มหาชาติ หรือ มหาเวสสันดรชาดก 
มหาชาติ เป็นชาติที่ยิ่งใหญ่ของพระโพธิสัตว์ที่ได้เสวยพระชาติเป็นพระ 
เวสสันดรและเป็นพระชาติสุดท้ายก่อนจะตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า คน 
ไทยรู้จักและคุ้ยเคยกับมหาชาติมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย ดังที่ปรากฏในหลักฐานใน 
จารึกนครชุม และในสมัยอยุธยาก็ได้มีการแต่งและสวดมหาชาติคา หลวงในวัน 
ธรรมสวนะ ส่วนการเทศน์มหาชาติเป็นประเพณีที่สาคัญในทุกท้องถิ่นและมี 
ความเชื่อกันว่า การฟังเทศน์มหาชาติจบภายในวันเดียวจะได้รับอานิสงส์มาก
ความเป็นมา 
เวสสันดรชาดกนี้เป็นเรื่องใหญ่จัดรวมไว้ในมหานิบาตชาดกรวมเรื่องใหญ่๑๐ เรื่อง 
ที่เรียกกันว่า ทศชาติ แต่อีก ๙ เรื่อง ไม่เรียกว่ามหาชาติ คงเรียกแต่เวสสันดรชาดก 
เรื่องเดียวว่า มหาชาติข้อนี้สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยาดา รงราชานุภาพ 
โปรดประทานอธิบายว่า พุทธศาสนิกชนชาวไทยตลอดจนประเทศใกล้เคียงนับถือ 
กันมาแต่โบราณว่า 
เรื่องมหาเวสสันดรชาดก สาคัญกว่าชาดกอื่น ๆ ด้วยปรากฏบารมีของพระโพธิสัตว์ 
บริบูรณ์ 
ในเรื่องมหาเวสสันดรชาดกทั้ง ๑๐ บารมี
มูลเหตุการณ์เล่าเรื่องมหาชาติ 
คัมภีร์ธัมมบทขุททกนิกายกล่าวว่า เรื่องเวสสันดรชาดกเป็นพุทธดา รัสที่ 
สมเด็จพระบรมศาสดาตรัสแก่ภิกษุสงฆ์ขีณาสพสองหมื่นรูป และพระประยูรญาติที่ 
นิโครธารามหาวหิารในนครกบิลพัสดุ์ในคราวเสด็จโปรดพระเจ้าสุทโธทนะพุทธ 
บิดา และพระวงศ์ศากยะบรรดาพระประยูรญาติไม่ปรารถนาจะทา ความเคารพ 
พระองค์ ด้วยเห็นว่าอายุน้อยกว่า 
พระองค์ทรงทราบความคิดนี้จึงทรงแสดงยมกปกฏิหาริย์โดยเสด็จขึ้น 
เบื้องนภาอากาศแล้วปล่อยให้ฝุ่นละอองธุลีพระบาทตกลงสู่เศียรของพระประยูรญาติ 
ทั้งหลาย พระประยูรญาติจึงได้ละทิ้งทิฐิแล้วถวายบังคมพระพุทธเจ้า ขณะนั้นได้ 
เกิดฝนโบกขรพรรษ พระภิกษุทั้งหลายเห็นเป็นอัศจรรย์จึงได้ทูลถาม พระพุทธเจ้า 
จึงตรัสว่าฝนชนิดนี้เคยตกมาแล้วในอดีต แล้วจึงทรงแสดงธรรมเรื่องมหาเวสสันดร 
ชาดก หรือเรื่องมหาชาติให้แก่พระภิกษุและพระประยูรญาติ
มหาเวชสันดรชาดก เป็นชาดกที่มีความสา คัญมากกว่าชาดกอื่น ๆ เพราะพระบารมีของพระโพธิสัตว์ได้บา เพ็ญ 
บริบูรณ์ในพระชาตินี้มหาเวสสันดรชาดกทั้ง ๑๐ บารมีคือ 
ทานบารมี= ทรงบริจาคทรัพย์สิน ช้าง ม้า ราชรถ พระกุมารทั้งสองและพระมเหสี 
ศีลบารมี= ทรงรักษาศีลอย่างเคร่งครัดระหว่างทรงผนวชอยู่ ณ เขาวงกต 
เนกขัมมบารมี= ทรงครองเพศบรรพชิตตลอดเวลาที่ประทับ ณ เขาวงกต 
ปัญญาบารมี= ทรงบา เพ็ญภาวนามัยปัญญาตลอดเวลาที่ทรงผนวช 
วิริยาบารมี = ทรงปฏิบัติมิได้ย่อหย่อน 
สัจจบารมี = ทรงลั่นพระวาจายกกุมารให้ชูชก เมื่อพระกุมารหลบหนีก็ทรงติดตามให้ 
ขันติบารมี= ทรงอดทนต่อความยากลา บากต่าง ๆ ขณะที่เดินทางมายังเขาวงกต และตลอดเวลาที่ประทับ ณ ที่ 
นั่น แม้แต่ตอนที่ทอดพระเนตรเห็นชูชกเฆี่ยนตีพระกุมารอย่างทารุณพระองค์ก็ทรงข่มพระทัยไว้ได้ 
เมตตาบารมี = เมื่อพราหมณ์เมืองกลิงคราษฎร์ มาทูลขอช้างปัจจัยนาค เนื่องจากเมืองกลิงคราษฎร์ฝนแล้ง ก็ทรง 
พระเมตตตาประทานให้และเมื่อชูชกมาทูลขอสองกุมาร อ้างว่าตนได้รับความลา บากต่าง ๆ พระองค์ก็มีเมตตา 
ประทานให้ด้วย 
อุเบกขาบารมี= เมื่อทรงเห็นสองกุมารถูกชูชกเฆี่ยนตีวิงวอนให้พระองค์ช่วยเหลือ ทรงบา เพ็ญอุเบกขา คือทรงวาง 
เฉย เพราะทรงเห็นว่าได้ประทานเป็นสิทธ์ิขาดแก่ชูชกไปแล้ว 
อธิษฐานบารมี= คือทรงตั้งมั่นที่จะบา เพ็ญบารมีเพื่อให้สา เร็จโพธิญาณาเบื้องหน้าก็มิได้ทรงย่อท้อ 
จนพระอินทร์ต้องประทานความช่วยเหลือต่าง ๆ เพราะพระทัยอันแน่วแน่ของพระองค์
เนื้อเรื่อง 
หลังจากสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงยมกปาฏิหารย์ทา ให้ 
พระประยูรญาติละทิฐิยอมถวายบังคม ก็บังเกิดฝนโบกขรพรรษ พระภิกษุ 
ทั้งหลายจึงได้ทูลถามพระพุทธเจ้า พระพุทธองค์ตรัสเล่าว่า ฝนชนิดนี้เคยตก 
มาแล้วในอดีต พระองค์จึงทรงแสดงธรรมเรื่องมหาเวสสันดรชาดก หรือ 
เรื่องมหาชาติทั้ง ๑๓ กัณฑ์ตามลา
มหาเวสสันดรชาดก

มหาเวสสันดรชาดก

  • 3.
    มหาชาติ หรือ มหาเวสสันดรชาดก มหาชาติ เป็นชาติที่ยิ่งใหญ่ของพระโพธิสัตว์ที่ได้เสวยพระชาติเป็นพระ เวสสันดรและเป็นพระชาติสุดท้ายก่อนจะตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า คน ไทยรู้จักและคุ้ยเคยกับมหาชาติมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย ดังที่ปรากฏในหลักฐานใน จารึกนครชุม และในสมัยอยุธยาก็ได้มีการแต่งและสวดมหาชาติคา หลวงในวัน ธรรมสวนะ ส่วนการเทศน์มหาชาติเป็นประเพณีที่สาคัญในทุกท้องถิ่นและมี ความเชื่อกันว่า การฟังเทศน์มหาชาติจบภายในวันเดียวจะได้รับอานิสงส์มาก
  • 4.
    ความเป็นมา เวสสันดรชาดกนี้เป็นเรื่องใหญ่จัดรวมไว้ในมหานิบาตชาดกรวมเรื่องใหญ่๑๐ เรื่อง ที่เรียกกันว่า ทศชาติ แต่อีก ๙ เรื่อง ไม่เรียกว่ามหาชาติ คงเรียกแต่เวสสันดรชาดก เรื่องเดียวว่า มหาชาติข้อนี้สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยาดา รงราชานุภาพ โปรดประทานอธิบายว่า พุทธศาสนิกชนชาวไทยตลอดจนประเทศใกล้เคียงนับถือ กันมาแต่โบราณว่า เรื่องมหาเวสสันดรชาดก สาคัญกว่าชาดกอื่น ๆ ด้วยปรากฏบารมีของพระโพธิสัตว์ บริบูรณ์ ในเรื่องมหาเวสสันดรชาดกทั้ง ๑๐ บารมี
  • 5.
    มูลเหตุการณ์เล่าเรื่องมหาชาติ คัมภีร์ธัมมบทขุททกนิกายกล่าวว่า เรื่องเวสสันดรชาดกเป็นพุทธดารัสที่ สมเด็จพระบรมศาสดาตรัสแก่ภิกษุสงฆ์ขีณาสพสองหมื่นรูป และพระประยูรญาติที่ นิโครธารามหาวหิารในนครกบิลพัสดุ์ในคราวเสด็จโปรดพระเจ้าสุทโธทนะพุทธ บิดา และพระวงศ์ศากยะบรรดาพระประยูรญาติไม่ปรารถนาจะทา ความเคารพ พระองค์ ด้วยเห็นว่าอายุน้อยกว่า พระองค์ทรงทราบความคิดนี้จึงทรงแสดงยมกปกฏิหาริย์โดยเสด็จขึ้น เบื้องนภาอากาศแล้วปล่อยให้ฝุ่นละอองธุลีพระบาทตกลงสู่เศียรของพระประยูรญาติ ทั้งหลาย พระประยูรญาติจึงได้ละทิ้งทิฐิแล้วถวายบังคมพระพุทธเจ้า ขณะนั้นได้ เกิดฝนโบกขรพรรษ พระภิกษุทั้งหลายเห็นเป็นอัศจรรย์จึงได้ทูลถาม พระพุทธเจ้า จึงตรัสว่าฝนชนิดนี้เคยตกมาแล้วในอดีต แล้วจึงทรงแสดงธรรมเรื่องมหาเวสสันดร ชาดก หรือเรื่องมหาชาติให้แก่พระภิกษุและพระประยูรญาติ
  • 6.
    มหาเวชสันดรชาดก เป็นชาดกที่มีความสา คัญมากกว่าชาดกอื่นๆ เพราะพระบารมีของพระโพธิสัตว์ได้บา เพ็ญ บริบูรณ์ในพระชาตินี้มหาเวสสันดรชาดกทั้ง ๑๐ บารมีคือ ทานบารมี= ทรงบริจาคทรัพย์สิน ช้าง ม้า ราชรถ พระกุมารทั้งสองและพระมเหสี ศีลบารมี= ทรงรักษาศีลอย่างเคร่งครัดระหว่างทรงผนวชอยู่ ณ เขาวงกต เนกขัมมบารมี= ทรงครองเพศบรรพชิตตลอดเวลาที่ประทับ ณ เขาวงกต ปัญญาบารมี= ทรงบา เพ็ญภาวนามัยปัญญาตลอดเวลาที่ทรงผนวช วิริยาบารมี = ทรงปฏิบัติมิได้ย่อหย่อน สัจจบารมี = ทรงลั่นพระวาจายกกุมารให้ชูชก เมื่อพระกุมารหลบหนีก็ทรงติดตามให้ ขันติบารมี= ทรงอดทนต่อความยากลา บากต่าง ๆ ขณะที่เดินทางมายังเขาวงกต และตลอดเวลาที่ประทับ ณ ที่ นั่น แม้แต่ตอนที่ทอดพระเนตรเห็นชูชกเฆี่ยนตีพระกุมารอย่างทารุณพระองค์ก็ทรงข่มพระทัยไว้ได้ เมตตาบารมี = เมื่อพราหมณ์เมืองกลิงคราษฎร์ มาทูลขอช้างปัจจัยนาค เนื่องจากเมืองกลิงคราษฎร์ฝนแล้ง ก็ทรง พระเมตตตาประทานให้และเมื่อชูชกมาทูลขอสองกุมาร อ้างว่าตนได้รับความลา บากต่าง ๆ พระองค์ก็มีเมตตา ประทานให้ด้วย อุเบกขาบารมี= เมื่อทรงเห็นสองกุมารถูกชูชกเฆี่ยนตีวิงวอนให้พระองค์ช่วยเหลือ ทรงบา เพ็ญอุเบกขา คือทรงวาง เฉย เพราะทรงเห็นว่าได้ประทานเป็นสิทธ์ิขาดแก่ชูชกไปแล้ว อธิษฐานบารมี= คือทรงตั้งมั่นที่จะบา เพ็ญบารมีเพื่อให้สา เร็จโพธิญาณาเบื้องหน้าก็มิได้ทรงย่อท้อ จนพระอินทร์ต้องประทานความช่วยเหลือต่าง ๆ เพราะพระทัยอันแน่วแน่ของพระองค์
  • 7.
    เนื้อเรื่อง หลังจากสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงยมกปาฏิหารย์ทา ให้ พระประยูรญาติละทิฐิยอมถวายบังคม ก็บังเกิดฝนโบกขรพรรษ พระภิกษุ ทั้งหลายจึงได้ทูลถามพระพุทธเจ้า พระพุทธองค์ตรัสเล่าว่า ฝนชนิดนี้เคยตก มาแล้วในอดีต พระองค์จึงทรงแสดงธรรมเรื่องมหาเวสสันดรชาดก หรือ เรื่องมหาชาติทั้ง ๑๓ กัณฑ์ตามลา