อ้างอิง
http://119.46.166.126/resource_center7/Admin/acrobat/v_3_sc_sc_427.pdf
https://th.wikipedia.org/wiki/กรดแอบไซซิก
https://journals.ashs.org/horttech/view/journals/horttech/20/5/article-p896.xml
https://link.springer.com/article/10.1007/s11240-020-01924-0
จัดทําโดย
นายภูริภัทร อัตถากร
ชัน ม.6 ห้อง154 เลขที39
รายงานเรืองแผ่นผับแสดง
การตอบสนองของพืช
และฮอร์โมนพืช
รายงานนีเปน ส่วนหนึงของรายวิชาชีวะวิทยา ว30245
ชันมัธยมศึกษาปที6 ภาคเรียนที1 ปการศึกษา พ.ศ.2564
โรงเรียนเตรียมอุอมศึกษา
เสนอ
อาจารย์วิชัย ลิลิตพรรักษ์
การควบคุมการสังเคราะห์โปรตีน กรดแอบ
ไซซิกมีผลทําให้การสังเคราะห์โปรตีนที
เกียวข้องกับการเจริญเติบโตน้อยลง
กรดแอบไซซิกมีผลในการลดการคายนําและ
เพิมการดูดซึมนําของราก กระตุ้นการดูด
ไอออนเข้าสู่ราก ชักนําการเติบโตของราก
กระตุ้นการเกิดรากแขนงแต่กดการเจริญ
ของใบ ทําให้ใบมีขนาดเล็กลง
กรดแอบไซซิกชักนําการออกดอกในพืชวัน
สันและยับยังการออกดอกในพืชวันยาว
ยังยังการขยายของเซลล์โดยออกฤทธิใน
ทางตรงกันข้ามกับออกซิน
กระตุ้นการเคลือนไหวทีตอบสนองต่อแรง
โน้มถ่วง
ตัวอย่าง
Festive Ursula
taraxacum pieninicum
chrysanthemum
HORMONE
ABSCISIC ACID
ภาพถ่ายจาลองการทดลองทีทดสอบฤทธิของกรดแอบไซซิกทีมีต่อ
การยืดยาว ของเนือเยือโคลอีอพไทล
ประวัติการค้นพบ
กรดแอบไซซิก
• ในระยะแรกนักวิทยาศาสตร์ หลายกลุ่มสนใจ
ศึกษาสารสกัดจากพืชทีมีฤทธิ กระตุ้นการเติบโต
• โทมัส เบนเน็ต คลาค (Thomas Bennett-
Clark) และ เน็ด เคฟฟอร์ด (Ned Kefford) ได้
ค้นพบว่ามีสารสกัดจากพืชทีมีฤทธิยับยังการยืด
ยาว ของโคลีออพไทล์ ซึงตรงข้ามกับออกซิน
• เมือประมาณปพุทธศักราช 2496 เนืองจากพืช
ทีเก็บมาสกัดนันกาลัง เข้าสู่ระยะพักตัว มีการใช้
วิธี paper chromatography ในการแยก ทา
ให้ได้สารประกอบทีเปนกรด และมีฤทธิยับยังการ
ยืดยาวของ โคลีออพ ไทล์ สารประกอบนีได้รับ
การตังชือว่า บีต้า-อินฮิบิเตอร์ คอมเพล็กซ์ (β-
inhibitor complex)
• ในปพุทธศักราช 2506 ได้สกัดแยก
สารประกอบจากผลอ่อนของฝาย ทดสอบ
ฤทธิของสารสกัดทีแยกได้และพบว่าสาร
สกัดดังกล่าวมีฤทธิกระตุ้นการหลุด
ร่วงของใบ จึงได้ตังชือว่า แอบไซซิน 2
(abscisin II)
• ในช่วงเวลาเดียวกัน ได้สกัดแยก β-
inhibitor complex จากใบเบิร์ช (birch,
Betula pubescens) ทีเก็บจากต้นทีเจริญ
เติบโตเต็มที และได้ทดลองให้สารนี กับใบ
ของต้นเบิร์ชทีอายุยังน้อยพบว่า
สารประกอบนีมีผลให้ ตายอดเข้าสู่ระยะพัก
ตัว หยุด การเจริญเติบโต จึงได้ตังชือ
สารประกอบนีว่า
ดอร์มิน (dormin)
สําคัญของ
กรดแอบไซซิก
ปากใบทีได้รับกรดแอบไซซิกจะปดไม่ว่าจะ
อยู่ในทีมืดหรือสว่าง
เมือพืชอยู่ในดินเค็มหรืออากาศหนาวเย็น
พืชจะสร้างกรดแอบไซซิกมากขึนเช่นกัน
โดยในพืชทนเค็มนัน กรดแอบไซซิกจะ
กระตุ้นให้มีการสร้างโปรตีนพิเศษชือออส
โมตินมากขึน
ผลต่อการงอกของเมล็ด กรดแอบไซซิกมี
ผลยับยังการงอกของเมล็ด ทําให้มีการ
พักตัวของเอ็มบริโอ จนกว่าเมล็ดเริมงอก
เอ็มบริโอจึงเริมเจริญอีกครังหนึง
การพักตัวของพืช กรดแอบไซซิกเปน
ฮอร์โมนสําคัญทีทําให้ตาพืชเข้าสู่ระยะพัก
ตัว
ชักนําการหลุดร่วงและการเสือมชรา ผล
ต่อการหลุดร่วงของกรดแอบไซซิกเปนผล
โดยอ้อม คือไปกระตุ้นให้เซลล์พืชทีแก่
สร้างเอทิลีนมากขึน

Abscisic acid

  • 1.
    อ้างอิง http://119.46.166.126/resource_center7/Admin/acrobat/v_3_sc_sc_427.pdf https://th.wikipedia.org/wiki/กรดแอบไซซิก https://journals.ashs.org/horttech/view/journals/horttech/20/5/article-p896.xml https://link.springer.com/article/10.1007/s11240-020-01924-0 จัดทําโดย นายภูริภัทร อัตถากร ชัน ม.6ห้อง154 เลขที39 รายงานเรืองแผ่นผับแสดง การตอบสนองของพืช และฮอร์โมนพืช รายงานนีเปน ส่วนหนึงของรายวิชาชีวะวิทยา ว30245 ชันมัธยมศึกษาปที6 ภาคเรียนที1 ปการศึกษา พ.ศ.2564 โรงเรียนเตรียมอุอมศึกษา เสนอ อาจารย์วิชัย ลิลิตพรรักษ์ การควบคุมการสังเคราะห์โปรตีน กรดแอบ ไซซิกมีผลทําให้การสังเคราะห์โปรตีนที เกียวข้องกับการเจริญเติบโตน้อยลง กรดแอบไซซิกมีผลในการลดการคายนําและ เพิมการดูดซึมนําของราก กระตุ้นการดูด ไอออนเข้าสู่ราก ชักนําการเติบโตของราก กระตุ้นการเกิดรากแขนงแต่กดการเจริญ ของใบ ทําให้ใบมีขนาดเล็กลง กรดแอบไซซิกชักนําการออกดอกในพืชวัน สันและยับยังการออกดอกในพืชวันยาว ยังยังการขยายของเซลล์โดยออกฤทธิใน ทางตรงกันข้ามกับออกซิน กระตุ้นการเคลือนไหวทีตอบสนองต่อแรง โน้มถ่วง ตัวอย่าง Festive Ursula taraxacum pieninicum chrysanthemum
  • 2.
    HORMONE ABSCISIC ACID ภาพถ่ายจาลองการทดลองทีทดสอบฤทธิของกรดแอบไซซิกทีมีต่อ การยืดยาว ของเนือเยือโคลอีอพไทล ประวัติการค้นพบ กรดแอบไซซิก •ในระยะแรกนักวิทยาศาสตร์ หลายกลุ่มสนใจ ศึกษาสารสกัดจากพืชทีมีฤทธิ กระตุ้นการเติบโต • โทมัส เบนเน็ต คลาค (Thomas Bennett- Clark) และ เน็ด เคฟฟอร์ด (Ned Kefford) ได้ ค้นพบว่ามีสารสกัดจากพืชทีมีฤทธิยับยังการยืด ยาว ของโคลีออพไทล์ ซึงตรงข้ามกับออกซิน • เมือประมาณปพุทธศักราช 2496 เนืองจากพืช ทีเก็บมาสกัดนันกาลัง เข้าสู่ระยะพักตัว มีการใช้ วิธี paper chromatography ในการแยก ทา ให้ได้สารประกอบทีเปนกรด และมีฤทธิยับยังการ ยืดยาวของ โคลีออพ ไทล์ สารประกอบนีได้รับ การตังชือว่า บีต้า-อินฮิบิเตอร์ คอมเพล็กซ์ (β- inhibitor complex) • ในปพุทธศักราช 2506 ได้สกัดแยก สารประกอบจากผลอ่อนของฝาย ทดสอบ ฤทธิของสารสกัดทีแยกได้และพบว่าสาร สกัดดังกล่าวมีฤทธิกระตุ้นการหลุด ร่วงของใบ จึงได้ตังชือว่า แอบไซซิน 2 (abscisin II) • ในช่วงเวลาเดียวกัน ได้สกัดแยก β- inhibitor complex จากใบเบิร์ช (birch, Betula pubescens) ทีเก็บจากต้นทีเจริญ เติบโตเต็มที และได้ทดลองให้สารนี กับใบ ของต้นเบิร์ชทีอายุยังน้อยพบว่า สารประกอบนีมีผลให้ ตายอดเข้าสู่ระยะพัก ตัว หยุด การเจริญเติบโต จึงได้ตังชือ สารประกอบนีว่า ดอร์มิน (dormin) สําคัญของ กรดแอบไซซิก ปากใบทีได้รับกรดแอบไซซิกจะปดไม่ว่าจะ อยู่ในทีมืดหรือสว่าง เมือพืชอยู่ในดินเค็มหรืออากาศหนาวเย็น พืชจะสร้างกรดแอบไซซิกมากขึนเช่นกัน โดยในพืชทนเค็มนัน กรดแอบไซซิกจะ กระตุ้นให้มีการสร้างโปรตีนพิเศษชือออส โมตินมากขึน ผลต่อการงอกของเมล็ด กรดแอบไซซิกมี ผลยับยังการงอกของเมล็ด ทําให้มีการ พักตัวของเอ็มบริโอ จนกว่าเมล็ดเริมงอก เอ็มบริโอจึงเริมเจริญอีกครังหนึง การพักตัวของพืช กรดแอบไซซิกเปน ฮอร์โมนสําคัญทีทําให้ตาพืชเข้าสู่ระยะพัก ตัว ชักนําการหลุดร่วงและการเสือมชรา ผล ต่อการหลุดร่วงของกรดแอบไซซิกเปนผล โดยอ้อม คือไปกระตุ้นให้เซลล์พืชทีแก่ สร้างเอทิลีนมากขึน