• Share
  • Email
  • Embed
  • Like
  • Save
  • Private Content
การเลี้ยงหมูหลุม2554
 

การเลี้ยงหมูหลุม2554

on

  • 5,216 views

จังหวัดประจวบศีรีขันธ์

จังหวัดประจวบศีรีขันธ์

Statistics

Views

Total Views
5,216
Views on SlideShare
5,216
Embed Views
0

Actions

Likes
1
Downloads
18
Comments
0

0 Embeds 0

No embeds

Accessibility

Categories

Upload Details

Uploaded via as Microsoft PowerPoint

Usage Rights

© All Rights Reserved

Report content

Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
  • Full Name Full Name Comment goes here.
    Are you sure you want to
    Your message goes here
    Processing…
Post Comment
Edit your comment

    การเลี้ยงหมูหลุม2554 การเลี้ยงหมูหลุม2554 Presentation Transcript

    • ตอนที่ 1 การเลี้ยงหมูหลุม ข้อมูลโดย นิคมสหกรณ์บางสะพาน จ . ประจวบคีรีขันธ์ สร้างสรรค์ผลงานโดย ทีมเศรษฐกิจพอเพียง ส่วนจัดนิคมสหกรณ์
    • การเลี้ยงหมูหลุมเป็นการเลี้ยงแบบเกษตรธรรมชาติ นอกจากได้หมูที่มีคุณภาพแล้ว ผลพลอยได้อีกประการ คือ ปุ๋ยหมักที่ได้จากพื้นคอกของการเลี้ยงหมูหลุมอีกจำนวนมาก ไม่เฉอะแฉะ และไม่มีแมลงวันตอม ไม่มีกลิ่นขี้หมู ไม่ต้องกำจัดขี้หมู ไม่ต้องกวาดพื้นคอก สามารถลดต้นทุนเรื่องอาหารได้ถึง 70 % คุณรู้หรือไม่ ... ?
      • ศึกษาหาความรู้ตลอดเวลา
      • และช่างสังเกต จดบันทึก
      ก่อนเริ่ม การเลี้ยงหมู ควรศึกษาหา ความรู้เพิ่มเติม …
      • พันธุ์สุกร
      • ตลาด ( ราคาซื้อ - ขาย )
      • วัตถุดิบทางการเกษตร
    • เรามาดูต้นทุนการเลี้ยงหมูหลุมกัน หมายเหตุ ต้นทุนสำหรับหมู 2 ตัว นะครับ 6,905 รวม 1,000 1,000 บาท ค่าวัสดุ + อุปกรณ์ 8 20 1 ถุง ๆ ละ 20 บาท ยาดอง 7 100 1 ขวด ๆ ละ 100 บาท เหล้าขาว 6 70 2 ถุง ๆ ละ 35 บาท เกลือ 5 65 10 ก . ก . ๆ ละ 6.50 บาท กากน้ำตาล 4 150 30 ถัง ๆ ละ 5 บาท รำ 3 3,500 10 ถุง ๆ ละ 350 บาท อาหารสำเร็จรูป 2 2,000 2 ตัว ๆ ละ 1,000 บาท ลูกหมู 1
      • สำหรับหมู 10 ตัว
      • 1. โรงเรือน สุกร 10 ตัว จะใช้พื้นที่ในการเลี้ยงขนาดความกว้าง 3 เมตร x ความยาว 6 เมตร หลังคายกสูงให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก
      6 เมตร 3 เมตร การเตรียมตัวเลี้ยงหมูหลุม
      • 1. ตั้งอยู่บนที่สูง ที่ดอน
      • 2. สร้างโรงเรือนตามแนวทางทิศทางตะวันออก – ตะวันตก
      • 3. วัสดุมุงหลังคาควรเป็นกระเบื้องหรือหญ้าคา
      • หลังคาสูง – เอน เช่น
      • - เพิงหมาแหงน , เพิงหมาแหงนกลาย
      • - แบบจั่ว
      • - แบบจั่ว 2 ชั้น
      • - แบบจั่ว 2 ชั้นกลาย
      ลักษณะของโรงเรือน หลังคาแบบจั่ว หลังคาเพิงหมาแหงน
    • 2. พื้นคอก
      • การเตรียมพื้นคอก
      • ขุดดินออกไปทั้งหมด ให้ลึกประมาณ 90 เซนติเมตร ปรับขอบรอบๆ แล้วผสมวัสดุเหล่านี้ ใส่แทนดินที่ขุดออกไป วัสดุที่ใช้ได้แก่
      •  ขี้เลื่อย หรือ แกลบหยาบ 100 ส่วน
      •  ดินที่ขุดออก 10 ส่วน
      •  เกลือ 0.3 - 0.5 ส่วน
    • จากนั้น นำวัสดุที่บอกไปแล้วข้างต้น นำมาคลุกเคล้าผสมกันลงไป 30 เซนติเมตร ใช้จุลินทรีย์ที่ได้จากการหมักพืชจุลินทรีย์เชื้อราขาวจากป่าไผ่อัตราส่วน 2 ช้อนโต๊ะ ต่อน้ำ 10 ลิตร ราดลงบนวัสดุรองพื้นโรยดินชีวภาพเชื้อราขาวบางๆ ชั้นที่ 2 และ 3 ทำเหมือนชั้นแรก ชั้นสุดท้ายโรยแกลบดิบ ปิดหน้า หนึ่งฝามือ
    • การเตรียมหลุมและพื้นคอกหมูหลุม
      • อาหารและการให้อาหาร
      • ถังน้ำ และรางอาหาร ควรตั้งไว้คนละด้าน เพื่อหมูจะเดินไปมาเป็นการออกกำลังกาย การเริ่มต้นเลี้ยงสุกร เมื่อหย่านมแล้ว จะเป็นการดีที่ฝึกวิธีการเลี้ยงแบบธรรมชาติ การให้อาหารให้เพียงวันละ 1 ครั้ง ( ปรับตามความเหมาะสม )
    • อาหารที่ให้ ใช้พืชผักสีเขียว เป็นอาหารเสริม อาหารหมัก ใช้ผักสีเขียว หยวกกล้วย มะละกอดิบ ใบบอน วัชพืชต่างๆ ที่หมูชอบ สับผักเป็นชิ้นเล็กๆ คลุกน้ำตาลทรายแดง โดยหมักในอัตราส่วน 100:4:1 คือ ใช้พืช 100 กิโลกรัม : น้ำตาล 4 กิโลกรัม : เกลือ 1 กิโลกรัมนำไปเลี้ยงสุกร โดยผสมปลายข้าว รำอ่อน ก็จะช่วยลดต้นทุนในการเลี้ยง
    • ขั้นตอนการเตรียม อาหาร และน้ำดื่ม สำหรับสุกร
      • 1. น้ำดื่มสำหรับหมูหลุม
      • สำหรับ น้ำ 1 ถัง ( 20 ลิตร ) ส่วนผสมน้ำดื่มให้สุกร
      • ► หัวเชื้อจุลินทรีย์ผัก หรือผลไม้ 2 ช้อนโต๊ะ
      • ► น้ำฮอร์โมน สมุนไพร 2 ช้อนโต๊ะ ( เหล้าดองยา )
      • ► นมเปรี้ยวแคลเซียม 2 ช้อนโต๊ะ
      • ► น้ำสะอาด 20 ลิตร
      • ผสมให้ดื่มเป็นประจำทุกวัน หากพื้นคอกสุกรแน่นหรือแข็ง ก็ใช้น้ำดังกล่าวราดบนพื้นคอกจะทำให้เกิดกลิ่นหอม จูงใจให้สุกร ขุดคุ้ยเป็นการกลับหน้าดิน ช่วยให้พื้นคอกร่วนโปร่ง มีอากาศถ่ายเท เกิดจุลินทรีย์มากมาย
      เมื่อเราเตรียมส่วนผสมทั้งหมดครบแล้ว ลงมือได้เลย
      • วัสดุอุปกรณ์ที่ต้องเตรียมมีดังนี้
      • 1. ผักใบเขียวต่างๆ หยวกกล้วยใบบอนพืชใบเขียว
      • 2. ถุงพลาสติก
      • 3. น้ำตาลทรายแดง
      • 4. เกลือป่น หรือเกลือเม็ด
      • 5. กระดาษสีขาว
      • 6. เชือกฟาง
      การทำอาหารหมัก
      • ใช้อาหารหมัก 7 ส่วน ต่อ อาหารเม็ด 1 ส่วน ต่อรำ 2 ส่วน หรือ 7 : 1 : 2 ถ้าคิดเป็น 100 % ( อาหารหมัก 70 % : อาหารเม็ด 15 % : รำ 15 % ) สามารถปรับได้ตามความต้องการของผู้เลี้ยง
      วิธีนำอาหารหมักไปใช้
    • น้ำหมักผลไม้และยาดองสำหรับเลี้ยงสุกร
      • ขั้นแรกมาเตรียมวัสดุอุปกรณ์
      • 1. ผลไม้สุก / ดิบ
      • 2. น้ำตาลทรายแดง
      • 3. ขวดโหล / ถัง / โอ่ง ( สำหรับหมัก )
      • 4. เชือกฟาง
      • 5. กระดาษขาว
      • น้ำหมักผลไม้ และยาดองสำหรับเลี้ยงสุกร
    • วิธีทำ
      • 1. เตรียมผลไม้ ควรเป็นผลไม้ที่สุกจัด หรือร่วงตกใต้ต้น เช่น มะม่วง องุ่น มะละกอ สับปะรด มะเฟือง กล้วย ฯลฯ ถ้ามีผลไม้ไม่พอก็สามารถเติมพืช อื่นเป็นส่วนประกอบได้ เช่น รากผักขม มันแกว มันเทศ แครอท มันสำปะหลัง พืชตระกูลแตง หัวผักกาด เป็นต้น หากผักหรือผลไม้ที่ใช้หมัก มีมากพอก็สามารถ เป็น ชนิดเดียวกัน
      น้ำหมักผลไม้และยาดองสำหรับเลี้ยงสุกร
      • 2. ใช้ผลไม้หมัก 1 กิโลกรัม ต่อน้ำตาลทรายแดง 1 กิโลกรัม ( ในฤดูร้อน ) ส่วนในฤดูหนาวเพิ่มน้ำตาล ทรายแดง ½ กิโลกรัม ( น้ำตาลทรายแดง 1 กิโลกรัม แบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกผสมในผลไม้ และส่วนที่ 2 ใช้โรยหน้า )
      • 3. ล้างภาชนะที่จะใช้หมัก และตากแดงให้แห้ง
      วิธีทำ ( ต่อ ) น้ำหมักผลไม้และยาดองสำหรับเลี้ยงสุกร
      • 4. ชั้นที่อยู่ก้นภาชนะให้วางเรียงวัตถุดิบเป็นชั้นๆ โรยน้ำตาลทรายแดงปิดทับเป็นชั้นๆ โรยน้ำตาลทราบแดงทับจนหมด ( ให้เหลือที่ว่างห่างจากปากภาชนะ 1/3 ของความสูงของภาชนะ ) จากนั้น ใช้น้ำตาลส่วนที่เหลือปิดทับด้านหน้าให้หนา เพื่อป้องกันอากาศ ควรใส่ผลไม้ที่มีความความหวานไว้ด้านล่าง โดยเรียงลำดับตามความหวาน ผลไม้ที่ให้ความหวานน้อยที่สุดให้ใส่ชั้นบนสุด ผลไม้ที่เป็นชิ้นเล็กๆ เช่นองุ่น ให้ใช้มือที่สะอาดบีบให้แตกขณะนำไปหมักในโอ่ง หรือภาชนะหมัก
      น้ำหมักผลไม้และยาดองสำหรับเลี้ยงสุกร วิธีทำ ( ต่อ )
      • 6. คลุมปากภาชนะด้วยกระดาษขาว และมัดปากภาชนะด้วยเชือก
      • 7. ในฤดูร้อน กระบวนการหมักใช้เวลา 4 – 5 วัน ส่วนในฤดูฝนกระบวนการหมักใช้เวลา 7 – 10 วัน ส่วนในฤดูหนาว จะใช้เวลาในการหมัก 10-15 วัน
      • 8. เก็บภาชนะหมักไว้ในที่ร่ม และมีอากาศเย็น ไม่ให้ถูกแสงแดด ไม่ควรปิดภาชนะในระหว่างกระบวนการหมัก กำลังดำเนินการอยู่
      วิธีทำ ( ต่อ ) น้ำหมักผลไม้และยาดองสำหรับเลี้ยงสุกร
      •  ใช้น้ำหมักในอัตราส่วน 2 ช้อนโต๊ะ ต่อน้ำ 10 ลิตร
      •  ใช้พ่นกับพืชเมื่อเข้าสู่ระยะเปลี่ยนวัย ( เข้าสู่การออกดอกออกผล )
      •  รดพื้นคอก ผสมให้หมูกิน รดผัก
      วิธีนำไปใช้
    • การทำน้ำแคลเซียม
      • วัสดุอุปกรณ์ 1. กระดูก เปลือกไข่
      • 2. น้ำซาวข้าว น้ำมะพร้าว
      • 3. ถังพลาสติก
      • 4. เครื่องผลิตออกซิเจนใส่ตู้ปลา
      • 5. น้ำตาลทราย
    • การทำน้ำแคลเซียม
      • 1. รวบรวมเปลือกไข่ นำไปตากแดดให้แห้ง แล้วนำมาบดให้ละเอียด
      • 2. เปลือกไข่ 1 กิโลกรัม ต่อน้ำซาวข้าว 20 ลิตร  
      • 3. นำเปลือกไข่ที่บดละเอียดใส่ภาชนะ เติมน้ำซาวข้าว และน้ำ ทิ้งช่อง
      • อากาศอยู่ประมาณ   30 % เปิดฟองอากาศทิ้งไว้ ประมาณ 20 วัน จะเกิด
      • ฟองปฏิกิริยาขึ้นอย่างต่อเนื่อง
      • 4. เมื่อใส่ออกซิเจนครบ 20 วันแล้ว ให้เติมน้ำตาล 1 กิโลกรัม ลงไป
    • วิธีนำน้ำแคลเซียมไปใช้
      •  ใช้น้ำหมักแคลเซียมในอัตรา 2 ช้อน ต่อน้ำ 10 ลิตร
      •  ฉีดพ่น พืช ผัก
      •  ใช้ผสมในน้ำให้หมูกิน
      •  ใช้ผสมกับน้ำทะเล ในการรดผลไม้ในระยะออกผล เพิ่มความหวานให้กับผลไม้
      • วัสดุอุปกรณ์
      • 1. น้ำซาวข้าว 5. นมสดพลาสเจอร์ไรด์ ( นมจืด ) 2. รำละเอียด 6. สายยาง 3. ถัง 7. กระดาวข้าว 4. ขวดโหล 8. เชือกฟาง
      การทำนมเปรี้ยว ( โยเกิร์ต )
      • 1. นำน้ำซาวข้าวใส่ภาชนะที่มีความสูง 15 เซนติเมตร โดยให้เหลือพื้นที่ ในภาชนะ 1/3 ส่วน สำหรับอากาศ นำกระดาษขาวปิด ผูกเชือก ใช้เวลาในการหมัก 5 - 7 วัน เก็บไว้ในที่มีอุณหภูมิประมาณ 20 – 25 องศาเซลเซียส แบคทีเรีย จะเพิ่มปริมาณอย่างรวดเร็ว และมีกลิ่นเปรี้ยวออกมา 2. นำรำละเอียดโรยปิดหน้าน้ำซาวข้าวหมักทิ้งไว้ 2 วัน หลังจากนั้นใช้สายยางทำการลักน้ำออกมาใส่ภาชนะที่เตรียมไว้โดยไม่ให้มีตะกอนติดออกมาพร้อมกับน้ำที่ลักออกมา โดยใช้น้ำที่ได้ 1 ส่วน ต่อนมสดพาสเจอไรด์ ลงไป 10 ส่วน เติมน้ำตาลทรายแดงลงไป ½ กิโลกรัม ของวัตถุดิบทั้งหมด ใช้กระดาษปิด ผูกเชือกทิ้งไว้ 5 - 7 วันจึงนำไปใช้
      วิธีทำ นมเปรี้ยว ( โยเกิร์ต )
    • วิธีการนำ นมเปรี้ยว ( โยเกิร์ต ) ไปใช้
      •  ใช้นมเปรี้ยวในอัตรา 2 ช้อนโต๊ะ ต่อน้ำ 10 ลิตร
      •  ผสมให้หมูกิน
      •  รดพื้นคอก
      • วัสดุอุปกรณ์ 1. ไม้เนื้ออ่อน ( ไม้กระถิน ฉำฉา ไมยาราบ ) 2. ถังพลาสติก 3. กระสอบฟาง 4. เชือกฟาง 5. หัวเชื้อฮอร์โมนสมุนไพร 6. น้ำตาลทรายแดง
      การทำหมากฝรั่งหมู
    • วิธีทำ หมากฝรั่งหมู
      • 1. เตรียมไม้เนื้ออ่อน มาตัดเป็นท่อนๆ ยาวประมาณ 1 คืบ
      • 2. เตรียมน้ำ 10 ลิตร ต่อ เหล้าสมุนไพร 2 –3 ช้อนโต๊ะ ต่อ น้ำตาลทรายแดง ครึ่งกิโลกรัม ผสมให้เข้ากันแล้วนำไม้เนื้ออ่อนที่เตรียมไว้ลงมาแช่ ใช้กระสอบฟางปิดปากภาชนะไว้ แล้วใช้วัสดุที่หนักทับเพื่อให้ไม้จมน้ำ ตลอดเวลา
      • 3. กระบวนการหมักใช้เวลา 10 - 15 วัน จึงใช้งานได้
      • วิธีการนำไปใช้
      หมายเหตุ ยาดองเป็นชุด ตัวยารวมกัน 3 ตัวขึ้นจะดี การทำหมากฝรั่งหมู เพียงแค่ นำไป โยนให้หมูกิน ( นำท่อนไม้กลับมาใช้ใหม่ได้ 2 - 3 ครั้ง )
      • วัสดุอุปกรณ์ 1. กล่องไม้สี่เหลี่ยม สูง 10 เซนติเมตร กว้าง 30 เซนติเมตร ยาว 30 เซนติเมตร 2. ข้าวสุก 1 ลิตร 3. พลาสติก 4. ทัพพีตักข้าว 5. กระดาษขาว 6. เชือกฟาง 7. ตะแกรง 8. น้ำตาลทรายแดง 9. ขวดโหล  
      การทำเชื้อราขาวจากใบไผ่
    • การเตรียมข้าวสวยเพื่อต่อเชื้อราขาวเชื้อราขาวที่ได้การต่อจากใบไผ่
      • วิธีทำ 1. หุงข้าวให้สุก ทำให้เย็น แล้วนำข้าวใส่ในกระบะ เกลี่ยให้ทั่วกระบะ 2. นำกระดาษขาวมาคลุมกระบะ แล้วมัดด้วยเชือกฟางให้แน่น 3. ขุดหลุม บริเวณใกล้ต้นไผ่ พอกับขนาดกระบะใส่ลงไปได้ นำพลาสติกคลุมลงไปตามด้วยตะแกรง วางทับข้างบน แล้วจึงนำใบไผ่ ปกคลุม ให้ทั่วกระบะไม้ รดน้ำให้รอบๆ 4. กระบวนการหมัก 4 – 5 วัน ในฤดูร้อน , ฤดูฝน 6 – 7 วัน จะได้ จุลินทรีย์ราขาวคลุมเต็มผิวหน้า 5. นำเชื้อราขาวที่ได้ มาผสมน้ำตาลทราย แล้วปิดผาหมักไว้ 7 วัน  
      •  อัตรา 2 ช้อน / น้ำ 10 ลิตร  รดพื้นคอก  รดปุ๋ยหมัก
      การนำ เชื้อราขาวจากใบไผ่ ไปใช้  
    • ประโยชน์จากการเลี้ยงสุกร แบบเกษตรธรรมชาติ ( หมูหลุม )
      • 1. ได้รับความรู้
      • 2. มีรายได้เพิ่มขึ้น
      • 3. นำปุ๋ยไปใช้ในการเกษตร
      • 4. เผยแพร่ให้กับประชาชนสนใจ
      • 5. เป็นตัวอย่างในการเลี้ยงหมูในเขตเทศบาล
      • 6. เป็นแหล่งเรียนรู้ของชุมชน
    • หลักในการเลือกภาชนะ และวัสดุในการหมัก
      • 1. ภาชนะบรรจุควรเป็นโอ่ง หรือ ไห ปากแคบ
      • 2. สามารถถ่ายเทอากาศได้ดี
      • 3. ขนาดไม่ใหญ่เกินไป
      หมายเหตุ ควรเก็บไว้ในที่ร่ม ใช้น้ำตาลทราย ทำการหมัก จากผลไม้ที่ฉ่ำ ต้องใช้น้ำตาล   1 / 2 ของ น้ำหมักผลไม้
    • สรุปการเลี้ยงหมูหลุม อย่าเน้นของถูก ห้ามซื้อ ตามขายเร่ ค่อยๆ เลี้ยง อย่าใจร้อน การบริหารจัดการดี
    • ข้อดีของการเลี้ยงหมูหลุม ขี้หมูไม่เหม็น ประหยัดค่าอาหาร 70 % ให้อาหาร 2 มื้อ หรือ 1 มื้อ ตามผู้เลี้ยง ให้ผักสด และพืชตลอดวัน เศษอาหารจากที่เหลือ โรงครัว เพื่อนบ้าน
      • เรียนรู้ ทำดู อยู่อย่างพอเพียง
      • แล้วจะมีภูมิ นะคร๊าบ
      • ทีมเศรษฐกิจพอเพียง ส่วนจัดนิคมสหกรณ์
      • ชัญญา จงทัน
      • จุไรรัตน์ โพธิลักษณ์
      • สุมาลี ถนอมรอด
      • รจนา กล้าหาญ
      • รัชนี ปิมแปง
      • พจนา จิตตรุ่งเรือง
      • รวิวรรณ ชุมพงศ์
      • วนิดา ผสม
      • ชุติมา ขจรล่า
      • “ หมูหลุม” ก็จบเพียงเท่านี้ แล้วพบกันใหม่ โอกาสต่อไป น้องมีภูมิจะนำความรู้ดี ๆ มาฝาก อีกนะคร๊าบ …… .
      • พี่ๆ น้องๆ ชาวนิคมสหกรณ์
      • ถ้าใครมีข้อมูลดีดีในการทำเศรษฐกิจพอเพียง
      • ที่เห็นว่าควรเผยแพร่ ส่งข้อมูลมาได้ที่
      • e-mail :cpd_cepo@cpd.go.th
      • หรือ [email_address]