ลายผ้าไหมไทย
Thailand of Silk
ที่มาที่มา
MENU
วัตถุประสงค์วัตถุประสงค์ ประวัติผ้าไหมประวัติผ้าไหม
อ้างอิงอ้างอิง
ลายผ้าไหมไทยลายผ้าไหมไทยกรรมวิธีการทำาผ้าไหมกรรมวิธีการทำาผ้าไหม
ผลที่คาดว่าจะได้รับผลที่คาดว่าจะได้รับ
ระดับคุณภาพระดับคุณภาพ
สมาชิกในกลุ่ม
1.นางสาวธมนวรรณ เพ็ญไชยา เลขที่ 1
2.นางสาวปภัชญา จักรชัยสิน เลขที่ 9
ชื่อโครงงาน (ภาษาไทย)
: ลายผ้าไหมของไทย
ชื่อโครงงาน (ภาษาอังกฤษ)
: Thailand of Silk
ประเภทโครงงาน โครงงานเพื่อการเรียนรู้
ชื่อผู้ทำาโครงงาน
น.ส. ธมนวรรณ เพ็ญไชยา เลขที่ 1
น.ส.ปภัชญา จักรชัยสิน เลขที่ 9
ชื่อที่ปรึกษา : ครูเขื่อนทอง มูลวรรณ์
ระยะเวลาดำาเนินงาน : 3 เดือน
ที่มาและความสำาคัญของโครง
งานผ้าไหมไทยได้รับการยอมรับว่าเป็นราชินีของ
เส้นใยทั้งหมดที่มีอยู่ในโลกปัจจุบัน ผ้าไหมหรือ
ผลิตภัณฑ์จากไหมนั้นบอบบาง จึงต้องปฏิบัติ
รักษาอย่างพิถีพิถันอย่างน้อยทุกคนก็ทราบดีอยู่
แล้วว่า คุณสมบัติต่าง ๆ ที่จะต้องปฏิบัติรักษา
เคลื่อนย้ายอย่างระมัดระวัง ความสุข ความเบา
สบาย ความภูมิใจ จะไม่เกิดขึ้นเลย ถ้าเราจะไม่
ทำาการรักษาคุณภาพอันดีเลิศของผลิตภัณฑ์ จาก
ไหมทุกชนิดให้อยู่ในสภาพที่น่าหยิบ น่าเป็น
เจ้าของและน่าสวมใส่ ผ้าไหมไทย... คุณค่าสู่
สากลเนื่องจากปัจจุบันคนในประเทศไทยไม่ค่อย
รู้จักลายของผ้าไหมไทยอย่างลึกซึ้งและไม่ได้ให้
ความสำาคัญกับรายละเอียดต่างๆของผ้าไหมไทย
MENU
วัตถุประสงค์
เพื่อให้คนหันมาสนใจและให้ความสำาคัญกับผ้าไหม
และอนุรักษ์พร้อมทั้งสืบต่อไปยังคนรุ่นหลังต่อไป
ขอบเขตโครงงาน
ศึกษาและค้นคว้าข้อมูลรู้และเข้าใจเรื่องลายผ้าไหม
ไทยเพื่อนำามาศึกษาและทำาโครงงานเผยแพร่
หลักการและทฤษฎี
ผ้าไหมไทยเป็นที่สนใจไปทั่วโลกแต่คนไทยยังไม่รู้
จักดีนักโดยเฉพาะลายของผ้าไหมไทยซึ่งมี
มากมายจึงสนใจที่จะนำาลายของผ้าไหมไทยมา
ทำาเป็นโครงงานเพื่อให้ผู้คนได้รู้จัก
MENU
ประวัติผ้าไหมไทย
ผ้าไหมไทย เป็นผ้าไหม
ซึ่งมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว แตก
ต่างจากผ้าไหมทั่วไป กล่าวคือ มีแสงแวว
วาวเป็นมันเลื่อมเนื้อผ้าฟูไม่เรียบ อ่อน
นุ่ม มีนำ้าหนัก บางชนิด
เป็นปุ่มปมอันเนื่องมาจากระดับคุณภาพซึ่งเกิด
ในกระบวนการผลิตแต่ก็ทำาให้ได้รับความนิยม
ของคนบางกลุ่มเพราะดูแล้วมีความแปลกตา
menu
ผ้าไหมมีถิ่นกำาเนิดในประเทศจีนและ
ประเทศอินเดีย การทอผ้าไหมมีขึ้นราว 2,640 ปี
ก่อนคริสตกาล พ่อค้าชาวจีนได้เผยแพร่ผ้าไหมสู่
พื้นที่อื่นในแถบเอเชีย สำาหรับประเทศไทยนัก
โบราณคดีพบหลักฐานที่
แหล่งโบราณคดีบ้านเชียงซึ่งบ่งชี้ว่ามีการใช้ผ้า
ไหมเมื่อ 3,000 ปีก่อน
การทอผ้าไหมในประเทศไทยในอดีตมีการทำา
กันในครัวเรือนเพื่อใช้เอง หรือทำาขึ้นเพื่อใช้ใน
งานพิธี เช่น งานบุญ งานแต่งงาน ต่อมาในรัช
สมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
 (รัชกาลที่ 5) ได้ส่งเสริมให้ใช้ผ้าไหม ส่วนการ
ปลูกหม่อนเพื่อเลี้ยงไหมได้รับการสนับสนุนจาก
หลังสงครามโลกครั้งที่สอง ได้เกิดการ
เปลี่ยนแปลงครั้งสำาคัญของผ้าไหมไทยขึ้น โดย
เจมส์ แฮร์ริสัน วิสสัน ทอมป์สัน ชาวสหรัฐอเมริกา
 หรือที่คนไทยรู้จักในนามว่า จิม ทอมป์สัน ซึ่งเป็นผู้ที่
ให้ความสนใจผลงานด้านศิลปะ ในแถบ
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย รวมทั้งลาว และ
เขมร จิม ทอมป์สัน ได้ซื้อผ้าไหมไทยลวดลายต่างๆ
เก็บสะสมไว้ และทำาการศึกษาลวดลายผ้าไหมใน
หมู่บ้านที่เป็นแหล่งการผลิตผ้าไหม พร้อมกับเสาะ
แสวงหาช่างทอผ้าไหมฝีมือดี ในที่สุดได้พบช่างมี
ฝีมือถูกใจที่กรุงเทพมหานคร บริเวณชุมชนบ้านครัว
(หลังโรงแรมเอเชีย เขตราชเทวีในปัจจุบัน) ชุมชน
แห่งนี้เดิมเป็นชาวมุสลิมเชื้อสายเขมร อพยพเข้ามา
อาศัยอยู่ตั้งแต่ตอนต้นกรุงรัตนโกสินทร์ มีความ
ชำานาญในการทอผ้าไหม ซึ่ง จิม ทอมป์สัน ได้เข้า
ระดับคุณภาพ
ในปัจจุบันมีการนำาเข้าวัตถุดิบเส้นไหม
และเส้นใยสังเคราะห์จากต่างประเทศ ทั้งมี
การนำาเข้าถูกกฎหมายและลักลอบนำาเข้าแบบ
ผิดกฎหมาย ทำาให้วัตถุเส้นไหมจึงมีทั้งคุณภาพ
ได้มาตรฐานและคุณภาพตำ่ากว่ามาตรฐานทำาให้
ผ้าไหมไทยมีคุณภาพตำ่าลง กระนั้นผู้ผลิตก็ยัง
คงใช้ตราสัญลักษณ์ว่า "ผ้าไหมไทย" หรือ
"Thai Silk" เพื่อการค้า ยังผลให้ผู้ซื้อทั้งของ
ประเทศไทยและตลาดต่างประเทศไม่มั่นใจใน
คุณภาพของผ้าไหมไทย จากปัญหาดังกล่าว
menu
 ปี . . 2545พ ศ  หน่วยงานซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้อง
 กับผ้าไหมไทย เช่น กรมวิชาการเกษตร 
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (หน่วยงานเดิมของ
กรมหม่อนไหม)  คณะศิลปกรรมศาสตร์
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 
กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ และ
มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พร
ร่วมกันจัดสัมมนาหาแนวทางแก้ไขจนได้ข้อสรุป
เป็นมาตรการคุ้มครองไหมไทยและออกข้อบังคับ
ในการผลิตผ้าไหมไทยโดยออกตราสัญลักษณ์
รับรองคุณภาพผ้าไหมไทยไว้เป็นระดับต่างๆ และ
สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระ
นกยูงสีทอง (Royal Thai Silk) เป็นผ้าไหมชึ่งผลิตจากวัตถุดิบ เส้น
ไหม กระบวนการผลิตแบบภูมิปัญญาพื้นบ้านดั้งเดิมของไทย
อย่างแท้จริงและใช้เส้นไหมพันธุ์ไทยพื้นบ้านเป็นทั้งเส้นพุ่งและ
เส้นยืน เส้นไหมจะต้องสาวเส้นด้วยมือผ่านพวงสาวลงภาชนะ
การทอด้วยกี่ทอมือแบบพื้นบ้านชนิดพุ่งกระสวยด้วยมือ ย้อมด้วย
สีธรรมชาติ หรือสีเคมีที่ไม่ทำาลายสิ่งแวดล้อม และต้องผลิตใน
ประเทศไทย
นกยูงสีเงิน (Classic Thai Silk) เป็นผ้าไหมซึ่งผลิตขึ้นแบบ
ภูมิปัญญาพื้นบ้านผสมผสานกับการประยุกต์ใช้เครื่องมือและ
กระบวนการผลิตในบางขั้นตอน ใช้เส้นไหมพันธุ์ไทยพื้นบ้าน
หรือที่ได้รับการปรับปรุงจากพันธุ์ไทยเป็นเส้นพุ่งหรือเส้นยืน เส้น
ไหมต้องผ่านการสาวด้วยมือ หรืออุปกรณ์ที่ใช้มอเตอร์ขับเคลื่อน
ขนาดไม่เกิน 5 แรงม้า การทอต้องทอด้วยกี่ทอมือชนิดพุ่ง
กระสวยด้วยมือหรือกี่กระตุก และต้องทำาการผลิตในประเทศไทย
นกยูงสีนำ้าเงิน (Thai Silk) เป็นผ้าไหมซึ่งผลิตด้วยภูมิปัญญาของ
ไทยโดยการประยุกต์เทคโนโลยีการผลิตให้เข้ากับสมัยนิยมและ
ทางธุรกิจธุรกิจ ใช้เส้นไหมแท้เป็นเส้นพุ่งและเส้นยืน ย้อมสีด้วย
สีธรรมชาติ หรือสีเคมีที่ไม่ทำาลายสิ่งแวดล้อม ทอด้วยกี่แบบใด
ก็ได้ และต้องผลิตในประเทศไทย
นกยูงสีเขียว (Thai Silk Blend) เป็นผ้าไหมซึ่งผ่านกระบวนการ
ผลิตและเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่ผสมผสานกับภูมิปัญญาไทย เช่น
กรรมวิธีการทำาผ้าไหมไทย
ด้วย กรรมวิธีการผลิตที่พิถีพิถันละเอียดอ่อน
มาก นับแต่การเลือกหม่อนซึ่งเป็นพืชยืนต้น
ลำาต้นเป็นทรงพุ่ม เพื่อใช้เป็นอาหารให้แก่หนอน
ไหม ที่กินแล้วลอกคราบเป็นไหมออกมา จากนั้น
จึงนำาไปอบแห้ง แต้มนำ้าที่สะอาดเพื่อให้รังไหม
พองตัว แล้วสาวเส้นไหมนี้เก็บรักษาด้วยวิธีการ
ดั้งเดิมแต่โบราณ ทั้งอุปกรณ์และขั้นตอน เพื่อให้
ได้คุณภาพที่ดีที่สุดเป็นธรรมชาติอย่าง
 แท้จริง ส่วนขั้นตอนการทอเป็นผืนผ้า จะมีวิธีทอ
และสอดใส่ลวดลายตามแต่ภูมิภาคแตกต่างกันไป
menu
การเลี้ยงไหม
วงจรชีวิตของไหมหรือหนอนไหมใช้เวลาประมาณ 45 - 52 วัน
หนอนไหมจะกินใบหม่อนหลังจากฟักออกจากไข่ประมาณวันที่ 10 จาก
“ ”นั้นจะหยุดกินอาหารและลอกคราบ ระยะนี้เรียกว่า ไหมนอน ต่อจาก
นั้นจะกินนอนและลอกคราบประมาณ 4
“ ”ครั้งเรียกว่า ไหมตื่น ลำาตัวจะมีสีขาวเหลืองใสหดสั้น และหยุดกิน
“ ”อาหาร ระยะนี้เรียกว่า หนอนสุก ช่วงนี้ผู้เลี้ยงไหมต้องรีบแยกหนอน
“ ”ไหมสุกออกจากกองใบหม่อน และเตรียม จ่อ คืออุปกรณ์ที่จะให้ตัว
ไหมเกาะเพื่อชักใยห่อหุ้มตัวหนอนจะเริ่มพ่นใยได้ประมาณ 6-7 วัน ก็จะ
สามารถเก็บรังไหมออกจากจ่อได้ เส้นใยของหนอนเกิดจากการขับ
ของเหลวชนิดหนึ่ง มีสารโปร่งแสงเป็นองค์ประกอบ ใยไหมที่เห็นแต่ละ
เส้นจะประกอบด้วยเส้นใยเล็กๆ สองเส้นรวมกัน สามารถฉีกแยกออก
จากกันได้ ทั้งนี้รังไหมแต่ละรังจะให้สายไหมที่มีขนาดแตกต่างกัน ชั้น
 นอกสุดของรังจะมีความละเอียดพอสมควร ชั้นกลางจะเป็นเส้นหยาบ
และชั้นในสุดจะเป็นเส้นไหมที่ละเอียดที่สุด ซึ่งหนอนไหมแต่ละตัวจะ
ชักใยยาวไม่เท่ากัน อาจสาว
การสาวไหม
การสาวไหมเมื่อได้รับไหมสดจะต้องนำาไปอบ
ให้แห้ง จากนั้นนำาไหมที่อบแห้งไปต้มในนำ้าที่
สะอาดที่มีคุณสมบัติเป็นกลาง รังไหมจะเริ่มพอง
ตัวออก ใช้ปลายไม้เกี่ยวเส้นใยออกมารวมกัน
หลายๆ เส้น การสาวต้องเริ่มต้นจากขุยรอบนอก
“ ”และเส้นใยภายในรวมกัน เรียกว่า ไหมสาว
“ ”หรือ ไหมเปลือก ครั้นสาวถึงเส้นใยภายใน
แล้ว เอารังไหมที่มีเส้นภายในแยกไปสาวต่าง
“ ” “ ”หากเรียกว่า เส้นไหมน้อย หรือ ไหมหนึ่ง
ผู้สาวไหมต้องมีความชำานาญและทักษะจึงจะได้
การตีเกลียว
การ ตีเกลียวไหมจะช่วยทำาให้ผ้าที่จะทอมีความหนา หลัง
จากเอาไหมสองไหมสามออก ใช้ไม้คีบลักษณะคล้ายไม้พาย
มีร่องกลางสำาหรับคีบ เกลี่ยรังไหมกดให้เส้นไหมตีเกลียวแน่น
ดูเล็ก ต้องระมัดระวังและต้องอาศัยความชำานาญ และมีเทคนิค
ในการทำาให้รังที่ต้มเกาะกันเป็นเส้นตามขนาดที่ต้องการ
ทำาให้เส้นไหมพันหรือไขว้กันหลายๆ รอบ แล้วพักไว้ใน
“ ”กระบุงต่อ จากนั้นจะนำามากรอเข้า กง แล้วนำาไปหมุนเข้า
“ ”อัก เพื่อตรวจหาปุ่มปม หรือตัดแต่งเส้นไหมที่ไม่เท่ากัน
ออก จึงเอาเข้าเครื่องปั่นเพื่อให้เส้นไหมแน่นขึ้น ก่อนที่จะ
หมุนเข้ากงอีกครั้ง เพื่อรวมเป็นไจ ซึ่งหนึ่งไจจะต้องหมุนกง
80 “ ”รอบ เรียกว่า ไหมดิบ ส้น ไหมดิบที่ได้จะต้องทำาการชุบ
ให้อ่อนตัว โดยนำาไปชุบนำ้าสบู่อ่อนๆ ประมาณ 15-20 นาที
แล้วนำาไปสลัดและผึ่งลมให้แห้ง โดยหมั่นกระตุกให้เส้นไหม
แยกตัวเพื่อนำาไปเข้าระวิงได้จาก นั้นก็กรอเส้นไหมเข้าหล
การย้อมสี
การ ย้อมสีไหมจะต้องนำาไหมดิบมาฟอกเพื่อไม่ให้มีไขมัน
“เกาะ โดยจะใช้ด่างจากขี้เถ้าไปฟอกไหม เรียกว่า การดอง
”ไหม จะทำาให้เส้นไหมขาวนวลขึ้น แล้วจึงนำาไปย้อม ใน
สมัยก่อนนิยมใช้สีจากธรรมชาติ เช่น สีแดงจากครั่ง , ผลและ
ใบคำาแสด , รากยอป่า , มะไฟป่า หรือรากของต้นเข็ม สี
เหลืองจากแก่นของต้นเข สีจำาปาหรือสีส้มจากดอกคำาแสด
หรือดอกกรรณิการ์ สีนำ้าเงินจากต้นคราม สีเขียวจากเปลือก
ไม้มะหูด สีเขียวมะกอกจากแก่นไม้ขนุน เปลือกนนทรีและ
เปลือกต้นตะแบก สีไพลจากใบสัปปะรดอ่อนกับนำ้ามะนาว สี
นำ้าตาลจะต้นหมาก สีม่วงจากต้นหว้า สีดำาจากมะเกลือ , ราก
ต้นชะพลูและสมอ แต่ปัจจุบันการย้อมด้วยสีธรรมชาติเริ่มหาย
ไป เนื่องจากมีสีวิทยาศาสตร์เข้ามาแทนที่ ที่หาซื้อง่ายตาม
ร้านขายเส้นไหมหรือผ้าไหม เมื่อละลายนำ้าจะแตกตัว ย้อม
ง่าย สีสดใส ราคาค่อนข้างถูก ทนต่อการซักค่อนข้างดีการ
การทอผ้า
ขั้น ตอนสุดท้ายก่อนที่จะออกมาเป็นผ้าผืน
งาม การทอผ้าไหมจะประกอบไปด้วยเส้นด้าย 2
“ ”ชุด คือ เส้นด้ายยืน จะขึงไปตามความยาวผ้า
อยู่ติดในเครื่องทอ หรือแกนม้วนด้านยืน อีกชนิด
“ ”หนึ่งคือ เส้นด้ายพุ่ง จะถูกกรอเข้ากระสวย
เพื่อให้กระสวยเป็นตัวนำาเส้นด้ายพุ่งสอดขัดเส้น
ด้ายยืนเป็นมุมฉาก ทอสลับกันไปตลอดความยาว
ของผืนผ้า การสอดด้ายพุ่งแต่ละเส้นต้องสอดให้
สุดถึงริมแต่ละด้าน แล้วจึงวกกลับมา จะทำาให้เกิด
ริมผ้าเป็นเส้นตรงทั้งสองด้าน ส่วนลวดลายของ
ผ้านั้น ขึ้นอยู่กับการวางลายผ้าของแต่ละท้องถิ่น
ลายผ้าไหมไทย
 ลายกาบบัวยกดอก บ้านโนนสวาง อ.กุดข้าวปุ้น
ผ้ากาบบัวยกดอกซึ่งทอได้หลายสี
menu
ลายโป้งเป้ง บ้านโนนสวาง อ.กุดข้าวปุ้น
 ลายเชิงเทียน จากบ้านโนนสวาง อ.กุดข้าวปุ้น
ลายหมี่ลายกระจับ (ลายโบราณ) บ้านโนนสวาง
อ.กุดข้าวปุ้น
ลายนาคน้อย(เสี่ยว) บ้านปะอาว อ.เมือง
ลายหมี่ดาวล้อมเดือน (กระจับวง) บ้านโนนสวาง
อ.กุดข้าวปุ้น
ลายหมี่ข้อในตัว บ้านโนนสวาง อ.กุดข้าวปุ้น
ลายหมี่เข็มขัด บ้านโนนสวาง อ.กุดข้าวปุ้น
ลายคมห้า(หว่าน) บ้านปะอาว อ.เมือง
ลายสร้อยดอกหมาก บ้านโนนสวาง อ.กุดข้าวปุ้น
ผลที่คาดว่าจะได้รับ
คนที่ได้ศึกษาโครงงานผ้าไหมไทยได้ตระหนัก
และเรียนรู้เรื่องผ้าไหมไทยมากขึ้นและได้ช่วยกัน
อนุรักษ์ผ้าไหมไทยให้เป็นเอกลักษณ์ของไทยเพื่อให้
คนรุ่นหลังได้ศึกษาอนุลักษณ์ความเป็นไทยต่อไป
menu
อ้างอิง
-เอกลักษณ์ไหมไทย
-กระโดดขึ้น↑ Silk FAQ 29:Who discovered silk?
(อังกฤษ)
-กระโดดขึ้น↑ ตำานานไหมไทย
-  กระโดดขึ้น↑ **เครื่องหมายรับรองผลิตภัณฑ์ผ้า
ไหมไทย**“ ”ตรานกยูงพระราชทาน
-  กระโดดขึ้น↑ Ministry adjusts image of Thai silk
to meet changing taste of international
marketMCOT Thailand(อังกฤษ)
menu
ผู้จัดทำา ม.6/14
1.นางสาวธมนวรรณ เพ็ญ
ไชยา เลขที่ 1
2.นางสาวปภัชญา จักรชัยสิน
เลขที่ 9
จบการนำาเสนอ

โครงงานลายผ้าไหมไทย