72
ก็มีปญหามากในแงของมหกรรมการสอบ เราก็ยอมใหสอบไดถึง 2 ครั้ง เขาบอกเครียด สอบครั้งเดียวก็เครียด สอบตุลาคม
ก็บอกวายังเรียนไมจบ ปที่แลวเปนปแรกที่สอบกุมภาพันธก็ไมทัน เพราะวาไมมีใครยอมขยับเวลา โรงเรียนเปดพฤษภาคม
มหาวิทยาลัยเปดมิถุนายน มีเชื่อมแคนี้ ที่จะทำอะไรเพื่อคัดเลือกเด็ก มันก็เลยตองติดที่เงื่อนเวลาดวย ทีนี้ทำไมจึงตองเปน
admission เหตุผลก็คือหนึ่งเราอยากเชื่อมกับการศึกษาขั้นพื้นฐาน จึงตองเอา GPA ของทุกวิชา มี 8 กลุมวิชา เอาวิชาทั้งหลาย
มาดู แลวก็คิด 6 เทอม เราเรียก GPAX อันที่สองคือ GPA ที่เปนกลุมสาระก็คือกลุมวิชานั่นเอง ซึ่งมี 8 กลุมเหมือนกัน เราก็คิด
6 เทอม แตคิดเปนกลุม เชน ภาษาไทย 8 เทอม ภาษาอังกฤษ 8 เทอม เปนตน เราเรียกวา GPA กลุมสาระ เราเชื่อวาตรงนี้
เปนตัวสะทอนผลการเรียนของนักเรียนใน 6 เทอมที่ผานมา คือ ม.4 ม.5 ม.6 และหวังวาเด็กจะตั้งใจเรียน และก็เจอปญหา
secret first อันนี้ ก็เปนปญหาอีกอันหนึ่ง ที่เมื่อทำอะไรอยางหนึ่งก็จะกระทบอีกอยางหนึ่ง นั่นตัวที่หนึ่งที่ตองการจะเชื่อม
ตัวที่สอง เจตนาก็คือ indicator ที่ดีที่สุดก็คือ ผลการเรียนในอดีต อันนี้เปนงานวิจัยทั่วโลกที่ชัดเจน ถาตัว indicator
นั้นเชื่อได ตรงนี้เองที่บอกวาทำไมเราถึงเอาตัว GPA GPAX มาใช จะไดเชื่อมกับหลักสูตรเขาดวย อันที่สองก็คือเรื่องของการ
ลดจำนวนวิชาสอบลง ตอน entrance ประมาณ 20-30 วิชา เด็กๆ สอบทุกอยางที่ขวางหนา เพราะเขาไมมั่นใจวาเขาจะเขา
สาขาวิชาไหน เราก็นึกวาถาเด็กชัดเจน จะลดวิชาสอบลงไดหรือไม อันนั้นคือตัวที่ตั้งเปาไว ดูมันจะเหมือนกับไมจริง เพราะ
วิชาเฉพาะที่สอบตุลาคม 17 วิชาดวยกัน เด็กก็ยังตองสอบ 17 วิชาอยู และจะตองมาสอบ O-NET กับเราอีก 5 วิชา A-NET
อีก 5 วิชา รวมกันแลวก็ 27 วิชา ยังเยอะอีกเหมือนเดิม
ตัวที่สาม ที่ไมใชเปนเปาหมาย ก็คือการกวดวิชา เราไมคิดวาการเขามหาวิทยาลัยจะทำใหลดการกวดวิชาลง ดิฉัน
คิดวาเขากวดวิชากันตั้งแต ป.1 แลวจะบอกวาการเขามหาวิทยาลัยทำใหเพิ่มการกวดวิชาเยอะขึ้น ซึ่งไมจริงเลย ก็เปนเพราะการ
เรียนการสอนในโรงเรียนยังไมดีพอ ดิฉันจึงไดทำการสำรวจวา ทำไมตองกวดวิชาก็ไดคำตอบมา 3 ขอ คือ 1. พอแมใหกวดวิชา
2.ตามเพื่อนไปกวดวิชากัน 3. ........(เสียงหาย ประมาณ 10 วินาที)............................ คิดวาหากสำนักงานการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ไมแกไขเรื่องการสอน ก็จะโทษเราไมไดเพราะเราไมไดมีเจตนาจะใหกวดวิชา ซึ่งมีครั้งหนึ่งสมัยรัฐบาลคุณทักษิณ ดิฉันเคยบอก
ใหออกกฎหมายหามกวดวิชา ซึ่งก็โดนตอวามามากมาย เพราะเพียงอยากใหเด็กๆ ไดเรียนในโรงเรียนอยางมีความสุข
เหมือนๆ กัน และไดกลับไปเลนไปทำอะไรตางๆ ที่บานอยางมีความสุข ดังนั้น admission ในความหมายก็คือ เหมือน
admission คนเขาโรงพยาบาล ก็คือ คุณตองมีอะไรติดตัวมา เราถึงจะดูวาคุณควรจะไปไหนตอ เราหวังวาโรงเรียนจะชวย
แนะแนวเด็กใหไปในทิศทางที่ถูกตอง แตปรากฏวาแนะแนวก็กลายเปนไมรูเรื่องขึ้นมา ไมรูวา admission จะตองทำอะไรอยางไร
กลายเปนวาเด็กรูมากกวาคนแนะแนว ตรงนี้คือปญหาของครูแนะแนว เราหวังวาการแนะแนวจะชวยได หากแนะแนว
มาในทิศทางไหนบวกกับสิ่งที่ติดตัวเด็กมา เราก็จะชวย ตรงนี้คือกันชน เพราะฉะนั้นในป 2549 ซึ่งมี admission ที่ไม
สมบูรณแบบ ก็ตั้งเปาวาเปนปเริ่มตน คลายๆ entrance ใน ทปอ. นั้น ในชวงที่ตัดสินใจก็ตัดสินใจครั้งเดียว 3 ป เลย คือ
ป 2549-2551 ซึ่งใน 3 ปนั้น ก็จะใชองคประกอบ 3 – 4 องคประกอบ องคประกอบที่หนึ่งในการพิจารณาก็คือ GPAX เปน
10 % ตลอด GPAX ก็มาจากเกรดเฉลี่ยสะสม 6 เทอมของ ม.4-ม.6 อันที่สองคือ GPA กลุมสาระใหเลือก 3-5 กลุม จาก 8 กลุม
ทำนองเดียวกันก็คิดจาก 6 เทอม และใหสาขาวิชาบอก ตอนที่ออกแบบกันนั้น ดิฉันก็มีความหวัง ตัวอยางเชน ถาทางวิศวะ
จาก 5 กลุม ก็นาจะหยิบสาขาศิลปะ สังคม พละ สุขศึกษา คือตัวที่ complement กับเขา ไมใชตัวที่ตรงกับเขา ดิฉันหวังตรงนั้น
แตทุกคณะ ทุกสาขาในมหาวิทยาลัย กลับไปเลือกสิ่งที่ตรงกับตัวเอง วิศวะก็เลือกคณิต ภาษาก็เลือกภาษา เปนตน เราหวังวา
พวกที่จะเขาภาษานาจะไปเลือกอยางอื่น แตไมจริง เราก็ไมประสบผลสำเร็จในความหวังวา คุณนาจะไดดูอื่นๆ ของเด็ก
แลวคุณคอยมาใช A-NET ตอไปยังสิ่งที่คุณตองการ ดังนั้น A-NET คุณอยากจะสอบใหลึกล้ำอยางไรก็ระบุ
มา ในองคประกอบที่ 4 คือ คุณจะสอบ A-NET ก็ได คุณจะวิชาเฉพาะก็ได คุณจะสอบวิชาภาคปฏิบัติก็ได ทั้งนี้ไมเกิน 3 วิชา
สรุปองคประกอบ 4 องคประกอบ ก็คือ 1. GPAX 10 % ตลอด 2. GPA กลุมสาระ เมื่อป 2549 นั้น คิด 20 % และ
คิดวาจะเพิ่มในป 2550 แตกลับมีปญหาเรื่อง O-NET ก็เลยคงไวเหมือนป 2549 คือ 20 % สวนอีก 30 % มาจากโรงเรียน
สวน O-NET ให 0-35 % ในนั้น ซึ่งมี 5 วิชา แลวที่เหลือก็จะเปน A-NET หรือวิชาเฉพาะหรือวิชาภาคปฏิบัติ เบ็ดเสร็จรวม
100 % จริงๆ แลวดิฉันไมไดเสนอแบบนี้ แตไดเสนอเปนแบบขั้นบันได ซึ่งเปนเงื่อนไข เชน GPA เปนเงื่อนไขดีมั๊ย แลว
คุณคอยพิจารณาเฉพาะคะแนนสอบ เพราะในวันนี้ GPAXกับ GPA มันเปนหนวยเดียวกัน อันที่สอง O-NET คือคะแนน
สอบ สวน A-NET เปนวิชาเฉพาะตางๆ อีกพวกหนึ่ง ดังนั้น ถาคุณนำคะแนนจากทั้ง 3 พวก มารวมกัน แปลงเปนเปอรเซ็นต
และมาบวกรวมกัน มันก็จะเปน intermediate มันไมลึกล้ำ มันนาจะมีอะไรที่ดีกวานั้น แตทุกวันนี้ใชวิธีแปลงเปนเปอรเซ็นต
73
แลวนำมาบวกเลขรวมกัน ใหได 100 เปอรเซ็นต และการเขามหาวิทยาลัยก็แบงเปน 2 ขั้นตอน ขั้นตอนที่ 1 คือ การสอบตางๆ
ใหเสร็จภายในตนมีนาคม หลังจากนั้น พอเด็กรูคะแนน เด็กจะตองสอบเขามหาวิทยาลัย จะมีขั้นตอนการเขามหาวิทยาลัย
ซึ่ง สกอ. ทำให โดยมีใหเลือกอยู 4 ลำดับ ถาเด็กไมเขาก็ไมตองมาสมัคร เหลานี้ก็คือที่มา และเราก็หวังวาภายใน 2-3 ปแรก
เราจะไดเห็นภาพของ admission ที่ชัดเจน และตั้งเปาวาในป 2552 นาจะมี admission ที่สมบูรณแบบ คนก็ถามอยูเสมอวา
มันหมายถึงอะไร หมายถึงการพิจารณาเอา O-NET ไป integrate กับ GPA เราหวังวา GPA กับ GPAX จะไดรับการ
เปรียบเทียบปรับเปนตัวที่ถูกตองมากขึ้น ดวยตัวเปรียบเทียบตัว O-NET ที่เชื่อถือได เราหวังตรงนี้ ดังนั้น เมื่อเด็กยื่น transcript
เราก็สงGPAXกับ GPA ที่ปรับแลวใหกับมหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยก็ไปพิจารณาดูวาจะเอา GPA ที่ปรับแลวประมาณ
เทาไหร แลวจะมีการสอบเพิ่มเติมก็สอบให ถาสอบประเภท aptitude test ซึ่งไมเกี่ยวกับเนื้อหา content free เราก็สอบ
ใหทุกเดือน เพราะฉะนั้นชวงเดือนกุมภาพันธ จึงเปนเดือนที่สอบ O-NET เทานั้น เพื่อเอาไปปรับเทียบกับ GPA ดิฉันไมเห็น
ดวยกับการนำ GPA ดิบๆ มาบวกเขาดวยกัน เพราะเชื่อถือไมได เมื่อปที่แลวลม เพราะวา O-NET เชื่อถือไมได แตหวังวา
ปหนาคือ ป 2550 นาจะดีขึ้น โดยสิ่งที่จะทำของ O-NET คือ 1.สอบขอสอบปรนัยเทานั้น ไมมีอัตนัย 2.ใชวิธีระบาย
แบบนี้ จริงๆ แลว ปญหาเมื่อปที่แลวคือ เรื่องอัตนัย เพราะคนที่เขามาเรียนวัดผลจะไมคอยเขาใจ รัฐมนตรีวาการกระทรวง
ศึกษาธิการคนเกายังบอกเลยวา ก็ผมเปนคนเขาไปตรวจก็ได บอกวาไมใชทาน ถึงเปนศาสตราจารยก็ไมมีความหมาย
เพราะการตรวจขอสอบอัตนัยคุณจะตองฝกฝนคนตรวจ จนกระทั่งเขาตรวจขอสอบ paper เดียวกัน 2 คน ไดคะแนนใกลเคียงกัน
มากที่สุด จำเปนตองฝกฝน ไมใชเพียงคนมีความรูเทานั้นที่จะมาตรวจได คุณตองตรวจไดและตรวจเปน ก็ยกตัวอยางใหทานดูวา
คนที่ออกขอสอบตองบอกไดวา 3 คะแนน นั้น จะเขียนอะไรจึงจะได 3 คะแนน 2 คะแนน 1 คะแนน และ โดยเฉพาะ 0 คะแนน
จะหมายถึงอะไร ไมตอบหรือตอบผิด ความหมายใด ที่มหาวิทยาลัยเคมบริดจก็ทำแบบนี้ เพราะฉะนั้นดิฉันคิดวาเราคงตอง
เตรียมความพรอมในการตรวจขอสอบอัตนัย ถาไมตองการใหเกิดปญหา และศาสตราจารย ดร.วิจิตร ศรีสอาน รัฐมนตรีวาการ
กระทรวงศึกษาธิการ ไดใหขาวกับหนังสือพิมพเดลินิวส วา ป 2550 จะออกขอสอบอัตนัย 10 % ขอนี้ดิฉันขอยืนยันวา
ไมมี ซึ่งก็ไดเคลียรกับทานแลว ทานก็บอกวาไมเปนไร แตปหนาตองมี และการสอบเขาสาขาใดก็ตาม ดิฉันเห็นดวยวาตองมี
ขอสอบคิดวิเคราะห ดังนั้น ขอสอบของเราถึงแมเปนแบบปรนัยก็สามารถคิดวิเคราะหได ดังนั้น การคิดวิเคราะหจึงไมไดติดกับ
รูปแบบ ไมจำเปนวาขอสอบอัตนัยจะคิดวิเคราะหไดเทานั้น อยางไรก็ตาม ในปหนาเปนการสอบปรนัย ดวยดินสอ 2B และไมมี
อัตนัย โดยเรากำหนดสอบ O-NET ในวันที่ 24-25 กุมภาพันธ 2550 สอบ 5 วิชา
ปที่ผานมา ปญหาการสอบมีเยอะมาก เชน เด็กมาสอบสาย ขาดสอบ หรือมาทันแตรีบเรงเดินทางจนไมมีสมาธิสอบ
เปนตน หรือบางคนบอกวา การนำวิชาคณิตศาสตรมาสอบเปนวิชาแรกในวันแรก สำหรับปตอไป เราจึงคิดวาจะลองสลับ
เอาวิชาเบาๆ เชน วิชาสังคมศาสตรมาเปนวิชาแรกแทนวิชาคณิตศาสตร สำหรับปญหาเด็กมาสาย มาไมทัน ขาดสอบ
สาเหตุเกิดจากการยอมใหเด็กไปสอบที่ไหนก็ได จึงทำใหจำนวนตัวเลขผูสอบที่มาไมรูวาขาดสอบมาจากสนามไหนบาง
สำหรับปนี้ ดิฉันคิดวาจะทำ mapping สนามสอบใหม คือ ปกติเด็กไปเรียนบริเวณไหน ก็จะจัดสถานที่สอบบริเวณนั้น เพราะเด็ก
เดินทางมาเรียนได ก็ตองเดินทางมาสอบบริเวณเดียวกันไดสะดวก อะไรก็ไดที่สะดวกกับเด็กที่สุด ทั้งนี้ ประมาณตนกุมภาพันธ
จะประกาศรายชื่อผูมีสิทธิ์สอบ สนามสอบ หองสอบ อาคารสอบ และเลขที่นั่งสอบ โดยเราจะเอื้ออำนวยขอมูล เชน สนามสอบที่
กรุงเทพฯ เราอาจจะบอกสายรถเมลที่จะเดินทางถึงสนามสอบไดเร็ว สวนตางจังหวัดอาจจะบอกไดเพียงสถานที่ตั้งสนามสอบ
เปนตน
สำหรับป 2549-2551 เปนปของ Admission เริ่มตน อยางที่ไดเรียนใหทราบ แลวเราพลาดในป 2549 จึงตองขยับมา
ในป 2550 ดังนั้น ในป 2550 นี้ ถาเดือนกุมภาพันธสอบแลวไมมีปญหา ความจริงแลว สทศ. จะรับทำเฉพาะ O-NET เทานั้น
โดย A-NET จะให สกอ. ทำ เมื่อกอนมีหลายคนถามวา ดิฉันเขามาเปนผูอำนวยการ สทศ. ทำไม ในเมื่อชื่อเสียงมันติดลบ
ตองขอบอกวา ดิฉันเองมีสวนรวมกับศูนยทดสอบทางการศึกษาในหลายๆ แหง และดิฉันเกือบจะไดเปนผูอำนวยการศูนย
ทดสอบจุฬาลงกรณมหาวิทยาลัยคนแรก
หนึ่ง. แหงนี้ ดิฉันก็ไดมีสวนรวมตั้งแตเริ่มมีพระราชกฤษฎีกา ถามันตั้งโดยเจตนาที่ดี เราก็นาจะทำใหมันดี
และวันนี้เมื่อเกิดปญหาขึ้น ดิฉันจึงตองเขาไปชวย ความจริงดิฉันเปนกรรมการคัดเลือกผูอำนวยการ
สทศ. ดวย แตดิฉันไดขอถอนตัวและสมัครเปนผูอำนวยการ สทศ. แทน มีคนเขามาชวยดิฉันมากมาย
74
โดย สกอ. เขายินดีจะรับ O-NET ไปทำ สวนที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยแหงประเทศไทย (ทปอ.)
บอกวายินดีใหความชวยเหลือ สำหรับการสอบ O-NET นั้น ขอใหสอบครั้งเดียวยืนตาม สทศ. โดยหลักการ
สทศ. จะจัดสอบใหนักเรียนชั้น ม. 6 หรือเทียบเทา เพียงครั้งเดียวโดยเปนการสอบผลสัมฤทธิ์ และ
เด็กไมตองเสียคาสอบ คือสอบใหฟรีในครั้งแรก นักเรียน กศน. ก็สอบใหฟรีดวยเชนกัน แตมีเด็กจำนวน
หนึ่งที่อยากจะสอบเพื่อรับความรูใหมก็สามารถเขาสอบได แตมีคาสอบวิชาละ 100 บาท ทีนี้ก็ตองไปผูกกับ
การสอบครั้งที่สองของ ทปอ. วา ทปอ.จะเอาคะแนนใหมหรือไม เขาบอกวาจะขอยืนตาม สทศ. คือใหสอบได
ครั้งเดียว แตหากเด็กตองการสอบ 2 ครั้ง ครั้งที่ 2 จะไมนำมาเปนคะแนนสอบเขามหาวิทยาลัย ถามวาแลวจะ
สอบครั้งที่ 2 ไปเพื่ออะไร เพราะการเขามหาวิทยาลัยจะคิดจากคะแนนการสอบในครั้งแรกเทานั้น
เมื่อปที่แลว นาเห็นใจเด็กๆ มาก และตอนนี้ดิฉันก็ไดเขียนคำแถลงการณใหศาลปกครอง และ ทปอ.
ประมาณ 7 ครั้งแลว ทปอ. ก็ถูกฟอง
สอง. ในป 2550 จะใชเปอรเซ็นเหมือนป 2549 และคาดวาในป 2551 อาจจะใชเปอรเซ็นของGPAX GPA
มากขึ้น ถาหาก GPA GPAX และ O-NET เชื่อถือได ตรงนี้เราตองใชเวลาพิสูจน ดิฉันคิดวาไมมีวิธีการ
ประชาสัมพันธใดที่ดีเทากับพฤติกรรม ดังนั้น ถาในปหนาทุกอยางไมมีปญหา ขอสอบเชื่อถือได ดิฉันจะให
เขาทำ incrating กับ GPA ที่ผานมา เพื่อดูวาเชื่อถือไดจริงหรือไม ซึ่งอาจจะมีโรงเรียนที่เกินจริงก็อาจจะถูก
ลดลง สวนโรงเรียนที่โหดก็อาจจะถูกขึ้น ดังนั้น เทคนิคทางวัดผลสามารถทำได ภายใตขอมูลที่เชื่อถือได
ในป 2552 เราคิดตุกตาไวหลายแบบ คือตอนนี้สำรวจไวผิดประเภทวาเขามหาวิทยาลัยเขาทำอยางไร มันก็
ตองสรุปลงดวย 1.เด็กตองกรอกใบสมัคร 2. ตองใชผลการเรียนในอดีต 3. มีคะแนนสอบเพิ่มขึ้นในวิชาที่คิดวา
จำเปน สวนของเราก็อิงตรงนี้เหมือนกัน และเด็กก็สงใบสมัครไป
แบบแรก การสอบนั้นตองมีศูนยทดสอบอิสระทำให ซึ่งหมายถึง สทศ. แตตอนนี้ตองมีองคกรที่เปน Admission กลาง
เกิดขึ้นอีกองคกรหนึ่ง ซึ่งสามารถจะเคลียรขอมูลใหทุกมหาวิทยาลัยได โดยแนวโนมจะมีลักษณะเหมือนการรับตรง แตเด็กไม
ตองวิ่งพลานสมัครและสอบ ดังนั้น ตรงกลางก็จะเปนที่รวมการสมัครและกระจายออกไป มหาวิทยาลัยก็จะตองมี Admission
กลางใหกับตัวเอง กระจายไปที่คณะ เพื่อประสานกับสวนกลาง
แบบที่สอง มีการสอบลวงหนาให และสงคะแนนให ตรงนี้เด็กไมจำเปนตองมายื่นคะแนน O-NET เอง เนื่องจากผูตรวจ
ขอสอบเปนชุดเดียวกัน ดังนั้น คะแนน O-NET จึงสงตอไปยัง A-NET ไดเลย ดังนั้น สวนกลางนี้ นอกจากจัดทำใบสมัคร
ถาไมจัดสอบเอง ก็ใหหนวยงานอื่นจัดสอบให และเคลียรเรื่องใหโดยเฉพาะเรื่องที่นั่งวางตางๆ ในการสอบรอบแรก
จะตองเคลียรใหเต็มทุกที่ ที่ใดวางก็ใหเคลียรรอบสอง สาม สี่ เปนตน ตองจัดที่นั่งสอบใหเต็ม ดังนั้น ภายในเดือนพฤษภาคม
ที่นั่งจะตองเต็ม ตอจากนั้น จะสอบสัมภาษณหรือตรวจรางกายก็แลวแตความเหมาะสม อยางนี้ คงจะไมมีมหกรรมการสอบ
O-NET หรือถามีก็ตองเปนการสอบ aptitude test
ขณะนี้ ดิฉันกำลังเคลียรกับทางศิลปะ โดยทางกลุมศิลปะเขาขอใหสอบความคิดสรางสรรคอยางเดียวไดหรือไม
ซึ่งดิฉันคิดวาได และจะสอบใหเดือนตุลาคม และเวลาสอบสัมภาษณก็ใหเด็กนักเรียนนำชิ้นงานมาใหดู แตดิฉันไมเขาใจวา
ทำไมวิชาศิลปะของจุฬาลงกรณมหาวิทยาลัยกับมหาวิทยาลัยศิลปากร ถึงขอออกขอสอบคนละแบบ เพราะเปนคนละทฤษฎีกัน
สวนขอสอบกลางเขาไมเอา เขาจะเอาขอสอบของเขา คณะบัญชีจุฬาลงกรณมหาวิทยาลัยกับคณะบัญชีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร
ก็ยังมีขอสอบตางกัน
ดิฉันคิดวาถาคณะตางๆ รวมกันแบบคณะแพทยไดก็จะดี อยางไรก็ตามเราตองเห็นใจเด็ก ไมวาจะรับตรงหรือรับกลาง
ก็ควรจะทำรวมกันไว เพราะเมื่อปที่แลวเขาบอกวาเด็กตองวิ่งสมัครหลายแหง แมกระทั่งภายในคณะของมหาวิทยาลัย
เกษตรศาสตรยังมีการสมัครตางกัน สอบคนละวันกัน สวนมหาวิทยาลัยธรรมศาสตรนั้น บอกวาของเขาสมัครกลางและสอบในวัน
เดียวกัน ดังนั้นเด็กจะตองเลือกวาจะสอบเขาที่ไหน เปนตน แตมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตรเขาสอบคนละวัน ทำใหเราตองเขาไป
ชวยตรงนี้
สำหรับการประชุมคราวหนา เราจะมีตุกตาป 2552 - 2554 เพราะดิฉันคิดวาเด็ก ม.3 ที่จะขึ้น ม.4 นั้น ควรจะตองรู
ลวงหนา เพื่อจะไดเตรียมตัวลวงหนา ดังนั้น จึงตองประกาศลวงหนาอยางนอย 3 เดือน เพื่อใหเขาเตรียมตัว ทางเราเปนเพียง
75
แคตัวกลางหรือเปนแคสมอง ไมมีพลังเพียงพอ คนตัดสินใจคือเจาของ ทางเรามีหนาที่ทำอยางเดียว บางอยางที่เราเสนอเขาไป
เขาอาจไมเห็นดวย บางครั้งเราจำเปนตองขอใหสื่อตางๆ ชวยกระตุนแทน เราพยายามทำทุกวิถีทาง ดิฉันคิดวา ลักษณะการ
ทำงานแบบนี้คงจะทำไดไมนาน เพราะไมเปนระบบ และสักวันหนึ่งคงจะตองเลิก เพราะไมไดอะไรขึ้นมาจากการทำอยางนี้
ซึ่ง ทปอ. เอง เขาก็ไมคอยเชื่อเรา ถึงแมเราจะเสนอตัวทำให แตเขาก็ไมเชื่อเรา โดยขณะนี้ เขาไปตั้งอธิการบดี 2 คน ทำเรื่อง
admission ในอนาคต และเรื่อง การรับตรง รับกลางจะทำอยางไร สำหรับ สทศ. เราคิดวา หากจะทำอะไร คงจะตองทำอยางมี
หลักการดีที่สุด
สรุปคำถาม-คำตอบ
ผูถาม : ที่ประชุม ปอมท.
ผูตอบ : ผูอำนวยการสถาบันทดสอบทางการศึกษาแหงชาติ (สทศ.)
คำถามที่ 1
ปญหาของ ทปอ. จะเหมือนกับ ปอมท. ตรงที่เมื่อมีมติออกมาแลว หากมหาวิทยาลัยใดไมเห็นดวย ก็ไมตอง
ปฏิบัติตามได ทำใหความชัดเจนแนนอนของแตละแหงไมเปนมาตรฐานเดียวกัน แมกระทั่งเรื่องการออกขอสอบ O-NET และ
A-NET ก็ยังไมชัดเจนวาใครจะเปนผูออกขอสอบแนนอน
คำตอบที่ 1
O-NET ทางมหาวิทยาลัยเปนผูออกขอสอบ สวน A-NET ทาง สกอ. จะเปนคนทำ ซึ่งทางดานวิทยาศาสตร
ไดคุยกันแลว มีความเปนหวงเนื่องจากอาจารยผูออกขอสอบวิทยาศาสตร A-NET จะเปนอาจารยใหม ปกติ คำวา A นั้น มาจาก
คำวา analitical หรือ aptitude ไมใช arrant ดังนั้น เมื่อเปน arrant ขึ้นมา จึงหมายถึงเลยหลักสูตร ซึ่งไมใช มันจะตองอยูใน
หลักสูตร แตควรเปนการออกขอสอบที่ลึกล้ำซับซอนมากขึ้นตางหาก สวนเรื่องที่สอง คือ ทางดานวิทยาศาสตร ยังละเมออยูกับ
เคมี ชีววิทยา และฟสิกส ดิฉันก็ถามวาในนี้เขาเรียกวา วิทยาศาสตร และมีสาระที่จะตองเรียนคือวิชาดาราศาสตรและอวกาศ
ถามวาใครออกขอสอบ ปรากฏวา ยังไมมี ดิฉันจึงบอกใหทาง O-NET ออกขอสอบสวนนี้เพิ่มเติมใหครบ แลวจึงคอยนำ
ขึ้นเว็บไซดวาเราออกตามหลักสูตรนี้
ผูชวยศาสตราจารยธวัชชัย พีรพัฒนดิษฐ (เพิ่มเติม)
ประเด็นแรกขอชี้แจงเพิ่มเติมวา เปนเรื่องปกติที่เราอยากจะมีความรวมมือกัน แตในชวงแรกเราอาจยังไมเขาใจกัน
จึงไมไดรวมมือกัน แมแตคณะแพทยศาสตรที่ไดพูดถึงก็ตาม ความจริงแลวในที่ประชุมมหาวิทยาลัยทั้ง 13 แหง ก็ยังมีความไม
เขาใจกัน บางแหงขอแยกตัว หลายแหงรวมตัวกัน แตเมื่อเวลาผานไปเริ่มมีความเขาใจกันก็จะรวมเปนหนึ่งเดียวกันไดในที่สุด
.....................................................................
คำถามที่ 2
เรื่องกองทุนเงินกูยืมที่ผูกกับรายไดในอนาคต (ICL) มีบางมหาวิทยาลัยเปดรับนักศึกษาจำนวนคอนขางมาก อาจเพราะ
เขาใจวาเมื่อรับนักศึกษามาก ก็จะทำใหไดรับเงินจากกองทุน ICL มากดวย ซึ่งอาจทำใหคุณภาพการศึกษาดอยลงไปตาม
อัตราสวน
คำตอบที่ 2
ปญหานี้ ถาวิเคราะหลึกๆ แลว ในฐานะที่ดิฉันไมไดเปนอธิการบดี ก็อาจตั้งประเด็นคำถามขึ้นมาวา
1. เราไดอธิการบดีที่ดีพอหรือไม มาจากการแตงตั้ง หรือมาจากรองอธิการบดี
2. คนที่เปนอธิการบดีมืออาชีพควรจะรูบทบาทของมหาวิทยาลัยวา ควรจะรับนักศึกษาปริมาณเทาไหร จึงจะมีความ
76
เหมาะสม ทั้งนี้ อัตราสวนอาจารยผูสอนกับนักศึกษา หากไมสมดุลกัน จะทำใหคุณภาพการศึกษาดอยลง
วิธีแกไขปญหาหากหลีกเลี่ยงไมไดก็คือ การใชเทคโนโลยีสารสนเทศเขามาชวยในการสอน เชน การใช e-learning
ชวยสอน ซึ่งไดผลเปนที่นาพอใจ เปนตน และตัวดิฉันเองก็ไดรวมจัดทำหลักสูตร e-learning แบบนี้มาแลว 4 หลักสูตรแรก
ในประเทศไทย จนบางคนเรียกเจาแม e-learning ไปแลวก็มี สิ่งนี้จะชวยลดภาระงานสอนของอาจารยไดมาก
.....................................................................
คำถามที่ 3
เรื่องแรกที่อาจารยไดพูดไปแลวนั้น เมื่อเรายอนกลับไปดูระบบ entrance ถามวาทำไมเราใชรวมกันทั้งหมดได
ถึงแมจะมีระบบตรงของแตละมหาวิทยาลัย แตก็ไมไดไปรบกวนกับระบบกลาง คิดวาแนวทางนี้อาจจะนำมาชวยได
ปญหาอีกเรื่องที่อยากใหชวยดูแล คือ โอกาสทางการศึกษา และผลกระทบทางจิตใจที่มีตอเด็ก เราพบวาเมื่อปที่ผานมา
เด็กตองตระเวนสอบหลายแหง บางครั้งตองเดินทางไกล เพื่อไปสอบเขามหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง ซึ่งเด็กในพื้นที่ตางจังหวัด
ไกลๆ แทบจะไมมีโอกาสเดินทางไปสอบเลย ทำใหเกิดการไดเปรียบเสียเปรียบกัน
ปญหาจากการจัดสอบเมื่อปที่ผานมา ซึ่งผมในฐานะประธานสภาคณาจารยไดเขาไปชวยดูแลเรื่องนี้ดวย คือเจาหนาที่
คุมสอบประทวง ไมยอมปฏิบัติหนาที่ เนื่องจากเขาคิดวามีปญหาที่ไมไดรับความเปนธรรม เชน ปญหากฎระเบียบ ขอหามตางๆ
มีมากเกินไป ปญหาคาตอบแทนเจาหนาที่เมื่อเปรียบเทียบกับมหาวิทยาลัยอื่น ปญหาเรื่องเขตการศึกษา ปญหารายชื่อนักเรียน
หายไปหรือสลับไปอยูคนละที่กัน เปนตน
อีกประเด็นปญหา คือเรื่องกำหนดเวลาการสอบ O-NET ที่อาจารยกำหนดไวนั้น บังเอิญตรงกับการสอบไล
ของมหาวิทยาลัย ทำใหอาจารย นักศึกษา และเจาหนาที่เกิดปญหาในเรื่องการจัดเวลาสอบไล มหาวิทยาลัยบางแหงตอง
เลื่อนการสอบของตนเองเพื่อเปดทางใหเด็กสอบสวนกลางกอน เปนตน อยากให ทปอ. นำปญหาตรงนี้มาพิจารณาดวย
เพื่อกำหนดเวลาการสอบไลใหตรงกันในทุกมหาวิทยาลัย จะทำใหไมมีปญหาเปดเรียนเหลื่อมล้ำกันได
สำหรับเรื่องระบบคอมพิวเตอรควรตองสมบูรณพรอมทำงาน เพื่อไมใหเกิดปญหาเหมือนปที่ผานๆ มา
ปญหาความอิสระในการจัดการสอบของศูนยสอบ เนื่องจากอำนาจสวนใหญรวมอยูที่ สทศ. เชน การสงรายชื่อ
ผูคุมสอบประจำศูนยสอบที่ผานมา หนวยจัดสอบจะทราบรายชื่อกอนเพียง 1 ชั่วโมงเทานั้น เปนตน
ปญหาคาตอบแทนเจาหนาที่และผูคุมสอบ ถือเปนเรื่องสำคัญที่อยากใหชวยแกไขดวย
ปญหาสุดทาย คือ ระบบการตรวจสอบรายชื่อของเด็กที่สมัครสอบ เนื่องจากบางพื้นที่หางไกลความเจริญ การตรวจ
สอบรายชื่อผูมีสิทธิ์สอบทางอินเทอรเน็ตเพียงอยางเดียว ไมอาจทำไดสะดวกเทาเด็กในเมืองใหญๆ จึงขอใหชวยคิดหาวิธีแก
ปญหาตรงนี้ดวย เพื่อใหเด็กทราบวาตัวเองมีรายชื่อถูกตองตามที่สมัครไวหรือไม
คำตอบ 3
มหาวิทยาลัยแตละแหงเขามีพระราชบัญญัติรองรับการคัดเลือกคนเขาเรียน ดังนั้น เปนอำนาจของแตละแหงซึ่งจะตอง
มาคุยกัน และไดขอให สกอ. ซึ่งเปรียบเสมือนเลขานุการชวย ทปอ. ทำเรื่องนี้ ทำไปทำมา สกอ. กลายเปนนาย สวน ทปอ.
กลายเปนเลขานุการ สำหรับเรื่อง entrance ดิฉันคิดวาการสอบ O-NET เปนเรื่องที่เด็ก ม. 6 ทุกคนจะตองสอบอยูแลว
เพื่อดูคุณภาพของโรงเรียน จะไดปรับปรุงคุณภาพใหสูงขึ้น ดิฉันคิดวาถาทุกโรงเรียนมีคุณภาพใกลเคียงกัน เด็กก็จะเขาเรียน
โรงเรียนใกลบาน ไมตองเดินทางไปสอบเขาโรงเรียนที่มีชื่อเสียงไกลๆ
กรณีปญหาระบบการตรวจสอบ ชวงนี้เปนชวงสำรวจขอมูล ซึ่งเรามีการประชุมรวมกับศูนยสอบทั้งหมด 38 แหง ก็จะมี
การสำรวจชื่อนักเรียน ชื่อโรงเรียน สนามสอบ เลขประจำตัวสอบ รหัสโรงเรียน ขอมูลตางๆ เปนตน โดยวันที่ 15 พฤศจิกายน
2549 เราจะไดขอมูลตัวนี้ คุณจะมีคาใชจายในการสำรวจเทาไหร เราจะใหเงินคุณไปหาขอมูลตัวนี้มาใหได เนื่องจากดิฉันมีแหลง
ขอมูลอยูประมาณ 3 แหลง คือ 1.แหลงขอมูลจาก สพฐ. จะไดรับขอมูลประมาณสิ้นเดือนตุลาคม 2549 และดิฉันรูวาขอมูลไมเคย
ตรงกันเลย เราจึงตองลงไปสำรวจเองโดยสำรวจจากฐานขอมูลปที่แลว ตอนนี้ฐานขอมูลที่ชัดเจนที่สุด จะมีรหัสโรงเรียน
ชื่อนักเรียน รหัสนักเรียน เปนรายโรงเรียน จะนำขึ้นไวกอนเลย ซึ่งจะ matching กันและจะทำรอไวเลย ฉะนั้น ผูที่จะเขาสอบก็จะ
77
matching ตัวนี้ เด็กอาจจะมีแครหัสนักเรียน แตก็ matching 13 หลักใหได ผูที่จะมาชวยดิฉันทำก็คือ ศูนยสอบ 18 แหง เราจะ
ทำขอมูลใหนิ่งภายในเดือนธันวาคม 2549 ซึ่งยังพอมีเวลา
สำหรับคาตอบแทนเจาหนาที่ในการจัดสอบ เราไดตกลงกันแลววา จะให maximum ซึ่งจะทำการสำรวจกอนวาเขาได
จากหนวยงานไหนเปนเงินเทาไหร เราก็จะใหเขา maximum ตามนั้น
สำหรับเรื่องกฎ ระเบียบตางๆ ดิฉันคงตองกลับไปดูใหม สวนสนามสอบ จะใหอิสระกับศูนยสอบไดมีสิทธิ์ตัดสินใจเลือก
สนามสอบที่สะดวกกับเด็ก โดยระบุมาใหเราทราบวามีขอบเขตพื้นที่ใดสะดวกกับเด็กมากที่สุด หากเด็กไมสะดวกที่จะเดินทางไป
สมัครสอบที่โรงเรียน ก็สามารถสมัครสอบไดที่ศูนยสอบ ทางศูนยสอบจะจัดการใหทั้งหมด
เรื่องวัน เวลาสอบ วันที่ 24-25 กุมภาพันธ 2550 นั้น บังเอิญเปนประกาศจากเมื่อปที่ผานมา จึงไมอาจเลื่อนได ในป
ตอไปจะลองดูชวงเวลาอีกครั้งเพื่อไมใหมีผลกระทบกับการสอบไลและการสอบรับตรงของแตละมหาวิทยาลัย
รายชื่อผูคุมสอบแตละมหาวิทยาลัยจะไดภายในสิ้นปนี้แนนอน และเนื่องจากเราไดรับขอมูลจากทุกโรงเรียนวา มีการ
คุมสอบไมคอยไดมาตรฐาน ดังนั้น ทางศูนยสอบจะตองสงคนไปกำกับดูแลการสอบเพื่อใหไดมาตรฐาน
เราไดรับทราบขอมูลปญหาตางๆ ในปที่ผานมา จากหัวหนาศูนยสอบซึ่งเปนคณะกรรมการดำเนินการ โดยหวังวา
ปญหาจะไมเกิดขึ้นอีกในปนี้
.....................................................................
คำถามที่ 4
ปญหาที่เกิดขึ้นมากมายจากปที่ผานมา ในอนาคตจะเปนไปไดหรือไมที่วิธีการเขามหาวิทยาลัยจะเหลือเพียง GPA
GPAX และ ACTIVE TEST เทานั้น
คำตอบที่ 4
คิดวาในป 2552 จะเปนปที่เริ่มสมบูรณแบบ เพราะจะมี GPAX และ GPA ที่ปรับเรียบรอยแลว ไมใชดิบๆ เพราะจะ
เชื่อถือไมได
อยางที่สอง ถาหาก 9 สายอุดม รวม PAX กันไดหรือไมวา คุณอยากจะสอบ aptitude อะไร สทศ. จะจัดสอบใหได แตก็
ยังไมเคยไดรับคำตอบ
.....................................................................
คำถามที่ 5
เปนหวงเรื่องการกวดวิชาตลอดชีวิต ปจจุบันมีการเริ่มกวดวิชาตั้งแตเรียนชั้น ป.1 ดังนั้น เราจะทำอยางไร ที่จะใหครู
มีคุณธรรม จริยธรรม ในการสอนอยางเต็มที่ไดอยางไร ?
คำตอบที่ 5
เรื่องนี้ สทศ. และ admission ชวยไมได เปนเรื่องที่ สพฐ. จะตองดำเนินการตรงนี้
.....................................................................
คำถามที่ 6
เรื่องความโปรงใสในการสอบไดวางแผนปองกันการทุจริตสอบไวอยางไรบาง ?
คำตอบที่ 6
ดิฉันอาจตองใชประสบการณของ สกอ. โดยอาจใชตำรวจหรือไอทีชวยตรวจสอบ เพราะเคยมีคนแอบอางเขามาสอบ
78
แทนกัน แตขณะนี้ไดคุยกับที่ปรึกษาทางดาน IT แลว คิดวาอาจจะใชวิธีสบตาวาใชตัวจริงหรือไม อีกวิธีคือ การพิมพลายนิ้วมือ
และตรวจสอบวาใชหรือไม
.....................................................................
คำถามที่ 7
ผมคิดวาเมื่อปที่ผานมามีปญหามาก สิ่งหนึ่งอาจเปนเพราะเราไมมีการซักซอมแผนลวงหนา ทำใหไมทราบปญหา
ลวงหนา หากมีการทดลองซักซอมแผนการสอบ หรือทดลองใชระบบตางๆ กอนการสอบจริง นาจะชวยใหทราบปญหาและวิธี
การปองกันปญหาลวงหนาได เชน ตัวเลขรหัส 13 หลัก เปนตน
คำตอบที่ 7
จะลองทดสอบระบบทั้งหมดดู แตตองขึ้นอยูกับคาใชจายดวย เพราะเราไดงบประมาณจากสำนักงบประมาณเพื่อจายคา
ใชจายตอหัวไดเพียงเล็กนอยเทานั้น
ผูชวยศาสตราจารยธวัชชัย พีรพัฒนดิษฐ (เพิ่มเติม)
ประเด็นปญหาตางๆ ผมคิดวาเปนเรื่องการกำกับ ดูแล และติดตาม ทั้งนี้ หากอาจารยตองการให ปอมท. ชวยเหลือ
สวนใดก็ยินดีอยางยิ่ง เพราะเรามีคนเกงๆ ที่พรอมชวยเหลือหลายทาน
.....................................................................
คำถามที่ 8
ผมอยากขอความรูจากอาจารยในฐานะที่เปนนักวิชาการเรื่องการวัดและการประเมิน อาจารยยกหลักสูตรขึ้นมาแลว
บอกวาตองวัดตามหลักสูตร โดยมีเปาหมายของหลักสูตรที่ชัดเจน คือ ตองสรางเด็กเกง ดี มีสุข แตที่เราพูดกันสวนใหญนั้น
กลายเปนเนนในเรื่องเด็กเกง และจำกัดวงในเรื่องของผลสัมฤทธิ์ของรายวิชาในสวนที่เปนเนื้อหาวิชาเทานั้น ซึ่งคอนขางแคบ
ในแงของวิชาการ เราควรจะทำอยางไรบาง ที่จะหาวิธีวัดในเรื่องของความดี และมีความสุข และเปนเกณฑอยางหนึ่งใน
การคัดเลือกที่จะนำเด็กเขาสูมหาวิทยาลัย ซึ่งนโยบายของรัฐมนตรีวาการกระทรวงศึกษาธิการไดเนนเรื่องคุณธรรมนำความรู
สวนทานนายกรัฐมนตรีก็เนนในเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง ดังนั้น ในแงของนักวัดและประเมิน ถาจะใหตอบสนองปรัชญาในการ
บริหารและทิศทางการศึกษาแนวใหม รูปแบบการวัดและการประเมิน และการคัดเลือกคนเขาสูมหาวิทยาลัยนาจะเปลี่ยนแปลง
คำตอบที่ 8
ดิฉันหวังไวในป 2552 โดยมหาวิทยาลัยจะตองมีหนวยงานกลาง ซึ่งมหาวิทยาลัยจะตองดูจาก transcript ของนักเรียน
ม.4 ม.5 ม.6 เพราะตัวนี้จะเปนตัวบอกขอมูลมากมาย เชน คุณลักษณะที่พึงประสงคได ดังนั้น ทางโรงเรียนก็ตองแนบ
คุณลักษณะเหลานี้มาพรอมผลการประเมินจากโรงเรียน ดังนั้น transcript จึงเปนตัวขอมูลที่มหาวิทยาลัยจะใชพิจารณาได
แตตองเปนขอมูลที่นาเชื่อถือได
อีกเรื่องหนึ่ง คือ เรื่องการอานคิดวิเคราะห ซึ่งเปนอีกหนึ่งขอมูลที่มหาวิทยาลัยจะใชได แตแปลวา transcript
ตองเชื่อถือได และโรงเรียนตองจริงจัง ดิฉันคิดวา สมศ. เขายังไมคอยจริงจังเรื่องการวัดผลมากนัก
.....................................................................
คำถามที่ 9
ตามที่อาจารยบอกวา ในป 2552 จะนำ GPA ที่ปรับแลวมาใช สิ่งที่ผมหวงคือ เมื่อ 2-3 ปที่ผานมา พอเริ่มมีการใช GPA ซึ่งมี
แนวโนมวาจะมากขึ้น ทุกโรงเรียนก็จะเพิ่ม GPA ชนิดที่เรียกวา นักเรียนที่เรียนดีจากที่สมัครเปนพันกลายเปนหมื่นคนและ
79
ทั้งหมดลวนไดเกรดเฉลี่ย 4 รวด จนขณะนี้ หลายคณะตองยกเลิกการรับนักเรียนจากโรงเรียนนี้ไป บางคนบอกวา โรงเรียนนี้
ปลอยเกรดใหคูณดวย 0.8 โรงเรียนโนนคูณอีกอยางหนึ่ง ผมคิดวาเด็กที่สอบเขามหาวิทยาลัยตางคนตางสอบ ไมไดสอบยก
ทั้งโรงเรียน และแตละคนตางก็มีปจเจกไมเหมือนกัน แตทำไมจึงใชกฎเกณฑเดียวกันเหมาทั้งโรงเรียน นี่คืออีกปญหาหนึ่ง
ซึ่งเด็กฝากมา ดังนั้น การนำ GPA ที่ปรับแลวมาใช ในป 2552 นาจะยังใชไมได หากตรงนี้ยังไมมีมาตรฐานเพียงพอ
อีกอันหนึ่ง คือ จะเปนไปไดหรือไม ที่กระทรวงศึกษาธิการจะกำหนดใหทุกมหาวิทยาลัยที่มีสายวิชาชีพเดียวกัน
ใหทำตามแบบคณะแพทยศาสตรเหมือนกันหมด ไมเชนนั้นจะเกิดความวุนวายในเรื่องของระบบ Admission อยางมาก
คำตอบที่ 9
ตอนนี้เราจะใชแบบนี้ แตขางบนจะเปนตัวที่เราไดขอมูล และหนึ่งในการไดมาซึ่งขอมูลนั้น คือ คุณจะเขามหาวิทยาลัย
หรือไม ดังนั้น ตอนวิเคราะหขอสอบเราจะวิเคราะหเปน 2 กลุม กลุมหนึ่งวิเคราะหทั้งภาพรวม และอีกกลุมหนึ่งคือพวกที่จะเขา
มหาวิทยาลัย และความจริงแลวเราจะวิเคราะหเปนรายโรงเรียนอีกตางหาก จะไดรูวาคะแนนสอบของเด็กที่อยูโรงเรียนเตรียมกับ
เด็กที่เรียนอยูตางจังหวัดจะมีผลวิเคราะหเปนอยางไร
ดังนั้น GPA ที่ถูกปรับ ก็ตองปรับภายใตคนที่จะเขามหาวิทยาลัยของโรงเรียนนั้น ๆ มากกวาจะเอาทั้งหมด เพราะ
ตอนนี้ สทศ. เกิดขึ้นไมใชตามพระราชบัญญัติการศึกษาแหงชาติฯ แตเกิดขึ้นจากรัฐมนตรีหญิงคนหนึ่งอยากใหเกิดขึ้น
ซึ่งคอนขางทุลักทะเล และกวาพระราชกฤษฎีกาจะออกมาไดตองใชเวลานานมาก เพราะไมไดเกิดขึ้นมาตามพระราชบัญญัติการ
ศึกษาแหงชาติฯ เราไมมีสิทธิ์บังคับใหเด็กสอบ แตโรงเรียนมีสิทธิ์ใหเด็กจบ เด็กจะตองตั้งใจสอบ O-NET เราไดคุยกับอาจารย
วิจิตรวา จะทำอะไร อยางไรวา อยางนอยควรสรางเปนเงื่อนไขใหเด็กมีความตั้งใจที่จะสอบ เพื่อใหคะแนนสอบ O-NET ของเด็ก
สามารถเชื่อถือได ซึ่งมันจะสะทอนกลับไปที่โรงเรียนวามีความนาเชื่อถือเพียงใด ดังนั้น ดิฉันคิดวา คะแนนที่ไดในภาพรวม
คงตองตัดขอมูลจำนวนหนึ่งออกไปกอนวิเคราะห
.....................................................................
คำถามที่ 10
ขอสนับสนุนแนวคิดของ ผูชวยศาสตราจารย ดร.จุมพล พูลภัทรชีวิน เนื่องจากในระยะ 5-6 ปที่ผานมานั้น เราลืมเรื่อง
ของการสอนใหเด็กเปนคนดี เพราะเรามุงแตใหเด็กเปนคนเกง เมื่อจบไปแลวจะสามารถหาเงินไดมากขึ้น ดังนั้น ที่อาจารย
บอกวา รอป 2552 นั้น บางทีอาจจะชาเกินไป และประกาศบางอยางที่อาจารยบอกวาเปลี่ยนแปลงไมไดนั้น เนื่องจากเราไดมีการ
ปฏิรูปการปกครองใหม อาจารยอาจจะใชเหตุนี้ในการขอเปลี่ยนแปลงได เมื่อวานนี้ไดฟงการบรรยายพิเศษจากศาสตราจารย
ดร.วิจิตร ศรีสอาน ซึ่งพูดไดประทับใจวา เราไมอาจทำใหเด็กเกงเปนเด็กดีได แตเราสามารถทำใหเด็กดีเปนเด็กเกงได ดังนั้น
ภายในระยะเวลา 1 ป ของรัฐบาลชุดนี้ หากเปลี่ยนแปลงแกไขอะไรได ก็อยากใหดำเนินการโดยเร็ว โดยเฉพาะเรื่องของการสราง
คนดี
คำตอบที่ 10
เรื่องนี้ดิฉันคิดวา ที่ประชุม ปอมท. อาจทำหนังสือถึงแตละมหาวิทยาลัยที่รับตรง โดยขอใหชวยรับนักศึกษาที่เปน
คนดีได วิธีนี้สามารถทำไดงายและรวดเร็วที่สุด
.....................................................................
คำถามที่ 11
ขอเสนอความคิดเห็นในสวนของการสอบ O-NET วา หากตองการใหเด็กมีความตั้งใจที่จะสอบ O-NET มากขึ้น
อาจกำหนดใหความสำคัญในการสอบ O-NET ของโรงเรียนนั้น เปนตัวบงชี้ตัวหนึ่งในการประเมินสถานศึกษาดวยก็ได เพื่อเปน
แรงกระตุนใหเด็กตองตั้งใจทำ O-NET มากขึ้น
80
คำตอบที่ 11
ขอมูลคะแนนสอบคงจะตองสอดคลองกับผลการประเมิน แต สมศ. เขามีปญหาคอนขางเยอะ เพราะเขาใชบริษัท
เปนคนประเมิน จนบางครั้งคิดวาผลการประเมินนั้น เชื่อถือหรือไม แตอยางไรก็ตามมันตองไปดวยกัน ในสวนของเราหากผลการ
ประเมินไมดี คะแนนสอบก็ตองไมดีดวย ซึ่งตองสอดคลองกัน
.....................................................................
คำถามที่ 12
เรื่องการรับเด็กที่ entrance ตรงนั้น คนไมดีเขาก็ไมสอบรับตรง แตจะมารอสอบ entrance กลาง จริงๆ แลวเด็กภาค
ใตเขาก็จะไมไปสมัครสอบตรง เขาก็ไมอยากจะอยูที่เดิมอยูแลว เขาตองการสอบเขาที่ใหม
อนึ่ง อยากใหอาจารยออกขอสอบลักษณะการวัดความคิดดีของเด็ก รวมเขาไปอยูในขอสอบ entrance กลาง โดยรวม
แลวเปน 100 % ดวย เพื่อใหเปนการวัดเด็กดี เกิดเปนรูปธรรมมากขึ้น
คำตอบที่ 12
ถาพูดตามตรง แตละมหาวิทยาลัยอาจจะทำโครงการชางเผือก หรือโครงการอะไรก็ได เพื่อรับเด็กดีเขามาเรียน เปนตน
สำหรับบทบาทของ สทศ. ตองบอกวา จริงๆ แลว ไมเกี่ยวของอะไรกับการเขามหาวิทยาลัยเลย สกอ. ก็จะเอาคะแนน
O-NET ใหได สวนประธาน ทปอ. ขณะนั้น เห็นวาไดมาฟรีๆ ก็จะเอาดวย พอไดคะแนน O-NET มาอยางสบายๆ ก็นำไปผูกเขา
กับการสอบเขามหาวิทยาลัยทันที ซึ่งดิฉันจะคานตลอดวา การสอบนั้นมันจะตองมีวัตถุประสงค หากตองการดูผลสัมฤทธิ์
ขอสอบตองไมยาก สวนการเขามหาวิทยาลัยซึ่งมีที่นั่งจำกัด ขอสอบตองยากและซับซอน มันคนละชนิดกับขอสอบ แตเมื่อทาน
นำขอสอบมาหนึ่งฉบับแลวใชทุกวัตถุประสงคแสดงวานี่คือมั่ว เพราะทานมั่วในเรื่องวัตถุประสงคของการออกขอสอบ ปที่แลว
forum เราคานมากๆ แตทานศาสตราจารยพิเศษภาวิช ทองโรจน บอกวาทำไดไมมีปญหา เขาพรอมสอบได ดังนั้น O-NET
จึงถูกนำไปผูกกับ admission ทั้งๆ ที่บทบาทของ สทศ. ไมเกี่ยวกับ admission เลย ดังนั้น การสอบของ สทศ. เราสอบเพื่อ
วัดคุณภาพของโรงเรียน ไมใชเปนการสอบเพื่อเตรียมเขามหาวิทยาลัย
ความจริงที่ตนเองนั่งเปนประธาน admission forum นั้น ทำงานใหฟรีไมไดอะไรเลย บางครั้งเรารูสึกไมคอยดีเวลา
เขาไปเสนองานในที่ประชุม ทปอ. จะถูกมองแปลกๆ วาเราตองการอะไรจาก ทปอ. ทั้งๆ ที่เราทำงานตรงนี้เพื่อเด็กๆ
และประเทศชาติ แตทุกครั้งที่เขาประชุมเราจะมาดวยวิชาการ หลักการ และขอมูลการวิจัย เพื่อนำมาเสนอ ทปอ. พิจารณา
ดิฉันมีอีก 2 ประเด็น คือ ดิฉันคิดวา หลักการศึกษา คือ “การหลอมและเหลา” ในที่นี้ “หลอม” คือ integrate นักเรียน
นักศึกษา สวน “เหลา” คือ เพื่อใหเขาคมชัด และลึก ดังนั้น ปรัชญาของประเทศไทยคือการหลอมและเหลา แตกลับไมมีใครสนใจ
ดิฉันพยายามพูดในที่ประชุมหลายแหงวา ทุกมหาวิทยาลัยใหเอาเด็กเกงมาเรียน แทบไมตองสอนเลย เพราะเขาทำเอง
ได คำถามคือ ถาทานเอาดาวมาปนทานก็จะไดดาวบวกหรือดาวหลายดวง แตถามวาคนในมหาวิทยาลัยไดปนดาวที่ไดมานั้น
อยางไร แตปรากฏวามีบางแหงไดดาวมาแตกลับไมไดปนเลย เขาเปนดาวมาเอง และเขาก็จบออกไปเปนดาว แตพวกดินเรา
ไมเอา เราไดเขี่ยออกไป แลวเขาไปอยูที่ไหน ดิฉันคิดวาไมยุติธรรมเลย บางคนบอกวายังมีมหาวิทยาลัยเปดอยางมหาวิทยาลัย
รามคำแหง และมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราชรองรับอยู แตพวกดินก็บังเอิญไมคอยอยากจะไปมหาวิทยาลัยเปด มันจึงกลาย
เปนขอสงสัยอยูทุกวันนี้วา อะไรคือความถูกตอง
ผูชวยศาสตราจารย.ธวัชชัย พีรพัฒนดิษฐ (เพิ่มเติม)
อำนาจในการรับเด็กเขาศึกษานั้น เปนอำนาจของมหาวิทยาลัย นี่คือเหตุผลที่ ผูชวยศาสตราจารย
ดร.จุฑามาส จิตตเจริญ อยากจะเห็นทุกมหาวิทยาลัยรวมมือกัน ตรงนี้เนื่องจากเปนอำนาจของแตละบุคคล เขาก็จะดูแล
ในสิ่งที่สมประสงค มหาวิทยาลัยหลายแหงอยากไดเด็กเกง อาจารยพอจะทราบดีวามีบางแหงไมตรงไปตรงมา เพราะฉะนั้น
หลายๆ แหงจึงตองมองความตองการของตนเองเปนสำคัญ การรวมมือกันจึงยังมีอุปสรรคอยู จนกวาเราจะเคลียรกันใหหมดกอน
และถาพูดตรงๆ ก็คือ ทั้ง 13 สถาบันแพทยที่รวมดำเนินการแบบเดียวกันนั้น ถาพูดตามตรงก็คือ ตองการเด็กเกงเขามาเรียน
อยูดี ตรงนี้ ผมคิดวาเราจะทำอยางไรเพื่อใหเกิดความเขาใจเดียวกัน เมื่อใดเราทำเพื่อตัวเองความเขาใจก็เกิดยาก แตเมื่อใด
เราทำเพื่อประโยชนตอสวนรวม โอกาสความรวมมือก็จะมีขึ้นได มันเปนไปไดที่แตละคนจะยืนตางมุมกัน เพียงแตตอง
81
เขามาคุยกัน และเขาใจในขอมูลเดียวกัน
ผมคิดวาทุกคนอยากใหคุณธรรมนำความรู แตผมคิดวา หลายๆ เรื่องเปนเรื่องของโอกาสพัฒนา ซึ่งอาจารยวิจิตร
ไดเคยกลาวไววา หากตองการทำอะไรใหเกิดผลเร็วจะตองทำประชานิยม แตการศึกษานั้น จะทำใหเกิดผลรวดเร็วไมได จำเปน
ตองใชระยะเวลา ตรงนี้คิดวาเราจะทำอยางไรเพื่อจะสรางความรวมมือและไปดวยกันได
.....................................................................
คำถามที่ 13
ดิฉันมีความรูสึกวา ปจจุบันมหาวิทยาลัยสวนใหญกำลังแยงเด็กกัน ดิฉันคิดวาจำนวนของเด็กที่เขามหาวิทยาลัย
จะพอๆ กับที่นั่งในอนาคต ปญหาของมหาวิทยาลัย ดิฉันคิดวาคงไมใชปญหาที่ สทศ. เพียงอยางเดียว ตัวอยางเชน ปญหาเรื่อง
เกรดที่ปรับโดยการคูณตัวหาร ซึ่งมันอาจไมยุติธรรมกับเด็กที่เรียนดี เปนตน ดังนั้น ปญหาที่เกิดขึ้นในเรื่องของ admission นั้น
ไมใชปญหาของ สทศ. อยางเดียว แตเปนปญหาของกระทรวงศึกษาธิการโดยรวม ซึ่งจะตองแกปญหารวมกัน ประเด็นก็คือ
เรื่องเกรดควรจะตองทำอยางไร National Test ที่ดิฉันไดฟงอาจารยประทีปพูดในวันนั้น ไดเห็นอะไรเยอะมาก จริงๆ แลว
National Test มีอันเดียวก็พอแลว และจะทำอยางไรใหเปนที่ยอมรับ สิ่งที่งงมากๆ ในฐานะผูปกครอง คือ ขอดีของ admission
ปที่แลวคือ เขาจะเกงอินเทอรเน็ตมาก เพราะเขาจะตองเขาไปสมัครและสืบคนรายชื่อ แตสิ่งที่เปนกังวลคือ เขาจะตองเสีย
คาใชจายในการสมัครเยอะมาก อาทิ สมัคร O-NET สมัคร A-NET สมัครรับตรง จนเขาเกิดความสับสน และยิ่งตอนประกาศผล
ทางอินเทอรเน็ตแลวเว็บไซดลม ยิ่งทำใหเกิดความกังวลมากขึ้นอีก
ตรงนี้ คงจะเปนบทเรียนใหกับประเทศไทย แตสิ่งที่ดิฉันอยากเห็นในฐานะนักวิชาการ คือ จะทำอยางไรใหสังคมนี้เปนที่
เชื่อมั่นกับหนวยงานของรัฐได โดยเฉพาะการรับนักเรียนเขาศึกษาตอในมหาวิทยาลัย เราจะทำอยางไรถึงจะไดทั้งเด็กดีและ
เด็กเกง และทำอยางไรพวกเราถึงจะทำใหเด็กเปนคนดีได คิดวาตรงนี้สำคัญมาก และอยากใหแตละหนวยงานที่รับผิดชอบ
รวมมือกันทำตรงนี้ใหดี
คำตอบที่ 13
ประเด็นแรก National Test โดยหลักแลว จะพยายามใหเด็กตองสอบเพียงครั้งเดียว ดิฉันไดคุยกับทานเลขาธิการ
คนเกาของกระทรวงศึกษาธิการ ทานบอกวา การสอบ National Test เปนหนาที่ของ สพฐ. ที่จะตองจัดสอบ ดังนั้น เขาจึงมี
หนวยสอบ และวันหนึ่งเมื่อทานเกษียณอายุราชการไปแลว ทานก็บอกวา สทศ. จะตองสอบ National Test ดิฉันก็แปลกใจวา
ทานเพิ่งพูดไมนานทำไมเปลี่ยนได และทานก็บอกวา คนที่รักษาการ สพฐ. ก็ประกาศวา National Test จะตองสอบเอง ซึ่งทาน
ไมเห็นดวย ดิฉันก็บอกวาไมเปนไร และตั้งใจวาจะคุยกับเลขาธิการคนใหมวา ขอแรก ถาเขาจะทำ ตองทำใหดี และคะแนน
ตองเชื่อถือได คุมสอบใหดี และทางเราจะเขาไปชวย แตโดยหลักการแลวตองสอบครั้งเดียว แตถาคุณไมทำเราจะทำให ขอที่สอง
GPA จะขึ้นสูงทุกแหงสม่ำเสมอประมาณ 0.5 ซึ่งปจจุบันเห็นวาขึ้นอยางสม่ำเสมอจริงๆ คาดวาปหนาเด็กคงจะไดเกรดเฉลี่ย
4.00 เกือบทุกคน
สำหรับเรื่อง การทำเด็กดีใหเปนเด็กเกง ที่รัฐมนตรีวาการกระทรวงศึกษาธิการไดกลาวไวนั้น คงตองเปนหนาที่
ที่ทานจะตองทำ ดิฉันเองก็ไมแนใจวาภายในระยะเวลา 1 ป ทานจะทำไหวหรือไม เห็นวาทานมีความคิดอยูแลว และมีโรงเรียน
ของอาจารยอาจองเปนตัวอยาง
ชวงนี้ ดิฉันและศาสตราจารย ดร.วิจิตร ศรีสอาน จะไปรวมกิจกรรมคายอาสาสมัครจุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย ประมาณ
2 สัปดาห ซึ่งประโยชนของการเขาคาย จะชวยเปลี่ยนความคิดเราใหทำเพื่อสวนรวม และรวมไปถึงทำเพื่อประเทศชาติ ดังนั้น
วิชาคายจึงมีประโยชนมากสำหรับการทำคนเกงใหเปนคนดี
สำหรับการสอบ A-NET ทางเราจะให สกอ. ทำ A-NET เฉพาะในป 2550 เทานั้น เพราะดิฉันคิดวาทางเรายังไมพรอม
ที่จะทำเอง แตในปตอไปคิดวา สทศ. จะทำทั้ง O-NET และ A-NET เอง และคนจะเห็นความแตกตางกัน ทั้งนี้ ดิฉันตั้ง
ความหวังวาจะไมออกขอสอบในแบบที่ผานมา ไมรูวาทำกันมาไดอยางไรเปน 10 ป คือการตั้งทีมกลางเดินสายไปตามโรงเรียน
แตละภูมิภาค แลวเรียกครูโรงเรียนมาอบรมเนื้อหาและวิธีการออกขอสอบ เสร็จแลวก็ครูเหลานี้ออกขอสอบ ดิฉันคิดวาวิธีนี้
82
ไมถูกตอง เพราะคนออกขอสอบได จะตองเปนคนเกง รูเนื้อหาวิชาอยางดี รูวิธีการออกขอสอบ และไมตองมาฝกอบรม สำหรับ
เรื่องการฝกอบรมครูเปนหนาที่ของ สมศ. เราอาจจะเขาไปชวยไดในภายหลัง แตถาตองการไดขอสอบที่ดี ตองไดจากคนที่มี
ความรูในเนื้อหาวิชา และรูวิธีออกขอสอบเปนอยางดีดวย
ดังนั้น ในเรื่องการสอบ A-NET นั้น เขาจะสอบให 2 ครั้ง และมีอายุความ 2 ป เพราะฉะนั้น เด็กก็มีโอกาสสอบได
ทั้งปนี้และปหนา แต O-NET จะสอบไดครั้งเดียวตลอดชีวิต
.....................................................................
ผูชวยศาสตราจารยธวัชชัย พีรพัฒนดิษฐ (ประธาน ปอมท. กลาวปด)
ผมวาวันนี้ อาจารยไดใหขอมูลชัดเจน และทาง ปอมท. ตองขอขอบคุณ ศาสตราจารย ดร.อุทุมพร จามรมาน เปนอยาง
สูงที่ใหเกียรติกับ ปอมท. มาบรรยายใหฟงในวันนี้ และผมหวังวา ทาง ปอมท. จะไดมีโอกาสมีสวนรวมในการชวยเหลืออยางใด
อยางหนึ่ง

3.เรื่องระบบ admission,o netและa-net โดยศ.ดร.อุทุมพร (หน้า 71-82)

  • 2.
    72 ก็มีปญหามากในแงของมหกรรมการสอบ เราก็ยอมใหสอบไดถึง 2ครั้ง เขาบอกเครียด สอบครั้งเดียวก็เครียด สอบตุลาคม ก็บอกวายังเรียนไมจบ ปที่แลวเปนปแรกที่สอบกุมภาพันธก็ไมทัน เพราะวาไมมีใครยอมขยับเวลา โรงเรียนเปดพฤษภาคม มหาวิทยาลัยเปดมิถุนายน มีเชื่อมแคนี้ ที่จะทำอะไรเพื่อคัดเลือกเด็ก มันก็เลยตองติดที่เงื่อนเวลาดวย ทีนี้ทำไมจึงตองเปน admission เหตุผลก็คือหนึ่งเราอยากเชื่อมกับการศึกษาขั้นพื้นฐาน จึงตองเอา GPA ของทุกวิชา มี 8 กลุมวิชา เอาวิชาทั้งหลาย มาดู แลวก็คิด 6 เทอม เราเรียก GPAX อันที่สองคือ GPA ที่เปนกลุมสาระก็คือกลุมวิชานั่นเอง ซึ่งมี 8 กลุมเหมือนกัน เราก็คิด 6 เทอม แตคิดเปนกลุม เชน ภาษาไทย 8 เทอม ภาษาอังกฤษ 8 เทอม เปนตน เราเรียกวา GPA กลุมสาระ เราเชื่อวาตรงนี้ เปนตัวสะทอนผลการเรียนของนักเรียนใน 6 เทอมที่ผานมา คือ ม.4 ม.5 ม.6 และหวังวาเด็กจะตั้งใจเรียน และก็เจอปญหา secret first อันนี้ ก็เปนปญหาอีกอันหนึ่ง ที่เมื่อทำอะไรอยางหนึ่งก็จะกระทบอีกอยางหนึ่ง นั่นตัวที่หนึ่งที่ตองการจะเชื่อม ตัวที่สอง เจตนาก็คือ indicator ที่ดีที่สุดก็คือ ผลการเรียนในอดีต อันนี้เปนงานวิจัยทั่วโลกที่ชัดเจน ถาตัว indicator นั้นเชื่อได ตรงนี้เองที่บอกวาทำไมเราถึงเอาตัว GPA GPAX มาใช จะไดเชื่อมกับหลักสูตรเขาดวย อันที่สองก็คือเรื่องของการ ลดจำนวนวิชาสอบลง ตอน entrance ประมาณ 20-30 วิชา เด็กๆ สอบทุกอยางที่ขวางหนา เพราะเขาไมมั่นใจวาเขาจะเขา สาขาวิชาไหน เราก็นึกวาถาเด็กชัดเจน จะลดวิชาสอบลงไดหรือไม อันนั้นคือตัวที่ตั้งเปาไว ดูมันจะเหมือนกับไมจริง เพราะ วิชาเฉพาะที่สอบตุลาคม 17 วิชาดวยกัน เด็กก็ยังตองสอบ 17 วิชาอยู และจะตองมาสอบ O-NET กับเราอีก 5 วิชา A-NET อีก 5 วิชา รวมกันแลวก็ 27 วิชา ยังเยอะอีกเหมือนเดิม ตัวที่สาม ที่ไมใชเปนเปาหมาย ก็คือการกวดวิชา เราไมคิดวาการเขามหาวิทยาลัยจะทำใหลดการกวดวิชาลง ดิฉัน คิดวาเขากวดวิชากันตั้งแต ป.1 แลวจะบอกวาการเขามหาวิทยาลัยทำใหเพิ่มการกวดวิชาเยอะขึ้น ซึ่งไมจริงเลย ก็เปนเพราะการ เรียนการสอนในโรงเรียนยังไมดีพอ ดิฉันจึงไดทำการสำรวจวา ทำไมตองกวดวิชาก็ไดคำตอบมา 3 ขอ คือ 1. พอแมใหกวดวิชา 2.ตามเพื่อนไปกวดวิชากัน 3. ........(เสียงหาย ประมาณ 10 วินาที)............................ คิดวาหากสำนักงานการศึกษาขั้นพื้นฐาน ไมแกไขเรื่องการสอน ก็จะโทษเราไมไดเพราะเราไมไดมีเจตนาจะใหกวดวิชา ซึ่งมีครั้งหนึ่งสมัยรัฐบาลคุณทักษิณ ดิฉันเคยบอก ใหออกกฎหมายหามกวดวิชา ซึ่งก็โดนตอวามามากมาย เพราะเพียงอยากใหเด็กๆ ไดเรียนในโรงเรียนอยางมีความสุข เหมือนๆ กัน และไดกลับไปเลนไปทำอะไรตางๆ ที่บานอยางมีความสุข ดังนั้น admission ในความหมายก็คือ เหมือน admission คนเขาโรงพยาบาล ก็คือ คุณตองมีอะไรติดตัวมา เราถึงจะดูวาคุณควรจะไปไหนตอ เราหวังวาโรงเรียนจะชวย แนะแนวเด็กใหไปในทิศทางที่ถูกตอง แตปรากฏวาแนะแนวก็กลายเปนไมรูเรื่องขึ้นมา ไมรูวา admission จะตองทำอะไรอยางไร กลายเปนวาเด็กรูมากกวาคนแนะแนว ตรงนี้คือปญหาของครูแนะแนว เราหวังวาการแนะแนวจะชวยได หากแนะแนว มาในทิศทางไหนบวกกับสิ่งที่ติดตัวเด็กมา เราก็จะชวย ตรงนี้คือกันชน เพราะฉะนั้นในป 2549 ซึ่งมี admission ที่ไม สมบูรณแบบ ก็ตั้งเปาวาเปนปเริ่มตน คลายๆ entrance ใน ทปอ. นั้น ในชวงที่ตัดสินใจก็ตัดสินใจครั้งเดียว 3 ป เลย คือ ป 2549-2551 ซึ่งใน 3 ปนั้น ก็จะใชองคประกอบ 3 – 4 องคประกอบ องคประกอบที่หนึ่งในการพิจารณาก็คือ GPAX เปน 10 % ตลอด GPAX ก็มาจากเกรดเฉลี่ยสะสม 6 เทอมของ ม.4-ม.6 อันที่สองคือ GPA กลุมสาระใหเลือก 3-5 กลุม จาก 8 กลุม ทำนองเดียวกันก็คิดจาก 6 เทอม และใหสาขาวิชาบอก ตอนที่ออกแบบกันนั้น ดิฉันก็มีความหวัง ตัวอยางเชน ถาทางวิศวะ จาก 5 กลุม ก็นาจะหยิบสาขาศิลปะ สังคม พละ สุขศึกษา คือตัวที่ complement กับเขา ไมใชตัวที่ตรงกับเขา ดิฉันหวังตรงนั้น แตทุกคณะ ทุกสาขาในมหาวิทยาลัย กลับไปเลือกสิ่งที่ตรงกับตัวเอง วิศวะก็เลือกคณิต ภาษาก็เลือกภาษา เปนตน เราหวังวา พวกที่จะเขาภาษานาจะไปเลือกอยางอื่น แตไมจริง เราก็ไมประสบผลสำเร็จในความหวังวา คุณนาจะไดดูอื่นๆ ของเด็ก แลวคุณคอยมาใช A-NET ตอไปยังสิ่งที่คุณตองการ ดังนั้น A-NET คุณอยากจะสอบใหลึกล้ำอยางไรก็ระบุ มา ในองคประกอบที่ 4 คือ คุณจะสอบ A-NET ก็ได คุณจะวิชาเฉพาะก็ได คุณจะสอบวิชาภาคปฏิบัติก็ได ทั้งนี้ไมเกิน 3 วิชา สรุปองคประกอบ 4 องคประกอบ ก็คือ 1. GPAX 10 % ตลอด 2. GPA กลุมสาระ เมื่อป 2549 นั้น คิด 20 % และ คิดวาจะเพิ่มในป 2550 แตกลับมีปญหาเรื่อง O-NET ก็เลยคงไวเหมือนป 2549 คือ 20 % สวนอีก 30 % มาจากโรงเรียน สวน O-NET ให 0-35 % ในนั้น ซึ่งมี 5 วิชา แลวที่เหลือก็จะเปน A-NET หรือวิชาเฉพาะหรือวิชาภาคปฏิบัติ เบ็ดเสร็จรวม 100 % จริงๆ แลวดิฉันไมไดเสนอแบบนี้ แตไดเสนอเปนแบบขั้นบันได ซึ่งเปนเงื่อนไข เชน GPA เปนเงื่อนไขดีมั๊ย แลว คุณคอยพิจารณาเฉพาะคะแนนสอบ เพราะในวันนี้ GPAXกับ GPA มันเปนหนวยเดียวกัน อันที่สอง O-NET คือคะแนน สอบ สวน A-NET เปนวิชาเฉพาะตางๆ อีกพวกหนึ่ง ดังนั้น ถาคุณนำคะแนนจากทั้ง 3 พวก มารวมกัน แปลงเปนเปอรเซ็นต และมาบวกรวมกัน มันก็จะเปน intermediate มันไมลึกล้ำ มันนาจะมีอะไรที่ดีกวานั้น แตทุกวันนี้ใชวิธีแปลงเปนเปอรเซ็นต
  • 3.
    73 แลวนำมาบวกเลขรวมกัน ใหได 100เปอรเซ็นต และการเขามหาวิทยาลัยก็แบงเปน 2 ขั้นตอน ขั้นตอนที่ 1 คือ การสอบตางๆ ใหเสร็จภายในตนมีนาคม หลังจากนั้น พอเด็กรูคะแนน เด็กจะตองสอบเขามหาวิทยาลัย จะมีขั้นตอนการเขามหาวิทยาลัย ซึ่ง สกอ. ทำให โดยมีใหเลือกอยู 4 ลำดับ ถาเด็กไมเขาก็ไมตองมาสมัคร เหลานี้ก็คือที่มา และเราก็หวังวาภายใน 2-3 ปแรก เราจะไดเห็นภาพของ admission ที่ชัดเจน และตั้งเปาวาในป 2552 นาจะมี admission ที่สมบูรณแบบ คนก็ถามอยูเสมอวา มันหมายถึงอะไร หมายถึงการพิจารณาเอา O-NET ไป integrate กับ GPA เราหวังวา GPA กับ GPAX จะไดรับการ เปรียบเทียบปรับเปนตัวที่ถูกตองมากขึ้น ดวยตัวเปรียบเทียบตัว O-NET ที่เชื่อถือได เราหวังตรงนี้ ดังนั้น เมื่อเด็กยื่น transcript เราก็สงGPAXกับ GPA ที่ปรับแลวใหกับมหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยก็ไปพิจารณาดูวาจะเอา GPA ที่ปรับแลวประมาณ เทาไหร แลวจะมีการสอบเพิ่มเติมก็สอบให ถาสอบประเภท aptitude test ซึ่งไมเกี่ยวกับเนื้อหา content free เราก็สอบ ใหทุกเดือน เพราะฉะนั้นชวงเดือนกุมภาพันธ จึงเปนเดือนที่สอบ O-NET เทานั้น เพื่อเอาไปปรับเทียบกับ GPA ดิฉันไมเห็น ดวยกับการนำ GPA ดิบๆ มาบวกเขาดวยกัน เพราะเชื่อถือไมได เมื่อปที่แลวลม เพราะวา O-NET เชื่อถือไมได แตหวังวา ปหนาคือ ป 2550 นาจะดีขึ้น โดยสิ่งที่จะทำของ O-NET คือ 1.สอบขอสอบปรนัยเทานั้น ไมมีอัตนัย 2.ใชวิธีระบาย แบบนี้ จริงๆ แลว ปญหาเมื่อปที่แลวคือ เรื่องอัตนัย เพราะคนที่เขามาเรียนวัดผลจะไมคอยเขาใจ รัฐมนตรีวาการกระทรวง ศึกษาธิการคนเกายังบอกเลยวา ก็ผมเปนคนเขาไปตรวจก็ได บอกวาไมใชทาน ถึงเปนศาสตราจารยก็ไมมีความหมาย เพราะการตรวจขอสอบอัตนัยคุณจะตองฝกฝนคนตรวจ จนกระทั่งเขาตรวจขอสอบ paper เดียวกัน 2 คน ไดคะแนนใกลเคียงกัน มากที่สุด จำเปนตองฝกฝน ไมใชเพียงคนมีความรูเทานั้นที่จะมาตรวจได คุณตองตรวจไดและตรวจเปน ก็ยกตัวอยางใหทานดูวา คนที่ออกขอสอบตองบอกไดวา 3 คะแนน นั้น จะเขียนอะไรจึงจะได 3 คะแนน 2 คะแนน 1 คะแนน และ โดยเฉพาะ 0 คะแนน จะหมายถึงอะไร ไมตอบหรือตอบผิด ความหมายใด ที่มหาวิทยาลัยเคมบริดจก็ทำแบบนี้ เพราะฉะนั้นดิฉันคิดวาเราคงตอง เตรียมความพรอมในการตรวจขอสอบอัตนัย ถาไมตองการใหเกิดปญหา และศาสตราจารย ดร.วิจิตร ศรีสอาน รัฐมนตรีวาการ กระทรวงศึกษาธิการ ไดใหขาวกับหนังสือพิมพเดลินิวส วา ป 2550 จะออกขอสอบอัตนัย 10 % ขอนี้ดิฉันขอยืนยันวา ไมมี ซึ่งก็ไดเคลียรกับทานแลว ทานก็บอกวาไมเปนไร แตปหนาตองมี และการสอบเขาสาขาใดก็ตาม ดิฉันเห็นดวยวาตองมี ขอสอบคิดวิเคราะห ดังนั้น ขอสอบของเราถึงแมเปนแบบปรนัยก็สามารถคิดวิเคราะหได ดังนั้น การคิดวิเคราะหจึงไมไดติดกับ รูปแบบ ไมจำเปนวาขอสอบอัตนัยจะคิดวิเคราะหไดเทานั้น อยางไรก็ตาม ในปหนาเปนการสอบปรนัย ดวยดินสอ 2B และไมมี อัตนัย โดยเรากำหนดสอบ O-NET ในวันที่ 24-25 กุมภาพันธ 2550 สอบ 5 วิชา ปที่ผานมา ปญหาการสอบมีเยอะมาก เชน เด็กมาสอบสาย ขาดสอบ หรือมาทันแตรีบเรงเดินทางจนไมมีสมาธิสอบ เปนตน หรือบางคนบอกวา การนำวิชาคณิตศาสตรมาสอบเปนวิชาแรกในวันแรก สำหรับปตอไป เราจึงคิดวาจะลองสลับ เอาวิชาเบาๆ เชน วิชาสังคมศาสตรมาเปนวิชาแรกแทนวิชาคณิตศาสตร สำหรับปญหาเด็กมาสาย มาไมทัน ขาดสอบ สาเหตุเกิดจากการยอมใหเด็กไปสอบที่ไหนก็ได จึงทำใหจำนวนตัวเลขผูสอบที่มาไมรูวาขาดสอบมาจากสนามไหนบาง สำหรับปนี้ ดิฉันคิดวาจะทำ mapping สนามสอบใหม คือ ปกติเด็กไปเรียนบริเวณไหน ก็จะจัดสถานที่สอบบริเวณนั้น เพราะเด็ก เดินทางมาเรียนได ก็ตองเดินทางมาสอบบริเวณเดียวกันไดสะดวก อะไรก็ไดที่สะดวกกับเด็กที่สุด ทั้งนี้ ประมาณตนกุมภาพันธ จะประกาศรายชื่อผูมีสิทธิ์สอบ สนามสอบ หองสอบ อาคารสอบ และเลขที่นั่งสอบ โดยเราจะเอื้ออำนวยขอมูล เชน สนามสอบที่ กรุงเทพฯ เราอาจจะบอกสายรถเมลที่จะเดินทางถึงสนามสอบไดเร็ว สวนตางจังหวัดอาจจะบอกไดเพียงสถานที่ตั้งสนามสอบ เปนตน สำหรับป 2549-2551 เปนปของ Admission เริ่มตน อยางที่ไดเรียนใหทราบ แลวเราพลาดในป 2549 จึงตองขยับมา ในป 2550 ดังนั้น ในป 2550 นี้ ถาเดือนกุมภาพันธสอบแลวไมมีปญหา ความจริงแลว สทศ. จะรับทำเฉพาะ O-NET เทานั้น โดย A-NET จะให สกอ. ทำ เมื่อกอนมีหลายคนถามวา ดิฉันเขามาเปนผูอำนวยการ สทศ. ทำไม ในเมื่อชื่อเสียงมันติดลบ ตองขอบอกวา ดิฉันเองมีสวนรวมกับศูนยทดสอบทางการศึกษาในหลายๆ แหง และดิฉันเกือบจะไดเปนผูอำนวยการศูนย ทดสอบจุฬาลงกรณมหาวิทยาลัยคนแรก หนึ่ง. แหงนี้ ดิฉันก็ไดมีสวนรวมตั้งแตเริ่มมีพระราชกฤษฎีกา ถามันตั้งโดยเจตนาที่ดี เราก็นาจะทำใหมันดี และวันนี้เมื่อเกิดปญหาขึ้น ดิฉันจึงตองเขาไปชวย ความจริงดิฉันเปนกรรมการคัดเลือกผูอำนวยการ สทศ. ดวย แตดิฉันไดขอถอนตัวและสมัครเปนผูอำนวยการ สทศ. แทน มีคนเขามาชวยดิฉันมากมาย
  • 4.
    74 โดย สกอ. เขายินดีจะรับO-NET ไปทำ สวนที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยแหงประเทศไทย (ทปอ.) บอกวายินดีใหความชวยเหลือ สำหรับการสอบ O-NET นั้น ขอใหสอบครั้งเดียวยืนตาม สทศ. โดยหลักการ สทศ. จะจัดสอบใหนักเรียนชั้น ม. 6 หรือเทียบเทา เพียงครั้งเดียวโดยเปนการสอบผลสัมฤทธิ์ และ เด็กไมตองเสียคาสอบ คือสอบใหฟรีในครั้งแรก นักเรียน กศน. ก็สอบใหฟรีดวยเชนกัน แตมีเด็กจำนวน หนึ่งที่อยากจะสอบเพื่อรับความรูใหมก็สามารถเขาสอบได แตมีคาสอบวิชาละ 100 บาท ทีนี้ก็ตองไปผูกกับ การสอบครั้งที่สองของ ทปอ. วา ทปอ.จะเอาคะแนนใหมหรือไม เขาบอกวาจะขอยืนตาม สทศ. คือใหสอบได ครั้งเดียว แตหากเด็กตองการสอบ 2 ครั้ง ครั้งที่ 2 จะไมนำมาเปนคะแนนสอบเขามหาวิทยาลัย ถามวาแลวจะ สอบครั้งที่ 2 ไปเพื่ออะไร เพราะการเขามหาวิทยาลัยจะคิดจากคะแนนการสอบในครั้งแรกเทานั้น เมื่อปที่แลว นาเห็นใจเด็กๆ มาก และตอนนี้ดิฉันก็ไดเขียนคำแถลงการณใหศาลปกครอง และ ทปอ. ประมาณ 7 ครั้งแลว ทปอ. ก็ถูกฟอง สอง. ในป 2550 จะใชเปอรเซ็นเหมือนป 2549 และคาดวาในป 2551 อาจจะใชเปอรเซ็นของGPAX GPA มากขึ้น ถาหาก GPA GPAX และ O-NET เชื่อถือได ตรงนี้เราตองใชเวลาพิสูจน ดิฉันคิดวาไมมีวิธีการ ประชาสัมพันธใดที่ดีเทากับพฤติกรรม ดังนั้น ถาในปหนาทุกอยางไมมีปญหา ขอสอบเชื่อถือได ดิฉันจะให เขาทำ incrating กับ GPA ที่ผานมา เพื่อดูวาเชื่อถือไดจริงหรือไม ซึ่งอาจจะมีโรงเรียนที่เกินจริงก็อาจจะถูก ลดลง สวนโรงเรียนที่โหดก็อาจจะถูกขึ้น ดังนั้น เทคนิคทางวัดผลสามารถทำได ภายใตขอมูลที่เชื่อถือได ในป 2552 เราคิดตุกตาไวหลายแบบ คือตอนนี้สำรวจไวผิดประเภทวาเขามหาวิทยาลัยเขาทำอยางไร มันก็ ตองสรุปลงดวย 1.เด็กตองกรอกใบสมัคร 2. ตองใชผลการเรียนในอดีต 3. มีคะแนนสอบเพิ่มขึ้นในวิชาที่คิดวา จำเปน สวนของเราก็อิงตรงนี้เหมือนกัน และเด็กก็สงใบสมัครไป แบบแรก การสอบนั้นตองมีศูนยทดสอบอิสระทำให ซึ่งหมายถึง สทศ. แตตอนนี้ตองมีองคกรที่เปน Admission กลาง เกิดขึ้นอีกองคกรหนึ่ง ซึ่งสามารถจะเคลียรขอมูลใหทุกมหาวิทยาลัยได โดยแนวโนมจะมีลักษณะเหมือนการรับตรง แตเด็กไม ตองวิ่งพลานสมัครและสอบ ดังนั้น ตรงกลางก็จะเปนที่รวมการสมัครและกระจายออกไป มหาวิทยาลัยก็จะตองมี Admission กลางใหกับตัวเอง กระจายไปที่คณะ เพื่อประสานกับสวนกลาง แบบที่สอง มีการสอบลวงหนาให และสงคะแนนให ตรงนี้เด็กไมจำเปนตองมายื่นคะแนน O-NET เอง เนื่องจากผูตรวจ ขอสอบเปนชุดเดียวกัน ดังนั้น คะแนน O-NET จึงสงตอไปยัง A-NET ไดเลย ดังนั้น สวนกลางนี้ นอกจากจัดทำใบสมัคร ถาไมจัดสอบเอง ก็ใหหนวยงานอื่นจัดสอบให และเคลียรเรื่องใหโดยเฉพาะเรื่องที่นั่งวางตางๆ ในการสอบรอบแรก จะตองเคลียรใหเต็มทุกที่ ที่ใดวางก็ใหเคลียรรอบสอง สาม สี่ เปนตน ตองจัดที่นั่งสอบใหเต็ม ดังนั้น ภายในเดือนพฤษภาคม ที่นั่งจะตองเต็ม ตอจากนั้น จะสอบสัมภาษณหรือตรวจรางกายก็แลวแตความเหมาะสม อยางนี้ คงจะไมมีมหกรรมการสอบ O-NET หรือถามีก็ตองเปนการสอบ aptitude test ขณะนี้ ดิฉันกำลังเคลียรกับทางศิลปะ โดยทางกลุมศิลปะเขาขอใหสอบความคิดสรางสรรคอยางเดียวไดหรือไม ซึ่งดิฉันคิดวาได และจะสอบใหเดือนตุลาคม และเวลาสอบสัมภาษณก็ใหเด็กนักเรียนนำชิ้นงานมาใหดู แตดิฉันไมเขาใจวา ทำไมวิชาศิลปะของจุฬาลงกรณมหาวิทยาลัยกับมหาวิทยาลัยศิลปากร ถึงขอออกขอสอบคนละแบบ เพราะเปนคนละทฤษฎีกัน สวนขอสอบกลางเขาไมเอา เขาจะเอาขอสอบของเขา คณะบัญชีจุฬาลงกรณมหาวิทยาลัยกับคณะบัญชีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร ก็ยังมีขอสอบตางกัน ดิฉันคิดวาถาคณะตางๆ รวมกันแบบคณะแพทยไดก็จะดี อยางไรก็ตามเราตองเห็นใจเด็ก ไมวาจะรับตรงหรือรับกลาง ก็ควรจะทำรวมกันไว เพราะเมื่อปที่แลวเขาบอกวาเด็กตองวิ่งสมัครหลายแหง แมกระทั่งภายในคณะของมหาวิทยาลัย เกษตรศาสตรยังมีการสมัครตางกัน สอบคนละวันกัน สวนมหาวิทยาลัยธรรมศาสตรนั้น บอกวาของเขาสมัครกลางและสอบในวัน เดียวกัน ดังนั้นเด็กจะตองเลือกวาจะสอบเขาที่ไหน เปนตน แตมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตรเขาสอบคนละวัน ทำใหเราตองเขาไป ชวยตรงนี้ สำหรับการประชุมคราวหนา เราจะมีตุกตาป 2552 - 2554 เพราะดิฉันคิดวาเด็ก ม.3 ที่จะขึ้น ม.4 นั้น ควรจะตองรู ลวงหนา เพื่อจะไดเตรียมตัวลวงหนา ดังนั้น จึงตองประกาศลวงหนาอยางนอย 3 เดือน เพื่อใหเขาเตรียมตัว ทางเราเปนเพียง
  • 5.
    75 แคตัวกลางหรือเปนแคสมอง ไมมีพลังเพียงพอ คนตัดสินใจคือเจาของทางเรามีหนาที่ทำอยางเดียว บางอยางที่เราเสนอเขาไป เขาอาจไมเห็นดวย บางครั้งเราจำเปนตองขอใหสื่อตางๆ ชวยกระตุนแทน เราพยายามทำทุกวิถีทาง ดิฉันคิดวา ลักษณะการ ทำงานแบบนี้คงจะทำไดไมนาน เพราะไมเปนระบบ และสักวันหนึ่งคงจะตองเลิก เพราะไมไดอะไรขึ้นมาจากการทำอยางนี้ ซึ่ง ทปอ. เอง เขาก็ไมคอยเชื่อเรา ถึงแมเราจะเสนอตัวทำให แตเขาก็ไมเชื่อเรา โดยขณะนี้ เขาไปตั้งอธิการบดี 2 คน ทำเรื่อง admission ในอนาคต และเรื่อง การรับตรง รับกลางจะทำอยางไร สำหรับ สทศ. เราคิดวา หากจะทำอะไร คงจะตองทำอยางมี หลักการดีที่สุด สรุปคำถาม-คำตอบ ผูถาม : ที่ประชุม ปอมท. ผูตอบ : ผูอำนวยการสถาบันทดสอบทางการศึกษาแหงชาติ (สทศ.) คำถามที่ 1 ปญหาของ ทปอ. จะเหมือนกับ ปอมท. ตรงที่เมื่อมีมติออกมาแลว หากมหาวิทยาลัยใดไมเห็นดวย ก็ไมตอง ปฏิบัติตามได ทำใหความชัดเจนแนนอนของแตละแหงไมเปนมาตรฐานเดียวกัน แมกระทั่งเรื่องการออกขอสอบ O-NET และ A-NET ก็ยังไมชัดเจนวาใครจะเปนผูออกขอสอบแนนอน คำตอบที่ 1 O-NET ทางมหาวิทยาลัยเปนผูออกขอสอบ สวน A-NET ทาง สกอ. จะเปนคนทำ ซึ่งทางดานวิทยาศาสตร ไดคุยกันแลว มีความเปนหวงเนื่องจากอาจารยผูออกขอสอบวิทยาศาสตร A-NET จะเปนอาจารยใหม ปกติ คำวา A นั้น มาจาก คำวา analitical หรือ aptitude ไมใช arrant ดังนั้น เมื่อเปน arrant ขึ้นมา จึงหมายถึงเลยหลักสูตร ซึ่งไมใช มันจะตองอยูใน หลักสูตร แตควรเปนการออกขอสอบที่ลึกล้ำซับซอนมากขึ้นตางหาก สวนเรื่องที่สอง คือ ทางดานวิทยาศาสตร ยังละเมออยูกับ เคมี ชีววิทยา และฟสิกส ดิฉันก็ถามวาในนี้เขาเรียกวา วิทยาศาสตร และมีสาระที่จะตองเรียนคือวิชาดาราศาสตรและอวกาศ ถามวาใครออกขอสอบ ปรากฏวา ยังไมมี ดิฉันจึงบอกใหทาง O-NET ออกขอสอบสวนนี้เพิ่มเติมใหครบ แลวจึงคอยนำ ขึ้นเว็บไซดวาเราออกตามหลักสูตรนี้ ผูชวยศาสตราจารยธวัชชัย พีรพัฒนดิษฐ (เพิ่มเติม) ประเด็นแรกขอชี้แจงเพิ่มเติมวา เปนเรื่องปกติที่เราอยากจะมีความรวมมือกัน แตในชวงแรกเราอาจยังไมเขาใจกัน จึงไมไดรวมมือกัน แมแตคณะแพทยศาสตรที่ไดพูดถึงก็ตาม ความจริงแลวในที่ประชุมมหาวิทยาลัยทั้ง 13 แหง ก็ยังมีความไม เขาใจกัน บางแหงขอแยกตัว หลายแหงรวมตัวกัน แตเมื่อเวลาผานไปเริ่มมีความเขาใจกันก็จะรวมเปนหนึ่งเดียวกันไดในที่สุด ..................................................................... คำถามที่ 2 เรื่องกองทุนเงินกูยืมที่ผูกกับรายไดในอนาคต (ICL) มีบางมหาวิทยาลัยเปดรับนักศึกษาจำนวนคอนขางมาก อาจเพราะ เขาใจวาเมื่อรับนักศึกษามาก ก็จะทำใหไดรับเงินจากกองทุน ICL มากดวย ซึ่งอาจทำใหคุณภาพการศึกษาดอยลงไปตาม อัตราสวน คำตอบที่ 2 ปญหานี้ ถาวิเคราะหลึกๆ แลว ในฐานะที่ดิฉันไมไดเปนอธิการบดี ก็อาจตั้งประเด็นคำถามขึ้นมาวา 1. เราไดอธิการบดีที่ดีพอหรือไม มาจากการแตงตั้ง หรือมาจากรองอธิการบดี 2. คนที่เปนอธิการบดีมืออาชีพควรจะรูบทบาทของมหาวิทยาลัยวา ควรจะรับนักศึกษาปริมาณเทาไหร จึงจะมีความ
  • 6.
    76 เหมาะสม ทั้งนี้ อัตราสวนอาจารยผูสอนกับนักศึกษาหากไมสมดุลกัน จะทำใหคุณภาพการศึกษาดอยลง วิธีแกไขปญหาหากหลีกเลี่ยงไมไดก็คือ การใชเทคโนโลยีสารสนเทศเขามาชวยในการสอน เชน การใช e-learning ชวยสอน ซึ่งไดผลเปนที่นาพอใจ เปนตน และตัวดิฉันเองก็ไดรวมจัดทำหลักสูตร e-learning แบบนี้มาแลว 4 หลักสูตรแรก ในประเทศไทย จนบางคนเรียกเจาแม e-learning ไปแลวก็มี สิ่งนี้จะชวยลดภาระงานสอนของอาจารยไดมาก ..................................................................... คำถามที่ 3 เรื่องแรกที่อาจารยไดพูดไปแลวนั้น เมื่อเรายอนกลับไปดูระบบ entrance ถามวาทำไมเราใชรวมกันทั้งหมดได ถึงแมจะมีระบบตรงของแตละมหาวิทยาลัย แตก็ไมไดไปรบกวนกับระบบกลาง คิดวาแนวทางนี้อาจจะนำมาชวยได ปญหาอีกเรื่องที่อยากใหชวยดูแล คือ โอกาสทางการศึกษา และผลกระทบทางจิตใจที่มีตอเด็ก เราพบวาเมื่อปที่ผานมา เด็กตองตระเวนสอบหลายแหง บางครั้งตองเดินทางไกล เพื่อไปสอบเขามหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง ซึ่งเด็กในพื้นที่ตางจังหวัด ไกลๆ แทบจะไมมีโอกาสเดินทางไปสอบเลย ทำใหเกิดการไดเปรียบเสียเปรียบกัน ปญหาจากการจัดสอบเมื่อปที่ผานมา ซึ่งผมในฐานะประธานสภาคณาจารยไดเขาไปชวยดูแลเรื่องนี้ดวย คือเจาหนาที่ คุมสอบประทวง ไมยอมปฏิบัติหนาที่ เนื่องจากเขาคิดวามีปญหาที่ไมไดรับความเปนธรรม เชน ปญหากฎระเบียบ ขอหามตางๆ มีมากเกินไป ปญหาคาตอบแทนเจาหนาที่เมื่อเปรียบเทียบกับมหาวิทยาลัยอื่น ปญหาเรื่องเขตการศึกษา ปญหารายชื่อนักเรียน หายไปหรือสลับไปอยูคนละที่กัน เปนตน อีกประเด็นปญหา คือเรื่องกำหนดเวลาการสอบ O-NET ที่อาจารยกำหนดไวนั้น บังเอิญตรงกับการสอบไล ของมหาวิทยาลัย ทำใหอาจารย นักศึกษา และเจาหนาที่เกิดปญหาในเรื่องการจัดเวลาสอบไล มหาวิทยาลัยบางแหงตอง เลื่อนการสอบของตนเองเพื่อเปดทางใหเด็กสอบสวนกลางกอน เปนตน อยากให ทปอ. นำปญหาตรงนี้มาพิจารณาดวย เพื่อกำหนดเวลาการสอบไลใหตรงกันในทุกมหาวิทยาลัย จะทำใหไมมีปญหาเปดเรียนเหลื่อมล้ำกันได สำหรับเรื่องระบบคอมพิวเตอรควรตองสมบูรณพรอมทำงาน เพื่อไมใหเกิดปญหาเหมือนปที่ผานๆ มา ปญหาความอิสระในการจัดการสอบของศูนยสอบ เนื่องจากอำนาจสวนใหญรวมอยูที่ สทศ. เชน การสงรายชื่อ ผูคุมสอบประจำศูนยสอบที่ผานมา หนวยจัดสอบจะทราบรายชื่อกอนเพียง 1 ชั่วโมงเทานั้น เปนตน ปญหาคาตอบแทนเจาหนาที่และผูคุมสอบ ถือเปนเรื่องสำคัญที่อยากใหชวยแกไขดวย ปญหาสุดทาย คือ ระบบการตรวจสอบรายชื่อของเด็กที่สมัครสอบ เนื่องจากบางพื้นที่หางไกลความเจริญ การตรวจ สอบรายชื่อผูมีสิทธิ์สอบทางอินเทอรเน็ตเพียงอยางเดียว ไมอาจทำไดสะดวกเทาเด็กในเมืองใหญๆ จึงขอใหชวยคิดหาวิธีแก ปญหาตรงนี้ดวย เพื่อใหเด็กทราบวาตัวเองมีรายชื่อถูกตองตามที่สมัครไวหรือไม คำตอบ 3 มหาวิทยาลัยแตละแหงเขามีพระราชบัญญัติรองรับการคัดเลือกคนเขาเรียน ดังนั้น เปนอำนาจของแตละแหงซึ่งจะตอง มาคุยกัน และไดขอให สกอ. ซึ่งเปรียบเสมือนเลขานุการชวย ทปอ. ทำเรื่องนี้ ทำไปทำมา สกอ. กลายเปนนาย สวน ทปอ. กลายเปนเลขานุการ สำหรับเรื่อง entrance ดิฉันคิดวาการสอบ O-NET เปนเรื่องที่เด็ก ม. 6 ทุกคนจะตองสอบอยูแลว เพื่อดูคุณภาพของโรงเรียน จะไดปรับปรุงคุณภาพใหสูงขึ้น ดิฉันคิดวาถาทุกโรงเรียนมีคุณภาพใกลเคียงกัน เด็กก็จะเขาเรียน โรงเรียนใกลบาน ไมตองเดินทางไปสอบเขาโรงเรียนที่มีชื่อเสียงไกลๆ กรณีปญหาระบบการตรวจสอบ ชวงนี้เปนชวงสำรวจขอมูล ซึ่งเรามีการประชุมรวมกับศูนยสอบทั้งหมด 38 แหง ก็จะมี การสำรวจชื่อนักเรียน ชื่อโรงเรียน สนามสอบ เลขประจำตัวสอบ รหัสโรงเรียน ขอมูลตางๆ เปนตน โดยวันที่ 15 พฤศจิกายน 2549 เราจะไดขอมูลตัวนี้ คุณจะมีคาใชจายในการสำรวจเทาไหร เราจะใหเงินคุณไปหาขอมูลตัวนี้มาใหได เนื่องจากดิฉันมีแหลง ขอมูลอยูประมาณ 3 แหลง คือ 1.แหลงขอมูลจาก สพฐ. จะไดรับขอมูลประมาณสิ้นเดือนตุลาคม 2549 และดิฉันรูวาขอมูลไมเคย ตรงกันเลย เราจึงตองลงไปสำรวจเองโดยสำรวจจากฐานขอมูลปที่แลว ตอนนี้ฐานขอมูลที่ชัดเจนที่สุด จะมีรหัสโรงเรียน ชื่อนักเรียน รหัสนักเรียน เปนรายโรงเรียน จะนำขึ้นไวกอนเลย ซึ่งจะ matching กันและจะทำรอไวเลย ฉะนั้น ผูที่จะเขาสอบก็จะ
  • 7.
    77 matching ตัวนี้ เด็กอาจจะมีแครหัสนักเรียนแตก็ matching 13 หลักใหได ผูที่จะมาชวยดิฉันทำก็คือ ศูนยสอบ 18 แหง เราจะ ทำขอมูลใหนิ่งภายในเดือนธันวาคม 2549 ซึ่งยังพอมีเวลา สำหรับคาตอบแทนเจาหนาที่ในการจัดสอบ เราไดตกลงกันแลววา จะให maximum ซึ่งจะทำการสำรวจกอนวาเขาได จากหนวยงานไหนเปนเงินเทาไหร เราก็จะใหเขา maximum ตามนั้น สำหรับเรื่องกฎ ระเบียบตางๆ ดิฉันคงตองกลับไปดูใหม สวนสนามสอบ จะใหอิสระกับศูนยสอบไดมีสิทธิ์ตัดสินใจเลือก สนามสอบที่สะดวกกับเด็ก โดยระบุมาใหเราทราบวามีขอบเขตพื้นที่ใดสะดวกกับเด็กมากที่สุด หากเด็กไมสะดวกที่จะเดินทางไป สมัครสอบที่โรงเรียน ก็สามารถสมัครสอบไดที่ศูนยสอบ ทางศูนยสอบจะจัดการใหทั้งหมด เรื่องวัน เวลาสอบ วันที่ 24-25 กุมภาพันธ 2550 นั้น บังเอิญเปนประกาศจากเมื่อปที่ผานมา จึงไมอาจเลื่อนได ในป ตอไปจะลองดูชวงเวลาอีกครั้งเพื่อไมใหมีผลกระทบกับการสอบไลและการสอบรับตรงของแตละมหาวิทยาลัย รายชื่อผูคุมสอบแตละมหาวิทยาลัยจะไดภายในสิ้นปนี้แนนอน และเนื่องจากเราไดรับขอมูลจากทุกโรงเรียนวา มีการ คุมสอบไมคอยไดมาตรฐาน ดังนั้น ทางศูนยสอบจะตองสงคนไปกำกับดูแลการสอบเพื่อใหไดมาตรฐาน เราไดรับทราบขอมูลปญหาตางๆ ในปที่ผานมา จากหัวหนาศูนยสอบซึ่งเปนคณะกรรมการดำเนินการ โดยหวังวา ปญหาจะไมเกิดขึ้นอีกในปนี้ ..................................................................... คำถามที่ 4 ปญหาที่เกิดขึ้นมากมายจากปที่ผานมา ในอนาคตจะเปนไปไดหรือไมที่วิธีการเขามหาวิทยาลัยจะเหลือเพียง GPA GPAX และ ACTIVE TEST เทานั้น คำตอบที่ 4 คิดวาในป 2552 จะเปนปที่เริ่มสมบูรณแบบ เพราะจะมี GPAX และ GPA ที่ปรับเรียบรอยแลว ไมใชดิบๆ เพราะจะ เชื่อถือไมได อยางที่สอง ถาหาก 9 สายอุดม รวม PAX กันไดหรือไมวา คุณอยากจะสอบ aptitude อะไร สทศ. จะจัดสอบใหได แตก็ ยังไมเคยไดรับคำตอบ ..................................................................... คำถามที่ 5 เปนหวงเรื่องการกวดวิชาตลอดชีวิต ปจจุบันมีการเริ่มกวดวิชาตั้งแตเรียนชั้น ป.1 ดังนั้น เราจะทำอยางไร ที่จะใหครู มีคุณธรรม จริยธรรม ในการสอนอยางเต็มที่ไดอยางไร ? คำตอบที่ 5 เรื่องนี้ สทศ. และ admission ชวยไมได เปนเรื่องที่ สพฐ. จะตองดำเนินการตรงนี้ ..................................................................... คำถามที่ 6 เรื่องความโปรงใสในการสอบไดวางแผนปองกันการทุจริตสอบไวอยางไรบาง ? คำตอบที่ 6 ดิฉันอาจตองใชประสบการณของ สกอ. โดยอาจใชตำรวจหรือไอทีชวยตรวจสอบ เพราะเคยมีคนแอบอางเขามาสอบ
  • 8.
    78 แทนกัน แตขณะนี้ไดคุยกับที่ปรึกษาทางดาน ITแลว คิดวาอาจจะใชวิธีสบตาวาใชตัวจริงหรือไม อีกวิธีคือ การพิมพลายนิ้วมือ และตรวจสอบวาใชหรือไม ..................................................................... คำถามที่ 7 ผมคิดวาเมื่อปที่ผานมามีปญหามาก สิ่งหนึ่งอาจเปนเพราะเราไมมีการซักซอมแผนลวงหนา ทำใหไมทราบปญหา ลวงหนา หากมีการทดลองซักซอมแผนการสอบ หรือทดลองใชระบบตางๆ กอนการสอบจริง นาจะชวยใหทราบปญหาและวิธี การปองกันปญหาลวงหนาได เชน ตัวเลขรหัส 13 หลัก เปนตน คำตอบที่ 7 จะลองทดสอบระบบทั้งหมดดู แตตองขึ้นอยูกับคาใชจายดวย เพราะเราไดงบประมาณจากสำนักงบประมาณเพื่อจายคา ใชจายตอหัวไดเพียงเล็กนอยเทานั้น ผูชวยศาสตราจารยธวัชชัย พีรพัฒนดิษฐ (เพิ่มเติม) ประเด็นปญหาตางๆ ผมคิดวาเปนเรื่องการกำกับ ดูแล และติดตาม ทั้งนี้ หากอาจารยตองการให ปอมท. ชวยเหลือ สวนใดก็ยินดีอยางยิ่ง เพราะเรามีคนเกงๆ ที่พรอมชวยเหลือหลายทาน ..................................................................... คำถามที่ 8 ผมอยากขอความรูจากอาจารยในฐานะที่เปนนักวิชาการเรื่องการวัดและการประเมิน อาจารยยกหลักสูตรขึ้นมาแลว บอกวาตองวัดตามหลักสูตร โดยมีเปาหมายของหลักสูตรที่ชัดเจน คือ ตองสรางเด็กเกง ดี มีสุข แตที่เราพูดกันสวนใหญนั้น กลายเปนเนนในเรื่องเด็กเกง และจำกัดวงในเรื่องของผลสัมฤทธิ์ของรายวิชาในสวนที่เปนเนื้อหาวิชาเทานั้น ซึ่งคอนขางแคบ ในแงของวิชาการ เราควรจะทำอยางไรบาง ที่จะหาวิธีวัดในเรื่องของความดี และมีความสุข และเปนเกณฑอยางหนึ่งใน การคัดเลือกที่จะนำเด็กเขาสูมหาวิทยาลัย ซึ่งนโยบายของรัฐมนตรีวาการกระทรวงศึกษาธิการไดเนนเรื่องคุณธรรมนำความรู สวนทานนายกรัฐมนตรีก็เนนในเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง ดังนั้น ในแงของนักวัดและประเมิน ถาจะใหตอบสนองปรัชญาในการ บริหารและทิศทางการศึกษาแนวใหม รูปแบบการวัดและการประเมิน และการคัดเลือกคนเขาสูมหาวิทยาลัยนาจะเปลี่ยนแปลง คำตอบที่ 8 ดิฉันหวังไวในป 2552 โดยมหาวิทยาลัยจะตองมีหนวยงานกลาง ซึ่งมหาวิทยาลัยจะตองดูจาก transcript ของนักเรียน ม.4 ม.5 ม.6 เพราะตัวนี้จะเปนตัวบอกขอมูลมากมาย เชน คุณลักษณะที่พึงประสงคได ดังนั้น ทางโรงเรียนก็ตองแนบ คุณลักษณะเหลานี้มาพรอมผลการประเมินจากโรงเรียน ดังนั้น transcript จึงเปนตัวขอมูลที่มหาวิทยาลัยจะใชพิจารณาได แตตองเปนขอมูลที่นาเชื่อถือได อีกเรื่องหนึ่ง คือ เรื่องการอานคิดวิเคราะห ซึ่งเปนอีกหนึ่งขอมูลที่มหาวิทยาลัยจะใชได แตแปลวา transcript ตองเชื่อถือได และโรงเรียนตองจริงจัง ดิฉันคิดวา สมศ. เขายังไมคอยจริงจังเรื่องการวัดผลมากนัก ..................................................................... คำถามที่ 9 ตามที่อาจารยบอกวา ในป 2552 จะนำ GPA ที่ปรับแลวมาใช สิ่งที่ผมหวงคือ เมื่อ 2-3 ปที่ผานมา พอเริ่มมีการใช GPA ซึ่งมี แนวโนมวาจะมากขึ้น ทุกโรงเรียนก็จะเพิ่ม GPA ชนิดที่เรียกวา นักเรียนที่เรียนดีจากที่สมัครเปนพันกลายเปนหมื่นคนและ
  • 9.
    79 ทั้งหมดลวนไดเกรดเฉลี่ย 4 รวดจนขณะนี้ หลายคณะตองยกเลิกการรับนักเรียนจากโรงเรียนนี้ไป บางคนบอกวา โรงเรียนนี้ ปลอยเกรดใหคูณดวย 0.8 โรงเรียนโนนคูณอีกอยางหนึ่ง ผมคิดวาเด็กที่สอบเขามหาวิทยาลัยตางคนตางสอบ ไมไดสอบยก ทั้งโรงเรียน และแตละคนตางก็มีปจเจกไมเหมือนกัน แตทำไมจึงใชกฎเกณฑเดียวกันเหมาทั้งโรงเรียน นี่คืออีกปญหาหนึ่ง ซึ่งเด็กฝากมา ดังนั้น การนำ GPA ที่ปรับแลวมาใช ในป 2552 นาจะยังใชไมได หากตรงนี้ยังไมมีมาตรฐานเพียงพอ อีกอันหนึ่ง คือ จะเปนไปไดหรือไม ที่กระทรวงศึกษาธิการจะกำหนดใหทุกมหาวิทยาลัยที่มีสายวิชาชีพเดียวกัน ใหทำตามแบบคณะแพทยศาสตรเหมือนกันหมด ไมเชนนั้นจะเกิดความวุนวายในเรื่องของระบบ Admission อยางมาก คำตอบที่ 9 ตอนนี้เราจะใชแบบนี้ แตขางบนจะเปนตัวที่เราไดขอมูล และหนึ่งในการไดมาซึ่งขอมูลนั้น คือ คุณจะเขามหาวิทยาลัย หรือไม ดังนั้น ตอนวิเคราะหขอสอบเราจะวิเคราะหเปน 2 กลุม กลุมหนึ่งวิเคราะหทั้งภาพรวม และอีกกลุมหนึ่งคือพวกที่จะเขา มหาวิทยาลัย และความจริงแลวเราจะวิเคราะหเปนรายโรงเรียนอีกตางหาก จะไดรูวาคะแนนสอบของเด็กที่อยูโรงเรียนเตรียมกับ เด็กที่เรียนอยูตางจังหวัดจะมีผลวิเคราะหเปนอยางไร ดังนั้น GPA ที่ถูกปรับ ก็ตองปรับภายใตคนที่จะเขามหาวิทยาลัยของโรงเรียนนั้น ๆ มากกวาจะเอาทั้งหมด เพราะ ตอนนี้ สทศ. เกิดขึ้นไมใชตามพระราชบัญญัติการศึกษาแหงชาติฯ แตเกิดขึ้นจากรัฐมนตรีหญิงคนหนึ่งอยากใหเกิดขึ้น ซึ่งคอนขางทุลักทะเล และกวาพระราชกฤษฎีกาจะออกมาไดตองใชเวลานานมาก เพราะไมไดเกิดขึ้นมาตามพระราชบัญญัติการ ศึกษาแหงชาติฯ เราไมมีสิทธิ์บังคับใหเด็กสอบ แตโรงเรียนมีสิทธิ์ใหเด็กจบ เด็กจะตองตั้งใจสอบ O-NET เราไดคุยกับอาจารย วิจิตรวา จะทำอะไร อยางไรวา อยางนอยควรสรางเปนเงื่อนไขใหเด็กมีความตั้งใจที่จะสอบ เพื่อใหคะแนนสอบ O-NET ของเด็ก สามารถเชื่อถือได ซึ่งมันจะสะทอนกลับไปที่โรงเรียนวามีความนาเชื่อถือเพียงใด ดังนั้น ดิฉันคิดวา คะแนนที่ไดในภาพรวม คงตองตัดขอมูลจำนวนหนึ่งออกไปกอนวิเคราะห ..................................................................... คำถามที่ 10 ขอสนับสนุนแนวคิดของ ผูชวยศาสตราจารย ดร.จุมพล พูลภัทรชีวิน เนื่องจากในระยะ 5-6 ปที่ผานมานั้น เราลืมเรื่อง ของการสอนใหเด็กเปนคนดี เพราะเรามุงแตใหเด็กเปนคนเกง เมื่อจบไปแลวจะสามารถหาเงินไดมากขึ้น ดังนั้น ที่อาจารย บอกวา รอป 2552 นั้น บางทีอาจจะชาเกินไป และประกาศบางอยางที่อาจารยบอกวาเปลี่ยนแปลงไมไดนั้น เนื่องจากเราไดมีการ ปฏิรูปการปกครองใหม อาจารยอาจจะใชเหตุนี้ในการขอเปลี่ยนแปลงได เมื่อวานนี้ไดฟงการบรรยายพิเศษจากศาสตราจารย ดร.วิจิตร ศรีสอาน ซึ่งพูดไดประทับใจวา เราไมอาจทำใหเด็กเกงเปนเด็กดีได แตเราสามารถทำใหเด็กดีเปนเด็กเกงได ดังนั้น ภายในระยะเวลา 1 ป ของรัฐบาลชุดนี้ หากเปลี่ยนแปลงแกไขอะไรได ก็อยากใหดำเนินการโดยเร็ว โดยเฉพาะเรื่องของการสราง คนดี คำตอบที่ 10 เรื่องนี้ดิฉันคิดวา ที่ประชุม ปอมท. อาจทำหนังสือถึงแตละมหาวิทยาลัยที่รับตรง โดยขอใหชวยรับนักศึกษาที่เปน คนดีได วิธีนี้สามารถทำไดงายและรวดเร็วที่สุด ..................................................................... คำถามที่ 11 ขอเสนอความคิดเห็นในสวนของการสอบ O-NET วา หากตองการใหเด็กมีความตั้งใจที่จะสอบ O-NET มากขึ้น อาจกำหนดใหความสำคัญในการสอบ O-NET ของโรงเรียนนั้น เปนตัวบงชี้ตัวหนึ่งในการประเมินสถานศึกษาดวยก็ได เพื่อเปน แรงกระตุนใหเด็กตองตั้งใจทำ O-NET มากขึ้น
  • 10.
    80 คำตอบที่ 11 ขอมูลคะแนนสอบคงจะตองสอดคลองกับผลการประเมิน แตสมศ. เขามีปญหาคอนขางเยอะ เพราะเขาใชบริษัท เปนคนประเมิน จนบางครั้งคิดวาผลการประเมินนั้น เชื่อถือหรือไม แตอยางไรก็ตามมันตองไปดวยกัน ในสวนของเราหากผลการ ประเมินไมดี คะแนนสอบก็ตองไมดีดวย ซึ่งตองสอดคลองกัน ..................................................................... คำถามที่ 12 เรื่องการรับเด็กที่ entrance ตรงนั้น คนไมดีเขาก็ไมสอบรับตรง แตจะมารอสอบ entrance กลาง จริงๆ แลวเด็กภาค ใตเขาก็จะไมไปสมัครสอบตรง เขาก็ไมอยากจะอยูที่เดิมอยูแลว เขาตองการสอบเขาที่ใหม อนึ่ง อยากใหอาจารยออกขอสอบลักษณะการวัดความคิดดีของเด็ก รวมเขาไปอยูในขอสอบ entrance กลาง โดยรวม แลวเปน 100 % ดวย เพื่อใหเปนการวัดเด็กดี เกิดเปนรูปธรรมมากขึ้น คำตอบที่ 12 ถาพูดตามตรง แตละมหาวิทยาลัยอาจจะทำโครงการชางเผือก หรือโครงการอะไรก็ได เพื่อรับเด็กดีเขามาเรียน เปนตน สำหรับบทบาทของ สทศ. ตองบอกวา จริงๆ แลว ไมเกี่ยวของอะไรกับการเขามหาวิทยาลัยเลย สกอ. ก็จะเอาคะแนน O-NET ใหได สวนประธาน ทปอ. ขณะนั้น เห็นวาไดมาฟรีๆ ก็จะเอาดวย พอไดคะแนน O-NET มาอยางสบายๆ ก็นำไปผูกเขา กับการสอบเขามหาวิทยาลัยทันที ซึ่งดิฉันจะคานตลอดวา การสอบนั้นมันจะตองมีวัตถุประสงค หากตองการดูผลสัมฤทธิ์ ขอสอบตองไมยาก สวนการเขามหาวิทยาลัยซึ่งมีที่นั่งจำกัด ขอสอบตองยากและซับซอน มันคนละชนิดกับขอสอบ แตเมื่อทาน นำขอสอบมาหนึ่งฉบับแลวใชทุกวัตถุประสงคแสดงวานี่คือมั่ว เพราะทานมั่วในเรื่องวัตถุประสงคของการออกขอสอบ ปที่แลว forum เราคานมากๆ แตทานศาสตราจารยพิเศษภาวิช ทองโรจน บอกวาทำไดไมมีปญหา เขาพรอมสอบได ดังนั้น O-NET จึงถูกนำไปผูกกับ admission ทั้งๆ ที่บทบาทของ สทศ. ไมเกี่ยวกับ admission เลย ดังนั้น การสอบของ สทศ. เราสอบเพื่อ วัดคุณภาพของโรงเรียน ไมใชเปนการสอบเพื่อเตรียมเขามหาวิทยาลัย ความจริงที่ตนเองนั่งเปนประธาน admission forum นั้น ทำงานใหฟรีไมไดอะไรเลย บางครั้งเรารูสึกไมคอยดีเวลา เขาไปเสนองานในที่ประชุม ทปอ. จะถูกมองแปลกๆ วาเราตองการอะไรจาก ทปอ. ทั้งๆ ที่เราทำงานตรงนี้เพื่อเด็กๆ และประเทศชาติ แตทุกครั้งที่เขาประชุมเราจะมาดวยวิชาการ หลักการ และขอมูลการวิจัย เพื่อนำมาเสนอ ทปอ. พิจารณา ดิฉันมีอีก 2 ประเด็น คือ ดิฉันคิดวา หลักการศึกษา คือ “การหลอมและเหลา” ในที่นี้ “หลอม” คือ integrate นักเรียน นักศึกษา สวน “เหลา” คือ เพื่อใหเขาคมชัด และลึก ดังนั้น ปรัชญาของประเทศไทยคือการหลอมและเหลา แตกลับไมมีใครสนใจ ดิฉันพยายามพูดในที่ประชุมหลายแหงวา ทุกมหาวิทยาลัยใหเอาเด็กเกงมาเรียน แทบไมตองสอนเลย เพราะเขาทำเอง ได คำถามคือ ถาทานเอาดาวมาปนทานก็จะไดดาวบวกหรือดาวหลายดวง แตถามวาคนในมหาวิทยาลัยไดปนดาวที่ไดมานั้น อยางไร แตปรากฏวามีบางแหงไดดาวมาแตกลับไมไดปนเลย เขาเปนดาวมาเอง และเขาก็จบออกไปเปนดาว แตพวกดินเรา ไมเอา เราไดเขี่ยออกไป แลวเขาไปอยูที่ไหน ดิฉันคิดวาไมยุติธรรมเลย บางคนบอกวายังมีมหาวิทยาลัยเปดอยางมหาวิทยาลัย รามคำแหง และมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราชรองรับอยู แตพวกดินก็บังเอิญไมคอยอยากจะไปมหาวิทยาลัยเปด มันจึงกลาย เปนขอสงสัยอยูทุกวันนี้วา อะไรคือความถูกตอง ผูชวยศาสตราจารย.ธวัชชัย พีรพัฒนดิษฐ (เพิ่มเติม) อำนาจในการรับเด็กเขาศึกษานั้น เปนอำนาจของมหาวิทยาลัย นี่คือเหตุผลที่ ผูชวยศาสตราจารย ดร.จุฑามาส จิตตเจริญ อยากจะเห็นทุกมหาวิทยาลัยรวมมือกัน ตรงนี้เนื่องจากเปนอำนาจของแตละบุคคล เขาก็จะดูแล ในสิ่งที่สมประสงค มหาวิทยาลัยหลายแหงอยากไดเด็กเกง อาจารยพอจะทราบดีวามีบางแหงไมตรงไปตรงมา เพราะฉะนั้น หลายๆ แหงจึงตองมองความตองการของตนเองเปนสำคัญ การรวมมือกันจึงยังมีอุปสรรคอยู จนกวาเราจะเคลียรกันใหหมดกอน และถาพูดตรงๆ ก็คือ ทั้ง 13 สถาบันแพทยที่รวมดำเนินการแบบเดียวกันนั้น ถาพูดตามตรงก็คือ ตองการเด็กเกงเขามาเรียน อยูดี ตรงนี้ ผมคิดวาเราจะทำอยางไรเพื่อใหเกิดความเขาใจเดียวกัน เมื่อใดเราทำเพื่อตัวเองความเขาใจก็เกิดยาก แตเมื่อใด เราทำเพื่อประโยชนตอสวนรวม โอกาสความรวมมือก็จะมีขึ้นได มันเปนไปไดที่แตละคนจะยืนตางมุมกัน เพียงแตตอง
  • 11.
    81 เขามาคุยกัน และเขาใจในขอมูลเดียวกัน ผมคิดวาทุกคนอยากใหคุณธรรมนำความรู แตผมคิดวาหลายๆ เรื่องเปนเรื่องของโอกาสพัฒนา ซึ่งอาจารยวิจิตร ไดเคยกลาวไววา หากตองการทำอะไรใหเกิดผลเร็วจะตองทำประชานิยม แตการศึกษานั้น จะทำใหเกิดผลรวดเร็วไมได จำเปน ตองใชระยะเวลา ตรงนี้คิดวาเราจะทำอยางไรเพื่อจะสรางความรวมมือและไปดวยกันได ..................................................................... คำถามที่ 13 ดิฉันมีความรูสึกวา ปจจุบันมหาวิทยาลัยสวนใหญกำลังแยงเด็กกัน ดิฉันคิดวาจำนวนของเด็กที่เขามหาวิทยาลัย จะพอๆ กับที่นั่งในอนาคต ปญหาของมหาวิทยาลัย ดิฉันคิดวาคงไมใชปญหาที่ สทศ. เพียงอยางเดียว ตัวอยางเชน ปญหาเรื่อง เกรดที่ปรับโดยการคูณตัวหาร ซึ่งมันอาจไมยุติธรรมกับเด็กที่เรียนดี เปนตน ดังนั้น ปญหาที่เกิดขึ้นในเรื่องของ admission นั้น ไมใชปญหาของ สทศ. อยางเดียว แตเปนปญหาของกระทรวงศึกษาธิการโดยรวม ซึ่งจะตองแกปญหารวมกัน ประเด็นก็คือ เรื่องเกรดควรจะตองทำอยางไร National Test ที่ดิฉันไดฟงอาจารยประทีปพูดในวันนั้น ไดเห็นอะไรเยอะมาก จริงๆ แลว National Test มีอันเดียวก็พอแลว และจะทำอยางไรใหเปนที่ยอมรับ สิ่งที่งงมากๆ ในฐานะผูปกครอง คือ ขอดีของ admission ปที่แลวคือ เขาจะเกงอินเทอรเน็ตมาก เพราะเขาจะตองเขาไปสมัครและสืบคนรายชื่อ แตสิ่งที่เปนกังวลคือ เขาจะตองเสีย คาใชจายในการสมัครเยอะมาก อาทิ สมัคร O-NET สมัคร A-NET สมัครรับตรง จนเขาเกิดความสับสน และยิ่งตอนประกาศผล ทางอินเทอรเน็ตแลวเว็บไซดลม ยิ่งทำใหเกิดความกังวลมากขึ้นอีก ตรงนี้ คงจะเปนบทเรียนใหกับประเทศไทย แตสิ่งที่ดิฉันอยากเห็นในฐานะนักวิชาการ คือ จะทำอยางไรใหสังคมนี้เปนที่ เชื่อมั่นกับหนวยงานของรัฐได โดยเฉพาะการรับนักเรียนเขาศึกษาตอในมหาวิทยาลัย เราจะทำอยางไรถึงจะไดทั้งเด็กดีและ เด็กเกง และทำอยางไรพวกเราถึงจะทำใหเด็กเปนคนดีได คิดวาตรงนี้สำคัญมาก และอยากใหแตละหนวยงานที่รับผิดชอบ รวมมือกันทำตรงนี้ใหดี คำตอบที่ 13 ประเด็นแรก National Test โดยหลักแลว จะพยายามใหเด็กตองสอบเพียงครั้งเดียว ดิฉันไดคุยกับทานเลขาธิการ คนเกาของกระทรวงศึกษาธิการ ทานบอกวา การสอบ National Test เปนหนาที่ของ สพฐ. ที่จะตองจัดสอบ ดังนั้น เขาจึงมี หนวยสอบ และวันหนึ่งเมื่อทานเกษียณอายุราชการไปแลว ทานก็บอกวา สทศ. จะตองสอบ National Test ดิฉันก็แปลกใจวา ทานเพิ่งพูดไมนานทำไมเปลี่ยนได และทานก็บอกวา คนที่รักษาการ สพฐ. ก็ประกาศวา National Test จะตองสอบเอง ซึ่งทาน ไมเห็นดวย ดิฉันก็บอกวาไมเปนไร และตั้งใจวาจะคุยกับเลขาธิการคนใหมวา ขอแรก ถาเขาจะทำ ตองทำใหดี และคะแนน ตองเชื่อถือได คุมสอบใหดี และทางเราจะเขาไปชวย แตโดยหลักการแลวตองสอบครั้งเดียว แตถาคุณไมทำเราจะทำให ขอที่สอง GPA จะขึ้นสูงทุกแหงสม่ำเสมอประมาณ 0.5 ซึ่งปจจุบันเห็นวาขึ้นอยางสม่ำเสมอจริงๆ คาดวาปหนาเด็กคงจะไดเกรดเฉลี่ย 4.00 เกือบทุกคน สำหรับเรื่อง การทำเด็กดีใหเปนเด็กเกง ที่รัฐมนตรีวาการกระทรวงศึกษาธิการไดกลาวไวนั้น คงตองเปนหนาที่ ที่ทานจะตองทำ ดิฉันเองก็ไมแนใจวาภายในระยะเวลา 1 ป ทานจะทำไหวหรือไม เห็นวาทานมีความคิดอยูแลว และมีโรงเรียน ของอาจารยอาจองเปนตัวอยาง ชวงนี้ ดิฉันและศาสตราจารย ดร.วิจิตร ศรีสอาน จะไปรวมกิจกรรมคายอาสาสมัครจุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย ประมาณ 2 สัปดาห ซึ่งประโยชนของการเขาคาย จะชวยเปลี่ยนความคิดเราใหทำเพื่อสวนรวม และรวมไปถึงทำเพื่อประเทศชาติ ดังนั้น วิชาคายจึงมีประโยชนมากสำหรับการทำคนเกงใหเปนคนดี สำหรับการสอบ A-NET ทางเราจะให สกอ. ทำ A-NET เฉพาะในป 2550 เทานั้น เพราะดิฉันคิดวาทางเรายังไมพรอม ที่จะทำเอง แตในปตอไปคิดวา สทศ. จะทำทั้ง O-NET และ A-NET เอง และคนจะเห็นความแตกตางกัน ทั้งนี้ ดิฉันตั้ง ความหวังวาจะไมออกขอสอบในแบบที่ผานมา ไมรูวาทำกันมาไดอยางไรเปน 10 ป คือการตั้งทีมกลางเดินสายไปตามโรงเรียน แตละภูมิภาค แลวเรียกครูโรงเรียนมาอบรมเนื้อหาและวิธีการออกขอสอบ เสร็จแลวก็ครูเหลานี้ออกขอสอบ ดิฉันคิดวาวิธีนี้
  • 12.
    82 ไมถูกตอง เพราะคนออกขอสอบได จะตองเปนคนเกงรูเนื้อหาวิชาอยางดี รูวิธีการออกขอสอบ และไมตองมาฝกอบรม สำหรับ เรื่องการฝกอบรมครูเปนหนาที่ของ สมศ. เราอาจจะเขาไปชวยไดในภายหลัง แตถาตองการไดขอสอบที่ดี ตองไดจากคนที่มี ความรูในเนื้อหาวิชา และรูวิธีออกขอสอบเปนอยางดีดวย ดังนั้น ในเรื่องการสอบ A-NET นั้น เขาจะสอบให 2 ครั้ง และมีอายุความ 2 ป เพราะฉะนั้น เด็กก็มีโอกาสสอบได ทั้งปนี้และปหนา แต O-NET จะสอบไดครั้งเดียวตลอดชีวิต ..................................................................... ผูชวยศาสตราจารยธวัชชัย พีรพัฒนดิษฐ (ประธาน ปอมท. กลาวปด) ผมวาวันนี้ อาจารยไดใหขอมูลชัดเจน และทาง ปอมท. ตองขอขอบคุณ ศาสตราจารย ดร.อุทุมพร จามรมาน เปนอยาง สูงที่ใหเกียรติกับ ปอมท. มาบรรยายใหฟงในวันนี้ และผมหวังวา ทาง ปอมท. จะไดมีโอกาสมีสวนรวมในการชวยเหลืออยางใด อยางหนึ่ง