More Related Content
PPTX
เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร PPTX
เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารPim PDF
องค์ประกอบของเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร PPT
DOC
PPTX
บทที่ 1 เทคโนโลยีสารสนเทศเเละการสื่อสาร PDF
PPTX
บทที่ 1 เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร อัส What's hot
PDF
เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร PDF
ซอฟต์แวร์และภาษาคอมพิวเตอร์ PPTX
เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร PDF
ประโยชน์และตัวอย่างการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร PDF
ความหมายของเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร PDF
DOC
PDF
ความรู้คอมพิวเตอร์พื้นฐาน (Computing Fundamental) PPT
PPTX
บทที่ 1 เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร DOCX
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 5 PPTX
เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร PPTX
เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร PPTX
PDF
ความหมายของเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร PPTX
เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร PDF
PPTX
PPTX
บทที่1 เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร DOCX
แบบฝึกหัดท้ายบทที่6 (บันทึกอัตโนมัติ) Viewers also liked
PPTX
PPTX
сравнительный анализ успеваемости 2 четверть DOCX
PDF
El chat como estrategia para fomentar el aprendizaje colaborativo. Una experi... PPTX
PDF
6 Handy-Fototipps auf Städtereisen PPTX
La organizacion y la mercadotecnia PDF
DOC
Πρόγραμμα γιορτής 25ης Μαρτίου 2015 PPTX
Маленьким почемучкам: книги серии "Настя и Никита" PPTX
DOCX
PDF
PENGADAAN GENRE KIT 2015 ~ GENERASI BERENCANA KIT 2015 DAK BKKbN 2015,Paket g... PPTX
accelerated fat cell aging links oxidative stress and insulin resistance in a... PPSX
PDF
PDF
óGanuizacion politica en el mundo PPT
PDF
DOC
Similar to งานคอมเกด
PPTX
เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร PDF
ความสําคัญและบทบาทของเทคโนโลยีสารสนเทศ PPTX
บทที่1 เทคโนโลยีสารสนเทศเเละการสื่อสาร PPTX
เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร PPTX
เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร PDF
02 บทที่ 2-เอกสารที่เกี่ยวข้อง PPTX
60924 เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร PPTX
PPTX
PPTX
PPTX
PPTX
PPSX
PPTX
PDF
02 บทที่ 2-เอกสารที่เกี่ยวข้อง PPTX
บทที่ 1 เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร PPTX
เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร PDF
PPTX
เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร PPTX
เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร งานคอมเกด
- 1.
กลุ่ม ที่ 5
บทที่1 เทคโนโลยีส ารสนเทศและการสื่อ สาร
จัด ทำา โดย
นางสาว กาญจนา แจ่ม ใจหาญ เลขที่ 5
นางสาว สโรชา พลปัญ กาศ เลขที่ 8
นางสาว กานต์ท ต า หอมสุว รรณ์ เลขที่ 9
ิ
นางสาว ญาติก า ผอบทอง เลขที่ 18
นางสาว มณฑกาญจน์ พัฒ นจัน ทร์ เลขที่ 31
ชั้น มัธ ยมศึก ษาปีท ี่ 4/10
เสนอ
อาจารย์ อารีย ์ บุญ รัก ษา
โรงเรีย นจอมสุร างค์อ ุป ถัม ภ์
- 2.
บทที่ 1
เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
1.1ความหมายของเทคโนโลยีส ารสนเทศและการสื่อ สาร
ปัจจุบันเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารมีบทยาทมาก เช่น มีการ
ใช้คอมพิวเตอร์ในการทำางาน ใช้อินเตอร์เน็ตเพือสืบค้นข้อมูล หรือ
่
รับขส่งข้อมูลระหว่างกัน ตลอดใช่โทรศัพท์เครื่องที่(mobile phone)
หรือโทรศัพท์มือถือในการติดต่อสื่อสารองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน
ได้นำาเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสารเข้ามาใช้งานในทุกระดับ
ชั้นขององค์กร
- 3.
เทคโนโลยีส ารสนเทศ (Information Technology: IT )เรียกย่อ
ว่า"ไอที"ประกอบด้วยคำาว่า"เทคโนโลยี" และคำาว่า"สารสนเทศ" นำามา
ร่วนกันเป็น"เทคโนโลยีสารสนเทศ" และคำาว่าเทคโนโลยีสารสนเทศและ
การสื่อสาร ( Information and Communication Technology: ICT ) หรือ
เรียกย่อว่า"ไอซีที"ประกอบด้วยคำาทีมีความหมายดังนี้
่
เทคโนโลยี่( Technology ) หมายถึง การนำาความรู้ด้านวิทยาศาสตร์
มาประยุกต์ในการพัฒนาเครื่องมือ เครื่องใช้ อุปกรณ์ วิธีการและ
กระบวนการ
สารสนเทศ( Information ) หมายถึง ผลลัพธ์ที่เกดจาก
การนำาข้อมูลมาผ่านกระบวนการต่างๆ อย่างมีระบบ
เทคโนโลยีส ารสนเทศ หมายถึง การนำาความรู้ทางด้าน
วิทยาศาสตร์มาประยุกต์ใช้เพื่อสร้างหรือจัดการสารสนเทศอย่างเป็น
ระบบและรวดเร็ว โดยอาศัยเทคโนโลยีทางด้านคอมพิวเตอร์
เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ตามแผ่นแม่บท เทคโนโลยี
สารสนเทศและการสื่อสารประเทศไทย พ.ศ. 2545-2549 หมายถึง
เทคโนโลยีเกี่ยวข้องกับข่าวสารข้อมูล และการสื่อสารนับตั้งแต่การ
สร้าง การนำามาวิเคราะห์หรือการประมวลผล
- 4.
- 5.
1.2.1 ฮาร์ด แวร์( hardware ) หมายถึง ตัวเครื่อง
คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วงต่างๆ เช่น คียบอร์ด
์
( keyboand ) เมาส์ ( mouse ) จอภาพ ( monitor ) เป็นต้น รวม
ทังอุปกรณ์สอสารสำาหรับเชื่อมโยงคอมพิวเตอร์เข้าเป็นเครือ
้ ื่
ข่าย เช่น โมเ็็ด็ม ( modem ) และ สายสัญญาณ
- 6.
1.2.2 ชอฟต์แ วร์( soflware ) หมายถึง โปรแกรมหรือ
ชุดคำาสั่ง ( instruction ) ทีใช่ควบคุมการทำางานของเครื่อง
่
คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วงต่างๆ ชุดคำาสั่งจะถูกแบ่งออก
เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ
- 7.
ซอฟต์แ วร์ร ะบบ( system software ) หมายถึงชุดคำาสั่งทีทำา
่
หน้าทีควบคุมการทำางานของเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์
่
ต่อพ่วงต่างๆ และทำาหน้าทีเป็นตัวกลางระหว่างผู้ใช้กับ
่
1) ระบบปฏิบ ัต ิก ารแวร์ระบบแบ่งออกเป็น OS ) เป็น
คอมพิวเตอร์ ซอฟต์ ( Operating System:
ซอฟต์แวร์ททำาหน้าที่ควบคุมการทำางานของอุปกรณ์และ
ี่
ซอฟต์แวร์ทงหมดภายในคอมพิวเตอร์ ตัวอย่างระบบปฏิบัติ
ั้
การ เช่น วินโดวส์( Windowns ) ลินุกซ์ ( Linux ) และ แมค
โอเอส ( Mac OS )
2) โปรแกรมอรรถประโยชน์ ( utilities program ) เป็น
โปรแกรมทีช่วยเสริมการทำางานของคอมพิวเตอร์ หรือช่วย
่
เสริมการทำางานอื่นๆให้มความสามารถใช่วานได้สะดวกและ
ี
รวดเร็วยิ่งขึ้น
- 9.
3)โปรแกรมขับ อุป กรณ์หรือ ดีไ วซ์ไ ดร์ฟ เวอร์ ( device
driver ) เป็นโปรแกรมทีช่วยในการติดตั้งระบบเพื่อให้คอมพิว
่
เตอรืสามารถติดต่อหรือใช่งานอุปกรณ์ต่างๆ
- 10.
4) โปรแกรมแปลภาษา เป็นโปรแกรมทีทำาหน้าทีแปล
่ ่
โปรแกรมทีเขียนขึ้นด้วยภาษาคอมพิวเตอร์ระดับสูงให้เป็น
่
รหัสทีอยู่ในรูปแบบทีเครื่องคอมพิวเตอร์สามารถทำางานได้
่ ่
ดังรูปที่ 1.9 ตัวอย่างตัวแปลภาษา เช่น ตัวแปลภาษาจาวา
ตัวแปลภาษาซี
- 11.
ซอฟต์แ วร์ป ระยุกต์ (application software) หมายถึง
ชุดคำาสั่งทีเขียนขึ้นเพือให้เครื่องคอมพิวเตอร์ทำางานตาม
่ ่
วัตถุประสงค์เฉพาะอย่าง ซอฟต์แวร์ประยุกต์อาจเขียน
ขึ้นโดยใช้โปรแกรม ภาษาคอมพิวเตอร์ เช่น เบสิก
(Basic) ปาสคาล (Pascal) โคบอล (Cobol) ซี (C) ซีพลัส
พลัส (C++) และจาวา (Java) ซอฟต์แวร์ประยุกต์แบ่งตาม
กลุ่มการใช้งานได้ดังตารางที่ 1.1
- 12.
1.2.3 ข้อ มูล(data) ข้อมูลจะถูกรวบรวมและป้อนเข้าสู่เครื่อง
คอมพิวเตอร์โดยผ่านอุปกรณ์ของหน่วยรับเข้า เช่น คีย์บอร์ด
เมาส์ และสแกนเนอร์ (scanner) ข้อมูลต้องมีโครงสร้างในการ
จัดเก็บทีเป็นระบบเพือการสืบค้นทีรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
่ ่ ่
ข้อมูลจะถูกจัดเก็บอยูในหน่วยความจำา (memory unit)
่
- 13.
1.2.4 บุค ลากร (people)บุคลากรเป็นองค์ประกอบทีสำาคัญ
่
ทีสุดของระบบสารสนเทศ ในที่นหมายถึงบุคลากรที่เป็นผู้ใช้
่ ี้
ระบบสารสนเทศ ดังรูปที่ 1.11 บุคลากรทีเป็นผู้พฒนาระบบ
่ ั
สารสนเทศ จะต้องมีความรู้ความสามารถในการพัฒนาระบบ
สารสนเทศให้มประสิทธิภาพให้สามารถทำางานได้ตามความ
ี
ต้องการของผู้ใช้ใช้ง่ายและสะดวก ส่วนผู้ใช้ต้องมีความรู้
ความเข้าใจ และมีความสามารถในการใช้งานระบบสารสนเทศ
และการสื่อสารต่างๆ ได้อย่างถูกต้องจึงจะเกิดสารสนเทศทีเป็น
่
ประโยชน์
- 14.
1.2.5 ขั้น ตอนการปฏิบัต ิง าน (procedure) ระบบสารสนเทศ
ต้องมีขั้นตอนการปฏิบัติงานทีเป็นลำาดับขั้นชัดเจน เพื่อให้ผู้ใช้
่
สามารถเข้าใจได้ง่าย และดำาเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ทังในสถานการณ์ปกติและสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่น ขั้นตอน
้
การบันทึกข้อมูล ขั้นตอนการทำาสำาเนาข้อมูล ขั้นตอนการ
ปฏิบัติเมือข้อมูลได้รับความเสียหาย หรือเมือเครื่อง
่ ่
คอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ต่างๆ เกิดการชำารุดเสียหาย ขั้นตอน
ต่างๆ เหล่านีควรได้รับการรวบรวมและจัดทำาให้เป็นรูปเล่ม
้
- 15.
1.3 ประโยชน์แ ละตัวอย่า งของการใช้เ ทคโนโลยี
สารสนเทศและการสือ สาร ่
1.3.1 ด้า นการศึก ษา เทคโนโลยีสารสนเทศและการ
สื่อสารถูกนำามาใช้เพื่ออำานวยความสะดวกในการบริหารด้าน
การบริหารด้านการศึกษา เช่น ระบบการลงทะเบียน และระบบ
การจัดตารางสอน นอกจากนียงใช้เป็นเครื่องมือในการเพิ่ม
้ ั
โอกาสทางด้านการศึกษาและเพิมประสิทธิภาพการเรียนการ
่
สอน
- 16.
1.3.2 ด้า นการแพทย์และสาธารณสุข เทคโนโลยีสารสนเทศ
และการสื่อสารถูกนำามาใช้เริ่มตั้งแต่การทำาทะเบียนคนไข้ การ
รักษาพยาบาลทัวไป ตลอดจนการวินิจฉัยและรักษาโรคต่างๆได้
่
อย่างรวดเร็วและแม่นยำางานศึกษาโมเลกุลสารเคมี สามารถ
การวิจยทางการแพทย์ นอกจากนียงใช้ในห้องทดลอง การ
ั ้ ั
ศึกษาและ-มูลทางการแพทย์ รักษาคนไข้ด้วยระบบการรักษา
ค้นคว้าข้อ
ทางไกลตลอดเวลาผ่านเครือข่ายการสื่อสาร เครื่องเอกซเรย์
คอมพิวเตอร์ที่เรียกว่า อีเอ็มไอสแกนเนอร์ (EMI scanner) ถูก
นำามาถ่ายภาพสมองมนุษย์เพื่อตรวจหาความผิดปกติในสมอง
- 17.
1.3.3 ด้า นการเกษตรและอุตสาหกรรม เทตโนโลยี
สารสนเทศและการสื่อสารถูกนำามาใช้ประโยชน์ในด้าน
เกษตรกรรม เช่น การจัดทำาระบบข้อมูลเพือการเกษตรและ
่
พยากรณ์ผลผลิตด้านการเกษตร นอกจากนียังช่วยพัฒนา
้
ความก้าวหน้าทางด้านอุตสาหกรรม การประดิษฐ์หุ่นยนต์
เพือใช้ทำางานบ้าน และหุนยนต์เพืองานอุตสาหกรรมทีต้อง
่ ่ ่ ่
เสี่ยงภัยและเป็นอันตรายต่อสุขภาพ เฃ่น โรงงานสารเคมี
โรงผลิตและการจ่ายไฟฟ้า รวมถึงงานทีต้องทำาซำ้าๆ
่
- 18.
1.3.4 ด้า นการเงินธนาคาร เทคโนโลยีสารสนเทศและ
การสื่อสารถูกนำามาใช้ในด้านการเงินและการธนาคาร
โดยใช้ช่วยด้านการบัญชี การฝากถอนเงิน โอนเงิน
บริการสินเชื่อ และเปลี่ยนเงินตรา บริการข่าวสารธนาคาร
การใช้คอมพิวเตอร์ด้านการเงินการธนาคารทีรู้จักและ
่
นิยมใช้กันทั่วไป เช่น บริการฝากถอนเงิน การโอนเงิน
แบบอิเล็กทรอนิกส์
- 19.
1.3.5 ด้า นความมันคง มีการใช้เทคโนโลยี
่
สารสนเทศและการสือสารกันอย่างแพร่หลาย เช่น ใช้ใน
่
การควบคุมประสานงานวงจรสื่อสารทหาร การแปลรหัสลับ
ในงานจารกรรมระหว่างประเทศ การส่งดาวเทียมและการ
คำานวณวิถีโคจรของจรวดไปสูอวกาศ สำานักงานตำารวจ
่
แห่งชาติของประเทศไทยมีศนย์ประมวลข่าวสาร มีระบบจัด
ู
ทำาทะเบียนปืน ทะเบียนประวัติอาชญากร ทำาให้เกิดความ
สะดวกและรวดเร็วในการสืบค้นข้อมูลเพื่อการสืบสวนคดี
ต่างๆ
- 20.
- 21.
1.3.7 ด้า นวิศ วกรรมและสถาปัตยกรรม มี
การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการ
ออกแบบ หรือจำาลองสภาววการณ์ต่างๆ เช่น การรับ
แรงสั่นสะเทือนของอาคารเมือเกิดแผ่นดิวไหว โดยการ
่
คำานวณและแสดงภาพสถานการณ์ใกล้เคียงความจริง
- 22.
- 23.
1.4 แนวโน้ม การใช้ง านเทคโนโลยีสารสนเทศและการ
สือ สาร
่
1.4.1 ด้า นอุป กรณ์เ ทคโนโลยีส ารสนเทศและ
การสื่อ สาร เมือพิจารณาเครือข่ายการสื่อสารทัวไปจากอดีต
่ ่
จนถึงปัจจุบัน เห็นได้ชัดว่ามนุษย์ใช้อุปกรณ์การสื่อสารแบบ
พกพามากขึ้นเรื่อยๆ เริ่มจากวิทยุเรียกตัว (pager) ซึ่งเป็น
เครื่องรับข้อความ มาเป็นถึงโทรศัพท์เคลื่อนที่ อุปกรณ์สื่สาร
ชนิดนีได้ถูกพัฒนาจนสามารถใช้งานด้านอื่นๆได้ นอกจาก
้
การพูดคุยธรรมดา โทรศัพท์เคลื่อนทีรุ่นใหม่สามารถใช้ถ่าย
่
รูป ฟังเพลง ฟังวิทยุ ดูโทรทัศน์ บันทึกข้อมูงสั้นๆ บางรุ่นมี
ลักษณะเป็นเครื่องช่วยงานส่วนบุคคล (Personal Digital
Assistant : PDA) ซึ่งสามารถเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตได้ อีกทั้ง
ยังมีหน้าจอแบบสัมผัส ทำาให้สะดวกต่อการใช้งานมากขึ้น บาง
รุ่นมีอุปกรณ์สไตลัส (stylus)
- 24.
1.4.2 ด้า นระบบเครือ ข่ายคอมพิว เตอร์ ระบบ
เครื่องข่ายคอมพิวเตอร์ในอดีตมังเป็นระบบทีใช้คอมพิวเตอร์
่
และอุปกรณ์เชือมต่อตรงโดยจุดเดียว (stand alone) ต่อมามี
่
การเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์เข้าด้วยกันภายในองค์กร เพื่อทำาให้
สามารถใช้ข้อมูลร่วมกัน หรือใช้เครื่องพิมพ์ร่วมกัน จนเกิด
เป็นระบบรับและให้บริการ หรือทีเรียกว่าระบบรับ-ให้บริการ
่
(client-server system) โดยมีเครื่องให้บริการ (server) และ
เครื่องรับบริการ (client) การให้บริการบนเว็บก็นำาหลักการ
ของระบบรับ-ให้บริการมาใช้ช่วยให้การทำางานง่ายขึ้น
สะดวก รวดเร็ว เพราะสามารถทำางานจากที่ใดก็ได้โดยผ่าน
ระบบอินเตอร์เน็ต โดยมีเว็บเซอร์เวอร์ (web server) เป็น
เครื่องให้บริการ
- 25.
1.4.3 ด้า นเทคโนโลยี ระบบทำางานอัตโนมัติทสามารถ
ี่
ตัดสินใจได้เองจะเข้ามาแทนที่มากขึ้น เช่น ระบบแนว
นำาเส้นทางจราจร ระบบจอดรถ ระบบตรวจหาตำาแหน่ง
ของวัตถุ ระบบควบคุมความปลอดภัยภายในอาคาร
ระบบทีทำางานอัตโนมัติเช่นนี้ อาจกลายเป็นระบบหลัก
่
ในการดำาเนินการของหน่วยงานต่่่างๆ โดยเข้ามา
แทนที่การทำางานของมนุษย์ มีการเชื่อมต่ออย่างกว้าง
ขวางไปยังหน่วยงานที่เกียวข้องมากกว่าทีเป็นอยู่ใน
่ ่
ปัจจุบัน
- 26.
1.5 ความเปลี่ย นแปลงจากการใช้เ ทคโนโลยี
สารสนเทศและการสื่อสาร
ความก้าวหน้าของอุปกรณ์เทคโนโลยีสารสรเทศและ
การสื่อสารเป็นไปอย่างรวดเร็ว เพือนสนองความต้องการด้าน
่
ต่างๆ ของผู้ใช้ปัจจุบันซึ่งมีจำานวนผู้ใช้งานเทคโนโลยีสารสร
เทศและการสื่อสารทัวโลกประมาณพันล้านคน และเพิมขึ้น
่ ่
เรื่อยๆ ทุกปี ผู้ใช้สามารถใช้งานอุปกรณ์ดังกล่าวได้ทกที่ ทุก
ุ
เวลา จึงทำาให้เกิดความเปลี่ยนแปลงด้านต่างๆทังที่้เกิด
้ ่
ประโยชน์และโทษ เช่น
- 27.
1. ด้า นสัง คม สภาพเสมือนจริงการใช้อินเตอร์เน็ตเชื่อม
โยงการทำางานต่างๆ จนเกิดเป็นสังคมทีติดต่อผ่านทาง
่
อินเตอร์เน็ต หรือทีรู้จักกีนว่า ไซเบอรฺ่์สเปช (cyber space)
่
ซึ่งมีกิจกรรมต่างๆ เช่นการพูด การชื้อสินค้า และบริการ
การทำางานผ่านเครื่อข่ายคอมพิวเตอร์ทำาให้เกิดสภาพที่
เสมือนจริง (virtual) เช่น เกมส์เสมือนจริง ห้องเรียนเสมือน
จริง ซึ่งทำาให้ลดเวลาในการเดินทางและสามารถใช้งานได้
ทุกทีทกเวลา
่ ุ
- 28.
- 29.
3. ด้า นสิ่ง แวดล้อม เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
มีประโยชน์ในด้านธรรมชาติและและสิ่งแวดล้อม เช่น ระบบ
ป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง โดยใช้ภาพถ่ายดาวเทียม หรือ
ภาพถ่ายทางอากาศ ร่วมกับการจัดเก็บรักษาข้อมูลระดับนำ้า
ทะเล ความสูงของคลื่นจากระบบเรดาร์ เป็นการศึกษาเพือ่
หาสาเหตุ และนำาข้อมูลมาวางแผนและสร้างระบบเพือ ่
ป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งแต่ละแห่งได้อย่างเหมาะสม
- 30.
1.6 ตัว อย่า งอาชีพทางด้า นเทคโนโลยีส ารสนเทศ
และการสื่อ สาร
ตลาดแรงงานต้องการผู้ทมความรู้ความเข้าใจงาน
ี่ ี
เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารอย่างแท้จริง ซึ่งงาน
ด้านนีจะรวมถึง งานด้านการออกแบบโปรแกรมต่างๆ
้
โปรแกรมใช้งานบนเว็บ งานด้านการเขียนโปรแกรมภาษา
คอมพิวเตอร์ งานด้านฐานข้อมูล งานด้านระบบเครือข่ายทัง้
ในและนอกองค์กร รวมถึงการรักษาความมันคงปลอดภัยใน
่
ระบบคอมพิวเตอร์บนเครือข่าย ดังนันองค์กรจึงมีความ
้
ต้องการบุคลากรที่มความรู้ ความสามารถในการบริหาร
ี
จัดการ และพัฒนาซอฟต์แวร์ เพื่อใช้งานด้านต่างๆของ
องค์กร ตัวอย่างอาชีพด้านเทคโลโลยีสารสนเทศและการ
สือสาร เช่น
่
- 31.
1. นัก เขียนโปรมแกรมหรือ โปรแกรมเมอร์
(programmer)
ทำำหน้ำที่ในกำรเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์เพือใช้ในงำน
่
ด้ำนต่ำงๆ เช่น โปรมแกรมเกี่ยวกับกำรซื้อขำยสินค้ำ
โปรแกรมทีใช้กับงำนด้ำนบัญชี หรือโปรแกรมทีใช้กับระบบ
่ ่
งำนขนำดใหญ่ขององค์กร
- 32.
2. นัก วิเครำะห์ร ะบบ (system analyst)
ทำำหน้ำทีในกำรศึกษำวิเครำะห์และพัฒนำระบบ
่
สำรสนเทศ นักวิเครำะห์ระบบจะทำำกำรวิเครำะห์ระบบ
งำนและออกแบบระบบสำรสนเทศให้ตรงกับควำม
ต้องกำรของผู้ใช้งำน ซึ่งอำจรวมถึงงำนด้ำนกำร
ออกแบบฐำนข้อมูลด้วย
- 33.
3. ผู้ด ูแลและบริห ำรฐำนข้อ มูล (database
administrator)
ทำำหน้ำทีบริหำรและจัดกำรฐำนข้อมูล (database) รวมถึง
่
กำรออกแบบ บำำรุงรักษำข้อมูล และกำรดูแลระบบควำม
ปลอดภัยของฐำนข้อมูล เช่น กำรกำำหนดบัญชีผู้ใช้ กำร
กำำหนดสิทธิ์ผู้ใช้
- 34.
4. ผู้ด แลและบริห ำรระบบ(system administrator)
ู
ทำำหน้ำที่บริหำรและจัดกำรระบบคอมพิวเตอร์ในองค์กร โดย
ดูแลกำรติดตั้งและบำำรุงรักษำระบบปฎิบัติกำร กำรติดตั้ง
ฮำร์ดแวร์ สร้ำง ออกแบบและบำำรุงรักษำบัญชีผู้ใช้ สำำหรับ
องค์กรขนำดเล็กเจ้ำหน้ำทีควำมคุมระบบอำจต้องดูแลและ
่
บริหำรระบบเครือข่ำยด้วย
- 35.
5. ผู้ดแ ลและบริห ำรระบบเครือ ข่ำ ย (network
ู
administrator)
ทำำหน้ำทีบริหำรและจัดกำรออกแบบระบบเครือข่ำยคอมพิวเตอร์
่
และดูแลรักษำควำมปลอดภัยของระบบเครือข่ำยขององค์กร
เช่น ตรวจสอบกำรใช้งำนเครือข่ำยของพนักงำนและติดตั้ง
โปรแกรมป้องกันผู้บุกรุกเครือข่ำย
- 36.
6. ผู้พฒ นำและบริห ำรระบบเว็บ ไซต์
ั
(webmaster)
ทำำหน้ำที่ออกแบบพัฒนำ ปรับปรุงและบำำรุงรักษำเว็บไซต์
ให้มควำมทันสมัย โดยเฉพำะอย่ำงยิ่งต้องมีกำรปรับปรุง
ี
ข้อมูลให้เป็นปัจจุบันอยูเสมอ ่
- 37.
7. เจ้ำ หน้ำทีเ ทคนิค (technician)
่
ทำำหน้ำที่ซอมบำำรุงรักษำเครื่องคอมพิวเตอร์ ติดตั้ง
่
โปรแกรม หรือติดตั้งฮำร์ดแวร์ต่ำงๆและแก้ไขปัญหำที่
อำจเกิดจำกกำรใช้อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ในองค์กร
- 38.
8. นัก เขียนเกม (game maker)
ทำำหน้ำที่เขียนหรือพัฒนำโปรแกรมเกมคอมพิวเตอร์ใน
ปัจจุบันนี้กำรเขียนโปรมแกรมคอมพิวเตอร์เป็นอำชีพ
ได้รับควำมนิยมอย่ำงสูงในประเทศไทย