คาสั่งควบคุมแบบมีทางเลือก ลักษณะ if
คาสั่งควบคุมแบบif มี 3 ลักษณะคือ แบบ if แบบ if – else
และแบบ if – else if – else
3.1 กรณีใช้ประโยคคาสั่งแบบ if
คาสั่ง if มีการทางานดังนี้หากประโยคเงื่อนไขเป็นจริงให้ไป
ทางานตามคาสั่งต่อจากเงื่อนไข แล้วไปตาแหน่งคาสั่งชุดต่อไป
หากเงื่อนไขเป็นเท็จก็ไม่ต้องทาอะไร ให้ไปตาแหน่งคาสั่งชุด
ต่อไป
13.
คาสั่งควบคุมแบบมีทางเลือก ลักษณะ if
3.1.1รูปแบบการเขียนคาสั่งแบบ if
รูปแบบ 1
กรณีหลังเงื่อนไข if มี 1 คาสั่ง
if (เงื่อนไข)
คาส่ง ;(กรณีเงื่อนไขเป็นจริง)
คาสั่งชุดต่อไป ; (กรณีเงื่อนไขเป็นเท็จ)
14.
คาสั่งควบคุมแบบมีทางเลือก ลักษณะ if
รูปแบบ2
กรณีหลังเงื่อนไข if มีมากกว่า 1คาสั่ง
if (เงื่อนไข)
{
กลุ่มคาสั่ง ; (กรณีเงื่อนไขเป็นจริง)
} ;
คาสั่งชุดต่อไป ;(กรณีเงื่อนไขเป็นเท็จ)
15.
คาสั่งควบคุมแบบมีทางเลือก ลักษณะ if
3.2กรณีใช้ประโยคคาสั่งแบบ if – else
คาสั่ง if – else มีการทางานดังนี้หากเงื่อนไขเป็นจริง ให้ทางานตามคาสั่งชุดที่ 1 แล้ว
ไปที่คาสั่งชุดต่อไป แต่หากเงื่อนไขเป็นเท็จ ให้ทางานตามคาสั่งชุดที่ 2 แล้วไปที่คาสั่ง
ชุดต่อไป
3.2.1 รูปแบบการเขียนคาสั่งแบบ if – else
รูปแบบ การใช้คาสั่งแบบ if – else
If (เงื่อนไข)
คาสั่งชุดที่ 1 (กรณีเงื่อนไขเป็นจริง) ;
else
คาสั่งชุดที่ 2 (กรณีเงื่อนไขเป็นเท็จ) ;
คาสั่งชุดต่อไป ;
ข้อควรจา หากแต่ละทางเลือกมีมากกว่า 1 คาสั่ง ต้องใช้เครื่องหมาย { } กั้นขอบเขต
16.
คาสั่งควบคุมแบบมีทางเลือก ลักษณะ if
O3.3 กรณีใช้ประโยคคาสั่งแบบ if –else if –else
O คาสั่ง if –else if – elseมีการทางานดังนี้หากเงื่อนไข 1เป็นจริง ให้
ทางานตามคาสั่งชุดที่ 1แล้วทาตามคาสั่งชุดต่อไป หากเงื่อนไข 1 เป็น
เท็จ ให้ตรวจสอบว่าเงื่อนไข 2เป็นจริงหรือไม่ หากเงื่อนไข 2 เป็นจริงให้
ทางานตามคาสั่งชุดที่ 2แล้วทาตามคาสั่งชุดต่อไป หากเงื่อนไข 2 เป็น
เท็จ ให้ตรวจสอบว่าเงื่อนไข nเป็นจริงหรือไม่ หากเงื่อนไข n เป็นจริง
ให้ทางานตามคาสั่งชุดที่ n แล้วทาตามคาสั่งชุดต่อไป หากเงื่อนไข n
เป็นเท็จ ให้ทาตามคาสั่งที่อยู่หลัง else แล้วทาตามคาสั่งชชุดถัดไป
17.
คาสั่งควบคุมแบบมีทางเลือก ลักษณะ if
3.3.1รูปแบบการเขียนคาสั่งแบบ if – else if – else
รูปแบบ รูปแบบการเขียนคาสั่งแบบ if – else if –else
if (เงื่อนไข 1)
คาสั่งชุดที่ 1 ; (กรณีเงื่อนไข 1 เป็นจริง)
else if (เงื่อนไข 2)
คาสั่งชุดที่ 2 ; (กรณีเงื่อนไข 2 เป็นจริง)
…..
else
คาสั่งชุดที่ n ; (นอกเหนือจากเงื่อนไขข้างต้น)
คาสั่งชุดต่อไป ;
ข้อควรจา หากแต่ละทางเลือกมีมากกว่า 1 คาสั่ง ต้องใช้เครื่องหมาย { } กั้นขอบเขต
O กรณีใช้คาสั่ง switch
Oโจทย์ : จงเขียนงานโปรแกรมใน
ลักษณะเมนูเลือกการทางาน
ด้วยคาสั่ง switch ดังนี้
O กาหนดให้ กด 1 คานวณพื้นที่
สี่เหลี่ยมจัตุรัส
O กด 2 คานวณพื้นที่สามเหลี่ยม
O กด 3 ออกจากระบบงาน
นอกเหนือจากนี้แจ้งข้อความ
การกดหมายเลขผิดพลาด
ขั้นตอนการพัฒนางานโปรแกรม
1. การวิเคราะห์ระบบงานเบื้องต้น
1.1สิ่งที่ต้องการ โปรแกรมเมนูเลือกการ
คานวณพื้นที่สี่เหลี่ยม และพื้นที่สามเหลี่ยม
1.2สมการคานวณ พื้นที่สี่เหลี่ยม =กว้าง x
ยาว พื้นที่สามเหลี่ยม =ฐาน x สูง /2
1.3 ข้อมูลนาเข้า ตัวเลือกเมนู ความกว้าง
ความยาว หรือฐานกับสูง
1.4การแสดงผลตามโจทย์กาหนด
1.5กาหนดคุณสมบัติตัวแปร
21.
กรณีศึกษาการใช้คาสั่งควบคุมแบบมีทางเลือก
O 1.6ลาดับขั้นตอนการทางาน
(action)
O 1)เริ่มต้นการทางาน
O2)แสดงส่วนเมนูเลือกงาน
O 3)ป้ อนค่าตัวเลือกเมนู (ans)
O 4)เลือกทางานด้วยคาสั่ง switch
(ans)
O 4.1)ถ้า ansเป็น ‘1’ให้ทา งาน
กลุ่มคาสั่ง ดังนี้
O - ป้ อนคาสั่ง w, l
O - คานวณarea=w *l
O - พิมพ์ area
O (ออกไปทางานข้อ 5)
ข้อมูล ชื่อหน่วยความจา ชนิดข้อมูล
ความกว้าง w ตัวเลขทศนิยม
ความยาว l ตัวเลขทศนิยม
ฐาน b ตัวเลขทศนิยม
สูง h ตัวเลขทศนิยม
พื้นที่ area ตัวเลขทศนิยม
ตัวเลือกเมนู ans อักษะ
22.
O 4.2)ถ้า ansเป็น‘2’ให้ทางานกลุ่มคาสั่ง ดังนี้
O - ป้ อนคาสั่ง b, h
O - คานวณarea=b *h/2
O - พิมพ์ area
O (ออกไปทางานข้อ 5)
O 4.3)ถ้า ansเป็น ‘3’ให้ทางานกลุ่ม คาสั่ง ดังนี้
O - ออกจากส่วนการทางาน
O (ออกไปทางานข้อ 5)
O 4.4)นอกเหนือจากนี้พิมพ์ข้อความแจ้ง ข้อผิดพลาด
O (ออกไปทางานข้อ 5)
O 5)สิ้นสุดการทางาน