Successfully reported this slideshow.
We use your LinkedIn profile and activity data to personalize ads and to show you more relevant ads. You can change your ad preferences anytime.

16 leadership lessons from a four star general

498 views

Published on

From the book: My Share of the Task: A Memoir (January 28, 2014)
by General Stanley McChrystal

Reviewed by Shane Parrish

Published in: Leadership & Management

16 leadership lessons from a four star general

  1. 1. พันเอก มารวย ส่งทานินทร์ 25 พฤศจิกายน 2557
  2. 2. Reviewed by Shane Parrish From the book: My Share of the Task: A Memoir (January 28, 2014) by General Stanley McChrystal
  3. 3. พลเอก McChrystal กล่าวว่า "เราต้องการผู้นาที่มีค่านิยมอย่างที่ เราชื่นชม แต่ทั้งสองประการแตกต่างกัน" พลเอก Stanley McChrystal ได้เกษียณอายุราชการก่อนเวลา เขา ใช้ชีวิตในการทาหน้าที่ทางทหารอย่างมืออาชีพ และได้บันทึก เรื่องราวการเรียนรู้เรื่องภาวะผู้นาไว้ในหนังสือเรื่อง My Share of the Task: A Memoir
  4. 4. หนังสือเล่มนี้น่าสนใจในสิ่งที่ McChrystal ได้เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับ หน้าที่การงานในบทบาทความเป็นผู้นาทางทหาร ที่ทาให้เขา เปลี่ยนแปลงไป ผ่านสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง หนังสือทาให้เห็นบางส่วนของการเป็นผู้นาว่า: ความเป็นผู้นาเป็น เรื่องที่ยาก และไม่มีใครเรียนรู้ได้ดีไปกว่า McChrystal การอ่านหนังสือเล่มนี้จะทาให้เราได้เรียนรู้ และได้รับประโยชน์ อย่างมากในเรื่องภาวะผู้นา
  5. 5. 1. ความเป็นผู้นาเป็นเหตุผลเดียวที่ใหญ่ที่สุดสาหรับความสาเร็จ หรือความล้มเหลว จากสิ่งที่ผมได้เรียนรู้เกี่ยวกับความเป็นผู้นาอาจจะไม่เพียงพอ แต่พอสาหรับผมที่จะเชื่อว่า มันเป็นเหตุผลเดียวที่ใหญ่ที่สุดของ องค์กรที่จะประสบความสาเร็จหรือล้มเหลว ประสิทธิผลที่ แตกต่างกันเกือบทั้งหมด ขึ้นกับความเป็นผู้นา เพียงผู้บัญชาการกองทัพสั่งสลับจ่าสิบเอกที่ดีที่สุดจากกองทัพกับ คนที่เลวร้ายที่สุด จากนั้นภายในเก้าสิบวัน ประสิทธิผลของกอง พันจะมีการเปลี่ยนเช่นกัน ผมเชื่อว่าสิ่งที่ผมพูดเป็นสิ่งที่ถูกต้อง
  6. 6. 2. ความเป็นผู้นาเป็นเรื่องยากที่จะวัด ความเป็นผู้นาเป็นเรื่องยากในการวัดและยากที่จะอธิบาย ผม ไม่ได้ใช้หลักการวิเคราะห์ทางวิชาการและพฤติกรรมของมนุษย์ แต่ผมเรียนรู้ตลอดชีวิตเรื่องความเป็นผู้นา ซึ่งผมพอสรุปได้ว่า ความเป็นผู้นาเป็นศิลปะของการมีอิทธิพลต่อคนอื่น ๆ มัน แตกต่างจากการออกคาสั่ง เช่น จอร์จ วอชิงตัน นากองทัพที่ด้อย กว่ายืนกรานไปสู่ชัยชนะได้ในที่สุด ทหารเหล่านั้นแสดงความพยายามที่แม้ไม่ได้ถูกสั่งการ แต่เกิด จากผู้นาที่กระตุ้น ทาให้ทหารเกิดความกล้าหาญที่ไม่ธรรมดา เสียสละ และมีความมุ่งมั่นจนประสบความสาเร็จ
  7. 7. 3. ความเป็นผู้นาไม่ได้ระบุว่าดีหรือชั่ว เราชอบผู้นาตามค่านิยมที่เราชื่นชม แต่คุณลักษณะทั้งสองจะ แตกต่างกัน เพราะความเป็นผู้นาไม่ได้ระบุว่าบุคคลนั้นเป็นคนดีหรือคนเลว ยกตัวอย่างเช่น ผู้นามีเจตนาชั่วร้ายหรือมีความเห็นแก่ตัวเป็น แรงบันดาลใจคือ Abu Musab al-Zarqawi สรุปได้ว่าภาวะผู้นาคือทักษะหนึ่ง ที่นามาใช้แล้วมีผลกระทบมาก
  8. 8. 4. ผู้นาคือผู้ที่พาเราไปที่ที่เราไม่เคยไป ผู้นาต้องเป็นตัวอย่างที่ดี สามารถชักชวนผู้อื่น ทาให้เกิดการ เปลี่ยนแปลงอย่างมากในองค์กร ได้อย่างมีนัยสาคัญ ครูผู้ตื่นขึ้นมา แล้วกระตุ้นให้ผู้เรียนรู้สึกถึงความเป็นไปได้และมี ความรับผิดชอบ ผมขอยกย่องว่าเป็นผู้นาที่ดีที่สุด
  9. 9. 5. ความสาเร็จไม่ได้เกิดจากผู้นาเพียงคนเดียว ผู้นา ... ทางานได้ดีที่สุดด้วยการร่วมมือกับผู้นาคนอื่น ๆ ในปี ค.ศ. 2004 ที่ประเทศอิรัก ผมได้รับภารกิจที่เฉพาะเจาะจง ในการติดตามไล่ล่า Zarqawi เพื่อนาเขาเข้ามาสู่ระบบยุติธรรม มันเป็นความร่วมมือกับผู้นาระดับล่างของผมภายในหน่วย TF 714 ที่ได้สร้างทีมตามล่าอย่างไม่ลดละ และในที่สุดสามารถ ทาลายเครือข่ายของเขาได้สาเร็จ
  10. 10. 6. ผู้นาคือผู้ที่มีความเห็นอกเห็นใจ ผู้นาที่ดีที่สุดที่ผมเคยเห็น มีความสามารถเข้าใจ เห็นอกเห็นใจ และสื่อสารกับผู้ที่อยู่ภายใต้บังคับบัญชา เขาไม่จาเป็นต้องเห็น ด้วยหรือมีสถานะในสังคมเช่นเดียวกับผู้ติดตาม แต่เข้าใจ ความหวัง ความกลัว และความสนใจของพวกเขา ความเห็นอกเห็นใจสามารถเป็นพลังบวกอย่างน่าทึ่งเมื่อ Nelson Mandela เปลี่ยนการเคลื่อนไหวจากความรุนแรง ไปเป็นพลังที่ สร้างสรรค์เพื่อสร้างชาติ
  11. 11. 7. ความเป็นผู้นาไม่ได้เกิดจากความนิยมชมชอบ สาหรับทหาร ทางเลือกไม่ได้ยากเลย ระหว่างความนิยมและ ความมีประสิทธิผล ทหารต้องการที่จะชนะ การอยู่รอดของพวกเขาขึ้นอยู่กับมัน ดังนั้นพวกเขาพอจะยอมรับข้อบกพร่องของการเป็นผู้นาได้ใน เรื่องนิสัยใจคอ ถ้าพวกเขาเชื่อว่า เขาหรือเธอนั้น สามารถนาพา พวกเขาไปสู่ความสาเร็จได้
  12. 12. 8. ผู้นาที่ดีที่สุดต้องเป็นของแท้จริง ผมพบว่า ทหารพอจะยอมรับความเป็นตัวของผม มากกว่าสิ่งที่ ผมหวังในการเป็นผู้นา แต่พวกเขาจะไม่ยกโทษให้ผม ถ้าผมเป็นน้อยกว่าที่ผมอ้างว่าเป็น เรื่องความซื่อสัตย์สุจริตเป็นเรื่องพื้นฐานที่สุด
  13. 13. 9. ผู้นาสามารถพบได้ทุกตาแหน่งและทุกเพศทุกวัย ผมมักจะพบว่าตัวเองถูกนาโดยทหารที่มีระดับยศน้อยกว่าผม และผมว่ามันเป็นทักษะของผู้นาที่ดี ที่ให้เกียรติกับผู้มีความ เชี่ยวชาญและเหมาะที่สุดกับสถานการณ์นั้น ๆ ผู้นาต้องมั่นใจในการที่จะพิชิตอัตตาตนเอง มันเป็นสัญญาณที่ แข็งแกร่งสาหรับผู้นา ที่เคารพผู้ที่ทาหน้าที่อย่างใดอย่างหนึ่ง อย่างรับผิดชอบ
  14. 14. 10. ความสามารถพิเศษไม่ได้เกี่ยวกับภาวะผู้นา ลักษณะทางกายภาพภายนอก ความสุขุม และความมั่นใจในตนเอง มักจะสับสนกับความเป็นผู้นา ผมเห็นจ่าหลายคน พวกเขาดูดีแต่กลับ ล้มเหลว ตรงกันข้ามกับคนตัวเล็กที่เอาชนะข้อสงสัยได้ ทุกอย่างต้อง ใช้เวลาและขึ้นกับการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้ติดตาม ประสิทธิผลของการ ทางานเป็นเรื่องสาคัญมากกว่าข้อดีของลักษณะโดยธรรมชาติ ต่อมาในอาชีพของผม ผมพบบางคนที่ได้เรียนรู้ที่จะใช้ประโยชน์จาก ความสามารถพิเศษเพื่อให้พวกเขาดูเหมือนจะเป็นผู้นาที่ดี ผมต้องใช้ เวลาและการมีปฏิสัมพันธ์ภายใต้ความกดดันของสถานการณ์ที่ ยากลาบาก ก่อนที่ผมจะรู้ว่า พวกเขาจะเป็นผู้ที่มีทักษะและคุณภาพที่ ทหารราบพยายามแสวงหา
  15. 15. 11. ผู้นาเดินเส้นอยู่บนเส้นแบ่งระหว่างความมั่นใจในตนเองและความ อ่อนน้อมถ่อมตน ทหารต้องการผู้นาที่สามารถนาทีมไปสู่ความสาเร็จ แต่อ่อนน้อมถ่อม ตนมากพอที่จะรับรู้ข้อจากัดของตนเอง ผมได้เรียนรู้ว่ามันเป็นเรื่องที่ดีที่จะยอมรับความไม่รู้หรือความกลัว มากกว่าที่จะแสดงความรู้ที่ผิดพลาดหรือความองอาจ ความตรงไปตรงมา คือยอมรับว่ามีข้อสงสัยหรือปัญหา เป็นกุญแจ สาคัญในการสร้างความเชื่อมั่น ในเรื่องความซื่อสัตย์สุจริตของคุณ แต่การแสดงข้อสงสัยและความเชื่อมั่นเป็นสมดุลที่ละเอียดอ่อน เมื่อ เกิดสิ่งที่เลวร้าย พวกเขาจะมองไปที่ผู้นาด้วยความมั่นใจว่า สามารถ นาพวกเขาได้และจะประสบความสาเร็จ
  16. 16. 12. คนเราเกิดมา; ผู้นาสร้างขึ้นมา ผมเกิดมาเป็นลูกชายของผู้นา แต่สิ่งที่ทาให้ผมเป็นผู้นาในเวลา ต่อมา ผมได้เรียนรู้จากคนอื่น ทิศทางโดยรวมและการตัดสินใจที่สาคัญในชีวิตและอาชีพของ ผม ไม่ได้มาจากคาแนะนาที่เฉพาะเจาะจง หรือตัวอย่างที่มาจาก การอ่านหรือการได้เห็น เมื่อผมโตขึ้นมา ผมก็ตระหนักว่า ภาวะผู้นาสาหรับผมมักจะผ่าน ประสบการณ์จากการกระทา เมื่อเวลาผ่านไปคาถามกลับ กลายเป็น ชนิดของผู้นาที่ผมอยากจะเป็นคืออะไร นั่นคือการไม่ เป็นเหมือนกับมาตรฐาน
  17. 17. 13. ผู้นาคือคนและคนมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ตลอดอาชีพของผม ผมยังคงควานหาชนิดของผู้นาผมอยากจะเป็น ในช่วงหลายปีแรก ผมพบว่าตัวเองบางทีเป็นนายที่โหด บางทีเป็นพ่อ พระ บางครั้งสลับกันในช่วงระยะเวลาอันสั้น ทาให้เป็นการยาก สาหรับคนที่ผมนาและเกิดความไม่เป็นธรรม พวกเขามองหาผู้นาที่มีความคงมั่น เมื่อผมเกิดความไม่แน่นอน ทาให้ ลดประสิทธิผลของทีมงานที่เรากาลังพยายามจะสร้าง เพราะรูปแบบ การเป็นผู้นาที่ไม่ชัดเจน ทาให้ผมได้เรียนรู้คุณค่าของความมั่นคง แต่ถึงแม้ในตอนท้ายนี้ ผมก็ คิดว่า ผมยังไม่ได้เป็นผู้นาที่ผมเชื่อว่าผมควรจะเป็น
  18. 18. 14. ผู้นาก็เป็นมนุษย์คนหนึ่ง พวกเขามีความเหนื่อย โกรธ และฉุนเฉียว ผู้นาส่วนใหญ่แสดง ให้เห็นเป็นระยะ ๆ ในการมีอารมณ์และความอ่อนแอ เช่นเดียวกับมนุษยชาติ ผู้นาที่ผมชื่นชมมากที่สุดคือ ผู้นาที่เป็นมนุษย์ แต่มีความ พยายามอย่างต่อเนื่องที่จะเป็นมนุษย์ที่ดีที่สุดที่พวกเขาจะเป็นได้
  19. 19. 15. ผู้นาถ้าทาผิดพลาดมักจะมีค่าใช้จ่ายสูง เมื่อเกิดข้อผิดพลาด เป็นปกติที่ผู้นามักจะปฏิเสธความล้มเหลว ของตัวเองเป็นข้อแรก ข้อที่สองคือการซ่อนเร้นมันจากคนอื่น ๆ เพราะผู้นาส่วนใหญ่อยากมีชื่อเสียงเรื่องความถูกต้อง แต่นี่คือความฝันของคนโง่ และเป็นการทาลายความน่าไว้วางใจ โดยสิ้นเชิง
  20. 20. 16. ความเป็นผู้นาเป็นสิ่งที่เลือกได้ อานาจและความรับผิดชอบ ไม่ว่าจะได้รับมรดกหรือได้รับ มอบหมาย หรือบางครั้งตกอยู่กับคนที่ไม่ได้เสาะหา แต่การเป็น ผู้นามีความแตกต่างกัน เป็นสิ่งที่คุณเลือกได้ ผู้นาคือผู้ที่ตัดสินใจที่จะยอมรับความรับผิดชอบต่อคนอื่นๆ ใน การดูแลความหวัง ความฝัน และบางครั้งชีวิตของพวกเขา มันอาจจะเป็นภาระหนัก แต่ผมพบว่ามันเป็นเกียรติสุดที่จะ พรรณนา
  21. 21. ท้ายที่สุด "ความลับของการเป็นผู้นา" การมีเสน่ห์มักจะตรึงใจผู้คนแม้ในหมู่ทหาร แต่เมื่อเวลาผ่านไป การมีประสิทธิผล คือสิ่งที่สาคัญที่สุด บรรดาผู้นาที่ประสบความสาเร็จมากที่สุด มักมุ่งเน้นที่สวัสดิการ ของผู้ติดตาม ผู้นาต้องทางานอย่างหนัก มากกว่าสิ่งอื่นใดคือจะต้องมีวินัยใน ตนเอง วินัยในตนเองปรากฏตัวในผู้นา คือการทาสิ่งที่ควรจะทา แม้จะ ไม่เป็นที่พอใจ ไม่สะดวก หรือเป็นอันตราย
  22. 22. Stan Lee

×