บทที่  8 สุขภาพจิตและการจัดการความเครียด อ .  ฐาพล สมสกุล “ มนุษย์ที่มีการพัฒนาตน  ต้องมีสุขภาพจิตที่ดีด้วย”
Mental Health  หมายถึง สภาพของจิตใจที่มั่นคง เข้มแข็ง พร้อมจะเผชิญกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปได้อย่างเหมาะสม โดยสามารถปรับตัวให้มีความสุขกับความเปลี่ยนแปลงอย่างไม่มีข้อขัดแย้งในใจ ความหมายของสุขภาพจิต
-  คลิฟฟอร์ด เบียรส์  ( Clifford W. Beers )   เผยแพร่ประสบการณ์จริงจากการเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลโรคจิต ที่คนไข้ได้รับการรักษาอย่างทารุณ เขาสรุปว่าคนไข้โรคจิตไม่ได้เสียสติจนไม่รู้เรื่องราว เขาควรได้รับการรักษาอย่างมีมนุษยธรรมเหมือนคนปกติทั่วไป -  มีการจัดตั้งสมาคมสุขภาพจิตเพื่อร่วมกันแก้ไขข้อบกพร่องในการดูแลรักษาคนไข้โรคจิต พัฒนาการทางสุขภาพจิตในต่างประเทศ
-  เริ่มต้นโครงการในสมัยรัชกาลที่  5  ที่มีการนำคนเสียจริตมาไว้รวมกันที่ตำบลปากคลองสาน ธนบุรี ใช้วิธีรักษาแบบแพทย์แผนโบราณ ด้วยยาต้ม ยานัตถุ์ รวมถึงการล่ามโซ่ตรวน บิดาจิตเวชศาสตร์ไทย  นพ .  ฝน แสงสิงแก้ว  ได้พัฒนางานสุขภาพจิตให้เป็นรูปแบบสากล ประวัติสุขภาพจิตในประเทศไทย
๑ .  บุคคลที่มีสุขภาพจิตปกติ ๒ .  บุคคลที่มีสุขภาพจิตอกปติ หรือ ไม่ปกติ ๑ .  ดำรงชีวิตในสังคมได้อย่างมีความสุข ๒ .  ช่วยปรับปรุงแก้ไขความคับข้องใจ ๓ .  เกิดความเข้าใจตนเองและผู้อื่น
๑ .  สาเหตุจาก ตัวบุคคล ๑ . ๑ ความผิดปกติทางกาย ๑ . ๒ โรคประจำตัวเรื้อรัง ๑ . ๓ สภาวะอารมณ์ที่เกิดขึ้นในสถานการณ์ต่างๆ ๒ .  สาเหตุจากสิ่งแวดล้อม ๒ . ๑ ปัญหาความสัมพันธ์ในครอบครัว ๒ . ๒ ปัญหาทางเศรษฐกิจ ๒ . ๓ ปัญหาสังคม สาเหตุที่ก่อให้เกิดปัญหาต่อสุขภาพจิต
แบ่งออกเป็น  3  กลุ่มใหญ่ •  บุคลิกภาพผิดปกติหรือบุคลิกภาพแปรปรวน •  โรคประสาท •  โรคจิต ประเภทของความผิดปกติทางจิต
๑ .  บุคลิกภาพไม่เหมือนบุคคลปกติ  ๒ .  บุคลิกภาพเพ้อฝัน และอารมณ์รุนแรง ๓ .  บุคลิกภาพวิตกกังวลและหวาดกลัว •  บุคลิกภาพผิดปกติหรือบุคลิกภาพแปรปรวน หมายถึง  พฤติกรรมที่แสดงออกอย่างไม่เหมาะสม ไม่เหมือนคนปกติ หรือจากมาตรฐานที่สังคมกำหนด อาการจะไม่แสดงออกหากไม่มีความกดดันอย่างรุนแรง แบ่งเป็น .
๑ . ๑ บุคลิกภาพแบบหวาดระแวงหรือหลงผิด  -  หวาดระแวงกลัวคนทำร้าย ลุกลนพร้อมจะตอบโต้ทันที ๑ . ๒ บุคลิกภาพแบบเพี้ยน  -  มีอาการกระตุกของร่างกาย เพ้อเจ้อ แต่งตัวประหลาด โกหกเก่ง ชอบขยิบตาถี่ ๆ  ๑ . ๓ บุคลิกภาพแบบจิตเภท -  ชอบแยกตัวออกจากสังคม ไม่กล้าแสดงออกทางอารมณ์ ๑ .  บุคลิกภาพไม่เหมือนบุคคลปกติ
๒ .  บุคลิกภาพเพ้อฝัน และอารมณ์รุนแรง ๒ . ๑ แบบอารมณ์ไม่มั่นคง  -  มัก เครียดตลอดเวลา เมื่อมีความกดดันมักจะมีอาการ ติดอ่าง กัดเล็บ เดี๋ยวเศร้า เดี๋ยวร่างเริง  ๒ . ๒ แบบเรียกร้องเอาแต่ใจ  -  อ่อนไหวไม่มีวุฒิภาวะ ชอบให้คนอื่นยกย่อง  ๒ . ๓ แบบต่อต้านสังคม  -  ชอบฝืนกฎระเบียบ ชอบละเมิดสิทธิของคนอื่น มองโลกในแง่ร้าย ๒ . ๔ บุคลิกภาพเห็นตนดีเด่น  -  หยิ่ง ถือตัว ขี้อิจฉา
๓ .  บุคลิกภาพจิตวิตกกังวล และหวาดกลัว ๓ . ๑ แบบมีปมด้อย  -  แสดงได้ ๒ ลักษณะ คือ ๑ .  ถ่อมตัว ชอบเดินก้มหน้า กระสับส่าย  ๒ .  ตัวเป็นหลัก ก้าวร้าว ข่มขู่ ๓ . ๒ แบบพึ่งพาผู้อื่น  -  ขาดความเชื่อมั่นในตนเอง พึ่งตนเองไม่ได้ ต้องการได้รับการดูแลเอาใจ ถ้ารุนแรงมากอาจเป็นโรคประสาทได้ ๓ . ๓ แบบสมยอมและก้าวร้าว  -  เจ้าระเบียบ ต้องการความสมบูรณ์แบบ มักไม่แสดงออกถึงความนุ่มนวลและอ่อนโยน
เป็นโรคที่มีพื้นฐานมาจากความขัดแย้ง และความวิตกกังวล แบ่งออกเป็น ๑ .  ชนิดวิตกกังวล  -  มีลักษณะเด่นคือมักวิตกกังวลกับสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้นแบบไม่สมกับความวิตกกังวล ใช้กลวิธานป้องกันตนเองบ่อยจนชิน มีอาการทางกายคู่ เช่น เหงื่อมาก คลื่นไส้ ๒ .  ชนิดหวาดกลัว  - จะมีอาการกลัวสิ่งของหรือสถานการณ์อย่างใดอย่างหนึ่ง โดยไม่มีเหตุผล เช่น กลัวที่สูง กลัวที่โล่ง  ๓ .  ชนิดย้ำคิดย้ำทำ  -  คิดแต่เรื่องเดิมซ้ำ ๆ  •  โรคประสาท
๔ .  ชนิดฮิสทีเรีย  -  เป็นความเจ็บป่วยทางร่างกาย ไม่สามารถตรวจสอบได้ถึงสาเหตุของอาการ เช่น ทหารที่อยู่ในสนามรบทุกวัน อาจเกิดเป็นง่อยเนื่องจากเขารู้ว่าถ้าเป็นง่อยแล้วไม่ต้องรบ เมื่อออกจากสนามรบจะหาย แบ่งเป็น ๔ . ๑ อาการเกี่ยวกับการเคลื่อนไหว เช่น กล้ามเนื้ออ่อนกำลัง กล้ามเนื้อกระตุก เป็นต้น ๔ . ๒ อาการเกี่ยวกับการรับความรู้สึก โรคประสาทชนิดฮิสทีเรียมักมีปัญหาทางเพศเข้ามาเกี่ยวข้อง และมีความโน้มเอียงที่จะเรียกร้องความสนใจจากผู้อื่น ทำให้ถูกเข้าใจว่าเป็นโรคขาดผู้ชายไม่ได้ ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ไม่ถูกต้อง
๕ .  โรคประสาทชนิดซึมเศร้า  -  มักมีอาการเศร้าโศกเสียใจคงที่เป็นเวลานานจากการสูญเสียสิ่งที่รัก มักมีอารมณ์แปรปรวน ๖ .  โรคประสาทชนิดอุปาทาน  -  มักจะคิดว่าตนเองป่วยเป็นโรคต่างๆ ส่งผลต่อพฤติกรรมชอบหาหมอ ๘ .  โรคประสาทชนิดท้อแท้  -  มักแสดงอาการอ่อนเพลียหมดแรง กินไม่ได้  ๙ .  โรคประสาทชนิดหลายบุคลิกภาพ  -  ในช่วงเวลาหนึ่งอาจแสดงบุคลิกภาพแบบหนึ่ง แล้วอาจเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน ผู้ป่วยจะไม่สามารถจำเหตุการณ์ได้
เป็นภาวะความผิดปกติหรือความแปรปรวนทางจิต สูญเสียความสามารถในการรับรู้ตนเอง บุคลิกภาพมีการเปลี่ยนแปลงอย่างสิ้นเชิง สาเหตุที่เป็นโรคจิต ๑ .  สาเหตุทางกาย  เกิดขึ้นเนื่องจากสมองหรือระบบประสาทส่วนกลางได้รับความกระทบกระเทือน ๒ .  สาเหตุทางจิตใจ  เกิดขึ้นเนื่องจากจิตใจได้รับความกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง
๑ .  ชนิดจิตเภท คือ โรคจิตที่มีความคิดที่แปรปรวน มี  ๓ ลักษณะ คือ ๑ . ๑ จิตเภทที่เกี่ยวกับการเคลื่อนไหว ๑ . ๒ จิตเภทชนิดเฉยเมย ๑ . ๓ จิตเภทชนิดหลงผิด ๒ .  ชนิดอารมณ์แปรปรวน มีอาการผิดปกติทางอารมณ์อย่างรุนแรง ซึมเศร้า บางรายตื่นตัวมาก สามารถคุ้มคลั่งอาละวาด
ความเครียดเป็นภาวะความไม่สมดุลภายในของบุคคล เกิดจากกระบวนการรับรู้หรือประเมินของบุคคลต่อสิ่งเร้าที่เข้ามาในประสบการณ์ว่า เป็นสิ่งที่คุกคามหรืออันตราย ความเครียดเป็นความรู้สึกไม่พอใจ ไม่สบายใจ เนื่องจากบุคคลประเมินว่าสิ่งนั้นเป็นสิ่งที่คุกคามจิตใจ ความเครียดสามารถเกิดขึ้นได้กับบุคคลทุกเพศทุกวัย และเมื่อเกิดขึ้นแล้วจะส่งผลกระทบต่อบุคคลทั้งร่างกายและจิตใจ
สาเหตุและปัจจัยที่ทำให้เกิดความเครียด ๑ .  สาเหตุแบบแบ่งตามที่มาของความเครียด ๑ . ๑ ความเครียดที่เกิดจากการสูญเสีย ๑ . ๒ ความเครียดที่เกิดจากการได้รับอันตรายหรือเกรงว่าจะได้รับอันตราย ๑ . ๓ ความเครียดที่เกิดจากความคับข้องใจเนื่องมาจากความต้องการของสัญชาติญาณไม่สมปรารถนา
๒ .  สาเหตุตามปัจจัยประกอบ ๒ . ๑ ปัจจัยด้านองค์ประกอบของตัวบุคคลประกอบด้วย ๒ . ๑ . ๑ บุคลิกภาพและคุณลักษณะประจำตัวบุคคลที่มีความเข้มแข็งในจิตใจจะมีความเครียดได้ยากกว่า คือมีการควบคุม ความมุ่งมั่น และการท้าทาย ๒ . ๑ . ๒ ลักษณะของอารมณ์ทางด้านลบหรือบวก ๒ . ๑ . ๓ ประสบการณ์ในอดีต
๒ . ๒ ปัจจัยด้านองค์ประกอบที่แวดล้อมตัวบุคคล ๒ . ๒ . ๑ สิ่งแวดล้อมทางกายภาพ ๒ . ๒ . ๒ สิ่งแวดล้อมทางสังคม ๒ . ๒ . ๓ สภาพทางเศรษฐกิจ ๒ . ๒ . ๔ การเปลี่ยนแปลง
ผลของความเครียด ความเครียดก่อให้เกิดผลด้านต่างๆ คือ  ๑ .  ด้านร่างกาย ๒ .  ด้านจิตใจและอารมณ์ ๓ .  ด้านความคิด ๔ .  ด้านพฤติกรรม ๕ .  ด้านสังคม ๖ .  ด้านการทำงาน ๗ .  ด้านเศรษฐกิจ ๘ .  ด้านการเจ็บป่วยของร่างกาย
แนวทางการจัดการความเครียด ๑ .  การฝึกลมหายใจ ๒ .  การฝึกสมาธิ ๓ .  การฝึกสร้างจินตนาการ ๔ .  ดนตรีบำบัด ๕ .  การนวด ๖ .  การฝึกผ่อนคลายความเครียดกล้ามเนื้อ ๗ .  การสะกดจิตตนเอง ๘ .  การรับประทานอาหารคลายเครียด
สุขภาพจิต หมายถึง สภาพของจิตใจที่มั่นคงเข้มแข็งพร้อมเผชิญปัญหาด้วยปัญญาและสามารถปรับตัวได้อย่างมีความสุขกับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป ในสมัยโบราณ บุคคลที่เป็นโรคจิตจะถูกมองว่าเป็นผลจากการกระทำของสิ่งเหนือธรรมชาติ การรักษาจึงเต็มไปด้วยการทารุณ เช่น การเจาะกะโหลก ปัจจุบันเชื่อว่าโรคจิตเป็นโรคชนิดหนึ่ง จึงมีการรักษาที่มีมนุษยธรรมเพิ่มขึ้น สรุป
•  บุคคลที่มีสุขภาพจิตดีจะมีการเข้าใจตนเองและแสดงออกทางสังคมอย่างเหมาะสม •  สาเหตุที่บุคคลเกิดปัญหาทางสุขภาพจิตเกิดจากตัวบุคคลและสิ่งแวดล้อม •  ความผิดปกติทางจิตเกิดจากบุคลิกภาพผิดปกติ โรคประสาทและโรคจิต
ความเครียดและการจัดการความเครียด ความเครียด คือ สภาวะความไม่สมดุลของบุคคลต่อสภาวะทางอารมณ์ที่เกิดขึ้น โดยมีสาเหตุมาจากการสูญเสีย การได้รับอันตรายหรือเกรงว่าจะได้รับอันตราย ความคับข้องใจ ความเครียดส่งผลต่อบุคคลทั้งทางร่ายกาย จิตใจ อารมณ์ พฤติกรรม สังคม การ ทำงาน เศรษฐกิจ รวมถึงการเจ็บป่วยของโรคบางโรค การจัดการความเครียดสามารถทำได้หลายวิธี เช่น การฝึกลมหายใจ การฝึกสมาธิ ดนตรีบำบัด การนวด เป็นต้น

บทที่8

  • 1.
    บทที่ 8สุขภาพจิตและการจัดการความเครียด อ . ฐาพล สมสกุล “ มนุษย์ที่มีการพัฒนาตน ต้องมีสุขภาพจิตที่ดีด้วย”
  • 2.
    Mental Health หมายถึง สภาพของจิตใจที่มั่นคง เข้มแข็ง พร้อมจะเผชิญกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปได้อย่างเหมาะสม โดยสามารถปรับตัวให้มีความสุขกับความเปลี่ยนแปลงอย่างไม่มีข้อขัดแย้งในใจ ความหมายของสุขภาพจิต
  • 3.
    - คลิฟฟอร์ดเบียรส์ ( Clifford W. Beers ) เผยแพร่ประสบการณ์จริงจากการเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลโรคจิต ที่คนไข้ได้รับการรักษาอย่างทารุณ เขาสรุปว่าคนไข้โรคจิตไม่ได้เสียสติจนไม่รู้เรื่องราว เขาควรได้รับการรักษาอย่างมีมนุษยธรรมเหมือนคนปกติทั่วไป - มีการจัดตั้งสมาคมสุขภาพจิตเพื่อร่วมกันแก้ไขข้อบกพร่องในการดูแลรักษาคนไข้โรคจิต พัฒนาการทางสุขภาพจิตในต่างประเทศ
  • 4.
    - เริ่มต้นโครงการในสมัยรัชกาลที่ 5 ที่มีการนำคนเสียจริตมาไว้รวมกันที่ตำบลปากคลองสาน ธนบุรี ใช้วิธีรักษาแบบแพทย์แผนโบราณ ด้วยยาต้ม ยานัตถุ์ รวมถึงการล่ามโซ่ตรวน บิดาจิตเวชศาสตร์ไทย นพ . ฝน แสงสิงแก้ว ได้พัฒนางานสุขภาพจิตให้เป็นรูปแบบสากล ประวัติสุขภาพจิตในประเทศไทย
  • 5.
    ๑ . บุคคลที่มีสุขภาพจิตปกติ ๒ . บุคคลที่มีสุขภาพจิตอกปติ หรือ ไม่ปกติ ๑ . ดำรงชีวิตในสังคมได้อย่างมีความสุข ๒ . ช่วยปรับปรุงแก้ไขความคับข้องใจ ๓ . เกิดความเข้าใจตนเองและผู้อื่น
  • 6.
    ๑ . สาเหตุจาก ตัวบุคคล ๑ . ๑ ความผิดปกติทางกาย ๑ . ๒ โรคประจำตัวเรื้อรัง ๑ . ๓ สภาวะอารมณ์ที่เกิดขึ้นในสถานการณ์ต่างๆ ๒ . สาเหตุจากสิ่งแวดล้อม ๒ . ๑ ปัญหาความสัมพันธ์ในครอบครัว ๒ . ๒ ปัญหาทางเศรษฐกิจ ๒ . ๓ ปัญหาสังคม สาเหตุที่ก่อให้เกิดปัญหาต่อสุขภาพจิต
  • 7.
    แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ • บุคลิกภาพผิดปกติหรือบุคลิกภาพแปรปรวน • โรคประสาท • โรคจิต ประเภทของความผิดปกติทางจิต
  • 8.
    ๑ . บุคลิกภาพไม่เหมือนบุคคลปกติ ๒ . บุคลิกภาพเพ้อฝัน และอารมณ์รุนแรง ๓ . บุคลิกภาพวิตกกังวลและหวาดกลัว • บุคลิกภาพผิดปกติหรือบุคลิกภาพแปรปรวน หมายถึง พฤติกรรมที่แสดงออกอย่างไม่เหมาะสม ไม่เหมือนคนปกติ หรือจากมาตรฐานที่สังคมกำหนด อาการจะไม่แสดงออกหากไม่มีความกดดันอย่างรุนแรง แบ่งเป็น .
  • 9.
    ๑ . ๑บุคลิกภาพแบบหวาดระแวงหรือหลงผิด - หวาดระแวงกลัวคนทำร้าย ลุกลนพร้อมจะตอบโต้ทันที ๑ . ๒ บุคลิกภาพแบบเพี้ยน - มีอาการกระตุกของร่างกาย เพ้อเจ้อ แต่งตัวประหลาด โกหกเก่ง ชอบขยิบตาถี่ ๆ ๑ . ๓ บุคลิกภาพแบบจิตเภท - ชอบแยกตัวออกจากสังคม ไม่กล้าแสดงออกทางอารมณ์ ๑ . บุคลิกภาพไม่เหมือนบุคคลปกติ
  • 10.
    ๒ . บุคลิกภาพเพ้อฝัน และอารมณ์รุนแรง ๒ . ๑ แบบอารมณ์ไม่มั่นคง - มัก เครียดตลอดเวลา เมื่อมีความกดดันมักจะมีอาการ ติดอ่าง กัดเล็บ เดี๋ยวเศร้า เดี๋ยวร่างเริง ๒ . ๒ แบบเรียกร้องเอาแต่ใจ - อ่อนไหวไม่มีวุฒิภาวะ ชอบให้คนอื่นยกย่อง ๒ . ๓ แบบต่อต้านสังคม - ชอบฝืนกฎระเบียบ ชอบละเมิดสิทธิของคนอื่น มองโลกในแง่ร้าย ๒ . ๔ บุคลิกภาพเห็นตนดีเด่น - หยิ่ง ถือตัว ขี้อิจฉา
  • 11.
    ๓ . บุคลิกภาพจิตวิตกกังวล และหวาดกลัว ๓ . ๑ แบบมีปมด้อย - แสดงได้ ๒ ลักษณะ คือ ๑ . ถ่อมตัว ชอบเดินก้มหน้า กระสับส่าย ๒ . ตัวเป็นหลัก ก้าวร้าว ข่มขู่ ๓ . ๒ แบบพึ่งพาผู้อื่น - ขาดความเชื่อมั่นในตนเอง พึ่งตนเองไม่ได้ ต้องการได้รับการดูแลเอาใจ ถ้ารุนแรงมากอาจเป็นโรคประสาทได้ ๓ . ๓ แบบสมยอมและก้าวร้าว - เจ้าระเบียบ ต้องการความสมบูรณ์แบบ มักไม่แสดงออกถึงความนุ่มนวลและอ่อนโยน
  • 12.
    เป็นโรคที่มีพื้นฐานมาจากความขัดแย้ง และความวิตกกังวล แบ่งออกเป็น๑ . ชนิดวิตกกังวล - มีลักษณะเด่นคือมักวิตกกังวลกับสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้นแบบไม่สมกับความวิตกกังวล ใช้กลวิธานป้องกันตนเองบ่อยจนชิน มีอาการทางกายคู่ เช่น เหงื่อมาก คลื่นไส้ ๒ . ชนิดหวาดกลัว - จะมีอาการกลัวสิ่งของหรือสถานการณ์อย่างใดอย่างหนึ่ง โดยไม่มีเหตุผล เช่น กลัวที่สูง กลัวที่โล่ง ๓ . ชนิดย้ำคิดย้ำทำ - คิดแต่เรื่องเดิมซ้ำ ๆ • โรคประสาท
  • 13.
    ๔ . ชนิดฮิสทีเรีย - เป็นความเจ็บป่วยทางร่างกาย ไม่สามารถตรวจสอบได้ถึงสาเหตุของอาการ เช่น ทหารที่อยู่ในสนามรบทุกวัน อาจเกิดเป็นง่อยเนื่องจากเขารู้ว่าถ้าเป็นง่อยแล้วไม่ต้องรบ เมื่อออกจากสนามรบจะหาย แบ่งเป็น ๔ . ๑ อาการเกี่ยวกับการเคลื่อนไหว เช่น กล้ามเนื้ออ่อนกำลัง กล้ามเนื้อกระตุก เป็นต้น ๔ . ๒ อาการเกี่ยวกับการรับความรู้สึก โรคประสาทชนิดฮิสทีเรียมักมีปัญหาทางเพศเข้ามาเกี่ยวข้อง และมีความโน้มเอียงที่จะเรียกร้องความสนใจจากผู้อื่น ทำให้ถูกเข้าใจว่าเป็นโรคขาดผู้ชายไม่ได้ ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ไม่ถูกต้อง
  • 14.
    ๕ . โรคประสาทชนิดซึมเศร้า - มักมีอาการเศร้าโศกเสียใจคงที่เป็นเวลานานจากการสูญเสียสิ่งที่รัก มักมีอารมณ์แปรปรวน ๖ . โรคประสาทชนิดอุปาทาน - มักจะคิดว่าตนเองป่วยเป็นโรคต่างๆ ส่งผลต่อพฤติกรรมชอบหาหมอ ๘ . โรคประสาทชนิดท้อแท้ - มักแสดงอาการอ่อนเพลียหมดแรง กินไม่ได้ ๙ . โรคประสาทชนิดหลายบุคลิกภาพ - ในช่วงเวลาหนึ่งอาจแสดงบุคลิกภาพแบบหนึ่ง แล้วอาจเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน ผู้ป่วยจะไม่สามารถจำเหตุการณ์ได้
  • 15.
    เป็นภาวะความผิดปกติหรือความแปรปรวนทางจิต สูญเสียความสามารถในการรับรู้ตนเอง บุคลิกภาพมีการเปลี่ยนแปลงอย่างสิ้นเชิงสาเหตุที่เป็นโรคจิต ๑ . สาเหตุทางกาย เกิดขึ้นเนื่องจากสมองหรือระบบประสาทส่วนกลางได้รับความกระทบกระเทือน ๒ . สาเหตุทางจิตใจ เกิดขึ้นเนื่องจากจิตใจได้รับความกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง
  • 16.
    ๑ . ชนิดจิตเภท คือ โรคจิตที่มีความคิดที่แปรปรวน มี ๓ ลักษณะ คือ ๑ . ๑ จิตเภทที่เกี่ยวกับการเคลื่อนไหว ๑ . ๒ จิตเภทชนิดเฉยเมย ๑ . ๓ จิตเภทชนิดหลงผิด ๒ . ชนิดอารมณ์แปรปรวน มีอาการผิดปกติทางอารมณ์อย่างรุนแรง ซึมเศร้า บางรายตื่นตัวมาก สามารถคุ้มคลั่งอาละวาด
  • 17.
    ความเครียดเป็นภาวะความไม่สมดุลภายในของบุคคล เกิดจากกระบวนการรับรู้หรือประเมินของบุคคลต่อสิ่งเร้าที่เข้ามาในประสบการณ์ว่า เป็นสิ่งที่คุกคามหรืออันตรายความเครียดเป็นความรู้สึกไม่พอใจ ไม่สบายใจ เนื่องจากบุคคลประเมินว่าสิ่งนั้นเป็นสิ่งที่คุกคามจิตใจ ความเครียดสามารถเกิดขึ้นได้กับบุคคลทุกเพศทุกวัย และเมื่อเกิดขึ้นแล้วจะส่งผลกระทบต่อบุคคลทั้งร่างกายและจิตใจ
  • 18.
    สาเหตุและปัจจัยที่ทำให้เกิดความเครียด ๑ . สาเหตุแบบแบ่งตามที่มาของความเครียด ๑ . ๑ ความเครียดที่เกิดจากการสูญเสีย ๑ . ๒ ความเครียดที่เกิดจากการได้รับอันตรายหรือเกรงว่าจะได้รับอันตราย ๑ . ๓ ความเครียดที่เกิดจากความคับข้องใจเนื่องมาจากความต้องการของสัญชาติญาณไม่สมปรารถนา
  • 19.
    ๒ . สาเหตุตามปัจจัยประกอบ ๒ . ๑ ปัจจัยด้านองค์ประกอบของตัวบุคคลประกอบด้วย ๒ . ๑ . ๑ บุคลิกภาพและคุณลักษณะประจำตัวบุคคลที่มีความเข้มแข็งในจิตใจจะมีความเครียดได้ยากกว่า คือมีการควบคุม ความมุ่งมั่น และการท้าทาย ๒ . ๑ . ๒ ลักษณะของอารมณ์ทางด้านลบหรือบวก ๒ . ๑ . ๓ ประสบการณ์ในอดีต
  • 20.
    ๒ . ๒ปัจจัยด้านองค์ประกอบที่แวดล้อมตัวบุคคล ๒ . ๒ . ๑ สิ่งแวดล้อมทางกายภาพ ๒ . ๒ . ๒ สิ่งแวดล้อมทางสังคม ๒ . ๒ . ๓ สภาพทางเศรษฐกิจ ๒ . ๒ . ๔ การเปลี่ยนแปลง
  • 21.
    ผลของความเครียด ความเครียดก่อให้เกิดผลด้านต่างๆ คือ ๑ . ด้านร่างกาย ๒ . ด้านจิตใจและอารมณ์ ๓ . ด้านความคิด ๔ . ด้านพฤติกรรม ๕ . ด้านสังคม ๖ . ด้านการทำงาน ๗ . ด้านเศรษฐกิจ ๘ . ด้านการเจ็บป่วยของร่างกาย
  • 22.
    แนวทางการจัดการความเครียด ๑ . การฝึกลมหายใจ ๒ . การฝึกสมาธิ ๓ . การฝึกสร้างจินตนาการ ๔ . ดนตรีบำบัด ๕ . การนวด ๖ . การฝึกผ่อนคลายความเครียดกล้ามเนื้อ ๗ . การสะกดจิตตนเอง ๘ . การรับประทานอาหารคลายเครียด
  • 23.
    สุขภาพจิต หมายถึง สภาพของจิตใจที่มั่นคงเข้มแข็งพร้อมเผชิญปัญหาด้วยปัญญาและสามารถปรับตัวได้อย่างมีความสุขกับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปในสมัยโบราณ บุคคลที่เป็นโรคจิตจะถูกมองว่าเป็นผลจากการกระทำของสิ่งเหนือธรรมชาติ การรักษาจึงเต็มไปด้วยการทารุณ เช่น การเจาะกะโหลก ปัจจุบันเชื่อว่าโรคจิตเป็นโรคชนิดหนึ่ง จึงมีการรักษาที่มีมนุษยธรรมเพิ่มขึ้น สรุป
  • 24.
    • บุคคลที่มีสุขภาพจิตดีจะมีการเข้าใจตนเองและแสดงออกทางสังคมอย่างเหมาะสม• สาเหตุที่บุคคลเกิดปัญหาทางสุขภาพจิตเกิดจากตัวบุคคลและสิ่งแวดล้อม • ความผิดปกติทางจิตเกิดจากบุคลิกภาพผิดปกติ โรคประสาทและโรคจิต
  • 25.
    ความเครียดและการจัดการความเครียด ความเครียด คือสภาวะความไม่สมดุลของบุคคลต่อสภาวะทางอารมณ์ที่เกิดขึ้น โดยมีสาเหตุมาจากการสูญเสีย การได้รับอันตรายหรือเกรงว่าจะได้รับอันตราย ความคับข้องใจ ความเครียดส่งผลต่อบุคคลทั้งทางร่ายกาย จิตใจ อารมณ์ พฤติกรรม สังคม การ ทำงาน เศรษฐกิจ รวมถึงการเจ็บป่วยของโรคบางโรค การจัดการความเครียดสามารถทำได้หลายวิธี เช่น การฝึกลมหายใจ การฝึกสมาธิ ดนตรีบำบัด การนวด เป็นต้น