ใบงานที่ 2 เรื่อง ความหมายและความสาคัญของโครงงาน
                          ----------------------------------------------------------------------------
          ให้นกเรี ยนเปิ ดเครื่ องคอมพิวเตอร์ แล้วค้นหาความหมายและความสาคัญ ของโครงงานจาก
              ั
แหล่งข้อมูล (ห้องสมุด / อินเทอร์เน็ต)
แล้วบันทึกลงกระดาษขนาด A4 ที่เตรี ยมมาพร้อมเขียน
แหล่งที่มา หรื อ Address ของ website
ที่นกเรี ยนค้นหาข้อมูลเหล่านั้นด้วย
    ั
พัฒนาโครงงานคอมพิวเตอร์ ตามขั้นตอนต่อไปนี้
          - คัดเลือกหัวข้ อที่สนใจ
          - ศึกษาค้นคว้าเอกสาร
          - จัดทาข้ อเสนอโครงงาน
          - พัฒนาโครงงาน
          - จัดทารายงาน
          - นาเสนอและเผยแพร่

        เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์มีผลกระทบต่อความเจริ ญก้าวหน้าของทุก ๆ สังคมในโลกปัจจุบนนี้              ั
เทคโนโลยีดานนี้มการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ ว จึงเป็ นเรื่ องยากที่ประชาชนจะคอยติดตามความก้าวหน้าอยู่
            ้      ี
ตลอดเวลาและเป็ นสิ่งที่ไม่เกิดประโยชน์คุมค่าอีกด้วย ดังนั้นการศึกษาเทคโนโลีของคอมพิวเตอร์จึงต้องศึกษา
                                           ้
หลักการและเนื้อหาพื้นฐานเป็ นสาคัญ
        การศึกษาด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์เป็ นสิ่งจาเป็ นเสมือนกับการศึกษาวิทยาศาสตร์ธรรมชาติ
คอมพิวเตอร์ได้เปลี่ยนแปลงโลกของเราในด้านต่าง ๆ มากมายได้แก่
- สังคมโดยส่วนใหญ่เปลียนจากสังคมอุตสาหกรรมเป็ นสังคมสารสนเทศ
                         ่
- การตัดสินใจในเรื่ องต่าง ๆ มักขึ้นอยูกบข้อมูลซึ่งได้จากระบบคอมพิวเตอร์
                                       ่ ั
- คอมพิวเตอร์กลายเป็ นเครื่ องมือที่สาคัญแทนเครื่ องมืออื่น ๆ ในอดีต เช่น เครื่ องพิมพ์ดีด เครื่ องคิดเลขเป็ นต้น
- คอมพิวเตอร์ถกใช้ในการออกแบบสถานการณ์หรื อปัญหาที่ซบซ้อนต่าง ๆ
                ู                                              ั
- คอมพิวเตอร์เป็ นอุปกรณ์หลักที่ใช้ในการติดต่อสื่อสารของโลกปัจจุบน    ั
        นักเรี ยนในระดับมัธยมศึกษาเรี ยนวิทยาศาสตร์ธรรมชาติเพื่อความเข้าใจความเป็ นไปของธรรมชาติใน
โลก ในทานองเดียวกันนักเรี ยนต้องเรี ยนวิชาทางวิทยาการคอมพิวเตอร์เพื่อความเข้าใจในสังคม เศรษฐกิจ และ
วัฒนธรรมของสังคมต่าง ๆ ในยุคสารสนเทศ เนื้อหาวิชาทางด้านเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ในโรงเรี ยนระดับ
มัธยมศึกษามีเป้ าหมายที่จะพัฒนานักเรี ยนให้มีความรู้ความเข้าใจในวิทยาการของคอมพิวเตอร์และมี
ความสามารถในการพัฒนาโปรแกรมได้ ดังนั้นการจัดทาโครงงานคอมพิวเตอร์จะเป็ นสิ่งที่ทาให้นกเรี ยน            ั
สามารถบรรลุเป้ าหมายได้อย่างสมบูรณ์
จุดมุ่งหมายที่สาคัญประการหนึ่งของการเรี ยนการสอนคอมพิวเตอร์ในโรงเรี ยน คือการที่นกเรี ยนได้มี
                                                                                                     ั
โอกาสฝึ กความสามารถในการนาความรู้เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ไปใช้ในการแก้ปัญหา ประดิษฐ์คิดค้นหรื อค้นคว้า
หาความรู้ต่าง ๆ ได้ดวยตนเอง ซึ่งวิธีการที่มีประสิทธิภาพมากวิธีหนึ่งคือการที่นกเรี ยนได้มีโอกาสทาโครงงาน
                              ้                                                 ั
คอมพิวเตอร์
          โครงงานคอมพิวเตอร์เป็ นงานวิจยในระดับนักเรี ยน เป็ นการใช้คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์อื่นๆ ที่มีอยูใน
                                                  ั                                                        ่
การศึกษา ทดลอง แก้ปัญหาต่าง ๆ เพื่อนาผลที่ได้มาประยุกต์ใช้งานจริ ง หรื อใช้เพื่อช่วยสร้างสื่อเพื่อเสริ มการ
เรี ยนให้ได้ดีมีประสิทธิภาพยิงขึ้น โครงงานคอมพิวเตอร์จึงเป็ นกิจกรรมทางวิทยาศาสตร์ที่ช่วยให้นกเรี ยนได้
                                    ่                                                                  ั
เรี ยนรู้และฝึ กฝนการใช้ทกษะการใช้เครื่ องคอมพิวเตอร์และซอฟต์แวร์ พร้อมทั้งเครื่ องมือต่างๆ ในการแก้ปัญหา
                                ั
รวมทั้งการพัฒนาการสร้างผลงานจริ งอีกด้วย
          โครงงานคอมพิวเตอร์ในระดับชั้นมัธยมศึกษาเป็ นกิจกรรมการเรี ยนที่นกเรี ยนมีอิสระในการเลือกศึกษา
                                                                                  ั
ปัญหาที่ตนสนใจ ซึ่งอาจเป็ นปัญหาที่ตองใช้ความรู้ กระบวนการทางวิศวกรรมซอฟต์แวร์ เครื่องคอมพิวเตอร์
                                              ้
และวัสดุอุปกรณ์ตลอดจนทักษะพื้นฐานในการพัฒนาโครงงาน โครงงานบางเรื่ องอาจต้องการวัสดุอุปกรณ์
นอกเหนือจากที่มีอยู่ ซึ่งนักเรี ยนจะต้องคิดออกแบบสร้างขึ้น หรื อดัดแปลงเพื่อใช้งานได้ตรงกับความต้องการ
โดยในการพัฒนาโครงงานคอมพิวเตอร์จะอยูภายใต้การดูแลและให้คาปรึ กษาของครู ในสาขาวิชาคอมพิวเตอร์
                                                    ่
หรื อต่างสาขาวิชารวมทั้งผูทรงคุณวุฒิดานต่างๆ ด้วย
                                  ้             ้
          โครงงานคอมพิวเตอร์ที่จะทาในระดับมัธยมศึกษาควรเป็ นประเด็นหรื อปัญหาที่นกเรี ยนสนใจใคร่ รู้
                                                                                        ั
และสามารถใช้ความรู้ ทักษะ ตลอดจนประสบการณ์ในระดับของนักเรี ยน เพื่อคิดแนวทางในการแก้ปัญหาและ
การพัฒนาโปรแกรม เพื่อให้โครงงานคอมพิวเตอร์น้ นมีคุณค่ายิง อย่างไรก็ตาม เรื่ องที่นกเรี ยนสนใจและคิดที่จะ
                                                          ั         ่                 ั
ทาโครงงานอาจมีผสนใจทามาก่อน หรื อเป็ นเรื่ องที่นกพัฒนาโปรแกรมได้เคยค้นคว้าและพัฒนามาแล้ว แต่
                         ู้                                 ั
นักเรี ยนก็ยงสามารถทาโครงงานดังกล่าวได้ เพียงแต่คิดดัดแปลงแนวทางในการศึกษาวิเคราะห์ขอมูล การ
             ั                                                                                  ้
พัฒนาโปรแกรม หรื อศึกษาเพิ่มเติมจากผลงานเดิมที่มีผรายงานไว้   ู้
          กิจกรรมที่จดว่าเป็ นโครงงานคอมพิวเตอร์ควรมีองค์ประกอบหลักดังต่อไปนี้
                            ั
- เป็ นกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับซอฟต์แวร์และเครื่ องคอมพิวเตอร์
- นักเรี ยนเป็ นผูริเริ่ มและเลือกเรื่ องที่จะศึกษาค้นคว้า พัฒนาด้วยตนเองตามความสนใจและระดับความรู้
                    ้
ความสามารถ
- นักเรี ยนเป็ นผูวางแผนในการศึกษา ค้นคว้า ตลอดจนการพัฒนาเก็บรวบรวมข้อมูลหรื อประดิษฐ์คิดค้น รวมทั้ง
                  ้
การสรุ ปผล และการนาเสนอผลการศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง โดยมีครู อาจารย์หรื อผูทรงคุณวุฒิเป็ นผูให้
                                                                                    ้                    ้
คาปรึ กษา
          การทาโครงงานคอมพิวเตอร์มีของเขตกว้างขวางมาก ตั้งแต่เรื่ องที่ง่าย ๆ ไปจนถึงเรื่ องที่ยงยากซับซ้อน
                                                                                                  ุ่
โครงงานคอมพิวเตอร์บางเรื่ องอาจใช้เวลาสั้นในการพัฒนา จนถึงเรื่ องที่ใช้เวลาเป็ นภาคเรี ยนหรื อปี การศึกษา
โครงงานคอมพิวเตอร์บางเรื่ องเสียค่าใช้จ่ายเพียงเล็กน้อยจนถึงนับพันบาท นักเรี ยนจึงควรศึกษารายละเอียดและ
งบประมาณต่างๆ ของโครงงานก่อน จึงค่อยเลือกทาโครงงานที่เหมาะสมกับระดับความรู้ ความสามารถ และ
ความสนใจของนักเรี ยน โดยทัว ๆ ไป การทาโครงงานคอมพิวเตอร์จดเป็ นส่วนหนึ่งของการเรี ยนการสอน
                                  ่                                         ั
รายวิชาคอมพิวเตอร์ทุกระดับการศึกษา โดยอาจจะทาเป็ นกลุ่มหรอทาเป็ นรายบุคคล ทั้งนี้ข้ ึนอยูกบความสนใจ
                                                                                                 ่ ั
ของนักเรี ยนแต่ละคนแต่ละกลุ่มเป็ นสาคัญ
           จุดมุ่งหมายสาคัญของการทาโครงงานคอมพิวเตอร์ไม่ได้อยูที่การส่งเข้าประกวดเพื่อรับรางวัล แต่เป็ น
                                                                          ่
โอกาสที่นกเรี ยนจะได้ประสบการณ์ตรงในการใช้ระบบคอมพิวเตอร์แก้ปัญหา ประดิษฐ์คิดค้นหรื อค้นคว้าหา
              ั
ความรู้ต่างๆ ตลอดจนการแสดงผลงานของตนเองเพื่อให้นกเรี ยน ผูปกครองและผูที่สนใจในชุมชนเมื่อมีการจัด
                                                           ั          ้           ้
กิจกรรมของโรงเรี ยนหรื องานอื่นๆ
           การทาโครงงานคอมพิวเตอร์และการจัดงานแสดงโครงงานจะมีคุณค่าต่อการฝึ กฝนให้นกเรี ยนมีความรู้ั
ความชานาญ และมีความมันใจในการนาระบบคอมพิวเตอร์ไปใช้ในการแก้ปัญหา ประดิษฐ์คิดค้นหรื อค้นคว้า
                              ่
หาความรู้ต่าง ๆ ด้วยตนเองและยังมีคุณค่าอื่น ๆ อีกดังต่อไปนี้
    1. สร้างความสานึกและความรับผิดชอบในการศึกษาและพัฒนาระบบด้วยตนเอง
    2. เปิ ดโอกาสให้นกเรี ยนได้พฒนาและแสดงความสามารถตามศักยภาพของตนเอง
                         ั           ั
    3. เปิ ดโอกาสให้นกเรี ยนได้ศึกษา ค้นคว้า และเรี ยนรู้ในเรื่ องที่นกเรี ยนสนใจได้ลึกซึ้งกว่าการเรี ยนในห้อง
                           ั                                            ั
ตามปกติ
    4. ส่งเสริ มและพัฒนากระบวนการคิด การแก้ปัญหา การตัดสินใจ รวมทั้งการสื่อสารระหว่างกัน
    5. กระตุนให้นกเรี ยนมีความสนใจในการเรี ยนวิชาสาขาคอมพิวเตอร์ และมีความสนใจที่จะประกอบอาชีพ
                ้    ั
ทางด้านนี้
    6. ส่งเสริ มให้นกเรี ยนได้ใช้เวลาอย่างเป็ นประโยชน์ในทางสร้างสรรค์
                       ั
    7. สร้างความสัมพันธ์ระหว่างนักเรี ยนกับครู และชุมชน รวมทั้งส่งเสริ มให้ชุมชนสนใจคอมพิว เตอร์และ
เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องมากขึ้น
    8. เป็ นการบูรณาการเอาความรู้จากวิชาต่าง ๆ ที่ได้รับมาจัดทาผสมผสานกับโปรแกรมคอมพิวเตอร์เป็ น
โครงงานเพื่อนาเสนอต่อชุมชน
           การจัดทาโครงงานคอมพิวเตอร์น้ น นักเรี ยนควรมีความรู้พ้ืนฐานเกี่ยวกับการทางานของเครื่ อง
                                            ั
คอมพิวเตอร์ เหตุผลที่ใช้ในการแก้ปัญหา กระบวนการแก้ปัญหา หลักการเขียนโปรแกรมเบื้องต้น และการแทน
ข้อมูลในคอมพิวเตอร์ ก่อนที่จะเริ่ มทาโครงงาน และใช้ความรู้ดงกล่าวเป็ นพื้นฐานในการสร้างความรู้ใหม่ใน
                                                                  ั
โครงงานคอมพิวเตอร์ โดยในการทาโครงงานนักเรี ยนอาจจะมีโอกาสได้ทาความรู้จกกับความรู้ใหม่เพิมเติมอีก
                                                                                     ั                   ่
ด้วย เช่น ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) ฐานข้อมูล (Database) และการสืบค้นข้อมูล (Information
Retrieval) เป็ นต้น ซึ่งจะขึ้นอยูกบหัวข้อที่นกเรี ยนเลือกทาโครงงาน
                                 ่ ั          ั



ข้อมูลจาก http://www.lks.ac.th/kuanjit/s4.htm

ใบงานที่2

  • 1.
    ใบงานที่ 2 เรื่องความหมายและความสาคัญของโครงงาน ---------------------------------------------------------------------------- ให้นกเรี ยนเปิ ดเครื่ องคอมพิวเตอร์ แล้วค้นหาความหมายและความสาคัญ ของโครงงานจาก ั แหล่งข้อมูล (ห้องสมุด / อินเทอร์เน็ต) แล้วบันทึกลงกระดาษขนาด A4 ที่เตรี ยมมาพร้อมเขียน แหล่งที่มา หรื อ Address ของ website ที่นกเรี ยนค้นหาข้อมูลเหล่านั้นด้วย ั พัฒนาโครงงานคอมพิวเตอร์ ตามขั้นตอนต่อไปนี้ - คัดเลือกหัวข้ อที่สนใจ - ศึกษาค้นคว้าเอกสาร - จัดทาข้ อเสนอโครงงาน - พัฒนาโครงงาน - จัดทารายงาน - นาเสนอและเผยแพร่ เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์มีผลกระทบต่อความเจริ ญก้าวหน้าของทุก ๆ สังคมในโลกปัจจุบนนี้ ั เทคโนโลยีดานนี้มการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ ว จึงเป็ นเรื่ องยากที่ประชาชนจะคอยติดตามความก้าวหน้าอยู่ ้ ี ตลอดเวลาและเป็ นสิ่งที่ไม่เกิดประโยชน์คุมค่าอีกด้วย ดังนั้นการศึกษาเทคโนโลีของคอมพิวเตอร์จึงต้องศึกษา ้ หลักการและเนื้อหาพื้นฐานเป็ นสาคัญ การศึกษาด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์เป็ นสิ่งจาเป็ นเสมือนกับการศึกษาวิทยาศาสตร์ธรรมชาติ คอมพิวเตอร์ได้เปลี่ยนแปลงโลกของเราในด้านต่าง ๆ มากมายได้แก่ - สังคมโดยส่วนใหญ่เปลียนจากสังคมอุตสาหกรรมเป็ นสังคมสารสนเทศ ่ - การตัดสินใจในเรื่ องต่าง ๆ มักขึ้นอยูกบข้อมูลซึ่งได้จากระบบคอมพิวเตอร์ ่ ั - คอมพิวเตอร์กลายเป็ นเครื่ องมือที่สาคัญแทนเครื่ องมืออื่น ๆ ในอดีต เช่น เครื่ องพิมพ์ดีด เครื่ องคิดเลขเป็ นต้น - คอมพิวเตอร์ถกใช้ในการออกแบบสถานการณ์หรื อปัญหาที่ซบซ้อนต่าง ๆ ู ั - คอมพิวเตอร์เป็ นอุปกรณ์หลักที่ใช้ในการติดต่อสื่อสารของโลกปัจจุบน ั นักเรี ยนในระดับมัธยมศึกษาเรี ยนวิทยาศาสตร์ธรรมชาติเพื่อความเข้าใจความเป็ นไปของธรรมชาติใน โลก ในทานองเดียวกันนักเรี ยนต้องเรี ยนวิชาทางวิทยาการคอมพิวเตอร์เพื่อความเข้าใจในสังคม เศรษฐกิจ และ วัฒนธรรมของสังคมต่าง ๆ ในยุคสารสนเทศ เนื้อหาวิชาทางด้านเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ในโรงเรี ยนระดับ มัธยมศึกษามีเป้ าหมายที่จะพัฒนานักเรี ยนให้มีความรู้ความเข้าใจในวิทยาการของคอมพิวเตอร์และมี ความสามารถในการพัฒนาโปรแกรมได้ ดังนั้นการจัดทาโครงงานคอมพิวเตอร์จะเป็ นสิ่งที่ทาให้นกเรี ยน ั สามารถบรรลุเป้ าหมายได้อย่างสมบูรณ์
  • 2.
    จุดมุ่งหมายที่สาคัญประการหนึ่งของการเรี ยนการสอนคอมพิวเตอร์ในโรงเรี ยนคือการที่นกเรี ยนได้มี ั โอกาสฝึ กความสามารถในการนาความรู้เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ไปใช้ในการแก้ปัญหา ประดิษฐ์คิดค้นหรื อค้นคว้า หาความรู้ต่าง ๆ ได้ดวยตนเอง ซึ่งวิธีการที่มีประสิทธิภาพมากวิธีหนึ่งคือการที่นกเรี ยนได้มีโอกาสทาโครงงาน ้ ั คอมพิวเตอร์ โครงงานคอมพิวเตอร์เป็ นงานวิจยในระดับนักเรี ยน เป็ นการใช้คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์อื่นๆ ที่มีอยูใน ั ่ การศึกษา ทดลอง แก้ปัญหาต่าง ๆ เพื่อนาผลที่ได้มาประยุกต์ใช้งานจริ ง หรื อใช้เพื่อช่วยสร้างสื่อเพื่อเสริ มการ เรี ยนให้ได้ดีมีประสิทธิภาพยิงขึ้น โครงงานคอมพิวเตอร์จึงเป็ นกิจกรรมทางวิทยาศาสตร์ที่ช่วยให้นกเรี ยนได้ ่ ั เรี ยนรู้และฝึ กฝนการใช้ทกษะการใช้เครื่ องคอมพิวเตอร์และซอฟต์แวร์ พร้อมทั้งเครื่ องมือต่างๆ ในการแก้ปัญหา ั รวมทั้งการพัฒนาการสร้างผลงานจริ งอีกด้วย โครงงานคอมพิวเตอร์ในระดับชั้นมัธยมศึกษาเป็ นกิจกรรมการเรี ยนที่นกเรี ยนมีอิสระในการเลือกศึกษา ั ปัญหาที่ตนสนใจ ซึ่งอาจเป็ นปัญหาที่ตองใช้ความรู้ กระบวนการทางวิศวกรรมซอฟต์แวร์ เครื่องคอมพิวเตอร์ ้ และวัสดุอุปกรณ์ตลอดจนทักษะพื้นฐานในการพัฒนาโครงงาน โครงงานบางเรื่ องอาจต้องการวัสดุอุปกรณ์ นอกเหนือจากที่มีอยู่ ซึ่งนักเรี ยนจะต้องคิดออกแบบสร้างขึ้น หรื อดัดแปลงเพื่อใช้งานได้ตรงกับความต้องการ โดยในการพัฒนาโครงงานคอมพิวเตอร์จะอยูภายใต้การดูแลและให้คาปรึ กษาของครู ในสาขาวิชาคอมพิวเตอร์ ่ หรื อต่างสาขาวิชารวมทั้งผูทรงคุณวุฒิดานต่างๆ ด้วย ้ ้ โครงงานคอมพิวเตอร์ที่จะทาในระดับมัธยมศึกษาควรเป็ นประเด็นหรื อปัญหาที่นกเรี ยนสนใจใคร่ รู้ ั และสามารถใช้ความรู้ ทักษะ ตลอดจนประสบการณ์ในระดับของนักเรี ยน เพื่อคิดแนวทางในการแก้ปัญหาและ การพัฒนาโปรแกรม เพื่อให้โครงงานคอมพิวเตอร์น้ นมีคุณค่ายิง อย่างไรก็ตาม เรื่ องที่นกเรี ยนสนใจและคิดที่จะ ั ่ ั ทาโครงงานอาจมีผสนใจทามาก่อน หรื อเป็ นเรื่ องที่นกพัฒนาโปรแกรมได้เคยค้นคว้าและพัฒนามาแล้ว แต่ ู้ ั นักเรี ยนก็ยงสามารถทาโครงงานดังกล่าวได้ เพียงแต่คิดดัดแปลงแนวทางในการศึกษาวิเคราะห์ขอมูล การ ั ้ พัฒนาโปรแกรม หรื อศึกษาเพิ่มเติมจากผลงานเดิมที่มีผรายงานไว้ ู้ กิจกรรมที่จดว่าเป็ นโครงงานคอมพิวเตอร์ควรมีองค์ประกอบหลักดังต่อไปนี้ ั - เป็ นกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับซอฟต์แวร์และเครื่ องคอมพิวเตอร์ - นักเรี ยนเป็ นผูริเริ่ มและเลือกเรื่ องที่จะศึกษาค้นคว้า พัฒนาด้วยตนเองตามความสนใจและระดับความรู้ ้ ความสามารถ - นักเรี ยนเป็ นผูวางแผนในการศึกษา ค้นคว้า ตลอดจนการพัฒนาเก็บรวบรวมข้อมูลหรื อประดิษฐ์คิดค้น รวมทั้ง ้ การสรุ ปผล และการนาเสนอผลการศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง โดยมีครู อาจารย์หรื อผูทรงคุณวุฒิเป็ นผูให้ ้ ้ คาปรึ กษา การทาโครงงานคอมพิวเตอร์มีของเขตกว้างขวางมาก ตั้งแต่เรื่ องที่ง่าย ๆ ไปจนถึงเรื่ องที่ยงยากซับซ้อน ุ่ โครงงานคอมพิวเตอร์บางเรื่ องอาจใช้เวลาสั้นในการพัฒนา จนถึงเรื่ องที่ใช้เวลาเป็ นภาคเรี ยนหรื อปี การศึกษา โครงงานคอมพิวเตอร์บางเรื่ องเสียค่าใช้จ่ายเพียงเล็กน้อยจนถึงนับพันบาท นักเรี ยนจึงควรศึกษารายละเอียดและ งบประมาณต่างๆ ของโครงงานก่อน จึงค่อยเลือกทาโครงงานที่เหมาะสมกับระดับความรู้ ความสามารถ และ
  • 3.
    ความสนใจของนักเรี ยน โดยทัวๆ ไป การทาโครงงานคอมพิวเตอร์จดเป็ นส่วนหนึ่งของการเรี ยนการสอน ่ ั รายวิชาคอมพิวเตอร์ทุกระดับการศึกษา โดยอาจจะทาเป็ นกลุ่มหรอทาเป็ นรายบุคคล ทั้งนี้ข้ ึนอยูกบความสนใจ ่ ั ของนักเรี ยนแต่ละคนแต่ละกลุ่มเป็ นสาคัญ จุดมุ่งหมายสาคัญของการทาโครงงานคอมพิวเตอร์ไม่ได้อยูที่การส่งเข้าประกวดเพื่อรับรางวัล แต่เป็ น ่ โอกาสที่นกเรี ยนจะได้ประสบการณ์ตรงในการใช้ระบบคอมพิวเตอร์แก้ปัญหา ประดิษฐ์คิดค้นหรื อค้นคว้าหา ั ความรู้ต่างๆ ตลอดจนการแสดงผลงานของตนเองเพื่อให้นกเรี ยน ผูปกครองและผูที่สนใจในชุมชนเมื่อมีการจัด ั ้ ้ กิจกรรมของโรงเรี ยนหรื องานอื่นๆ การทาโครงงานคอมพิวเตอร์และการจัดงานแสดงโครงงานจะมีคุณค่าต่อการฝึ กฝนให้นกเรี ยนมีความรู้ั ความชานาญ และมีความมันใจในการนาระบบคอมพิวเตอร์ไปใช้ในการแก้ปัญหา ประดิษฐ์คิดค้นหรื อค้นคว้า ่ หาความรู้ต่าง ๆ ด้วยตนเองและยังมีคุณค่าอื่น ๆ อีกดังต่อไปนี้ 1. สร้างความสานึกและความรับผิดชอบในการศึกษาและพัฒนาระบบด้วยตนเอง 2. เปิ ดโอกาสให้นกเรี ยนได้พฒนาและแสดงความสามารถตามศักยภาพของตนเอง ั ั 3. เปิ ดโอกาสให้นกเรี ยนได้ศึกษา ค้นคว้า และเรี ยนรู้ในเรื่ องที่นกเรี ยนสนใจได้ลึกซึ้งกว่าการเรี ยนในห้อง ั ั ตามปกติ 4. ส่งเสริ มและพัฒนากระบวนการคิด การแก้ปัญหา การตัดสินใจ รวมทั้งการสื่อสารระหว่างกัน 5. กระตุนให้นกเรี ยนมีความสนใจในการเรี ยนวิชาสาขาคอมพิวเตอร์ และมีความสนใจที่จะประกอบอาชีพ ้ ั ทางด้านนี้ 6. ส่งเสริ มให้นกเรี ยนได้ใช้เวลาอย่างเป็ นประโยชน์ในทางสร้างสรรค์ ั 7. สร้างความสัมพันธ์ระหว่างนักเรี ยนกับครู และชุมชน รวมทั้งส่งเสริ มให้ชุมชนสนใจคอมพิว เตอร์และ เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องมากขึ้น 8. เป็ นการบูรณาการเอาความรู้จากวิชาต่าง ๆ ที่ได้รับมาจัดทาผสมผสานกับโปรแกรมคอมพิวเตอร์เป็ น โครงงานเพื่อนาเสนอต่อชุมชน การจัดทาโครงงานคอมพิวเตอร์น้ น นักเรี ยนควรมีความรู้พ้ืนฐานเกี่ยวกับการทางานของเครื่ อง ั คอมพิวเตอร์ เหตุผลที่ใช้ในการแก้ปัญหา กระบวนการแก้ปัญหา หลักการเขียนโปรแกรมเบื้องต้น และการแทน ข้อมูลในคอมพิวเตอร์ ก่อนที่จะเริ่ มทาโครงงาน และใช้ความรู้ดงกล่าวเป็ นพื้นฐานในการสร้างความรู้ใหม่ใน ั โครงงานคอมพิวเตอร์ โดยในการทาโครงงานนักเรี ยนอาจจะมีโอกาสได้ทาความรู้จกกับความรู้ใหม่เพิมเติมอีก ั ่ ด้วย เช่น ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) ฐานข้อมูล (Database) และการสืบค้นข้อมูล (Information Retrieval) เป็ นต้น ซึ่งจะขึ้นอยูกบหัวข้อที่นกเรี ยนเลือกทาโครงงาน ่ ั ั ข้อมูลจาก http://www.lks.ac.th/kuanjit/s4.htm