การเลี้ยงหมูหลุม2554

7,354 views
7,014 views

Published on

จังหวัดประจวบศีรีขันธ์

Published in: Education
0 Comments
2 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

No Downloads
Views
Total views
7,354
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
9
Actions
Shares
0
Downloads
48
Comments
0
Likes
2
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

การเลี้ยงหมูหลุม2554

  1. 1. ตอนที่ 1 การเลี้ยงหมูหลุม ข้อมูลโดย นิคมสหกรณ์บางสะพาน จ . ประจวบคีรีขันธ์ สร้างสรรค์ผลงานโดย ทีมเศรษฐกิจพอเพียง ส่วนจัดนิคมสหกรณ์
  2. 2. การเลี้ยงหมูหลุมเป็นการเลี้ยงแบบเกษตรธรรมชาติ นอกจากได้หมูที่มีคุณภาพแล้ว ผลพลอยได้อีกประการ คือ ปุ๋ยหมักที่ได้จากพื้นคอกของการเลี้ยงหมูหลุมอีกจำนวนมาก ไม่เฉอะแฉะ และไม่มีแมลงวันตอม ไม่มีกลิ่นขี้หมู ไม่ต้องกำจัดขี้หมู ไม่ต้องกวาดพื้นคอก สามารถลดต้นทุนเรื่องอาหารได้ถึง 70 % คุณรู้หรือไม่ ... ?
  3. 3. <ul><li>ศึกษาหาความรู้ตลอดเวลา </li></ul><ul><li>และช่างสังเกต จดบันทึก </li></ul>ก่อนเริ่ม การเลี้ยงหมู ควรศึกษาหา ความรู้เพิ่มเติม … <ul><li>พันธุ์สุกร </li></ul><ul><li>ตลาด ( ราคาซื้อ - ขาย ) </li></ul><ul><li>วัตถุดิบทางการเกษตร </li></ul>
  4. 4. เรามาดูต้นทุนการเลี้ยงหมูหลุมกัน หมายเหตุ ต้นทุนสำหรับหมู 2 ตัว นะครับ 6,905 รวม 1,000 1,000 บาท ค่าวัสดุ + อุปกรณ์ 8 20 1 ถุง ๆ ละ 20 บาท ยาดอง 7 100 1 ขวด ๆ ละ 100 บาท เหล้าขาว 6 70 2 ถุง ๆ ละ 35 บาท เกลือ 5 65 10 ก . ก . ๆ ละ 6.50 บาท กากน้ำตาล 4 150 30 ถัง ๆ ละ 5 บาท รำ 3 3,500 10 ถุง ๆ ละ 350 บาท อาหารสำเร็จรูป 2 2,000 2 ตัว ๆ ละ 1,000 บาท ลูกหมู 1
  5. 5. <ul><li>สำหรับหมู 10 ตัว </li></ul><ul><li>1. โรงเรือน สุกร 10 ตัว จะใช้พื้นที่ในการเลี้ยงขนาดความกว้าง 3 เมตร x ความยาว 6 เมตร หลังคายกสูงให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก </li></ul>6 เมตร 3 เมตร การเตรียมตัวเลี้ยงหมูหลุม
  6. 6. <ul><li>1. ตั้งอยู่บนที่สูง ที่ดอน </li></ul><ul><li>2. สร้างโรงเรือนตามแนวทางทิศทางตะวันออก – ตะวันตก </li></ul><ul><li>3. วัสดุมุงหลังคาควรเป็นกระเบื้องหรือหญ้าคา </li></ul><ul><li>หลังคาสูง – เอน เช่น </li></ul><ul><li>- เพิงหมาแหงน , เพิงหมาแหงนกลาย </li></ul><ul><li>- แบบจั่ว </li></ul><ul><li>- แบบจั่ว 2 ชั้น </li></ul><ul><li>- แบบจั่ว 2 ชั้นกลาย </li></ul>ลักษณะของโรงเรือน หลังคาแบบจั่ว หลังคาเพิงหมาแหงน
  7. 7. 2. พื้นคอก <ul><li>การเตรียมพื้นคอก </li></ul><ul><li> ขุดดินออกไปทั้งหมด ให้ลึกประมาณ 90 เซนติเมตร ปรับขอบรอบๆ แล้วผสมวัสดุเหล่านี้ ใส่แทนดินที่ขุดออกไป วัสดุที่ใช้ได้แก่ </li></ul><ul><li> ขี้เลื่อย หรือ แกลบหยาบ 100 ส่วน </li></ul><ul><li> ดินที่ขุดออก 10 ส่วน </li></ul><ul><li> เกลือ 0.3 - 0.5 ส่วน </li></ul>
  8. 8. จากนั้น นำวัสดุที่บอกไปแล้วข้างต้น นำมาคลุกเคล้าผสมกันลงไป 30 เซนติเมตร ใช้จุลินทรีย์ที่ได้จากการหมักพืชจุลินทรีย์เชื้อราขาวจากป่าไผ่อัตราส่วน 2 ช้อนโต๊ะ ต่อน้ำ 10 ลิตร ราดลงบนวัสดุรองพื้นโรยดินชีวภาพเชื้อราขาวบางๆ ชั้นที่ 2 และ 3 ทำเหมือนชั้นแรก ชั้นสุดท้ายโรยแกลบดิบ ปิดหน้า หนึ่งฝามือ
  9. 9. การเตรียมหลุมและพื้นคอกหมูหลุม <ul><li>อาหารและการให้อาหาร </li></ul><ul><li>ถังน้ำ และรางอาหาร ควรตั้งไว้คนละด้าน เพื่อหมูจะเดินไปมาเป็นการออกกำลังกาย การเริ่มต้นเลี้ยงสุกร เมื่อหย่านมแล้ว จะเป็นการดีที่ฝึกวิธีการเลี้ยงแบบธรรมชาติ การให้อาหารให้เพียงวันละ 1 ครั้ง ( ปรับตามความเหมาะสม ) </li></ul>
  10. 10. อาหารที่ให้ ใช้พืชผักสีเขียว เป็นอาหารเสริม อาหารหมัก ใช้ผักสีเขียว หยวกกล้วย มะละกอดิบ ใบบอน วัชพืชต่างๆ ที่หมูชอบ สับผักเป็นชิ้นเล็กๆ คลุกน้ำตาลทรายแดง โดยหมักในอัตราส่วน 100:4:1 คือ ใช้พืช 100 กิโลกรัม : น้ำตาล 4 กิโลกรัม : เกลือ 1 กิโลกรัมนำไปเลี้ยงสุกร โดยผสมปลายข้าว รำอ่อน ก็จะช่วยลดต้นทุนในการเลี้ยง
  11. 11. ขั้นตอนการเตรียม อาหาร และน้ำดื่ม สำหรับสุกร <ul><li>1. น้ำดื่มสำหรับหมูหลุม </li></ul><ul><li>สำหรับ น้ำ 1 ถัง ( 20 ลิตร ) ส่วนผสมน้ำดื่มให้สุกร </li></ul><ul><li>► หัวเชื้อจุลินทรีย์ผัก หรือผลไม้ 2 ช้อนโต๊ะ </li></ul><ul><li>► น้ำฮอร์โมน สมุนไพร 2 ช้อนโต๊ะ ( เหล้าดองยา ) </li></ul><ul><li>► นมเปรี้ยวแคลเซียม 2 ช้อนโต๊ะ </li></ul><ul><li>► น้ำสะอาด 20 ลิตร </li></ul>
  12. 12. <ul><li>ผสมให้ดื่มเป็นประจำทุกวัน หากพื้นคอกสุกรแน่นหรือแข็ง ก็ใช้น้ำดังกล่าวราดบนพื้นคอกจะทำให้เกิดกลิ่นหอม จูงใจให้สุกร ขุดคุ้ยเป็นการกลับหน้าดิน ช่วยให้พื้นคอกร่วนโปร่ง มีอากาศถ่ายเท เกิดจุลินทรีย์มากมาย </li></ul>เมื่อเราเตรียมส่วนผสมทั้งหมดครบแล้ว ลงมือได้เลย
  13. 13. <ul><li>วัสดุอุปกรณ์ที่ต้องเตรียมมีดังนี้ </li></ul><ul><li>1. ผักใบเขียวต่างๆ หยวกกล้วยใบบอนพืชใบเขียว </li></ul><ul><li>2. ถุงพลาสติก </li></ul><ul><li>3. น้ำตาลทรายแดง </li></ul><ul><li>4. เกลือป่น หรือเกลือเม็ด </li></ul><ul><li>5. กระดาษสีขาว </li></ul><ul><li>6. เชือกฟาง </li></ul>การทำอาหารหมัก
  14. 14. <ul><li> ใช้อาหารหมัก 7 ส่วน ต่อ อาหารเม็ด 1 ส่วน ต่อรำ 2 ส่วน หรือ 7 : 1 : 2 ถ้าคิดเป็น 100 % ( อาหารหมัก 70 % : อาหารเม็ด 15 % : รำ 15 % ) สามารถปรับได้ตามความต้องการของผู้เลี้ยง </li></ul>วิธีนำอาหารหมักไปใช้
  15. 15. น้ำหมักผลไม้และยาดองสำหรับเลี้ยงสุกร <ul><li>ขั้นแรกมาเตรียมวัสดุอุปกรณ์ </li></ul><ul><li>1. ผลไม้สุก / ดิบ </li></ul><ul><li>2. น้ำตาลทรายแดง </li></ul><ul><li>3. ขวดโหล / ถัง / โอ่ง ( สำหรับหมัก ) </li></ul><ul><li>4. เชือกฟาง </li></ul><ul><li>5. กระดาษขาว </li></ul><ul><li>น้ำหมักผลไม้ และยาดองสำหรับเลี้ยงสุกร </li></ul>
  16. 16. วิธีทำ <ul><li>1. เตรียมผลไม้ ควรเป็นผลไม้ที่สุกจัด หรือร่วงตกใต้ต้น เช่น มะม่วง องุ่น มะละกอ สับปะรด มะเฟือง กล้วย ฯลฯ ถ้ามีผลไม้ไม่พอก็สามารถเติมพืช อื่นเป็นส่วนประกอบได้ เช่น รากผักขม มันแกว มันเทศ แครอท มันสำปะหลัง พืชตระกูลแตง หัวผักกาด เป็นต้น หากผักหรือผลไม้ที่ใช้หมัก มีมากพอก็สามารถ เป็น ชนิดเดียวกัน </li></ul>น้ำหมักผลไม้และยาดองสำหรับเลี้ยงสุกร
  17. 17. <ul><li>2. ใช้ผลไม้หมัก 1 กิโลกรัม ต่อน้ำตาลทรายแดง 1 กิโลกรัม ( ในฤดูร้อน ) ส่วนในฤดูหนาวเพิ่มน้ำตาล ทรายแดง ½ กิโลกรัม ( น้ำตาลทรายแดง 1 กิโลกรัม แบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกผสมในผลไม้ และส่วนที่ 2 ใช้โรยหน้า ) </li></ul><ul><li>3. ล้างภาชนะที่จะใช้หมัก และตากแดงให้แห้ง </li></ul>วิธีทำ ( ต่อ ) น้ำหมักผลไม้และยาดองสำหรับเลี้ยงสุกร
  18. 18. <ul><li>4. ชั้นที่อยู่ก้นภาชนะให้วางเรียงวัตถุดิบเป็นชั้นๆ โรยน้ำตาลทรายแดงปิดทับเป็นชั้นๆ โรยน้ำตาลทราบแดงทับจนหมด ( ให้เหลือที่ว่างห่างจากปากภาชนะ 1/3 ของความสูงของภาชนะ ) จากนั้น ใช้น้ำตาลส่วนที่เหลือปิดทับด้านหน้าให้หนา เพื่อป้องกันอากาศ ควรใส่ผลไม้ที่มีความความหวานไว้ด้านล่าง โดยเรียงลำดับตามความหวาน ผลไม้ที่ให้ความหวานน้อยที่สุดให้ใส่ชั้นบนสุด ผลไม้ที่เป็นชิ้นเล็กๆ เช่นองุ่น ให้ใช้มือที่สะอาดบีบให้แตกขณะนำไปหมักในโอ่ง หรือภาชนะหมัก </li></ul>น้ำหมักผลไม้และยาดองสำหรับเลี้ยงสุกร วิธีทำ ( ต่อ )
  19. 19. <ul><li>6. คลุมปากภาชนะด้วยกระดาษขาว และมัดปากภาชนะด้วยเชือก </li></ul><ul><li>7. ในฤดูร้อน กระบวนการหมักใช้เวลา 4 – 5 วัน ส่วนในฤดูฝนกระบวนการหมักใช้เวลา 7 – 10 วัน ส่วนในฤดูหนาว จะใช้เวลาในการหมัก 10-15 วัน </li></ul><ul><li>8. เก็บภาชนะหมักไว้ในที่ร่ม และมีอากาศเย็น ไม่ให้ถูกแสงแดด ไม่ควรปิดภาชนะในระหว่างกระบวนการหมัก กำลังดำเนินการอยู่ </li></ul>วิธีทำ ( ต่อ ) น้ำหมักผลไม้และยาดองสำหรับเลี้ยงสุกร
  20. 20. <ul><li> ใช้น้ำหมักในอัตราส่วน 2 ช้อนโต๊ะ ต่อน้ำ 10 ลิตร </li></ul><ul><li> ใช้พ่นกับพืชเมื่อเข้าสู่ระยะเปลี่ยนวัย ( เข้าสู่การออกดอกออกผล ) </li></ul><ul><li> รดพื้นคอก ผสมให้หมูกิน รดผัก </li></ul>วิธีนำไปใช้
  21. 21. การทำน้ำแคลเซียม <ul><li>วัสดุอุปกรณ์ 1. กระดูก เปลือกไข่ </li></ul><ul><li>2. น้ำซาวข้าว น้ำมะพร้าว </li></ul><ul><li>3. ถังพลาสติก </li></ul><ul><li>4. เครื่องผลิตออกซิเจนใส่ตู้ปลา </li></ul><ul><li>5. น้ำตาลทราย </li></ul>
  22. 22. การทำน้ำแคลเซียม <ul><li>1. รวบรวมเปลือกไข่ นำไปตากแดดให้แห้ง แล้วนำมาบดให้ละเอียด </li></ul><ul><li>2. เปลือกไข่ 1 กิโลกรัม ต่อน้ำซาวข้าว 20 ลิตร   </li></ul><ul><li>3. นำเปลือกไข่ที่บดละเอียดใส่ภาชนะ เติมน้ำซาวข้าว และน้ำ ทิ้งช่อง </li></ul><ul><li>อากาศอยู่ประมาณ   30 % เปิดฟองอากาศทิ้งไว้ ประมาณ 20 วัน จะเกิด </li></ul><ul><li>ฟองปฏิกิริยาขึ้นอย่างต่อเนื่อง </li></ul><ul><li>4. เมื่อใส่ออกซิเจนครบ 20 วันแล้ว ให้เติมน้ำตาล 1 กิโลกรัม ลงไป </li></ul>
  23. 23. วิธีนำน้ำแคลเซียมไปใช้ <ul><li> ใช้น้ำหมักแคลเซียมในอัตรา 2 ช้อน ต่อน้ำ 10 ลิตร </li></ul><ul><li> ฉีดพ่น พืช ผัก </li></ul><ul><li> ใช้ผสมในน้ำให้หมูกิน </li></ul><ul><li> ใช้ผสมกับน้ำทะเล ในการรดผลไม้ในระยะออกผล เพิ่มความหวานให้กับผลไม้ </li></ul>
  24. 24. <ul><li>วัสดุอุปกรณ์ </li></ul><ul><li>1. น้ำซาวข้าว 5. นมสดพลาสเจอร์ไรด์ ( นมจืด ) 2. รำละเอียด 6. สายยาง 3. ถัง 7. กระดาวข้าว 4. ขวดโหล 8. เชือกฟาง </li></ul>การทำนมเปรี้ยว ( โยเกิร์ต )
  25. 25. <ul><li>1. นำน้ำซาวข้าวใส่ภาชนะที่มีความสูง 15 เซนติเมตร โดยให้เหลือพื้นที่ ในภาชนะ 1/3 ส่วน สำหรับอากาศ นำกระดาษขาวปิด ผูกเชือก ใช้เวลาในการหมัก 5 - 7 วัน เก็บไว้ในที่มีอุณหภูมิประมาณ 20 – 25 องศาเซลเซียส แบคทีเรีย จะเพิ่มปริมาณอย่างรวดเร็ว และมีกลิ่นเปรี้ยวออกมา 2. นำรำละเอียดโรยปิดหน้าน้ำซาวข้าวหมักทิ้งไว้ 2 วัน หลังจากนั้นใช้สายยางทำการลักน้ำออกมาใส่ภาชนะที่เตรียมไว้โดยไม่ให้มีตะกอนติดออกมาพร้อมกับน้ำที่ลักออกมา โดยใช้น้ำที่ได้ 1 ส่วน ต่อนมสดพาสเจอไรด์ ลงไป 10 ส่วน เติมน้ำตาลทรายแดงลงไป ½ กิโลกรัม ของวัตถุดิบทั้งหมด ใช้กระดาษปิด ผูกเชือกทิ้งไว้ 5 - 7 วันจึงนำไปใช้ </li></ul>วิธีทำ นมเปรี้ยว ( โยเกิร์ต )
  26. 26. วิธีการนำ นมเปรี้ยว ( โยเกิร์ต ) ไปใช้ <ul><li> ใช้นมเปรี้ยวในอัตรา 2 ช้อนโต๊ะ ต่อน้ำ 10 ลิตร </li></ul><ul><li> ผสมให้หมูกิน </li></ul><ul><li> รดพื้นคอก </li></ul>
  27. 27. <ul><li>วัสดุอุปกรณ์ 1. ไม้เนื้ออ่อน ( ไม้กระถิน ฉำฉา ไมยาราบ ) 2. ถังพลาสติก 3. กระสอบฟาง 4. เชือกฟาง 5. หัวเชื้อฮอร์โมนสมุนไพร 6. น้ำตาลทรายแดง </li></ul>การทำหมากฝรั่งหมู
  28. 28. วิธีทำ หมากฝรั่งหมู <ul><li>1. เตรียมไม้เนื้ออ่อน มาตัดเป็นท่อนๆ ยาวประมาณ 1 คืบ </li></ul><ul><li>2. เตรียมน้ำ 10 ลิตร ต่อ เหล้าสมุนไพร 2 –3 ช้อนโต๊ะ ต่อ น้ำตาลทรายแดง ครึ่งกิโลกรัม ผสมให้เข้ากันแล้วนำไม้เนื้ออ่อนที่เตรียมไว้ลงมาแช่ ใช้กระสอบฟางปิดปากภาชนะไว้ แล้วใช้วัสดุที่หนักทับเพื่อให้ไม้จมน้ำ ตลอดเวลา </li></ul><ul><li>3. กระบวนการหมักใช้เวลา 10 - 15 วัน จึงใช้งานได้ </li></ul>
  29. 29. <ul><li>วิธีการนำไปใช้ </li></ul>หมายเหตุ ยาดองเป็นชุด ตัวยารวมกัน 3 ตัวขึ้นจะดี การทำหมากฝรั่งหมู เพียงแค่ นำไป โยนให้หมูกิน ( นำท่อนไม้กลับมาใช้ใหม่ได้ 2 - 3 ครั้ง )
  30. 30. <ul><li>วัสดุอุปกรณ์ 1. กล่องไม้สี่เหลี่ยม สูง 10 เซนติเมตร กว้าง 30 เซนติเมตร ยาว 30 เซนติเมตร 2. ข้าวสุก 1 ลิตร 3. พลาสติก 4. ทัพพีตักข้าว 5. กระดาษขาว 6. เชือกฟาง 7. ตะแกรง 8. น้ำตาลทรายแดง 9. ขวดโหล   </li></ul>การทำเชื้อราขาวจากใบไผ่
  31. 31. การเตรียมข้าวสวยเพื่อต่อเชื้อราขาวเชื้อราขาวที่ได้การต่อจากใบไผ่ <ul><li>วิธีทำ 1. หุงข้าวให้สุก ทำให้เย็น แล้วนำข้าวใส่ในกระบะ เกลี่ยให้ทั่วกระบะ 2. นำกระดาษขาวมาคลุมกระบะ แล้วมัดด้วยเชือกฟางให้แน่น 3. ขุดหลุม บริเวณใกล้ต้นไผ่ พอกับขนาดกระบะใส่ลงไปได้ นำพลาสติกคลุมลงไปตามด้วยตะแกรง วางทับข้างบน แล้วจึงนำใบไผ่ ปกคลุม ให้ทั่วกระบะไม้ รดน้ำให้รอบๆ 4. กระบวนการหมัก 4 – 5 วัน ในฤดูร้อน , ฤดูฝน 6 – 7 วัน จะได้ จุลินทรีย์ราขาวคลุมเต็มผิวหน้า 5. นำเชื้อราขาวที่ได้ มาผสมน้ำตาลทราย แล้วปิดผาหมักไว้ 7 วัน   </li></ul>
  32. 32. <ul><li> อัตรา 2 ช้อน / น้ำ 10 ลิตร  รดพื้นคอก  รดปุ๋ยหมัก </li></ul>การนำ เชื้อราขาวจากใบไผ่ ไปใช้  
  33. 33. ประโยชน์จากการเลี้ยงสุกร แบบเกษตรธรรมชาติ ( หมูหลุม ) <ul><li>1. ได้รับความรู้ </li></ul><ul><li>2. มีรายได้เพิ่มขึ้น </li></ul><ul><li>3. นำปุ๋ยไปใช้ในการเกษตร </li></ul><ul><li>4. เผยแพร่ให้กับประชาชนสนใจ </li></ul><ul><li>5. เป็นตัวอย่างในการเลี้ยงหมูในเขตเทศบาล </li></ul><ul><li>6. เป็นแหล่งเรียนรู้ของชุมชน </li></ul>
  34. 34. หลักในการเลือกภาชนะ และวัสดุในการหมัก <ul><li>1. ภาชนะบรรจุควรเป็นโอ่ง หรือ ไห ปากแคบ </li></ul><ul><li>2. สามารถถ่ายเทอากาศได้ดี </li></ul><ul><li>3. ขนาดไม่ใหญ่เกินไป </li></ul>หมายเหตุ ควรเก็บไว้ในที่ร่ม ใช้น้ำตาลทราย ทำการหมัก จากผลไม้ที่ฉ่ำ ต้องใช้น้ำตาล   1 / 2 ของ น้ำหมักผลไม้
  35. 35. สรุปการเลี้ยงหมูหลุม อย่าเน้นของถูก ห้ามซื้อ ตามขายเร่ ค่อยๆ เลี้ยง อย่าใจร้อน การบริหารจัดการดี
  36. 36. ข้อดีของการเลี้ยงหมูหลุม ขี้หมูไม่เหม็น ประหยัดค่าอาหาร 70 % ให้อาหาร 2 มื้อ หรือ 1 มื้อ ตามผู้เลี้ยง ให้ผักสด และพืชตลอดวัน เศษอาหารจากที่เหลือ โรงครัว เพื่อนบ้าน
  37. 37. <ul><li>เรียนรู้ ทำดู อยู่อย่างพอเพียง </li></ul><ul><li>แล้วจะมีภูมิ นะคร๊าบ </li></ul><ul><li>ทีมเศรษฐกิจพอเพียง ส่วนจัดนิคมสหกรณ์ </li></ul><ul><li>ชัญญา จงทัน </li></ul><ul><li>จุไรรัตน์ โพธิลักษณ์ </li></ul><ul><li>สุมาลี ถนอมรอด </li></ul><ul><li>รจนา กล้าหาญ </li></ul><ul><li>รัชนี ปิมแปง </li></ul><ul><li>พจนา จิตตรุ่งเรือง </li></ul><ul><li>รวิวรรณ ชุมพงศ์ </li></ul><ul><li>วนิดา ผสม </li></ul><ul><li>ชุติมา ขจรล่า </li></ul>
  38. 38. <ul><li>“ หมูหลุม” ก็จบเพียงเท่านี้ แล้วพบกันใหม่ โอกาสต่อไป น้องมีภูมิจะนำความรู้ดี ๆ มาฝาก อีกนะคร๊าบ …… . </li></ul>
  39. 39. <ul><li>พี่ๆ น้องๆ ชาวนิคมสหกรณ์ </li></ul><ul><li>ถ้าใครมีข้อมูลดีดีในการทำเศรษฐกิจพอเพียง </li></ul><ul><li>ที่เห็นว่าควรเผยแพร่ ส่งข้อมูลมาได้ที่ </li></ul><ul><li>e-mail :cpd_cepo@cpd.go.th </li></ul><ul><li>หรือ [email_address] </li></ul>

×