Port A Cath
พว. อัครเดช บำรุงนำม หน่วยมะเร็งวิทยำ
ฝ่ำยกำรพยำบำล โรงพยำบำลจุฬำลงกรณ์ สภำกำชำดไทย
หลักสูตรกำรฝึกอบรมระยะสั้น สำขำกำรพยำบำลผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับยำเคมีบำบัด (หลักสูตร 1 เดือน)
รูปภาพ Port A Cath
แป้นสาหรับฉีดยา (Port)
• ตลับพอร์ตทำจำกโลหะ Titanium
หรือ Stainless
• ผนังด้ำนบนเป็น Silicone ซึ่งเป็น
ตำแหน่งที่แทงเข็ม
• ตรงกลำงมีลักษณะกลวงเรียกว่ำ
Septum จะมีควำมเหนียว เวลำที่
แทงเข็ม Huber point needle จะ
ช่วยยึดเข็มให้อยู่กับที่ ไม่หลุด
สาย (A Cath)
• ทำมำจำก Polyurethane
และ Silicone มีสำรทึบแสง
เคลือบ
• X-ray สำมำรถมองเห็น
ตำแหน่งของสำย
เข็ม (Wing Needle)
• Huber point needle หรือ
Non coring needle
• ปลำยเข็มหักโค้งเล็กน้อย
เพื่อลดกำรทำลำยผนัง
Silicone
รูปภาพ Port A Cath
ประโยชน์ของ Port A Cath
1. ดูดเลือดส่งตรวจ
2. บริหำรสำรน้ำ ยำเคมีบำบัด ยำปฏิชีวนะ
3. บริหำรสำรอำหำรทำงหลอดเลือดดำ
4. บริหำรส่วนประกอบของเลือด
การเตรียมอุปกรณ์
1. Set ทำแผล (สำลี ก๊อส)
2. ผ้ำสี่เหลี่ยมเจำะกลำง Sterile 1 ผืน
3. ถุงมือ Sterile 1 คู่
4. 2% Chlorhexidine in 70% Alcohol
5. เข็มแทงพอร์ต 1 อัน (ขึ้นกับวัตถุประสงค์ในกำรใช้งำน)
6. Syringe ขนำด 10 ml. หัวเข็มเบอร์ 18 (สำหรับบรรจุ 0.9%NSS)
7. Syringe ขนำด 20 ml. หัวเข็มเบอร์ 18 (สำหรับบรรจุ 0.9%NSS) เฉพาะในกรณีล้างพอร์ต
8. Syringe ขนำด 10 ml. หัวเข็มเบอร์ 18 (สำหรับบรรจุ Heparin) เฉพาะในกรณีล้างพอร์ต หรือ OFF เข็มพอร์ต
9. Heparin ควำมเข้มข้น 100 ยูนิต ต่อมิลลิลิตร เฉพาะในกรณีล้างพอร์ต หรือ OFF เข็มพอร์ต
10. น้ำเกลือ 0.9%NSS (อำจใช้เป็น NSS Nebule หรือ Piggy Bag)
11. อุปกรณ์ปิดแผลชนิดโปร่งใส (Tegaderm)
การเตรียมอุปกรณ์
• Syringe
กำรใช้Syringe ควรใช้ขนำด 10 ml ขึ้นไป
กำรใช้Syringe ขนำดเล็ก ทำให้เกิด Pressure มำกกว่ำ 25 psi
กำรมี Pressure สูงทำให้เกิดควำมเสี่ยงที่พอร์ตหรือสำย Catheter แตกได้
• เข็มแทงพอร์ต
กำรให้เลือด TPN กำรดูดเลือด >> เบอร์ 20
กำรให้สำรน้ำ ยำปฏิชีวนะ ยำเคมีบำบัด >> เบอร์ 22
ขั้นตอนการแทงเข็มพอร์ต
Panwipa nontikarn. (2022, August 1). วิธีการแทงพอร์ต. [Video]. YouTube. https://www.youtube.com/watch?v=qPR7jLZcKcc
ขั้นตอนการแทงเข็มพอร์ต
1. ล้ำงมือให้สะอำด และนำอุปกรณ์ไปที่เตียงผู้ป่วย
2. ตรวจสอบชื่อ-นำมสกุล จัดท่ำผู้ป่วยให้นอนหงำย
3. จัดสิ่งแวดล้อม ปิดม่ำนให้มิดชิด
4. ตรวจสอบตำแหน่งของฐำนพอร์ต และประเมินผิวหนังรอบ ๆ พอร์ต หำกผิดปกติให้แจ้งแพทย์
5. ล้ำงมืออีกครั้งด้วยแอลกอฮอล์เจล
ขั้นตอนการแทงเข็มพอร์ต (ต่อ)
6. เปิดชุดทำแผลและใส่อุปกรณ์สำหรับกำรแทงพอร์ตลงในชุดทำแผล ด้วยวิธี Sterile Technique
- เข็มพอร์ต แบบ Non-coring
- Syringe ขนาด 10 ml. 1 อัน
- หัวเข็มเบอร์ 18 1 อัน
- เท 2% Chlorhexidine ลงในหลุมของ Set ทำแผล
- Tegaderm 1 แผ่น
- ถุงมือ Sterile 1 คู่
ขั้นตอนการแทงเข็มพอร์ต (ต่อ)
7. สวมถุงมือ Sterile
8. ดูด 0.9%NSS ปริมำณ 10 ml. บรรจุไว้ใน Syringe และต่อเข้ำกับเข็มพอร์ต โดยไล่อำกำศออกให้หมด และปิด
Clamp ไว้
9. ทำควำมสะอำดผิวหนังบริเวณพอร์ต และผิวหนังรอบ ๆ ออกไปประมำณ 3 นิ้ว ด้วย 2%Chlohexidine โดยใช้เทคนิค
Scrub with Friction (ขัดประมาณ 30 วินาที และปล่อยทิ้งไว้จนแห้ง ประมาณ 30 วินาทีขึ้นไป)
10. ปูผ้ำสี่เหลี่ยมเจำะกลำง ตรงบริเวณที่จะแทงเข็มพอร์ต
ขั้นตอนการแทงเข็มพอร์ต (ต่อ)
11. เริ่มแทงเข็มพอร์ต โดยใช้มือข้ำงที่ไม่ถนัด คลำบริเวณตลับพอร์ต และตรึงบริเวณขอบตลับพอร์ตด้วย 3 นิ้วมือ คือ หัว
แม่มือ นิ้วชี้ และนิ้วกลำง
ขั้นตอนการแทงเข็มพอร์ต (ต่อ)
12. มือข้ำงที่ถนัดจับเข็มพอร์ตบริเวณปีก และแทงเข็มลงไป โดยให้เข็มตั้งฉำกกับบริเวณที่ใส่พอร์ต
ให้ออกแรงกดลงไปตรง ๆ บริเวณตรงกลำงพอร์ต จนเข็มชนกับผนังพอร์ตด้ำนล่ำง ซึ่งเป็นไทเทเนียมหรือสแตนเลส
13. เปิด Clamp และดูดเลือดเพื่อทดสอบตำแหน่งที่ถูกต้อง ไม่ควรดูดเลือดออกมำมำกเนื่องจำกเลือดจะค้ำงในสำย
หลังจำกนั้นให้ Flush ด้วย 0.9%NSS ที่เหลือจนหมด โดยใช้เทคนิค Push and Pause เมื่อใกล้หมด ให้Clamp สำย
ทันที เพื่อให้เกิด Positive Pressure
14. ต่อสำยกับอุปกรณ์ที่ให้ผ่ำนพอร์ต เช่น ยำเคมีบำบัด สำรน้ำต่ำง ๆ
15. แปะ Tegaderm ลงไปที่บริเวณแทงพอร์ต
ขั้นตอนการ OFF เข็มพอร์ต
1. ล้ำงมือให้สะอำดและนำอุปกรณ์ไปที่เตียงผู้ป่วย
2. ตรวจสอบชื่อ-นำมสกุล จัดท่ำผู้ป่วยให้นอนหงำย
3. จัดสิ่งแวดล้อม ปิดม่ำนให้มิดชิด
4. ตรวจสอบตำแหน่งของฐำนพอร์ต และประเมินผิวหนังรอบ ๆ พอร์ต หำกผิดปกติให้แจ้งแพทย์
5. ล้ำงมืออีกครั้งด้วยแอลกอฮอล์เจล
ขั้นตอนการ OFF เข็มพอร์ต (ต่อ)
6. เช็ดบริเวณข้อต่อด้วย 2% Chlorhexidine (Scrub hub and friction) และต่อเข้ำกับ Syringe ที่บรรจุ 0.9%NSS
ปริมำณ 10 ml.
7. เปิด Clamp และดูดเลือดเพื่อทดสอบว่ำอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้อง ไม่ควรดูดเลือดออกมำมำกเนื่องจำกจะค้ำงในสำย
หลังจำกนั้นให้ Flush ด้วย 0.9%NSS ที่เหลือจนหมด โดยใช้เทคนิค Push and Pause และเมื่อใกล้หมดให้ Clamp
สำยทันที เพื่อให้เกิด Positive Pressure
8. ต่อ Syringe ที่บรรจุ Heparin ควำมเข้มข้น 100 ยูนิตต่อมิลลิลิตร ไล่สำยเพื่อทำ Heparin Lock โดยใช้เทคนิค
Positive Pressure และ Clamp สำยทันที (ดูดมา 10 ml. และ Lock แค่ 3-5 ml.)
10. ใช้มือมือข้ำงที่ไม่ถนัดตรึงผิวหนังรอบ ๆ พอร์ต ส่วนมือข้ำงที่ถนัดให้จับบริเวณปีกพอร์ตให้แน่น และดึงขึ้นมำตรง ๆ
11. ปิดแผลบริเวณที่ OFF เข็มพอร์ต ด้วยผ้ำก๊อสขนำดเล็ก เมื่อเลือดหยุดไหลสำมำรถเอำก๊อสออกได้
การ Flush และ Locking พอร์ต
• Push and Pause technique
ทำให้เกิดกระแสน้ำวนช่วย Remove Blood cell fibrin หรือ Protein
• Locking
กำรผสม Heparin ในควำมเข้มข้นระหว่ำง 10-1000 U/ml มีประสิทธิภำพในกำรช่วยป้องกันกำรอุดตันของ Port A Cath
กำร Locking ด้วย Heparin ช่วยป้องกันกำรก่อตัวของลิ่มเลือด (Thrombus formation)
• Positive pressure technique
ป้องกันกำรไหลย้อนกลับของเลือด (Prevent the reflux of blood)
การ Flush และ Locking พอร์ต
กรณี Flush Lock ความถี่
สารละลาย ปริมาณ สารละลาย ปริมาณ
หยุดใช้ 0.9%NSS 20 ml. Heparin (1:100) 3-5 ml. 1-3 เดือน
หยุดใช้เป็นครั้งครำว 0.9%NSS 10 ml. Heparin (1:100) 3-5 ml. เวลำที่บริหำรยำ
ใช้ต่อเนื่อง 0.9%NSS 10 ml. - - ทุก 24 ชั่วโมง
หมายเหตุ: ปริมำณของสำรละลำยที่ใช้ Flush
ในกรณีเป็นกำรให้ยำ สำรน้ำต่ำง ๆ ให้ใช้ปริมำณ 10 ml.
ในกรณีเป็นกำรให้เลือด TPN กำรฉีดสี ให้ใช้ปริมำณ 20 ml.
การ Flush และ Locking พอร์ต
การใช้งาน Port แบบอื่น
1. กำรดูดเลือดส่งตรวจ
2. กำรให้เลือด
3. กำรให้TPN
การดูดเลือดส่งตรวจ
ไม่ค่อยนิยม เนื่องจำก
1. มีควำมเสี่ยงต่อกำรเกิดเลือดค้ำงในสำย
2. เสี่ยงต่อกำรติดเชื้อ
3. ไม่ควรดูดเลือดผ่ำนพอร์ต ในกรณีกำลังให้ TPN
ขนำดเข็ม Port ที่ใช้ดูดเลือด ควรใช้เบอร์ 20 ขนำด Syringe ที่ใช้ในกำรดูดเลือด ควรใช้ปริมำณ 10 ml.
กรณีพอร์ตไม่ได้ใช้งาน
Flush 0.9%NSS 10 ml. >> ดูดเลือดทิ้ง 5 ml. >> ดูดเลือดตำมปริมำณที่ต้องกำร >> Flush NSS 20 ml. >> หำก
ไม่ได้ใช้งำนให้ Lock ด้วย Heparin
กรณีพอร์ตกาลังใช้งาน
Flush 0.9%NSS 10 ml. >> ดูดเลือดทิ้ง 5 ml. >> ดูดเลือดตำมปริมำณที่ต้องกำร >> Flush 0.9%NSS 20 ml. >>
ให้สำรน้ำต่อ
การให้เลือด
1. ใช้เข็มพอร์ต เบอร์ 20
2. หำกผู้ป่วยมีเส้น Peripheral Vein ควรใช้ก่อน
3. กำรให้เลือด หำกเลือดหยดช้ำ พิจำรณำให้Flush ด้วย 0.9%NSS 10 ml. เป็นระยะ เพื่อป้องกันกำรอุดตัน
4. เมื่อให้เลือดหมด
4.1 กรณีไม่ได้ให้สำรน้ำต่อ: ต้อง Flush สำยด้วย 0.9% NSS ปริมำณ 20 ml. และ Lock ด้วย Heparin
4.2 กรณีให้สำรน้ำต่อ: ต้อง Flush สำยด้วย 0.9%NSS ปริมำณ 20 ml.
การให้ TPN
1. ใช้เข็มพอร์ต เบอร์ 20
2. Flush ด้วย 0.9%NSS ปริมำณ 20 ml. ทุก 24 ชั่วโมง
การทาแผลและการเปลี่ยนเข็ม Port
สาหรับการให้ยาหรือสารน้า
เปลี่ยนเข็มพอร์ต และ Transparent dressing ทุก 7 วัน
สาหรับการให้สารอาหารทางหลอดเลือดดา
เปลี่ยนเข็มพอร์ต และ Transparent dressing ทุก 3 วัน/ สัปดำห์ละ 2 ครั้ง
ส่วนกรณีแผลที่มีกำรลอกหลุด เปียกชื้น ให้รีบเปลี่ยนทันที
การแก้ไขเมื่อ Port มีปัญหา
1. เมื่อ Flush ได้แต่ไม่สำมำรถดูดเลือดได้
2. เมื่อ Flush ไม่ได้และดูดเลือดไม่ได้
เมื่อ Flush ได้ แต่ไม่สามารถดูดเลือดออกได้
1. ตรวจดูตำแหน่งกำรแทงเข็มพอร์ต ถ้ำไม่อยู่ตรงกลำงพอร์ต ให้ถอนเข็มออกจำกตัวพอร์ต แล้วย้ำยตำแหน่งแทงใหม่
2. ถ้ำทำตำมข้อ 1 แล้ว ไม่ได้ให้เปลี่ยนท่ำผู้ป่วยใหม่จำกเดิม เช่น เปลี่ยนเป็นท่ำนอนตะแคงซ้ำยหรือขวำ ให้ไอ หำยใจลึก
ๆ หรือยกแขนขึ้น ลุกนั่ง หรือให้นอนรำบโดยไม่หนุนหมอน (อำจช่วยได้กรณีปลำยสำยของ Catheter ชนกับผนังหลอด
เลือด)
หำกแก้ปัญหำเหล่ำนี้แล้วไม่สำเร็จ ให้รำยงำนแพทย์
**กรณีการอุดตันเกิดจากลิ่มเลือด แพทย์อาจจะ Flush ด้วย Heparin ตามอัตราส่วนที่แพทย์ต้องการ เช่น 1000 Unit
ใน Normal Saline 1 ml จานวน 1-2 ml**
เมื่อ Flush ไม่ได้และดูดเลือดไม่ได้
1. ตรวจสอบควำมยำวของเข็มพอร์ต ถ้ำเข็มสั้นไป ปลำยเข็มจะจมอยู่ใน Septum จึงทำให้ไม่สำมำรถ Flush หรือ ดูด
เลือดได้
2. ถ้ำมั่นใจว่ำเข็มยำวพอ แต่ไม่สำมำรถ Flush หรือ ดูดเลือดได้ ให้หมุนเข็มไปรอบ ๆ หรือให้ผู้ป่วยยกไหล่แล้วลอง
Flush เบำ ๆ ถ้ำไม่สำเร็จแสดงว่ำพอร์ตตัน
3. ถ้ำปฏิบัติตำมข้ำงต้น แล้วไม่ได้ผล ให้รำยงำนแพทย์ เพื่อสั่งใช้ Heparin ตำมอัตรำส่วนที่แพทย์ต้องกำร เช่น 1000
Unit ใน Normal Saline 1 ml จำนวน 1-2 ml หำกไม่สำเร็จพิจำรณำ Tissue plasminogen activator (t-PA) 2 mg.
**ห้าม Flush หรือ Push น้าเกลือแรงๆ เนื่องจากส่วนใหญ่เกิดจากการมีลิ่มเลือด หรือ Fibrin sheet หาก Flush หรือ
Push น้าเกลือแรงๆ ทาให้เกิด Embolism ได้**
เมื่อ Flush ไม่ได้และดูดเลือดไม่ได้ (ต่อ)
วิธีการผสม t-PA
- ยำ t-PA ขนำด 2 mg.
- Sterile Water Injection
ละลำยผงยำ t-PA กับ SWI ปริมำณ 2 ml. หลังจำกนั้นดูดน้ำยำขึ้นมำปริมำณ 1 ml. ด้วย Syringe ขนำด 3 ml.
โดยใช้ Syringe 3 ml. ฉีด t-PA เบำ ๆ เข้ำไปใน Port (ห้ำมดันยำเข้ำไปแรง ๆ เนื่องจำกจะทำให้Port แตกได้และลิ่ม
เลือดอำจจะหลุดไปที่อื่น)
- ใช้Three-way stopcock and two syringe method (ใช้Syringe 10 ml. และ 3 ml. ต่อเข้ำกับ Three way
อันนึงใส่ยำ (Syringe 3 ml.) อีกอันเป็น Syringe เปล่ำ (Syringe 10 ml.) >> ปิด Clamp ทำง Syringe ยำ >> ดึง
Syringe เปล่ำให้เป็น Negative Pressure ให้ได้มำกที่สุด แล้วปิด Clamp >> เปิด Clamp Syringe ยำ เพื่อให้ยำเข้ำ
ไปในสำย Catheter)
เมื่อ Flush ไม่ได้และดูดเลือดไม่ได้ (ต่อ)
เมื่อ Flush ไม่ได้และดูดเลือดไม่ได้ (ต่อ)
4. หลังจำกแช่ยำ t-PA ไว้ในพอร์ต 1 ชั่วโมง ให้ใช้Syringe 10 ml. ดูดเลือดออกจำกพอร์ต ทิ้ง 5 ml. เพื่อป้องกันยำเข้ำ
ไปในตัว แล้วใช้พอร์ต ได้ตำมปกติ
- ถ้ำยังไม่ได้ ให้เปลี่ยนทิศทำงของเข็ม ไปในทิศทำงต่ำง ๆ และให้ผู้ป่วยนอนรำบ หำยใจเข้ำออกลึก ๆ
- ถ้ำยังไม่ได้ ให้เพิ่มยำ t-PA ที่เหลืออีก 1 mg. แล้วรอ 30 นำที จึงดูดเลือดทิ้ง 5 ml.
5. ถ้ำยังไม่สำมำรถดูดเลือดได้หลังจำกใช้ r-PA แล้ว ต้องพิจำรณำทำ X-ray หรือ Venogram เพื่อหำสำเหตุ
การให้คาแนะนาอื่น ๆ
1. ทำควำมสะอำดร่ำงกำยได้ตำมปกติ บริเวณผิวหนังที่ฝังพอร์ต สำมำรถเช็ดถูได้เบำ ๆ
2. ห้ำมแกะ เกำ ดึงรั้ง บริเวณที่ฝังพอร์ต เพรำะอำจเกิดบำดแผลและนำไปสู่กำรติดเชื้อ
3. ไม่มีข้อห้ำมใด ๆ ในกำรเข้ำใกล้ไมโครเวฟ คลื่นแม่เหล็ก คลื่นไฟฟ้ำ
4. กำรเล่นกีฬำ/กำรออกกำลังกำย ผู้ป่วยสำมำรถออกกำลังกำยได้เบำ ๆ แต่ไม่แนะนำให้เล่นกีฬำหรือออกกำลังกำยที่ใช้
แรงเหวี่ยงแขนเยอะ เช่น เทนนิส กอล์ฟ แบดมินตัน วอลเล่ย์บอล
5. หลีกเลี่ยงกำรยกของหนัก เพื่อป้องกันกำรเกิดกระดูกไหปลำร้ำและกระดูกซี่โครงที่ 1 กดทับสำยสวนหลอดเลือดดำ
(Pinch off syndrome) ซึ่งกำรถูกกดทับของสำยสวนหลอดเลือดดำบ่อย ๆ และกำรยกของหนักมำก ๆ อำจทำให้สำยสวน
หลอดเลือดดำหัก หรือแตกได้
6. หมั่นสังเกตผิวหนังบริเวณที่แทงเข็มพอร์ต ว่ำมีอำกำรปวด บวม แดง มีไข้หรือมีหนองซึม กดเจ็บบริเวณที่ฝังพอร์ต
แน่นอึดอัดหน้ำอก แขนข้ำงที่ใส่พอร์ตบวม หำกมีอำกำรดังกล่ำวให้รีบมำพบแพทย์
การให้คาแนะนาอื่น ๆ (ต่อ)
7. กำรตรวจสุขภำพ เช่น กำรทำฟัน ถ้ำต้องทำฟันหรือผ่ำตัดหรือผ่ำตัดใดๆ ให้บอกทันตแพทย์ หรือแพทย์ที่ดูแลว่ำมี
พอร์ต ซึ่งอำจจำเป็นต้องให้ยำฆ่ำเชื้อก่อนและหลังทำ
8. เมื่อไม่มีกำรใช้งำนพอร์ต ต้องมำสวนล้ำงพอร์ตด้วยยำป้องกันเลือดแข็งตัวทุก 1 เดือน
เอกสารอ้างอิง
วันเพ็ญ พันธำงกูร, และสมถวิล ศิริเรือง. (2552). คู่มือการดูแลผู้ป่วยที่ใส่พอร์ท. บริษัทเท็คโปรโมชั่น แอนด์แอดเวอร์ไท
ซิ่งจำกัด.
วิไล สถำวรวิจิตร. (2561). กำรพัฒนำแนวทำงในกำรป้องกันกำรเกิดสำยสวนหลอดเลือดดำส่วนกลำงอุดตันในหอผู้ป่วย
กุมำรเวชกรรม 1. วารสารพยาบาลสวนดอก, 24, 5-13.
ส่งศรี แก้วถนอม. (2559). กำรดูแลผู้ป่วยที่ใส่พอร์ต. วารสารโภชนบาบัด, 24(2), 14-20.
เอกสารอ้างอิง (ต่อ)
Blanco-Guzman M. O. (2018). Implanted vascular access device options: a focused review on safety and
outcomes. Transfusion, 58 Suppl 1, 558–568. https://doi.org/10.1111/trf.14503
Goossens G. A. (2015). Flushing and Locking of Venous Catheters: Available Evidence and Evidence
Deficit. Nursing research and practice, 2015, 985686. https://doi.org/10.1155/2015/985686
Góraj, E., & Lipiec, M. (2018). Long-term intravenous access in cancer patients. OncOlOgy in clinical
practice, 14(5), 257-271.
Panwipa nontikarn. (2022, August 1). วิธีการแทงพอร์ต. [Video]. YouTube.
https://www.youtube.com/watch?v=qPR7jLZcKcc
เอกสารอ้างอิง (ต่อ)
Sousa, B., Furlanetto, J., Hutka, M., Gouveia, P., Wuerstlein, R., Mariz, J. M., Pinto, D., Cardoso, F., &
ESMO Guidelines Committee (2015). Central venous access in oncology: ESMO Clinical Practice
Guidelines. Annals of oncology : official journal of the European Society for Medical Oncology, 26 Suppl
5, v152–v168. https://doi.org/10.1093/annonc/mdv296
Sugawara, S., Sone, M., Sakamoto, N., Sofue, K., Hashimoto, K., Arai, Y., Tokue, H., Takigawa, M.,
Mimura, H., Yamanishi, T., & Yamagami, T. (2023). Guidelines for Central Venous Port Placement and
Management (Abridged Translation of the Japanese Version). Interventional radiology
(Higashimatsuyama-shi (Japan), 8(2), 105–117. https://doi.org/10.22575/interventionalradiology.2022-0015

ขั้นตอนการแทงเข็มพอร์ต A Cath ในผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับยาเคมีบำบัด

  • 1.
    Port A Cath พว.อัครเดช บำรุงนำม หน่วยมะเร็งวิทยำ ฝ่ำยกำรพยำบำล โรงพยำบำลจุฬำลงกรณ์ สภำกำชำดไทย หลักสูตรกำรฝึกอบรมระยะสั้น สำขำกำรพยำบำลผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับยำเคมีบำบัด (หลักสูตร 1 เดือน)
  • 2.
    รูปภาพ Port ACath แป้นสาหรับฉีดยา (Port) • ตลับพอร์ตทำจำกโลหะ Titanium หรือ Stainless • ผนังด้ำนบนเป็น Silicone ซึ่งเป็น ตำแหน่งที่แทงเข็ม • ตรงกลำงมีลักษณะกลวงเรียกว่ำ Septum จะมีควำมเหนียว เวลำที่ แทงเข็ม Huber point needle จะ ช่วยยึดเข็มให้อยู่กับที่ ไม่หลุด สาย (A Cath) • ทำมำจำก Polyurethane และ Silicone มีสำรทึบแสง เคลือบ • X-ray สำมำรถมองเห็น ตำแหน่งของสำย เข็ม (Wing Needle) • Huber point needle หรือ Non coring needle • ปลำยเข็มหักโค้งเล็กน้อย เพื่อลดกำรทำลำยผนัง Silicone
  • 3.
  • 4.
    ประโยชน์ของ Port ACath 1. ดูดเลือดส่งตรวจ 2. บริหำรสำรน้ำ ยำเคมีบำบัด ยำปฏิชีวนะ 3. บริหำรสำรอำหำรทำงหลอดเลือดดำ 4. บริหำรส่วนประกอบของเลือด
  • 5.
    การเตรียมอุปกรณ์ 1. Set ทำแผล(สำลี ก๊อส) 2. ผ้ำสี่เหลี่ยมเจำะกลำง Sterile 1 ผืน 3. ถุงมือ Sterile 1 คู่ 4. 2% Chlorhexidine in 70% Alcohol 5. เข็มแทงพอร์ต 1 อัน (ขึ้นกับวัตถุประสงค์ในกำรใช้งำน) 6. Syringe ขนำด 10 ml. หัวเข็มเบอร์ 18 (สำหรับบรรจุ 0.9%NSS) 7. Syringe ขนำด 20 ml. หัวเข็มเบอร์ 18 (สำหรับบรรจุ 0.9%NSS) เฉพาะในกรณีล้างพอร์ต 8. Syringe ขนำด 10 ml. หัวเข็มเบอร์ 18 (สำหรับบรรจุ Heparin) เฉพาะในกรณีล้างพอร์ต หรือ OFF เข็มพอร์ต 9. Heparin ควำมเข้มข้น 100 ยูนิต ต่อมิลลิลิตร เฉพาะในกรณีล้างพอร์ต หรือ OFF เข็มพอร์ต 10. น้ำเกลือ 0.9%NSS (อำจใช้เป็น NSS Nebule หรือ Piggy Bag) 11. อุปกรณ์ปิดแผลชนิดโปร่งใส (Tegaderm)
  • 6.
    การเตรียมอุปกรณ์ • Syringe กำรใช้Syringe ควรใช้ขนำด10 ml ขึ้นไป กำรใช้Syringe ขนำดเล็ก ทำให้เกิด Pressure มำกกว่ำ 25 psi กำรมี Pressure สูงทำให้เกิดควำมเสี่ยงที่พอร์ตหรือสำย Catheter แตกได้ • เข็มแทงพอร์ต กำรให้เลือด TPN กำรดูดเลือด >> เบอร์ 20 กำรให้สำรน้ำ ยำปฏิชีวนะ ยำเคมีบำบัด >> เบอร์ 22
  • 7.
    ขั้นตอนการแทงเข็มพอร์ต Panwipa nontikarn. (2022,August 1). วิธีการแทงพอร์ต. [Video]. YouTube. https://www.youtube.com/watch?v=qPR7jLZcKcc
  • 8.
    ขั้นตอนการแทงเข็มพอร์ต 1. ล้ำงมือให้สะอำด และนำอุปกรณ์ไปที่เตียงผู้ป่วย 2.ตรวจสอบชื่อ-นำมสกุล จัดท่ำผู้ป่วยให้นอนหงำย 3. จัดสิ่งแวดล้อม ปิดม่ำนให้มิดชิด 4. ตรวจสอบตำแหน่งของฐำนพอร์ต และประเมินผิวหนังรอบ ๆ พอร์ต หำกผิดปกติให้แจ้งแพทย์ 5. ล้ำงมืออีกครั้งด้วยแอลกอฮอล์เจล
  • 9.
    ขั้นตอนการแทงเข็มพอร์ต (ต่อ) 6. เปิดชุดทำแผลและใส่อุปกรณ์สำหรับกำรแทงพอร์ตลงในชุดทำแผลด้วยวิธี Sterile Technique - เข็มพอร์ต แบบ Non-coring - Syringe ขนาด 10 ml. 1 อัน - หัวเข็มเบอร์ 18 1 อัน - เท 2% Chlorhexidine ลงในหลุมของ Set ทำแผล - Tegaderm 1 แผ่น - ถุงมือ Sterile 1 คู่
  • 12.
    ขั้นตอนการแทงเข็มพอร์ต (ต่อ) 7. สวมถุงมือSterile 8. ดูด 0.9%NSS ปริมำณ 10 ml. บรรจุไว้ใน Syringe และต่อเข้ำกับเข็มพอร์ต โดยไล่อำกำศออกให้หมด และปิด Clamp ไว้ 9. ทำควำมสะอำดผิวหนังบริเวณพอร์ต และผิวหนังรอบ ๆ ออกไปประมำณ 3 นิ้ว ด้วย 2%Chlohexidine โดยใช้เทคนิค Scrub with Friction (ขัดประมาณ 30 วินาที และปล่อยทิ้งไว้จนแห้ง ประมาณ 30 วินาทีขึ้นไป) 10. ปูผ้ำสี่เหลี่ยมเจำะกลำง ตรงบริเวณที่จะแทงเข็มพอร์ต
  • 15.
    ขั้นตอนการแทงเข็มพอร์ต (ต่อ) 11. เริ่มแทงเข็มพอร์ตโดยใช้มือข้ำงที่ไม่ถนัด คลำบริเวณตลับพอร์ต และตรึงบริเวณขอบตลับพอร์ตด้วย 3 นิ้วมือ คือ หัว แม่มือ นิ้วชี้ และนิ้วกลำง
  • 16.
    ขั้นตอนการแทงเข็มพอร์ต (ต่อ) 12. มือข้ำงที่ถนัดจับเข็มพอร์ตบริเวณปีกและแทงเข็มลงไป โดยให้เข็มตั้งฉำกกับบริเวณที่ใส่พอร์ต ให้ออกแรงกดลงไปตรง ๆ บริเวณตรงกลำงพอร์ต จนเข็มชนกับผนังพอร์ตด้ำนล่ำง ซึ่งเป็นไทเทเนียมหรือสแตนเลส 13. เปิด Clamp และดูดเลือดเพื่อทดสอบตำแหน่งที่ถูกต้อง ไม่ควรดูดเลือดออกมำมำกเนื่องจำกเลือดจะค้ำงในสำย หลังจำกนั้นให้ Flush ด้วย 0.9%NSS ที่เหลือจนหมด โดยใช้เทคนิค Push and Pause เมื่อใกล้หมด ให้Clamp สำย ทันที เพื่อให้เกิด Positive Pressure 14. ต่อสำยกับอุปกรณ์ที่ให้ผ่ำนพอร์ต เช่น ยำเคมีบำบัด สำรน้ำต่ำง ๆ 15. แปะ Tegaderm ลงไปที่บริเวณแทงพอร์ต
  • 17.
    ขั้นตอนการ OFF เข็มพอร์ต 1.ล้ำงมือให้สะอำดและนำอุปกรณ์ไปที่เตียงผู้ป่วย 2. ตรวจสอบชื่อ-นำมสกุล จัดท่ำผู้ป่วยให้นอนหงำย 3. จัดสิ่งแวดล้อม ปิดม่ำนให้มิดชิด 4. ตรวจสอบตำแหน่งของฐำนพอร์ต และประเมินผิวหนังรอบ ๆ พอร์ต หำกผิดปกติให้แจ้งแพทย์ 5. ล้ำงมืออีกครั้งด้วยแอลกอฮอล์เจล
  • 18.
    ขั้นตอนการ OFF เข็มพอร์ต(ต่อ) 6. เช็ดบริเวณข้อต่อด้วย 2% Chlorhexidine (Scrub hub and friction) และต่อเข้ำกับ Syringe ที่บรรจุ 0.9%NSS ปริมำณ 10 ml. 7. เปิด Clamp และดูดเลือดเพื่อทดสอบว่ำอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้อง ไม่ควรดูดเลือดออกมำมำกเนื่องจำกจะค้ำงในสำย หลังจำกนั้นให้ Flush ด้วย 0.9%NSS ที่เหลือจนหมด โดยใช้เทคนิค Push and Pause และเมื่อใกล้หมดให้ Clamp สำยทันที เพื่อให้เกิด Positive Pressure 8. ต่อ Syringe ที่บรรจุ Heparin ควำมเข้มข้น 100 ยูนิตต่อมิลลิลิตร ไล่สำยเพื่อทำ Heparin Lock โดยใช้เทคนิค Positive Pressure และ Clamp สำยทันที (ดูดมา 10 ml. และ Lock แค่ 3-5 ml.) 10. ใช้มือมือข้ำงที่ไม่ถนัดตรึงผิวหนังรอบ ๆ พอร์ต ส่วนมือข้ำงที่ถนัดให้จับบริเวณปีกพอร์ตให้แน่น และดึงขึ้นมำตรง ๆ 11. ปิดแผลบริเวณที่ OFF เข็มพอร์ต ด้วยผ้ำก๊อสขนำดเล็ก เมื่อเลือดหยุดไหลสำมำรถเอำก๊อสออกได้
  • 20.
    การ Flush และLocking พอร์ต • Push and Pause technique ทำให้เกิดกระแสน้ำวนช่วย Remove Blood cell fibrin หรือ Protein • Locking กำรผสม Heparin ในควำมเข้มข้นระหว่ำง 10-1000 U/ml มีประสิทธิภำพในกำรช่วยป้องกันกำรอุดตันของ Port A Cath กำร Locking ด้วย Heparin ช่วยป้องกันกำรก่อตัวของลิ่มเลือด (Thrombus formation) • Positive pressure technique ป้องกันกำรไหลย้อนกลับของเลือด (Prevent the reflux of blood)
  • 21.
    การ Flush และLocking พอร์ต กรณี Flush Lock ความถี่ สารละลาย ปริมาณ สารละลาย ปริมาณ หยุดใช้ 0.9%NSS 20 ml. Heparin (1:100) 3-5 ml. 1-3 เดือน หยุดใช้เป็นครั้งครำว 0.9%NSS 10 ml. Heparin (1:100) 3-5 ml. เวลำที่บริหำรยำ ใช้ต่อเนื่อง 0.9%NSS 10 ml. - - ทุก 24 ชั่วโมง หมายเหตุ: ปริมำณของสำรละลำยที่ใช้ Flush ในกรณีเป็นกำรให้ยำ สำรน้ำต่ำง ๆ ให้ใช้ปริมำณ 10 ml. ในกรณีเป็นกำรให้เลือด TPN กำรฉีดสี ให้ใช้ปริมำณ 20 ml.
  • 22.
    การ Flush และLocking พอร์ต
  • 26.
    การใช้งาน Port แบบอื่น 1.กำรดูดเลือดส่งตรวจ 2. กำรให้เลือด 3. กำรให้TPN
  • 27.
    การดูดเลือดส่งตรวจ ไม่ค่อยนิยม เนื่องจำก 1. มีควำมเสี่ยงต่อกำรเกิดเลือดค้ำงในสำย 2.เสี่ยงต่อกำรติดเชื้อ 3. ไม่ควรดูดเลือดผ่ำนพอร์ต ในกรณีกำลังให้ TPN ขนำดเข็ม Port ที่ใช้ดูดเลือด ควรใช้เบอร์ 20 ขนำด Syringe ที่ใช้ในกำรดูดเลือด ควรใช้ปริมำณ 10 ml. กรณีพอร์ตไม่ได้ใช้งาน Flush 0.9%NSS 10 ml. >> ดูดเลือดทิ้ง 5 ml. >> ดูดเลือดตำมปริมำณที่ต้องกำร >> Flush NSS 20 ml. >> หำก ไม่ได้ใช้งำนให้ Lock ด้วย Heparin กรณีพอร์ตกาลังใช้งาน Flush 0.9%NSS 10 ml. >> ดูดเลือดทิ้ง 5 ml. >> ดูดเลือดตำมปริมำณที่ต้องกำร >> Flush 0.9%NSS 20 ml. >> ให้สำรน้ำต่อ
  • 29.
    การให้เลือด 1. ใช้เข็มพอร์ต เบอร์20 2. หำกผู้ป่วยมีเส้น Peripheral Vein ควรใช้ก่อน 3. กำรให้เลือด หำกเลือดหยดช้ำ พิจำรณำให้Flush ด้วย 0.9%NSS 10 ml. เป็นระยะ เพื่อป้องกันกำรอุดตัน 4. เมื่อให้เลือดหมด 4.1 กรณีไม่ได้ให้สำรน้ำต่อ: ต้อง Flush สำยด้วย 0.9% NSS ปริมำณ 20 ml. และ Lock ด้วย Heparin 4.2 กรณีให้สำรน้ำต่อ: ต้อง Flush สำยด้วย 0.9%NSS ปริมำณ 20 ml.
  • 31.
    การให้ TPN 1. ใช้เข็มพอร์ตเบอร์ 20 2. Flush ด้วย 0.9%NSS ปริมำณ 20 ml. ทุก 24 ชั่วโมง
  • 32.
    การทาแผลและการเปลี่ยนเข็ม Port สาหรับการให้ยาหรือสารน้า เปลี่ยนเข็มพอร์ต และTransparent dressing ทุก 7 วัน สาหรับการให้สารอาหารทางหลอดเลือดดา เปลี่ยนเข็มพอร์ต และ Transparent dressing ทุก 3 วัน/ สัปดำห์ละ 2 ครั้ง ส่วนกรณีแผลที่มีกำรลอกหลุด เปียกชื้น ให้รีบเปลี่ยนทันที
  • 34.
    การแก้ไขเมื่อ Port มีปัญหา 1.เมื่อ Flush ได้แต่ไม่สำมำรถดูดเลือดได้ 2. เมื่อ Flush ไม่ได้และดูดเลือดไม่ได้
  • 35.
    เมื่อ Flush ได้แต่ไม่สามารถดูดเลือดออกได้ 1. ตรวจดูตำแหน่งกำรแทงเข็มพอร์ต ถ้ำไม่อยู่ตรงกลำงพอร์ต ให้ถอนเข็มออกจำกตัวพอร์ต แล้วย้ำยตำแหน่งแทงใหม่ 2. ถ้ำทำตำมข้อ 1 แล้ว ไม่ได้ให้เปลี่ยนท่ำผู้ป่วยใหม่จำกเดิม เช่น เปลี่ยนเป็นท่ำนอนตะแคงซ้ำยหรือขวำ ให้ไอ หำยใจลึก ๆ หรือยกแขนขึ้น ลุกนั่ง หรือให้นอนรำบโดยไม่หนุนหมอน (อำจช่วยได้กรณีปลำยสำยของ Catheter ชนกับผนังหลอด เลือด) หำกแก้ปัญหำเหล่ำนี้แล้วไม่สำเร็จ ให้รำยงำนแพทย์ **กรณีการอุดตันเกิดจากลิ่มเลือด แพทย์อาจจะ Flush ด้วย Heparin ตามอัตราส่วนที่แพทย์ต้องการ เช่น 1000 Unit ใน Normal Saline 1 ml จานวน 1-2 ml**
  • 36.
    เมื่อ Flush ไม่ได้และดูดเลือดไม่ได้ 1.ตรวจสอบควำมยำวของเข็มพอร์ต ถ้ำเข็มสั้นไป ปลำยเข็มจะจมอยู่ใน Septum จึงทำให้ไม่สำมำรถ Flush หรือ ดูด เลือดได้ 2. ถ้ำมั่นใจว่ำเข็มยำวพอ แต่ไม่สำมำรถ Flush หรือ ดูดเลือดได้ ให้หมุนเข็มไปรอบ ๆ หรือให้ผู้ป่วยยกไหล่แล้วลอง Flush เบำ ๆ ถ้ำไม่สำเร็จแสดงว่ำพอร์ตตัน 3. ถ้ำปฏิบัติตำมข้ำงต้น แล้วไม่ได้ผล ให้รำยงำนแพทย์ เพื่อสั่งใช้ Heparin ตำมอัตรำส่วนที่แพทย์ต้องกำร เช่น 1000 Unit ใน Normal Saline 1 ml จำนวน 1-2 ml หำกไม่สำเร็จพิจำรณำ Tissue plasminogen activator (t-PA) 2 mg. **ห้าม Flush หรือ Push น้าเกลือแรงๆ เนื่องจากส่วนใหญ่เกิดจากการมีลิ่มเลือด หรือ Fibrin sheet หาก Flush หรือ Push น้าเกลือแรงๆ ทาให้เกิด Embolism ได้**
  • 38.
    เมื่อ Flush ไม่ได้และดูดเลือดไม่ได้(ต่อ) วิธีการผสม t-PA - ยำ t-PA ขนำด 2 mg. - Sterile Water Injection ละลำยผงยำ t-PA กับ SWI ปริมำณ 2 ml. หลังจำกนั้นดูดน้ำยำขึ้นมำปริมำณ 1 ml. ด้วย Syringe ขนำด 3 ml. โดยใช้ Syringe 3 ml. ฉีด t-PA เบำ ๆ เข้ำไปใน Port (ห้ำมดันยำเข้ำไปแรง ๆ เนื่องจำกจะทำให้Port แตกได้และลิ่ม เลือดอำจจะหลุดไปที่อื่น) - ใช้Three-way stopcock and two syringe method (ใช้Syringe 10 ml. และ 3 ml. ต่อเข้ำกับ Three way อันนึงใส่ยำ (Syringe 3 ml.) อีกอันเป็น Syringe เปล่ำ (Syringe 10 ml.) >> ปิด Clamp ทำง Syringe ยำ >> ดึง Syringe เปล่ำให้เป็น Negative Pressure ให้ได้มำกที่สุด แล้วปิด Clamp >> เปิด Clamp Syringe ยำ เพื่อให้ยำเข้ำ ไปในสำย Catheter)
  • 39.
  • 40.
    เมื่อ Flush ไม่ได้และดูดเลือดไม่ได้(ต่อ) 4. หลังจำกแช่ยำ t-PA ไว้ในพอร์ต 1 ชั่วโมง ให้ใช้Syringe 10 ml. ดูดเลือดออกจำกพอร์ต ทิ้ง 5 ml. เพื่อป้องกันยำเข้ำ ไปในตัว แล้วใช้พอร์ต ได้ตำมปกติ - ถ้ำยังไม่ได้ ให้เปลี่ยนทิศทำงของเข็ม ไปในทิศทำงต่ำง ๆ และให้ผู้ป่วยนอนรำบ หำยใจเข้ำออกลึก ๆ - ถ้ำยังไม่ได้ ให้เพิ่มยำ t-PA ที่เหลืออีก 1 mg. แล้วรอ 30 นำที จึงดูดเลือดทิ้ง 5 ml. 5. ถ้ำยังไม่สำมำรถดูดเลือดได้หลังจำกใช้ r-PA แล้ว ต้องพิจำรณำทำ X-ray หรือ Venogram เพื่อหำสำเหตุ
  • 41.
    การให้คาแนะนาอื่น ๆ 1. ทำควำมสะอำดร่ำงกำยได้ตำมปกติบริเวณผิวหนังที่ฝังพอร์ต สำมำรถเช็ดถูได้เบำ ๆ 2. ห้ำมแกะ เกำ ดึงรั้ง บริเวณที่ฝังพอร์ต เพรำะอำจเกิดบำดแผลและนำไปสู่กำรติดเชื้อ 3. ไม่มีข้อห้ำมใด ๆ ในกำรเข้ำใกล้ไมโครเวฟ คลื่นแม่เหล็ก คลื่นไฟฟ้ำ 4. กำรเล่นกีฬำ/กำรออกกำลังกำย ผู้ป่วยสำมำรถออกกำลังกำยได้เบำ ๆ แต่ไม่แนะนำให้เล่นกีฬำหรือออกกำลังกำยที่ใช้ แรงเหวี่ยงแขนเยอะ เช่น เทนนิส กอล์ฟ แบดมินตัน วอลเล่ย์บอล 5. หลีกเลี่ยงกำรยกของหนัก เพื่อป้องกันกำรเกิดกระดูกไหปลำร้ำและกระดูกซี่โครงที่ 1 กดทับสำยสวนหลอดเลือดดำ (Pinch off syndrome) ซึ่งกำรถูกกดทับของสำยสวนหลอดเลือดดำบ่อย ๆ และกำรยกของหนักมำก ๆ อำจทำให้สำยสวน หลอดเลือดดำหัก หรือแตกได้ 6. หมั่นสังเกตผิวหนังบริเวณที่แทงเข็มพอร์ต ว่ำมีอำกำรปวด บวม แดง มีไข้หรือมีหนองซึม กดเจ็บบริเวณที่ฝังพอร์ต แน่นอึดอัดหน้ำอก แขนข้ำงที่ใส่พอร์ตบวม หำกมีอำกำรดังกล่ำวให้รีบมำพบแพทย์
  • 42.
    การให้คาแนะนาอื่น ๆ (ต่อ) 7.กำรตรวจสุขภำพ เช่น กำรทำฟัน ถ้ำต้องทำฟันหรือผ่ำตัดหรือผ่ำตัดใดๆ ให้บอกทันตแพทย์ หรือแพทย์ที่ดูแลว่ำมี พอร์ต ซึ่งอำจจำเป็นต้องให้ยำฆ่ำเชื้อก่อนและหลังทำ 8. เมื่อไม่มีกำรใช้งำนพอร์ต ต้องมำสวนล้ำงพอร์ตด้วยยำป้องกันเลือดแข็งตัวทุก 1 เดือน
  • 43.
    เอกสารอ้างอิง วันเพ็ญ พันธำงกูร, และสมถวิลศิริเรือง. (2552). คู่มือการดูแลผู้ป่วยที่ใส่พอร์ท. บริษัทเท็คโปรโมชั่น แอนด์แอดเวอร์ไท ซิ่งจำกัด. วิไล สถำวรวิจิตร. (2561). กำรพัฒนำแนวทำงในกำรป้องกันกำรเกิดสำยสวนหลอดเลือดดำส่วนกลำงอุดตันในหอผู้ป่วย กุมำรเวชกรรม 1. วารสารพยาบาลสวนดอก, 24, 5-13. ส่งศรี แก้วถนอม. (2559). กำรดูแลผู้ป่วยที่ใส่พอร์ต. วารสารโภชนบาบัด, 24(2), 14-20.
  • 44.
    เอกสารอ้างอิง (ต่อ) Blanco-Guzman M.O. (2018). Implanted vascular access device options: a focused review on safety and outcomes. Transfusion, 58 Suppl 1, 558–568. https://doi.org/10.1111/trf.14503 Goossens G. A. (2015). Flushing and Locking of Venous Catheters: Available Evidence and Evidence Deficit. Nursing research and practice, 2015, 985686. https://doi.org/10.1155/2015/985686 Góraj, E., & Lipiec, M. (2018). Long-term intravenous access in cancer patients. OncOlOgy in clinical practice, 14(5), 257-271. Panwipa nontikarn. (2022, August 1). วิธีการแทงพอร์ต. [Video]. YouTube. https://www.youtube.com/watch?v=qPR7jLZcKcc
  • 45.
    เอกสารอ้างอิง (ต่อ) Sousa, B.,Furlanetto, J., Hutka, M., Gouveia, P., Wuerstlein, R., Mariz, J. M., Pinto, D., Cardoso, F., & ESMO Guidelines Committee (2015). Central venous access in oncology: ESMO Clinical Practice Guidelines. Annals of oncology : official journal of the European Society for Medical Oncology, 26 Suppl 5, v152–v168. https://doi.org/10.1093/annonc/mdv296 Sugawara, S., Sone, M., Sakamoto, N., Sofue, K., Hashimoto, K., Arai, Y., Tokue, H., Takigawa, M., Mimura, H., Yamanishi, T., & Yamagami, T. (2023). Guidelines for Central Venous Port Placement and Management (Abridged Translation of the Japanese Version). Interventional radiology (Higashimatsuyama-shi (Japan), 8(2), 105–117. https://doi.org/10.22575/interventionalradiology.2022-0015