More Related Content
PPT
PPT
พฤติกรรมเสี่ยงเกี่ยวกับเพศศึกษา PPT
PPTX
PDF
PDF
PPT
PDF
What's hot
PDF
PPTX
PDF
PDF
คำแนะนำสำหรับผู้ป่วยหวัด 2009 PPTX
Pediatric Vaccine program PDF
PDF
PDF
Podcast ep002-Covid Vaccines and Drugs DOC
PDF
PPT
PDF
PPTX
PPTX
PDF
PDF
PPTX
Viewers also liked
PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
KEY
Developing the organziation PPT
Kindergarten registration key points 2012 v_jan20 PDF
PDF
DOC
Phieu khaosat&phongvan PDF
PPS
PPS
PDF
PPS
PPT
Appreciative Inquiry Presentation PDF
PDF
PPT
Assembleia da Região Episcopal Belém - Um caminho a ser percorrido PPS
Similar to 1129
PPT
PPT
PPT
PPT
PPT
PPTX
PDF
PPTX
PPTX
PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
2562 final-project 19-nuttapath PPT
สอนการใช้ยาต้านไวรัสเอซไอวีสำหรับเจ้าหน้าที่ห้องยาใหม่ PDF
Ebook รักนะรัก ฉบับวัยรุ่น PDF
Ebook รักนะรัก ฉบับวัยรุ่น PDF
บทที่ 5 (แก้ไขครั้งที่ 1) PDF
PDF
แนวทางการตรวจรักษาและป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีประเทศไทย ปี 2557 1129
- 2.
การปองกันเอดส
การปองกัน โรคเอดส
เราสามารถปองกัน โรคเอดสได โดย
1. ใชถุงยางอนามัยทุกครั้ง ที่มีเพศสัมพันธ
2. รักเดียว ใจเดียว
3. กอนแตงงาน หรือมีบุตร ควรตรวจรางกาย ตรวจเลือด และขอรับคําปรึกษา
เรื่อง โรคเอดส จากแพทยกอน
4. งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล และงดใชสารเสพติดทุกชนิด
ถุงยางอนามัย ปองกัน โรคเอดส ไดแคไหน
ถุงยางอนามัย สามารถปองกัน โรคเอดส ไดแนนอน ทั้งนี้ขึ้นอยูกับการใชวา
ถูกตองหรือไม เชน ถุงยางมีคุณภาพดีพอหรือไม หมดอายุการใชงานหรือยัง โดยปกติใหดู
จากวันผลิตไมเกิน 3 ป หรือดูวันหมดอายุที่ซอง ซองตองไมชํารุด หรือฉีกขาด นอกจากนี้
ตองเลือกขนาดใชใหเหมาะสม ถาขนาดไมพอดี ก็อาจฉีดขาด หรือหลุดออกงาย ซึ่งจะไม
สามารถปองกัน โรคเอดส อยางไดผล
- 3.
เอดส
เอดส หรือ AIDS (Acquired Immune
Deficiency Syndrome) เปนกลุมอาการของ
โรค ที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสเอดส ซึ่งจะเขาไปทําลายเม็ด
เลือกขาว ซึ่งเปนแหลงสรางภูมิคุมกันโรค ทําใหติดเชื้อโรค
อื่นๆ ไดงายขึ้น เชน วัณโรค ปอดบวม เยื่อหุมสมองอักเสบ
หรือเปนมะเร็งบางชนิดไดงายกวาคนปกติ อาการจะรุนแรง
และเปนสาเหตุสําคัญของการเสียชีวิต
- 4.
อาการของเอดส
1. ระยะไมมีอาการ ผูติดเชื้อจะมีสุขภาพแข็งแรง ไมมี
อาการผิดปกติแตอยางใด ผูติดเชื้อสวนใหญจะอยูใน
ระยะนี้ และบางคนไมทราบวา ตัวเองติดเชื้อ จึงอาจแพร
เชื้อไปสูผูอื่นได
2. ระยะมีอาการ ผูติดเชื้อสวนใหญจะเริ่มแสดงอาการ
ภายหลังจากไดรับเชื้อประมาณ 7-8 ป แบงเปน 2
ระยะ คือ
- ระยะเริ่มปรากฎอาการ อาการที่พบคือ มีเชื้อราในปาก
ตอมน้ําเหลืองโต งูสวัด มีไข ทองเสีย น้ําหนักลด มีตุม
คันบริเวณผิวหนัง
- ระยะโรคเอดส เปนระยะที่มีภูมิตานทานลดลงมาก ทํา
ใหติดโรคติดเชื้อฉวยโอกาสไดงายขึ้น เชน วัณโรค
ปอดบวม เยื่อหุมสมองอักเสบ เปนตน
- 5.
เอดสติดตอกันไดอยางไร
1.การรวมเพศ โดยไมใชถุงยางอนามัย ไมวาชายกับชาย ชายกับหญิง หรือ
หญิงกับหญิง ทั้งชองทางธรรมชาติ หรือไมธรรมชาติ ก็ลวนมีโอกาสติดโรคนี้
ไดทั้งสิ้น และปจจัยที่ทําใหมีโอกาสติดเชื้อมากขึ้น ไดแก การมีแผลเปด และ
จากขอมูลของสํานักระบาดวิทยา ประมาณรอยละ 84 ของผูปวยเอดส ไดรับ
เชื้อจากการมีเพศสัมพันธ
2. การรับเชื้อทางเลือด
- ใชเข็มหรือกระบอกฉีดยารวมกับผูติดเชื้อเอดส มักพบในกลุมผูฉีดยาเสพติด
และหากคนกลุมนี้ติดเชื้อ ก็สามารถถายทอดเชื้อเอดส ทางเพศสัมพันธไดอีกทาง
หนึ่ง
- รับเลือดในขณะผาตัด หรือเพื่อรักษาโรคเลือดบางชนิด ในปจจุบันเลือดที่
ไดรับบริจาคทุกขวด ตองผานการตรวจหาการติดเชื้อเอดส และจะปลอดภัย
เกือบ 100%
3. ทารก ติดเชื้อจากแมที่ติดเชื้อเอดส การแพรเชื้อจากแมสูลูก ผูหญิงที่ติดเชื้อ
เอดส หากตั้งครรภ และไมไดรับการดูแลอยางดี เชื้อเอช ไอ วี จะแพรไปยังลูก
ได ในอัตรารอยละ 30 จากกรณีเกิดจากแมติดเชื้อ จึงมีโอกาสที่จะรับเชื้อเอช
ไอ วี จากแมได
- 6.
โรคเอดส
โรคเอดส หรือ โรคภูมิคุมกันบกพรอง (Acquired Immune
Deficiency Syndrome – AIDS) เปนกลุมอาการเจ็บปวยที่เกิดขึ้น
เพราะรางกายไดรับเชื้อไวรัสเอชไอวี (HIV) ซึ่งจะเขาไปทําลายเม็ดเลือดขาว ที่
เปนแหลงสรางภูมิคุมกันโรค ทําใหภูมิคุมกันโรคลดนอยลง จึงทําใหติดเชื้อโรคฉวย
โอกาสแทรกซอนเขาสูรางกายไดงายขึ้น เชน วัณโรคในปอด หรือตอมน้ําเหลือง เยื่อ
หุมสมองอักเสบจากเชื้อรา โรคผิวหนังบางชนิด หรือเปนมะเร็งบางชนิดไดงายกวา
คนปกติ ซึ่งสาเหตุของการเสียชีวิตมักเกิดขึ้นจากโรคติดเชื้อฉวยโอกาสตางๆ เหลานี้
ทําใหอาการจะรุนแรง และเสียชีวิตอยางรวดเร็ว
ปจจุบันโรคเอดสมีการตรวจพบทั่วโลก และประมาณการวามีผูเสียชีวิตเนื่องจากโรค
เอดส อยางนอย 25 ลานคน ตั้งแตถูกคนพบในป พ.ศ. 2524 (ค.ศ. 1981)
นับเปนโรคที่มีอันตรายสูงโรคหนึ่งของประวัติศาสตรมนุษยชาติ ในป พ.ศ. 2548
ประมาณการวามีผูติดโรคเอดสประมาณ 3.1 ลานคน(ระหวาง 2.8 – 3.6
ลาน) ซึ่ง 570,000 คนของผูปวยโรคเอดสเปนเด็ก (UNAIDS, 2005)