การปองกันเอดส
การปองกัน โรคเอดส
เราสามารถปองกัน โรคเอดส ได โดย
           1. ใชถุงยางอนามัยทุกครั้ง ที่มีเพศสัมพันธ
           2. รักเดียว ใจเดียว
           3. กอนแตงงาน หรือมีบุตร ควรตรวจรางกาย ตรวจเลือด และขอรับคําปรึกษา
เรื่อง โรคเอดส จากแพทยกอน
           4. งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล และงดใชสารเสพติดทุกชนิด
ถุงยางอนามัย ปองกัน โรคเอดส ไดแคไหน
           ถุงยางอนามัย สามารถปองกัน โรคเอดส ไดแนนอน ทั้งนี้ขึ้นอยูกับการใชวา
ถูกตองหรือไม เชน ถุงยางมีคุณภาพดีพอหรือไม หมดอายุการใชงานหรือยัง โดยปกติใหดู
จากวันผลิตไมเกิน 3 ป หรือดูวันหมดอายุที่ซอง ซองตองไมชํารุด หรือฉีกขาด นอกจากนี้
ตองเลือกขนาดใชใหเหมาะสม ถาขนาดไมพอดี ก็อาจฉีดขาด หรือหลุดออกงาย ซึ่งจะไม
สามารถปองกัน โรคเอดส อยางไดผล
เอดส
    เอดส หรือ AIDS (Acquired Immune
    Deficiency Syndrome) เปนกลุมอาการของ
    โรค ที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสเอดส ซึ่งจะเขาไปทําลายเม็ด
    เลือกขาว ซึ่งเปนแหลงสรางภูมิคุมกันโรค ทําใหติดเชื้อโรค
    อื่นๆ ไดงายขึ้น เชน วัณโรค ปอดบวม เยื่อหุมสมองอักเสบ
    หรือเปนมะเร็งบางชนิดไดงายกวาคนปกติ อาการจะรุนแรง
    และเปนสาเหตุสําคัญของการเสียชีวิต
อาการของเอดส
    1. ระยะไมมีอาการ ผูติดเชื้อจะมีสุขภาพแข็งแรง ไมมี
    อาการผิดปกติแตอยางใด ผูติดเชื้อสวนใหญจะอยูใน
    ระยะนี้ และบางคนไมทราบวา ตัวเองติดเชื้อ จึงอาจแพร
    เชื้อไปสูผูอื่นได
    2. ระยะมีอาการ ผูติดเชื้อสวนใหญจะเริ่มแสดงอาการ
    ภายหลังจากไดรับเชื้อประมาณ 7-8 ป แบงเปน 2
    ระยะ คือ
    - ระยะเริ่มปรากฎอาการ อาการที่พบคือ มีเชื้อราในปาก
    ตอมน้ําเหลืองโต งูสวัด มีไข ทองเสีย น้ําหนักลด มีตุม
    คันบริเวณผิวหนัง
    - ระยะโรคเอดส เปนระยะที่มีภูมิตานทานลดลงมาก ทํา
    ใหติดโรคติดเชื้อฉวยโอกาสไดงายขึ้น เชน วัณโรค
    ปอดบวม เยื่อหุมสมองอักเสบ เปนตน
เอดสติดตอกันไดอยางไร
  1. การรวมเพศ โดยไมใชถุงยางอนามัย ไมวาชายกับชาย ชายกับหญิง หรือ
 หญิงกับหญิง ทั้งชองทางธรรมชาติ หรือไมธรรมชาติ ก็ลวนมีโอกาสติดโรคนี้
 ไดทั้งสิ้น และปจจัยที่ทําใหมีโอกาสติดเชื้อมากขึ้น ไดแก การมีแผลเปด และ
 จากขอมูลของสํานักระบาดวิทยา ประมาณรอยละ 84 ของผูปวยเอดส ไดรับ
                             เชื้อจากการมีเพศสัมพันธ
                              2. การรับเชื้อทางเลือด
 - ใชเข็มหรือกระบอกฉีดยารวมกับผูติดเชื้อเอดส มักพบในกลุมผูฉีดยาเสพติด
และหากคนกลุมนี้ติดเชื้อ ก็สามารถถายทอดเชื้อเอดส ทางเพศสัมพันธไดอีกทาง
                                        หนึ่ง
  - รับเลือดในขณะผาตัด หรือเพื่อรักษาโรคเลือดบางชนิด ในปจจุบันเลือดที่
  ไดรับบริจาคทุกขวด ตองผานการตรวจหาการติดเชื้อเอดส และจะปลอดภัย
                                   เกือบ 100%
 3. ทารก ติดเชื้อจากแมที่ติดเชื้อเอดส การแพรเชื้อจากแมสูลูก ผูหญิงที่ติดเชื้อ
เอดส หากตั้งครรภ และไมไดรับการดูแลอยางดี เชื้อเอช ไอ วี จะแพรไปยังลูก
 ได ในอัตรารอยละ 30 จากกรณีเกิดจากแมติดเชื้อ จึงมีโอกาสที่จะรับเชื้อเอช
                                   ไอ วี จากแมได
โรคเอดส
       โรคเอดส หรือ โรคภูมิคุมกันบกพรอง (Acquired Immune
 Deficiency Syndrome – AIDS) เปนกลุมอาการเจ็บปวยที่เกิดขึ้น
  เพราะรางกายไดรับเชื้อไวรัสเอชไอวี (HIV) ซึ่งจะเขาไปทําลายเม็ดเลือดขาว ที่
เปนแหลงสรางภูมิคุมกันโรค ทําใหภูมิคุมกันโรคลดนอยลง จึงทําใหติดเชื้อโรคฉวย
โอกาสแทรกซอนเขาสูรางกายไดงายขึ้น เชน วัณโรคในปอด หรือตอมน้ําเหลือง เยื่อ
 หุมสมองอักเสบจากเชื้อรา โรคผิวหนังบางชนิด หรือเปนมะเร็งบางชนิดไดงายกวา
คนปกติ ซึ่งสาเหตุของการเสียชีวิตมักเกิดขึ้นจากโรคติดเชื้อฉวยโอกาสตางๆ เหลานี้
                  ทําใหอาการจะรุนแรง และเสียชีวิตอยางรวดเร็ว
ปจจุบันโรคเอดสมีการตรวจพบทั่วโลก และประมาณการวามีผูเสียชีวิตเนื่องจากโรค
 เอดส อยางนอย 25 ลานคน ตั้งแตถูกคนพบในป พ.ศ. 2524 (ค.ศ. 1981)
นับเปนโรคที่มีอันตรายสูงโรคหนึ่งของประวัติศาสตรมนุษยชาติ ในป พ.ศ. 2548
    ประมาณการวามีผูติดโรคเอดสประมาณ 3.1 ลานคน(ระหวาง 2.8 – 3.6
 ลาน) ซึ่ง 570,000 คนของผูปวยโรคเอดสเปนเด็ก (UNAIDS, 2005)

1129

  • 2.
    การปองกันเอดส การปองกัน โรคเอดส เราสามารถปองกัน โรคเอดสได โดย 1. ใชถุงยางอนามัยทุกครั้ง ที่มีเพศสัมพันธ 2. รักเดียว ใจเดียว 3. กอนแตงงาน หรือมีบุตร ควรตรวจรางกาย ตรวจเลือด และขอรับคําปรึกษา เรื่อง โรคเอดส จากแพทยกอน 4. งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล และงดใชสารเสพติดทุกชนิด ถุงยางอนามัย ปองกัน โรคเอดส ไดแคไหน ถุงยางอนามัย สามารถปองกัน โรคเอดส ไดแนนอน ทั้งนี้ขึ้นอยูกับการใชวา ถูกตองหรือไม เชน ถุงยางมีคุณภาพดีพอหรือไม หมดอายุการใชงานหรือยัง โดยปกติใหดู จากวันผลิตไมเกิน 3 ป หรือดูวันหมดอายุที่ซอง ซองตองไมชํารุด หรือฉีกขาด นอกจากนี้ ตองเลือกขนาดใชใหเหมาะสม ถาขนาดไมพอดี ก็อาจฉีดขาด หรือหลุดออกงาย ซึ่งจะไม สามารถปองกัน โรคเอดส อยางไดผล
  • 3.
    เอดส เอดส หรือ AIDS (Acquired Immune Deficiency Syndrome) เปนกลุมอาการของ โรค ที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสเอดส ซึ่งจะเขาไปทําลายเม็ด เลือกขาว ซึ่งเปนแหลงสรางภูมิคุมกันโรค ทําใหติดเชื้อโรค อื่นๆ ไดงายขึ้น เชน วัณโรค ปอดบวม เยื่อหุมสมองอักเสบ หรือเปนมะเร็งบางชนิดไดงายกวาคนปกติ อาการจะรุนแรง และเปนสาเหตุสําคัญของการเสียชีวิต
  • 4.
    อาการของเอดส 1. ระยะไมมีอาการ ผูติดเชื้อจะมีสุขภาพแข็งแรง ไมมี อาการผิดปกติแตอยางใด ผูติดเชื้อสวนใหญจะอยูใน ระยะนี้ และบางคนไมทราบวา ตัวเองติดเชื้อ จึงอาจแพร เชื้อไปสูผูอื่นได 2. ระยะมีอาการ ผูติดเชื้อสวนใหญจะเริ่มแสดงอาการ ภายหลังจากไดรับเชื้อประมาณ 7-8 ป แบงเปน 2 ระยะ คือ - ระยะเริ่มปรากฎอาการ อาการที่พบคือ มีเชื้อราในปาก ตอมน้ําเหลืองโต งูสวัด มีไข ทองเสีย น้ําหนักลด มีตุม คันบริเวณผิวหนัง - ระยะโรคเอดส เปนระยะที่มีภูมิตานทานลดลงมาก ทํา ใหติดโรคติดเชื้อฉวยโอกาสไดงายขึ้น เชน วัณโรค ปอดบวม เยื่อหุมสมองอักเสบ เปนตน
  • 5.
    เอดสติดตอกันไดอยางไร 1.การรวมเพศ โดยไมใชถุงยางอนามัย ไมวาชายกับชาย ชายกับหญิง หรือ หญิงกับหญิง ทั้งชองทางธรรมชาติ หรือไมธรรมชาติ ก็ลวนมีโอกาสติดโรคนี้ ไดทั้งสิ้น และปจจัยที่ทําใหมีโอกาสติดเชื้อมากขึ้น ไดแก การมีแผลเปด และ จากขอมูลของสํานักระบาดวิทยา ประมาณรอยละ 84 ของผูปวยเอดส ไดรับ เชื้อจากการมีเพศสัมพันธ 2. การรับเชื้อทางเลือด - ใชเข็มหรือกระบอกฉีดยารวมกับผูติดเชื้อเอดส มักพบในกลุมผูฉีดยาเสพติด และหากคนกลุมนี้ติดเชื้อ ก็สามารถถายทอดเชื้อเอดส ทางเพศสัมพันธไดอีกทาง หนึ่ง - รับเลือดในขณะผาตัด หรือเพื่อรักษาโรคเลือดบางชนิด ในปจจุบันเลือดที่ ไดรับบริจาคทุกขวด ตองผานการตรวจหาการติดเชื้อเอดส และจะปลอดภัย เกือบ 100% 3. ทารก ติดเชื้อจากแมที่ติดเชื้อเอดส การแพรเชื้อจากแมสูลูก ผูหญิงที่ติดเชื้อ เอดส หากตั้งครรภ และไมไดรับการดูแลอยางดี เชื้อเอช ไอ วี จะแพรไปยังลูก ได ในอัตรารอยละ 30 จากกรณีเกิดจากแมติดเชื้อ จึงมีโอกาสที่จะรับเชื้อเอช ไอ วี จากแมได
  • 6.
    โรคเอดส โรคเอดส หรือ โรคภูมิคุมกันบกพรอง (Acquired Immune Deficiency Syndrome – AIDS) เปนกลุมอาการเจ็บปวยที่เกิดขึ้น เพราะรางกายไดรับเชื้อไวรัสเอชไอวี (HIV) ซึ่งจะเขาไปทําลายเม็ดเลือดขาว ที่ เปนแหลงสรางภูมิคุมกันโรค ทําใหภูมิคุมกันโรคลดนอยลง จึงทําใหติดเชื้อโรคฉวย โอกาสแทรกซอนเขาสูรางกายไดงายขึ้น เชน วัณโรคในปอด หรือตอมน้ําเหลือง เยื่อ หุมสมองอักเสบจากเชื้อรา โรคผิวหนังบางชนิด หรือเปนมะเร็งบางชนิดไดงายกวา คนปกติ ซึ่งสาเหตุของการเสียชีวิตมักเกิดขึ้นจากโรคติดเชื้อฉวยโอกาสตางๆ เหลานี้ ทําใหอาการจะรุนแรง และเสียชีวิตอยางรวดเร็ว ปจจุบันโรคเอดสมีการตรวจพบทั่วโลก และประมาณการวามีผูเสียชีวิตเนื่องจากโรค เอดส อยางนอย 25 ลานคน ตั้งแตถูกคนพบในป พ.ศ. 2524 (ค.ศ. 1981) นับเปนโรคที่มีอันตรายสูงโรคหนึ่งของประวัติศาสตรมนุษยชาติ ในป พ.ศ. 2548 ประมาณการวามีผูติดโรคเอดสประมาณ 3.1 ลานคน(ระหวาง 2.8 – 3.6 ลาน) ซึ่ง 570,000 คนของผูปวยโรคเอดสเปนเด็ก (UNAIDS, 2005)