อุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศ คือ เครื่องมือ เครื่องใช้ วัสดุ และอุปกรณ์ต่าง ๆ
ที่ช่วยแก้ปัญหาและส่งเสริมการทางานด้านข้อมูล เช่น กล้องดิจิทัล ทาหน้าที่บันทึกข้อมูล
รูปภาพลงในสื่อบันทึกข้อมูล สแกนเนอร์ทาหน้าที่รับข้อมูลในรูปแบบต่าง ๆ ให้เปลี่ยนเป็นข้อมูล
รูปภาพ และแผ่นซีดี ทาหน้าที่บันทึกข้อมูลในรูปแบบดิจิทัล เพื่อให้สามารถนาข้อมูลนั้นกลับมา
ใช้ใหม่ได้ในอนาคต
คอมพิวเตอร์ (computer)
คอมพิวเตอร์เป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถทางานได้หลายอย่าง โดยมนุษย์จะเป็น
ผู้เขียนซอฟต์แวร์หรือโปรแกรมซึ่งเป็นชุดคาสั่งใส่เข้าไปในคอมพิวเตอร์ แล้วให้คอมพิวเตอร์
ทางานตามคาสั่งนั้นโดยอัตโนมัติ
คอมพิวเตอร์ที่นิยมใช้ในปัจจุบันมี 3 รูปแบบ ดังนี้
1. คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล (personal computer)
คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล หรือที่เรียกว่า เครื่องพีซี หรือไมโครคอมพิวเตอร์ เป็นคอมพิวเตอร์
ที่นิยมใช้งานตามบ้าน โรงเรียน หรือสานักงานทั่วไป
ข้อมูลสารสนเทศ
2. คอมพิวเตอร์ขนาดสมุดบันทึก หรือโน้ตบุ๊ก (notebook Computer)
เป็นคอมพิวเตอร์ที่มีความสามารถเหมือนคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล แต่มีขนาดเล็กกว่า
และน้าหนักเบา สามารถพกพาไปใช้งานในสถานที่ต่าง ๆ ได้สะดวก ทางานโดยใช้พลังงาน
จากแบตเตอรี่
3. คอมพิวเตอร์แบบพกพา หรือคอมพิวเตอร์มือถือ
คอมพิวเตอร์แบบพกพา หรือคอมพิวเตอร์มือถือ หรือที่เรียกว่า เครื่องช่วยงานส่วนบุคคล
แบบดิจิทัล (PDA) เป็นคอมพิวเตอร์ที่ทางานด้วยแบตเตอรี่ และเล็กพอที่จะพกพาไปได้ทุกที่
แม้ว่าประสิทธิภาพของคอมพิวเตอร์มือถือจะไม่เท่ากับคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล หรือโน้ตบุ๊ก
เครื่องตรวจ หรือสแกนเนอร์ (scanner)
สแกนเนอร์ เป็นอุปกรณ์ที่นาเข้าข้อมูลที่เป็นรูปภาพ หรือข้อความที่อยู่บนสิ่งพิมพ์
โดยใช้หลักการสะท้อนแสง ข้อมูลที่รับเข้ามาจะถูกแปลงให้อยู่ในรูปแบบข้อมูลดิจิทัล
สแกนเนอร์แบ่งเป็น 3 ประเภทหลัก ๆ คือ
1. สแกนเนอร์มือถือ (Hand – Held Scanner)
มีขนาดเล็ก ราคาไม่แพงนัก เก็บภาพขนาดเล็ก ๆ ซึ่งไม่ต้องการความละเอียดมากนัก
เช่น โลโก้ ลายเซ็น เป็นต้น
2. สแกนเนอร์ดึงกระดาษ (Sheet – Fed Scanner)
เป็นสแกนเนอร์ที่ใหญ่กว่าสแกนเนอร์มือถือ ใช้หลักการดึงกระดาษขึ้นมาสแกนทีละแผ่น แต่
มีข้อจากัดคือถ้าต้องการสแกนภาพจากหนังสือที่เป็นรูปเล่ม ต้องฉีกกระดาษออกมาทีละแผ่น
ทาให้ไม่สะดวกในการสแกน คุณภาพที่ได้จากสแกนเนอร์ประเภทนี้ อยู่ในระดับ ปานกลาง
3. สแกนเนอร์แท่นเรียบ (Flatbed Scanner)
เป็นสแกนเนอร์ที่มีกระจกใสไว้สาหรับวางภาพที่จะสแกน เหมือนเครื่องถ่ายเอกสาร
คุณภาพของงานสแกนประเภทนี้จะดีกว่าสแกนเนอร์แบบมือถือ หรือสแกนเนอร์แบบ
ดึงกระดาษ แต่ราคาสูงกว่าเช่นกัน ปัจจุบันสแกนเนอร์รุ่นใหม่ ๆ มีขีดความสามารถ
ในการ ใช้งานมากขึ้นทั้งในเรื่องของความเร็ว และความละเอียดของภาพที่ได้จากการสแกน
กล้องดิจิทัล (digital camera)
เป็นอุปกรณ์นาเข้าข้อมูลประเภทรูปภาพ การใช้งานเหมือนกล้องถ่ายรูปทั่วไป แต่ไม่ต้อง
ใช้ฟิล์มในการบันทึกภาพ และผู้ใช้สามารถดูผลการถ่ายภาพที่จอภาพได้ทันที สามารถลบรูป
ที่ถ่ายไปแล้วและถ่ายใหม่ได้อีก และสามารถปรับแต่งภาพถ่ายง่ายๆ ได้ เช่น ถ่ายภาพในเวลา
กลางคืน ปรับสี ย่อขยายภาพ เป็นต้น เมื่อต้องการย้ายข้อมูลรูปภาพจากกล้องดิจิทัลไปเก็บไว้
ในเครื่องคอมพิวเตอร์ต้องใช้สายเชื่อมต่อระหว่างกล้องกับช่องยูเอสบีที่เครื่องซีพียู หรือถอด
เมมโมรีการ์ดออกมาใส่เครื่องอ่าน แล้วเชื่อมต่อเข้ากับซีพียูด้วยสายยูเอสบีเป็นสื่อกลางในการ
เคลื่อนย้าย
ประเภทของกล้องดิจิทัล
กล้องดิจิทัล แบ่งตามหลักการใช้งาน ได้เป็น 3 ประเภท คือ
1. กล้องคอมแพค (Compact Digital Camera)
เป็นกล้องถ่ายภาพดิจิทัลเอนกประสงค์ มีโหมดการใช้งานให้เลือกเป็นแบบอัตโนมัติ
ตัวกล้องมีขนาดเล็ก กะทัดรัด พกพาสะดวก น้าหนักเบา แต่เปลี่ยนเลนส์ไม่ได้ มีระบบ
เกี่ยวกับการถ่ายภาพให้เลือกใช้อัตโนมัติหลายรูปแบบ เช่น การเลือกโหมดถ่ายภาพ
บุคคล ภาพวิว ภาพถ่ายขณะเคลื่อนไหว ได้แก่ ถ่ายภาพกีฬา พลุไฟ นอกจากนี้ยังมี
คุณสมบัติสามารถถ่ายภาพเคลื่อนไหวแบบวิดีโอ กล้องคอมแพคจึงเหมาะสาหรับมือ
สมัครเล่น และผู้ใช้งานทั่ว ๆ ไป ที่ต้องการความสะดวกสบาย ใช้งานง่าย
2. กล้อง Dslr Like
เป็นกล้องที่ออกแบบมาสาหรับผู้ใช้มือสมัครเล่น และระดับกลาง กล้องชนิดนี้ยังคง
เปลี่ยนเลนส์ไม่ได้ แต่ต่างจากกล้องคอมแพคธรรมดาตรงที่รูปลักษณ์ ขนาดจะใหญ่กว่า
น้าหนักมากกว่า มีรูปทรงเหมือนกับกล้องถ่ายรูปแบบ D - SLR ส่วนโหมดการทางาน
จะเป็นแบบผสม ทั้งผู้ใช้สามารถตั้งค่าเอง และโหมดสาเร็จรูปเหมือนกล้องคอมแพค
3. กล้อง D – SLR (Digital Single Lens Reflex Camera)
เป็นกล้องที่เหมาะสาหรับมืออาชีพและมีราคาแพง ตัวเลนส์สามารถถอดเปลี่ยนได้
ใช้การมองผ่านเลนส์จริง คือในขณะที่เล็งภาพโดยใช้ช่องมองภาพนั้น สายตาของเรา
จะมองผ่านเลนส์ออกไปโดยตรง ทั้งนี้โดยการหักเหของแสงแบบเดียวกับที่ใช้ใน
กล้องถ่ายภาพแบบ SLR ที่ใช้ฟิล์มนั่นเอง ระบบการทางานจะยืดหยุ่น ผู้ใช้สามารถ
ปรับเพิ่มเติมได้
อุปกรณ์บันทึกข้อมูลแบบต่าง ๆ
ฮาร์ดดิสก์ (Hard Disk)
เป็นอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลที่นิยมใช้มากที่สุด เนื่องจากมีความจุข้อมูลสูงและราคาไม่แพง
ถือเป็นอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลหลักที่จาเป็นต้องมีในเครื่องคอมพิวเตอร์ มีลักษณะเป็นแผ่นโลหะ
กลมเคลือบด้วยแถบแม่เหล็กหลายแผ่นซ้อนกัน ติดตั้งอยู่ในเคสร่วมกับ ผงวงจรหลัก
หน่วยความจา และหน่วยประมวลผลกลาง (CPU) เพื่อบันทึกข้อมูลและโปรแกรม มีความจุ
ข้อมูลมากกว่าอุปกรณ์บันทึกข้อมูลรูปแบบอื่นๆ และสามารถเรียกค้นข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว
แผ่นบันทึกข้อมูล (Floppy Disk)
ฟลอปปี้ดิสก์ หรือที่นิยมเรียกว่า แผ่นดิสก์ หรือ ดิสเกตต์ เป็นแผ่นแถบแม่เหล็กบรรจุ
อยู่ในตลับพลาสติก แผ่นบันทึกข้อมูลแต่ละแผ่นมีความจุข้อมูลประมาณ 1.44 เมกะไบต์
(megabyte) สามารถใช้บันทึกข้อมูลหรือแก้ไขข้อมูลได้สะดวกรวดเร็ว ทั้งแฟ้มข้อมูลที่เป็น
ตัวอักษร ตัวเลข แต่ไม่เหมาะที่จะนามาบันทึกข้อมูลเสียงหรือภาพ เพราะเป็นอุปกรณ์ที่บันทึก
ข้อมูลได้น้อย
แผ่นซีดี (Compact Disc : CD)
เป็นอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลที่มีลักษณะภายนอกเป็นวัตถุทรงกลม ทามาจากแผ่นพลาสติก
อะลูมิเนียมเคลือบด้วยสารสะท้อนแสง ใช้เก็บข้อมูลประเภทรูปภาพ ข้อความ ข่าวสาร เสียง
รวมทั้งภาพเคลื่อนไหวไว้ในแผ่น ซึ่งพร้อมนามาใช้ และดูได้ทันที ข้อมูลที่ถูกบันทึกลงใน
แผ่นซีดี สามารถเรียกใช้งานหรืออ่านได้เพียงอย่างเดียว (Read Only)
แผ่นดีวีดี (Digital Versatile Disc : DVD)
เป็นแผ่นพลาสติกกลมเคลือบด้วยสารสะท้อนแสงเช่นเดียวกับซีดีรอม เป็นอุปกรณ์
จัดเก็บข้อมูลที่นิยมนามาใช้บันทึกภาพยนตร์ซึ่งมีข้อมูลภาพ เสียง และเพลง เพราะมีความจุสูง
แผ่นดีวีดีมีทั้งแบบบันทึกข้อมูลแล้ว ไม่สามารถแก้ไขข้อมูลได้ เรียกว่า แผ่นดีวีดีอาร์ (DVD-R)
และแผ่นดีวีดีที่สามารถบันทึกข้อมูลได้หลายครั้ง เรียกว่า แผ่นดีวีดีอาร์ดับบลิว (DVD-RW)
หน่วยความจาแบบแฟลช (flash memory)
เป็นอุปกรณ์ที่สามารถบันทึกข้อมูลได้เหมือนฮาร์ดดิสก์ คือ สามารถเขียนและลบข้อมูลได้
ตามต้องการ และเก็บข้อมูลได้แม้ไม่ได้ต่อกับเครื่องคอมพิวเตอร์ มีน้าหนักเบา ขนาดเล็กพกพา
ได้สะดวก ความจุข้อมูลของหน่วยความจาแบบแฟลชมีให้เลือกหลายขนาด

2. อุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศ (ใบความรู้)

  • 1.
    อุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศ คือ เครื่องมือเครื่องใช้ วัสดุ และอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ช่วยแก้ปัญหาและส่งเสริมการทางานด้านข้อมูล เช่น กล้องดิจิทัล ทาหน้าที่บันทึกข้อมูล รูปภาพลงในสื่อบันทึกข้อมูล สแกนเนอร์ทาหน้าที่รับข้อมูลในรูปแบบต่าง ๆ ให้เปลี่ยนเป็นข้อมูล รูปภาพ และแผ่นซีดี ทาหน้าที่บันทึกข้อมูลในรูปแบบดิจิทัล เพื่อให้สามารถนาข้อมูลนั้นกลับมา ใช้ใหม่ได้ในอนาคต คอมพิวเตอร์ (computer) คอมพิวเตอร์เป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถทางานได้หลายอย่าง โดยมนุษย์จะเป็น ผู้เขียนซอฟต์แวร์หรือโปรแกรมซึ่งเป็นชุดคาสั่งใส่เข้าไปในคอมพิวเตอร์ แล้วให้คอมพิวเตอร์ ทางานตามคาสั่งนั้นโดยอัตโนมัติ คอมพิวเตอร์ที่นิยมใช้ในปัจจุบันมี 3 รูปแบบ ดังนี้ 1. คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล (personal computer) คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล หรือที่เรียกว่า เครื่องพีซี หรือไมโครคอมพิวเตอร์ เป็นคอมพิวเตอร์ ที่นิยมใช้งานตามบ้าน โรงเรียน หรือสานักงานทั่วไป ข้อมูลสารสนเทศ
  • 2.
    2. คอมพิวเตอร์ขนาดสมุดบันทึก หรือโน้ตบุ๊ก(notebook Computer) เป็นคอมพิวเตอร์ที่มีความสามารถเหมือนคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล แต่มีขนาดเล็กกว่า และน้าหนักเบา สามารถพกพาไปใช้งานในสถานที่ต่าง ๆ ได้สะดวก ทางานโดยใช้พลังงาน จากแบตเตอรี่ 3. คอมพิวเตอร์แบบพกพา หรือคอมพิวเตอร์มือถือ คอมพิวเตอร์แบบพกพา หรือคอมพิวเตอร์มือถือ หรือที่เรียกว่า เครื่องช่วยงานส่วนบุคคล แบบดิจิทัล (PDA) เป็นคอมพิวเตอร์ที่ทางานด้วยแบตเตอรี่ และเล็กพอที่จะพกพาไปได้ทุกที่ แม้ว่าประสิทธิภาพของคอมพิวเตอร์มือถือจะไม่เท่ากับคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล หรือโน้ตบุ๊ก
  • 3.
    เครื่องตรวจ หรือสแกนเนอร์ (scanner) สแกนเนอร์เป็นอุปกรณ์ที่นาเข้าข้อมูลที่เป็นรูปภาพ หรือข้อความที่อยู่บนสิ่งพิมพ์ โดยใช้หลักการสะท้อนแสง ข้อมูลที่รับเข้ามาจะถูกแปลงให้อยู่ในรูปแบบข้อมูลดิจิทัล สแกนเนอร์แบ่งเป็น 3 ประเภทหลัก ๆ คือ 1. สแกนเนอร์มือถือ (Hand – Held Scanner) มีขนาดเล็ก ราคาไม่แพงนัก เก็บภาพขนาดเล็ก ๆ ซึ่งไม่ต้องการความละเอียดมากนัก เช่น โลโก้ ลายเซ็น เป็นต้น 2. สแกนเนอร์ดึงกระดาษ (Sheet – Fed Scanner) เป็นสแกนเนอร์ที่ใหญ่กว่าสแกนเนอร์มือถือ ใช้หลักการดึงกระดาษขึ้นมาสแกนทีละแผ่น แต่ มีข้อจากัดคือถ้าต้องการสแกนภาพจากหนังสือที่เป็นรูปเล่ม ต้องฉีกกระดาษออกมาทีละแผ่น ทาให้ไม่สะดวกในการสแกน คุณภาพที่ได้จากสแกนเนอร์ประเภทนี้ อยู่ในระดับ ปานกลาง
  • 4.
    3. สแกนเนอร์แท่นเรียบ (FlatbedScanner) เป็นสแกนเนอร์ที่มีกระจกใสไว้สาหรับวางภาพที่จะสแกน เหมือนเครื่องถ่ายเอกสาร คุณภาพของงานสแกนประเภทนี้จะดีกว่าสแกนเนอร์แบบมือถือ หรือสแกนเนอร์แบบ ดึงกระดาษ แต่ราคาสูงกว่าเช่นกัน ปัจจุบันสแกนเนอร์รุ่นใหม่ ๆ มีขีดความสามารถ ในการ ใช้งานมากขึ้นทั้งในเรื่องของความเร็ว และความละเอียดของภาพที่ได้จากการสแกน กล้องดิจิทัล (digital camera) เป็นอุปกรณ์นาเข้าข้อมูลประเภทรูปภาพ การใช้งานเหมือนกล้องถ่ายรูปทั่วไป แต่ไม่ต้อง ใช้ฟิล์มในการบันทึกภาพ และผู้ใช้สามารถดูผลการถ่ายภาพที่จอภาพได้ทันที สามารถลบรูป ที่ถ่ายไปแล้วและถ่ายใหม่ได้อีก และสามารถปรับแต่งภาพถ่ายง่ายๆ ได้ เช่น ถ่ายภาพในเวลา กลางคืน ปรับสี ย่อขยายภาพ เป็นต้น เมื่อต้องการย้ายข้อมูลรูปภาพจากกล้องดิจิทัลไปเก็บไว้ ในเครื่องคอมพิวเตอร์ต้องใช้สายเชื่อมต่อระหว่างกล้องกับช่องยูเอสบีที่เครื่องซีพียู หรือถอด เมมโมรีการ์ดออกมาใส่เครื่องอ่าน แล้วเชื่อมต่อเข้ากับซีพียูด้วยสายยูเอสบีเป็นสื่อกลางในการ เคลื่อนย้าย
  • 5.
    ประเภทของกล้องดิจิทัล กล้องดิจิทัล แบ่งตามหลักการใช้งาน ได้เป็น3 ประเภท คือ 1. กล้องคอมแพค (Compact Digital Camera) เป็นกล้องถ่ายภาพดิจิทัลเอนกประสงค์ มีโหมดการใช้งานให้เลือกเป็นแบบอัตโนมัติ ตัวกล้องมีขนาดเล็ก กะทัดรัด พกพาสะดวก น้าหนักเบา แต่เปลี่ยนเลนส์ไม่ได้ มีระบบ เกี่ยวกับการถ่ายภาพให้เลือกใช้อัตโนมัติหลายรูปแบบ เช่น การเลือกโหมดถ่ายภาพ บุคคล ภาพวิว ภาพถ่ายขณะเคลื่อนไหว ได้แก่ ถ่ายภาพกีฬา พลุไฟ นอกจากนี้ยังมี คุณสมบัติสามารถถ่ายภาพเคลื่อนไหวแบบวิดีโอ กล้องคอมแพคจึงเหมาะสาหรับมือ สมัครเล่น และผู้ใช้งานทั่ว ๆ ไป ที่ต้องการความสะดวกสบาย ใช้งานง่าย 2. กล้อง Dslr Like เป็นกล้องที่ออกแบบมาสาหรับผู้ใช้มือสมัครเล่น และระดับกลาง กล้องชนิดนี้ยังคง เปลี่ยนเลนส์ไม่ได้ แต่ต่างจากกล้องคอมแพคธรรมดาตรงที่รูปลักษณ์ ขนาดจะใหญ่กว่า น้าหนักมากกว่า มีรูปทรงเหมือนกับกล้องถ่ายรูปแบบ D - SLR ส่วนโหมดการทางาน จะเป็นแบบผสม ทั้งผู้ใช้สามารถตั้งค่าเอง และโหมดสาเร็จรูปเหมือนกล้องคอมแพค
  • 6.
    3. กล้อง D– SLR (Digital Single Lens Reflex Camera) เป็นกล้องที่เหมาะสาหรับมืออาชีพและมีราคาแพง ตัวเลนส์สามารถถอดเปลี่ยนได้ ใช้การมองผ่านเลนส์จริง คือในขณะที่เล็งภาพโดยใช้ช่องมองภาพนั้น สายตาของเรา จะมองผ่านเลนส์ออกไปโดยตรง ทั้งนี้โดยการหักเหของแสงแบบเดียวกับที่ใช้ใน กล้องถ่ายภาพแบบ SLR ที่ใช้ฟิล์มนั่นเอง ระบบการทางานจะยืดหยุ่น ผู้ใช้สามารถ ปรับเพิ่มเติมได้
  • 7.
    อุปกรณ์บันทึกข้อมูลแบบต่าง ๆ ฮาร์ดดิสก์ (HardDisk) เป็นอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลที่นิยมใช้มากที่สุด เนื่องจากมีความจุข้อมูลสูงและราคาไม่แพง ถือเป็นอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลหลักที่จาเป็นต้องมีในเครื่องคอมพิวเตอร์ มีลักษณะเป็นแผ่นโลหะ กลมเคลือบด้วยแถบแม่เหล็กหลายแผ่นซ้อนกัน ติดตั้งอยู่ในเคสร่วมกับ ผงวงจรหลัก หน่วยความจา และหน่วยประมวลผลกลาง (CPU) เพื่อบันทึกข้อมูลและโปรแกรม มีความจุ ข้อมูลมากกว่าอุปกรณ์บันทึกข้อมูลรูปแบบอื่นๆ และสามารถเรียกค้นข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว แผ่นบันทึกข้อมูล (Floppy Disk) ฟลอปปี้ดิสก์ หรือที่นิยมเรียกว่า แผ่นดิสก์ หรือ ดิสเกตต์ เป็นแผ่นแถบแม่เหล็กบรรจุ อยู่ในตลับพลาสติก แผ่นบันทึกข้อมูลแต่ละแผ่นมีความจุข้อมูลประมาณ 1.44 เมกะไบต์ (megabyte) สามารถใช้บันทึกข้อมูลหรือแก้ไขข้อมูลได้สะดวกรวดเร็ว ทั้งแฟ้มข้อมูลที่เป็น ตัวอักษร ตัวเลข แต่ไม่เหมาะที่จะนามาบันทึกข้อมูลเสียงหรือภาพ เพราะเป็นอุปกรณ์ที่บันทึก ข้อมูลได้น้อย
  • 8.
    แผ่นซีดี (Compact Disc: CD) เป็นอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลที่มีลักษณะภายนอกเป็นวัตถุทรงกลม ทามาจากแผ่นพลาสติก อะลูมิเนียมเคลือบด้วยสารสะท้อนแสง ใช้เก็บข้อมูลประเภทรูปภาพ ข้อความ ข่าวสาร เสียง รวมทั้งภาพเคลื่อนไหวไว้ในแผ่น ซึ่งพร้อมนามาใช้ และดูได้ทันที ข้อมูลที่ถูกบันทึกลงใน แผ่นซีดี สามารถเรียกใช้งานหรืออ่านได้เพียงอย่างเดียว (Read Only) แผ่นดีวีดี (Digital Versatile Disc : DVD) เป็นแผ่นพลาสติกกลมเคลือบด้วยสารสะท้อนแสงเช่นเดียวกับซีดีรอม เป็นอุปกรณ์ จัดเก็บข้อมูลที่นิยมนามาใช้บันทึกภาพยนตร์ซึ่งมีข้อมูลภาพ เสียง และเพลง เพราะมีความจุสูง แผ่นดีวีดีมีทั้งแบบบันทึกข้อมูลแล้ว ไม่สามารถแก้ไขข้อมูลได้ เรียกว่า แผ่นดีวีดีอาร์ (DVD-R) และแผ่นดีวีดีที่สามารถบันทึกข้อมูลได้หลายครั้ง เรียกว่า แผ่นดีวีดีอาร์ดับบลิว (DVD-RW)
  • 9.
    หน่วยความจาแบบแฟลช (flash memory) เป็นอุปกรณ์ที่สามารถบันทึกข้อมูลได้เหมือนฮาร์ดดิสก์คือ สามารถเขียนและลบข้อมูลได้ ตามต้องการ และเก็บข้อมูลได้แม้ไม่ได้ต่อกับเครื่องคอมพิวเตอร์ มีน้าหนักเบา ขนาดเล็กพกพา ได้สะดวก ความจุข้อมูลของหน่วยความจาแบบแฟลชมีให้เลือกหลายขนาด