Recommended
PPTX
Chat Application - Requirements Analysis & Design
PDF
PDF
บทที่ 2 สถาปัตยกรรมและแบบจำลองฐานข้อมูล
PPT
บทที่ 2 สถาปัตยกรรมและแบบจำลองฐานข้อมูล
PPTX
Degrees of data abstraction
PDF
PPT
Introduction to Data Abstraction
PDF
DOCX
กลุ่มหนูมาลีฆ่าหมีด้วยมือเปล่าโนโลโก้ --Nologo
PPTX
PPT
ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับระบบฐานข้อมูล
PPT
Data abstraction the walls
PPT
PDF
PPTX
Slide 3 data abstraction & 3 schema
PPTX
Abstract Base Class and Polymorphism in C++
PDF
ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับฐานข้อมูล
PDF
งานคอมนางสาว มลทิรา เอกกุล เรื่อง เทคโนโลยีการสื่อสาร
PDF
PDF
ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับระบบฐานข้อมูล
PPT
PDF
PDF
PPT
PPT
PDF
หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 การออกแบบฐานข้อมูลวิชา การจัดการฐานข้อมูล
PPT
PDF
PDF
PDF
More Related Content
PPTX
Chat Application - Requirements Analysis & Design
PDF
PDF
บทที่ 2 สถาปัตยกรรมและแบบจำลองฐานข้อมูล
PPT
บทที่ 2 สถาปัตยกรรมและแบบจำลองฐานข้อมูล
PPTX
Degrees of data abstraction
PDF
PPT
Introduction to Data Abstraction
PDF
Viewers also liked
DOCX
กลุ่มหนูมาลีฆ่าหมีด้วยมือเปล่าโนโลโก้ --Nologo
PPTX
PPT
ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับระบบฐานข้อมูล
PPT
Data abstraction the walls
PPT
PDF
PPTX
Slide 3 data abstraction & 3 schema
PPTX
Abstract Base Class and Polymorphism in C++
Similar to บทที่ 2 สถาปัตยกรรม
PDF
ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับฐานข้อมูล
PDF
งานคอมนางสาว มลทิรา เอกกุล เรื่อง เทคโนโลยีการสื่อสาร
PDF
PDF
ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับระบบฐานข้อมูล
PPT
PDF
PDF
PPT
PPT
PDF
หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 การออกแบบฐานข้อมูลวิชา การจัดการฐานข้อมูล
PPT
PDF
PDF
PDF
PDF
ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับฐานข้อมูล
PDF
บทที่1ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับฐานข้อมูล และหลักการออกแบบฐานข้อมูล
PDF
PDF
PDF
นางสาว หัทยา เชื้อสมเกียรติ ม.5 pp
PDF
นางสาว หัทยา เชื้อสมเกียรติ ม.5 pp
บทที่ 2 สถาปัตยกรรม 1. บทที่ 2 สถาปัตยกรรมของฐานข้อมูล
สถาปัตยกรรมของฐานข้อมูลแบบ ANSI SPARC
(American National Standard Institute -
Standards Planning and Requirements
Committee) เป็นการแบ่งระดับของข้อมูลใน
ระบบฐานข้อมูล ซึ่งข้อมูลถูกมองจากผู้ใช้ในรูปแบบที่
แตกต่างกัน ตามวัตถุประสงค์ของการใช้งาน แบ่งได้
3 ระดับ
1. ระดับภายนอก(External level / View)
เป็นระดับที่ประกอบด้วยภาพของข้อมูลที่ผู้ใช้แต่ละคน
มอง ตามความต้องการใช้ข้อมูล ซึ่งประกอบด้วย
entities , attributes และ relationships ของแต่ละ
คน เช่น นักศึกษาต้องการข้อมูลคะแนนและเกรดของ
Db02-1
2. ข้อมูลที่จดเก็บในฐานข้อมูล
ั
รหัสนักศึกษา ชือ-นามสกุล
่ คะแนนเก็บ ปลาย
ภาค คะแนนรวม เกรด
4583170141 นางสาววรลักษณ์ เทพอักษร 28 23
51 C
4583170144 นางสาวนนท์ภัทรา ทองเลิศ 37 31
68 B
4583170148 นายบัณฑิต สุขโข 31 32
63 C+
4583170151 นายปริญญา อรชร 31 37 68
B
4583170153 นายวสกร ชื่นอารมย์ 25 32 57
C+
มุมมองของนักศึกษาแต่ละ มุมมองของอาจารย์ที่ปรึกษา
คน
4583170144
นายบัณฑิต สุขโข 68 B
C+
4583170151
นายปริญญา อรชร 68 B
B
นายวสกร ชื่นอารมย์
C+ Db02-2
3. สถาปัตยกรรมของฐานข้อมูล
2. ระดับแนวความคิด(Conceptual/Logical level)
เป็นระดับการกำาหนดรูปแบบข้อมูล ขนาดของข้อมูล และ
ความสัมพันธ์ระหว่างข้อมูล ได้แก่ การกำาหนดเอนติตี้ แอต
ตริบิว ความสัมพันธ์ และกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับข้อมูล ซึง ่
เป็นระดับการออกแบบฐานข้อมูล
การนำาเสนอโครงสร้างของข้อมูล เรียกว่า เค้าร่างเชิง
แนวคิด(Conceptual Schema)
ซึงจะเกี่ยวข้องกับกฎควบคุมความถูกต้องของข้อมูล
่
ความปลอดภัยของข้อมูล ความสัมพันธ์ของข้อมูล และผูมี ้
สิทธิใช้ขอมูลในส่วนต่างๆ
้
Db02-3
4. รายละเอียดแฟ้มข้อมูล รายละเอียดแฟ้มข้อมูล
คะแนน นักศึกษา
ชื่อลักษณะประจำา ∝ 1
ประเภท ขนาด ชื่อลักษณะประจำา
รหัสนักศึกษา 1 ประเภท ขนาด
Char 11 รหัสนักศึกษา
รหัสวิชา Char Char 11
6 ชื่อ-นามสกุล
คะแนนเก็บ Char 40
Num 2 วิชาเอก Char
ปลายภาค50
รายละเอียดแฟ้มข้อมูล
30
Num 2 ทีอ า
วิชยู่
่ Char
รวม 100 Num 1 30
ชื่อลักษณะประจำา
3 เบอร์โทรฯ
ประเภท ขนาด
เกรด Char Char 11
รหัสวิชา Char
1 ชื่อผู้ปกครอง
6
Char 40
ชื่อวิชา Char
40
หน่วยกิต
Num 2
Db02-4
5. สถาปัตยกรรมของฐานข้อมูล
3. ระดับภายใน ( Internal level / Storage
view /physical level) เป็นระดับ การจัดเก็บข้อมูลใน
ฐานข้อมูล ณ ตำาแหน่งใดๆ ในดิสก์
ซึงรวมถึง รูปแบบเรคอร์ท เช่น Indexes ,
่
Hashing algorithm , block size , pointer , สื่อข้อมูล ,
Data structure , File organizations , Interface กับ
Operating System ,วิธีการ access ข้อมูล , การจัด
เก็บข้อมูลลงใน storage device , การสร้าง Index ,
การเรียกค้นข้อมูล เป็นต้น
Db02-5
6. สถาปัตยกรรมของฐานข้อมูล
External ของนักศึกษา External ของ
อาจารย์ที่ปรึกษา
นายยิ่งยศ ได้ GPA = 3.29 1. นายยิ่งยศ
2. นายดำา
3. นายแดง
Conceptual Level
รายละเอียด การลงทะเบียน / ประวัตนศ./ วิชา/
ิ
อาจารย์
Internal Level
id : integer; name string[40]; Addr : string[50];
Db02-6
7. Mapping
คือกระบวนการแปลง requests และ results
ระหว่าง schema 3 ระดับ
สังเกตได้วา 3 schemas เป็นการอธิบายถึง
่
ข้อมูล ที่ถูกจัดเก็บจริงๆ ใน physical level แต่
DBMS จะทำาให้ผู้ใช้มองเห็นข้อมูลที่ใช้เท่านั้น
(External level)
โดย DBMS จะทำาการแปลงความต้องการของผู้
ใช้ (external schema) ด้วยการค้นหาข้อมูลที่เก็บใน
หน่วยความจำา(internal schema) ซึงตรงกับข้อมูล
่
ที่อยู่ในระดับ conceptual schema โดย
- แปลง external schema เป็น
conceptual schema
Db02-7
8. Mapping
External
view
Conceptu
al level
Struct STAFF { Internal
int staff_No; int Branch_No; char level
Fname[15];
char Lname[15]; char Department[15];
struct date Date_of_birth; Float Salary;
struct STAFF * next; /* pointer to next record */ Db02-8
9. เหตุผลของการกำาหนดสถาปัตยกรรม
เนื่องจากการอ้างถึงโครงสร้างข้อมูลในระดับภายใน
โดยตรง จะมีความเสี่ยงต่อความปลอดภัยและกฎการ
ควบคุมความถูกต้องของข้อมูล จึงนิยมใช้การแปลงรูปซึง ่
เป็นการแปลงมุมมองของผูใช้ในระดับสถาปัตยกรรมที่สูง
้
กว่ามาใช้มองโครงสร้างของข้อมูลในระดับที่ตำ่ากว่า โดย
เริ่มทำาการแบ่ง schema ออกเป็น 2 ประเภท ดังนี้
• Schema (System view)
• Subschema (user view)
Db02-9
10. เหตุผลของการกำาหนดสถาปัตยกรรม
ต่อมาพัฒนาทำาการแบ่งเป็น 3 ระดับ ด้วยเหตุผล ดังนี้
1. แต่ละ user สามารถที่จะ access ข้อมูล
เดียวกันแต่แตกต่างกันที่ view ซึง user สามารถ
่
เปลี่ยนแปลง view ของตนเองได้ โดยไม่กระทบต่อการใช้
งานของผูใช้อื่น
้
2. Users ไม่สามารถที่จะเข้าถึงในส่วนของหน่วย
ความจำา ได้
3. DBA สามารถที่จะเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของ
หน่วยความจำา
จะไม่กระทบต่อ user view
4. การเปลี่ยนแปลงในส่วนกายภาพของหน่วย
ความจำา จะไม่มีผลกระทบต่อโครงสร้างภายในของฐาน
ข้อมูล
Db02-10
11. ความเป็นอิสระของข้อมูล
ความอิสระของข้อมูล แบ่งออกเป็น 2 ลักษณะ
1. ความอิสระของข้อมูลเชิงตรรกะ(Logical Data
Independence) : การเปลี่ยนแปลงแก้ไขโครงสร้าง
ข้อมูลในระดับแนวคิด จะไม่มผลกระทบโครงสร้าง
ี
ข้อมูลในระดับภายนอก เช่น การเปลียนขนาดของแอตตริ
่
บิวไม่ตองแก้ไขโปรแกรมที่เรียกใช้แอตตริบิวนั้น
้
2. ความอิสระของข้อมูลเชิงกายภาพ (Physical
Data Independence) : การแก้ไขโครงสร้างข้อมูลใน
ระดับภายใน จะไม่มผลกระทบต่อโครงสร้างข้อมูล
ี
ระดับแนวคิดหรือระดับภายนอก เช่น การเปลี่ยนวิธีจัด
เก็บข้อมูลจาก Sequential ไปเป็น Indexed ในระดับ
แนวคิด โดยโปรแกรมประยุกต์ที่เขียนในระดับภายนอกก็ไม่
Db02-11
12. Data Model
แบบจำาลองข้อมูล หมายถึงสถาปัตยกรรมฐาน
ข้อมูลระดับแนวความคิด(logical level) ที่นำาเสนอ
แบบข้อมูล (data type) ความสัมพันธ์ (Relation) และ
กฎเกณฑ์(constraints) ให้ผู้ใช้เห็นเข้าใจได้ เช่น
• ข้อมูลภายในฐานข้อมูล
• ความสัมพันธ์กันของแต่ละข้อมูล
• โครงสร้างข้อมูล
• กฎควบคุมความถูกต้อง ของโครงสร้างข้อมูล
• กลุ่มคำาสั่งปฏิบัติงานพื้นฐานสำาหรับ เรียกค้น จัด
เก็บ และปรับปรุงข้อมูลในฐานข้อมูล
Db02-12
13. ประเภทของ Data Model
1. Conceptual (High level data model)
เป็นแบบจำาลองทีเน้นมุมมอง(view)ในการรับรู้ข้อมูลของ
่
ผูใช้ และการออกแบบฐานข้อมูล เพื่ออธิบายส่วน
้
ประกอบและความสัมพันธ์ของข้อมูล ซึงได้แก่ E-R
่
Model และ Object-oriented Model
2. Physical (Low-level data model) เป็น
แบบจำาลองที่แสดงการอธิบายรายละเอียดของวิธีการที่
ข้อมูลถูกจัดเก็บลงในหน่วยความจำา
3. Representational (Implementation
data model) เป็นแบบจำาลองที่อธิบายรายละเอียดของ
โครงสร้างข้อมูลที่ทำาการสร้างว่าใช้แบบจำาลองข้อมูล
แบบใด เช่น Hierarchical Database Model ,
Network Database Model หรือ Relational Db02-13
14. Hierarchical data model
1. Hierarchical data model ประกอบด้วย
records ที่ถกจัดเก็บในโครงสร้างข้อมูลแบบต้นไม้ จะ
ู
ประกอบด้วยโหนด(node) และ กิ่ง(arc หรือ edge)
ที่ทำาการเชือมระหว่างโหนดซึงในโครงสร้างจะประกอบ
่ ่
ด้วย root node (โหนดบนสุด) และ child nodes
ro o t n o d e
a rc /e d g e
ro o t o f s u b tre e
c h ild n o d e s
s u b tre e
Db02-14
15. Hierarchical data model
การเข้าถึงข้อมูลของโครงสร้าง มีดงนี้
ั
1. Pre-order traversal วิธีการนี้เริ่มต้นจาก Top down
โดยเริ่มจาก root node และ access subtrees ตาม
ลำาดับจากซ้ายไปขวา ตามลำาดับ (root/left/right)
2. Post-order traversal วิธีการนี้เริ่มต้นจาก bottom
up และ access subtrees จาก ซ้ายไปขวา ขึนไปตาม ้
B 3
ลำาดับ(left/right/root)
S G 5 S G 1 4 S G 2 3 S G 3 7 P G 4 P G 1 6 P G 2 1 P G 3 6
C R 7 6 C R 5 6 C R 5 6
B3 , SG5 , SG14 , SG23 , SG37 , PG4 , CR76 , CR56 , PG16 ,
PG21 , PG36 , CR56 (Pre-order)
SG5 , Sg14 , SG23 , SG37, CR76, CR56, PG4 , PG16 , PG21 ,
Db02-15
16. ข้อดีของ Hierarchical data
model
1. ระบบ DBMS ช่วยให้การใช้งานข้อมูลร่วมกัน มีความ
ปลอดภัย
2. DBMS ให้อิสระในการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างข้อมูล
หรือหน่วยเก็บ โดยไม่กระทบต่อโปรแกรม ทำาให้สามารถ
เขียนโปรแกรมบำารุงรักษาภายหลังได้อย่างอิสระ
3. ความสัมพันธ์แบบแม่ลูก (parent /child
relationship) ทำาให้เกิดความคงสภาพของข้อมูล(dat
a integrity) เพราะ child จะปรากฏเมื่อมี parent ดังนั้น
โครงสร้างของข้อมูลจึงเป็นแบบการขึ้นต่อกัน เช่น ใน
กรณีที่ทำาการลบ root ทิ้ง child nodes ที่ขนกับ root ก็
ึ้
จะถูกลบไปด้วย
Db02-16
17. ข้อเสียของ Hierarchical data model
1. ขาดความอิสระของข้อมูล เนื่องจาก การ
เปลี่ยนแปลงใดที่เกิดขึ้นกับโครงสร้างข้อมูล เช่น มีการจัด
วางตำาแหน่งใหม่ของโหนด ยังคงต้องเปลี่ยนแปลง
โปรแกรมที่มีการเข้าถึงข้อมูลนั้น ทำาให้การออกแบบซับ
ซ้อนมากขึน
้
2. แบบจำาลองนียากในการจัดการ ขาดความยืดหยุ่น
้
เมื่อมีการเปลี่ยนแปลง เช่น มีความสัมพันธ์ใหม่หรือโหนด
ใหม่ หรือลบโหนด จะทำาให้เกิดงานที่ซบซ้อนในการจัดการ
ั
โหนดที่เกี่ยวข้อง
3. การเขียนโปรแกรมประยุกต์มีความซับซ้อน
เนื่องจากการเข้าถึงโหนดจะต้องเริ่มจากโหนดแม่ไปถึงลูก
ดังนั้นการเปลี่ยนโครงสร้างฐานข้อมูล จึงอาจนำาไปสู่การ
เปลี่ยนโปรแกรมประยุกต์ได้ ดังนั้นความอิสระข้อมูลจึงถูกDb02-17
18. Network data model
สร้างขึ้นเพื่อที่จัดการกับปัญหา ความซับซ้อนของ
ความสัมพันธ์ที่เกิดจาก Hierarchical data model
มาตรฐานฐานข้อมูล กำาหนดโดย CODASYL
(COnference on Data SYstems Languages) ซึงเป็นก
่
ลุ่มผูใช้ และผูประกอบการทางด้านอุตสาหกรรม
้ ้
computer ได้ทำาการกำาหนดการดำาเนินการที่เกิดใน
ฐานข้อมูล และ ทำาการสร้าง DBTG(DataBase
Task Group) เพื่อใช้เป็นข้อกำาหนดมาตรฐาน ที่ชวยใน
่
การอำานวยความสะดวกในการสร้าง และการจัดการ
ข้อมูลในฐานข้อมูล
Db02-18
19. Network data model
ประกอบด้วย records , data items และ ความ
สัมพันธ์ระหว่าง records แบบ one to many (1:M)
ใน network data model จะประกอบด้วย set และใน
แต่ละ set จะประกอบด้วย record 2 ประเภทด้วยกัน
คือ
1. Owner record ซึงเทียบเท่ากับ parent ใน
่
hierarchical data model
2. Member record ซึงเทียบเท่ากับ child ใน
่
hierarchical data model แต่ Hierarchical data
model มีความสัมพันธ์ระหว่าง members กับ owner
เป็นแบบ M:N ได้
Db02-19
20. Network data model
S a le s R e p ตัวแทนขาย C u s t o m e r
1 :M 1 :M 1 :M
c o m m is s io n s e t S a le s s e t P aym ent set
P ro d u c t In v o ic e Paym ent
1 :M 1 :M
In v e n to ry s e t L in e s e t
IN V _ L IN E
รายการสั่งซื้อ
network data model
Db02-20
21. ข้อดีของ Network data model
1. ติดตังง่ายกว่าแบบ Hierarchical
้
2. ชนิดของการเข้าถึงข้อมูลและความยืดหยุ่นมี
มากขึน งานประยุกต์สามารถเขียนโปรแกรมเข้าถึงข้อ
้
มูลเรคอร์ทแม่และลูกในเซ็ตได้และเชือมโยงไปยังเร
่
คอร์ทที่เกียวข้องได้
่
3. มีความคงสภาพข้อมูล(Data Integrity)
เนื่องจากต้องกำาหนด เรคอร์ทแม่ก่อนกำาหนดเรคอร์
ทลูก
4. มีความอิสระข้อมูลอย่างเพียงพอ เพื่อที่จะ
แยกโปรแกรมออกจากหน่วยเก็บข้อมูลทางกายภาพที่
ซับซ้อน นั่นคือเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงลักษณะข้อมูล ก็
Db02-21
22. ข้อเสียของ Network data model
1. การออกแบบและการใช้งานยาก ผู้ใช้จึง
ต้องมีความรู้ความเข้าใจในโครงสร้างฐานข้อมูลอย่างดี
เพื่อนำาประสิทธิภาพของฐานข้อมูลมาใช้ประโยชน์
2. การเปลี่ยนแปลงฐานข้อมูลทำาได้ยาก เช่น
การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างฐานข้อมูล ข้อกำาหนดใน
ภาพย่อย(Subschema Definition)ทั้งหมด จะต้องมีการ
ตรวจสอบอีกครั้ง แม้ว่าแบบจำาลองโครงข่ายจะให้ความ
อิสระ ของข้อมูล(Data Independence) แต่ไม่ให้ความ
อิสระของโครงสร้าง (Structural dependence)
3. แบบจำาลองโครงข่าย มีโครงสร้างที่ซับซ้อน
มาก ดังนั้นนักเขียนโปรแกรมต้องมีความคุ้นเคยอย่างดี
เพื่อที่จะเข้าถึงฐานข้อมูลได้อย่างให้ประสิทธิผล
4. เป็นแบบจำาลองที่ใช้งานยากสำาหรับผู้ใช้ Db02-22
23. Relation Data Model
• มีตัวสนับสนุนในด้านการค้นหาแบบทันทีทันใดได้
(Ad hoc query)
• E.F. Codd (of IBM,1970) ทำาการคิดค้น data
model แบบ relational data modelโดยมี RDBMS
(Relational Database management system) เป็น
ตัวกลางในการจัดการกับ relational data model
• โครงสร้างของ relational data model เป็น
โครงสร้างแบบตาราง (Table) หรืออาจเรียกว่า
relation ซึงในแต่ละตารางจะประกอบด้วย row และ
่
column
Db02-23
24. ข้อดีของ Relation Data Model
1. Structural independence การเปลี่ยน
แปลงใดๆ ที่เกิดขึ้นในโครงสร้างของ relational data
model จะไม่มีผลกระทบต่อการเข้าถึงข้อมูลของ
DBMS
2. พัฒนาและออกแบบง่าย
3. การออกแบบฐานข้อมูล ติดตัง จัดการและใช้
้
งานง่าย
4. มีความสามารถในการสืบค้นเร่งด่วน(Ad hoc
query) โดยมีภาษา SQL ค้นหาแบบทันทีทันใด
5. ระบบ DBMS ทำางานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Db02-24
25. ข้อเสียของ Relation Data Model
1. มีค่าใช้จ่ายทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์สูง
2. การออกแบบและการติดตั้งทำาได้ง่ายอาจ
ทำาให้ผดพลาดได้ง่ายเช่นกัน
ิ
3. เนื่องจากง่ายต่อการใช้ ดังนั้น ผู้ใช้งาน
จึงง่ายต่อการสร้างฐานข้อมูล และโปรแกรมที่ใช้งาน
ของตนเอง ซึงอาจเกิดปัญหาคล้ายๆ กับ File-based
่
system
Db02-25
26. Object Oriented Data Model
Data model ที่ชื่อว่า SDM (Semantic data
model) ที่พัฒนาโดย M.Hammer และ D.McLeod
ในปี 1981
ใช้แสดงข้อมูลออกมาในรูปของข้อมูลที่เป็น
จริง (Real world) ในรูปของ Object และเรียกว่า
Object-Oriented data model (OODM)
Db02-26
27. Object Oriented Data Model
• OODM จะกำาหนด entity ขอบเขตและความสัมพันธ์
ระหว่าง object
• โครงสร้างของ OODM ประกอบด้วย class ที่มี object
• class เป็นแบบสำาหรับสร้าง object และมีคุณลักษณะ
ของ object เช่น ชนิดข้อมูล (Attributes) method
ต่างๆ สำาหรับการเข้าถึงข้อมูลและใช้งานร่วมกับ class อืน
่
ได้ ตัวอย่างเช่น
• class person ประกอบด้วย รหัส ชือนามสกุล ที่อยู่
่
เบอร์โทร
• class customer ประกอบด้วย person รหัสสมาชิก
เป็นต้น Db02-27
28. Object Oriented Data Model
• Object คือชินส่วนที่ประกอบขึ้นเป็น class ซึงสามารถ
้ ่
ปรับปรุงชินส่วนบางชิ้นได้โดยไม่กระทบกับภาพรวม
้
ทั้งหมด เช่น
• class เครื่องคอมพิวเตอร์ ประกอบด้วย object ชิน
้
ส่วนต่างๆ
• class person ประกอบด้วย object พนักงานขาย
object พนักงานพิมพ์ดีด
Db02-28
29. Object Oriented Data Model
Object of Animal
class
Obj
Obj Obj
ect
ect ect
Obj Obj Obj
ect ect ect
class
Db02-29
30. Object Oriented Data Model
• method เป็น procedure แสดงพฤติกรรมของ
Object เช่น การค้นหาชือพนักงาน การพิมพ์รายงาน
่
เป็นต้น
• Instance variable เป็นตัวแปรของ Object ที่ใช้
กำาหนด attribute หรือกำาหนดสถานะ สำาหรับกำาหนด
ค่าให้ Object
• attribute จะเป็นตัวแปรที่อธิบายถึงคุณสมบัติของ
Attribute รหัส
Object Person ชือนามสกุล ที่
่
อยู่ เบอร์โทร
Method
Employee Customer Sale
getname
ตำาแหน่ง ยอดซือ,รหัสสมาชิก
้
Db02-30
31. Object Oriented Data Model
นอกจากนั้น OODM ยังมีคณสมบัติ inheritance
ุ
ในการสืบทอดคุณสมบัติ (attributes และ methods)
ของ class ไปยัง class ที่ลำาดับถัดไปได้ เช่น พนักงาน
ประจำา และ พนักงานชัวคราว มาจาก พนักงาน
่
ข้อเสีย 1. OODM ยังขาดมาตรฐานในการใช้งาน
2. โปรแกรมระบบมีขนาดใหญ่ทำาให้ทำางานช้า
Person
Employee Customer Sale
ตำาแหน่ง ยอดซือ,รหัสสมาชิก
้
Db02-31
32. Database Schema
คือ การอธิบายถึงฐานข้อมูล ในส่วนของการออกแบบ
ฐานข้อมูลประกอบด้วย กลุ่มของ occurrence หรือ
instances คือ กลุ่มข้อมูลที่อยู่ในฐานข้อมูล เช่น
student (name,studentid,class,major)
- meta-data คือการอธิบายการสร้างและกฎ
เกณฑ์ของ Schemas
Schema diagram for the Database
Db02-32
33. บุคลากรใน DBMS
• DBA (Database Administrators) มีหน้าที่
• จัดระดับผูใช้ในการเข้าถึงข้อมูล
้
• ประสานและตรวจสอบการใช้งานข้อมูล
• จัดการในส่วนของ software และ hardware ของ
ระบบงานที่ต้องการ
• แก้ปัญหาในระบบงาน เช่น ความปลอดภัย
response time
• Database Designers
• กำาหนดข้อมูลที่จัดเก็บในฐานข้อมูล
• การเลือกโครงสร้างของข้อมูลที่เหมาะสม ในการ
จัดเก็บและแสดงข้อมูล ก่อนที่จะมีการ implement
ฐานข้อมูลขึ้น
• สำารวจความต้องการของผูใช้ และออกแบบ ให้ตรง
้
ตามความต้องการของผู้ใช้งาน Db02-33
34. ภาษาฐานข้อมูล
1. DDL (data definition language) ใช้
โดย DBA และ Database Designers ในการ
กำาหนด schemas (external schemas และ
conceptual schema) ใน DBMS มี DDL compiler ซึง ่
เป็น function ในการประมวลคำาสั่งใน DDL เพื่อสร้าง
และทำาการจัดเก็บ schemas ในฐานข้อมูล
2. Storage definition language (SDL)
ใช้ในการกำาหนด internal schema
3. Data Manipulation language (DML)
เป็นภาษาที่ใช้ในการปฏิบัตงานกับข้อมูล ในฐาน
ิ
ข้อมูล เช่น การเพิมข้อมูล (Insertion), การเรียกข้อมูล
่
(retrieval), การลบข้อมูล (deletion) และการ
เปลี่ยนแปลงข้อมูล (modification)
Db02-34
35. งานบทที่ 2
• จงอธิบายสถาปัตยกรรมของฐานข้อมูล 3 ระดับ
• จงบอกเหตุผลของการกำาหนดสถาปัตยกรรม
• จงบอกหลักการ mapping
• ความอิสระของข้อมูล มีกี่ลักษณะอะไรบ้าง
• จงยกตัวอย่าง data model มา 2 ชนิด
• จงบอก database schema ของระบบคลังสินค้า
Db02-35