบบของนักวิเคราะห์ระบบ ผู้ใช้ บุคคลที่ใช้ข้อมูลจากระบบฐานข้อมูล
 

Ch5 database system

  • 1.
    Database Systems Nittaya Wongyai
  • 2.
  • 3.
    ฐานข้อมูล (Database ) ศูนย์รวมของข้อมูลจากแหล่งต่างๆ โดยถูกจัดเก็บไว้อย่างเป็นระบบภายในฐานข้อมูลชุดเดียว ซึ่งผู้ใช้สามารถเรียกใช้ข้อมูลส่วนนี้เพื่อนำไปประมวลผลร่วมกันได้ โดยการใช้ฐานข้อมูลสามารถแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นกับระบบแฟ้มข้อมูลได้เป็นอย่างดี
  • 4.
    ระบบจัดการฐานข้อมูล (Database management System: DBMS ) เป็นโปรแกรมที่ใช้เป็นเครื่องมือในการจัดการฐานข้อมุล ซึ่งประกอบด้วยหน้าที่การทำงานต่างๆ ในการจัดการกับข้อมูล เพื่อให้สามารถจัดการและควบคุมการเข้าถึงฐานข้อมูล เช่น การกำหนดหรือสร้างฐานข้อมูล โครงสร้างข้อมูล ชนิดข้อมูล รวมทั้งสามารถบันทึกข้อมูลลงในฐานข้อมูลได้ สามารถเพิ่ม ลบ แก้ไข และเรียกใช้ข้อมูลจากฐานข้อมูลได้ สามารถควบคุมการเข้าถึงข้อมูลได้
  • 5.
    Database Customers ProductInventory Sales Employees Agent DBMS Personnel department Sales department Accounting department
  • 6.
    Emp_no Emp_name Emp_addEmp_birth Emp_Salesdep Emp_ salary Emp_dep Emp_tel Emp001 Pichai …… Bangkok 12/03/2510 Robinson, CM 30000 Sales 083-2981904 Emp002 Somsri … Chiangmai 20/02/2520 Big C, Hangdong 18500 Accounting 089-8881450 ข้อดี ข้อเสีย 1. ลดความซ้ำซ้อนของข้อมูล 2. สามารถใช้ข้อมูลร่วมกันได้ 3. ประมวลผลข้อมูลเพียงครั้งเดียว 4. ความคงที่ของข้อมูล 5. สามารถนำมาพัฒนาแอปพลิเคชั่นได้สะดวก 6. ลดขั้นตอนการดูแลรักษา ผู้ออกแบบต้องเป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญหรือมีประสบการณ์ด้านฐานข้อมูลเป็นอย่างดี ใช้เทคโนโลยีมีความสลับซับซ้อนมากกว่าระบบแฟ้มข้อมูล มีขนาดใหญ่ และทำงานช้า ต้นทุนสูง การกู้ระบบทำได้ยาก
  • 7.
    Bit ประกอบด้วย binary digit มีอยู่สองสถานะคือ 0 หรือ 1 Byte ประกอบด้วยจำนวน bit หลายๆ bit มาเรียงต่อกัน โดยใน 1 byte จะมีจำนวน bit ทั้งสิ้น 8 bit มีค่าเท่ากับ 1 ตัวอักษร Field ประกอบด้วยตัวอักษรมากกว่า 1 ตัวขึ้นไปมารวมกันเพื่อให้เกิดความหมาย Record กลุ่มของ Field ที่มีความสัมพันธ์กัน File กลุ่มของ Record ที่มีความสัมพันธ์กัน
  • 8.
    Field Record Fileรหัสนักศึกษา ชือ - สกุล ที่อยู่ เบอร์โทร 54233909 นิมิต จิตรแก้ว เชียงใหม่ 053-278634 54233995 ทอไหม พินิจ เชียงใหม่ 053-554928
  • 9.
    แบบจำลองเพื่อการนำไปใช้ (Implementation Data Models ) เป็นแบบจำลองที่อธิบายถึงโครงสร้างข้อมูลของฐานข้อมูลโดยแบ่งออกเป็น 5 ประเภทได้แก่ 1. แบบจำลองฐานข้อมูลลำดับชั้น * 2. แบบจำลองฐานข้อมูลเครือข่าย ** 3. แบบจำลองฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์ *** 4. แบบจำลองฐานข้อมูลเชิงวัตถุ 5. แบบจำลองฐานข้อมูลแบบมัลติไดเมนชั่น แบบจำลองเชิงแนวคิด ( Conceptual Data Models ) แสดงลักษณะของข้อมูลโดยนำเสนอในลักษณะแผนภาพหรือไดอะแกรมซึ่งประกอบไปด้วยเอ็นทิตี้ต่างๆ และความสัมพันธ์ระหว่างเอ็นทิตี้ในระบบ ตัวอย่างแบบจำลองชนิดนี้เช่น แผนภาพ E-R (Entity-Relationship Diagram)
  • 10.
    แบบจำลองลำดับชั้น เป็นการจัดเก็บข้อมูลโดยมีการเชื่อมโยงข้อมูลเป็นโครงสร้างต้นไม้ ไฟล์ข้อมูลจัดไว้เป็นโครงสร้างแบบบนลงล่าง ( Top-Down ) ข้อมูลแต่ละระดับจะมีความสัมพันธ์กันแบบ parent กับ child โดย parent หนึ่งๆ สามารถมีได้หลาย child แต่ child หนึ่งจะมีได้เพียง parent เดียวเท่านั้น Database system Section 1 Section 2 Stu_A Stu_B Stu_C Stu_D
  • 11.
    ข้อดี มีรูปแบบโครงสร้างที่เข้าใจง่าย โครงสร้างซับซ้อนน้อยเหมาะกับข้อมูลที่มีความสัมพันธ์แบบ one-to-many ข้อมูลมีความคงสภาพ ( Data Integrity ) ข้อเสีย ยากต่อการนำไปพัฒนาเป็นแอปพลิเคชัน โครงสร้างข้อมูลมีความยืดหยุ่นต่ำ ไม่รองรับความสัมพันธ์แบบ many-to-many ข้อมูลมีความซ้ำซ้อน
  • 12.
    แบบจำลองฐานข้อมูลเครือข่ายมีเป้าหมายเพื่อลดความซ้ำซ้อนของข้อมูลที่เกิดขึ้นในแบบจำลองลำดับชั้น ด้วยการยอมให้เกิดความสัมพันธ์ระหว่างข้อมูลในแบบ many-to-many ได้โดย child สามารถมี parent ได้มากกว่า 1 parent แบบจำลองเครือข่ายมีพื้นฐานมาจากทฤษฎีเซต ( Set theory ) Registration Database system Web admin Stu_A Stu_B Stu_A Stu_C
  • 13.
    ข้อดี สนับสนุนความสัมพันธ์แบบ many-to-many การเข้าถึงข้อมูลมีความยืดหยุ่นสูงลดความซ้ำซ้อนบางส่วน ข้อเสีย ระบบมีความซับซ้อน ยากต่อการนำไปใช้ โครงสร้างไม่มีอิสระจากข้อมูล
  • 14.
    แบบจำลองฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์เป็นการนำเสนอข้อมูลในลักษณะตาราง ( Table) โดยตารางหนึ่งจะประกอบด้วยแถวและคอลัมน์ ข้อมูลที่จัดเก็บอยู่ในตารางสามารถเชื่อมโยงความสัมพันธ์กับตารางอื่นๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์แบบ one-to-many หรือแบบ many-to-many ในปัจจุบันแบบจำลองฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์เป็นแบบจำลองที่มีความแพร่หลายและนิยมใช้กันมากที่สุดในปัจจุบัน ข้อดี มีความเป็นอิสระในโครงสร้าง ลดความซ้ำซ้อนของข้อมูลได้เป็นส่วนใหญ่ ใช้ชุดคำสั่ง SQL ในการจัดการกับฐานข้อมูล โครงสร้างมีความยืดหยุ่น ข้อเสีย ค่าใช้จ่ายในระบบค่อนข้างสูง
  • 15.
    พื้นฐานการสร้างแบบจำลองข้อมูล (Data models) ในแบบจำลองเชิงสัมพันธ์ ประกอบด้วย เอ็นทิตี้ ( Entity) กลุ่มของข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับบุคคล สิ่งของ สถานที่ หรือเหตุการณ์ เช่น เอ็นทิตี้พนักงาน แอททริบิวต์ ( Attributes) คุณสมบัติของเอ็นทิตี้ เช่น เอ็นทิตี้พนักงานประกอบไปด้วย แอททริบิวต์ ชื่อพนักงาน , เพศ , แผนก , ที่อยู่ , เบอร์โทร เป็นต้น ความสัมพันธ์ ( Relationship) เป็นความสัมพันธ์ระหว่างเอ็นทิตี้ เช่นความสัมพันธ์ระหว่าง เอ็นทิตี้พนักงาน กับเอ็นทิตี้สินค้า
  • 16.
  • 17.
    ผู้บริหารฐานข้อมูลและผู้บริหารข้อมูล ทำหน้าที่ในการบริหารจัดการ ควบคุมกำหนดนโยบาย เช่น กำหนดรายละเอียดและวิธีการจัดเก็บข้อมูล นักวิเคราะห์ระบบและนักเขียนโปรแกรม ทำหน้าที่ในการวิเคราะห์และออกแบบระบบฐานข้อมูล และโปรแกรมเมอร์ทำหน้าที่ในการเขียนโปรแกรมประยุกต์ตามการออกแบบของนักวิเคราะห์ระบบ ผู้ใช้ บุคคลที่ใช้ข้อมูลจากระบบฐานข้อมูล
  • 18.