ทฤษฎีสนามของเลวิน (Lewin's Field Theory)
                     โดย
             นางสาวรัตนา ภารีนนท
ประวัตนักจิตวิทยา
      ิ

                    Kurt Lewin นักจิตวิทยาชาวเยอรมัน
                                    นกจตวทยาชาวเยอรมน
                    มีชีวิตอยู (1890 - 1947)
สาระสําคัญของทฤษฏีสนาม
                        Kurt Lewin มีแนวคิดเกี่ยวกับ
               การเรยนรู ชนเดยวกบกลุ เกสตลท ทวาการ
               การเรียนรเชนเดียวกับกลมเกสตัลท ที่วาการ
               เรียนรู เกิดขึ้นจากการจัดกระบวนการ
               รับรู และกระบวนการคิดเพื่อการแกไขปญหา
               แตเขาไดนําเอาหลักการทางวิทยาศาสตรมารวม
                       ไ
               อธิบายพฤติกรรมมนุษย เขาเชื่อวาพฤติกรรม
               มนุษยแสดงออกมาอยางมพลงและ
               มนษยแสดงออกมาอยางมีพลังและ
               ทิศทาง (Field of Force) สิ่งที่อยูใน
               ความสนใจและตองการจะมีพลังเปนบวก ซึ่ง
               เขาเรียกวา Life space สิ่งใดที่อยู
               นอกเหนือความสนใจจะมีพลังเปนลบ
สาระสําคัญของทฤษฏีสนาม
                ฏ
Lewin กํําหนดวา สิิ่งแวดลอมรอบตััวมนุษย จะมีี ๒ ชนิิด คืือ
L i
๑. สิ่งแวดลอมทางกายภาพ (Physical environment)
      ่
๒. สิงแวดลอมทางจิตวิทยา (Psychological environment) เปนโ
                              P h l i l              i            )     โลกแหงการ
  รับรูตามประสบการณของแตละบุคคลซึ่งอาจจะเหมือนหรือแตกตางกับสภาพที่สังเกตเห็น
  โลก หมายถึง Life space นั่นเอง
        หมายถง Life space นนเอง
Life space ของบุคคลเปนสิ่งเฉพาะตัว ความสําคัญที่มีตอการจัดการเรียนการสอน คือ ครู
  ตองหาวธทาใหตวครูเขาไปอยู
  ตองหาวิธีทําใหตัวครเขาไปอยใน Life space  ของผเรยนใหได
                                               ของผู รียนใหได
การประยุกตใชในการเรียนการสอน
                 ๑. ครูควรสรางบรรยากาศการเรียนทีเปนกันเอง และมี
                                                     ่
                        อิสระทีจะใหผูเรียนแสดงความคิดเห็นอยาง
                                ่
                           ็ ี่ ั้ ี่
                        เตมททงทถูก และผด เพอใหผูเรยนมองเหน
                                             ิ ื่ ใ  ี         ็
                        ความสัมพันธของขอมูล และเกิดการหยั่งเห็น
                 ๒. เปดโอกาสใหมีการอภิปรายในชั้นเรียน โดยใช
                        แนวทางตอไปนีี้
                                      ไป
                     ๒.๑. เนนความแตกตาง
                     ๒.๒. กระตุนใหมีการเดาและหาเหตุผล
                                   ุ                    ุ
                     ๒.๓. กระตุนใหทุกคนมีสวนรวม
                     ๒.๔. กระตุนใหใชความคิดอยางรอบคอบ
                     ๒.๕. กาหนดขอบเขตไมใหอภปรายออกนอก
                     ๒ ๕ กําหนดขอบเขตไมใหอภิปรายออกนอก
                    ประเด็น
การประยุกตใชในการเรียนการสอน
        ุ
                    ๓. การกําหนดบทเรียนควรมีโครงสรางที่มระบบ    ี
                       เปนขั้นตอน เนื้อหามีความสอดคลอง
                       ตอเนื่องกัน
                    ๔. คานงถงเจตคตและความรู ึกของผ รียน
                    ๔ คํานึงถึงเจตคติและความรสกของผูเรยน
                       พยายามจัดกิจกรรมที่กระตุนความสนใจของ
                       ผูเรียนมีเนื้อหาที่เปนประโยชน ผูเรียน
                          ู                                ู
                       นําไปใชประโยชนได และควรจัดโอกาสให
                       ผูเรียนรูสึกประสบความสําเร็จดวย
                    ๕. บุคลกภาพของครู
                    ๕ บคลิกภาพของคร และความสามารถในการ
                       ถายทอดจะเปนสิ่งจูงใจใหผูเรียนมีความ
                       ศรัทธา และครูจะสามารถเขาไปอยูใน Life 
                                        ู                    ู
                       space ของผูเรียนได
อางอิง
1.   th.scribd.com/doc/31106521/ทฤษฎีสนามของเลวิน
2.   sites.google.com/site/wwwkruaos502com/classroom-pictures
3.   www.learners.in.th/blogs/posts/368531

ทฤษฏีสนามรัตนา1

  • 1.
    ทฤษฎีสนามของเลวิน (Lewin's Field Theory) โดย นางสาวรัตนา ภารีนนท
  • 2.
    ประวัตนักจิตวิทยา ิ Kurt Lewin นักจิตวิทยาชาวเยอรมัน นกจตวทยาชาวเยอรมน มีชีวิตอยู (1890 - 1947)
  • 3.
    สาระสําคัญของทฤษฏีสนาม Kurt Lewin มีแนวคิดเกี่ยวกับ การเรยนรู ชนเดยวกบกลุ เกสตลท ทวาการ การเรียนรเชนเดียวกับกลมเกสตัลท ที่วาการ เรียนรู เกิดขึ้นจากการจัดกระบวนการ รับรู และกระบวนการคิดเพื่อการแกไขปญหา แตเขาไดนําเอาหลักการทางวิทยาศาสตรมารวม ไ อธิบายพฤติกรรมมนุษย เขาเชื่อวาพฤติกรรม มนุษยแสดงออกมาอยางมพลงและ มนษยแสดงออกมาอยางมีพลังและ ทิศทาง (Field of Force) สิ่งที่อยูใน ความสนใจและตองการจะมีพลังเปนบวก ซึ่ง เขาเรียกวา Life space สิ่งใดที่อยู นอกเหนือความสนใจจะมีพลังเปนลบ
  • 4.
    สาระสําคัญของทฤษฏีสนาม ฏ Lewin กํําหนดวา สิิ่งแวดลอมรอบตััวมนุษย จะมีี ๒ ชนิิด คืือ L i ๑. สิ่งแวดลอมทางกายภาพ (Physical environment) ่ ๒. สิงแวดลอมทางจิตวิทยา (Psychological environment) เปนโ P h l i l  i ) โลกแหงการ รับรูตามประสบการณของแตละบุคคลซึ่งอาจจะเหมือนหรือแตกตางกับสภาพที่สังเกตเห็น โลก หมายถึง Life space นั่นเอง หมายถง Life space นนเอง Life space ของบุคคลเปนสิ่งเฉพาะตัว ความสําคัญที่มีตอการจัดการเรียนการสอน คือ ครู ตองหาวธทาใหตวครูเขาไปอยู ตองหาวิธีทําใหตัวครเขาไปอยใน Life space  ของผเรยนใหได ของผู รียนใหได
  • 5.
    การประยุกตใชในการเรียนการสอน ๑. ครูควรสรางบรรยากาศการเรียนทีเปนกันเอง และมี ่ อิสระทีจะใหผูเรียนแสดงความคิดเห็นอยาง ่ ็ ี่ ั้ ี่ เตมททงทถูก และผด เพอใหผูเรยนมองเหน ิ ื่ ใ  ี ็ ความสัมพันธของขอมูล และเกิดการหยั่งเห็น ๒. เปดโอกาสใหมีการอภิปรายในชั้นเรียน โดยใช แนวทางตอไปนีี้ ไป ๒.๑. เนนความแตกตาง ๒.๒. กระตุนใหมีการเดาและหาเหตุผล ุ ุ ๒.๓. กระตุนใหทุกคนมีสวนรวม ๒.๔. กระตุนใหใชความคิดอยางรอบคอบ ๒.๕. กาหนดขอบเขตไมใหอภปรายออกนอก ๒ ๕ กําหนดขอบเขตไมใหอภิปรายออกนอก ประเด็น
  • 6.
    การประยุกตใชในการเรียนการสอน ุ ๓. การกําหนดบทเรียนควรมีโครงสรางที่มระบบ ี เปนขั้นตอน เนื้อหามีความสอดคลอง ตอเนื่องกัน ๔. คานงถงเจตคตและความรู ึกของผ รียน ๔ คํานึงถึงเจตคติและความรสกของผูเรยน พยายามจัดกิจกรรมที่กระตุนความสนใจของ ผูเรียนมีเนื้อหาที่เปนประโยชน ผูเรียน ู ู นําไปใชประโยชนได และควรจัดโอกาสให ผูเรียนรูสึกประสบความสําเร็จดวย ๕. บุคลกภาพของครู ๕ บคลิกภาพของคร และความสามารถในการ ถายทอดจะเปนสิ่งจูงใจใหผูเรียนมีความ ศรัทธา และครูจะสามารถเขาไปอยูใน Life  ู ู space ของผูเรียนได
  • 7.
    อางอิง 1. th.scribd.com/doc/31106521/ทฤษฎีสนามของเลวิน 2. sites.google.com/site/wwwkruaos502com/classroom-pictures 3. www.learners.in.th/blogs/posts/368531