ใบงานที่ 11 เรือง กาหนดและลาดับขันตอนการปฏิบติ
                                  ่                 ้          ั
-----------------------------------------------------------------------------------
            ให้นกเรียนเรียงลำดับขันตอนกำรทำงำน จำกกิจกรรมที่กำหนดให้ตอไปนี้ (สำมำรถสืบค้น
                 ั                ้                                  ่
      จำกแหล่งเรียนรูไ้ ด้)

   1. การสารวจสภาพน้าที่คเู มือง
       ขันที่ 1 เตรียมเครื่องมือทีใ่ ช้ในสำรวจ ได้แก่ 1.บีกเกอร์ 2.กระดำษอินดิเคเตอร์ หรือ pH meter
         ้
        ขันที่ 2 เดินทำงไปที่คเู มือง ตำแหน่งที่ 1 ด้ำนทิศเหนือด้วยรถจักรยำนยนต์พร้อมเครื่องมือสำรวจ
          ้
        ขันที่ 3 เก็บตัวอย่ำงนำใส่ในบีกเกอร์ ใช้กระดำษอินดิเคเตอร์ จุมลงในบีกเกอร์
            ้                    ้                                   ่

   2. การทาร่มกระดาษสาที่บ่อสร้าง
       ขันที่ 1 นำไม้ไผ่ที่เตรียมไว้มำตัดออกเป็ นท่อนหรือปล้อง จำกนันจึงค่อยตัดตำมควำมยำวของซี่ร่มที่
         ้                                                          ้
   ต้องกำร เหลำไม้ไผ่ให้เรียวบำงพอที่จะสอดเข้ำร่องตุมร่ม ประกอบส่วนต่ำง ๆ เข้ำด้วยกัน เริ่มต้นด้วยกำรร้อยมัด
                                                               ้
   ซี่ร่มเข้ำกับหัวร่มและตุมร่ม โดยซี่ร่มยำวใช้รอยประกอบหัวร่ม ซี่ร่มสันใช้รอยประกอบตุมร่ม
                               ้                  ้                               ้ ้          ้
          ขันที่ 2 ทำกระดำษปิ ดโครงร่ม นำโครงร่มทีผำนขันตอนกำรผ่ำนโค้งร่มแล้วปักลงบนหลักไม้ไผ่ เพื่อทีจะ
             ้                                              ่ ่ ้                                                ่
   หมุนติดกระดำษได้งำย จำกนันทำนำมันตะโกหรือนำยำงมะค่ำลงตรงหลังซี่ร่มยำวให้ทว ติดกระดำษสำที่ตดเป็ นรูป
                           ่         ้        ้           ้                                 ั่               ั
   วงกลมทำบลงไปบนโครง แล้วทำนำมันตะโกหรือนำยำงมะค่ำให้ชม ระวังอย่ำให้เปี ยกแฉะจนเกินไป วำงกระดำษสำ
                                            ้           ้                 ุ่
   อีกแผ่นหนึงที่ตดเป็ นรูปวงกลมเตรียมไว้แล้วติดทับลงไปอีกชันหนึง กระดำษจะติดเป็ นเนือเดียวกัน หำกกระดำษสำ
                   ่ ั                                                ้ ่                        ้
   2 แผ่นยังหนำไม่พอก็ตดทับลงไปอีกแผ่นก็ได้โดยใช้วธีเดียวกัน เมือติดกระดำษสำทับกันจนได้ควำมหนำตำม
                             ิ                               ิ          ่
   ต้องกำรแล้ว ก็นำกระดำษสำมำปิ ดทับเส้นด้ำยที่พนรอบซี่ร่มยำวให้เรียบร้อยโดยทำนำยำงลงไปด้วย จำกนันจึง
                                                      ั                                   ้                    ้
   ค่อยนำไปผึงแดดตำกลมจนแห้งสนิท
                    ่
          ขันที่ 3 ทำคันร่ม คันร่มจะมีขนำดยำวกว่ำซี่ร่มยำวเล็กน้อย กล่ำวคือเว้นให้ยำวกว่ำซี่ร่มยำวให้มอสำมำรถ
               ้                                                                                           ื
   จับถือได้พอดี หรืออำจยำวกว่ำนันอีกสักเล็กน้อยก็ได้ คันร่มส่วนใหญ่ใช้ไม้ไผ่ที่มลำต้นขนำดเล็ก หรืออำจใช้ไม้
                                          ้                                             ี
   เนืออ่อนก็ได้ โดยที่คนร่มนีจะต้องเจำะรูสำหรับใส่ลวดสลักเพือใช้ยึดซี่ร่มไว้ดวย ซึ่งลวดสลักนีจะต้องอยู่ในตำแหน่ง
       ้                 ั         ้                              ่                   ้              ้
   ระยะที่ตรงกับตุมร่มเมือกำงร่ม
                       ้         ่
          ขันที่ 4 เขียนลำย ใช้พกนจุมลงไปในสีนำมันแล้วนำมำเขียนลวดลำยต่ำง ๆ ลงไป ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะใช้
                 ้                   ู่ ั ่         ้
   ควำม สำมำรถเฉพำะตัวบวกกับควำมชำนำญ เขียนลำยกันสด ๆ ไมต้องร่ำงหรือดูแบบเลย ร่มกระดำษสำใน
   สมัยก่อนนิยมทำสีแดงและสีดำ ไม่มกำรเขียนลำยอย่ำงปั จจุบน ที่มทงลำยดอกไม้ ทิวทัศน์ตำงๆ สัตว์ตำง ๆ อย่ำง
                                                ี                   ั        ี ั้                  ่     ่
   นก มังกร ฯลฯ

   3.การซักผ้า
       ขันที่ 1 ก่อนกำรซักผ้ำให้ลวงกระเป๋ ำเสือ กระเป๋ ำกำงเกงทุกตัว หำกมีวตถุสงของตกค้ำงอยูใ่ ห้เอำออกจำก
         ้                       ้            ้                            ั ิ่
   กระเป๋ ำ หำกมีเสือทีชำรุดให้แยกออกและซ่อมแซมให้เรียบร้อยก่อนนำไปซัก
                      ้ ่
          ขันที่ 2 แยกผ้ำขำว ผ้ำสี ออกจำกกัน เสือเด็กและเสือผูใ้ หญ่ควรแยกซัก เพรำะเสือเด็กจะสกปรกมำกกว่ำเสือ
            ้                                     ้        ้                          ้                     ้
   ผูใ้ หญ่
          ขันที่ 3 นำนำเปล่ำผสมสำรซักฟอกอย่ำงอ่อนใส่กะละมัง แช่ผำทิ้งไว้ประมำณ ๑๕-๒๐ นำที โดยแยกระหว่ำง
              ้           ้                                          ้
   ผ้ำสีและผ้ำขำว เพื่อให้นำผสมสำรซักฟอกซึมเข้ำไปในเนือผ้ำและใยผ้ำคำยควำมสกปรกออกมำ ในกำรแช่ผำไม่ควร
                             ้                           ้                                          ้
   นำกำงเกงใน ถุงเท้ำ แช่ปนกับเสือ  ้
          ขันที่ 4 ขยี้หรือแปรงเสือผ้ำให้ทว ส่วนที่สกปรกมำก ได้แก่ ปกเสือ ส่วนพับปลำยแขน ขอบกำงเกง ปำก
                ้                 ้       ั่                            ้
   กระเป๋ ำให้แปรงขยี้จนสะอำด
          ขันที่ 5 บีบผ้ำเอำนำสำรซักฟอกออกมำควรบิดผ้ำแรง ๆ
                  ้            ้
          ขันที่ 6 ซักผ้ำที่แปรงแล้ว ๓-๔ ครั้ง จนหมดนำสำรซักฟอก
                    ้                                  ้

ใบงานที่11

  • 1.
    ใบงานที่ 11 เรืองกาหนดและลาดับขันตอนการปฏิบติ ่ ้ ั ----------------------------------------------------------------------------------- ให้นกเรียนเรียงลำดับขันตอนกำรทำงำน จำกกิจกรรมที่กำหนดให้ตอไปนี้ (สำมำรถสืบค้น ั ้ ่ จำกแหล่งเรียนรูไ้ ด้) 1. การสารวจสภาพน้าที่คเู มือง ขันที่ 1 เตรียมเครื่องมือทีใ่ ช้ในสำรวจ ได้แก่ 1.บีกเกอร์ 2.กระดำษอินดิเคเตอร์ หรือ pH meter ้ ขันที่ 2 เดินทำงไปที่คเู มือง ตำแหน่งที่ 1 ด้ำนทิศเหนือด้วยรถจักรยำนยนต์พร้อมเครื่องมือสำรวจ ้ ขันที่ 3 เก็บตัวอย่ำงนำใส่ในบีกเกอร์ ใช้กระดำษอินดิเคเตอร์ จุมลงในบีกเกอร์ ้ ้ ่ 2. การทาร่มกระดาษสาที่บ่อสร้าง ขันที่ 1 นำไม้ไผ่ที่เตรียมไว้มำตัดออกเป็ นท่อนหรือปล้อง จำกนันจึงค่อยตัดตำมควำมยำวของซี่ร่มที่ ้ ้ ต้องกำร เหลำไม้ไผ่ให้เรียวบำงพอที่จะสอดเข้ำร่องตุมร่ม ประกอบส่วนต่ำง ๆ เข้ำด้วยกัน เริ่มต้นด้วยกำรร้อยมัด ้ ซี่ร่มเข้ำกับหัวร่มและตุมร่ม โดยซี่ร่มยำวใช้รอยประกอบหัวร่ม ซี่ร่มสันใช้รอยประกอบตุมร่ม ้ ้ ้ ้ ้ ขันที่ 2 ทำกระดำษปิ ดโครงร่ม นำโครงร่มทีผำนขันตอนกำรผ่ำนโค้งร่มแล้วปักลงบนหลักไม้ไผ่ เพื่อทีจะ ้ ่ ่ ้ ่ หมุนติดกระดำษได้งำย จำกนันทำนำมันตะโกหรือนำยำงมะค่ำลงตรงหลังซี่ร่มยำวให้ทว ติดกระดำษสำที่ตดเป็ นรูป ่ ้ ้ ้ ั่ ั วงกลมทำบลงไปบนโครง แล้วทำนำมันตะโกหรือนำยำงมะค่ำให้ชม ระวังอย่ำให้เปี ยกแฉะจนเกินไป วำงกระดำษสำ ้ ้ ุ่ อีกแผ่นหนึงที่ตดเป็ นรูปวงกลมเตรียมไว้แล้วติดทับลงไปอีกชันหนึง กระดำษจะติดเป็ นเนือเดียวกัน หำกกระดำษสำ ่ ั ้ ่ ้ 2 แผ่นยังหนำไม่พอก็ตดทับลงไปอีกแผ่นก็ได้โดยใช้วธีเดียวกัน เมือติดกระดำษสำทับกันจนได้ควำมหนำตำม ิ ิ ่ ต้องกำรแล้ว ก็นำกระดำษสำมำปิ ดทับเส้นด้ำยที่พนรอบซี่ร่มยำวให้เรียบร้อยโดยทำนำยำงลงไปด้วย จำกนันจึง ั ้ ้ ค่อยนำไปผึงแดดตำกลมจนแห้งสนิท ่ ขันที่ 3 ทำคันร่ม คันร่มจะมีขนำดยำวกว่ำซี่ร่มยำวเล็กน้อย กล่ำวคือเว้นให้ยำวกว่ำซี่ร่มยำวให้มอสำมำรถ ้ ื จับถือได้พอดี หรืออำจยำวกว่ำนันอีกสักเล็กน้อยก็ได้ คันร่มส่วนใหญ่ใช้ไม้ไผ่ที่มลำต้นขนำดเล็ก หรืออำจใช้ไม้ ้ ี เนืออ่อนก็ได้ โดยที่คนร่มนีจะต้องเจำะรูสำหรับใส่ลวดสลักเพือใช้ยึดซี่ร่มไว้ดวย ซึ่งลวดสลักนีจะต้องอยู่ในตำแหน่ง ้ ั ้ ่ ้ ้ ระยะที่ตรงกับตุมร่มเมือกำงร่ม ้ ่ ขันที่ 4 เขียนลำย ใช้พกนจุมลงไปในสีนำมันแล้วนำมำเขียนลวดลำยต่ำง ๆ ลงไป ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะใช้ ้ ู่ ั ่ ้ ควำม สำมำรถเฉพำะตัวบวกกับควำมชำนำญ เขียนลำยกันสด ๆ ไมต้องร่ำงหรือดูแบบเลย ร่มกระดำษสำใน สมัยก่อนนิยมทำสีแดงและสีดำ ไม่มกำรเขียนลำยอย่ำงปั จจุบน ที่มทงลำยดอกไม้ ทิวทัศน์ตำงๆ สัตว์ตำง ๆ อย่ำง ี ั ี ั้ ่ ่ นก มังกร ฯลฯ 3.การซักผ้า ขันที่ 1 ก่อนกำรซักผ้ำให้ลวงกระเป๋ ำเสือ กระเป๋ ำกำงเกงทุกตัว หำกมีวตถุสงของตกค้ำงอยูใ่ ห้เอำออกจำก ้ ้ ้ ั ิ่ กระเป๋ ำ หำกมีเสือทีชำรุดให้แยกออกและซ่อมแซมให้เรียบร้อยก่อนนำไปซัก ้ ่ ขันที่ 2 แยกผ้ำขำว ผ้ำสี ออกจำกกัน เสือเด็กและเสือผูใ้ หญ่ควรแยกซัก เพรำะเสือเด็กจะสกปรกมำกกว่ำเสือ ้ ้ ้ ้ ้ ผูใ้ หญ่ ขันที่ 3 นำนำเปล่ำผสมสำรซักฟอกอย่ำงอ่อนใส่กะละมัง แช่ผำทิ้งไว้ประมำณ ๑๕-๒๐ นำที โดยแยกระหว่ำง ้ ้ ้ ผ้ำสีและผ้ำขำว เพื่อให้นำผสมสำรซักฟอกซึมเข้ำไปในเนือผ้ำและใยผ้ำคำยควำมสกปรกออกมำ ในกำรแช่ผำไม่ควร ้ ้ ้ นำกำงเกงใน ถุงเท้ำ แช่ปนกับเสือ ้ ขันที่ 4 ขยี้หรือแปรงเสือผ้ำให้ทว ส่วนที่สกปรกมำก ได้แก่ ปกเสือ ส่วนพับปลำยแขน ขอบกำงเกง ปำก ้ ้ ั่ ้ กระเป๋ ำให้แปรงขยี้จนสะอำด ขันที่ 5 บีบผ้ำเอำนำสำรซักฟอกออกมำควรบิดผ้ำแรง ๆ ้ ้ ขันที่ 6 ซักผ้ำที่แปรงแล้ว ๓-๔ ครั้ง จนหมดนำสำรซักฟอก ้ ้