กลุ่ม ที่ 5
บทที่ 1 เทคโนโลยีส ารสนเทศและการสื่อ สาร
                    จัด ทำา โดย
 นางสาว กาญจนา แจ่ม ใจหาญ เลขที่ 5
   นางสาว สโรชา พลปัญ กาศ เลขที่ 8
  นางสาว กานต์ท ต า หอมสุว รรณ์ เลขที่ 9
                      ิ
   นางสาว ญาติก า ผอบทอง เลขที่ 18
 นางสาว มณฑกาญจน์ พัฒ นจัน ทร์ เลขที่ 31
          ชั้น มัธ ยมศึก ษาปีท ี่ 4/10
                        เสนอ
          อาจารย์ อารีย ์ บุญ รัก ษา
         โรงเรีย นจอมสุร างค์อ ุป ถัม ภ์
บทที่ 1
       เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร




1.1ความหมายของเทคโนโลยีส ารสนเทศและการสื่อ สาร

ปัจจุบันเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารมีบทยาทมาก เช่น มีการ
ใช้คอมพิวเตอร์ในการทำางาน ใช้อินเตอร์เน็ตเพือสืบค้นข้อมูล หรือ
                                             ่
รับขส่งข้อมูลระหว่างกัน ตลอดใช่โทรศัพท์เครื่องที่(mobile phone)
หรือโทรศัพท์มือถือในการติดต่อสื่อสารองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน
ได้นำาเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสารเข้ามาใช้งานในทุกระดับ
ชั้นขององค์กร
เทคโนโลยีส ารสนเทศ ( Information Technology: IT )เรียกย่อ
ว่า"ไอที"ประกอบด้วยคำาว่า"เทคโนโลยี" และคำาว่า"สารสนเทศ" นำามา
ร่วนกันเป็น"เทคโนโลยีสารสนเทศ" และคำาว่าเทคโนโลยีสารสนเทศและ
การสื่อสาร ( Information and Communication Technology: ICT ) หรือ
เรียกย่อว่า"ไอซีที"ประกอบด้วยคำาทีมีความหมายดังนี้
                                  ่
 เทคโนโลยี่( Technology ) หมายถึง การนำาความรู้ด้านวิทยาศาสตร์
 มาประยุกต์ในการพัฒนาเครื่องมือ เครื่องใช้ อุปกรณ์ วิธีการและ
 กระบวนการ 
            สารสนเทศ( Information ) หมายถึง ผลลัพธ์ที่เกดจาก
 การนำาข้อมูลมาผ่านกระบวนการต่างๆ อย่างมีระบบ 
           เทคโนโลยีส ารสนเทศ หมายถึง การนำาความรู้ทางด้าน
 วิทยาศาสตร์มาประยุกต์ใช้เพื่อสร้างหรือจัดการสารสนเทศอย่างเป็น
 ระบบและรวดเร็ว โดยอาศัยเทคโนโลยีทางด้านคอมพิวเตอร์ 
 เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ตามแผ่นแม่บท เทคโนโลยี
 สารสนเทศและการสื่อสารประเทศไทย พ.ศ. 2545-2549 หมายถึง
 เทคโนโลยีเกี่ยวข้องกับข่าวสารข้อมูล และการสื่อสารนับตั้งแต่การ
 สร้าง การนำามาวิเคราะห์หรือการประมวลผล 
1.2 องค์ป ระกอบของระบบสารสนเทศ

          ระบบสารสนเทศ เป็นระบบทีช่วยเสริม
                                 ่
ประสิทธิภาพการทำางานโดยใช่เทคโนโลยีสารสนเทศ
และการสื่อสาร ระบบสารสนเทศประกอบด้วย
1.2.1 ฮาร์ด แวร์ ( hardware ) หมายถึง ตัวเครื่อง
คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วงต่างๆ เช่น คียบอร์ด
                                           ์
( keyboand ) เมาส์ ( mouse ) จอภาพ ( monitor ) เป็นต้น รวม
ทังอุปกรณ์สอสารสำาหรับเชื่อมโยงคอมพิวเตอร์เข้าเป็นเครือ
  ้         ื่
ข่าย เช่น โมเ็็ด็ม ( modem ) และ สายสัญญาณ
1.2.2 ชอฟต์แ วร์ ( soflware ) หมายถึง โปรแกรมหรือ
ชุดคำาสั่ง ( instruction ) ทีใช่ควบคุมการทำางานของเครื่อง
                             ่
คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วงต่างๆ ชุดคำาสั่งจะถูกแบ่งออก
เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ
ซอฟต์แ วร์ร ะบบ ( system software ) หมายถึงชุดคำาสั่งทีทำา
                                                       ่
หน้าทีควบคุมการทำางานของเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์
      ่
ต่อพ่วงต่างๆ และทำาหน้าทีเป็นตัวกลางระหว่างผู้ใช้กับ
                          ่
1) ระบบปฏิบ ัต ิก ารแวร์ระบบแบ่งออกเป็น OS ) เป็น
คอมพิวเตอร์ ซอฟต์ ( Operating System:
ซอฟต์แวร์ททำาหน้าที่ควบคุมการทำางานของอุปกรณ์และ
              ี่
ซอฟต์แวร์ทงหมดภายในคอมพิวเตอร์ ตัวอย่างระบบปฏิบัติ
                 ั้
การ เช่น วินโดวส์( Windowns ) ลินุกซ์ ( Linux ) และ แมค
โอเอส ( Mac OS )
2) โปรแกรมอรรถประโยชน์ ( utilities program ) เป็น
โปรแกรมทีช่วยเสริมการทำางานของคอมพิวเตอร์ หรือช่วย
            ่
เสริมการทำางานอื่นๆให้มความสามารถใช่วานได้สะดวกและ
                       ี
รวดเร็วยิ่งขึ้น
3)โปรแกรมขับ อุป กรณ์ หรือ ดีไ วซ์ไ ดร์ฟ เวอร์ ( device
driver ) เป็นโปรแกรมทีช่วยในการติดตั้งระบบเพื่อให้คอมพิว
                      ่
เตอรืสามารถติดต่อหรือใช่งานอุปกรณ์ต่างๆ
4) โปรแกรมแปลภาษา เป็นโปรแกรมทีทำาหน้าทีแปล
                                         ่     ่
โปรแกรมทีเขียนขึ้นด้วยภาษาคอมพิวเตอร์ระดับสูงให้เป็น
             ่
รหัสทีอยู่ในรูปแบบทีเครื่องคอมพิวเตอร์สามารถทำางานได้
      ่                ่
ดังรูปที่ 1.9 ตัวอย่างตัวแปลภาษา เช่น ตัวแปลภาษาจาวา
ตัวแปลภาษาซี 
ซอฟต์แ วร์ป ระยุก ต์ (application software) หมายถึง
ชุดคำาสั่งทีเขียนขึ้นเพือให้เครื่องคอมพิวเตอร์ทำางานตาม
            ่           ่
วัตถุประสงค์เฉพาะอย่าง ซอฟต์แวร์ประยุกต์อาจเขียน
ขึ้นโดยใช้โปรแกรม ภาษาคอมพิวเตอร์ เช่น เบสิก
(Basic) ปาสคาล (Pascal) โคบอล (Cobol) ซี (C) ซีพลัส
พลัส (C++) และจาวา (Java) ซอฟต์แวร์ประยุกต์แบ่งตาม
กลุ่มการใช้งานได้ดังตารางที่ 1.1
1.2.3 ข้อ มูล (data) ข้อมูลจะถูกรวบรวมและป้อนเข้าสู่เครื่อง
คอมพิวเตอร์โดยผ่านอุปกรณ์ของหน่วยรับเข้า เช่น คีย์บอร์ด
เมาส์ และสแกนเนอร์ (scanner) ข้อมูลต้องมีโครงสร้างในการ
จัดเก็บทีเป็นระบบเพือการสืบค้นทีรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
         ่           ่           ่
ข้อมูลจะถูกจัดเก็บอยูในหน่วยความจำา (memory unit) 
                       ่
1.2.4 บุค ลากร  (people)บุคลากรเป็นองค์ประกอบทีสำาคัญ
                                                   ่
ทีสุดของระบบสารสนเทศ ในที่นหมายถึงบุคลากรที่เป็นผู้ใช้
  ่                           ี้
ระบบสารสนเทศ ดังรูปที่ 1.11 บุคลากรทีเป็นผู้พฒนาระบบ
                                      ่      ั
สารสนเทศ จะต้องมีความรู้ความสามารถในการพัฒนาระบบ
สารสนเทศให้มประสิทธิภาพให้สามารถทำางานได้ตามความ
              ี
ต้องการของผู้ใช้ใช้ง่ายและสะดวก ส่วนผู้ใช้ต้องมีความรู้
ความเข้าใจ และมีความสามารถในการใช้งานระบบสารสนเทศ
และการสื่อสารต่างๆ ได้อย่างถูกต้องจึงจะเกิดสารสนเทศทีเป็น
                                                        ่
ประโยชน์ 
 
1.2.5 ขั้น ตอนการปฏิบ ัต ิง าน (procedure) ระบบสารสนเทศ
ต้องมีขั้นตอนการปฏิบัติงานทีเป็นลำาดับขั้นชัดเจน เพื่อให้ผู้ใช้
                              ่
สามารถเข้าใจได้ง่าย และดำาเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ทังในสถานการณ์ปกติและสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่น ขั้นตอน
  ้
การบันทึกข้อมูล ขั้นตอนการทำาสำาเนาข้อมูล ขั้นตอนการ
ปฏิบัติเมือข้อมูลได้รับความเสียหาย หรือเมือเครื่อง
          ่                               ่
คอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ต่างๆ เกิดการชำารุดเสียหาย ขั้นตอน
ต่างๆ เหล่านีควรได้รับการรวบรวมและจัดทำาให้เป็นรูปเล่ม 
              ้
1.3 ประโยชน์แ ละตัว อย่า งของการใช้เ ทคโนโลยี
สารสนเทศและการสือ สาร   ่
 
      1.3.1 ด้า นการศึก ษา เทคโนโลยีสารสนเทศและการ
สื่อสารถูกนำามาใช้เพื่ออำานวยความสะดวกในการบริหารด้าน
การบริหารด้านการศึกษา เช่น ระบบการลงทะเบียน และระบบ
การจัดตารางสอน นอกจากนียงใช้เป็นเครื่องมือในการเพิ่ม
                             ้ ั
โอกาสทางด้านการศึกษาและเพิมประสิทธิภาพการเรียนการ
                                 ่
สอน 
1.3.2 ด้า นการแพทย์แ ละสาธารณสุข  เทคโนโลยีสารสนเทศ
และการสื่อสารถูกนำามาใช้เริ่มตั้งแต่การทำาทะเบียนคนไข้ การ
รักษาพยาบาลทัวไป ตลอดจนการวินิจฉัยและรักษาโรคต่างๆได้
                ่
อย่างรวดเร็วและแม่นยำางานศึกษาโมเลกุลสารเคมี สามารถ
การวิจยทางการแพทย์ นอกจากนียงใช้ในห้องทดลอง การ
       ั                           ้ ั
ศึกษาและ-มูลทางการแพทย์ รักษาคนไข้ด้วยระบบการรักษา
ค้นคว้าข้อ
ทางไกลตลอดเวลาผ่านเครือข่ายการสื่อสาร เครื่องเอกซเรย์
คอมพิวเตอร์ที่เรียกว่า อีเอ็มไอสแกนเนอร์ (EMI scanner) ถูก
นำามาถ่ายภาพสมองมนุษย์เพื่อตรวจหาความผิดปกติในสมอง
1.3.3 ด้า นการเกษตรและอุต สาหกรรม เทตโนโลยี
สารสนเทศและการสื่อสารถูกนำามาใช้ประโยชน์ในด้าน
เกษตรกรรม เช่น การจัดทำาระบบข้อมูลเพือการเกษตรและ
                                       ่
พยากรณ์ผลผลิตด้านการเกษตร นอกจากนียังช่วยพัฒนา
                                         ้
ความก้าวหน้าทางด้านอุตสาหกรรม การประดิษฐ์หุ่นยนต์
เพือใช้ทำางานบ้าน และหุนยนต์เพืองานอุตสาหกรรมทีต้อง
    ่                  ่       ่                ่
เสี่ยงภัยและเป็นอันตรายต่อสุขภาพ เฃ่น โรงงานสารเคมี
โรงผลิตและการจ่ายไฟฟ้า รวมถึงงานทีต้องทำาซำ้าๆ 
                                     ่
 
1.3.4 ด้า นการเงิน ธนาคาร เทคโนโลยีสารสนเทศและ
การสื่อสารถูกนำามาใช้ในด้านการเงินและการธนาคาร
โดยใช้ช่วยด้านการบัญชี การฝากถอนเงิน โอนเงิน
บริการสินเชื่อ และเปลี่ยนเงินตรา บริการข่าวสารธนาคาร
การใช้คอมพิวเตอร์ด้านการเงินการธนาคารทีรู้จักและ
                                           ่
นิยมใช้กันทั่วไป เช่น บริการฝากถอนเงิน การโอนเงิน
แบบอิเล็กทรอนิกส์
 
             1.3.5 ด้า นความมัน คง มีการใช้เทคโนโลยี
                              ่
สารสนเทศและการสือสารกันอย่างแพร่หลาย เช่น ใช้ใน
                         ่
การควบคุมประสานงานวงจรสื่อสารทหาร การแปลรหัสลับ
ในงานจารกรรมระหว่างประเทศ การส่งดาวเทียมและการ
คำานวณวิถีโคจรของจรวดไปสูอวกาศ สำานักงานตำารวจ
                                  ่
แห่งชาติของประเทศไทยมีศนย์ประมวลข่าวสาร มีระบบจัด
                                ู
ทำาทะเบียนปืน ทะเบียนประวัติอาชญากร ทำาให้เกิดความ
สะดวกและรวดเร็วในการสืบค้นข้อมูลเพื่อการสืบสวนคดี
ต่างๆ 
1.3.6 ด้า นการคมนาคม มีการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ
และการสื่อสารในส่วนทีเกี่ยวกับการเดินทาง เช่น การเดิน
                        ่
ทางโดยรถไฟ มีการเชื่อมโยงข้อมูลการจองทีนั่งไปยังทุก
                                             ่
สถานี ทำาให้สะดวกต่อผู้โดยสาร การเช็คอินของสาย
การบิน ได้จัดทำาเครื่องมือที่สะดวกต่อลูกค้า ในรูปแบบของ
การเช็คอินด้วยตนเอง 
 
               1.3.7 ด้า นวิศ วกรรมและสถาปัต ยกรรม มี
การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการ
ออกแบบ หรือจำาลองสภาววการณ์ต่างๆ เช่น การรับ
แรงสั่นสะเทือนของอาคารเมือเกิดแผ่นดิวไหว โดยการ
                                  ่
คำานวณและแสดงภาพสถานการณ์ใกล้เคียงความจริง
1.3.8 ด้า นการพาณิช ย์ องค์กรในภาคธุรกิจใช้
ประโยชน์จากเทคโนโลยีสารสนเทศและการสือสารใน่
การบริหารจัดการ เพือช่วยเพิมความยืดหยุนให้กับองค์กร
                    ่      ่          ่
ในการทำางาน ทำาให้การประสานงานหรือการทำากิจกรรม
ต่างๆ ของแต่ละหน่วยงานในองค์กรหรือระหว่างองค์กร
เป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนียัง
                                            ้
สามารถใช้ปรับปรุงการให้บริการกับลูกค้าทัวไป สิงเหล่า
                                        ่     ่
นี้นบเป็นการสร้างโอกาสความได้เปรียบในการแข่งขันให้
    ั
กับองค์กร 
 
1.4 แนวโน้ม การใช้ง านเทคโนโลยีส ารสนเทศและการ
สือ สาร 
   ่
 
               1.4.1 ด้า นอุป กรณ์เ ทคโนโลยีส ารสนเทศและ
การสื่อ สาร เมือพิจารณาเครือข่ายการสื่อสารทัวไปจากอดีต
                      ่                          ่
จนถึงปัจจุบัน เห็นได้ชัดว่ามนุษย์ใช้อุปกรณ์การสื่อสารแบบ
พกพามากขึ้นเรื่อยๆ เริ่มจากวิทยุเรียกตัว (pager) ซึ่งเป็น
เครื่องรับข้อความ มาเป็นถึงโทรศัพท์เคลื่อนที่ อุปกรณ์สื่สาร
ชนิดนีได้ถูกพัฒนาจนสามารถใช้งานด้านอื่นๆได้ นอกจาก
           ้
การพูดคุยธรรมดา โทรศัพท์เคลื่อนทีรุ่นใหม่สามารถใช้ถ่าย
                                        ่
รูป ฟังเพลง ฟังวิทยุ ดูโทรทัศน์ บันทึกข้อมูงสั้นๆ บางรุ่นมี
ลักษณะเป็นเครื่องช่วยงานส่วนบุคคล (Personal Digital 
Assistant : PDA) ซึ่งสามารถเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตได้ อีกทั้ง
ยังมีหน้าจอแบบสัมผัส ทำาให้สะดวกต่อการใช้งานมากขึ้น บาง
รุ่นมีอุปกรณ์สไตลัส (stylus) 
                1.4.2 ด้า นระบบเครือ ข่า ยคอมพิว เตอร์ ระบบ
เครื่องข่ายคอมพิวเตอร์ในอดีตมังเป็นระบบทีใช้คอมพิวเตอร์
                                               ่
และอุปกรณ์เชือมต่อตรงโดยจุดเดียว (stand alone) ต่อมามี
                     ่
การเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์เข้าด้วยกันภายในองค์กร เพื่อทำาให้
สามารถใช้ข้อมูลร่วมกัน หรือใช้เครื่องพิมพ์ร่วมกัน จนเกิด
เป็นระบบรับและให้บริการ หรือทีเรียกว่าระบบรับ-ให้บริการ
                                     ่
(client-server system) โดยมีเครื่องให้บริการ (server) และ
เครื่องรับบริการ (client) การให้บริการบนเว็บก็นำาหลักการ
ของระบบรับ-ให้บริการมาใช้ช่วยให้การทำางานง่ายขึ้น
สะดวก รวดเร็ว เพราะสามารถทำางานจากที่ใดก็ได้โดยผ่าน
ระบบอินเตอร์เน็ต โดยมีเว็บเซอร์เวอร์ (web server) เป็น
เครื่องให้บริการ
1.4.3 ด้า นเทคโนโลยี ระบบทำางานอัตโนมัติทสามารถ
                                            ี่
ตัดสินใจได้เองจะเข้ามาแทนที่มากขึ้น เช่น ระบบแนว
นำาเส้นทางจราจร ระบบจอดรถ ระบบตรวจหาตำาแหน่ง
ของวัตถุ ระบบควบคุมความปลอดภัยภายในอาคาร
ระบบทีทำางานอัตโนมัติเช่นนี้ อาจกลายเป็นระบบหลัก
        ่
ในการดำาเนินการของหน่วยงานต่่่างๆ โดยเข้ามา
แทนที่การทำางานของมนุษย์ มีการเชื่อมต่ออย่างกว้าง
ขวางไปยังหน่วยงานที่เกียวข้องมากกว่าทีเป็นอยู่ใน
                       ่                ่
ปัจจุบัน
 
 
1.5 ความเปลี่ย นแปลงจากการใช้เ ทคโนโลยี
สารสนเทศและการสื่อ สาร 
       ความก้าวหน้าของอุปกรณ์เทคโนโลยีสารสรเทศและ
การสื่อสารเป็นไปอย่างรวดเร็ว เพือนสนองความต้องการด้าน
                                   ่
ต่างๆ ของผู้ใช้ปัจจุบันซึ่งมีจำานวนผู้ใช้งานเทคโนโลยีสารสร
เทศและการสื่อสารทัวโลกประมาณพันล้านคน และเพิมขึ้น
                      ่                               ่
เรื่อยๆ ทุกปี ผู้ใช้สามารถใช้งานอุปกรณ์ดังกล่าวได้ทกที่ ทุก
                                                    ุ
เวลา จึงทำาให้เกิดความเปลี่ยนแปลงด้านต่างๆทังที่้เกิด
                                               ้ ่
ประโยชน์และโทษ เช่น
1. ด้า นสัง คม สภาพเสมือนจริง การใช้อินเตอร์เน็ตเชื่อม
โยงการทำางานต่างๆ จนเกิดเป็นสังคมทีติดต่อผ่านทาง
                                         ่
อินเตอร์เน็ต หรือทีรู้จักกีนว่า ไซเบอรฺ่์สเปช (cyber space) 
                   ่
ซึ่งมีกิจกรรมต่างๆ เช่นการพูด การชื้อสินค้า และบริการ
การทำางานผ่านเครื่อข่ายคอมพิวเตอร์ทำาให้เกิดสภาพที่
เสมือนจริง (virtual) เช่น เกมส์เสมือนจริง ห้องเรียนเสมือน
จริง ซึ่งทำาให้ลดเวลาในการเดินทางและสามารถใช้งานได้
ทุกทีทกเวลา
      ่ ุ
2. ด้า นเศรษกิจ  เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารส่งผล
ให้เกิดสังคมโลกาภิวัตน์(globalization) เพราะสามารถชมข่าว
ชมรายการโทรทัศนทีส่งกระจายผ่านดาวเทียมของประเทศ
                     ่
ต่างๆ ได้ทวโลก สามารถรับรู้ข่าวสารได้ทนที ใช้อินเทอร์เน็ต
           ั่                            ั
ในการติดต่อสื่อสารระหว่างกัน ระบบเศรษกิจซึ่งแต่เดิมมี
ขอบเขตจำากัดภายในประเทศ ก็กระจายเป็นเศรษญกิจโลก
เกิดกระแสการหมุนเวียนแลกเปลี่ยนสินค้าและบริการอย่าง
รวดเร็วและกว้างขวาง ระบบเศรษฐกิจของทุกประเทศในโลก
จึงเชื่อมโยงและผูกพันกันมากขึ้น 
3. ด้า นสิ่ง แวดล้อ ม เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
มีประโยชน์ในด้านธรรมชาติและและสิ่งแวดล้อม เช่น ระบบ
ป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง โดยใช้ภาพถ่ายดาวเทียม หรือ
ภาพถ่ายทางอากาศ ร่วมกับการจัดเก็บรักษาข้อมูลระดับนำ้า
ทะเล ความสูงของคลื่นจากระบบเรดาร์ เป็นการศึกษาเพือ่
หาสาเหตุ และนำาข้อมูลมาวางแผนและสร้างระบบเพือ  ่
ป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งแต่ละแห่งได้อย่างเหมาะสม 
 
1.6 ตัว อย่า งอาชีพ ทางด้า นเทคโนโลยีส ารสนเทศ
และการสื่อ สาร
 
         ตลาดแรงงานต้องการผู้ทมความรู้ความเข้าใจงาน
                              ี่ ี
เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารอย่างแท้จริง ซึ่งงาน
ด้านนีจะรวมถึง งานด้านการออกแบบโปรแกรมต่างๆ
        ้
โปรแกรมใช้งานบนเว็บ งานด้านการเขียนโปรแกรมภาษา
คอมพิวเตอร์ งานด้านฐานข้อมูล งานด้านระบบเครือข่ายทัง้
ในและนอกองค์กร รวมถึงการรักษาความมันคงปลอดภัยใน
                                       ่
ระบบคอมพิวเตอร์บนเครือข่าย ดังนันองค์กรจึงมีความ
                                   ้
ต้องการบุคลากรที่มความรู้ ความสามารถในการบริหาร
                   ี
จัดการ และพัฒนาซอฟต์แวร์ เพื่อใช้งานด้านต่างๆของ
องค์กร ตัวอย่างอาชีพด้านเทคโลโลยีสารสนเทศและการ
สือสาร เช่น
  ่
 
          1. นัก เขีย นโปรมแกรมหรือ โปรแกรมเมอร์
(programmer)
ทำำหน้ำที่ในกำรเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์เพือใช้ในงำน
                                           ่
ด้ำนต่ำงๆ เช่น โปรมแกรมเกี่ยวกับกำรซื้อขำยสินค้ำ
โปรแกรมทีใช้กับงำนด้ำนบัญชี หรือโปรแกรมทีใช้กับระบบ
                ่                            ่
งำนขนำดใหญ่ขององค์กร
 
2. นัก วิเ ครำะห์ร ะบบ (system analyst)
ทำำหน้ำทีในกำรศึกษำวิเครำะห์และพัฒนำระบบ
           ่
สำรสนเทศ นักวิเครำะห์ระบบจะทำำกำรวิเครำะห์ระบบ
งำนและออกแบบระบบสำรสนเทศให้ตรงกับควำม
ต้องกำรของผู้ใช้งำน ซึ่งอำจรวมถึงงำนด้ำนกำร
ออกแบบฐำนข้อมูลด้วย
3. ผู้ด ูแ ลและบริห ำรฐำนข้อ มูล (database
administrator)
ทำำหน้ำทีบริหำรและจัดกำรฐำนข้อมูล (database) รวมถึง
            ่
กำรออกแบบ บำำรุงรักษำข้อมูล และกำรดูแลระบบควำม
ปลอดภัยของฐำนข้อมูล เช่น กำรกำำหนดบัญชีผู้ใช้ กำร
กำำหนดสิทธิ์ผู้ใช้
4. ผู้ด แ ลและบริห ำรระบบ(system administrator)
        ู
ทำำหน้ำที่บริหำรและจัดกำรระบบคอมพิวเตอร์ในองค์กร โดย
ดูแลกำรติดตั้งและบำำรุงรักษำระบบปฎิบัติกำร กำรติดตั้ง
ฮำร์ดแวร์ สร้ำง ออกแบบและบำำรุงรักษำบัญชีผู้ใช้ สำำหรับ
องค์กรขนำดเล็กเจ้ำหน้ำทีควำมคุมระบบอำจต้องดูแลและ
                          ่
บริหำรระบบเครือข่ำยด้วย
 
 
              5. ผู้ด แ ลและบริห ำรระบบเครือ ข่ำ ย (network
                      ู
administrator)
ทำำหน้ำทีบริหำรและจัดกำรออกแบบระบบเครือข่ำยคอมพิวเตอร์
               ่
และดูแลรักษำควำมปลอดภัยของระบบเครือข่ำยขององค์กร
เช่น ตรวจสอบกำรใช้งำนเครือข่ำยของพนักงำนและติดตั้ง
โปรแกรมป้องกันผู้บุกรุกเครือข่ำย
               6. ผู้พ ฒ นำและบริห ำรระบบเว็บ ไซต์
                       ั
(webmaster)
ทำำหน้ำที่ออกแบบพัฒนำ ปรับปรุงและบำำรุงรักษำเว็บไซต์
ให้มควำมทันสมัย โดยเฉพำะอย่ำงยิ่งต้องมีกำรปรับปรุง
        ี
ข้อมูลให้เป็นปัจจุบันอยูเสมอ ่
7. เจ้ำ หน้ำ ทีเ ทคนิค (technician)
               ่
ทำำหน้ำที่ซอมบำำรุงรักษำเครื่องคอมพิวเตอร์ ติดตั้ง
           ่
โปรแกรม หรือติดตั้งฮำร์ดแวร์ต่ำงๆและแก้ไขปัญหำที่
อำจเกิดจำกกำรใช้อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ในองค์กร
8. นัก เขีย นเกม (game maker)
ทำำหน้ำที่เขียนหรือพัฒนำโปรแกรมเกมคอมพิวเตอร์ใน
ปัจจุบันนี้กำรเขียนโปรมแกรมคอมพิวเตอร์เป็นอำชีพ
ได้รับควำมนิยมอย่ำงสูงในประเทศไทย

งานคอมเกด

  • 1.
    กลุ่ม ที่ 5 บทที่1 เทคโนโลยีส ารสนเทศและการสื่อ สาร จัด ทำา โดย นางสาว กาญจนา แจ่ม ใจหาญ เลขที่ 5 นางสาว สโรชา พลปัญ กาศ เลขที่ 8 นางสาว กานต์ท ต า หอมสุว รรณ์ เลขที่ 9 ิ นางสาว ญาติก า ผอบทอง เลขที่ 18 นางสาว มณฑกาญจน์ พัฒ นจัน ทร์ เลขที่ 31 ชั้น มัธ ยมศึก ษาปีท ี่ 4/10 เสนอ อาจารย์ อารีย ์ บุญ รัก ษา โรงเรีย นจอมสุร างค์อ ุป ถัม ภ์
  • 2.
    บทที่ 1 เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร 1.1ความหมายของเทคโนโลยีส ารสนเทศและการสื่อ สาร ปัจจุบันเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารมีบทยาทมาก เช่น มีการ ใช้คอมพิวเตอร์ในการทำางาน ใช้อินเตอร์เน็ตเพือสืบค้นข้อมูล หรือ ่ รับขส่งข้อมูลระหว่างกัน ตลอดใช่โทรศัพท์เครื่องที่(mobile phone) หรือโทรศัพท์มือถือในการติดต่อสื่อสารองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน ได้นำาเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสารเข้ามาใช้งานในทุกระดับ ชั้นขององค์กร
  • 3.
    เทคโนโลยีส ารสนเทศ (Information Technology: IT )เรียกย่อ ว่า"ไอที"ประกอบด้วยคำาว่า"เทคโนโลยี" และคำาว่า"สารสนเทศ" นำามา ร่วนกันเป็น"เทคโนโลยีสารสนเทศ" และคำาว่าเทคโนโลยีสารสนเทศและ การสื่อสาร ( Information and Communication Technology: ICT ) หรือ เรียกย่อว่า"ไอซีที"ประกอบด้วยคำาทีมีความหมายดังนี้ ่ เทคโนโลยี่( Technology ) หมายถึง การนำาความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ มาประยุกต์ในการพัฒนาเครื่องมือ เครื่องใช้ อุปกรณ์ วิธีการและ กระบวนการ             สารสนเทศ( Information ) หมายถึง ผลลัพธ์ที่เกดจาก การนำาข้อมูลมาผ่านกระบวนการต่างๆ อย่างมีระบบ            เทคโนโลยีส ารสนเทศ หมายถึง การนำาความรู้ทางด้าน วิทยาศาสตร์มาประยุกต์ใช้เพื่อสร้างหรือจัดการสารสนเทศอย่างเป็น ระบบและรวดเร็ว โดยอาศัยเทคโนโลยีทางด้านคอมพิวเตอร์  เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ตามแผ่นแม่บท เทคโนโลยี สารสนเทศและการสื่อสารประเทศไทย พ.ศ. 2545-2549 หมายถึง เทคโนโลยีเกี่ยวข้องกับข่าวสารข้อมูล และการสื่อสารนับตั้งแต่การ สร้าง การนำามาวิเคราะห์หรือการประมวลผล 
  • 4.
    1.2 องค์ป ระกอบของระบบสารสนเทศ          ระบบสารสนเทศ เป็นระบบทีช่วยเสริม ่ ประสิทธิภาพการทำางานโดยใช่เทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร ระบบสารสนเทศประกอบด้วย
  • 5.
    1.2.1 ฮาร์ด แวร์( hardware ) หมายถึง ตัวเครื่อง คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วงต่างๆ เช่น คียบอร์ด ์ ( keyboand ) เมาส์ ( mouse ) จอภาพ ( monitor ) เป็นต้น รวม ทังอุปกรณ์สอสารสำาหรับเชื่อมโยงคอมพิวเตอร์เข้าเป็นเครือ ้ ื่ ข่าย เช่น โมเ็็ด็ม ( modem ) และ สายสัญญาณ
  • 6.
    1.2.2 ชอฟต์แ วร์( soflware ) หมายถึง โปรแกรมหรือ ชุดคำาสั่ง ( instruction ) ทีใช่ควบคุมการทำางานของเครื่อง ่ คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วงต่างๆ ชุดคำาสั่งจะถูกแบ่งออก เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ
  • 7.
    ซอฟต์แ วร์ร ะบบ( system software ) หมายถึงชุดคำาสั่งทีทำา ่ หน้าทีควบคุมการทำางานของเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ ่ ต่อพ่วงต่างๆ และทำาหน้าทีเป็นตัวกลางระหว่างผู้ใช้กับ ่ 1) ระบบปฏิบ ัต ิก ารแวร์ระบบแบ่งออกเป็น OS ) เป็น คอมพิวเตอร์ ซอฟต์ ( Operating System: ซอฟต์แวร์ททำาหน้าที่ควบคุมการทำางานของอุปกรณ์และ ี่ ซอฟต์แวร์ทงหมดภายในคอมพิวเตอร์ ตัวอย่างระบบปฏิบัติ ั้ การ เช่น วินโดวส์( Windowns ) ลินุกซ์ ( Linux ) และ แมค โอเอส ( Mac OS ) 2) โปรแกรมอรรถประโยชน์ ( utilities program ) เป็น โปรแกรมทีช่วยเสริมการทำางานของคอมพิวเตอร์ หรือช่วย ่ เสริมการทำางานอื่นๆให้มความสามารถใช่วานได้สะดวกและ ี รวดเร็วยิ่งขึ้น
  • 9.
    3)โปรแกรมขับ อุป กรณ์หรือ ดีไ วซ์ไ ดร์ฟ เวอร์ ( device driver ) เป็นโปรแกรมทีช่วยในการติดตั้งระบบเพื่อให้คอมพิว ่ เตอรืสามารถติดต่อหรือใช่งานอุปกรณ์ต่างๆ
  • 10.
    4) โปรแกรมแปลภาษา เป็นโปรแกรมทีทำาหน้าทีแปล ่ ่ โปรแกรมทีเขียนขึ้นด้วยภาษาคอมพิวเตอร์ระดับสูงให้เป็น ่ รหัสทีอยู่ในรูปแบบทีเครื่องคอมพิวเตอร์สามารถทำางานได้ ่ ่ ดังรูปที่ 1.9 ตัวอย่างตัวแปลภาษา เช่น ตัวแปลภาษาจาวา ตัวแปลภาษาซี 
  • 11.
    ซอฟต์แ วร์ป ระยุกต์ (application software) หมายถึง ชุดคำาสั่งทีเขียนขึ้นเพือให้เครื่องคอมพิวเตอร์ทำางานตาม ่ ่ วัตถุประสงค์เฉพาะอย่าง ซอฟต์แวร์ประยุกต์อาจเขียน ขึ้นโดยใช้โปรแกรม ภาษาคอมพิวเตอร์ เช่น เบสิก (Basic) ปาสคาล (Pascal) โคบอล (Cobol) ซี (C) ซีพลัส พลัส (C++) และจาวา (Java) ซอฟต์แวร์ประยุกต์แบ่งตาม กลุ่มการใช้งานได้ดังตารางที่ 1.1
  • 12.
    1.2.3 ข้อ มูล(data) ข้อมูลจะถูกรวบรวมและป้อนเข้าสู่เครื่อง คอมพิวเตอร์โดยผ่านอุปกรณ์ของหน่วยรับเข้า เช่น คีย์บอร์ด เมาส์ และสแกนเนอร์ (scanner) ข้อมูลต้องมีโครงสร้างในการ จัดเก็บทีเป็นระบบเพือการสืบค้นทีรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ่ ่ ่ ข้อมูลจะถูกจัดเก็บอยูในหน่วยความจำา (memory unit)  ่
  • 13.
    1.2.4 บุค ลากร  (people)บุคลากรเป็นองค์ประกอบทีสำาคัญ ่ ทีสุดของระบบสารสนเทศ ในที่นหมายถึงบุคลากรที่เป็นผู้ใช้ ่ ี้ ระบบสารสนเทศ ดังรูปที่ 1.11 บุคลากรทีเป็นผู้พฒนาระบบ ่ ั สารสนเทศ จะต้องมีความรู้ความสามารถในการพัฒนาระบบ สารสนเทศให้มประสิทธิภาพให้สามารถทำางานได้ตามความ ี ต้องการของผู้ใช้ใช้ง่ายและสะดวก ส่วนผู้ใช้ต้องมีความรู้ ความเข้าใจ และมีความสามารถในการใช้งานระบบสารสนเทศ และการสื่อสารต่างๆ ได้อย่างถูกต้องจึงจะเกิดสารสนเทศทีเป็น ่ ประโยชน์   
  • 14.
    1.2.5 ขั้น ตอนการปฏิบัต ิง าน (procedure) ระบบสารสนเทศ ต้องมีขั้นตอนการปฏิบัติงานทีเป็นลำาดับขั้นชัดเจน เพื่อให้ผู้ใช้ ่ สามารถเข้าใจได้ง่าย และดำาเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทังในสถานการณ์ปกติและสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่น ขั้นตอน ้ การบันทึกข้อมูล ขั้นตอนการทำาสำาเนาข้อมูล ขั้นตอนการ ปฏิบัติเมือข้อมูลได้รับความเสียหาย หรือเมือเครื่อง ่ ่ คอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ต่างๆ เกิดการชำารุดเสียหาย ขั้นตอน ต่างๆ เหล่านีควรได้รับการรวบรวมและจัดทำาให้เป็นรูปเล่ม  ้
  • 15.
    1.3 ประโยชน์แ ละตัวอย่า งของการใช้เ ทคโนโลยี สารสนเทศและการสือ สาร ่   1.3.1 ด้า นการศึก ษา เทคโนโลยีสารสนเทศและการ สื่อสารถูกนำามาใช้เพื่ออำานวยความสะดวกในการบริหารด้าน การบริหารด้านการศึกษา เช่น ระบบการลงทะเบียน และระบบ การจัดตารางสอน นอกจากนียงใช้เป็นเครื่องมือในการเพิ่ม ้ ั โอกาสทางด้านการศึกษาและเพิมประสิทธิภาพการเรียนการ ่ สอน 
  • 16.
    1.3.2 ด้า นการแพทย์และสาธารณสุข  เทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสารถูกนำามาใช้เริ่มตั้งแต่การทำาทะเบียนคนไข้ การ รักษาพยาบาลทัวไป ตลอดจนการวินิจฉัยและรักษาโรคต่างๆได้ ่ อย่างรวดเร็วและแม่นยำางานศึกษาโมเลกุลสารเคมี สามารถ การวิจยทางการแพทย์ นอกจากนียงใช้ในห้องทดลอง การ ั ้ ั ศึกษาและ-มูลทางการแพทย์ รักษาคนไข้ด้วยระบบการรักษา ค้นคว้าข้อ ทางไกลตลอดเวลาผ่านเครือข่ายการสื่อสาร เครื่องเอกซเรย์ คอมพิวเตอร์ที่เรียกว่า อีเอ็มไอสแกนเนอร์ (EMI scanner) ถูก นำามาถ่ายภาพสมองมนุษย์เพื่อตรวจหาความผิดปกติในสมอง
  • 17.
    1.3.3 ด้า นการเกษตรและอุตสาหกรรม เทตโนโลยี สารสนเทศและการสื่อสารถูกนำามาใช้ประโยชน์ในด้าน เกษตรกรรม เช่น การจัดทำาระบบข้อมูลเพือการเกษตรและ ่ พยากรณ์ผลผลิตด้านการเกษตร นอกจากนียังช่วยพัฒนา ้ ความก้าวหน้าทางด้านอุตสาหกรรม การประดิษฐ์หุ่นยนต์ เพือใช้ทำางานบ้าน และหุนยนต์เพืองานอุตสาหกรรมทีต้อง ่ ่ ่ ่ เสี่ยงภัยและเป็นอันตรายต่อสุขภาพ เฃ่น โรงงานสารเคมี โรงผลิตและการจ่ายไฟฟ้า รวมถึงงานทีต้องทำาซำ้าๆ  ่  
  • 18.
    1.3.4 ด้า นการเงินธนาคาร เทคโนโลยีสารสนเทศและ การสื่อสารถูกนำามาใช้ในด้านการเงินและการธนาคาร โดยใช้ช่วยด้านการบัญชี การฝากถอนเงิน โอนเงิน บริการสินเชื่อ และเปลี่ยนเงินตรา บริการข่าวสารธนาคาร การใช้คอมพิวเตอร์ด้านการเงินการธนาคารทีรู้จักและ ่ นิยมใช้กันทั่วไป เช่น บริการฝากถอนเงิน การโอนเงิน แบบอิเล็กทรอนิกส์
  • 19.
                   1.3.5 ด้า นความมันคง มีการใช้เทคโนโลยี ่ สารสนเทศและการสือสารกันอย่างแพร่หลาย เช่น ใช้ใน ่ การควบคุมประสานงานวงจรสื่อสารทหาร การแปลรหัสลับ ในงานจารกรรมระหว่างประเทศ การส่งดาวเทียมและการ คำานวณวิถีโคจรของจรวดไปสูอวกาศ สำานักงานตำารวจ ่ แห่งชาติของประเทศไทยมีศนย์ประมวลข่าวสาร มีระบบจัด ู ทำาทะเบียนปืน ทะเบียนประวัติอาชญากร ทำาให้เกิดความ สะดวกและรวดเร็วในการสืบค้นข้อมูลเพื่อการสืบสวนคดี ต่างๆ 
  • 20.
    1.3.6 ด้า นการคมนาคม มีการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสารในส่วนทีเกี่ยวกับการเดินทางเช่น การเดิน ่ ทางโดยรถไฟ มีการเชื่อมโยงข้อมูลการจองทีนั่งไปยังทุก ่ สถานี ทำาให้สะดวกต่อผู้โดยสาร การเช็คอินของสาย การบิน ได้จัดทำาเครื่องมือที่สะดวกต่อลูกค้า ในรูปแบบของ การเช็คอินด้วยตนเอง   
  • 21.
                   1.3.7 ด้า นวิศ วกรรมและสถาปัตยกรรม มี การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการ ออกแบบ หรือจำาลองสภาววการณ์ต่างๆ เช่น การรับ แรงสั่นสะเทือนของอาคารเมือเกิดแผ่นดิวไหว โดยการ ่ คำานวณและแสดงภาพสถานการณ์ใกล้เคียงความจริง
  • 22.
    1.3.8 ด้า นการพาณิช ย์ องค์กรในภาคธุรกิจใช้ ประโยชน์จากเทคโนโลยีสารสนเทศและการสือสารใน่ การบริหารจัดการเพือช่วยเพิมความยืดหยุนให้กับองค์กร ่ ่ ่ ในการทำางาน ทำาให้การประสานงานหรือการทำากิจกรรม ต่างๆ ของแต่ละหน่วยงานในองค์กรหรือระหว่างองค์กร เป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนียัง ้ สามารถใช้ปรับปรุงการให้บริการกับลูกค้าทัวไป สิงเหล่า ่ ่ นี้นบเป็นการสร้างโอกาสความได้เปรียบในการแข่งขันให้ ั กับองค์กร   
  • 23.
    1.4 แนวโน้ม การใช้ง านเทคโนโลยีสารสนเทศและการ สือ สาร  ่                  1.4.1 ด้า นอุป กรณ์เ ทคโนโลยีส ารสนเทศและ การสื่อ สาร เมือพิจารณาเครือข่ายการสื่อสารทัวไปจากอดีต ่ ่ จนถึงปัจจุบัน เห็นได้ชัดว่ามนุษย์ใช้อุปกรณ์การสื่อสารแบบ พกพามากขึ้นเรื่อยๆ เริ่มจากวิทยุเรียกตัว (pager) ซึ่งเป็น เครื่องรับข้อความ มาเป็นถึงโทรศัพท์เคลื่อนที่ อุปกรณ์สื่สาร ชนิดนีได้ถูกพัฒนาจนสามารถใช้งานด้านอื่นๆได้ นอกจาก ้ การพูดคุยธรรมดา โทรศัพท์เคลื่อนทีรุ่นใหม่สามารถใช้ถ่าย ่ รูป ฟังเพลง ฟังวิทยุ ดูโทรทัศน์ บันทึกข้อมูงสั้นๆ บางรุ่นมี ลักษณะเป็นเครื่องช่วยงานส่วนบุคคล (Personal Digital  Assistant : PDA) ซึ่งสามารถเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตได้ อีกทั้ง ยังมีหน้าจอแบบสัมผัส ทำาให้สะดวกต่อการใช้งานมากขึ้น บาง รุ่นมีอุปกรณ์สไตลัส (stylus) 
  • 24.
                    1.4.2 ด้า นระบบเครือ ข่ายคอมพิว เตอร์ ระบบ เครื่องข่ายคอมพิวเตอร์ในอดีตมังเป็นระบบทีใช้คอมพิวเตอร์ ่ และอุปกรณ์เชือมต่อตรงโดยจุดเดียว (stand alone) ต่อมามี ่ การเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์เข้าด้วยกันภายในองค์กร เพื่อทำาให้ สามารถใช้ข้อมูลร่วมกัน หรือใช้เครื่องพิมพ์ร่วมกัน จนเกิด เป็นระบบรับและให้บริการ หรือทีเรียกว่าระบบรับ-ให้บริการ ่ (client-server system) โดยมีเครื่องให้บริการ (server) และ เครื่องรับบริการ (client) การให้บริการบนเว็บก็นำาหลักการ ของระบบรับ-ให้บริการมาใช้ช่วยให้การทำางานง่ายขึ้น สะดวก รวดเร็ว เพราะสามารถทำางานจากที่ใดก็ได้โดยผ่าน ระบบอินเตอร์เน็ต โดยมีเว็บเซอร์เวอร์ (web server) เป็น เครื่องให้บริการ
  • 25.
    1.4.3 ด้า นเทคโนโลยี ระบบทำางานอัตโนมัติทสามารถ ี่ ตัดสินใจได้เองจะเข้ามาแทนที่มากขึ้น เช่น ระบบแนว นำาเส้นทางจราจร ระบบจอดรถ ระบบตรวจหาตำาแหน่ง ของวัตถุ ระบบควบคุมความปลอดภัยภายในอาคาร ระบบทีทำางานอัตโนมัติเช่นนี้ อาจกลายเป็นระบบหลัก ่ ในการดำาเนินการของหน่วยงานต่่่างๆ โดยเข้ามา แทนที่การทำางานของมนุษย์ มีการเชื่อมต่ออย่างกว้าง ขวางไปยังหน่วยงานที่เกียวข้องมากกว่าทีเป็นอยู่ใน ่ ่ ปัจจุบัน  
  • 26.
      1.5 ความเปลี่ย นแปลงจากการใช้เ ทคโนโลยี สารสนเทศและการสื่อสาร    ความก้าวหน้าของอุปกรณ์เทคโนโลยีสารสรเทศและ การสื่อสารเป็นไปอย่างรวดเร็ว เพือนสนองความต้องการด้าน ่ ต่างๆ ของผู้ใช้ปัจจุบันซึ่งมีจำานวนผู้ใช้งานเทคโนโลยีสารสร เทศและการสื่อสารทัวโลกประมาณพันล้านคน และเพิมขึ้น ่ ่ เรื่อยๆ ทุกปี ผู้ใช้สามารถใช้งานอุปกรณ์ดังกล่าวได้ทกที่ ทุก ุ เวลา จึงทำาให้เกิดความเปลี่ยนแปลงด้านต่างๆทังที่้เกิด ้ ่ ประโยชน์และโทษ เช่น
  • 27.
    1. ด้า นสัง คม สภาพเสมือนจริงการใช้อินเตอร์เน็ตเชื่อม โยงการทำางานต่างๆ จนเกิดเป็นสังคมทีติดต่อผ่านทาง ่ อินเตอร์เน็ต หรือทีรู้จักกีนว่า ไซเบอรฺ่์สเปช (cyber space)  ่ ซึ่งมีกิจกรรมต่างๆ เช่นการพูด การชื้อสินค้า และบริการ การทำางานผ่านเครื่อข่ายคอมพิวเตอร์ทำาให้เกิดสภาพที่ เสมือนจริง (virtual) เช่น เกมส์เสมือนจริง ห้องเรียนเสมือน จริง ซึ่งทำาให้ลดเวลาในการเดินทางและสามารถใช้งานได้ ทุกทีทกเวลา ่ ุ
  • 28.
    2. ด้า นเศรษกิจ  เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารส่งผล ให้เกิดสังคมโลกาภิวัตน์(globalization) เพราะสามารถชมข่าว ชมรายการโทรทัศนทีส่งกระจายผ่านดาวเทียมของประเทศ ่ ต่างๆ ได้ทวโลก สามารถรับรู้ข่าวสารได้ทนที ใช้อินเทอร์เน็ต ั่ ั ในการติดต่อสื่อสารระหว่างกัน ระบบเศรษกิจซึ่งแต่เดิมมี ขอบเขตจำากัดภายในประเทศ ก็กระจายเป็นเศรษญกิจโลก เกิดกระแสการหมุนเวียนแลกเปลี่ยนสินค้าและบริการอย่าง รวดเร็วและกว้างขวาง ระบบเศรษฐกิจของทุกประเทศในโลก จึงเชื่อมโยงและผูกพันกันมากขึ้น 
  • 29.
    3. ด้า นสิ่ง แวดล้อม เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มีประโยชน์ในด้านธรรมชาติและและสิ่งแวดล้อม เช่น ระบบ ป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง โดยใช้ภาพถ่ายดาวเทียม หรือ ภาพถ่ายทางอากาศ ร่วมกับการจัดเก็บรักษาข้อมูลระดับนำ้า ทะเล ความสูงของคลื่นจากระบบเรดาร์ เป็นการศึกษาเพือ่ หาสาเหตุ และนำาข้อมูลมาวางแผนและสร้างระบบเพือ ่ ป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งแต่ละแห่งได้อย่างเหมาะสม   
  • 30.
    1.6 ตัว อย่า งอาชีพทางด้า นเทคโนโลยีส ารสนเทศ และการสื่อ สาร            ตลาดแรงงานต้องการผู้ทมความรู้ความเข้าใจงาน ี่ ี เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารอย่างแท้จริง ซึ่งงาน ด้านนีจะรวมถึง งานด้านการออกแบบโปรแกรมต่างๆ ้ โปรแกรมใช้งานบนเว็บ งานด้านการเขียนโปรแกรมภาษา คอมพิวเตอร์ งานด้านฐานข้อมูล งานด้านระบบเครือข่ายทัง้ ในและนอกองค์กร รวมถึงการรักษาความมันคงปลอดภัยใน ่ ระบบคอมพิวเตอร์บนเครือข่าย ดังนันองค์กรจึงมีความ ้ ต้องการบุคลากรที่มความรู้ ความสามารถในการบริหาร ี จัดการ และพัฒนาซอฟต์แวร์ เพื่อใช้งานด้านต่างๆของ องค์กร ตัวอย่างอาชีพด้านเทคโลโลยีสารสนเทศและการ สือสาร เช่น ่  
  • 31.
              1. นัก เขียนโปรมแกรมหรือ โปรแกรมเมอร์ (programmer) ทำำหน้ำที่ในกำรเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์เพือใช้ในงำน ่ ด้ำนต่ำงๆ เช่น โปรมแกรมเกี่ยวกับกำรซื้อขำยสินค้ำ โปรแกรมทีใช้กับงำนด้ำนบัญชี หรือโปรแกรมทีใช้กับระบบ ่ ่ งำนขนำดใหญ่ขององค์กร  
  • 32.
    2. นัก วิเครำะห์ร ะบบ (system analyst) ทำำหน้ำทีในกำรศึกษำวิเครำะห์และพัฒนำระบบ ่ สำรสนเทศ นักวิเครำะห์ระบบจะทำำกำรวิเครำะห์ระบบ งำนและออกแบบระบบสำรสนเทศให้ตรงกับควำม ต้องกำรของผู้ใช้งำน ซึ่งอำจรวมถึงงำนด้ำนกำร ออกแบบฐำนข้อมูลด้วย
  • 33.
    3. ผู้ด ูแลและบริห ำรฐำนข้อ มูล (database administrator) ทำำหน้ำทีบริหำรและจัดกำรฐำนข้อมูล (database) รวมถึง ่ กำรออกแบบ บำำรุงรักษำข้อมูล และกำรดูแลระบบควำม ปลอดภัยของฐำนข้อมูล เช่น กำรกำำหนดบัญชีผู้ใช้ กำร กำำหนดสิทธิ์ผู้ใช้
  • 34.
    4. ผู้ด แลและบริห ำรระบบ(system administrator) ู ทำำหน้ำที่บริหำรและจัดกำรระบบคอมพิวเตอร์ในองค์กร โดย ดูแลกำรติดตั้งและบำำรุงรักษำระบบปฎิบัติกำร กำรติดตั้ง ฮำร์ดแวร์ สร้ำง ออกแบบและบำำรุงรักษำบัญชีผู้ใช้ สำำหรับ องค์กรขนำดเล็กเจ้ำหน้ำทีควำมคุมระบบอำจต้องดูแลและ ่ บริหำรระบบเครือข่ำยด้วย  
  • 35.
                    5. ผู้ดแ ลและบริห ำรระบบเครือ ข่ำ ย (network ู administrator) ทำำหน้ำทีบริหำรและจัดกำรออกแบบระบบเครือข่ำยคอมพิวเตอร์ ่ และดูแลรักษำควำมปลอดภัยของระบบเครือข่ำยขององค์กร เช่น ตรวจสอบกำรใช้งำนเครือข่ำยของพนักงำนและติดตั้ง โปรแกรมป้องกันผู้บุกรุกเครือข่ำย
  • 36.
                   6. ผู้พฒ นำและบริห ำรระบบเว็บ ไซต์ ั (webmaster) ทำำหน้ำที่ออกแบบพัฒนำ ปรับปรุงและบำำรุงรักษำเว็บไซต์ ให้มควำมทันสมัย โดยเฉพำะอย่ำงยิ่งต้องมีกำรปรับปรุง ี ข้อมูลให้เป็นปัจจุบันอยูเสมอ ่
  • 37.
    7. เจ้ำ หน้ำทีเ ทคนิค (technician) ่ ทำำหน้ำที่ซอมบำำรุงรักษำเครื่องคอมพิวเตอร์ ติดตั้ง ่ โปรแกรม หรือติดตั้งฮำร์ดแวร์ต่ำงๆและแก้ไขปัญหำที่ อำจเกิดจำกกำรใช้อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ในองค์กร
  • 38.
    8. นัก เขียนเกม (game maker) ทำำหน้ำที่เขียนหรือพัฒนำโปรแกรมเกมคอมพิวเตอร์ใน ปัจจุบันนี้กำรเขียนโปรมแกรมคอมพิวเตอร์เป็นอำชีพ ได้รับควำมนิยมอย่ำงสูงในประเทศไทย