1
โดย คณะกรรมการจัดการความรู้ คณะนิเทศศาสตร์ ปีการศึกษา 2558
สรุปผลการจัดการความรู้ ด้านการวิจัยและงานสร้างสรรค์
ประเด็นความรู้ :
การผลิตผลงานวิชาการ/งานสร้างสรรค์ทางนิเทศศาสตร์เพื่อขอตาแหน่งทางวิชาการ
คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต ปีการศึกษา 2558
ประเด็นยุทธ์ศาสตร์ :
การพัฒนาระบบการจัดการความรู้ เพื่อมุ่งสู่การเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ของมหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต
(ตัวบ่งชี้ที่ 5.1/เกณฑ์มาตรฐานข้อ 5)
องค์ความรู้ที่จาเป็น:
1. อาจารย์มีความรู้เกี่ยวกับแนวทางการผลิตผลงานวิชาการและงานสร้างสรรค์ทางนิเทศศาสตร์ประเภท
ต่างๆ มากขึ้น
2. อาจารย์เข้าใจวิธีการผลิตงานวิชาการ งานวิจัยและงานสร้างสรรค์ เพื่อใช้ขอตาแหน่งทางวิชาการ
3. อาจารย์เข้าใจขั้นตอนการจัดทา การรวบรวมเอกสารเพื่อยื่นขอตาแหน่งทางวิชาการตามแนวปฏิบัติที่
ถูกต้องของมหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิตมากยิ่งขึ้น
ประเด็นความรู้ : เกิดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับแนวทางการผลิตผลงานวิชาการและงานสร้างสรรค์ทางนิเทศ
ศาสตร์ประเภทต่างๆ เพื่อขอตาแหน่งทางวิชาการ รวมถึงเข้าใจถึงขั้นตอนการจัดทา การรวบรวมเอกสารเพื่อ
ยื่นขอตาแหน่งทางวิชาการตามแนวทางของมหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต
แนวปฏิบัติที่ดีจากการแบ่งปันและแลกเปลี่ยนเรียนรู้:
จากการประชุมแบ่งปันและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ จานวน 3 ครั้ง สรุปได้ว่า อาจารย์ที่เข้าร่วมประชุมทั้งที่
เป็นผู้แบ่งปันความรู้และผู้ร่วมแบ่งปันและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ มีข้อมูล/ความรู้ที่เป็นแนวปฏิบัติที่ดี ง่ายต่อการ
เข้าใจและนาไปใช้ได้จริง สรุปได้ดังนี้
แนวทาง วิธีการทาผลงานวิชาการ/งานสร้างสรรค์ทางนิเทศศาสตร์เพื่อใช้ขอตาแหน่งทางวิชาการ
1. การทางานวิจัย ควรริเริ่มประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสาขาวิชาที่สังกัด หรือรายวิชาที่สอน รวมทั้งเป็น
ประเด็นงานวิจัยจากความสนใจของตนเอง และต้องให้ความสาคัญเป็นอย่างยิ่งกับบทนา (ที่มา
และความสาคัญของปัญหา) เพราะจะทาให้เห็นถึงความจาเป็นที่ต้องทาการวิจัยเรื่องนั้น รวมทั้ง
2
โดย คณะกรรมการจัดการความรู้ คณะนิเทศศาสตร์ ปีการศึกษา 2558
ต้องให้ความสาคัญกับระเบียบวิธีวิจัย ซึ่งจะต้องถูกต้องตามหลักการวิจัย เพราะเป็นประเด็นหลัก
ในการพิจารณาว่าผลงานวิจัยนั้นจะผ่านหรือไม่ผ่าน
2. เนื่องจากนิเทศศาสตร์มีลักษณะของความเป็นสหสาขาวิชา ดังนั้นหากทางานวิจัยในสาขาที่ตนเอง
เชี่ยวชาญ สนใจหรือติดตามประเด็นนี้มาตลอดจะทาให้การทาวิจัยง่ายขึ้นเพราะผู้วิจัยมีความรู้
ด้านนั้นๆ เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว
3. กรณีงานวิชาการที่เป็นเอกสารประกอบการสอน ควรมีเนื้อหาที่ทันสมัยสามารถพัฒนาขึ้นจาก
เอกสารที่สาเนาแจกนักศึกษา และมีตัวอย่างทั้งกรณีศึกษา หรือภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นามารวม
เย็บเล่มเป็นเอกสารที่ผู้สอนเป็นผู้เรียบเรียงอย่างมีระบบ การลาดับเนื้อหา การอ้างอิงตามหลัก
วิชาการ และเอกสารจะต้องผ่านการใช้สอนแล้วอย่างน้อย 1 ครั้ง
4. กรณีการใช้งานสร้างสรรค์ทางนิเทศศาสตร์เพื่อขอตาแหน่งวิชาการ กรณีเป็นภาพถ่ายและ
ภาพยนตร์ และมีข้อมูลประกอบ ผู้ขอควรผลิตงานที่มีคุณสมบัติของงานสร้างสรรค์ในฐานะผลงาน
ทางวิชาการ ให้มีลักษณะ ดังนี้
1) ต้องครอบคลุมผลงานด้านศิลปะ ต้องประกอบด้วยกระบวนการทางวิชาการ บทวิเคราะห์ที่
สามารถอธิบายหรือเสริมสร้างองค์ความรู้หรือวิธีการที่จะเป็นประโยชน์ในสาขาวิชา
ความก้าวหน้าทางวิชาการ และความสามารถในการบุกเบิกในสาขาวิชานั้นๆ
2) มีการเผยแพร่โดยการจัดฉาย(ภาพยนตร์)หรือจัดนิทรรศการ(ภาพถ่าย) โดยชิ้นงานดังกล่าวต้อง
ผ่านการกลั่นกรองจากผู้ทรงคุณวุฒิ
5. กรณีเป็นงานสร้างสรรค์คุณลักษณะของชิ้นงานสร้างสรรค์ที่สามารถนามาเผยแพร่ได้ มีดังนี้ (1)
ต้องเกิดจาก กระบวนการสร้างสรรค์อย่างเป็นระบบ (2)มีศักยภาพในการสร้างองค์ความรู้ใหม่
อาจเป็นด้าน เทคนิค แนวคิด หรือ
การประกอบสร้างความหมาย (3)ในกรณีที่ชิ้นงานมี Style เฉพาะตัวจะเป็นการดีมาก (ไม่มีก็ได้)
6. กรณีเป็นงานสร้างสรรค์ ส่วนประกอบของงานเขียน เพื่อแสดงให้เห็นกระบวนการสร้างสรรค์อย่าง
เป็นระบบ ได้แก่ (1) ที่มาของแนวคิดหรือแรงบันดาลใจ อาจเกิดจากปัจจัย ดังต่อไปนี้ พฤติกรรม
ของผู้คน สิ่งแวดล้อมที่มีผลต่อการสร้างสรรค์ สังคม การเมือง วัฒนธรรม สุนทรียภาพ
อุดมการณ์ ความเชื่อ (2) แรงบันดาลใจประกอบด้วยองค์ประกอบความพร้อมดังนี้ เช่น จากความ
ฝันสู่ความเชื่อที่มีแนวโน้มความเป็นไปได้ จากปรากฏการณ์และความงดงามทางธรรมชาติ จาก
แรงบันดาลใจที่ได้จากสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นในอดีต จากอารมณ์ความรู้สึกส่วนตัว จากข้อมูลและ
งานวิจัย จากพฤติกรรมมนุษย์ จากความบกพร่องในอดีต จากการทดลอง จากจินตนาการ
จากความเชื่อหรืออุดมการณ์อันแรงกล้า (3) แนวคิดหรือทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง (ทบทวนวรรณกรรม/
งานสร้างสรรค์ที่มีมาก่อน) (4) กระบวนการสร้างสรรค์ และ (5) องค์ความรู้ที่ได้รับจาก
กระบวนการสร้างสรรค์
7. กรณีทาหนังสือ หนังสือแบ่งออกเป็น การเรียบเรียงและการแต่งหนังสือ รูปแบบการเขียนจะมี
การเป็นอิสระของผู้เขียนที่จะนาเสนอในเรื่องที่ทาหนังสือนั้นไม่ได้มุ่งเน้นเฉพาะในรายวิชาที่ใช้ใน
การเรียนการสอน แต่สามารถนาไปอ่านประกอบในบางส่วนได้ ซึ่งแตกต่างจากตาราที่มุ่งเน้นใช้ใน
การเรียนการสอนในรายวิชาที่แต่งตารา จะต้องนาเสนอข้อมูลที่มีความถูกต้อง ความทันสมัย
การเขียนหนังสือจะต้องมีความถูกต้องและครอบคลุมของเนื้อหาในแต่ละบท โดยจะต้องมีการ
3
โดย คณะกรรมการจัดการความรู้ คณะนิเทศศาสตร์ ปีการศึกษา 2558
อ้างอิงที่ถูกต้องถึงแหล่งที่มาของเนื้อหาตามการอ้างอิงบรรณานุกรม APA ซึ่งเป็นไปตามหลัก
จรรยาบรรณทางวิชาการ เช่น ลิขสิทธิ์ภาพถ่ายแบบจาลอง โมเดล เว็บไซต์ เนื้อหาจากหนังสือ
ตารา บทความและสื่ออื่นๆ เป็นต้นและความถูกต้องในด้านอื่นๆ เช่น ข้อมูล ชื่อบุคคล
ตัวสะกด ชื่อสถานที่ ชื่อผู้แต่งที่อ้างอิง เป็นต้นการเผยแพร่หนังสือจะต้องมีความกว้างขวางและ
หลากหลายเพื่อเข้าถึงผู้อ่านนอกจากการเรียนการสอน จานวนในการผลิตเป็นเพียงส่วนหนึ่ง
เท่านั้น แต่อาจเผยแพร่ทางช่องทางอื่นเพิ่ม เช่น E-Book หนังสือออนไลน์ การฝากขายหนังสือ
การใช้หนังสือเพื่อการสอน การอบรม การมอบให้ห้องสมุดสถาบันการศึกษาต่าง ๆ เป็นต้น ซึ่ง
ต้องมีหลักฐานการเผยแพร่ หนังสือจะต้องเผยแพร่ไม่ต่ากว่า 4 เดือน จึงจะนามาใช้ในการขอ
ตาแหน่งทางวิชาการได้
8. กรณีเป็นเอกสารประกอบการสอน ควรมีการรวบรวมเค้าโครงเนื้อหารายวิชาที่จะทาเอกสาร
ประกอบการสอนไว้เป็นบทที่ครอบคลุมคาอธิบายรายวิชาในแผนการสอนและมคอ.03 ในรายวิชา
นั้น เรียบเรียงเนื้อหาในแต่ละบทให้มีความสอดคล้องต่อเนื่อง โดยเป็นไปตามมคอ.03 ในแต่ละ
บทควรมีวัตถุประสงค์ของบท สื่อที่ใช้ในการสอนและคาถามท้ายบท แบบฝึกหัดท้ายบทตามความ
เหมาะสม มีการอ้างอิงเนื้อหาและบรรณานุกรมที่ถูกต้อง ปรับปรุงเนื้อหาให้มีความทันสมัย หาก
ยังไม่เคยทาเอกสารประกอบการสอน ควรมีการวางแผนเลือกในรายวิชาที่ผู้สอนเป็นเจ้าของ
รายวิชาและรายวิชาเปิดทุกปีการศึกษา ไม่ปิดทาการสอน การทาเอกสารประกอบการสอนควร
ให้แล้วเสร็จก่อนเปิดสอนรายวิชานั้น 2-3 เดือน เนื่องจากจะต้องผ่านคณะกรรมการวิชาการเพื่อ
พิจารณาปรับแก้ไขและขอผลิตเอกสารประกอบการสอนจากมหาวิทยาลัย ซึ่งจะต้องใช้เวลาในแต่
ละขั้นตอน เพื่อให้ทันการเรียนการสอนในภาคการศึกษาที่จะใช้
ขั้นตอนการจัดทา การรวบรวมเอกสาร และส่งเอกสารเพื่อยื่นขอตาแหน่งทางวิชาการตามแนว
ปฏิบัติที่ถูกต้องของ สกอ. และมหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต
1. ผู้ขอทาบันทึกถึงคณบดีเพื่อขอรับการประเมินผลการสอน ส่งแบบคาขอกาหนดตาแหน่งฯ
เอกสารประกอบการสอน
2. คณบดีจะแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบคุณสมบัติเฉพาะตาแหน่ง เพื่อพิจารณาความถูกต้อง
แบบคาขอฯ เอกสารประกอบการสอน
3. มหาวิทยาลัยแต่งตั้งคณะกรรมการประเมินผลการสอน ซึ่งผู้ขอต้องยื่นเอกสารประกอบการ
สอนให้พิจารณาการประเมินผลการสอนและเอกสารประกอบการสอน
หรือ
1. เตรียมเอกสารประกอบการสอน งานวิจัย และผลงานทางวิชาการอื่นๆ ให้สมบูรณ์
2. กรอกแบบคาขอพิจารณากาหนดตาแหน่งทางวิชาการ
3. ทาหนังสือบันทึกภายในแจ้ง คณบดี ว่าตนเองจะขอพิจารณากาหนดตาแหน่งทางวิชาการ
4. คณบดีแต่งตั้งกรรมการตรวจสอบคุณสมบัติ
4
โดย คณะกรรมการจัดการความรู้ คณะนิเทศศาสตร์ ปีการศึกษา 2558
5. ประเมินการสอนและพิจารณาเอกสารประกอบการสอน
6. เสนอผลการประเมินการสอนและส่งผลงานวิชาการไปยัง ฝ่ายวิชาการ มหาวิทยาลัยเพื่อ
ดาเนินการต่อไป
7. รอผลการพิจารณาแต่งตั้ง
--------------------------------------------------------

สรุปผลการจัดการความรู้ ด้านการวิจัยและงานสร้างสรรค์ ประเด็นความรู้ : การผลิตผลงานวิชาการ/งานสร้างสรรค์ทางนิเทศศาสตร์เพื่อขอตำแหน่งทางวิชาการ คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต ปีการศึกษา 2558

  • 1.
    1 โดย คณะกรรมการจัดการความรู้ คณะนิเทศศาสตร์ปีการศึกษา 2558 สรุปผลการจัดการความรู้ ด้านการวิจัยและงานสร้างสรรค์ ประเด็นความรู้ : การผลิตผลงานวิชาการ/งานสร้างสรรค์ทางนิเทศศาสตร์เพื่อขอตาแหน่งทางวิชาการ คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต ปีการศึกษา 2558 ประเด็นยุทธ์ศาสตร์ : การพัฒนาระบบการจัดการความรู้ เพื่อมุ่งสู่การเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ของมหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต (ตัวบ่งชี้ที่ 5.1/เกณฑ์มาตรฐานข้อ 5) องค์ความรู้ที่จาเป็น: 1. อาจารย์มีความรู้เกี่ยวกับแนวทางการผลิตผลงานวิชาการและงานสร้างสรรค์ทางนิเทศศาสตร์ประเภท ต่างๆ มากขึ้น 2. อาจารย์เข้าใจวิธีการผลิตงานวิชาการ งานวิจัยและงานสร้างสรรค์ เพื่อใช้ขอตาแหน่งทางวิชาการ 3. อาจารย์เข้าใจขั้นตอนการจัดทา การรวบรวมเอกสารเพื่อยื่นขอตาแหน่งทางวิชาการตามแนวปฏิบัติที่ ถูกต้องของมหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิตมากยิ่งขึ้น ประเด็นความรู้ : เกิดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับแนวทางการผลิตผลงานวิชาการและงานสร้างสรรค์ทางนิเทศ ศาสตร์ประเภทต่างๆ เพื่อขอตาแหน่งทางวิชาการ รวมถึงเข้าใจถึงขั้นตอนการจัดทา การรวบรวมเอกสารเพื่อ ยื่นขอตาแหน่งทางวิชาการตามแนวทางของมหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต แนวปฏิบัติที่ดีจากการแบ่งปันและแลกเปลี่ยนเรียนรู้: จากการประชุมแบ่งปันและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ จานวน 3 ครั้ง สรุปได้ว่า อาจารย์ที่เข้าร่วมประชุมทั้งที่ เป็นผู้แบ่งปันความรู้และผู้ร่วมแบ่งปันและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ มีข้อมูล/ความรู้ที่เป็นแนวปฏิบัติที่ดี ง่ายต่อการ เข้าใจและนาไปใช้ได้จริง สรุปได้ดังนี้ แนวทาง วิธีการทาผลงานวิชาการ/งานสร้างสรรค์ทางนิเทศศาสตร์เพื่อใช้ขอตาแหน่งทางวิชาการ 1. การทางานวิจัย ควรริเริ่มประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสาขาวิชาที่สังกัด หรือรายวิชาที่สอน รวมทั้งเป็น ประเด็นงานวิจัยจากความสนใจของตนเอง และต้องให้ความสาคัญเป็นอย่างยิ่งกับบทนา (ที่มา และความสาคัญของปัญหา) เพราะจะทาให้เห็นถึงความจาเป็นที่ต้องทาการวิจัยเรื่องนั้น รวมทั้ง
  • 2.
    2 โดย คณะกรรมการจัดการความรู้ คณะนิเทศศาสตร์ปีการศึกษา 2558 ต้องให้ความสาคัญกับระเบียบวิธีวิจัย ซึ่งจะต้องถูกต้องตามหลักการวิจัย เพราะเป็นประเด็นหลัก ในการพิจารณาว่าผลงานวิจัยนั้นจะผ่านหรือไม่ผ่าน 2. เนื่องจากนิเทศศาสตร์มีลักษณะของความเป็นสหสาขาวิชา ดังนั้นหากทางานวิจัยในสาขาที่ตนเอง เชี่ยวชาญ สนใจหรือติดตามประเด็นนี้มาตลอดจะทาให้การทาวิจัยง่ายขึ้นเพราะผู้วิจัยมีความรู้ ด้านนั้นๆ เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว 3. กรณีงานวิชาการที่เป็นเอกสารประกอบการสอน ควรมีเนื้อหาที่ทันสมัยสามารถพัฒนาขึ้นจาก เอกสารที่สาเนาแจกนักศึกษา และมีตัวอย่างทั้งกรณีศึกษา หรือภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นามารวม เย็บเล่มเป็นเอกสารที่ผู้สอนเป็นผู้เรียบเรียงอย่างมีระบบ การลาดับเนื้อหา การอ้างอิงตามหลัก วิชาการ และเอกสารจะต้องผ่านการใช้สอนแล้วอย่างน้อย 1 ครั้ง 4. กรณีการใช้งานสร้างสรรค์ทางนิเทศศาสตร์เพื่อขอตาแหน่งวิชาการ กรณีเป็นภาพถ่ายและ ภาพยนตร์ และมีข้อมูลประกอบ ผู้ขอควรผลิตงานที่มีคุณสมบัติของงานสร้างสรรค์ในฐานะผลงาน ทางวิชาการ ให้มีลักษณะ ดังนี้ 1) ต้องครอบคลุมผลงานด้านศิลปะ ต้องประกอบด้วยกระบวนการทางวิชาการ บทวิเคราะห์ที่ สามารถอธิบายหรือเสริมสร้างองค์ความรู้หรือวิธีการที่จะเป็นประโยชน์ในสาขาวิชา ความก้าวหน้าทางวิชาการ และความสามารถในการบุกเบิกในสาขาวิชานั้นๆ 2) มีการเผยแพร่โดยการจัดฉาย(ภาพยนตร์)หรือจัดนิทรรศการ(ภาพถ่าย) โดยชิ้นงานดังกล่าวต้อง ผ่านการกลั่นกรองจากผู้ทรงคุณวุฒิ 5. กรณีเป็นงานสร้างสรรค์คุณลักษณะของชิ้นงานสร้างสรรค์ที่สามารถนามาเผยแพร่ได้ มีดังนี้ (1) ต้องเกิดจาก กระบวนการสร้างสรรค์อย่างเป็นระบบ (2)มีศักยภาพในการสร้างองค์ความรู้ใหม่ อาจเป็นด้าน เทคนิค แนวคิด หรือ การประกอบสร้างความหมาย (3)ในกรณีที่ชิ้นงานมี Style เฉพาะตัวจะเป็นการดีมาก (ไม่มีก็ได้) 6. กรณีเป็นงานสร้างสรรค์ ส่วนประกอบของงานเขียน เพื่อแสดงให้เห็นกระบวนการสร้างสรรค์อย่าง เป็นระบบ ได้แก่ (1) ที่มาของแนวคิดหรือแรงบันดาลใจ อาจเกิดจากปัจจัย ดังต่อไปนี้ พฤติกรรม ของผู้คน สิ่งแวดล้อมที่มีผลต่อการสร้างสรรค์ สังคม การเมือง วัฒนธรรม สุนทรียภาพ อุดมการณ์ ความเชื่อ (2) แรงบันดาลใจประกอบด้วยองค์ประกอบความพร้อมดังนี้ เช่น จากความ ฝันสู่ความเชื่อที่มีแนวโน้มความเป็นไปได้ จากปรากฏการณ์และความงดงามทางธรรมชาติ จาก แรงบันดาลใจที่ได้จากสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นในอดีต จากอารมณ์ความรู้สึกส่วนตัว จากข้อมูลและ งานวิจัย จากพฤติกรรมมนุษย์ จากความบกพร่องในอดีต จากการทดลอง จากจินตนาการ จากความเชื่อหรืออุดมการณ์อันแรงกล้า (3) แนวคิดหรือทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง (ทบทวนวรรณกรรม/ งานสร้างสรรค์ที่มีมาก่อน) (4) กระบวนการสร้างสรรค์ และ (5) องค์ความรู้ที่ได้รับจาก กระบวนการสร้างสรรค์ 7. กรณีทาหนังสือ หนังสือแบ่งออกเป็น การเรียบเรียงและการแต่งหนังสือ รูปแบบการเขียนจะมี การเป็นอิสระของผู้เขียนที่จะนาเสนอในเรื่องที่ทาหนังสือนั้นไม่ได้มุ่งเน้นเฉพาะในรายวิชาที่ใช้ใน การเรียนการสอน แต่สามารถนาไปอ่านประกอบในบางส่วนได้ ซึ่งแตกต่างจากตาราที่มุ่งเน้นใช้ใน การเรียนการสอนในรายวิชาที่แต่งตารา จะต้องนาเสนอข้อมูลที่มีความถูกต้อง ความทันสมัย การเขียนหนังสือจะต้องมีความถูกต้องและครอบคลุมของเนื้อหาในแต่ละบท โดยจะต้องมีการ
  • 3.
    3 โดย คณะกรรมการจัดการความรู้ คณะนิเทศศาสตร์ปีการศึกษา 2558 อ้างอิงที่ถูกต้องถึงแหล่งที่มาของเนื้อหาตามการอ้างอิงบรรณานุกรม APA ซึ่งเป็นไปตามหลัก จรรยาบรรณทางวิชาการ เช่น ลิขสิทธิ์ภาพถ่ายแบบจาลอง โมเดล เว็บไซต์ เนื้อหาจากหนังสือ ตารา บทความและสื่ออื่นๆ เป็นต้นและความถูกต้องในด้านอื่นๆ เช่น ข้อมูล ชื่อบุคคล ตัวสะกด ชื่อสถานที่ ชื่อผู้แต่งที่อ้างอิง เป็นต้นการเผยแพร่หนังสือจะต้องมีความกว้างขวางและ หลากหลายเพื่อเข้าถึงผู้อ่านนอกจากการเรียนการสอน จานวนในการผลิตเป็นเพียงส่วนหนึ่ง เท่านั้น แต่อาจเผยแพร่ทางช่องทางอื่นเพิ่ม เช่น E-Book หนังสือออนไลน์ การฝากขายหนังสือ การใช้หนังสือเพื่อการสอน การอบรม การมอบให้ห้องสมุดสถาบันการศึกษาต่าง ๆ เป็นต้น ซึ่ง ต้องมีหลักฐานการเผยแพร่ หนังสือจะต้องเผยแพร่ไม่ต่ากว่า 4 เดือน จึงจะนามาใช้ในการขอ ตาแหน่งทางวิชาการได้ 8. กรณีเป็นเอกสารประกอบการสอน ควรมีการรวบรวมเค้าโครงเนื้อหารายวิชาที่จะทาเอกสาร ประกอบการสอนไว้เป็นบทที่ครอบคลุมคาอธิบายรายวิชาในแผนการสอนและมคอ.03 ในรายวิชา นั้น เรียบเรียงเนื้อหาในแต่ละบทให้มีความสอดคล้องต่อเนื่อง โดยเป็นไปตามมคอ.03 ในแต่ละ บทควรมีวัตถุประสงค์ของบท สื่อที่ใช้ในการสอนและคาถามท้ายบท แบบฝึกหัดท้ายบทตามความ เหมาะสม มีการอ้างอิงเนื้อหาและบรรณานุกรมที่ถูกต้อง ปรับปรุงเนื้อหาให้มีความทันสมัย หาก ยังไม่เคยทาเอกสารประกอบการสอน ควรมีการวางแผนเลือกในรายวิชาที่ผู้สอนเป็นเจ้าของ รายวิชาและรายวิชาเปิดทุกปีการศึกษา ไม่ปิดทาการสอน การทาเอกสารประกอบการสอนควร ให้แล้วเสร็จก่อนเปิดสอนรายวิชานั้น 2-3 เดือน เนื่องจากจะต้องผ่านคณะกรรมการวิชาการเพื่อ พิจารณาปรับแก้ไขและขอผลิตเอกสารประกอบการสอนจากมหาวิทยาลัย ซึ่งจะต้องใช้เวลาในแต่ ละขั้นตอน เพื่อให้ทันการเรียนการสอนในภาคการศึกษาที่จะใช้ ขั้นตอนการจัดทา การรวบรวมเอกสาร และส่งเอกสารเพื่อยื่นขอตาแหน่งทางวิชาการตามแนว ปฏิบัติที่ถูกต้องของ สกอ. และมหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต 1. ผู้ขอทาบันทึกถึงคณบดีเพื่อขอรับการประเมินผลการสอน ส่งแบบคาขอกาหนดตาแหน่งฯ เอกสารประกอบการสอน 2. คณบดีจะแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบคุณสมบัติเฉพาะตาแหน่ง เพื่อพิจารณาความถูกต้อง แบบคาขอฯ เอกสารประกอบการสอน 3. มหาวิทยาลัยแต่งตั้งคณะกรรมการประเมินผลการสอน ซึ่งผู้ขอต้องยื่นเอกสารประกอบการ สอนให้พิจารณาการประเมินผลการสอนและเอกสารประกอบการสอน หรือ 1. เตรียมเอกสารประกอบการสอน งานวิจัย และผลงานทางวิชาการอื่นๆ ให้สมบูรณ์ 2. กรอกแบบคาขอพิจารณากาหนดตาแหน่งทางวิชาการ 3. ทาหนังสือบันทึกภายในแจ้ง คณบดี ว่าตนเองจะขอพิจารณากาหนดตาแหน่งทางวิชาการ 4. คณบดีแต่งตั้งกรรมการตรวจสอบคุณสมบัติ
  • 4.
    4 โดย คณะกรรมการจัดการความรู้ คณะนิเทศศาสตร์ปีการศึกษา 2558 5. ประเมินการสอนและพิจารณาเอกสารประกอบการสอน 6. เสนอผลการประเมินการสอนและส่งผลงานวิชาการไปยัง ฝ่ายวิชาการ มหาวิทยาลัยเพื่อ ดาเนินการต่อไป 7. รอผลการพิจารณาแต่งตั้ง --------------------------------------------------------