การประยุกต์ใช้ดนตรีในงานอื่นๆ
ดนตรีบำบัด
จำกวิกิพีเดียสำรำนุกรมเสรี
ดนตรีบำบัดหรือดุริยำงคบำบัดคือกำรวำงแผนในกำรใช้กิจกรรมทำงดนตรีควบคุมในกลุ่มของคนทุกวัยไม่ว่ำจะเป็นวัยเด็ก
จนถึงวัยสูงอำยุเพื่อให้เกิดผลบรรลุในกำรรักษำโรคต่ำงๆที่เกิดมำจำกควำมบกพร่องต่ำงๆเช่นควำมผิดปกติทำงด้ำนอำรมณ์
ทำงร่ำงกำยและสติปัญญำ
§ความหมายของดนตรี[แก้]
ดูบทความหลักที่:ดนตรี
ดนตรี คือลักษณะของเสียงที่ได้รับกำรจัดเรียบเรียงไว้อย่ำงเป็นระเบียบเรียบร้อยโดยมีแบบแผนและโครงสร้ำงชัดเจน
สำมำรถนำมำใช้ประโยชน์ได้ 3ด้ำนใหญ่ ๆคือเพื่อควำมสุนทรีย์,เพื่อกำรบำบัดรักษำและเพื่อกำรศึกษำ
และเพื่อให้ร่ำงกำยได้รับควำมผ่อนคลำยสมองและสติปัญญำได้รับกำรผ่อนคลำย
ดนตรีบำบัดถือว่ำเป้ นส่วนหนึ่งในกำรพัฒนำทำงด้ำนสมองและสติปัญญำ
§ผลของดนตรีต่อร่างกายและจิตใจ[แก้]
ดนตรีมีผลต่อกำรเปลี่ยนแปลงของร่ำงกำยจิตใจและกำรทำงำนของสมองในหลำยๆด้ำน
จำกกำรศึกษำวิจัยพบว่ำผลของดนตรีต่อร่ำงกำย
สำมำรถทำให้เกิดกำรเปลี่ยนแปลงของอัตรำกำรหำยใจ,อัตรำกำรเต้นของชีพจร,ควำมดันโลหิต,กำรตอบสนองของม่ำนตำ,
ควำมตึงตัวของกล้ำมเนื้อและกำรไหลเวียนของเลือดจึงมีกำรนำดนตรีมำประยุกต์ใช้ในกำรรักษำโรคภัยไข้
เจ็บทั้งร่ำงกำยและจิตใจเรียกกันว่ำดนตรีบำบัด(musictherapy)
ประโยชน์ของดนตรีบำบัดมีหลำยประกำร เช่นช่วยปรับสภำพจิตใจให้อยู่ในสภำวะสมดุลมีมุมมองในเชิงบวก
ผ่อนคลำยควำมตึงเครียดลดควำมวิตกกังวลกระตุ้นเสริมสร้ำงและพัฒนำทักษะกำรเรียนรู้ และควำมจำ
กระตุ้นประสำทสัมผัสกำรรับรู้ เสริมสร้ำงสมำธิพัฒนำทักษะสังคมพัฒนำทักษะกำรสื่อสำรและกำรใช้ภำษำ
พัฒนำทักษะกำรเคลื่อนไหวลดควำมตึงตัวของกล้ำมเนื้อลดอำกำรเจ็บปวดจำกสำเหตุต่ำงๆ
ปรับลดพฤติกรรมที่ไม่เหมำะสมสร้ำงสัมพันธภำพที่ดีในกำรบำบัดรักษำต่ำงๆ
และช่วยเสริมในกระบวนกำรบำบัดทำงจิตเวชทั้งในด้ำนกำรประเมินควำมรู้สึกสร้ำงเสริมอำรมณ์เชิงบวกกำรควบคุมตนเอง
กำรแก้ปมขัดแย้งต่ำงๆและเสริมสร้ำงควำมเข้มแข็งของครอบครัวมันดีต่อร่ำงกำยตรงที่ว่ำทำให้ร่ำงกำยผ่อนคลำย
กำรใช้ดนตรีในงำนต่ำงๆ
1. ด้านการศึกษา นำเสียงดนตรีมำใช้ประกอบในกำรสอนแบบสร้ำงสรรค์ทำงศิลปะผลปรำกฏว่ำเสียงดนตรีสำมำรถส่งเสริ
มพัฒนำกำรทำงอำรมณ์ เสริมสร้ำงควำมคิดจินตนำกำรช่วยกระตุ้นให้มีกำรแสดงออกในทำงสร้ำงสรรค์
ส่งเสริมให้มีควำมสัมพันธ์ระหว่ำงประสำทหูกล้ำมเนื้อมือให้สอดคล้องกับกำรใช้ควำมคิด ทำให้หำยเหนื่อย
และผ่อนคลำยควำมตึงเครียด
2.ด้านการแพทย์ ใช้เสียงดนตรีกระตุ้นทำรกในครรภ์มำรดำ
ผลปรำกฏว่ำเด็กมีปฏิกิริยำตอบรับกับเสียงเพลง ทั้งทำงพฤติกรรมและร่ำงกำยที่ดี เสียงเพลงที่นุ่มนวลจะทำให้เด็กมีอำกำร
สงบเงียบร่ำงกำยเจริญเติบโตขึ้นและยังช่วยให้ระบบหำยใจและระบบย่อยอำหำรดีขึ้น
3. ด้านสังคม มีกำรใช้จังหวะดนตรีมำกำหนดควบคุมกำรทำงำนเพื่อให้เกิดควำมพร้อมเพรียงเช่นกำรพำยเรือจังหวะยก-
ส่งของ เป็นต้น กำรใช้ดนตรีปลุกเร้ำอำรมณ์ให้เกิดควำมรักควำมสำมัคคีในหมู่คณะเช่นเพลงปลุกใจเพลงเชียร์ เป็นต้น
4.ด้านจิตวิทยา ใช้เสียงดนตรีปรับเปลี่ยนนิสัยก้ำวร้ำวของมนุษย์รักษำโรคสมำธิสั้นโดยเฉพำะเด็กจะทำให้มีสมำธิยำวขึ้น
อ่อนโยนขึ้นโดยใช้หลักทฤษฎีอีธอส(Ethos)ของ ดนตรี ซึ่งเชื่อว่ำดนตรีมีอำนำจในกำรที่จะเปลี่ยนนิสัยของ
มนุษย์ จนกระทั่งในบำงกรณีสำมำรถรักษำโรคให้หำยได้ ปัจจุบัน
มีนักดนตรีบำบัดผู้ซึ่งมีควำมสำมำรถฟื้นฟูและบำบัดรักษำควำมเจ็บป่วยทั้งทำงร่ำงกำยและจิตใจทำงำนในด้ำนนี้
5. ด้านกีฬาใช้ดนตรีประกอบกิจกรรมกีฬำเช่นยิมนำสติกกิจกรรมเข้ำจังหวะกำรเต้นแอโรบิค
เป็นต้น นอกจำกนั้นยังมีกิจกรรมต่ำงๆมำกมำย
ที่ใช้ดนตรีเป็นส่วนประกอบในกำรดำเนินกำรทั้งทำงตรงและทำงอ้อม อำจกล่ำวได้ว่ำดนตรีเป็นส่วนประกอบที่ขำดเสียมิได้ใน
กิจกรรมของสังคมมนุษย์
ใช้เสียงดนตรีเพื่อสร้ำงบรรยำกำศในกำรประกอบพิธีกรรมต่ำงๆให้ดูศักดิ์สิทธิ์เคร่งขรึม
น่ำเชื่อถือ หรือสื่ออำรมณ์ควำมรู้สึกที่ร่ำเริงเบิกบำนสนุกสนำนในงำนเลี้ยงสังสรรค์งำนฉลองต่ำงๆเป็นต้น
นอกจำกนั้นยังเป็นกำรสร้ำงงำนอำชีพให้กับบุคคลในสังคมอย่ำงมำกมำยทั้งทำงตรงและทำงอ้อมเช่นนักดนตรี นักร้อง
ครูสอนดนตรี นักประพันธ์เพลงนักผลิตรำยกำรคอนเสิร์ต
นักดนตรีบำบัด ผู้อำนวยกำรเพลงหรือวำทยำกร นักเขียนทำงดนตรี นักประดิษฐ์เครื่องดนตรี
และผู้ซ่อมหรือปรับเสียงเครื่องดนตรี เป็นต้น
เมื่อเร็วๆนี้นักเรียนชั้นประถมศึกษำ 500,000คนจำกโรงเรียนประถม2,150
แห่งทั่วประเทศออสเตรเลียได้ร่วมกันร้องเพลงในโครงกำร Music:CountUs In
ซึ่งอำจนับได้ว่ำเป็นกำรร้องเพลงร่วมกันที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศำสตร์
โครงกำรนี้เป็นผลต่อยอดมำจำกรำยงำนรวบรวมผลกำรวิจัยหลำยฉบับที่สนับสนุนให้ผู้ปกครองออกมำผลักดันให้มีกำรเรียนกำ
รสอนดนตรีในโรงเรียนต่ำงๆ
ซึ่งมีโรงเรียนประถมของรัฐในออสเตรเลียจำนวนน้อยมำกที่มีหลักสูตรวิชำดนตรีที่ต่อเนื่องและได้มำตรฐำนตำมที่รำยงำนกำรวิ
จัยดังกล่ำวระบุไว้
มีวิจัยหลำยฉบับได้ยืนยันว่ำดนตรีเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยพัฒนำกำรเรียนรู้ งำนวิจัยฉบับหนึ่งซึ่งตีพิมพ์ในวำรสำร TheJournal
of Neuroscienceได้ศึกษำผู้ใหญ่ช่วงวัย50-70ปี จำนวน44 คน สรุปว่ำ
อำสำสมัครที่เข้ำร่วมงำนวิจัยที่ได้เรียนดนตรีตั้งแต่เด็กนั้นมีพัฒนำกำรทำงสมองที่ดีต่อเนื่องยำวนำนจนกระทั่งเข้ำสู่วัยผู้ใหญ่
งำนวิจัยนี้ใช้วิธีตรวจกำรได้ยินในระดับก้ำนสมอง(Auditorybrainstemresponse)ผลกำรวิจัยพบว่ำ
อำสำสมัครที่เล่นดนตรีในวัยเด็กตั้งแต่อำยุ4-14ปีมีกำรตอบสนองต่อเสียงที่ได้ยินไวกว่ำอำสำสมัครที่ไม่ได้เล่นดนตรี
แม้จะไม่ได้เล่นดนตรีนำนร่วม40ปีแล้วก็ตำม
ส่วนทำงด้ำนสหรัฐอเมริกำศำสตรำจำรย์ChrisBoyd Brewer กล่ำวไว้ในบทควำมที่ตีพิมพ์ในเว็บไซต์ของมหำวิทยำลัย
JohnsHopkinsว่ำ
ดนตรีช่วยให้เกิดผลสัมฤทธิ์ทำงกำรเรียนรู้ที่ดีขึ้นเนื่องจำกดนตรีมีคุณลักษณะที่เอื้อต่อกำรเรียนกำรสอนดังนี้
ทำให้เกิดสภำวะกำรเรียนรู้เชิงบวก
สร้ำงบรรยำกำศกำรเรียนรู้ที่พึงประสงค์
ช่วยให้เกิดทักษะกำรคำดกำรณ์ล่วงหน้ำ
ทำให้กิจกรรมกำรเรียนกำรสอนมีชีวิตชีวำขึ้น
ปรับเปลี่ยนสภำวะของคลื่นสมอง
เสริมสมำธิ
เพิ่มควำมจำ
ก่อให้เกิดประสบกำรณ์กำรเรียนรู้ผ่ำนประสำทสัมผัสทั้ง 5(Multisensory learningexperience)
ช่วยคลำยควำมเครียด
เสริมจินตนำกำร
ประสำนควำมร่วมมือระหว่ำงกลุ่ม
เสริมสร้ำงควำมปรองดอง
ก่อให้เกิดแรงบันดำลใจและแรงจูงใจ
ทำให้เกิดควำมสนุกสนำน
สร้ำงสีสันให้บทเรียนที่มีแก่นเรื่องหลัก(Theme-orientedunit)
นอกจำกนั้นดนตรียังเป็นสื่อกำรเรียนกำรสอนที่สำมำรถนำมำประยุกต์ใช้ได้ดีกับทฤษฎีและแนวคิดกำรเรียนรู้
ต่ำงๆ ที่เป็นที่ยอมรับอย่ำงกว้ำงขวำงในวงกำรกำรศึกษำอีกด้วย
ในตอนต่อไปผู้เขียนจะกล่ำวถึงทฤษฎีและแนวคิดกำรเรียนรู้ที่ใช้ได้ดีกับดนตรี 2ทฤษฎีด้วยกันคือทฤษฎี พหุปัญญำ
(Multiple Intelligences)และแนวคิดกำรเรียนรู้เชิงเร่งรัด(Acceleratedlearning)
และแนวทำงกำรนำดนตรีไปประยุกต์ใช้เพื่อเสริมกำรเรียนรู้ของเด็ก
ดนตรีนั้นสำมำรถนำมำประยุกต์ใช้ในกำรเรียนกำรสอนได้
และนำมำเป็นสื่อกำรสอนตำมแนวคิดและทฤษฎีกำรเรียนรู้ได้เป็นอย่ำงดีช่วยให้สมองเกิดกำรเรียนรู้ได้รวดเร็ว
ในตอนนี้ผู้เขียนจะพูดถึงแนวคิดและทฤษฎีกำรเรียนรู้ 2ทฤษฎี
ซึ่งเมื่อปรับใช้กับดนตรีแล้วจะช่วยส่งเสริมกำรเรียนรู้ให้มีประสิทธิภำพยิ่งขึ้นดังนี้
1. ทฤษฎีพหุปัญญำ(MultipleIntelligences)
ในปี 1983 ศำสตรำจำรย์โฮเวิร์ดกำร์ดเนอร์ (HowardGardner)ผู้เชี่ยวชำญด้ำนจิตวิทยำจำกมหำวิทยำลัยฮำวำร์ด
(Harvard University) ได้นำเสนอทฤษฎีพหุปัญญำที่เขำใช้เวลำศึกษำนำนหลำยปี ทฤษฎีนี้แย้งว่ำควำมฉลำด(Intelligence)
นั้นไม่ได้เป็นองค์รวมหำกแต่แบ่งออกเป็น9 ด้ำนคือด้ำนมิติ ( visual-spatial) ด้ำนภำษำศำสตร์ (linguistic)ด้ำนตรรกะ
(logical-mathematical)ด้ำนกำรเคลื่อนไหวร่ำงกำย(bodily-kinesthetic)ด้ำนควำมสัมพันธ์ระหว่ำงบุคคล(interpersonal)
ควำมฉลำดภำยในตน(intrapersonal)ด้ำนดนตรี (musical)ด้ำนธรรมชำติ(naturalist)
และควำมฉลำดในกำรหยั่งรู้ระดับสติปัญญำขั้นสูง(ExistentialSpiritualIntelligence)
ดนตรีสำมำรถพัฒนำควำมฉลำดด้ำนต่ำงๆได้แทบทุกข้ออย่ำงมีประสิทธิภำพเมื่อเล่นดนตรี
ควำมเข้ำใจในควำมสำมำรถด้ำนภำษำตรรกะ
และกำรใช้พื้นที่จะได้รับกำรกระตุ้นอย่ำงเต็มที่จำกกำรอ่ำนโน้ตและจังหวะในกำรเล่นดนตรี
เพรำะต้องสมองในหลำยส่วนทำงำนไปพร้อมๆกันเพื่อประมวลผลอย่ำงรวดเร็วว่ำตัวโน้ตที่กำลังอ่ำนอยู่คือโน้ตใด
มีกำรกำหนดจังหวะอย่ำงไรและจะเล่นอย่ำงไรเพื่อสื่ออำรมณ์ ซึ่งเกี่ยวข้องกับควำมฉลำดทำงด้ำนกำรเคลื่อนไหวร่ำงกำย
และทำงดนตรี เมื่อเล่นดนตรีร่วมกันเป็นวงจะพัฒนำควำมสำมำรถทำงมนุษย์สัมพันธ์และควำมเข้ำใจในตนเอง
คือต้องเล่นในส่วนที่ตัวเองเล่นให้ดีที่สุดและเล่นให้เข้ำวงอย่ำงไรจึงจะไพเรำะส่วนระดับปัญญำขั้นสูงนั้น
เกิดขึ้นได้เมื่อเล่นดนตรีซึ่งดนตรีช่วยให้เกิดสมำธิ
2. กำรเรียนรู้เชิงเร่งรัด(Acceleratedlearning-AL)
ช่วงทศวรรษที่1960ดร.จอร์จิ โลซำนอฟ(GeorgiLozanov) และ ดร.อีเวลีนำกัทเทวำ(Evelyna Gateva)
ได้ค้นคว้ำวิธีที่จะช่วยเพิ่มควำมจำด้วยวิธีกำรต่ำงๆรวมทั้งกำรนำดนตรีมำใช้ในชั้นเรียนซึ่งได้รับควำมสนใจเป็นอย่ำงมำก
เทคนิคกำรสอนหลำยวิธีที่นำมำใช้ในชั้นเรียนในปัจจุบันเช่นกำรเรียนรู้ทำงอินเตอร์เน็ตกำรเรียนรู้ผ่ำนเกม
กำรเรียนกำรสอนโดยใช้ดนตรีเป็นบรรยำกำศซึ่งเป็นกำรพัฒนำด้ำนกำรเรียนรู้ผ่ำนประสำทสัมผัสทั้ง 5
ล้วนก่อกำเนิดมำจำกงำนวิจัยของผู้เชี่ยวชำญทั้งสองท่ำนนี้
กำรสร้ำงบรรยำกำศกำรเรียนรู้แบบAL ซึ่งจะบรณำกำรควำมรู้ทั้งหลำยคือPhysical Environmentหรือ
สภำพแวดล้อมในกำรเรียนเช่นอุณหภูมิและแสงสว่ำงในห้องเรียนกำรจัดที่นั่งMusicหรือกำรใช้เสียงดนตรี
เพื่อให้ผู้เรียนรู้สึกผ่อนคลำยและเกิดควำมสนใจPeripheralsสิ่งที่อยู่รอบๆเช่นโปสเตอร์ ภำพที่ติดในชั้นเรียน Teacher/
Facilitatorหรือผู้สอน/ ฝึกสอนควรใช้น้ำเสียง(แหลมทุ้ม ดัง หรือค่อย)เพื่อเน้นถึงควำมสำคัญของเนื้อหำที่ต้องกำรนำเสนอ
Positive Atmosphere หรือบรรยำกำศที่เอื้อต่อกำรเรียนรู้ เช่นบรรยำกำศที่เป็นมิตรหรือบรรยำกำศที่สนุก
Art and Dramaหรือกำรแสดงออกไม่ว่ำจะเป็นกำรแต่งตัวกำรเล่นละครที่นำมำใช้เพื่อให้เกิดกำรเรียนรู้
สุดท้ำยคือActive and Passive Concerts กล่ำวคือActive Concertจะใช้กำรกระตุ้นให้ผู้เรียนตื่นตัวในกำรเรียนรู้ ส่วน
Passive Concertจะเป็นกำรใช้เสียงเพลงหรือเทคนิคกำรสอนที่ให้ผู้เรียนรู้สึกผ่อนคลำย
ซึ่งทั้งสองแบบจะทำให้ผู้เรียนมีควำมจำดีขึ้น
จำกตอนที่ผ่ำนมำนั้นจะเห็นได้ว่ำดนตรีเป็นประโยชน์ต่อกำรเรียนรู้ศำสตร์ต่ำงๆมำก
แม้ในแนวคิดและทฤษฎีกำรเรียนกำรสอนที่เป็นที่ยอมรับโดยทั่วไปยังมีกำรนำดนตรีเข้ำมำใช้เพื่อพัฒนำกำรเรียนรู้ ในตอนที่ 3
นี้ผู้เขียนจะกล่ำวถึงแนวทำงที่พ่อแม่ผู้ปกครองจะนำดนตรีมำประยุกต์ใช้เพื่อให้ลูกมีพัฒนำกำรทำงกำรเรียนรู้
สำหรับวัยทำรก
ดนตรีช่วยให้พ่อแม่สื่อสำรกับลูกน้อยได้ดีขึ้นทำให้ลูกรู้สึกปลอดภัยและคลำยกังวล
สิ่งแรกที่พ่อแม่ทำเพื่อนำให้ลูกน้อยรักเสียงเพลงคือร้องเพลง
ไม่ต้องกังวลว่ำจะร้องเพี้ยนเพรำะทำรกชอบเสียงของพ่อแม่เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ระหว่ำงร้องเพลงให้สบตำลูกด้วย
เมื่อลูกเริ่มส่งเสียงอ้อแอ้ ให้พ่อแม่ลองเลียนแบบเสียงลูกโดยทำเสียงให้ใกล้เคียงเสียงดนตรี
ทำรกที่โตขึ้นอีกนิดอำจเลียนเสียงที่พ่อแม่ทำเป็นทำนองดนตรีได้
อำจลองบอกเวลำให้ลูกรักรับรู้ด้วยเสียงดนตรี พ่อแม่อำจลองแต่งเพลงที่บอกว่ำถึงเวลำอำบน้ำรับประทำนอำหำรหรือนอน
เทคนิคนี้อำจช่วยให้ลูกเรียนรู้เวลำตั้งแต่ยังเล็กด้วยวิธีที่ผ่อนคลำย
ทำเสียงดังในบ้ำนบ้ำงให้ลูกถือลูกแซ็กสำหรับเขย่ำหรือของที่มีเสียงเพื่อให้ลูกได้ทำเสียงดนตรีเอง
ให้ลูกเคลื่อนไหวตำมเสียงเพลงพ่อแม่อำจจับให้ลูกโดดขึ้นลงขณะที่ร้องเพลงให้ฟัง
หรือจับมือลูกเคำะตำมจังหวะเพื่อให้ลูกรับรู้ถึงจังหวะด้วยก็ได้
สำหรับวัยเตำะแตะ
เพลงและเกมดนตรีสำมำรถเพิ่มคลังคำศัพท์ให้แก่เด็กได้ ทั้งยังสอนให้เด็กเรียนรู้ที่จะให้ควำมร่วมมือ
และประสำนกำรทำงำนระหว่ำงร่ำงกำยและจิตใจอีกด้วย
หำของที่เคำะได้และไม่เป็นอันตรำยกับเด็กให้ลูกเล่นเช่นช้อนไม้ หม้อเบำๆ แล้วให้ลูกเคำะเล่นเพื่อทำให้เกิดเสียง
ลูกจะได้เรียนรู้เรื่องของจังหวะเสียงดัง-เบำและควำมยำวของเสียง
หำเพลงใหม่ๆเด็กวัยเตำะแตะชอบเพลงที่จบแบบหักมุมเช่นเพลง PopGoesthe Weaselและเพลงที่ช่วยเรื่องควำมจำเช่น
OldMacDonald และBingo และอำจร่วมร้องด้วยเมื่ออำยุ2ขวบ
ร้องผิดๆถูกๆเมื่อลูกรู้จักเนื้อเพลงแล้วพ่อแม่ลองตั้งใจร้องผิดเป็นบำงคำบ้ำงลูกจะตื่นเต้นและช่วยแก้ไขให้ถูกต้อง
พำไปชมกำรแสดงดนตรีสำหรับเด็กเพื่อให้ลูกได้ฟังดนตรีที่เล่นสดบ้ำงจะสังเกตได้ว่ำ
ดนตรีนั้นสำมำรถใช้เป็นสื่อในกำรพัฒนำลูกน้อยในด้ำนต่ำงๆได้หลำกหลำย
ทั้งยังช่วยให้บรรยำกำศระหว่ำงสมำชิกในครอบครัวเป็นกันเองและผ่อนคลำยมำกขึ้นในตอนหน้ำ
ผู้เขียนจะกล่ำวถึงแนวทำงกำรใช้ดนตรีพัฒนำลูกน้อยวัยก่อนเข้ำเรียนและวัยเรียนต่อไป
สำหรับวัยก่อนเข้ำเรียน
ควรให้ลูกในวัยนี้มีโอกำสได้เต้นและเคลื่อนไหวและคอยถำมว่ำเพลงแต่ละเพลงทำให้ลูกรู้สึกอย่ำงไรบ้ำง
ให้ลูกเคำะจังหวะตำมพ่อแม่ลองเคำะจังหวะที่หน้ำขำหรือท้องแล้วให้ลูกเคำะจังหวะตำมหรือเคำะโต๊ะ
หรือจำกพลำสติกเข้ำด้วยกันเหมือนเล่นฉำบ
เล่นละครเปิดเพลงคลำสสิกแล้วให้ลูกแสดงให้ตรงกับอำรมณ์ของเพลงเช่นถ้ำเป็นเพลงเร็วลูกอำจแสดงเป็นม้ำ
แล้วล้มตัวนอนในตอนจบที่เพลงมีจังหวะช้ำลง
ให้ลูกลองเล่นเครื่องดนตรีเองให้ได้สัมผัสและเล่นเครื่องดนตรีของจริง
จะเป็นขนำดเท่ำที่ผู้ใหญ่เล่นหรือขนำดเล็กสำหรับเด็กก็ได้ ให้ลูกลองดูว่ำเครื่องดนตรีชิ้นหนึ่งสำมำรถเล่นได้กี่วิธี
เล่นเกม“กระซิบและตะโกน”ให้ลูกร้องเพลงเดียวกันสองอำรมณ์ ครั้งแรกให้ร้องประหนึ่งว่ำเขินอำยอีกครั้งให้ร้องแบบมีพลัง
ลูกจะมีควำมมั่นในในกำรร้องมำกขึ้น
ไปชมกำรแสดงดนตรีคลำสสิกพำลูกไปดูกำรแสดงดนตรีคลำสสิกจริงๆบ้ำงลูกจะได้เรียนรู้ว่ำเมื่อเล่นเป็นวงแล้ว
เสียงเครื่องดนตรีแต่ละเครื่องจะเป็นอย่ำงไรและหำกได้รับอนุญำตจำกนักดนตรี
ให้ลูกได้มีโอกำสขึ้นไปดูเครื่องดนตรีหลังจำกที่กำรแสดงจบแล้ว
สำหรับเด็กวัยเรียน
เมื่อถึงวัยเข้ำชั้นประถมศึกษำลูกจะเริ่มมีแนวดนตรีที่ชอบแล้วและพร้อมที่จะเริ่มหัดเรียนเครื่องดนตรี
เปลี่ยนสถำนีวิทยุให้ลูกได้ฟังเพลงหลำกหลำยแนวเพื่อให้ลูกเรียนรู้ว่ำมีดนตรีหลำยแนว
และช่วยให้ลูกเลือกแนวที่ชอบได้ง่ำยขึ้น
หัดร้องเพลงให้ลูกร้องเพลงให้ฟังเป็นประจำ
มีส่วนร่วมเมื่อลูกเริ่มหัดเล่นเครื่องดนตรี ให้พ่อแม่ตั้งใจฟังเวลำที่ลูกฝึกซ้อมส่งเสริมให้ลูกมีสมำธิและหมั่นชมเชย
ให้อิสระ จัดตำรำงกำรฝึกซ้อมให้ลูกแต่ให้ลูกเลือกว่ำจะซ้อมอะไรก่อน
เน้นเรื่องพัฒนำกำรไม่ใช่ควำมสมบูรณ์แบบไม่เร่งรัดลูกจนเกินไป
ให้ลูกได้ลองแต่งเพลงเองให้ลูกได้ลองแต่งเพลงเองโดยพ่อแม่เป็นคนจดเนื้อเพลงหรือโน้ตแล้วจัดเก็บไว้ในแฟ้ ม
เพื่อที่ลูกจะได้สะสมผลงำนของตัวเอง
พ่อแม่ลองนำแนวทำงเหล่ำนี้ไปปรับใช้ตำมวัยของลูกจะเป็นผลดีต่อกำรพัฒนำกำรเรียนรู้ของลูกได้ดีทีเดียว

การประยุกต์ใช้ดนตรีในงานอื่นๆ